ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่สาม: หาเหาใส่หัว ต้องเอาตัวให้รอด

ชื่อตอน : ตอนที่สาม: หาเหาใส่หัว ต้องเอาตัวให้รอด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2560 00:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่สาม: หาเหาใส่หัว ต้องเอาตัวให้รอด
แบบอักษร

ข้ารับใช้ติดตามของสององค์ชายต่างพากันแตกตื่นโหวกเหวกโวยวาย วิ่งกรูเข้ามาพยุงร่างเปียกโชกขององค์รัชทายาทขึ้นจากสระบัว ลี่หมิงหายใจไม่ทั่วท้อง ยืนหน้าซีดตัวเกร็งไม่แน่ใจว่าควรทำเช่นไรต่อไป


“หมิงเอ๋อร์ เด็กดื้อ ไยจึงเรียกพี่ของเจ้าอย่างห่างเหินเช่นนั้น โกรธพี่หรือกระไร หมิงเอ๋อร์...เหตุใดจึงนิ่งไปเล่า”


ข้าไม่ได้นิ่งแค่ตกใจจนเกือบถึงแก่พิราลัยไปแล้วเท่านั้น ใช่ว่าข้าจะไม่เคยพบหน้าองค์รัชทายาทมาก่อน เออ จะว่าไปก็ไม่เคยเจอจริงๆนี่หว่า มีแต่เสวี่ยหมิงที่รู้จักเจ้าคนยิ้มหลอนสะท้านโลกผู้นี้ แล้วนี่มันคนบ้าอะไร เทพเซียนทั้งสวรรค์ประชุมร่วมกันสร้างสรรค์ปั้นแต่งมาเกิดงั้นหรือ ตกน้ำ เลอะโคลน สาหร่ายตะไคร่เกาะเต็มหัวยังหล่อเฟี้ยวฟ้าวออร่าพุ่ง อดีตนายแบบอย่างลี่หมิงอยากขอคารวะสามจอกด้วยน้ำในบ่อเต่า


องค์รัชทายาทเว่ยเหวินหลงในร่างชุ่มโชกยืนชิดริมขอบสระ โบกมือเป็นเชิงให้เหล่าผู้ติดตามทั้งหลายกลับไปยืนประจำตำแหน่งเดิม หวงไท่จื่อ*แห่งราชวงศ์เว่ยเผยรอยยิ้มสว่างไสวผิดมนุษย์มนา จ้องมองใบหน้างามล้ำของพระอนุชาต่างมารดาอย่างเฝ้ารอคำตอบ ลี่หมิงทิ้งตัวลงคุกเข่า ความผิดยิ่งใหญ่ถึงขั้นลอบทำร้ายองค์รัชทายาท จะแก้ตัวเอาหัวโขกพื้นขอขมาเลียนแบบละครจีนอย่างไรก็ดูไม่มีทางรอดเอาเสียเลย


“องค์รัชทายาท ข...ข้าไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ โปรดอภัยที่ข้าได้ล่วงเกิน ข้า..”


“พี่เคยบอกให้เรียกเช่นไร”


“องค์รัชท...”กลัวฉี่แทบจะราดอยู่แล้วมาถามบ้าบออะไรตอนนี้เล่า!


“หมิงเอ๋อร์ อย่าดื้อ”


“เสด็จพี่...”เหวินหลงเผยรอยยิ้มพึงพอใจ สาวเท้าเข้าประชิดลี่หมิงที่ทรุดตัวคุกเข่าก้มหน้า เอื้อมคว้าข้อมือพยุงพระอนุชาให้ลุกขึ้นยืนเสมอตน


“หมิงเอ๋อร์ลุกขึ้นเถิด คิดมากไปไย นี่พี่เจ้าหาใช่คนอื่นไกลที่ไห...”


