ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 สายสัมพันธ์พี่น้องที่แน่นแฝง[100เปอร์]

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 สายสัมพันธ์พี่น้องที่แน่นแฝง[100เปอร์]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 497

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2560 01:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 สายสัมพันธ์พี่น้องที่แน่นแฝง[100เปอร์]
แบบอักษร

          “ท่านพี่ครับๆ”แคสซิโอเดินเข้ามาหาเทย์วอนพี่ใหญ่ของบ้านแล้วดึงที่ชายเสื้อแล้วจะมีใครกล้าเมินเด็กน้อยน่ารักนี่ได้ละ เทย์วอนก้มตัวลงไปหาแคสซิโอพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

          “หือ..มีอะไรครับ”

          “คาสซิโอแกล้งป๋ม”เทย์วอนหัวเราะน้อยๆเพราะเขาว่าอยู่แล้วว่าต้องถูกฝาแฝดนรกของตนเองแกล้งมาอีกแล้วจึงมาหาตนเพื่อฟ้อง ส่วนตัวคนร้ายนั้นก็ยืนอยู่ข้างๆแคสซิโอนิ่งๆไม่ไปไหนคล้ายผู้ร้ายมอบตัวให้กับทางตำรวจโดยตรง

          “ไปแกล้งอะไรน้องเขาอีกละคาสซิโอ”ผมพูดพร้อมขยี้ผมนุ่มๆนั้นไปด้วยแต่ถูกปัดออกพร้อมด้วยสายตานิ่งๆสีแดงน้ำเงินนั้นที่ส่งมา

          “อย่ายุ่งกับข้า..คนที่ยุ่งกับข้าได้มีเพียงแคสซิโอเพียงคนเดียวเท่านั้น”อือ หือ นี่ข้าเป็นพี่เอ็งนะถึงจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็เถอะ ถ้าเด็กชวนทะเลาะอย่างทะเลาะตอบเพราะมันจะทำให้ตนนั้นดูกลายเป็นเด็กไปในทั้งที

          “คร้าบๆ..ไม่รบกวนก็ได้ครับงั้นเล่นด้วยกันดีๆละอย่าทะเลาะกันอีกละ”

          “คร้าบบ”แคสซิโอนั้นตอบรับเสียงใสแต่คาสซิโอก็ยังคงนิ่งเช่นเคยนี้เจ้าเป็นหุ่นใช่หรือไม่! แคสซิโอปล่อยมือจากชายเสื้อของผม

          “แล้วก็จะไปชวนเอเทอร์มาเล่นด้วยก็ได้นะอายุของเจ้ากับเอเทอร์ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก”แคสซิโอพยักหน้าแล้วจุงมือของคาสซิโอเพื่อวิ่งไปหาเอเทอร์ด้วยกันแต่ผมขำใบหน้าของคาสซิโอเล็กน้อยในตอนที่ถูกน้องชายตนเองนั้นจูงมือแล้ววิ่งออกไปทำหน้าตื่นเล็กๆคงตกใจที่อยู่ๆแคสซิโอก็มาจุงมือตนเองละมั้งฮะฮ่า

           พวกผมมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเรียนของท่านพี่เอเทอร์มองเข้าไปก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยกำลังนั่งทำหน้าสบายใจแล้วก็ยังมีลุงแก่ๆอีกคนที่กำลังบ่นอะไรสักอย่างกับท่านพี่อยู่ด้วย

          “น่าสงสารท่านพี่จังที่ต้องมานั่งฟังอะไรก็ไม่รู้แสบแก้วหู”

          “นี่องค์ชายครับ!! ได้โปรดช่วยกรุณาตั้งใจฟังที่ข้าสอนด้วยเถอะครับ!”

          “ข้าก็ทำได้แล้วทำไมจึงต้องเรียนเรื่องพวกนี้อีกกัน..นี้มันก็เพียงเวทย์ง่ายๆ”เวทย์เพียงแค่นี้เด็กึ7ขวบนั้นยังสามารถทำได้แล้วทำไมข้าต้องมาเรียนอะไรพวกนี้อีกทั้งๆที่ข้าก็ฝึกเวทย์ได้นานแล้วจะมีหลักการอะไรมากมายข้านั้นก็ไม่เข้าใจ

          “แต่นี้นั้นคือหลักสูตรนะครับ!”อะไรก็หลักสูตรๆอยากอธิบายเรื่องนี้ก็เชิญเลยครับจารย์แต่เรียนตั้งใจเรียนหรือไม่นั้นข้าก็ไม่รับประกันน่ะนะ

          “ครับๆงั้นท่านก็เชิญอธิบายมาต่อเลย”อาจารย์ถอนหายใจน้อยๆแต่ก็ยอมอธิบายต่อไปโดยที่รู้ว่ายังไงองค์ชายตรงหน้าก็ไม่ได้มีความสนใจในหลักสูตรมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย

