ฝากติชมผลงาน เพื่อการพัฒนาต่อไป หรือจะให้กำลังใจก็ได้นะคะ จุ้บ 😘

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2560 21:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

“อี๋หลิน ข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย” หลิวเฟย พระสนมชั้นกลางลำดับสี่ ที่เป็นเพื่อนเล่นอี๋หลินตั้งแต่เด็ก มาหานางในช่วงสาย ใบหน้าแสดงถึงความร้อนรนใจอย่างเห็นได้ชัด

            “เจ้าไม่ควรมาวังหลัง จะเป็นที่นินทาของเหล่าสนมชั้นต่ำได้” อี๋หลินจงใจพูดเสียงดัง เพื่อในนางสนมเหล่านั้นหยุดซุบซิบกันเสียที

            “อีกสามวัน วังหน้าจะมีการจัดงานต้อนรับทูตจากแค้วนทางใต้ กุ้ยเฟยเพิ่งบอกข้าวันนี้ ทั้งๆที่นางทราบข่าวนี้หลายเดือนแล้ว”

            “นางก็เป็นแบบนี้ตั้งนาน เจ้ายังไม่ชินอีกหรือ” อี๋หลินยกชาขึ้นจิบ

            “แต่ครั้งนี้นางให้ข้าเตรียมการแสดงเปิดงาน ข้าควรทำอย่างไรดี ข้าจะไปหานางรำจากที่ใด อี๋หลิน” หลิวเฟยเขย่าแขนอี๋หลิน จนนางปัดความรำคาญด้วยการตอบตกลง

            “ก็ได้ ข้ายินดีช่วยเจ้า แต่การแสดงคงต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก วังหลับก็ขับแคบ...”

            “ข้าจะพานางรำของเจ้าเข้าวังหน้าเอง” หลิวเฟยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ โผกอดเพื่อนรักอย่างอี๋หลินด้วยความหมั่นเขี้ยว

            “เจ้าจะเล่นตัวทำไม ในเมื่อเจ้ายินดีจะช่วยข้าตั้งแต่แรก”

            กุ้ยเหริน ที่แอบฟังอยู่นั้น กำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าสวยบูดบึ้ง เหล่านางสนมจากวังหลังคงไม่ได้เข้าร่วมงานนี้แน่ๆ นางจะต้องหาวิธีเข้าร่วมงานนี้ให้ได้ เอาเถอะหลิวเฟย วันหนึ่งข้าจะเหยียบหัวเจ้าให้ได้ ส่วนเจ้าอี๋หลิน หัวเราะให้เยอะๆ เพราะข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะหมดโอกาสหัวเราะได้เมื่อไหร่ หากถูกปลดไปอยู่วังเย็น

***************************

          “ใช้งานข้าคุ้มเลยนะเพคะ พระสนม” เจี่ยวซือบ่นอุบ เมื่อต้องพาเหล่านางรำจากหอโคมเขียว เข้าวังมาเพื่อฝึกซ้อมการแสงนี้

            หลิวเฟยและอี๋หลิน มองการซ้อมรำด้วยสีหน้าพึงพอใจ เหล่านางรำแสดงอย่างอ่อนช้อยงดงาม สมกับที่เจี่ยวซือฝึกซ้อมอย่างเคร่งครัด

            “ม่านเทียน เจ้าต้องเอนตัวให้มากกว่านี้ ตั้งใจหน่อย การแสดงนี้สำคัญกับพระสนมเฟย” เจี่ยวซือบิดใบหูม่านเทียนเพื่อเรียกสติ

            “เพราะท่านดุแบบนี้ เลยไม่มีสามีแน่เลย” คำหยอกล้อของอี๋หลิน ทำให้เหล่านางรำหัวเราะกันยกใหญ่

            “ดูท่าข้าคงไม่ต้องกังวลแล้ว” น้ำเสียงอ่อนหวาน ของหยากุ้ยเฟย ทำให้บรรยากาศที่มีแต่เสียงหัวเราะ กลับเงียบลงทันที

            “คำนับหยากุ้ยเฟย” อี๋หลิน หลิวเฟย และเหล่านางรำ ต่างพากันโค้งคำนับกุ้ยเฟย ที่ฐานะในตอนนี้นางเป็นผู้ดูแลฝ่ายใน

            “ไม่ต้องมีพิธีรีตองกับข้าหรอก เราคนกันเองทั้งนั้น ลุกขึ้นได้” หยากุ้ยเฟยผายมือเชิญให้เล่านางสนมและคนที่เหลือลุกขึ้น

            “งานเลี้ยงต้อนรับทูตจากแคว้นทางใต้ สำคัญกับพวกเรามาก หากการเจริญสัมพันธ์เป็นไปได้ด้วยดี แคว้นเราอาจจะชนะแคว้นเหนือก็เป็นได้” หยากุ้ยเฟยพูดหลังจากดูการฝึกซ้อมการแสดงจบ

            “เพคะ กุ้ยเฟย” หลิวเฟยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อได้ยินเช่นนี้ หยากุ้ยเฟยต้องการมาดูการฝึกซ้อม หรือจงใจกดดันนางกันแน่

            “แฮ่กๆ ข้าคงต้องขอตัว” หยากุ้ยเฟยยกมือปิดปากขณะไอ แววตาดูวิตกกังวล  ต่อหน้าเหล่านางสนม แต่นางก็ปรับเปลี่ยนสายตาทันที เมื่อเห็นว่าอี๋หลินจ้องมองนางอยู่

            เหตุใดแววตาของหยากุ้ยเฟยถึงเป็นเช่นนี้ นางกังวลเรื่องใดกันแน่? อี๋หลินเก็บความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะโค้งคำนับส่งหยากุ้ยเฟย

          “คำนับกุ้ยเฟย” อี๋หลินขอปลีกตัวแอบเดินออกมา เพื่อหาหยากุ้ยเฟย

            “ลุกขึ้นเถิด อี๋หลิน” หญิงงามสูงศักดิ์กล่าวบอก

            “ข้ามีเรื่องขออนุญาติหยากุ้ยเฟย”

            “ว่ามา” กุ้ยเฟยเร่งให้เข้าเรื่อง

            “ข้าอยากเข้าหอสมุดในวังหน้า ข้าอยู่วังหลังมานาน ตำราทุกเล่มในวังหลังข้าอ่านจนหมดแล้ว หยากุ้ยเฟยโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะ”

            หยากุ้ยเฟยครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะตอบตกลง

            “หากก้าวเข้ามาวังหน้า เจ้าควรระวังกริยาให้ดี” หยากุ้ยเฟยบอกอี๋หลินเพียงเท่านี้ หลังให้นางกำนัลจากส่งแขกกลับไป

            หอสมุดในวังหน้าช่างโอ่งอ่าง แล้วข้าจะหาตำราพิเศษเล่มนั้นเจอได้อย่างไร อี๋หลินเดินหาตำรากามสูตรตามที่เจี่ยวซือบอก แต่ตำราเล่มนี้ไปซุกซ่อนอยู่ที่ใด ถึงหาได้อยากเช่นนี้

            “โอ๊ย! อยู่ไหนเนี่ย” อี๋หลินส่งเสียงโวยวาย เมื่อเดินหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

            “เจ้าช่วยเบาเสียงหน่อย” เสียงทุ้มเปล่งออกมาจากมุมห้อง

            อี๋หลินรีบเดินไปขอโทษจนลืมมองหน้า ว่าคนที่นางกล่าวขอโทษคือใคร

            “ฝ่าบาท! หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ” อี๋หลินรีบคุกเข่าลงทันที

ความคิดเห็น