ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่สี่: รักวัวให้ผูก รักลูกให้ออกปากไล่

ชื่อตอน : ตอนที่สี่: รักวัวให้ผูก รักลูกให้ออกปากไล่

คำค้น : เยว่อ๋อง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2560 02:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่สี่: รักวัวให้ผูก รักลูกให้ออกปากไล่
แบบอักษร

“นี่มัน...แท่นทับกระดาษรูปทรงขี้เหร่อันใด!? หมิงเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าถึงต้องพกแท่นทับกระดาษหยกดำออกไปเดินตลาด น้องพี่ เจ้าช่างมีรสนิยมแปลกประหลาดเหลือเกิน ทั้งของยังร้าวไปแล้วเช่นนี้พี่จะกล้าส่งคืนเจ้าได้อย่างไร!!”

องค์รัชทายาทแค่นลมหายใจบางเบา แม้เห็นของร่วงหล่นออกจากแขนเสื้อผู้เป็นน้องยามเดินตลาดแต่กลับไม่สามารถหาช่วงจังหวะเหมาะสมส่งคืนเจ้าของ เหตุเพราะของที่เก็บได้นั้นเกิดแตกร้าวเสียแล้ว คนห่วงใยจึงมิอาจทำใจนำหยกไม่สมประกอบแลดูเป็นลางร้ายนี้ไปคืนให้กับพระอนุชาที่พึ่งหายจากอาการเจ็บป่วยได้

“พี่ผิดไปแล้วไม่น่าให้กำไลหยกเจ้าเลย ถ้าเจ้าบอกพี่ว่าชอบแท่นทับกระดาษพี่จะสั่งทำอันที่สวยสง่าดูมีราศีกว่านี้ให้เจ้า”

เว่ยเหวินหลงทึกทักเอาเองเสร็จสรรพว่าวัตถุที่เก็บได้เป็นแท่นหยกทับกระดาษรูปทรงพิลึก เมื่อพลิกดูอยู่ครู่หนึ่งจนหมดสิ้นความสนใจจึงนำไปเก็บลงในหีบปลายเตียงบรรทม

นับแต่นั้นมาไอโฟนไร้แบตเตอรี่ที่น่าสงสารก็ได้รับเกียรติให้นอนเดียวดายอยู่ในหีบไม้หรูหราไปอีกนานแสนนาน…

ตำหนักหงหลินในยามเช้าวันใหม่เงียบสงบดังเช่นเคย ดวงตะวันทอแสงทองคำแห่งอรุณรุ่งเคลื่อนคล้อยขึ้นยังทางบูรพาทิศ คลอเคล้าไปด้วยเสียงหมู่มวลวิหคกระพือปีกผ่านท้องนภาโบกสะบัดยวงขนบินเรียงเคียงคู่

ลี่หมิงจำต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมแต่งองค์ทรงเครื่องไปเข้าเฝ้าโอรสสวรรค์ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ความวิตกกังวลจากการสูญเสียของสำคัญถูกแทนที่ด้วยอาการตื่นเต้นกระสับกระส่าย นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ตัวเป็นๆยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นในฐานะพ่อของตนอีกด้วย

“เสด็จพ่อได้แจ้งสิ่งใดให้ข้าตระเตรียมไปรายงานในการเข้าเฝ้าครั้งนี้หรือไม่” เหตุเพราะคืนก่อนพยักหน้าส่งเดช ลี่หมิงเอ่ยถามลุงเค่อไม่ให้พลั้งพลาดสิ่งใดให้สุ่มเสี่ยงต่อการโดนพระอาญาพาลให้หัวหลุดจากบ่า

“หามีไม่ขอรับ ท่านอ๋อง”

“เช่นนั้นก็ดี” เสด็จพ่อ เหตุใดท่านจึงไม่รู้จักแจกแจงรายละเอียดเนื้อหาการเข้าประชุมก่อนล่วงหน้า หากท่านจะเรียกข้าไปด่าข้าจะได้เตรียมใจเอาไว้!

