ฝากติชมผลงาน เพื่อการพัฒนาต่อไป หรือจะให้กำลังใจก็ได้นะคะ จุ้บ 😘

ชื่อตอน : บทที่ 2 (Nc นิดๆ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2560 08:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 (Nc นิดๆ)
แบบอักษร

          เมื่อเหมยลี่แจ้งข่าวมาว่าได้ติดต่อหญิงงามจากหอโคมเขียวไว้แล้ว อี๋หลินก็รีบออกจากวังทันที

            “เจ้ารออยู่ในห้องนอนข้านะ เหมยลี่ ปลอมตัวเป็นข้า แล้วแกล้งหลับบนเตียง เผื่อมีใครมองมาจะได้ไม่เป็นที่สังเกตมากนัก” พระสนมกล่าวทิ้งท้าย ขณะเปลี่ยนชุดเป็นนางกำนัล ก่อนจะแอบเดินออกจากห้องนอน

            เมื่อก้าวพ้นประตูวัง อี๋หลินก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้า ปลอมตัวเป็นผู้ชายเช่นเดิม เพราะการที่มีบุรุษหนุ่ม เดินเข้าหอโคมเขียว คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

            รถม้าหยุดจอดตรงหน้าหอนางโลมที่ขึ้นชื่อของแคว้น ไป๋อี๋หลิน ลังเลใจอยู่ซักชั่วครู่ ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถม้า เพราะการมาที่นี้มันคือจุดเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

 

            “ฝ่าบาท ท่านเบื่อสนมในวังแล้วหรือ ถึงเดินเข้าหอโคมเขียว ฮ่าๆ” มู่หลง ทหารองค์รักษ์คนสนิท เดินตามฮ่องเต้มาติดๆ ไหนว่าจะออกมาสืบคนที่แอบขนอาวุธ ไฉนฝ่าบาทจึงเปลี่ยนพระทัยได้

            “ข้าว่า ข้าเห็นนาง...” สายตาคมเฉี่ยวพยายามมองหาหญิงงามที่ปลอมกายเป็นชาย ไม่รู้ว่าฟ้าลิขิตหรืออย่างไร ที่ทำให้คำขอของเขาเป็นจริง

            “มานี่ก่อนสิคะ คุณชาย ขา.....” องค์จักรรพรรดิ์หนุ่ม ถูกหญิงงามต่างๆรุมล้อม จนพลัดกับนาง.. ที่เพิ่งเดินขึ้นบรรไดไป

            “ข้ามาตามหาคน ขอโทษด้วย” ฮ่องเต้เริ่มขมวดคิ้ว สายตาชะเง้อหาคนที่เดินลับตาไปแล้วอย่างช่วยไม่ได้

            “อย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่า มาหาข้านี่มา สาวๆ” มู่หลิน ผู้รู้ใจ กางแขนออกต้อนรับสาวๆ แต่ในมือของเขานั้นมีถุงเงินอยู่ด้วย สาวๆจึงเลือกมารุมล้อมมู่หลินแทน เพราะปกติเจอแต่พวกแก่ๆ นานๆทีจะมีบุรุษหนุ่มหล่อเหลา ร่างกายกำยำ แถมมีเงินถุง มากมาย

            “จะให้ข้ารับพวกเจ้าเป็นสิบๆคนทีเดียวคงไม่ไหว ข้าขอเลือก เจ้า” มู่หลินมองสตรีในอ้อมอก ที่รูปร่างเย้ายวน บวกกับหน้าตาที่มีเสน่ห์ของนาง ขณะที่มู่หลินกำลังมองหาสาวงามอีกคนมาปรนนิบัติเขา เขากลับเลือกหญิงงามอีกคนที่ทำท่าราวกับไม่สนใจใยดี นางนั่งดื่มชา แต่สายตาก็ทอดมองที่เขาตลอดเวลา

            “และ เจ้า....” มู่หลินยิ้มหวานทันที เมื่อแม่นางม่านเทียนผู้นั้นตอบรับคำเชิญเขา ด้วยการเดินนำไป

            เมื่อเดินมาถึงห้องทางเดินซ้ายสุด หญิงงามทั้งสองก็เริ่มปลดเปลื้องผ้าของตนเองออก ทีละชิ้น ทีละชิ้น อย่างเย้ายวน

            เมื่อแม่นางม่านเที่ยนที่มู่หลินเลือกเป็นคนที่สอง สาวเท้าเข้ามาใกล้มู่หลิน ริมฝีบางประกบจูบอย่างอ้อยอิ่ง ยั่วยวน ส่วนนิ้วเรียวๆ ของนาง ก็เริ่มซุกซน ลูบวนไล้แผงอกกว้างของท่านทหารองค์รักษ์

