ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2560 12:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 7
แบบอักษร

7

       “จะยุ่งยากทำไมวะเนี่ย” บ่นครับ ผมนี่แหละที่บ่น ก็เพราะไอ้เม่นบังคับให้ผมมาส่งมันที่มหาลัยแถมให้ผมขับรถมันอีก รถแพงแบบนี้หากผมเอาไปทิ่ม ไปตำแล้วไม่มีปัญญาใช้คืนหรอกนะ แต่เจ้าของรถก็ไม่ยอมเข้าใจ มันยังดึงดันจะให้ผมมาส่ง ทั้งๆ ที่ผมก็มีเรียน รถก็มีคนละคัน แยกกันไปก็จบ

       “เดี๋ยวผมเลิกแล้ว ผมจะให้เพื่อนไปส่งเอง พี่จะได้ไม่ต้องมารับ” ไอ้เม่นมันว่า มือก็เปิดประตูรถออกไป “อ่อ พี่อยากกินอะไร เดี๋ยวผมซื้อเข้าไป” 

     “อะไรก็ได้ที่อร่อย” บอกนิ่งๆ ตาก็คอยสอดส่องกลัวเพื่อนผมจะมาเห็น ไอ้กลอยแม่งเซ้นส์แรงอยู่ด้วย 

      “งั้นซื้อของง่ายๆ ก็ได้เนาะ” 

      “เออๆ” 

       ไอ้เม่นลงไปแล้วผมก็รีบตบไฟเลี้ยวออกรถ จังหวะที่ชะลอเห็นฟีโน่คุ้นตากับคนขี่ที่สวมหมวกสีส้ม ไอ้เชี่ยกลอยมาแล้ว ดูมันก็มองๆ รถคันนี้เหมือนกัน ดีที่ติดฟิล์มดำ พอรถออกได้ ผมก็รีบเหยียบ ไม่ใช่ไม่อยากบอกเพื่อน แต่ผมกับไอ้เม่นมันยังไม่มีอะไร หากคุยกับไอ้กลอย มันต้องพยายามทำให้มีอะไรจนได้ 

       การจราจรติดขัดพอสมควรกว่าผมจะถึงมหาลัย พวกสาวๆ ต่างเหล่ตามองเมื่อเห็นผมมาเร็ว ไอ้ม่านก็เป็นนักศึกษาดีเด่นได้เหมือนกันนะครับ แค่ไม่เปิดเผยก็เท่านั้นเอง 

     นั่งหลับรออยู่นานกว่าพวกไอ้เจจะมา และก็ได้เห็นสายตาแปลกใจเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ มอง นี่ผมไม่มีดีในสายตาเพื่อนเลยใช่ไหม น้อยใจว่ะ 

    “ฝนท่าจะตก ไอ้เชี่ยมู่มาเร็ว” ไอ้เกมส์เอาชีทที่มันถือตีหัวผม

    “ทำไมกูไม่เห็นรถมึงวะ” ไอ้เจเปิดประเด็นทำให้อีกสามจ้องกดดันผมต่อ

    “กูก็ขับรถมาเหอะ” ทำเป็นคนสนใจชีทวิชาที่ได้จากคนที่ตีหัวตัวเอง แต่ถูกไอ้มีนดึงออกไปซะงั้น 

    “รถแปลกที่จอดในลานคณะ ของมึงเหรอ?” เหล่ตามองไอ้คนดึงชีทผมไป “ไม่ต้องมามอง ตอบกูมา” ไอ้พวกนี้หูตาไวซะจริง แม่งจำรถทุกคันในลานได้

     “ไม่ใช่ของกู” ปิดบังไปก็แค่นั้น เพื่อนผมจมูกหมา ได้กลิ่นไวอย่างกับล็อตไวเลอร์ 

    “ไม่ใช่ของมึง งั้นของไอ้เด็กเม่นเหรอวะ” พยักหน้ารับคำถามของไอ้เจ “ไอ้มู่ มึงเอาแน่เหรอวะ” 

    “เอาแน่อะไรของมึง” ไอ้เจโคตรพูดกำกวมว่ะ เอาเอิ้วอะไร

    “เด็กนั่น มึงคิดจะคบกับมันเหรอวะ” เงียบ ตอนนี้ผมไม่มีคำตอบใดๆ ให้กับเพื่อนตัวเอง เพราะผมก็กำลังคิดหาคำตอบนี้ให้กับตัวเองอยู่เหมือนกัน 