ด้วยอารามตกใจดั่งนกหวาดเกาทัณฑ์ ลี่หมิงสะบัดมือเย็นที่เข้าเกาะกุมออก เสวี่ยหมิงกับองค์รัชทายาทมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างไร เด็กหนุ่มกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นไปด้วยแม้จะได้รับความทรงจำมาทั้งหมดก็ตามที สำหรับลี่หมิงแล้วองค์รัชทายาทเป็นเพียงพี่ชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่หน้าตาดีเกินไปก็เท่านั้น ลี่หมิงหน้าซีดเมื่อเห็นสีหน้านิ่งอึ้งของคนผู้พี่ นี่มันความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรกชัดๆ


อาม่าผมควรจะขอโทษคนที่เราเผลอเหยียบเท้าเขาไปแล้วดันไปเหยียบซ้ำอีกรอบยังไงดี...


“องค์รัชท...เสด็จพี่เหวินหลง ได้โปรดยกโทษในความผิดไม่น่าให้อภัยครั้งนี้ด้วยเถิดพะยะค่ะ ข้าเพียง...”


“เด็กโง่ ใครจะถือสาหาความเจ้ากัน” เด็กหนุ่มเกือบยิ้มออก องค์รัชทายาทช่างมีเมตตาผิดจากที่คาดยิ่งนัก


“ขอบพระทั....”


“หากใครกล้ามีปัญหากับเจ้า พี่จะจับมันฝังกลบให้หมดทั้งสกุล”


“.........” ลี่หมิงหุบปากแทบไม่ทัน คนพรรค์ใดกันคำขอโทษไม่รับมิหนำซ้ำยังขู่จะฆ่าผู้อื่นให้ฟังอีก หากคนที่ถือสาหาความข้าผู้นั้นเป็นฮ่องเต้เล่า! ท่านจะเข่นฆ่าทั้งราชวงศ์ให้หมดสิ้นแล้วกระโดดลงหลุมไปด้วยกันหรืออย่างไร แน่นอนว่าคนที่ท่านจะฝังก็รวมข้าด้วยมิใช่หรือ!?


คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ ในวันหน้าหากมีปัญหากับพี่น้องคนใด รีบเมตตาให้อภัยกันไปคงดีเสียกว่ารอให้เรื่องไปถึงหูพี่ชายบ้าเลือด เด็กหนุ่มลืมเสียสนิทว่าคนในยุคโบราณนั้นแท้จริงแล้วฆ่าแกงกันง่ายดายเหลือแสน วันนี้เอ่ยคารวะเมื่อพานพบ วันหน้าชักดาบตามล่าเจ้าฆ่าพ่อข้าล้างแค้นสิ้นตระกูล


นี่ข้า...ยังเหลือโควต้าล่วงเกินรัชทายาทอยู่อีกไหม หรือพลาดอีกครั้งแล้วจะเข้าโปรโมชั่นไปเกิดใหม่ได้เลย?


ความทรงจำที่เสวี่ยหมิงมีต่อองค์รัชทายาทไม่มีสิ่งใดที่เรียกได้ว่าเป็นประโยชน์เลยแม้แต่น้อย เว่ยเหวินหลงวันๆนอกจากจะชอบแสดงความเอ็นดูเสวี่ยหมิงจนน่าขนลุกแล้ว ก็แสนจะถนัดใช้ใบหน้าหล่อเหลาที่มาพร้อมแพคเกจยิ้มหลอกลวงผู้บริโภคจนทำให้เป็นที่รักใคร่ของเหล่าไพร่ฟ้าและข้าบริวาร


หรือที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่าตอแหลนั่นแหละ...


“หมิงเอ๋อร์ ขมวดคิ้วคิดมากอันใดอีก เมื่อครู่หลังจากเข้าเฝ้าเสด็จพ่อพี่แวะไปหาเจ้าที่ตำหนัก แต่พ่อบ้านกลับบอกว่าเจ้าออกมาเดินเล่นอยู่ที่นี่ ได้ยินว่าสุขภาพของเจ้าดีขึ้นมากแล้ว เมื่อแต่ก่อนเจ้าไม่มีโอกาสได้ไปไหนมาไหนมากนัก พี่ตั้งใจจะพาเจ้าไปเดินเปิดหูเปิดตานอกรั้ววัง เจ้าว่าดีหรือไม่”


ไม่ดี!


