facebook-icon

ชอบใจ กดถูกใจนิยายเรื่องนี้ ให้ไรท์ด้วยน้าค้า จุ๊บๆ

Chapter 3 ทำไมเขาไม่พูดกัน?

ชื่อตอน : Chapter 3 ทำไมเขาไม่พูดกัน?

คำค้น : วุ่นรักทะเลร้อน, พรานร้ายพ่ายรัก, เอลยา, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy, เพื่อนรักเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2561 22:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3 ทำไมเขาไม่พูดกัน?
แบบอักษร

เมื่อปริศยาขับเรือสปีดโบ๊ทมาถึงเกาะ ลูกน้องสองสามคนรีบวิ่งมาขนของลง

“นายณริศมารออยู่ที่บ้านครับนายเปรียว” เสียงแหลมของนายหอย ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยบอก ปริศยากระโดดลงจากเรือ บรรดาลูกน้องแอบสังเกตเห็นใบหน้าของนายเปรียวขมวดมุ่น ดูเหมือนอารมณ์จะไม่เอ็นจอยกับชื่อที่เพิ่งได้ยินเท่าไหร่ พวกเขารีบเลี่ยงไปขนของขึ้นไปยังออฟฟิศของรีสอร์ททันควัน

“ของในตะกร้านั่น ให้แยกเอาไปใส่หลังรถ” ปริศยาสั่งออกไป ของใช้ส่วนตัวที่หล่อนแยกไว้ต่างหาก บ้านพักของหล่อนอยู่แยกค่อนไปทางด้านตะวันออกของเกาะ ปริศยามักใช้รถยนต์กระบะโฟร์วีล หรือไม่ก็มอเตอร์ไซค์ในการเดินทางมายังออฟฟิศและส่วนที่เป็นรีสอร์ท

เมื่อจัดการสั่งเสียลูกน้องเสร็จเรียบร้อยโดยไม่รีบเร่ง ปริศยาก็ก้าวขึ้นรถและขับออกไป หญิงสาวมาถึงบ้านพักที่เป็นตึกสองชั้นสีฟ้าสดใสเข้ากับบรรยากาศท้องทะเล

ณริศยืนเอามือล้วงกระเป๋ารออยู่ที่หน้าระเบียงด้านนอกเมื่อรถของปริศยาขับเข้ามาจอดตรงที่จอดรถข้างบ้าน สายตาคมเข้มจ้องมองร่างเพรียวที่กระโดดลงมาจากรถด้านคนขับอย่างกระฉับกระเฉง

หึ...ไม่รู้ว่าพี่ชายเขาจะห่วงอะไรหล่อนนักหนา ท่าทางปราดเปรียวและก๋ากั่นขนาดนั้น ณริศจุดยิ้มหยันตรงมุมปาก

ไม่น่าเชื่อว่าเขากับหล่อนจะไม่พูดกันเป็นเวลาถึงสามปี แต่ในระหว่างนั้น ก็ไม่ใช่ว่าทั้งคู่จะไม่เจอกันเอาเสียเลย มีบ่อยครั้งที่ต้องไปงานสังคมสังสรรค์เดียวกัน และแม้กระทั่งงานวันเกิดของคุณพ่อคุณแม่ของทั้งคู่ ซึ่งลูกๆ ของทั้งสองบ้านต้องกลับไปหาพวกท่านจนเป็นธรรมเนียมไปแล้ว แต่ทั้งเขาและหล่อนก็พยายามเลี่ยงกันจนสุดความสามารถ ปริศยาเดินขึ้นมาบนระเบียง ร่างสูงสมาร์ทที่ยืนล้วงกระเป๋าท่าทางไม่แคร์โลกนั้น

“โทรหาพี่ภัทรด้วย เขาเป็นห่วง”