ท้องพระโรงในวังหลวงยามนี้คลาคล่ำไปด้วยขุนนางหลากยศหลายตำแหน่งต่างพกพาฮู่ป่าน*มายืนเรียงกันเป็นระเบียบแถวตามลำดับขั้น ลี่หมิงถือโอกาสใช้เวลาที่เหลือขณะรอฮ่องเต้เสด็จมาถึงลอบมองสังเกตการณ์ไปทั่ว ใบหน้าของเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ทั้งหลายลี่หมิงจดจำได้บ้างตามความทรงจำของเสวี่ยหมิง

นั่น...อัครมหาเสนาบดีจอมสอพลอ เสนาบดีกรมขุนนางผู้มากเมีย เสนาบดีกรมโยธาที่จวนแทบจะใหญ่กว่าวังหลวง ลี่หมิงละสายตาไปจากเหล่าผู้คุ้นหน้าคุ้นตาทั้งหลายเมื่อขันทีตะโกนประกาศการมาของฮ่องเต้พร้อมเสียงฆ้องตีร้องก้องท้องพระโรงยามถึงเวลาว่าราชการ

“ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

ฮ่องเต้หมิงเฉียนเสด็จประทับบนบัลลังก์ ทันทีที่เริ่มการขานเรียกชื่อ ชายหนุ่มท่าทางองอาจกระฉับกระเฉงในเครื่องแต่งกายขุนศึกเต็มยศก้าวขึ้นมาคุกเข่าลงหน้าบัลลังก์มังกร

“ถวายพระพรฮ่องเต้ ขอจงทรงพระเจริญหมื่นๆปี ข้ารองแม่ทัพหม่าเทียนฟงและ…” รองแม่ทัพหม่ากลืนน้ำลายนึกอยากกัดลิ้นตายไปเสีย ไอ้คนที่ควรจะเดินขึ้นมาด้วยกันดันไม่รีบเดินออกมา หันหน้าหันหลังเพียงชั่วครู่คนใจร้อนรนก็เริ่มหายใจออกได้เมื่อมีอีกร่างคุกเข่าลงข้างตน

“...องค์ชายแปดเว่ยเหอโจว ทูลขอเป็นตัวแทนอู๋อ๋องรายงานความคืบหน้าปราบกบฏชายแดนไป่หนานพ่ะย่ะค่ะ” เคราะห์ยังดีวันนี้เจ้าคนสมควรตายไม่ทำตัวหาเรื่องให้หม่าเทียนฟงติดร่างแหซวยไปด้วย ถึงแม้ถ้าจะมีใครซวยขึ้นมาก็คงมีแค่รองแม่ทัพผู้น่าสงสารคนเดียวก็เถอะ

คนถูกลอบด่านอกจากจะไม่รู้ตัวแล้วยังไม่สนหน้าอิฐหน้าพรหมใดๆทำท่าทำทางเหมือนยังไม่ตื่นดีโงนเงนโคลงเคลงลอบหาวออกมาเป็นระยะๆ ทั้งยังสะบัดเรือนผมของตนที่ยาวจนปิดหน้าปิดตาไม่เรียบร้อยเล่นไปมา ระหว่างปล่อยให้รองแม่ทัพหม่ากราบทูลต่อฮ่องเต้แต่เพียงผู้เดียว

“...ดูเถิด องค์ชายแปดเข้าวังหลวงเมื่อใดก็ยังไร้มารยาทเช่นเคย...”

“...นี่น่ะหรือองค์ชายแปดเว่ยเหอโจวที่เล่าลือกันว่าเก่งกาจยิ่งกว่าหมอหลวง วันๆเอาแต่เข้าป่าหาสมุนไพร ไม่เห็นอยากรักษาใครเป็นจริงเป็นจัง…”

“...ซ้ำยังไม่ขอรับยศฐาบรรดาศักดิ์ใดๆแม้จะทำคุณงามความดีจนเป็นที่น่าพึงพอใจก็ตามที องค์ชายเหอโจวผู้นี้ช่างถือดีทระนงตนยิ่งนัก...”

ลี่หมิงเงยหน้าขึ้นตามเสียงซุบซิบนินทา เด็กหนุ่มแทบจะก้มหน้าอยู่ตลอดเวลาเพื่อสงบจิตสงบใจตั้งแต่ฮ่องเต้เสด็จมาถึง เมื่อพินิจมองใบหน้าคุ้นตาของรองแม่ทัพหม่าแล้วจึงเลื่อนสายตาไปทางองค์ชายแปดผู้ซึ่งบัดนี้ปัดปอยผมข้างหนึ่งขึ้นทัดใบหูเอาไว้

เฮ้ย!