     “หรือมันอยากลองของแปลกวะ” เหตุผลของไอ้เกมส์ทำให้ผมรีบหันไปมอง “มึงคิดดู ถ้าไอ้เด็กนั่นมันจะชอบผู้ชายขึ้นมาจริงๆ มันควรไปหาคนน่ารักๆ ขาว ตี๋ ปากแดง แก้มหอมไม่ใช่เหรอวะ แล้วดูไอ้นี่...” แล้วสายตาสี่คู่ของเพื่อนก็หันขวบมามองหน้าผม  

     “ไอ้เชี่ยเกมส์!” ตะโกนด่าสุดเสียงจนคนในห้องหันมาสนใจ แต่ไอ้คนโดนด่าไม่แคร์เพราะมัวแต่หัวเราะงอหงายอยู่ “อย่างกูเรียกหล่อเหอะ” 

    “หน้าอย่างมึงหล่อ ก็ไม่มีใครขี้เหล่ละเพื่อนมู่” โดนอีแน่วพูดเหน็บ เจ็บไปจนถึงเส้นเลือดฝอย

     “กูขอแนะนำ ถ้ามึงจะคบไอ้เด็กนั่น มึงก็อย่าใจง่ายเอาเวอร์จิ้นให้ล่ะ เผื่อคบไปนานๆ แม่งท่าแท้ออก มึงจะได้เก็บไว้ให้ผัวคนต่อไป” ไอ้เหี้ย ผมไม่เอาแต่ด่าเหมือนเมื่อกี้ แต่วิ่งไล่เตะไอ้เกมส์ที่ปากวอนโดนกระทืบตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว  

      ตั้งแต่รู้จักพวกมันมา ผมถูกตราหน้าว่าต้องมีผัว นี่ผมก็ชอบผู้หญิงนะเว้ย  

     คาบเรียนที่แสนง่วงแต่ก็นอนไม่ได้เพราะกลัวปากกาบิน แทบนับเข็มนาฬิกาเพื่อรอให้หมดเวลาเรียน โคตรง่วง กว่าอาจารย์จะเข้าเนื้อหาก็ต้องทนฟังการบ่นเป็นชั่วโมง เป็นอะไรที่น่าเบื่อมากสำหรับผม 

     ช่วงเวลาที่แสนน่าเบื่อกลับมาคึกครื้นได้เมื่ออาจารย์บอกพอแค่นี้ก่อน ความง่วงที่มีมาหายเป็นปลิดทิ้ง ผมยืดเส้นยืดสายบิดเอาความขี้เกียจออกจากตัว  

     “แดกข้าวแล้วประชุมนะพวกมึง” เสียงกำชับพร้อมการมองแรงจากประธานรุ่นส่งตรงมาถึงกลุ่มของผม พวกผมก็ได้แต่พยักหน้ารับส่งๆ ไม่อยากมีเรื่อง เพราะความสบายจะหายไปหากมีปัญหากับประธานรุ่น แต่ก่อนร่างโปร่งของมันจะเดินไป มิวายทำให้ผมแทบตกเก้าอี้ “ไอ้เชี่ยมู่ เด็กมึงหล่อมาก” กำลังอ้าปากหาวอยู่ดีๆ เกือบงับลิ้นคิดดู 

     “เด็กกูเหี้ยไร” ไอ้ประธานรุ่นมันยิ้มกวนจนอยากตบหัว ถ้าไม่ติดตรงที่มันเป็นนักกีฬาเทควันโดของมหาลัยน่ะนะ 

     “แหม รูปมึงกับเด็กแพร่ในเว็บเยอะจะตาย” ขมวดคิ้วกระพริบตามองอย่างงงๆ รูปผมกับไอ้เม่นเนี่ยนะ ตอนไหนวะ “รูปตอนวันแข่งบอลนัดชิงไง” แล้วมันก็เฉลยให้ผมคลายสงสัย 

    “รูปเชี่ยไรวะ ทำไมกูไม่เห็น” เกาหัวสิ ถึงแม้ปกติจะไม่เข้าเว็บมหาลัยก็เถอะ แต่เพื่อนผมมันต้องเข้าบ้าง หากมีจริงพวกมันคงถล่มผมแล้วสิ 

     “ไม่เห็นก็เข้าไปดูซะ หึๆ” ไอ้ประธานรุ่นมันตบบ่าผมแล้วเดินออกห้องไป ทิ้งเสียงหัวเราะแปลกๆ ไว้ให้ผมกังวล

     ผมหันมองเพื่อนตัวเองที่ทำหน้าตานิ่งดูเหมือนไม่รู้ไม่เห็น จนต้องเอามือถือออกมาดูเอง เว็บมหาลัยเหรอวะ ระหว่างผมกดๆ เลื่อนๆ อีแน่วก็รีบยื่นหัวยื่นหน้ามาดูด้วย...

