ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 หยาดเลือดในเงาหมอก

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 หยาดเลือดในเงาหมอก

คำค้น : สืบสวน , โคนัน , จอมโจรคิด , กองปราบ , กองปราบฯ , กองปราบปราม , ตำรวจ , โจร , ไทย , ประเทศไทย , ตลก , กวน , ป่วน , แสบ , ฮา , บ้าบอ , แก๊ง , โรบินฮู้ด , เก่ง , ขโมย , รหัส , ปริศนา , เงื่อนงำ , ก่อการร้าย , ระเบิด , ตื่นเต้น , ระทึก , ตาย , แอคชั่น , บู๊ , เลือด

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 554

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2560 23:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 หยาดเลือดในเงาหมอก
แบบอักษร

ตอนที่ 7 หยาดเลือดในเงาหมอก

 

กลิ่นคาวเลือดยังคงคละคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณ แม้ว่าศพของผู้เสียชีวิตจะได้รับการอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิร่วมกตัญญู ในการเคลื่อนย้ายออกจากสถานที่เกิดเหตุแล้วก็ตาม ด้วยเพราะเศษชิ้นเนื้อ อวัยวะภายในร่างกายบางส่วน รวมไปถึงเลือดสดๆ ยังกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นถนนคอนกรีต รางรถไฟ ตัวรถไฟ และโดยเฉพาะล้อรถไฟซึ่งเป็นสิ่งที่บดขยี้ร่างของภรรยาคุณสุจริต

ผมร้อยตำรวจโทนพดล จากสภ.มหาชัย จังหวัดสมุทรสาครครับ”

ผมร้อยตำรวจเอกเอกพล จากกองปราบปรามครับ”

สองนายตำรวจต่างท้องที่ทำความเคารพซึ่งกันและกันทันทีที่พบหน้า โดยฝ่ายตำรวจสมุทรสาครเองก็เป็นชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มอายุอานามไล่เลี่ยกัน นอกจากนี้ยังดูเหมือนจะมีความกระตือรือร้นในการสืบคดีอย่างมากอีกด้วย

ผมได้รับแจ้งเมื่อชั่วโมงก่อนว่า มีผู้ถูกขบวนรถไฟชนบริเวณตลาดมหาชัยจึงมาตรวจสอบ พบว่าภายในกระเป๋ากางเกงของผู้ตายมีกระเป๋าสตางค์ที่เหลือแต่บัตรประชาชน กับโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า 1 เครื่อง ลองโทรศัพท์กลับไปยังเลขหมายสุดท้ายที่โทรเข้ามา ปรากฏว่าเป็นสามีของผู้ตาย ทางนั้นแจ้งว่าผู้ตายได้หายตัวไปจากบ้านพร้อมลูกสาว 2 คนหลายวันแล้ว และทางผู้กองได้ช่วยเหลือติดตามให้ ไม่ทราบว่าได้ข่าวหรือพบศพลูกสาวของผู้ตายหรือยังครับ?” ร้อยตำรวจโทนพดลรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปิดท้ายด้วยคำถามที่ทำเอาเอกพลถึงกับเหงื่อตก ในเมื่อเขาพบเพียงแค่เบาะแสเล็กๆ ของคดีเท่านั้น

ผมพึ่งเจอพยานที่พบเห็น 1 ในผู้สูญหายในวันที่เขาหายตัวไปน่ะครับ ยังไม่พบศพหรือเบาะแสอื่น” ชายหนุ่มตอบ พลางชำเลืองมองกองเลือดสีแดงสดและเศษมันสมองสีขาวคล้ายเต้าหู้เละๆ ใกล้กับจุดที่เขายืนอยู่

...แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นของภรรยาคุณสุจริต ซึ่งถูกรถไฟบดขยี้ส่วนบนของร่างกาย หากแต่เพราะเหตุใดกันเล่า?