เดี๋ยวนะ…ไม่จริงน่า

หน้านี้คุ้นมากกก คุ้นมากไปละ นั่นมัน...

ไอ้โจนี่หว่า!

“ไร้มารยาท...เก่งกาจยิ่งกว่าหมอหลวง” ไอ้โจชัดๆ!!

ไอ้โจ เอ็งหนีอาอี๊ที่บ้านมาเป็นองค์ชายแปดหรอฟะ!!!

โจ หรือ ไอ้โจเพื่อนโคตรสนิทของลี่หมิง ปัจจุบันเรียนอยู่คณะแพทย์แผนจีนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ด้วยความเป็นคนเงียบๆ แต่ละวันของโจจึงมักหมดไปกับการอ่านหนังสือแพทย์และนั่งเล่นเกมแทบไม่ได้อ้าปากพูดจากับใครให้ดอกพิกุลร่วงหล่น

ชีวิตในวัยเด็กของโจไม่ดีนักเมื่อบิดามารดาเลิกร้างต่อกัน โจได้รับการอุปการะโดยอาอี๊และอาเตี๋ยที่ไม่มีลูกเป็นของตัวเองและอาศัยอยู่ถัดไปสามซอยจากบ้านของลี่หมิง ลี่หมิงกับไอ้โจมาสนิทสนมจนเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทเมื่อได้เข้าโรงเรียนเดียวกันในระดับมัธยมปลาย จนสุดท้ายแม้แต่มหาวิทยาลัยก็ยังติดที่เดียวกัน

“กบฏชายแดนนับร้อยถูกจับตัวได้แล้วแต่หัวหน้าของพวกมันชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อนจึงไม่สามารถนำตัวมาเค้นหาผู้บงกา...” เสียงรอบตัวเด็กหนุ่มในตอนนี้ไม่ต่างจากเสียงนกเสียงกา หลากความคิดหลายคำถามในเรื่องของเพื่อนสนิทตีวนกันอยู่ในหัววุ่นไปหมด

ไอ้โจมันมาอยู่นี่ได้ไง? หรือมันตกกำแพงเมืองจีนมาเหมือนกัน แต่ล่าสุดที่เช็คเฟสบุ๊คเห็นไปเที่ยวฝรั่งเศส แล้วมันสะดุดหัวกระแทกเสาหอไอเฟลเหรอถึงได้หลุดมาอยู่จีนโบราณ!? หรือจะแค่คนหน้าเหมือน? หรือไอ้องค์ชายแปดอะไรนี่จะเป็นบรรพบุรุษมัน? โอ้ย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวโว้ยยย!!!

ลี่หมิงหลุดจากภวังค์ในที่สุดเมื่อได้ยินเสียงเรียกขานนามของตน สองขาเร่งรุดไปคุกเข่าหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อเพื่อทำความเคารพ

ไม่คิดแม่งแล้วไว้เจอหน้าไอ้โจข้างนอกจะถามมันเอาเลยแล้วกัน!!!

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

“ลุกขึ้นเถิด เยว่อ๋อง”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

“หมอหลวงรายงานว่าขาของเจ้ากลับมาเดินได้ราวกับมีปาฏิหาริย์ เห็นท่าจะเป็นจริงตามนั้น เป็นนิมิตหมายอันดีที่จะให้เจ้าได้สานต่อหน้าที่ไปประจำที่เมืองเยว่ตามกำหนดการเดิมในเร็ววัน เจ้ามีสิ่งใดโต้แย้งหรือไม่”

อือหือ นิสัยพูดจามัดมือชกแบบนี้เหมือนไอ้คนเมื่อวานที่ลากข้าออกไปทำไอโฟนหายที่ตลาดไม่มีผิด!! เสด็จพี่เหวินหลง หากผู้ใดกล่าวหาว่าท่านไม่ใช่ลูกเสด็จพ่อ ข้าจะกระโดดถีบปากมันแทนท่านเอง

“กระหม่อมไม่มีข้อโต้แย้งใดนอกเสียจากขอเวลาจัดการงานในหน้าที่เดิมให้เสร็จสิ้นเสียก่อนพ่ะย่ะค่ะ” ขอเวลาคุยกับไอ้โจก่อนได้ไหม จะรีบไปไหนวะเสด็จป๊า!