          และด้วยความตาซนของผมก็ได้หันไปมองทางประตูที่มีเด็กชายตาฟ้าหมนน้ำเงินและมีประกายตาที่เจิดจ้าดูแวบเดียวก็รู้ว่าใครแอสซิโอน้องรักอย่างแน่นอน แหม่ๆคิดถึงพี่ชยถึงเพียงนั้นเลยหรือแน่นอนว่ามีแคสซิโอก็ต้องมีเจ้าแฝดพี่ชายของแคสซิโอแน่นอนก็เจ้านั้นน่ะติดน้องชายตนเองน้องชายตนเองเสียยิ่งกว่าสิ่งใด ผมไม่รีรอที่จะเดินไปทางประตูที่มีเจ้าตัวแสบทั้ง2กำลังแอบดูอยู่ในทันที

          ในขณะที่เดินไปทางประตูก็มีเสียงบ่นต่างๆนาๆมาจากท่านอาจารย์ที่กำลังยืนพูดๆบทเรียนนั้นอยู่

          “องค์ชายขอรับ!”ถามว่าผมนั้นได้สนใจเสียงนั้นหรือไม่ก็ตอบเลยว่าไม่และยังคงมุ่งตรงไปหาเจ้าตัวแสบทั้ง2

          “หือ ว่าไงครับ..อยากเล่นกับพี่หรอ”ผมนั่งยองๆให้ใบหน้าเสมอกันเพราะทั้ง2กำลังนั่งเกาะประตูอยู่

          “อือ”แคสซิโอพยักหน้าน้อยๆส่วนคาสซิโอนั้นหันไปมองทางอื่นแต่มือก็ยังคงจับมือของแคสซิโอน้องงายตนเองเอาไวแน่น

          น่ารักดีแห๊ะ

          “ขอโทษด้วยนะครับพี่ต้องเรียนอีกสักพักเพราะงั้นถ้าเสร็จแล้วเดียวข้าจะไปตามพวกเจ้าเอาเสียแล้วกัน โอเคหรือไม”พร้อมกับรอยยิ้มหวานๆไปอีก1ทีถึงแม้ว่าในตอนนี้หน้าจะหวานๆเพราะยังเด็กแต่ยังไงข้าก็เมื่อเติบใหญ่และเมื่อชายหนุ่มเต็มตัวต้องหล่อเหมือนพวกท่านพี่อย่างแน่นอนแต่ยกเว้นยัยป้าวินิไอไว้คน

          “ครับ..ปะคาสซิโอเราไปที่สวนกันเถอะ”ผมมองดูเด็กทั้ง2ที่จุงมือกันไปเป็นพี่น้องที่รักกันดีเป็นฝาแฝดที่สนิทสนมแม้แต่พวกผมก็ไม่สามารถกำชับสายสัมพันธ์ให้แน่นแฝงขนาดนั้นได้...

          ทั้ง2เกิดจากแม่คนเดียวกันอยู่ด้วยกันตั้งแต่เกิดเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันไม่มีท่าที่พวกผมนั้นจะสนิทกับแคสซิโอและคาสซิโอได้ไปมากกว่า2คนนั้น

          น่าอิจฉาเล็กน้อยนะ…

          ผมเดินกลับเข้ามาภายในห้องก็เจอกันคำบ่นมากมายของอาจารย์แต่ก็ยังคงทำหูทวนลมและไม่สนใจสุดท้ายท่านอาจารย์ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเด็กน้อยวัย8ปี

          “ว้าวว..ที่นี่สวยดีนะคาสซิโอข้าน่ะชอบที่แห่งนี้นะ..มันอบอุ่นดี”เหมือนเคยอยู่กับใครสักคนมาก่อนทั้งๆที่ผมนั้นยังไม่เคยมายังที่แห่งนี้ ทั้งสองนั่งลงบนพื้นหญ้า”เราเคยมาที่นี่ด้วยกันมาก่อนหรือไม่คาสซิโอ”อยู่ๆแคสซิโอก็พูดถามขึ้น

         “ไม่..เราไม่เคยมาที่นี่”ถึงแม้ว่าในภพก่อนจะเคยก็เถอะน้องรัก..

         “งั้นผมคงรู้สึกไปเองสินะครับ”ผมไม่ครบอกเรื่องในสมัยก่อนกับแคสซิโอไหนๆเขาก็ได้เกิดขึ้นมามีชีวิตใหม่ก็ไม่ควรนำเรื่องในสมัยก่อนนั้นมารวมให้กับแคสซิโอถึงแม้ว่าผมนะมีความอดีตสงจำในอดีตก็ตามที

          “อ่าวว่าเจ้าสองตัวยุ่งมาหาพี่นี่มา”วินิไอที่บังเอิญเดินผ่านมาเรียกทั้ง2คนที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นหญ้าอยู่ แน่นอนว่าแคสซิโอเป็นคนวิ่งเข้าไปหาวินิไอเป็นคนแรกในภพก่อนไม่เห็นจะน่ารักเหมือนในภพนี้เลยสักนิด(?)หรือเป็นเพราะแคสซิโอยังคงเด็กอยู่ แต่ถ้าเป็นไปได้โตมาก็เป็นคนที่น่ารักเช่นนี้ก็น่าจะดีถ้าเป็นเช่นนั้นจริงข้าจะสู่ขอเจ้าเป็นคนแรกเลยแคสซิโอ!!