“เสด็จพี่โปรดเข้าใจ ข้ายัง...” ข้ายังไม่อยากไปกับท่าน เข้าใจหรือไม่ ผู้คนสติดีที่ไหนจะอยากไปไหนมาไหนกับคนที่เอ่ยปากเป็นขู่ฆ่าล้างเจ็ดชั่วโคตรอย่างท่าน!


“หรือขาของเจ้ายังเจ็บอยู่ คงไม่ใช่สาเหตุนั้นกระมังพี่สัมผัสได้ว่าขาของเจ้าปกติดียิ่งนักราวกับได้รับคำอวยพรจากเหล่าเทพ” ขาข้ามันดันปกติดีจนท่านสัมผัสได้ถึงลูกถีบหนักหน่วงจึงได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาขู่ใช่หรือไม่ บอกมาตรงๆเลยเถอะ ท่านจะแขวะข้าหรือเป็นห่วงข้ากันแน่


“ขอบพระทัยความห่วงใยของเสด็จพี่ ขาของข้าไม่มีสิ่งใดให้กังวล ข้าเพียงไม่อยากรบกวน…”


“เหลวไหล หมิงเอ๋อร์ อยู่กับพี่ไม่ต้องมากมารยาท พี่เพียงต้องการเห็นเจ้าสบายใจกลับมายิ้มได้ดังเดิมเท่านั้น พี่จะกลับไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายแล้วอีกครึ่งชั่วยามจะไปรับเจ้าที่ตำหนัก เจ้าเห็นเป็นเช่นไร”


“หากเสด็จพี่กล่าวถึงเช่นนั้นข้าก็มิกล้าขัดพระทัย” เออ ก็คิดเองเออเองเสร็จสรรพไปแล้ว ข้าจะเห็นเป็นอื่นใดไปได้อีกเล่า อยากเห็นข้าสบายใจงั้นหรือเสด็จพี่ วาจามัดมือชกของท่านช่วยให้ข้าสบายใจเสียเหลือเกิน อย่างไรข้าก็เพิ่งโดดถีบท่านตกสระน้ำไป ถ้าเปิดการ์ดขัดใจตอนนี้เกรงว่าจะได้กลายเป็นอาหารเต่าไปเสียก่อน


“ดี แล้วพี่จะรีบไปรับเจ้า”องค์รัชทายาทยกมือขึ้นลูบเรือนผมของพระอนุชาด้วยท่าทีรักใคร่เอ็นดู พร้อมทั้งยักคิ้วหลิ่วตาก่อนหมุนตัวหันหลังเดินจากไปพร้อมเหล่าผู้ติดตามด้วยท่วงท่าสง่าราวปักษาล่องนภา ลี่หมิงแอบเบ้หน้าอย่างอดไม่ได้ แค่จะเดินกลับตำหนักก็ยังเก็กได้อีก อยากรู้เหลือเกินจะหาใครในราชวงศ์เว่ยที่ท่ามากเท่าท่านได้อีกไหม


เด็กหนุ่มลอบถอนหายใจ เมื่อครู่จำต้องตกปากรับคำเชิญอย่างเสียไม่ได้ คนมีชนักติดหลังไหนเลยจะกล้าเอ่ยปากปฏิเสธ องค์รัชทายาทผู้มีจิตใจงามมากด้วยเมตตาตั้งแต่นั่งดูละครจีนกับอาม่ามายังแทบหาไม่ได้เลยสักคน แท้จริงนี่อาจเป็นแผนลวงไปฆ่าเพราะแค้นที่ถูกถีบตกบ่อเต่าก็เป็นได้ เอาวะ ปมใครผูกคนนั้นแก้ มามัวคิดมากตอนนี้ก็เสียเวลาเปล่า