“เรื่องงานของเจ้าข้าได้ปรึกษากับอัครมหาเสนาบดีหูเป่ยแล้ว ข้าจะให้หลิงอ๋องจะเข้ามาสานต่อแทนเจ้าเองไม่ต้องเป็นกังวลไป”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เออ! อยากจะบ้าตาย เพิ่งได้มีพ่อกับเขาทั้งคนมาถึงเจอหน้ากันแป๊ปเดียวก็ไล่ให้ออกไปอยู่ที่อื่นเลย แบบนี้ก็มีด้วยเรอะ!!

“ส่วนพวกที่ลอบทำร้ายคณะเดินทางของเจ้าเมื่อสี่วันก่อน ข้าได้ส่งให้คนไปรีบติดตามเรื่องแล้ว รออีกไม่นานคงได้รู้ว่าเป็นฝ่ายใดที่กำเริบเสิบสานลอบทำร้ายแม้กระทั่งราชนิกุล”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”

อา นั่นสิ จะว่าไปก็ลืมไปเลยว่าวันแรกโผล่มาถึงก็กลิ้งโค่โล่อยู่ข้างทางจนลุงเค่อต้องบุกป่าฝ่าดงมาตะโกนหา จำได้แค่ว่าคณะของเยว่อ๋องถูกลอบทำร้ายระหว่างเดินทางกลับจากตรวจราชการเมืองเยว่ แล้วความทรงจำระหว่างนั้นก็ตกหล่นหายไปที่ใดไม่อาจทราบได้ รู้ตัวอีกทีข้าก็มาอยู่ในร่างเสวี่ยหมิงแล้ว

ตามรายงานที่ได้รับจากลุงเค่อการลอบสังหารครั้งนั้นมีองครักษ์มือดีสองนายพลั้งพลาดถูกฆ่าทั้งคู่ ผ่านมาสี่วันแล้วก็ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ เสวี่ยหมิงอุตส่าห์ทำตัวสงบเสงี่ยมไม่ไปขัดหูขัดตาใครมานานหลายปียังไม่วายมีคนไม่พอใจอีก มันจะอะไรกันนักกันหนาวะ!

“เช่นนั้นเยว่อ๋อง ขอให้เจ้าจงเตรียมตัวออกเดินทางไปเมืองเยว่ภายในสามวัน”

เฮ้ย! เสด็จป๊า ไหนตอนแรกบอกในเร็ววัน เร็ววันของท่านมันชักจะเร็วเกินไปแล้วเฟ้ย!! สมองข้ายังไม่ทันได้ประมวลผลท่านก็สะบัดตูดหันหนีไม่อยากจะพูดจากับข้าแล้ว ท่านกลัวข้าขอเงินค่าขนมเพิ่มหรืออย่างไร ห๊าา!!!

โอรสสวรรค์ไม่ได้สนใจลี่หมิงอีกต่อไป เสร็จสิ้นจากคำประกาศิตไล่ลูกออกจากบ้านไปคนนึงก็เบนความสนใจไปหาลูกอีกคน

“เหอโจว เจ้าเองเข้าวังมาแล้วก็ดี หากเจ้าสนใจอยากเรียนรู้งานการคลัง ข้าจะให้...”

“การบ้านการเมืองใดๆล้วนไม่อยู่ในความสนใจของกระหม่อม ขอเสด็จพ่อโปรดทรงเข้าพระทัย”

ไอ้โจ! ไอ้โง่! นี่มันฮ่องเต้ไม่ใช่อาเตี๋ยที่บ้าน!! อย่าเพิ่งหาเรื่องโดนกุดหัวดิวะ!!!

“ถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด”

โห เสด็จป๊า ท่านแม่งโคตรไม่แฟร์ รักลูกไม่เท่ากันเห็นๆเลย ทำไมทีไอ้โจไม่ไล่มันไปบ้างอ่ะ!