เสียงห้าว กล่าวออกมาอย่างห้วนสั้น ปริศยามองใบหน้าคร้ามคมที่หล่อนรู้ดีว่าภายใต้ท่าทางเงียบขรึมนั้นกำลังยิ้มเยาะหยันอะไรบางอย่างอยู่ ปริศยายักไหล่โดยไม่พูดอะไรออกมา ทั้งคู่ยืนจ้องหน้ากันอยู่นาทีหนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงของณริศจะก้าวยาวๆ ผ่านหน้าปริศยา ข้ามถนนเดินลงไปยังชายหาดที่เรือสปีดโบ๊ทของเขาจอดอยู่ แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ปริศยายักไหล่อีกครั้งก่อนจะไขกุญแจบ้านเข้าไปภายในบ้าน หล่อนอยู่คนเดียว โดยมีแม่บ้านเป็นผู้ดูแลความสะอาดทั้งหมด ส่วนอาหารการกินนั้น ปริศยาฝากท้องไว้กับร้านอาหารของรีสอร์ท ปริศยาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาณภัทร

“หายไปไหนมาเปรียว พี่โทรทำไมไม่รับ” เสียงเคร่งเครียดเป็นกังวลของณภัทรเอ่ยถามออกมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นปริศยา

ในบรรดาสามสาวของครอบครัวทิตยนานนท์ ซึ่ง ณภัทรถือว่าเป็นหน้าที่ของพี่ชายอย่างเขาต้องดูแลพวกหล่อนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ นั้น  ปริศยาเป็นคนที่เขาห่วงมากที่สุด เพราะสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งนิสัยที่ห้าวไม่กลัวคนของหล่อน เสียดายที่ณภัทรอยู่กรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ชายหนุ่มจึงไม่ได้เจอหล่อนบ่อยนัก ส่วนปริศยาเองนั้น ก็เกลียดการเข้ามากรุงเทพฯ อย่างที่สุด

ณภัทรยังรู้สึกอุ่นใจอยู่บ้างที่อย่างน้อยณริศก็อยู่ไม่ไกล ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน แต่หากมีเหตุการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจเกิดขึ้น ณภัทรเชื่อว่าณริศจะไม่นิ่งนอนใจอย่างแน่นอน เพราะเขารู้ดีว่า ลึกๆ ในใจแล้วณริศนั้นรักและเป็นห่วงปริศยาเสมอมา

“พอดีเปรียวไปตลาดและทิ้งโทรศัพท์ไว้ในรถน่ะค่ะ”

ปริศยาโกหกไป หล่อนเดาว่าตอนที่ณภัทรโทรมา คงเป็นตอนที่เกิดเหตุการณ์ฉุกละหุกกลางตลาดนั่นพอดี แต่ไม่มีทางที่ปริศยาจะเล่าให้เขาฟังเป็นอันขาด เพราะทุกวันนี้เขายังให้หล่อนโทรรายงานตัวกับเขาวันละครั้งถ้าหากปริศยาไม่โทรตรงตามเวลา เขาจะต้องโทรมาเช็คหล่อน

ปริศยารู้ดีว่าณภัทรนั้นเป็นห่วงพวกหล่อนสามคน เพราะเขาได้รับมอบหมายจากพวกผู้ใหญ่ของทั้งสองครอบครัวให้ดูแลพวกน้องๆ และผู้ชายที่มีความรับผิดชอบสูงอย่างณภัทรนั้น ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่นี้เลย ตั้งแต่เด็กแล้ว

“คราวหลังอย่าทิ้งไว้ในรถ เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้ขึ้นมา” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งสอนตามแบบที่ปริศยาคุ้นเคย

“ค่า พี่ภัทร แหม เปรียวรู้แล้วน่า แล้วพี่ภัทรอยู่ที่ไหนคะนี่”

ปริศยามองดูนาฬิกาบ่งเวลาหกโมงเย็น

“พี่ยังอยู่ออฟฟิศ เปรียวเจอนายริศหรือเปล่า” ณภัทรเอ่ยถาม เขานึกอยากรู้ว่าณริศได้ทำตามที่เขาเอ่ยขอหรือไม่

“ค่ะ” เสียงปริศยาตอบออกมาอย่างสั้นๆ ไร้คำอธิบายใดๆ ต่อ

“มันไปหาที่บ้านหรือ”

“ค่ะ”

“มันบอกหรือเปล่าว่าพี่โทรหา”

“ค่ะ”