ไม่ทันได้ถึงครึ่งชั่วยามดี องค์รัชทายาทผู้แจกรอยยิ้มพิมพ์ใจเป็นกิจวัตรก็มารับลี่หมิงในฉลองพระองค์ของคุณชายรูปงามตระกูลดี ลี่หมิงเองก็ได้รับการแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ให้สมเป็นคุณชายสูงศักดิ์เช่นกัน และเนื่องจากองค์รัชทายาทเป็นห่วงว่าพระอนุชาจะยังไม่แข็งแรงดีพอที่จะขึ้นขี่ม้าหลังจากห่างเหินการฝึกฝนมานานหลายปี จึงได้เสนอให้ค่อยๆเดินกันไปเรื่อยๆจะดีกับการฟื้นฟูร่างกายมากกว่า


ร้านรวงนอกรั้ววังคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ ลูกเด็กเล็กแดงวิ่งเล่นหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานไปตามประสา ทั้งผู้เฒ่าผู้แก่คนหนุ่มคนสาว บ้างอัตคัตบ้างมีอันจะกินล้วนเดินปะปนวนเวียนกันให้ขวักไขว่ ลี่หมิงที่คราแรกไม่ได้นึกอยากมาเริ่มยิ้มออก ตื่นตาตื่นใจไปกับของซื้อของขายแปลกตาที่หาไม่ได้ในรั้ววัง


“หมิงเอ๋อร์ หากเจ้าประสงค์สิ่งใด พี่จะซื้อให้ตามที่เจ้าปรารถนา” องค์รัชทายาทเอ่ยปากเป็นพ่อบุญทุ่ม เรียกให้รอยยิ้มบนใบหน้าลี่หมิงยิ่งกว้างขึ้นไปอีก

การมีพี่ชายช่างดีเหลือเกิน เมื่อก่อนไร้ญาติพี่น้องให้พึ่งพา จะมีก็แต่อาม่าที่คอยพร่ำบอกอยู่เสมอว่าอยากได้อะไรไม่ต้องมาบอกให้ไปทำงานหาเงินซื้อเอาเอง นอกจากแฟนเก่าสายเปย์ที่ไม่อยากจะนึกถึงแล้วก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าวันนึงจะมีพี่ชายสายเปย์กับเค้าขึ้นมาบ้าง อาา สวรรค์ ในที่สุดท่านก็รู้จักทำงานโดยไม่พึ่งนรกเสียบ้าง!

ลี่หมิงลอบยิ้มในใจ นึกยินดีปรีดาแทบอยากป่าวประกาศให้คนทั้งตลาดร่วมยินดีไปกับตน เด็กหนุ่มค้อมหัวลงส่งยิ้มบางเบาให้พระเชษฐาต่างพระมารดา “ขอบพระทัยเสด็จพี่ ข้าจะค่อยๆเลือกดู”


ลี่หมิงหันซ้ายหันขวาดูลาดเลา อาศัยช่วงจังหวะที่องค์รัชทายาทสนใจสิ่งรอบข้างแอบเอาไอโฟนขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ ด้วยรู้ดีว่าแบตเตอรี่คงอยู่ได้อีกไม่นานถ้าไม่รีบใช้ก็คงไม่มีโอกาสได้ใช้อีก เด็กหนุ่มเสพติดการอวดทุกสิ่งลง Social media เป็นชีวิตจิตใจจึงได้แต่หวังลมๆแล้งๆว่าหากวันนึงได้กลับออกไปจากยุคนี้เมื่อใดจะได้มีรูปไว้อวดชาวบ้านชาวเมือง เมื่อได้รูปไปบ้างจนพอใจแล้วลี่หมิงจึงรีบยัดไอโฟนกลับเข้าไปในแขนเสื้อ



แผงขายว่าวหลากชนิดหลายรูปแบบดึงดูดความสนใจของเด็กหนุ่มให้เดินเข้าไปยืนมองใกล้ๆ ว่าวโครงไม้ไผ่ทำมือหลากสีที่ผูกห้อยเรียงเป็นสิบๆตัวนั้นชวนให้นึกถึงอดีต ในสมัยที่เสวี่ยหมิงยังเป็นเพียงเด็กน้อยก็เคยได้เล่นอยู่บ่อยๆ