“เจ้าไปประจำอยู่ชายแดนกับอู๋อ๋องก็ดีแล้ว เจ้าคงได้ใช้ความสามารถทางการแพทย์ของเจ้าที่นั่น อย่าลืมว่าเจ้าก็เป็นองค์ชายคนหนึ่งเช่นกัน สิ่งใดที่ทำเพื่อพสกนิกรได้ก็ไม่ควรละเลย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

กว่าขุนนางแต่ละคนจะทูลกล่าวเรื่องราวต่อองค์จักรพรรดิเสร็จสิ้นก็เป็นยามอู่(11.00-12:59น.)เสียแล้ว เด็กหนุ่มรีบสาวเท้าเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ดีนัก

“หมิงเอ๋อร์เหตุใดเจ้าจึงทำสีหน้าเช่นนั้น มีใครรังแกเจ้าหรือ” คนไม่รู้จักส่งเสียงเรียกก่อนเข้าใกล้ช่างทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย เว่ยเหวินหลงเดินเข้าประชิดตัวลี่หมิง โชคยังดีเด็กหนุ่มเรียนรู้แล้วที่จะไม่เตะคนซี้ซั้วเป็นครั้งที่สอง

พ่อท่านนั่นแหละ พ่อท่านนั่นแหละรังแกข้า! ยังจะมีหน้ามาถามอีก แล้วดันมีพ่อคนเดียวกันจะด่าพ่อใครก็เข้าตัวไม่ต่างกันเลย!!

“ขอเสด็จพี่อย่าเป็นกังวลไป ข้าเพียงมองเห็นนภาโปร่งนัก จึงนึกอยากออกไปเดินตลาดอีกครั้ง” แน่นอนว่าลี่หมิงตั้งใจจะออกไปตามหาไอโฟนเจ้ากรรม เด็กหนุ่มแอบหวังให้ยังไม่มีไอ้บ้าหน้าไหนเก็บมันไปซะก่อน

...ไอ้คนบ้าที่แอบเก็บไปซุกไว้ก็อยู่แค่ตรงหน้านี่เอง

“พี่รู้ว่าเจ้าคงเสียใจที่ต้องไปจากเมืองหลวงในอีกไม่กี่วัน เจ้าคงติดใจเสี่ยวหลงเปาเมื่อวานสินะ แต่น่าเสียดายเหลือเกินวันนี้พี่ติดธุระเร่งด่วนไม่สามารถออกไปเป็นเพื่อนเจ้าได้ เช่นนั้นพี่จะขอให้คนอื่นช่วยออกไปเป็นเพื่อนเจ้าแทนแล้วกัน”

ไอ้คนมั่วนิ่ม ข้าจะออกไปตามหาไอโฟน ไม่ได้อยากกินเสี่ยวหลงเปา! ข้าออกไปคนเดียวได้สบายมากตลาดเล็กนิดเดียวเดินง่ายกว่าเซ็นทรัลเวิลด์อีก! ส่วนท่านก็อยู่นิ่งๆไป อย่าหาใครมาเกะกะข้า!!

ยังไม่ทันได้เอ่ยคำขัดใดๆ เสด็จพี่ผู้วอนโดนตีนอีกสักรอบดึงมือเด็กหนุ่มจูงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังวงเสวนาของรองแม่ทัพหม่าและเหล่าขุนพล

“คารวะองค์รัชทายาท คารวะเยว่อ๋อง” องค์ชายแปดเว่ยเหอโจวยืนพิงกำแพงกลมกลืนประหนึ่งจิ้งจกเอาแต่จ้องมองลี่หมิงไม่วางตา ไม่สนใจเอ่ยคำเคารพใดๆต่อพระเชษฐาของตนดังเช่นผู้อื่น

“เงยหน้าเถิดขุนพลทั้งหลาย เทียนฟงหากหลังจากนี้เจ้าไม่ติดธุระสำคัญอันใด ข้าต้องการให้เจ้ากับเหอโจวช่วยพาหมิงเอ๋อร์ออกไปเดินตลาดแทนข้าที หมิงเอ๋อร์ยังไม่ชำนาญเส้นทางนักคงต้องขอให้พวกเจ้าช่วยดูแลเขาด้วย”