ผู้กองจะให้ทางเราช่วยตามสืบในท้องที่ไหมครับ หรือจะให้ผมรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้ส่งให้ทางกองปราบปรามจัดการต่อ เพราะจากปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ ผมคิดว่าคดีนี้ไม่น่าจะใช่อุบัติเหตุธรรมดาๆ” ร้อยเวรประจำ สภ.มหาชัยแสดงความคิดเห็นส่วนตัว และเอกพลก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่แค่การโอ้อวด 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ของตน

เรื่องในท้องที่พวกคุณคงต้องรู้ดีกว่าผมอยู่แล้ว ถ้าหากคดีนี้จะเป็นเบาะแสให้คลี่คลายอีก 2 คดีที่เหลือได้ ผมคิดว่าการร่วมมือกันคงจะเป็นผลดีที่สุดครับ ถึงยังไงเราก็ควรตั้งความหวังไว้ก่อนว่า ลูกสาว 2 คนของผู้ตายอาจจะยังมีชีวิต” เอกพลเลือกหนทางที่จะเป็นประโยชน์กับครอบครัวของคุณสุจริตมากที่สุด แม้ว่านั่นอาจทำให้เขาดูเหมือนนายตำรวจไร้ความสามารถก็ตาม

ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราคงต้องมาแชร์ข้อมูลกันแล้วล่ะครับผู้กอง” ร.ต.ท.นพดลยิ้มให้กับการตัดสินใจของอีกฝ่ายอย่างชื่นชม เพราะหลายครั้งหลายหนที่เขาต้องพบเจอเพื่อนร่วมอาชีพที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือ จนทำให้ทุกอย่างสายเกินแก้

ครับ เอ่อ... ว่าแต่ผู้เห็นเหตุการณ์เขาให้ปากคำว่ายังไงบ้างครับ ทำไมผู้ตายถึงถูกรถไฟเหยียบได้?” เอกพลตอบรับ แล้วถือโอกาสถามในสิ่งที่ตนสงสัย

ผู้เห็นเหตุการณ์ทุกคนให้การตรงกันครับว่า ผู้ตายมีลักษณะคล้ายสติสัมปชัญญะไม่อยู่กับตัว ทั้งที่เป็นผู้หญิงแต่มีเรี่ยวแรงมากจนใครก็ไม่สามารถจับตัวไว้ได้ ร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมกับพร่ำพูดแต่ว่าอย่าทำลูกฉัน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้วิ่งมาถึงบริเวณรางรถไฟและสะดุดล้ม เวลาเดียวกับที่รถไฟเคลื่อนขบวนมาถึง จึงไม่สามารถห้ามล้อได้ทันครับ” เจ้าของท้องที่ชี้แจงตามที่ได้สอบปากคำผู้คนในละแวก ซ้ำยังเล่าต่อเนื่องเป็นฉากๆ เสียจนผู้ฟังสามารถจินตนาการภาพได้

นี่ใช่ไหมครับสาเหตุที่ทำให้คิดว่า เรื่องนี้ไม่น่าใช่อุบัติเหตุธรรมดาๆ แต่เป็นการจงใจให้ผู้ตายมาที่นี่ในเวลานี้” เอกพลเข้าใจในความคิดและเหตุผลของอีกฝ่ายในทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าวๆ

ครับ เพราะถึงแม้เวลาจะไม่ประจวบเหมาะกับรถไฟ ถัดไปก็ยังมีแม่น้ำเป็นแผนสำรอง ถ้าลงไปก็ไม่มีทางรอด” ร.ต.ท.นพดลคาดการณ์ราวกับมองทะลุไปถึงมันสมองของคนร้ายเลยทีเดียว นอกจากนั้น...

ผมเข้าใจความคิดของผู้กองนะ ที่ให้ตั้งความหวังว่าลูกสาวของผู้ตายอาจจะยังมีชีวิต แต่ถ้ามองจากคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์ บวกกับสภาพจิตใจของผู้ตาย ผมคิดว่า... ทั้งคู่น่าจะเสียชีวิตแล้ว”

คำพูดของ ร.ต.ท.นพดลทำให้เอกพลได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง ในเมื่อลึกๆ แล้วเขาเองก็รู้สึกแบบนั้น และสิ่งที่เขาพูดออกมาก็เป็นเพียงการหลอกตัวเองไปวันๆ เวลานี้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตนพึ่งตื่นจากฝันร้าย เพื่อที่จะมาพบเจอกับความจริงที่เลวร้ายยิ่งกว่า ตำรวจอย่างเขา... ทำได้แค่ยืนมองผู้คนตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นเหรอ!?