“เสด็จพ...ท่านพี่เหวินหลง ท่านคิดว่าว่าวแมลงปอสีแดงตัวนั้นดูเป็นอย่างไร” ลี่หมิงเปลี่ยนสรรพนามเรียกองค์รัชทายาทเพื่อไม่ให้พ่อค้าขายว่าวรู้ฐานะที่แท้จริงของพวกตน


“หืม ไม่ดีกระมัง เจ้าคงจำว่าวมังกรที่พี่เคยให้เจ้าตอนเป็นเด็กไม่ได้เป็นแน่ สุดท้ายเจ้าเล่นเพลินจนเผลอเดินตกสระบัวไป ตอนนั้นพี่ถูกท่านพ่อกริ้วอยู่เป็นนานสองนานเลย ยิ่งไปกว่านั้น...” องค์รัชทายาทค้อมตัวลงกระซิบกระซาบข้างหูของพระอนุชา“พี่ว่าร้านนี้ขายแพงไป”


องค์รัชทายาท ท่านถามราคาตั้งแต่เมื่อไรถึงซี้ซั้วพูดว่าคนเขาขายแพงฟะ


“ท่านพี่เหวินหลงโปรดอภัยให้ข้าด้วยเถิด ข้าจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้แล้วจริงๆ ถ้าเช่นนั้น ข้าไปเดินดูเครื่องประดับหินที่อยู่เยื้องออกไปแล้วกัน” เห็นแก่ที่ท่านเป็นห่วงว่าข้าจะเดินตกน้ำไปอีก ข้าจะไม่ถือสาที่ท่านไม่ยอมซื้อว่าวให้ข้าในครั้งนี้ก็แล้วกัน


“ตามใจเจ้าเถิด”


“ท่านพี่เหวินหลง ท่านคิดว่าปิ่นหยกลายบุปผานี้ดูเป็นอย่างไร”


“หยกนี้เนื้อขุ่น เคาะเสียงไม่กังวาน ไม่สมราคาเอาเสียเลย เจ้าเลือกอย่างอื่นเถอะ”


“ท่านพี่เหวินหลง ท่านคิดว่าพัดผ้าไหมที่ฝั่งกระโน้นเป็นอย่างไร” ลี่หมิงเดินจนร้อนก็เริ่มหงุดหงิดที่ยังไม่ได้ซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หันไปเห็นพัดไผ่วางเรียงเป็นระเบียบเต็มแผง ถ้าได้มาคลายร้อนคงช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง


“หมิงเอ๋อร์ เจ้าดูเถิดพัดพวกนั้นคุณภาพต่ำนัก พี่สะสมพัดไว้มากมาย วันใดที่เจ้าไม่มีธุระ พี่อนุญาตให้เจ้าไปเลือกเอาพัดที่ชอบใจได้ที่ตำหนัก”


“อา ถ้าเช่นนั้นท่านพี่เหวินหลง ท่านคิดว่ากระปุกไม้สลักนี้เป็นอย่างไร”


“หมิงเอ๋อร์ ราคานี้เจ้าซื้อหีบไม้ได้เลย กระปุกจิ๋วนี่ไม่คุ้มค่าเงินที่เสียเลยสักนิด”


“......” แต่ข้าไม่ได้อยากได้หีบโว้ยยย ข้าหลงทึกทักไปว่าโชคดีที่มีพี่ชายสายเปย์ แต่ท่านกลับกลายเป็นแค่พี่ชายสายตืดซะนี่ ไอ้คนขี้งก ตอแหลสับปลับ ไหนบอกว่าจะซื้อให้ข้าทุกอย่างตามประสงค์ ประสงค์บิดาเอ็งสิ ประสงค์อะไรไม่เห็นได้สักอย่าง โว้ยยย จะด่าบิดาท่านก็ดันมาเข้าตัวข้าอีก ฮึ่ยยย


“หมิงเอ๋อร์ เจ้ามาทางนี้ พี่เห็นของดีที่อยากซื้อให้เจ้าแล้ว” องค์รัชทายาทคว้าข้อมือพระอนุชาผู้เดินคอตกด้วยความผิดหวังให้มายังช่องแคบๆอีกฟากหนึ่งของถนน จนในที่สุดก็มาหยุดอีกมุมในตลาดหน้าร้านเสี่ยวหลงเปา