“นี่เปรียว...พี่ถามหน่อยเถอะ ระหว่างเราสองคนนี่มันเกิดอะไรขึ้นหือ... ทำไมจู่ๆ เพื่อนสนิทสองคนอย่างนายริศกับเปรียวถึงหมางเมินและไม่พูดกันเป็นปีๆ อย่างนี้” เสียงทุ้มเอ่ยถามออกมา อย่างไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ได้อีกต่อไป ปริศยาเงียบไปครู่ใหญ่

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ภัทร เราต่างคนต่างโตแล้วและก็ค้นพบว่า เราไม่มีความสนใจในสิ่งเดียวกันอีกต่อไป ก็เท่านั้นเอง”

นั่นเป็นเหตุผลที่ปริศยาใช้ตอบบิดามารดาและน้องสาว เมื่อครั้งที่ถูกถามด้วยคำถามเดียวกันนี้ ทุกคนรู้ว่ามันไม่น่าจะใช่สาเหตุเพียงเท่านี้ ที่จะมาทำลายมิตรภาพอันแข็งแกร่งและเหนียวแน่นระหว่างณริศกับปริศยาได้ แต่ในเมื่อคนทั้งคู่เลือกที่จะปิดปากเงียบอยู่เช่นนี้ ใครหน้าไหนก็ไม่อาจทำให้พวกเขาเปิดปากได้หรอก

“เปรียวก็รู้ว่าพี่ไม่เชื่อหรอกแต่ก็ไม่เป็นไรถ้าหากเปรียวคิดว่า พี่ไม่ควรรู้ พี่เพียงแต่เป็นห่วงและเสียดายความรักและมิตรภาพที่เปรียวกับนายริศเคยมีให้กันเท่านั้นเอง” เสียงทุ้มขรึมเอ่ยออกมา

“ไม่เห็นต้องเป็นห่วงอะไรเปรียวนี่คะพี่ภัทร เปรียวเอาตัวรอดและอยู่ได้สบายดี โดยไม่ต้องพึ่งใครหน้าไหนทั้งนั้น” ปริศยาเอ่ยขึ้น ใจหวนนึกถึงคนที่เพิ่งบึ่งเจ้าสปีดโบ๊ทกลับไปยังเกาะสวรรค์อันสำเริงสำราญของตัวเองเมื่อครู่ก่อน

“พี่รู้ว่าเปรียวเก่ง แต่ยังไงเปรียวก็เป็นผู้หญิง เปรียวเป็นน้องคนหนึ่งของพี่ จะไม่ให้พี่ห่วงเลยน่ะคงเป็นไปไม่ได้หรอก พรุ่งนี้โทรมาหาพี่เวลาเดิม ถ้าไม่โทร พี่จะโทรหาเอง” เสียงเคร่งสั่งกำชับ ปริศยารับปากก่อนจะวางสายไป 

เฮ้อ...พี่ภัทร เมื่อไหร่จะปฏิบัติกับหล่อนเหมือนคนที่โตๆ กันแล้วเสียทีนะ

สมัยเมื่อปริศยาเริ่มต้นวัยสาวรุ่นนั้น หญิงสาวรู้สึกชื่นชอบและชื่นชมพี่ณภัทร หล่อนหลงปลื้มในความหล่อเหลา ร่างสูงผึ่งผายดูสง่ายิ่งนัก แถมอุปนิสัยบุคลิกที่สุขุมนุ่มลึกเป็นผู้ใหญ่ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย หล่อนหลงคิดว่าหล่อนรักเขาตามประสาวัยรุ่นฮอร์โมนเดือดและณริศเพื่อนซี้หล่อนก็รู้ดี เพราะปริศยาไม่เคยมีความลับกับเขา เขายังชอบแซ็วหล่อนว่าหล่อนเป็นนางบุษบาหลงรูปอิเหนา แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่ปริศยาก็ได้แยกแยะและรู้ว่าหล่อนรักและเคารพเขาดุจดั่งพี่ชายใหญ่เท่านั้นเอง แต่หล่อนก็ไม่จำเป็นต้องบอกใคร โดยเฉพาะณริศ