“ด้วยความยินดีพ่ะย่ะค่ะ ข้าและองค์ชายเหอโจวมีนัดพบกับหลิงอ๋องที่โรงเตี๊ยมในตลาดอยู่พอดี ไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อยพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายแปดไม่เอ่ยคำพูดใดแม้สหายจะตอบรับคำขอโดยไม่ปรึกษาตน ซ้ำยังปล่อยให้เทียนฟงลอบส่งสายตาเจ้าชู้ขี้เล่นใส่ลี่หมิงจนเด็กหนุ่มต้องยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ข้างองค์รัชทายาท

“เช่นนั้นข้าฝากด้วย” ลี่หมิงเบ้หน้าได้ออกไปกับไอ้โจมันก็ดีแหละ แต่ไอ้คนข้างๆนี่ไม่น่าไว้ใจเลยโว้ย!

รองแม่ทัพหม่าเทียนฟงเป็นบุตรชายคนโตของแม่ทัพหม่าเทียนซื่อ ในความทรงจำที่เห็นนั้นเสวี่ยหมิงเองแม้รู้จักแต่ก็ไม่ได้สนิทสนมเป็นการพิเศษกับทางฝั่งแม่ทัพ หม่าเทียนซื่อเป็นคนจริงจังเคร่งครัดในทุกสิ่ง แต่บุตรชายคนเดียวสานต่อเจตนารมณ์ไปเพียงด้านการรบราฆ่าฟันเท่านั้น อย่างอื่นหาได้มีแก่นสารในชีวิตไม่

สมแล้วที่เป็นพระสหายสนิทขององค์ชายแปด เหลวไหลไม่แคร์สื่อด้วยกันทั้งคู่ เมื่อวานออกไปกับคนขี้ตืดจนทำของหาย พอจะไปหายังต้องไปกับพวกสตางค์มีแต่สติไม่เต็มอีก เอาวะ อย่างน้อยจะได้หาโอกาสคุยกับไอ้โจให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย ยังไงเวลาที่เหลือในเมืองหลวงก็น้อยเต็มทีแล้ว

เมื่อฝากฝังให้หม่าเทียนฟงคอยดูแลลี่หมิงพร้อมกำชับว่าอย่าให้มดไต่ไรตอมได้แม้เพียงน้อยนิด องค์รัชทายาทจึงขอตัวออกไปทำธุระทิ้งลี่หมิงให้ยืนนิ่งอยู่กับสองคนเพี้ยนแห่งยุค

ออกจากรั้ววังไม่นานเดินสักพักก็เข้าสู่บริเวณตลาด เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆข้อมือของตนถูกมือคีมของใครอีกคนเข้ามาล็อคไว้แน่น

“รองแม่ทัพหม่า ท่านไม่ต้องปฏิบัติตามที่องค์รัชทายาทสั่งอย่างเคร่งครัดนักหรอก” ถ้าไม่ใช่ว่าข้าเคยพลั้งพลาดถีบพระเชษฐาไปรอบนึงจนรู้จักยับยั้งตัวเองได้ ข้าคงทุ่มเจ้าลงพื้นต่อด้วยเหยียบซ้ำสักทีสองทีไปแล้ว!

“เยว่อ๋อง ท่านไม่เคยมาเดินตลาด ท่านไม่รู้หรอกว่าในแต่ละปีมีเด็กพลัดหลงมากถึงเพียงใด ข้าไม่อยากกลับไปชายแดนแบบไร้หัวตัวสะบั้นเพราะทำท่านหลงหายไปในตลาดวันนี้หรอก” คนกะล่อนปลิ้นปล้อนโต้ตอบด้วยใบหน้าเสแสร้งแกล้งทำเป็นกลัวพระอาญา

หม่าเทียนฟง ไอ้คนนิสัยไม่ดี ข้าไม่ใช่เด็ก! ต่อให้หลงไปรังโจรข้าก็จะหาทางกลับวังเองให้ได้ไม่ต้องรอให้เจ้ามาช่วย!! เที่ยวอยากมาแต๊ะอั๋งคนอื่นแล้วพูดแถไปเรื่อย คอยดู กลับถึงวังเมื่อไรข้าจะฟ้ององค์รัชทายาท จำไว้เลย!!!