          “ท่านพี่วินิไอ”ดูรอยยิ้มนั้นสิ อ่า โคตรจะใสซื่อเลยโว้ยย!

          “พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่หรือ”

         “พวกข้านั่งรอท่านพี่เอเทอร์เรียนเสร็จน่ะครับ”ตอนเด็กนี่ยิ้มได้ยิ้มดีจริงๆเป็นไปได้อยากที่จะเก็บรอยยิ้มนั้นเอาไว้คนเดียวเสียมากกว่าแต่ก็คงไม่ได้สินะ

         “งั้นหรือ..ให้ข้าเล่นด้วยก่อนหรือไม่ละ”

         “ข้ากลัวว่ามันจะเป็นการรบกวนท่านเสียเปล่าๆเพราะงั้นไม่ดีกว่าครับ..ข้าอยู่กับคาสซิโอได้”

        “ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนแล้วกันนะ”แล้ววินิไอก็เดินจากไปทำให้แคสซิโอเดินกลับมาหาคาสซิโอที่กำลังนั่งมองมาที่ตนเองอยู่

          ไหนๆข้าก็มีเวลาที่แสนมีความสุขที่ได้นั่งมองแคสซิโอได้อีกไม่นานแล้วเพราะงั้นก็ต้องรีบกอบโกยความสุขเอาไว้ก่อนที่ข้านั้นจะต้องจากร่างนี้ไปแล้วไปเป็นเทพอย่างเช่นเดิม

          แคสซิโอเอามือผ่านๆหน้าของผมเหมือนจะเช็คว่าผมยังมีชีวิตอยู่มั้ย(?)น่าแกล้งชะมัด เมื่อคิดได้ดังนั้นก็เริ่มแกล้งแคสซิโอในทันทีโดยการนั่งทำตาค้างนิ่งๆ

          “เอ่อ..คาสซิโอ ยะ..อย่านิ่งสิ..เป็นอะไรหรอคาสซิโอ..ฮ..ฮึก..คาสซิโอ..”เดี่ยวๆแค่นี้ร้องไห้เลยหรือ!?บ่อน้ำตาตื้นไปนะบางที เห็นอย่างนี้แล้วใรมันจะไปแกล้งต่อได้ถ้าทำได้ก็โหดไป๊คุณก็ลองดูหน้านั้นสิคุณจะเข้าใจในทันทีเชื่อผมสิ

          “อะไรกันแค่นี้ร้องไห้?”

          “เจ้าแกล้ง ขะ ข้าอีกแล้ว..”คนอย่างผมไม่แกล้งชีวิตมันอยู่ไม่ได้โดยเฉพาะการแกล้งแคสซิโอนี่ช่วยเยียวยาหัวใจได้ดีที่สุดแล้วครับอยากจะบอกว่าใบหน้าตอนตกใจหรือกลัวของแคสซิโอนั้นน่ารักนะครับหรือไม่ก็ตอนร้องไห้

          “แล้วมีวันไหนที่ข้าไม่แกล้วเจ้ามั้งอย่างนั้นหรือ”แคสซิโอไม่จำเป็นต้องคิดเลยแม้แต่วินาทีเดียวพร้อมกับส่ายหน้าในทันที

          “เดี๋ยวสิไม่คิดหน่อยหรือไงกัน”

         “ก็เจ้าแกล้งข้าทุกวันเลยหนิ”โอเคชัดเจนแจ่มแจ้งถ้าเป็นเพื่อนกันนี่เลิกคบกันไปแล้วใช่ไหม?ตอบข้าซิ!

          แล้วเราก็ไม่ได้พูดกันอีกได้แต่มองไปทางบ่อน้ำจนเวลาผ่านไปสักพักคนที่นั่งอยู่ข้างกายตนดันทิ้งน้ำหนักตังลงมาที่บ่าของผม ผมสีดำสลวยปกล่างมาที่ใบหน้าผมจึงช่วยปัดมันขึ้นไปเผยให้เห็นใบหน้าหนาวติดคมน้อยๆนั้นผมจับหัวเล็กๆนั้นลงมาว่างเอาไว้ที่ตักตนเพื่อให้นอนได้สบายๆ