     “เหี้ย” ปล่อยสัตว์เลื้อยคลานทันทีที่เห็นกระทู้รูป ใครเป็นคนเขียนชื่อกระทู้เนี่ย 

    “คู่จิ้นดีต่อใจวันฟุตบอลนัดชิง เชี่ย ชื่อโคตรเลี่ยนอะ” อีแน่วมันอ่านออกเสียงก่อนหันไปอ้วก ก่อนจะหันมาดูต่อ ในกระทู้มีรูปผู้ชายมากมายหลายคณะที่ส่วนมากจะถูกถ่ายเป็นคู่ เท่าที่เลื่อนดู เกินครึ่งเป็นรูปผมกับไอ้เม่น ปาปารัสซี่เลยทีเดียว “ไอ้มู่ รูปนี้มึงโคตรน่ารักว่ะ” เสียงเพื่อนสาวทำให้กลับมาสนใจรูปต่อ 

     “ไหนวะ” กระพริบตามองรูปที่เพื่อนชี้ “นี่มัน...” รูปที่ผมยืนหันหลังกลั้นยิ้มไอ้เม่นตอนไปง้อมันนี่หว่า เพิ่งเห็นหน้าตัวเองว่ายิ้มกว้างแค่ไหน ผมจำได้ว่ากลั้นยิ้มนะ ไม่ได้ยิ้มออกมา แล้วไหงมันเป็นรูปที่ผมยิ้มได้

     “ดูสายตาเด็กนี่สิ เป็นกูละลายไปแล้ว” 

     “อย่าชงๆ” รีบเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง อีแน่วทำหน้าตาล้อเลียน ต่างจากพวกไอ้เจที่ยังนิ่งเงียบไม่เหมือนนิสัยพวกมันที่ผ่านมา “พวกมันเป็นอะไรวะ” แอบกระซิบถาม แน่วเหยียดยิ้มออกมาแล้วกระซิบกลับ

    “พวกมันกำลังเครียดเรื่องห้องเชียร์วันสุดท้ายไง” 

   “แล้วมึงไม่เครียดเหรอวะ” เพราะแน่วมันก็เป็นพี่ระเบียบคนหนึ่ง 

   “ไม่ว่ะ กูแค่กองหลัง ปล่อยให้กองหน้าคิดไป กูสบาย เริ่ดจะตาย” 

    ตามสบายเพื่อน เอาที่คิดว่าทำแล้วสบาย 

      โรงอาหารที่แสนวุ่นวายเช่นทุกวัน พวกผมเลือกกินข้าวง่ายๆ เพื่อจะให้ไปทันการประชุม จบมื้อเที่ยงแสนเร่งรีบ ผมพยายามทำตัวปกติไม่สนใจ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะเหล่ตามองขณะยกน้ำขึ้นดื่ม รู้สึกไม่ชินกับการเป็นเป้าสายตาของผู้อื่น แม้กลุ่มเพื่อนของผมจะเป็นชายงามจนคนมองเหลียวหลัง แต่คราวนี้ต่างออกไปเมื่อทุกสายตามองมาที่ผมตรงๆ เอาซะความมั่นใจหดหายไปเลย 

      ผมเดินตามเพื่อนมาถึงห้องที่ประธานรุ่นนัด บรรดาปีสามหลายสาขามานั่งคุยกันจนเสียงดังฟังไม่ได้ศัพท์ ยังมีน้องปีสองกับพี่ปีสี่เริ่มมาบ้างประปราย ไอ้เจพากลุ่มพี่ว๊ากแยกไปรวมกับกลุ่มพี่ว๊ากปีอื่นๆ ตอนนี้เลยเหลือแค่ผมที่ยืนเคว้งคว้างกลางห้องอย่างเปล่าเปลี่ยว 