            วาวา สาวงามคนแรก ไม่เสียเวลาในการรอ มือเรียวเล็กค่อยๆปลดชุดของมู่หลินออก ปากบางพรมจูบทั่วแผ่นหลังมู่หลิน ขณะที่มือกำลังถอดชุดของมู่หลิน

            เมื่อมู่หลินปราศจากผ้าใดๆปกคลุมกาย ท่อนเอ็นแข็งที่พร้อมรับทุกท่วงท่า ก็ผงาดออกมา จนวาวากลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะความน่ากินของมัน มือเล็กรูดท่อนหยกขึ้นลงๆ เมื่อทนความหิวไม่ไหว นางก็ได้ใช้ปากอมมันไว้ แล้วรูดเข้า รูดออก จนมู่หลินส่งเสียงร้องครางอย่างพอใจ

            มู่หลินถูกพลักลงให้ล้มลงบนเตียงนอน แม่นางวาวายังคงไม่อิ่ม กับท่อนหยกแข็งร้อน เหตุอันใด ท่อนเอ็นของมู่หลินถึงได้อร่อยปากนางแบบนี้ ดี คืนนี้ข้าจะรีดพิษ และกลืนมันเข้าไปจนอิ่ม !

            ม่านเทียน บัดนี้กลับกรอกตา สูดปากร้องด้วยความเสียว เมื่อมู่หลินให้นางขึ้นคร่อมบนหน้า แล้วก็ใช้ลิ้นร้อนๆของเขา ตวัดลงบนเม็ดสวาทจนกายสาวบิดเร่า เขาทั้งห่อลิ้นแข็ง ฉกเข้า ฉกออก จนไม่รู้ต่อกี่ครั้ง ลิ้นหนาตวัดเลียไปมาอย่างรวดเร็ว จนม่านเทียนต้องยกสะโพกหนีเพราะทนความเสียวนี้ไม่ไหว แต่มือหนาของมู่หลิน กลับกดสะโพกไม่ให้ม่านเทียนขยับไปไหน แถมยังกดสะโพกไว้ จนม่านเทียนทนไม่ไหว ต้องกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสม

            วาวาเองก็ทนแทบไม่ไหว จำต้องขอร้องให้มู่หลินช่วยเหลือนางด้วยการยัดท่อนหยกของเขาเข้าไป วาวาถูกจับให้อยู่ในท่าคุกเข่า คลานกับพื้น ในขณะที่เขากำลังกระแทกเอวเข้าไป ใต้ร่างวาวาก็มีม่านเทียนที่คอยช่วยให้นางสุขสมอยู่ไม่น้อย ด้วยการดูดดุนเม็ดบัวยอดอกวาวา

            “อ่า.... คุณชายขา ของท่านช่างใหญ่ดีอะไรเช่นนี้” วาวานางรำพึงด้วยความพอใจ

            “ข้าจะทรมานเจ้า เพราะเมื้อกี้เจ้ายังทรมานข้าจนแทบหยุดหายใจ” มู่หลินหัวเราะในลำคอ กับการได้กลั่นแกล้งสาวสวย

            เอวหนาส่ายควงไปมา สาวออกสุด จนเกือบหลุด แล้วกระแทกกระทั้นเข้าไปเต็มแรง วาวาพอใจในรสกามครั้งนี้มากกว่าทุกครั้ง จนต้องส่ายสะโพกร่อนไปมา ท้าทายมู่หลิน

            “คุณชาย ขอข้าบ้าง” น้ำเสียงออดอ้อนของม่านเทียน ทำให้มู่หลินต้องดึงมันออกจากกายวาวา แล้วหันไปสนองม่านเทียนแทน

 

            “พระสนมได้บทเรียนอะไรจากม่านเทียนมั่งไหมเพคะ” หญิงนางหนึ่งปรายตามอง พระสนมที่นั่งมองกิจกรรมเริงรักตรงหน้าอย่างไร้ความเหนียมอาย

            อี๋หลินสลัดความอายทิ้งจนหมดสิ้น นั่งมองคนทั้งสามผ่านฉากกั้นห้อง มาเป็นเวลาเนิ่นนาน

            “ม่านเทียนไม่ได้สวยกว่าวาวาเลย ที่คุณชายท่านนี้เลือกวาวาคนแรก เพราะสะดุดตาในความสวยหวานของนาง แต่เหมือนม่านเทียนเองมี่เสน่ห์บางอย่าง แม้จะนั่งอยู่ไกลทำเป็นไม่สนใจ แต่แท้จริงแล้วม่านเทียนกำลังบอกคุณชายท่านนี้ให้เลือกนางผ่านสายตา และท่าทางของนาง ม่านเทียนนั้นยกยอคุณชายท่านนี้จนดูว่าตนเองต้อยต่ำ แต่แท้จริงแล้วคุณชายท่านนี้ต่างหากที่กำลังคล้อยตามคำพูดม่านเทียนจนทำให้ท่านเทียนเหนือกว่า” อี๋หลินหุบพัดลงบนฝ่ามือ พร้อมหันไปสบตาเจ้าของหอนางโลมนางนี้