          ในเวลาปกติเขานั้นก็มองใบหน้าของแคสซิโออยู่แล้วเกือบตลอดเวลาแต่ก็ยังไม่เคยที่จะเห็นใบหน้าของแคสซิโอตอนนอนแบบชัดๆเลยในตอนนี้ได้โอกาศมีหรือจะไม่กอบโกย หึหึ แต่แค่ดูมันไม่พอหรอกครับผมเลยจัดการจิ้มไปที่แก้มนุ่มๆนั้นที…นุ่ม..อ๊ากกกโคตรนุ่ม ผมลากนิ้วยาวลงไปตั้งแต่หน้าผ่า คิ้ว จมูก ริมฝีปาก คาง จนถึงคอระหง…พอๆก่อนที่มันจะเลยเถิดไปไกล

         บางทีผมก็คิดนะว่าตนเองโรคจิตและก็หื่น..พึ่งจะรู้ว่าตัวเองหื่นก็วันนี้แต่เรื่องโรคจิตนั้นไม่ต้องบอกผมก็รู้ตัวครับ หึหึ

          “เจ้านี้สวยหวานคมนะเนี้ย..โตไปคงมีทั้งหนุ่มทั้งสาวติดตรึมแน่นอนเลยแคสซิโอ ฮะฮ่า”

           ผมได้แต่นั่งมองใบหน้านั้นน่ารักจังนะอยากที่จะมองใบหน้านี้ไปตลอดไม่อยากที่จะหายไปเลย..แต่เราก็เกิดมาเพื่อช่วยแคสซิโอเท่านั้น เจ็บปวดจังนะที่ถูกใช้เป็นเครื่องมืออยู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาเองโดยที่ไม่ได้สั่ง

           “จะ..ไปเป็นอะไรไปเพื่อแคสซิโอ..ใช่เราทำได้อยู่แล้วเพื่อแคสซิโอน่ะ”ถึงจะพูดปลอบใจตัวเองมากซักเท่าไรแต่หัวใจเจ้ากำก็ยังคงบิดแน่นทำให้ผมเจ็บปวด

           “อีกตั้ง2ปี…เวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกันมันก็นานมากพออยู่แล้ว…”มีเพียงประโยคปลอบใจตนเองที่ออกมาจากปากของผม ความสุขน่ะถึงจะเห็นว่าช่วงเวลาที่ยาวนานแต่นั้นมันคือช่วงเวลาแห่งความสุขนะเพียงแค่2ปีนั้นเหมือนกระพิบตาเดียว

           “ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากอยู่กับเจ้าตลอดไป…ตลอดไปอย่างที่ไม่มีวันเลือนหายไป”ตลอดไปนั้นไม่มีหรอก..นั้นมันเป็นเพียงนิยายเท่านั้นนิยายทีเจ้าชายและเจ้าหญิงเท่านั้นที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไปได้

          หยดน้ำตาของผมหยดล่วงลงที่ใบหน้าของแคสซิโอผมกอดร่างขอแคสซิโอเอาไว้แน่นเหมือนอย่างเราจะจากกันในเร็ววันนี้ในตอนนี้ใบหน้าของผมมีสัมผัสที่เย็นชื้นอยู่เต็มหน้าไปหมด ถ้าแห้งแล้วคงมีคราบน้ำตาอยู่เต็มอยู่เป็นแน่ รู้แต่ไม่ได้สนใจผมนอนกอดแคสซิโออยู่ตรงนั้นเป็นเพื่อนจนหลับไป

           “..นี่เจ้าร้องไห้อย่างนั้นหรือคาสซิโอ..ร้องเพราะอะไรละ”ผมรู้สึกได้ว่ามีเสียงของแคสซิโอดังอยู่ที่ข้างหูของผม ผมมีคำตอบอยากจะตอบให้กลับประโยคนั้นของเจ้าตัวร้องก็เพราะ ต้องจากเจ้านั้นแหละ เขาจะทำหน้าอย่างไรกัน

          “ช่วงเวลาที่แสนสำคัญของผมกลับแคสซิโอได้หมดลงแล้ว…9ปีที่ผ่านมาข้าขอบคุณเจ้ามากนะแคสซิโอ..ก็อยู่ด้วยกันมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาของเรามันจบลงแล้วนะแคสซิโอ..”ร่างที่คุ้นเคยที่ผมอยู่ด้วยมาตลอด9ปีประจักรอยู่ตรงหน้าด้วยร่างกายที่แท้จริงที่ทรงพลังและไร้ใจแตกต่างจากอีกร่างหน้ามือเป็นหลังมือ

           “พรึมพำอะไรของเจ้าคนเดียวกัน..ที่นี่จะหรือที่ๆข้าอยู่มาตลอด9ปี..น่าขยะแขยงสิ้นดี”แต่ที่นี่เราอยู่ด้วยกันมา9ปีเลยนะครับพูดเช่นนั้นผมก็เจ็บนะครับแต่นี้ไม่ใช่แคสซิโอผมจะไม่หวั่นไหว ผมจะไม่หวั่นไหว…แต่ถึงจะไม่ใช่แคสซิโอแต่เจ้าของร่างนั่นพูดออกมาก็สร้างความเจ็บปวดให้หัวใจของผมได้ไม่น้อย