“แม่นางคนงาม ข้าขอเสี่ยวหลงเปาไส้เนื้อ 2 ลูกเถิด”


เสี่ยวหลงเปาาาไอ้คนขี้งก!แบบนี้มันไม่ต่างกับพาไปเดินพารากอนแล้วสุดท้ายดันพาออกมาซื้อแค่ซาลาเปาเซเว่นในสยามเลยนี่หว่า!!แล้วไหนแม่นาง คนขายเป็นป้าแล้วเหอะ องค์รัชทายาท ท่านช่างโกหกปลิ้นปล้อนกะล่อนได้อย่างไร้วาทะศิลป์ยิ่งนัก


คนขายในวัยห่างไกลจากความเป็นแม่นางและยิ่งไม่ต้องพูดถึงความเป็นคนงามส่งเสี่ยวหลงเปาร้อนๆให้กับคุณชายที่มีใบหน้างดงามตรงหน้าอย่างขวยเขิน ทั้งยังแถมหมั่นโถวเพิ่มให้อีกหนึ่งลูก


“รับไว้สิหมิงเอ๋อร์ นี่เป็นร้านเสี่ยวหลงเปาที่พี่มาซื้อยามออกธุระข้างนอก ร้านนี้แม่นางคนขายใจดีให้ไส้เยอะ แป้งก็โม่มาดี เนื้อไม่หนาไม่บางเกินพอดี” องค์รัชทายาทฉีกยิ้มกว้างสาธยายคุณความดีของเสี่ยวหลงเปาเชิญชวนแกมบังคับให้ลี่หมิงรีบทานเข้าไป


“เป็นพระคุณยิ่งนัก เสด็จพี่ ข้าจะลองชิมดู” เสี่ยวหลงเปาเพียงลูกเดียวจากคนขี้ตืดคงนับได้ว่าเป็นบุญคุณอย่างมากแล้ว เด็กหนุ่มลอบเผยสีหน้าเบื่อหน่ายรับเสี่ยวหลงเปาเข้าปากอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก แม้ไม่ได้หิวโหยอยากอาหาร หากแต่รสชาติที่ซึมซาบอยู่ในปากกลับทำให้นึกถึงความทรงจำบางอย่างขึ้นมาไม่ทันได้ตั้งตัว


“อาหมิง ลื้อรีบมากิง อั๊วซื้อซาลาเปามาฝาก เดี๋ยวมังหายร้องแล้วไม่อร่อย”


คิดถึงซาลาเปาร้อนๆที่เคยกินตอนอยู่กับอาม่า ชีวิตที่มีอาม่าคอยซื้อซาลาเปามาให้เกือบทุกวันหลังเลิกซ้อมเทควันโด แค่นึกถึงน้ำตาก็ไหลไม่รู้ตัว


“หมิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นอันใด เสี่ยวหลงเปาไม่ถูกปากเจ้าหรือกระไร”องค์รัชทายาทขมวดคิ้วแสดงอาการตกใจแกมกังวลเมื่อเห็นพระอนุชาเคี้ยวเสี่ยวหลงเปาพร้อมน้ำตารินไหลอาบแก้ม


“ขออภัยเสด็จพี่เหวินหลง เสี่ยวหลงเปารสชาติดีเยี่ยมทีเดียว ข้าเพียงแต่…ดีใจที่ได้ออกมาเดินอย่างอิสระอีกครั้ง” คนึงหาถึงสิ่งที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเอื้อมมือคว้ามาไว้ได้อีกครั้งคงไม่มีประโยชน์ เด็กหนุ่มพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกเอื้อนเอ่ยวาจาโป้ปดคำโต ทราบดีว่าสภาพของตนเองที่เดินกินเสี่ยวหลงเปาเคล้าน้ำตาในตอนนี้คงดูไม่จืดนัก