พูดดีแล้วคนไม่ฟังคงต้องพูดด้วยกำลัง ใช่ว่าภพนี้ดันมีร่างผอมบางแล้วจะต้องยอมใครต่อใครอยู่ร่ำไป ลี่หมิงเพียงหมุนพลิกข้อมือก็สะบัดหลุดจากเจ้าคนกล้ามปูได้โดยง่าย เด็กหนุ่มรีบเดินไปอยู่ด้านหลังองค์ชายแปดโดยไม่สนใจสีหน้าตะลึงงงงันของคนตระกูลหม่า

เว่ยเหอโจวเดินเนิบนาบมองร้านรวงข้างทางยังคงมีสีหน้าเบื่อหน่ายอันเป็นเอกลักษณ์เช่นเคย เป็นโชคดีของลี่หมิง หม่าเทียนฟงยืนงุนงงอยู่ชั่วครู่ก็หาเป้าหมายใหม่ได้เป็นแม่นางคนงามที่เดินสวนมา เมื่อได้อยู่กับองค์ชายแปดเพียงสองคน เด็กหนุ่มจึงรีบเริ่มต้นแผนการณ์ซักถามอีกฝ่ายทันที

ได้โอกาสแล้วโว้ย! หม่าเทียนฟงเอ็งไปจีบหญิงไกลๆเลยเดินตกน้ำไปได้ยิ่งดี!

“โจ” ลี่หมิงแสร้งเนียนเอ่ยเรียกชื่อของเพื่อนสนิทออกมาขณะทำทีเป็นสนใจเลือกดูเสื้อผ้า

หันมาดิวะ! เอาใหม่ๆ

“ไอ้โจ” ลี่หมิงเพิ่มระดับเสียงขึ้นอีก

ยัง ยังไม่หันมาอีก

“ไอ้โจโว้ยย!”

เฮ้ย หันมาแล้ว!!

ความพยายามประสบผลสำเร็จ คนถูกเรียกค่อยๆหันหน้ามาหาอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีอ่อนไร้ประกายแห่งความตื่นเต้นยินดีใดๆ

“ไอ้โจนี่ข้าเอง ลี่หมิงหลานอาม่า บ้านอยู่ซอยเก้า” เด็กหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูขององค์ชายแปดเหอโจว ลี่หมิงดีใจจนหัวใจแทบออกมาโลดแล่น อย่างน้อยถ้ามีไอ้โจอยู่ที่นี่ด้วยชีวิตคงไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป

เว่ยเหอโจวนั้นในยามปกติมักไม่เผยสีหน้าอื่นใดแต่ครานี้กลับเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมเบิกตากว้าง มุมปากกระตุกเผยรอยยิ้มชวนขนลุก

“หืม บ้านอยู่ซอยเก้า…”



*ฮู่ป่าน - แท่งไม้ใช้ว่าราชการของเหล่าขุนนางที่เปรียบได้กับสมุดจดบันทึกเวลาเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ วัตถุที่ใช้ทำจะแตกต่างกันไปตามฐานะของขุนนาง


แนะนำตัวละครใหม่

องค์ชายแปด/เว่ยเหอโจว


รองแม่ทัพหม่า/หม่าเทียนฟง




Talk กลางตลาด

ตอนสี่มาแล้วค่าา ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นนะคะ นั่งอ่านเม้นเพลินเลย  ตอนนี้มีตัวละครใหม่มาเพิ่มเป็นองค์ชายแปดเว่ยเหอโจว กับรองแม่ทัพหม่าเทียนฟง

มีใครเริ่มเกลียดขี้หน้าหรือชอบตัวละครไหนเป็นพิเศษไหมคะ

ส่วนตัวไรท์ชอบรัชทายาทมาก แต่รักคนอ่านมากกว่าน้าา ^^
แวะเวียนมาคุยมาเม้นต์กันได้นะค้าาาา ^o^

ซังหวงตี้

12/03/17 (แก้คำผิดครั้งที่1)

ความคิดเห็น