          สภาพโดยรอบของบริเวณนี้นั้นมีเปลวไฟลุกท่วมไปหมดร่างที่หมดสติและบาดเจ็บของคนมากมายไม่ว่าจะท่านพ่อท่านแม่และท่านพี่ทุกคน แคสซิโอในตอนนี้นั้นอยู่ในช่วงเวลาที่คลุมคลั่งและไร้หัวใจในตอนนี้มีเพียงผมและแคสซิโอเท่านั้นที่อยู่ด้วยกันถึงแม้ว่าผมจะบาดเจ็บแต่อีกฝ่ายนั้นยังคงไม่มีแม้แต่รอยขีดขวน ผมเดินเข้าไปเพื่อที่จะกอดเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายแทงเข้าที่ท้อง

          “อึก..”เลือดของผมทะลึกออกมาทางปากเล็กน้อยและมีคำว่าเจ็บแล่นเข้ามาพาในหัวในเต็มไปเสียหมด

          “กล้าดียังไงมาเตะต้องข้า”แคสซิโอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ยิ่งเขาแทงผมมากเท่าไหร่เขาก็จะกลับมาเป็นตัวของตนเองมากเท่านั้น..

          “แทงข้าสิ..ได้โปรดนำดาบเล่มนั้นแท่งมาที่ข้า..ให้เลือดของข้านั้นชโลมไปให้ทั่ว..ดาบของเจ้า…”

           “เจ้าพูดเองนะ..”แคสซิโอหยิบดาบขึ้นก่อนที่จะเลียเลือดที่ติดอยู่บนดาบก่อนหน้านี้และเดินเข้ามายกดาบขึ้นแทงที่ร่างของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันเจ็บในตอนแรกๆแต่ในหลังๆมามันเริ่มชา ชาไปทั่วทั้งตัวเส้นประสาทเหมือนด้านตายไม่ทำงานสติในตอนนี้ใกล้จะหมดลงเต็มทน..แต่เมื่อจะหมดก็ดันเจ็บทำให้สลบไปไม่ได้สักที ได้โปรดสังหารข้าซะ…

           “สังหารข้าซะแคสซิโอ…”ผมได้เพียงขยับปากให้ลมออกมาจากปากไม่มีเสียงใดๆออกมา และเหมือนว่าแคสซิโอนั้นจะรับรู้ได้ถึงใบหน้าของผม

“ไม่บอกข้านั้นก็ทำอยู่แล้ว!”ดาบที่เสียบเข้ามาครั้งสุดท้ายที่หัวใจของผมอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย

          ขอบคุณสำหรับทุกๆสิ่ง ขอบคุณที่ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ขอบคุณทุกๆอย่างนะแคสซิโอถึงแม้ข้าจะรู้ว่าตนเองต้องมาเป็นเครื่องมือเพื่อหยุดยั้งเจ้าในเวลานี้แต่ข้าก็ดีใจที่ข้านั้นได้ตายด้วยมือของเจ้าในทุกๆชาติ ข้ารักเจ้า ข้ารักเจ้าถึงแม้ข้าจะไม่รู้ก็เถอะว่าวามคิดนี้จะส่งไปถึงเจ้าหรือไม่…แต่อยากให้รู้ว่าข้านั้นรักเจ้ามากกว่าสิใด..รักมากนะ..

          ช่วงเวลาที่ผมนั้นคิดก่อนที่จะตายนั้นก็คือภาพทีผมได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับแคสซิโอทั้งหมดทั้งรอยยิ้มเสียงหัวเราะทุกๆอย่างที่อยู่บนใบหน้าของแคสซิโอมันแวบเข้ามาในหัวสมองของคาสซิโอทั้งหมด ผมยิ้มให้กับแคสซิโอที่นำดาบแทงเข้ามาที่หัวใจของผม

          ฉึบ!!

          เลือดของชายตรงหน้าสาดเข้ามาที่ใบหน้าของผมทุกครั้งทีแทบเข้าไปแต่ละทียิ่งแทงเข้าไปมากเท่าไรก็เจ็บปวดมากเท่านั้น นี่ก็เป็นเพียงเจ้ามนุษย์อวดดีเท่านั้น!เจ็บปวดใช่หรือไม่ เจ็บปวดใช่ไหม ถ้าเจ็บปวดก็อย่าแสดงสีหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นออกมาสิ อย่ายิ้มสิถ้ามันเจ็บก็อย่ายิ้มสิ..ข้าจะรอดูว่าเจ้านั้นถ้าเกิดจะตายนั้นจะยิ้มได้อยู่หรือไม่

          ดาบของผมแท่งเข้าไปที่เด็กหนุ่มอายุเท่าตนเองอยู่หลายรอบ หลายรอบจนนับไม่ได้จนในสุดผมก็ตัดสินใจที่จะแท่งดาบเล่มนี้เข้าไปที่หัวใจของเจ้านั้น..แต่ที่แปลกคือเจ้านั้นยังคงยิ้ม ยิ้มแบบมีความสุข