เอ่อ... คือว่า สามีของผู้ตายเดินทางมาถึงแล้วครับผม” สิบตำรวจเก่งกาจเจ้าเก่าทำความเคารพนายตำรวจทั้งสองอีกครั้ง ก่อนจะเบี่ยงตัวให้เห็นบุคคลที่ยืนอยู่ด้านหลัง

ผู้กองครับ... เมียผม... ตายแล้วจริงๆ... ใช่ไหมครับ?” คุณสุจริตเอ่ยถามเอกพลด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ยิ่งทำให้ผู้กองหนุ่มรู้สึกผิด และพลอยตอบคำถามตะกุกตะกัก คล้ายมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่คอ

ครับ ผม... ขอโทษนะครับ” เอกพลก้มหัวโค้งขอโทษอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น กระทั่งเสียงแหบแห้งของคุณสุจริตดังขึ้นอีกครั้ง

ช่างเถอะครับผู้กอง ผม... ทำใจไว้แล้ว ทั้งลูก... ทั้งเมียผม...”

แม้จะพูดเช่นนั้น หากแต่คนเป็นหัวหน้าครอบครัวก็อดที่จะหลั่งน้ำตาให้กับการสูญเสียในครั้งนี้ไม่ได้ เพราะแม้จะทะเลาะกันจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นกิจวัตร สายใยแห่งความรักความผูกพันของคำว่าครอบครัว ก็คือสิ่งที่ค่อยๆ ก่อตัวและฝังแน่นอยู่ในหัวใจมาตลอดเวลาเกือบ 30 ปี อย่างยากที่จะมีสิ่งใดมาทำลายมันลงได้

เรื่องการเคลื่อนย้ายศพข้ามจังหวัด ผมได้ให้ลูกน้องไปทำเรื่องขออนุญาตแล้วนะครับ ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจะเป็นธุระจัดการนำศพไปส่งสถาบันนิติเวชให้ อ้อ! มี 1 ในพยานผู้เห็นเหตุการณ์เป็นแพทย์หญิงแผนกนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจด้วย ตอนนี้เธอกำลังเก็บตัวอย่างสำหรับส่งตรวจอยู่ เดี๋ยวผมจะให้ลูกน้องนำทางไปนะครับ” ร.ต.ท.นพดลบอกกับคุณสุจริต แล้วหันไปสั่งสิบตำรวจเก่งกาจให้นำทางอีกฝ่ายไปยังรถยนต์ของมูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งจอดอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก โดยมีเอกพลเดินตามไปติดๆ ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เพราะพอจะเดาออกว่าสภาพศพของคุณสมหญิงนั้นเป็นเช่นไร

 

ไม่นานนัก สิบตำรวจเจ้าของพื้นที่ก็เดินนำทั้งสองคนมาถึงบริเวณใต้ร่มไม้ใหญ่ ซึ่งมีรถกระบะสีขาวแบบมีหลังคา ติดสติ๊กเกอร์มูลนิธิร่วมกตัญญูจอดอยู่ และมีหญิงสาวคนหนึ่งบนกระบะท้ายรถกำลังง่วนอยู่กับบางสิ่งบางอย่างในห่อผ้าสีขาวข้างตัว

เอ่อ... คุณหมอครับ ขอโทษนะครับ ผมพาผู้กองจากกองปราบฯ แล้วก็สามีของผู้เสียชีวิตมาดูศพน่ะครับผม” สิบตำรวจเอกเก่งกาจบอกหญิงสาวในชุดเดรสยีนส์ท้ายรถ แล้วเบี่ยงตัวให้เห็นบุคคลทั้งสองที่ตนกล่าวถึง

อ๋อ! เชิญเลยค่ะ ดิฉันเก็บตัวอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ” แพทย์สาวจากแผนกนิติเวชเงยหน้าที่สวมหน้ากากอนามัยขึ้นยิ้มให้เอกพลและคุณสุจริตเล็กน้อย ก่อนจะหอบกล่องอุปกรณ์ของตนลงจากรถ โดยมีสิบตำรวจเก่งกาจคอยช่วยเหลือ

เชิญครับคุณสุจริต” เอกพลเป็นฝ่ายขึ้นไปบนกระบะรถก่อน แล้วค่อยๆ แก้ปมของห่อผ้าสีขาวซึ่งถูกมัดไว้เรียบร้อยแล้วออกอีกครั้ง เพื่อให้เจ้าทุกข์อย่างคุณสุจริตได้เห็นศพของผู้เป็นภรรยาในนั้น

ครับ...”