    “ม่าน มานั่งตรงนี่สิ” เสียงใสประดุจแก้วเอ่ยเรียกพร้อมกวักมือ ผมรีบหันไปยิ้มหวานให้ปุย สาวสวยคนละสาขาที่เรียกผม เห็นไหม เสน่ห์ไอ้ม่านก็มีนะครับ อ้อ หากเป็นเพื่อนต่างสาขาของผม จะเรียกชื่อม่านกันหมด จะมีก็แต่เพื่อนสาขาเดียวกันกับรุ่นพี่บางคนที่ยังเรียกผมว่ามู่ลี่ หรือสั้นๆ ว่ามู่นั่นแหละครับ  

    “ขอบใจนะ” เก๊กเสียงหล่อนิดๆ แล้วเดินไปนั่ง พอก้นแตะเก้าอี้ปุ๊บก็ถูกสาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลังทันที “เอ่อ อะไรกันเหรอ” รู้สึกเหมือนเป็นอาหารปลาที่แตะผิวน้ำแล้วปลาตัวเล็กๆ พากันตอด ผมกลืนน้ำลายเมื่อรู้สึกถึงพลังในสายตาบางอย่างของสาวๆ ที่จ้องมอง 

    “คือ...” แค่คือมาเหงื่อผมก็เริ่มแตกแล้วครับ ตัดสินใจผิดใช่ไหม ที่มานั่งตรงนี้ “พวกเราชอบแล้วอยากรู้จักน้องคนนี้ ม่านพามาหน่อยได้ไหม” ปุยยื่นมือถือที่มีรูปไอ้เม่นยิ้มตาหยีมาให้ผมดู 

     “เอ่อ ปุยชอบมันเหรอ” ถามออกไปทั้งที่ตายังมองรูป แต่พอเงยหน้าขึ้นก็ต้องผงะเมื่อเจอสายตาจ้องมองพร้อมรอยยิ้มกริ่ม “มะ มองอะไรเหรอ”

     “ม่านไม่ต้องหึงนะ พวกเราแค่ปลื้มเฉยๆ เขาน่ารักมากเลย” 

    “เฮ้ย เราไม่ได้หึง” รีบยกมือโบกปัดทันที 

     “ม่านล่ะก็ ไม่ต้องเขินหรอกน่า อีกอย่างพวกเราแค่ปลื้มเฉยๆ น้องเขาหล่อมากเลย” ปุยยังคงทำหน้าตาน่ารักเพ้อฝันถึงไอ้เด็กในรูป รวมถึงเพื่อนๆ ของเธอด้วย “ถ้าม่านพาน้องเขามาวันไหน บอกเราด้วยนะ” 

     “เอ่อ...” ไปไม่เป็นเลยไอ้ม่าน “ถ้ามันมานะ” สุดท้ายก็แพ้ทางคนสวยจนได้  

     เมื่อทุกคนได้คำตอบที่พอใจแล้ว ก็หันไปรวมกลุ่มคุยจนผมเข้าหาไม่ถึง นี่ให้ผมมานั่งด้วยเพราะอยากเจอไอ้เม่นแค่นั้นน่ะเหรอ รู้สึกเหมือนถูกถีบหัวส่งหลังจากใช้งานเสร็จยังไงพิกล 

    พอคนเริ่มเข้ามากันเกือบครบ ประธานรุ่นปีสามก็เริ่มเปิดหัวข้อการประชุม หลักๆ ก็เรื่องรับน้องส่งท้ายก่อนจะปิดห้องเชียร์ ผมขยับมานั่งข้างไอ้จ๊อดแทน ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะไม่ค่อยมีส่วนเกี่ยวข้องอะไร หน้าที่หลักๆ ก็แค่ดูรุ่นน้องแค่นั้น 

     “ปีนี้เราก็ยังจัดที่เดิมนะ ปีสองไปจัดให้เรียบร้อย” พี่อินปีสี่พูดออกมาทำให้ผมเงยหน้าขึ้นฟัง เกือบหลับไปแล้วด้วยผมน่ะ “ปีสามก็หาของให้ดี อย่าลืมเหมือนปีที่แล้ว” 

     “อีอิน ถ้ามึงจะมองแบบนั้น ด่ากูมาเลย” พี่ก้อยปีสี่แหวออกมา พี่เขาเป็นคนหาของเมื่อปีที่แล้วครับ ของขาดๆ เกินๆ โคตรชุลมุน 