“เฮ้ออ..เป็นมนุษย์ที่แปลกดีนะ…”อยู่ๆร่างของผมก็ล้มลงอย่างหมดแรงเสียอย่างนั้นร่างของเราทั้ง2นอนหงายหน้าขึ้นมองบนฟ้าหัวของผมไปอยู่ท่าเท้าของเจ้ามนุษย์อวดดีและเท้าของผมก็ไปอยู่หัวของอีกฝ่ายเช่นกัน

“มนุษย์ช่างอ่อนแอ”สายลมพาดผ่านมาทำให้ผมนั้นได้ยินเสียง ขอบคุณนะแคสซิโออย่างแผ่วเบาผมคิดว่ามันเหมือนกับคนบางคนที่อยู่อย่างใกล้ชิดแต่ก็นึกไม่ออก

“ใครกันนะ…”น้ำตาไหลออกมาเมื่อสายลมนั้นพัดผ่านพร้อมเหมือนได้ยินเสียงของใครบางคนดวงตาค่อยๆปิดลงอย่างไม่มีสาเหตุ

          ในช่วงที่แคสซิโออายุได้9ปีนั่นก็อย่างที่รู้ๆกันทุกคนหมดสภาพไม่มีใครสู้กับแคสซิโอได้แต่ก็เพราะได้คาสซิโอนั้นช่วยเอาไว้แล้วยังผนึกความสงจำพวกของแคสซิโอเอาไว้ให้ด้วย

          ในตอนนั้นพวกผมถามว่าตกใจไหมก็ไม่มากเท่าไรเพราะรู้กันอยู่แล้ว ถ้าเกิดถึงในช่วงเวลานั้นก็จะผนึกพลังของแคสซิโอกลับเข้าไปอีกทั้งอย่างที่มันเคยอยู่แต่สิ่งที่เหนืออยู่การคาดหมายคือไม่มีใครสามารถสู้พลังนี่ได้แม้คนเดียวแล้วอยู่ๆก็ตื่นขึ้นมากันอีกทีที่ตรงที่เดิมเพิ่มเติมคือเลือดสีแดงสดที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่

          ในตอนนั้นบอกเลยใบหน้าของวินิไอผู้เป็นผู้หญิงคนเดียวในนั้นซีดเซียวทันทีเมื่อตื่นขึ้นมากลิ่นเลือดคลคลุ่มไปทั่วบริเวณสวนนี่ชวนสะอิสะเอินผมเดินเข้าไปดูต้นเหตุของเลือดนี่และที่ทำให้ผมนั้นช็อคนั้นก็คือ

           เด็กชายหน้าตาเหมือนกันเพราะมาจากแม่พิมพ์เดียวกันได้นอนหันหัวและเท้าไปตรงข้ามกันคนหนึ่งมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนหน้าตาตามลำตัวมีรอยโดนแท่งจากดาบใหญ่หลายรูและมีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลมากมายทำให้รู้ตนเหตุของเลือดมากมายนี้ได้ไม่ยากส่วนอีกนนั้นมีคาบน้ำตาติดอยู่ที่แก้มและที่เลือดที่สาดกระเซ็นเข้าที่ตัวเต็มไปหมดมีมือก็ยังคงมีเลือดเปื้อนอยู่เต็มไปหมด

   

    โหดร้ายจังนะ…

          เมื่อเรื่องราวทั้งหมดจบลงทุกอย่างสงบนิ่งแคสซิโอฟื้นขึ้นมาแต่กลับไม่ถามอะไรเกี่ยวกับคาสซิโอพี่ชายฝาแฝดของตนที่อยู่ด้วยกันมานานเลยสักนิดมันแปลกหรือไมละ?ถ้าเป็นผมนั้นก็คงต้องถามเป็นอย่างแรกอยู่แล้วผมว่ามันดูแปลกๆจึงถามเรื่องเกี่ยวกับคาสซิโอดู

          “นี่แคสซิโอ..ข้าถามอะไรเจ้าหน่อย”แคสซิโอเดินเข้ามาหาผมช้าๆดูแปลกๆไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน

          “ครับ”

          “เจ้ารู้จักคาสซิโอหรือไม่?”