ปริศยาอดนึกย้อนถึงอดีตสมัยเด็กๆ ไม่ได้ ระหว่างณริศกับหล่อนนั้นความกะล่อนและเอาตัวรอดเก่งที่สู่สีกินกันไม่ลง บวกกับความเจ้าเล่ห์เหลี่ยมจัดไม่มีใครเป็นรองใครนั้น ทำให้เขาและหล่อนเข้ากันได้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย เนื่องจากปริศยาเชื่อว่าการเป็นศัตรูกับคนเล่ห์เหลี่ยมจัดนั้นย่อมไม่เป็นการดี แต่การเก็บเอาไว้ใกล้ตัวต่างหากที่จะเกิดประโยชน์ต่อกันทั้งสองฝ่าย

จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ณริศนั้นแก่กว่าหล่อนหนึ่งปี จึงถูกส่งไปอเมริกาก่อน ปีต่อมาปริศยาก็เลือกไปเรียนที่อเมริกา แต่เป็นคนละมหาวิทยาลัยกับณริศ ถึงกระนั้นก็ตาม ณริศก็มักจะหาเวลามาหาปริศยาอยู่บ่อยๆ เขาเริ่มใช้ชีวิตอิสระตามวัยหนุ่มของเขา ชายหนุ่มควงสาวหลายชาติหลายภาษาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนปริศยาแทบจำชื่อแต่ละนางไม่ได้ เวลาเขาพาพวกผู้หญิงเหล่านั้นไปเยี่ยมหล่อน 

​แต่ถึงแม้ว่าณริศจะใช้ชีวิตสนุกและเจ้าสำราญแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่เขาทำประจำไม่เคยเปลี่ยนคือ การที่เขาต้องโทรหาหล่อนทุกคืนก่อนนอน เล่าเรื่องของเขาให้ปริศยาฟัง และหากมีเวลาหยุดมากว่าสองวันเขาก็มักจะไปหาหล่อนที่อพาร์ตเม้นท์ ไปนอนคุยกันตามประสาเพื่อนสนิทเหมือนที่เคยทำสมัยอยู่เมืองไทย จนบางครั้งฟารีดา เพื่อนคนไทยที่หล่อนสนิทด้วยแอบกระเซ้าว่าณริศเป็นแฟนหล่อน ปริศยาต้องทำหน้าสะอิดสะเอียนทุกครั้งเมื่อถูกแซ็วเช่นนั้น

หึ...ใครจะเอาคนอย่างนายริศ นิสัยที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็ไม่ยอมรับแบบนั้น หากใครได้ไปเป็นคู่ คงจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าเป็นแน่ แต่ก็มีบ้างเหมือนกันบางครั้งที่ปริศยาคิดถึงคนอย่างนายริศ ก็อย่างเวลาที่เขามาอยู่อเมริกาก่อนตั้งปีหนึ่งนั้น ปริศยาก็ยอมรับอยู่ว่าหล่อนคิดถึงเพื่อนเจ้าเล่ห์ เหลี่ยมจัดอย่างนายริศ ก็คนเคยกินเคยนอนเคยทำอะไรแผลงๆ ด้วยกันนี่นะ ปริศยาถอนหายใจเมื่อคิดย้อนไปถึงตรงนั้น ใบหน้าสวยเก๋ของหล่อนดูหม่นเศร้าโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

ปริศยานึกถึงท่าทางเคร่งขรึมและไม่แยแสโลกของเขาในช่วงหลังๆ มานี้ นั่นมันไม่ใช่บุคลิกของณริศจอมกะล่อนและเจ้าสำราญที่เคยเป็นเพื่อนซี้หล่อนคนนั้น เขาเปลี่ยนไปตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น เหตุการณ์ที่ทำให้มิตรภาพของหล่อนและเขาขาดสะบั้นลงไม่เป็นชิ้นดี แตกหักย่อยยับอย่างไม่มีวันจะสานต่อให้เป็นดังเดิมได้อีกต่อไป


*****

ขอบคุณสำหรับเม้นท์และดาวนะคะรีดที่รักของไรท์ เพียงแค่เริ่มก็ติดดาวให้ไรท์แล้วอ่ะ แบบเชื่อมือกันขนาดนี้ ไรท์ปลื้มม้ากๆ ค่ะ ไรท์จะพยายามทำให้เรื่องราวมันสนุกและฟินกระฉูดนะคะ จุ๊บๆ

ความคิดเห็น