    “ว่าแต่ เกี่ยวข้าวกันเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอวะ” พี่ปีสี่อีกคนถามขึ้นมา ซึ่งพี่อินพยักหน้าตอบ 

     “เออ แต่กูบอกไว้แล้วว่าให้เหลือให้ปีหนึ่งด้วย” 

      การรับน้องส่งท้ายจะเป็นการแจกรุ่นด้วยครับ หากจะให้รับในมหาลัยคงไม่สะดวกเท่าไหร่ ดังนั้นทุกปีของการปิดห้องเชียร์ จะต้องมาจบที่ท้องนาของคณะ

     “ปีนี้มีอะไรต่างจากปีอื่นไหมวะ” ผมกระดึ๊บๆ ไปถามไอ้เจที่มันเขียนแผนการยิกๆ มันหันมามองแล้วส่ายหน้าตอบ

     “มันก็เหมือนๆ กันทุกปีนั่นแหละ” ไอ้มีนที่ยืนข้างๆ พูดขึ้นมาแทน “หรือมึงมีอะไรจะเสนอ” 

     “ไม่มีๆ” รีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน เสียงไอ้มีนดังแหวกความเงียบของคนใช้ความคิดทั้งห้อง พวกปีสี่และคนอื่นๆ หันมามองหน้าผมกันหมด “ไม่มี” หันไปย้ำกับคนทั้งห้องก่อนเล่นงานเพื่อนตัวเองที่มันขำเยาะ ชอบนักทำให้ผมขายหน้าเนี่ย

     เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น ทุกคนก็เริ่มทยอยออกจากห้อง ผมนั่งรอพวกไอ้เจที่ยังคุยเรื่องรับน้อง ดูไอ้เฮดว๊ากมันจะเครียดหนักเอาการ อีกทั้งกีฬาเฟรชชี่ก็กำลังจะปิดลง งานเยอะจริงๆ (หมายถึงไอ้เจนะ ไม่ใช่ผม) 

     “ข้าวเหลือฝั่งไหนวะ” ไอ้เกมส์เอ่ยถามพวกที่เหลือในห้อง 

     “แปลงฝั่งขวาว่ะ พวกกูจัดให้แบบน่ารักๆ” กลุ่มสาขาที่ไปเกี่ยวข้าวในนาตอบ จากสายตาและน้ำเสียง มันไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน 

     “น่ารักเชี่ยอะไรล่ะ” ผมสบถออกมา “กูไม่มีวันลืม ไอ้แปลงฝั่งขวาเนี่ย” นึกแล้วก็สยองขนลุกขอพองสุดๆ จำฝังใจไม่มีวันลืมกับการถูกรับน้องในนาฝั่งขวาสมัยผมอยู่ปีหนึ่ง เรียกง่ายๆ นรกในนานั่นเอง 

      “นั่นแหละ พวกกูก็จะทำให้น้องจำไม่มีวันลืมแบบมึง” มองหน้าพวกมันแล้วกลัวแทนปีหนึ่งเลยครับ “แล้วตอนค่ำล่ะวะ” 

     “พวกกูให้อีเป้จัดการแล้ว” ไอ้เจตอบ มือมันเก็บสมุดใส่กระเป๋าเตรียมออกจากห้อง 

     “กูว่าปีหนึ่งปีนี้ต้องมีน้ำตาแน่นอนว่ะ” ผมว่าอย่างมั่นใจ

     “ซึ้งใช่ไหม” ไอ้มีนถามออกมา

      “คัน” พูดแล้วก็หัวเราะออกมากับไอ้มีนลูกคู่ ผมแตะมือเพื่อนที่ตอบรับมุกอย่างเข้าขาเพียงแค่มองตามันเฉยๆ แต่ความเฮฮาจะถูกขัดจากพวกไร้มุก 

      “ไปเล่นนอกห้องไปพวกมึงสองคน” โดนไอ้เกมส์ตบหัวคนละที นี่ผมทำผิดอะไรเนี่ย

        ออกมาจากห้อง ผมเดินกอดคอไอ้เกมส์ ไม่สิ กอดไหล่มากกว่าเพราะผมกอดคอมันลำบาก (มันสูงกว่าผม) คุยเฮฮากันไปเรื่อยจนมาหยุดหน้าตึก ม้าหินอ่อนหน้าคณะมีคนที่ทำให้ผมกลายเป็นอากาศในห้องเมื่อกี้ ไอ้เม่นไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวนะครับ รอบๆ ตัวมันมีแต่ผู้หญิงคณะของผม ขนาดปุยยังไปนั่งคุยด้วย ไอ้นี่ฮอตไม่เบา  