            “วิเคราะห์ได้ดีเพคะ เสน่ห์ของสตรีหาใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ แต่นั่นหมายถึงสติปัญญา ไม้ไผ่อ่อนลู่ลมสุดท้ายหยัดยืน คนไร้ซึ่งปัญญาอาจมองว่าอ่อนแอ แต่หากไม้ไผ่นั้นหากเหลาให้แหลมคม ก็สามารถเป็นอาวุธได้เช่นกัน” เจียวซือ หญิงมีอายุ กล่าวสอนพระสนมถึงบทเรียนแรก

            “วันพรุ่งนี้ข้าจะสอนบทเรียนต่อไป บทเรียนของหญิงสาว...” เจี่ยวซือดวงตาทอประกายคล้ายมีอะไรบางอย่าง จนอี๋หวินนึกหวาดกลัว เจ้าของหอนางโลมผู้นี้ เจอหน้าครั้งแรกก็คิดว่านางเป็นแค่หญิงมีอายุที่ดูแลสาวๆในเรือนคนหนึ่ง แต่สายตาของนางมองสำรวจทุกอย่าง เก็บรายละเอียดทุกสิ่ง แล้วซ่อนมันไว้มิดชิด เจี่ยวซือสามารถมองวิเคราะห์ลักษณะนิสัยของคนที่เพิ่งพบหน้าได้ สตรีนางนี้ช่างน่ากลัวเสียจริง

 

          “แม่นาง...” องค์ฮ่องเต้ที่นั่งรอทหารองค์รักษ์จนเกือบหลับ กลับพบว่าการรอคอยของเขาไม่สูญเปล่า เมื่อเห็นหญิงคนที่ตนตามหา เดินลงบันไดมา ข้างนางโลมนางหนึ่ง

            “คุณชายเรียกเจี่ยวซือหรือคะ” เจี่ยวซือพยายามเดินบังอี๋หลินเพื่อให้นางหลบหลีกทัน เพราะดูท่าแล้วคุณชายผู้นี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา ลักษณะการแต่งกาย รวมทั้งสายตาที่ทรงอำนาจนั้น แม้แต่เจี่ยวซือเองยังไม่กล้าที่จะสบตา”

            เจี่ยวซือเอี้ยวตัวไปทำท่าราวกับจะจูบอี๋หลินที่ปลอมเป็นชาย เพื่อกระซิบบอกให้นางรีบไป เพราะลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง

            “เดี๋ยว!” ฮ่องเต้ตะโกนเรียกอี๋หลินที่ยกพัดบังหน้าเห็นแค่ดวงตาคู่หวานที่กำลังหลบสายตาเขาแล้วเดินจากไป สายตาคู่นี้เหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

            “ข้าอยู่นี้แล้ว คุณชาย” เจี่ยวซือพยายามดึงความสนใจของชายผู้นี้

            “เจ้าน่าจะรู้ว่าไม่ควรขวางทางข้า” จักรพรรดิหนุ่ม ปรายตามองเจ้าของหอนางโลมผู้นี้ด้วยแววตาดุดัน

            เจี่ยวซือรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างในตัวเขา ราวกับถูกมนต์สะกด เจี่ยวซือยืนนิ่งไม่ขยับ ยามสบนัยต์ตาสีดำคู่นั้น ความหมวาดกลัวก่อเกิดในใจเพราะสัญชาติญาณการเอาตัวรอด

            “มู่หลิน ม้า!” เมื่อเห็นมู่หลินที่กำลังเดินเข้ามา คำประกาศิทออกจากปากหยักสวย แววตาฉายชัดไปด้วยความไม่พอใจ จนมู่หลินต้องรีบออกไปเตรียมม้ามา ก่อนที่ฮ่องเต้จะบัลดาลโทสะออกมา

            เมื่อคุณชายทั้งสองก้าวพ้นออกไป เจี่ยวซือถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดูๆแล้วไม่รู้ว่านางคิดผิด หรือคิดถูกที่ยอมช่วยเหลือพระสนม ทั้งนี้ก็ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ดีไม่ดี อาจเป็นนางก็ได้ที่ได้ผลประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว มือเรียวยกขึ้นปิดปากเพื่อบดบังรอยยิ้มอันชั่วร้าย...

 

*****************

ตอนที่ 3 แล้ววววววว

เมื่อไหร่พระ - นาง จะได้เจอกันเนี่ย 5555

แล้วทำไม พระเอกของเราถึงไม่คุ้นหน้านางเอกหนอ

เนื้อเรื่องจะเจ้มจ้นขึ้นเรื่อยๆหรือเปล่า ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

 

😍😍😍😍😍😍

 

 

ความคิดเห็น