องค์รัชทายาทเลิกชายเสื้อขึ้นหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้พระอนุชาอย่างเบามือ“เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว พี่เข้าใจเจ้า เงียบเถิด พี่จะให้ของรับขวัญที่เจ้าหายดี” องค์รัชทายาทเหวินหลงหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากชายเสื้ออีกด้านก่อนวางลงในมือเด็กหนุ่ม


ลี่หมิงเผยสีหน้างุนงงก้มมองสิ่งแปลกปลอมในมือ ของขวัญชิ้นใหม่ที่ได้รับจากพระเชษฐาขี้ตืดช่างดูราคาสูงค่าจนเด็กหนุ่มไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง กำไลหยกขาวในมือกระทบแสงอาทิตย์ยามอัสดงเป็นประกายระยิบระยับ เมื่อเพ่งพินิจให้ดีแล้วจะเห็นรอยสลักลายเต่าตัวเล็กหลายๆตัวเดินวนเรียงล้อมรอบเป็นวงกลม


ข้าเกือบซึ้งแล้ว แต่ไอ้ลายเต่านี่มันอะไร ท่านอยากให้ข้าจดจำเหตุการณ์ถีบท่านไปจูบเต่าในสระวันนี้ให้ดีจนถึงขั้นหาของมาเป็นตัวแทนความแค้นเคืองเลยงั้นเรอะ!


“หยกขาวกับเต่ามีความหมายที่ดี ให้เจ้ามีอายุยืนยาวนาน ไม่เจ็บไม่ป่วยอีกต่อไป” องค์รัชทายาทเอ่ยเสียงเบานำเอากำไลหยกมาถือไว้ที่ตนก่อนบรรจงสวมเข้าไปในข้อมือข้างซ้ายของพระอนุชา


โห สะอึกเลย คนเขาหวังดีดันนึกว่าประสงค์ร้าย หรือจริงๆแล้วนี่เป็นการหวังดีประสงค์ร้ายไปพร้อมๆกันก็เป็นได้


“หมิงเอ๋อร์ เจ้าดูสิ” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก ไม่ทันได้กล่าวคำขอบคุณใดๆตามความตั้งใจเมื่อคนให้เอ่ยขัดจังหวะเสียเอง องค์รัชทายาทชี้ชวนลี่หมิงให้มองกลับไปอีกฟากของถนนที่ขบวนม้าของเหล่าขุนนางและขุนพลจากชายแดนกำลังเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อมารายงานข่าวสารบ้านเมืองให้กับฮ่องเต้


“ครั้งนี้อู๋อ๋องกับองค์ชายแปดกลับมาพร้อมกับรองแม่ทัพหม่าด้วย เจ้าควรจะ....”


ลี่หมิงชะเง้อคอมองตามยังไม่ทันไรดีพลันรู้สึกตัวเบาๆแปลกๆ ลองเอามือตะปบตามลำตัวล้วงแขนเสื้อเข้าออกอยู่ห้าหกครั้งจึงค้นพบว่ามีบางสิ่งผิดปกติ


ไอโฟนหายไปไหนวะ!


น้ำเสียงพร่ำบรรยายเนิบนาบขององค์รัชทายาทในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเสียงแมลงบินหวีดหวิวตัดผ่านสายลม ลี่หมิงหันหน้าหันหลังกลับไปมองทางที่เดินผ่านมาเห็นเพียงฝูงชนวุ่นวายพลุกพล่านเนืองแน่นขนัดสายตา แต่กลับไร้ซึ่งวี่แววของไอโฟนเจ้าปัญหา


“หมิงเอ๋อร์ เจ้าทำสิ่งใดตกหล่นหรือกระไร เหตุใดจึงลุกลี้ลุกลนเช่นนั้น”


ทำไอโฟนตกพะย่ะค่ะ แพงด้วยพะย่ะค่ะ ไม่ทราบชะตากรรมว่าตกโดนพื้นกรวดแข็งขนาดนี้หน้าจอจะยังอยู่ดีหรือไม่พะยะค่ะ