      “เด็กมึงโดนสาวรุมว่ะ” ไอ้เกมส์พูดข้างหู 

      “ไม่ใช่เด็กกูไอ้ห่าเกมส์” ตอบเพื่อน แต่ตาก็มองไอ้เด็กเม่นที่ยิ้มตาหยีให้กับสาวๆ “สาวเยอะกว่าไอ้เจอีก” แอบพาดพิงเลยถูกมันตบหัว 

      “กูก็มีเว้ย รอกูสละตำแหน่งก่อน” ไอ้เจโว พวกผมเลยเดินหนี มันเลยโวยวายตามหลังมา 

     เพราะเสียงโวยวายของไอ้เจทำให้ไอ้ไข่แดง เอ้ย ไอ้เม่นหันมามอง พอเห็นผมปุ๊บ มันก็ลุกขึ้นโบกมือพร้อมรอยยิ้มประจำตัวให้ สาวรอบโต๊ะต่างจ้องหน้ามันด้วยความเพ้อฝัน 

     “พี่ม่าน” รอยยิ้มพิฆาตของมันทำให้สาวๆ ที่นั่งอยู่แทบกรี๊ด “พี่ม่านไปไหน รอผมด้วย พี่ครับ” ไอ้เม่นตะโกนเมื่อเห็นผมเดินหนี มันรีบวิ่งตามจนมายืนหอบหนักขวางหน้า “พี่จะไปไหน”  

     “ไปไหนวะ” ผมหันไปถามไอ้เกมส์ มันส่ายหน้าเหมือนระอาแล้วดันตัวผมไปชนกับไอ้เม่น 

      “ไปกับเด็กมึงไป” พูดจบเพื่อนผมก็เดินหนีไป ไอ้พวกเพื่อนชั่ว ทิ้งกันลงได้ยังไง 

        ส่วนผมจะเดินหนีอีกรอบกลับถูกคว้าแขนไว้ “อะไรของมึง” 

      “พี่จะไปไหน ผมเรียกตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นสนใจ” ไอ้เม่นยู่หน้าทำเหมือนเด็กไม่พอใจ 

      “ก็กลับไง” ตอบโดยการพยายามไม่มองหน้าของคนถาม สักหลังมานี้เวลามองหน้าไอ้เม่นทีไร มันจะรู้สึกแปลกๆ หัวใจจะเต้นผิดจังหวะเดิมแทบทุกครั้ง ผมก้าวขาจะเดินต่อ แต่ก็ยังถูกมันจับแขนไว้แน่น “อะไรของมึงเนี่ย” ผมไม่ได้เหวี่ยงกลบเกลื่อนนะ อย่าเข้าใจผิด

     “คือ ผมมีเรื่องจะบอก” ผมเหล่ตามองคนบอกมีอะไรจะคุย “คือ...ผมต้องกลับบ้าน” ไอ้เม่นมันว่า 

      “ก็ดี กลับบ้านซะบ้าง อยู่ห้องกูจนกูแทบเป็นคนอาศัย” พูดตามจริง หลายวันมานี้ผมถูกไอ้เม่นสั่งให้ทำนู้นทำนี่ตลอด  

     “ผมไม่อยากกลับ” สีหน้าและน้ำเสียงจริงจังจนผมต้องจ้องหน้ามันตรงๆ “บ้านที่มีผมคนเดียว ผมไม่อยากกลับ” 

     “อ่าว แล้วตากับยายมึงล่ะ” ผมจำได้ว่ามันอยู่กับตายายหลังจากพ่อแม่เสีย 

     “ตากับยายก็อยู่อีกหลัง ส่วนบ้านผมตอนนี้เหลือแค่ผมคนเดียว” 

     “เออๆ ช่างมันๆ แล้วกลับเดี๋ยวนี้เลยเหรอ” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องไม่อยากเห็นมันทำหน้าเศร้า ผมเป็นคนดีมากเห็นป่ะ

      “ครับ” ไอ้เม่นรับเบาๆ “พี่...ไปกับผมไหม” 