          “ใครอย่างนั้นหรือท่านพี่”เท่านั้นแหละครับผมเบิกตากว้างก็ว่าอยู่ไม่มันแปลกๆแล้วทำไมแคสซิโอจึงจำคาสซิโอไม่ได้กัน…โดนผนึกความสงจำอย่างนั้นหรือแล้วใครผนึก…

          “อย่างนั้นหรือ..อืม..ไม่มีอะไรแล้วละ”แม้แคสซิโอจะงงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถามอะไร

          ในตอนกลางคืนผมว่าจะแอบเข้าไปยังห้องของแคสซิโอเสียหน่อยเพื่อเข้าไปเช็คเสียให้แน่ใจว่าแคสซิโอนั้นถูกผนึกเอาไว้จริงหรือไม่

          ในช่วงเวลากลางคืนผมได้เข้าไปหาแคสซิโอในตอนดึกและก่อนที่ผมจะเข้ามาถึงจุดนี้ได้นั้นผมต้องสู้ฟัดกับประตูที่อยู่หน้าห้องของแคสซิโอเพราะไอ้เจ้านั้นมันทำเสียงดังในตอนที่ผมเปิดเข้ามาน่ะสิแล้วถ้าเกิดเสียงมันดังมากเกินไปก็จะทำให้คนภายในห้องตื่นน่ะสิแล้วแผนของผมก็ตะพังไม่เป็นท่าไหนจะต้องหาข้อแก้ตัวมาพูดอีกถ้าเป็นเช่นนั้นน่ะนะ ผมร่างเวทย์เข้าไปดูความสงจำของแคสซิโอ

          “อ่า ห๊ะ..นี้ไงร่ายเอาไว้ซะหนาแน่นเชียว..เวทย์แข็งแกร่งเชียวเจ้าเป็นใครนะ คาสซิโอ หึหึ”น้องของข้าแต่ละคนนี่แปลกดีจังเลยนะ

          หมดหน้าที่หมดความอยากรู้อยากเห็นก็ไปสิครับจะอยู่ไปทำไมหรือรอน้องตื่นขึ้นมา?ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีควรออกจากห้องนี่โดนเร็ว

           แกร๊ก…แอ็ดดดดด

 

           ไม่ว่าจะเปิดหรือปิดประตูนี่ผมก็เกลียดมันเสียเหลือเกินเหอะๆ..จำไวเลยไอเจ้าประตูนี่ข้าจะสั่งให้คนมาเปลี่ยนเจ้า!!แกไม่รอดแน่เจ้าประตูอีกไม่นานเกินทนเจ้าได้ออกไปจากวังแห่งนี่แน่นนอน จะว่าไม่คนเราก็แปลกแม้แต่ประตูที่อยู่ของมันดีๆก็ยังไปหาเรื่องมัน

           เช้าวันต่อมา

          อืม“…แล้วแคสซิโอละ”วันนี้ช่างเป็นวันที่แปลกไปจากทุกทีตรงที่

          แคสซิโอนั้น

          แคสซิโอนั้น!

          เขาไม่ลงมาจากห้อตัวเองเหมือนอย่างทุกเช้าน่ะสิครับ เห้..อย่างนี่มันไม่เหมือนที่เช่นตกลงกันเอาไว้หนิหว่าน้องชาย ม่ายยยยยย..เหมือนคนบ้าเลยแห๊ะเรา ไม่ๆเราต้องคิดในแง้ดีเข้าไว้สิน้องอาจจะยังไม่ตื่นหรือน้องอาจจะไม่สบายมีไข้!?

          “พวกข้าก็ไม่รู้”โอเคเจ้าน้องรักทั้งหลาย พวกเจ้านี้ใช่ไม่ได้จริงๆเรื่องเพียงแค่นี้ก็ไม่รู้สำหรับข้าแล้ว…ข้าเองก็ไม่รู้แคสซิโอน้องรักเจ้าไปอยู่ที่ใด

          และก่อนที่สติของผมจะจางหายไปมากกว่านี้ก็มีเสียงสาวใช้ของแคสซิโอเดินเข้ามาก่อนที่จะบอกในสิ่งที่พวกผมกำลังสงสัย

          “ขออนุญาตเจ้าค่ะ..องค์ชายให้ข้ามาบอกกับพวกท่านว่าวันนี้องค์ชายไม่ลงมาทานร่วมติอาหารกับพวกท่านด้วยเพราะรู้สึกไม่ดีเสียเท่าไหร่แล้วให้ของนำอาหารขึ้นไปให้แล้วเจ้าค่ะ”สาวใช้ยืนตรงนิ่งๆมองไปที่เก้าอี้ตรงกลางอีกฝากหนึ่งโดยไม่ได้มองใครในโต๊ะอาหารเลยแม้แต่คนเดียวแต่ก็มีสายตาทั้ง5จับจ้องไปที่เธอเพียงผู้เดียวแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีเกร็งอะไรทำให้พวกผมนำถือในความนิ่งของเธอไม่น้อยไม่เหมือนกับคนใช้อื่นๆ

          และจากเมื่อข้อวามเมื่อกี้ทำให้สรุปได้ว่าแคสซิโอจะไม่ลงมาที่นี่ในวันนี้เป็นอะไรมากหรือเปล่านะน้องชายสุดที่รักพวกพี่รอเจ้าอยู่นะ อะไรจะโอเวอร์ปานนั้นไม่ได้เจอกันยังไม่ถึงวันดีเลยด้วยซ้ำอาการหนักไม่นะบางที

          บางทีผมก็เรื่องสับสนและว่าตนเองเป็นพี่ชายที่หวงน้องๆของตนจริงหรือเปล่าไม่ได้หวงธรรมดาด้วยนะแต่แบบน้องสะใภ้ยังส่ายหน้าให้กับความห่วงน้องมากเกินไปจนน้องตนเองต้องไปหาคู่ใหม่ที่ทนกับนิสัยของพี่ชายคนนี่ได้

  

     ประมาณน้องข้าใครอย่าแตะ!!