“ขออภัยที่ทำให้เสด็จพี่เป็นกังวล ข้าเพียงตรวจสอบดูว่าตั๋วเงินยังอยู่ดีหรือไม่เท่านั้น”


“เช่นนั้นก็ดี” องค์รัชทายาทส่งรอยยิ้มประจำกายให้พระอนุชา “ยามนี้เย็นมากแล้ว พวกเรารีบกลับเข้าวังกันเถิด พี่กังวลว่าถ้าเจ้าเดินมากไปอาจไม่ดีกับขาที่พึ่งฟื้นตัว ยิ่งกว่านั้นหากไม่กลับให้ถึงตำหนักก่อนอาทิตย์ลับฟ้า จางเฉินเค่อคงได้บ่นเจ้าไม่หยุดปากเลยกระมัง”


“ข้าเห็นด้วยกับท่านยิ่งนัก” แม้จะอยากกลับไปวิ่งวนตามหาไอโฟนมากแค่ไหน ลี่หมิงก็ไม่รู้จะสรรหาข้อแก้ตัวใดมาแถไถได้ จึงยอมกลับวังไปโดยสดุดี


เมื่อกลับถึงตำหนักหงหลิน ลุงเค่อนำความมาแจ้งว่ามีพระราชโองการจากฮ่องเต้ให้เยว่อ๋องเข้าเฝ้าในวันรุ่งขึ้น ลี่หมิงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนเดินเนิบนาบเข้าห้องบรรทมไปอย่างไร้อารมณ์ พะวงกังวลถึงไอโฟนที่หายไปจนไม่ได้ใส่ใจการไปเข้าเฝ้าพระบิดาเป็นครั้งแรกสักเท่าใด


เด็กหนุ่มได้แต่คิดวกวนกลับไปกลับมาว่าตนเผลอไปโง่ทำร่วงหายที่ไหนในจุดใดของตลาด หากมีโอกาสคงจะกลับไปวิ่งหาดูอีกครั้ง สมาร์ทโฟนเครื่องแพงเมื่ออยู่ในยุคนี้อาจมองดูว่าไร้คุณประโยชน์ แต่ของหนึ่งอย่างไม่จำเป็นต้องมีคุณค่าเพียงหนึ่งเดียวเสมอไป


ลี่หมิงได้ไอโฟนเป็นของขวัญวันเกิดจากคนใจร้ายที่ทิ้งกันไปอย่างไม่ไยดี แม้จะเสียใจเพียงใดแต่เป็นเพราะตัดใจลืมอีกฝ่ายไม่ลง ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ได้รับจึงกลายเป็นสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจมากเหลือล้น เป็นเสมือนของแทนใจคนรักเก่าที่คงไม่มีวาสนาได้พบเจอกันอีกแล้ว ลี่หมิงทั้งเสียใจและเจ็บใจ โทษตัวเองต่างๆนาๆจนค่อยๆผล็อยหลับไปในที่สุด


ในอีกฟากหนึ่งของรั้ววัง องค์รัชทายาทเว่ยเหวินหลงตรงดิ่งเข้าห้องบรรทมทันทีที่กลับถึงตำหนัก พร้อมออกคำสั่งให้หญิงรับใช้และขันทีออกไปจากห้อง จากนั้นจึงค่อยๆล้วงเอาโลหะสี่เหลี่ยมประหลาดออกมาจากอกเสื้อ


“นี่มัน...”

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Talk นอกรั้ววัง

 

สวัสดีค่า ขอโทษด้วยจริงๆที่หายหน้าหายตาไปนานนนน

ไรท์เตอร์ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้นค่ะ ทั้งๆที่สัญญาไว้แล้วแท้ๆ  。゚(´ω`゚)゚。

ต่อจากนี้จะพยายามมาลงให้ได้ตามสัญญานะคะ

ขอบคุณจากใจสำหรับทุกความคิดเห็นและคำติชมค่ะ

 

ปล. มีใครแอบหลงรักองค์รัชทายาทแล้วบ้างไหมคะ

ヽ(*≧∀≦*)ノ

 

ซังหวงตี้

*03/12/2017 (แก้คำผิด)

ความคิดเห็น