      “ไปกับมึง? ไปทำไมเล่า” ผมตอบปุ๊บ คนชวนก็เม้มปากแน่น “ไว้วันหลังค่อยไป วันนี้กูมีรายงานต้องทำส่ง” พอเห็นมันหน้าเศร้าลงไปอีก ผมก็รีบหาเหตุผลที่น่าจะฟังขึ้นมากที่สุดมารองรับ พูดเสร็จก็แทบอยากตบปากตัวเอง ทำไมถึงไม่ชอบเห็นหน้าเศร้าๆ ของมันก็ไม่รู้ 

     ไอ้เม่นได้ยินผมพูดแบบนั้น มันก็ยิ้มออกมา “สัญญาแล้วนะ” 

     “เออ” ตอบรับแบบรำคาญ 

      “งั้นเดี๋ยวผมไปส่งพี่ที่หอก่อน” คนเศร้ามีท่าทีดี๊ด๊าจนน่าหมั่นไส้ ไอ้เม่นมันก็ดึงแขนผมลากผมไปที่รถของมันจนผมต้องรีบเบรกตัวเอง

     “เดี๋ยวๆ ไม่ต้องโว้ย กูกลับเองได้” ว่าแล้วก็ยัดกุญแจรถใส่มือมัน “นี่รถมึง รีบๆ กลับไปไป๊ เบื่อหน้ามึงเต็มทน” 

    “พูดแบบนี้จ้องหน้าผมบ่อยล่ะสิ” ไอ้เม่นทำตาเยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้ ผมเลยแจกนิ้วกลางให้มันไป “หึๆ พี่ห้ามหลับเร็วนะ โทรศัพท์ก็ชาร์ตไว้ให้เต็ม คืนนี้ผมจะโทรหา” 

    “มึงกล้าสั่งกูเหรอ” ถึงจะด่า แต่ผมกลับยิ้มออกมาเฉย “ไปๆ”

    “แล้วพี่กลับยังไง” 

     “เหาะมั้งไอ้ห่า ไม่น่าถาม”

     “กวนตีนว่ะ...แต่ผมก็ชอบนะ” ผมไล่เตะไอ้เม่นรอบรถ มันหัวเราะเหมือนจะลืมความเศร้าเมื่อกี้ไปจนหมด กว่าจะหยุดวิ่งก็ตอนที่ผมเหนื่อยนี่แหละ “พี่อย่าลืมนะ เดี๋ยวผมโทรหา”

     “จะโทรทำไมเล่า”

     “คิดถึง”

       ไม่มีคำตอบใดๆ ให้คำบอกเล่านี้ ผมหันหลังเดินหนีทันที ไม่สนเสียงตะโกนบ้าบอของไอ้เด็กต่างมหาลัย ไม่ ผมต้องไม่ยิ้ม ผมต้องไม่เป็นบ้าคนเดียว หยุดยิ้มได้แล้วไอ้ม่าน 

      ผมกุมแก้มตัวเองเดินมาตามทาง รถคัมรี่ของไอ้เม่นขับมาชะลอ พร้อมกระจกด้านข้างคนขับถูกลดลง ไอ้เม่นนั่งประจำที่คนขับโบกมือส่งยิ้มหวานมาให้เป็นการบอกลาส่งท้าย ผมถลึงตาใส่แต่มันกลับหัวเราะ หนอย ก่อนไปยังมาอ่อยให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะอีก แม้งเอ้ย ผมยกเท้าตามหลังรถคันนั้นไป ก่อนจะเดินเตะนั่นเตะนี่ไปเรื่อยๆ มือก็ยกตบแก้มตัวเอง ดีที่ไม่มีใครเดินสวนทาง ไม่อย่างนั้นเขาคงว่าผมบ้าแน่ที่ยิ้มคนเดียว

       “ไอ้ม่าน” เสียงตะโกนเรียกมาพร้อมรถที่ชะลอข้างผม ตอนแรกคิดว่าเป็นไอ้เม่นวนรถกลับมา แต่สีรถกับยี่ห้อไม่ใช่ “มาเดินห่าอะไรแถวนี้วะ” 

     “โหพี่ นี่คือคำทักเหรอวะ” ผมเดินหน้าบึ้งไปยืนข้างรถที่จอดนิ่ง คนทักหัวเราะอย่างคนอารมณ์ดี 

    “มึงหยุดทำหน้างอเหมือนเพื่อนมึงเลย กูขนลุกสัด” พี่แทมทำหน้าแขยง คงขยาดไอ้กลอยทำให้ซวยหลายรอบแน่ “จะไปไหนวะ” 