          พวกผมเริ่มลงมือทานอาหารด้วยกับเหมือนอย่าเช่นเคยแต่ที่เปลี่ยนไปคิดในวันนี้ไม่มีน้องชายเล็กมาร่วมทานอาหารโต๊ะเดียวกันกับพวกพี่ๆด้วยช่างน่าเศร้า กระซิก กระซิก…ในช่วงทานอาหารผมก็คิดว่าเราควรไปเยี่ยมน้องเสียหน่อย

          ร่างกายของผมไปเร็วเสียยิ่งกว่าอะไรเมื่อทานอาหารเสร็จพริบตาเดียวก็มาอยู่ที่หน้าห้องของแคสซิโอในทันที พริบตาเดียวจริงๆนะเชื่อผมสิ ผมไม่รอช้าเคาะประตูก่อนเป็นอันดับแรก

          ก๊อก..ก๊อก

          รอไม่นานก็มีเสียงขานรับมาจากข้างใน

          “ครับ”ประตุเปิดออกอย่างแง้มๆและแคสซิโอก็โผล่ออกมาแค่หัวและมือข้างหนึ่งบัประตูเอาไว้ภายในห้องที่เปิดออกมาก็มีไอเย็นแผ่ออกมาจากห้องทำให้ผมที่เพียงแค่สักผัสอย่างผิวเผินเย็นยะเยือก

          “ข้าแค่มาดูหน่ะว่าเจ้าอาการเป็นอย่างไรบ้าง..แต่เห็นสบายดีเช่นนี้แล้วข้าก็สบายใจแล้วละ..งั้นข้าไปก่อนนะ..อย่าลืมเบาแอร์ละ”แคสซิโอพยักหน้าแล้วเปิดประตูอย่างรีบร้อนผมไม่ได้สนและรีบไปทำงานที่รับเอาไว้จากท่านพ่อเอาไว้

          ผมรีบปิดประตูทันทีหลังจากที่ท่านพี่เทย์วอนนั้นไปแล้วในตอนนี้ภายในห้องของผมจะเรียกว่าขั้วโลกเหนือก็ได้ไม่ขัดถามว่าหนาวไหมในตอนนี้ก็ไม่ ผมไม่รู้หรอกทำไมตนจึงไม่หนาวทั้งๆที่เมื่อกี้ท่านพี่ยังบอกว่าหนาวอยู่เลย

       แล้วที่ห้องของผมนั้นหนาวได้ขนาดนี้ก็เพราะพลังเวทย์น้ำแข็งของผมที่กำลังเอ่อล้นออกมาจากตัวผมเหมือนกับที่กักเก็บพลังไม่พอทำให้ผมต้องปล่อยเวทย์ไอเย็นออกมาตลอดเวลาเพื่อเป็นการเผาพลาญพลังเวทย์แต่ไอเวทย์พวกนี้น่ะสิปล่อยไปนานเท่าไหร่ก็ยังกักเก็บไม่พอแล้วใครมันจะลงไปหาท่านพ่อในสภาพนี้ได้กันละแล้วผมจึงบอกให้สาวใช้ส่วนตัวผมนำอาหารมาให้หน่อยและวางเอาไว้ ถามว่ามีใครรู้เรื่องนี้ไหมก็..ไม่มี

    ผมควรทำยังไงกับมันกัน!

          ผมเดินไปยังเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆนั้นที่ในตอนนี้มันเย็นเชียบเมื่อคนอื่นมานอนก็คงนอนไม่หลับกันพอดี

          ทำยังไงดี ทำยังไงดี ทำยังไงดี ผมถามคำนี้กับตนเองมา3รอบก่อนที่จะสงบสติเอาไว้แล้วปล่อยเรื่องนี้เอาไว้ก่อนและหวังว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้นเองในเวลาหน้า…

-TBC.-

ชิบไก่และครับท่านผู้อ่านท่านไรท์ยังไม่ได้เตรียมเนื้อเรื่องตอนที่7เอาไว้ให้พวกท่านเลยคือมันเป็นของสัปดาห์นี้ด้วยไงแล้วนี้เวลาตี1ของวันอาทิตย์ที่18เหลือเวลา23ชม.ในการปั่นตอนที่7ผมเกรงว่าจะไม่ทัน//โดนตบบบ เฮือกก!! ไรท์ผู้นี้จะจำเอาไว้ว่าจะไม่พัดวันประกันพุ่งอีกแล้วTT

   

ความคิดเห็น