      “กลับหอครับ พี่แทมล่ะ มาเรียนเหรอ” ถามคนที่อ้าปากหาววอดๆ ดูเหมือนต้องถามว่ามานอนหรือเปล่ามากกว่า

      “มาส่งรายงาน ใช้ไอ้เชี่ยซันแม่งไม่ยอมมา จะกลับเหรอ ขึ้นมาๆ เดี๋ยวกูไปส่ง” โชคดีของไอ้ม่านจริงๆ ที่ไม่ต้องเสียเงิน ผมรีบเปิดประตูเข้าไปนั่ง ก่อนพี่แทมจะออกรถต่อ “ทำไมมึงเดินกลับ รถมึงล่ะ” 

       “จอดที่หออะ” ขามาขับคัมรี่ ขากลับนั่งเบนซ์ บุญตูดเหลือเกิน 

       “เสียเหรอวะ ปกติกูเห็นมึงขับมาเรียน” พี่แทมพูดไป ตาก็มองถนนไป 

       “พี่สังเกตเหรอ คิดอะไรกับผมหรือเปล่าเนี่ย” แกล้งหยอกไปปุ๊บ เจอสายตาโหดปั๊บ

       “ถ้าตีนกูไม่ต้องเหยียบเบรกนะ กูเหยียบหน้ามึงแล้วไอ้ม่าน คิดมาได้” ผมกับพี่แทมไม่มีนอก มีในอะไรกันหรอกนะครับ อย่าคิดไปไกล “หิวว่ะ” 

      “เลี้ยงผมป่ะล่ะ เดี๋ยวไปกินเป็นเพื่อน” 

      “ของฟรีตลอดไอ้ห่า” แม้จะโดนด่า แต่พี่แทมก็เลี้ยงจริงๆ ครับ รถเบนซ์เลี้ยวเข้าห้างซุปเปอร์สโตร์ เป้าหมายคือร้านขายไก่ทอด พี่แทมสั่งไก่ทอดชุดใหญ่ กินสองคนจนเริ่มอืดและมองหน้ากันไปมา ผมยกมือไหว้ผู้มีพระคุณหลังกลืนไก่คำสุดท้ายลงคอ คนเลี้ยงทำหน้าเอือมๆ “เจอหน้ามึงทีไร กูเสียเงินทุกที”

      “นี่น้องนะ พี่อย่าคิดมากสิ” ตบบ่าพี่แทมไป 

       กินเสร็จ ก็พากันขึ้นไปซื้อของในห้างอีกหน่อย พี่แทมก็มาส่งผมที่หออย่างครบสมบูรณ์สามสิบสอง โบกมืออำลารุ่นพี่ร่วมสถาบันแล้วเดินขึ้นห้อง ไก่กรอบที่กินเริ่มอืดจนขี้เกียจก้าวขา ถ้าเลื้อยขึ้นได้ผมคงทำไปแล้ว 

       มาถึงห้อง เหวี่ยงข้าวของทุกอย่างลงพื้นพร้อมกับทิ้งตัวนอนบนเตียง อืม รู้สึกเตียงกว้างจริง ทั้งที่เมื่อก่อนรู้สึกว่ามันโคตรแคบ ผมพลิกตัวไปมา หยิบมือถือขึ้นมากดดู หน้าจอยังนิ่งเงียบไร้การเคลื่อนไหวใดๆ ลองเข้าโซเชี่ยลต่างๆ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจนอกจากไอ้กลอยแต่งรูปแฟนมันเป็นปีศาจ ไอ้นี่วอนโดนปีศาจกินหัว 

       กดมือถือเลื่อนไปเลื่อนมาก็ชักเบื่อ ว่าแต่ นี่ผมกำลังรออะไร รอไอ้เม่นโทรมาอย่างที่มันว่าเหรอ ไม่ใช่มั้ง แน่ล่ะ ผมจะรอมันทำไม มันไม่กวนนั่นแหละดีที่สุด...จริงไหม 

..........................................................

ค่อยๆ เต๊าะกันไปค่า ฮ่าๆ 
ขอบคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจ ทุกๆ ยอดวิว แค่มีคนคลิกเข้ามา แม้ไม่ตั้งใจ ก็ดีใจมากๆ แล้วค่า (ก้มกราบ)

ความคิดเห็น