แม้จะเป็นแค่คำตอบรับสั้นๆ หากแต่มันก็ช่างยากเย็นเหลือเกิน กับการจะฝืนเอ่ยอะไรออกมาสักคำในเวลาที่หัวใจบอบช้ำเช่นนี้ น้ำเสียงที่เคยแหบแห้งของคุณสุจริต บัดนี้เกือบจะขาดหายไปในลำคอ พอๆ กับลมหายใจที่ขาดช่วง เมื่อต้องเห็นสภาพอันน่าเวทนาของภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ภายในผ้าห่อศพสีขาวเปื้อนเลือดสีแดงแห้งกรัง ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณนั้น

แม่เอ๊ย... ทำไม... ถึง... รีบ... ทิ้งพ่อ... ไป...” คนเป็นสามีมองร่างไร้ลมหายใจตรงหน้าด้วยหัวใจที่แหลกสลาย

...กะโหลกศีรษะส่วนบนของคุณสมหญิงแตกละเอียด เผยให้เห็นมันสมองสีขาวคล้ายเต้าหู้เละๆ ที่ยังติดค้างอยู่บ้างบางส่วน ปะปนกับก้อนเลือดสดๆ ซึ่งยังไม่แห้งสนิท ถัดลงมาเป็นส่วนของคอที่หัก และอีกส่วนที่ได้รับการกระทบกระเทือนก็คือ ขาทั้งสองข้างที่ขาดสะบั้นออกจากลำตัวอย่างน่าสยดสยอง

ไหนแม่... บอกว่าพ่อ... ปากเสีย... ขี้บ่น... ต้องตายก่อน... เพราะปาก... แล้วแม่... มาทิ้งพ่อไปก่อน... ทำไม... ฮือออ...” คุณสุจริตกอดศพภรรยาแล้วร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร จนสิบตำรวจเก่งกาจพลอยยืนปาดน้ำตาป้อยๆ ไปด้วย ขณะที่เอกพลรู้สึกราวกับถูกมีดปลายแหลมกรีดลงกลางใจซ้ำๆ ซ้ำๆ ตอกย้ำเรื่องที่เขาไม่สามารถรักษาชีวิตประชาชนในความดูแลไว้ได้ ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่ความหวังที่เหลือก็ดูจะริบหรี่เลือนรางเต็มที

เอ่อ... ขอโทษนะคะ” แพทย์สาวจากแผนกนิติเวชเดินกลับเข้ามา พร้อม ร.ต.ท.นพดล และเจ้าหน้าที่ชายของมูลนิธิร่วมกตัญญู 2 คน แล้วจำต้องเอ่ยทำลายบรรยากาศอันเศร้าสลด ทั้งที่ไม่อยากทำเช่นนั้นเลย

ทางเราได้รับใบอนุญาตเคลื่อนย้ายศพข้ามจังหวัดมาแล้วครับ” ร.ต.ท.นพดลพูดต่อท้ายคำพูดของหญิงสาว ตามองเอกพลและคุณสุจริตเป็นเชิงสื่อสารกับคนทั้งคู่

ทางเรามีความจำเป็นต้องตรวจสอบเบื้องต้นอีกเล็กน้อยน่ะค่ะ เกรงว่าถ้านำศพไปถึงช้า อาจจะทำให้ผลการตรวจออกมาคลาดเคลื่อน แล้วก็อาจจะทำให้ศพมีกลิ่นเวลาประกอบพิธีทางศาสนา เนื่องจากได้รับการฉีดฟอร์มาลีนป้องกันศพเน่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดน่ะค่ะ”

คำอธิบายจากแพทย์สาวนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจฟังดูอ้อมค้อม หากแต่ความหมายชัดเจนเสียจนไม่มีใครนึกสงสัยอะไรอีก

ครับ... ถ้าอย่างนั้นผมขออยู่กับภรรยาของผมในรถคันนี้นะครับ คง... ไม่เป็นการรบกวนเกินไป เอ่อ... ใช่ไหมครับ?” คุณสุจริตตอบรับ และตั้งคำถามกลับอย่างตะกุกตะกักเต็มที ระหว่างที่วางศพของคุณสมหญิงลงบนผืนผ้าดิบสีขาวตามเดิม โดยไม่ได้สนใจคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนชุดข้าราชการ เนื้อตัว หรือแม้แต่ใบหน้าของตน

ไม่รบกวนหรอกครับ พวกผมเข้าใจ” 1 ในเจ้าหน้าที่ชายร่างสูงของมูลนิธิร่วมกตัญญู ผู้รับหน้าที่พนักงานขับรถเป็นตัวแทนตอบ

ผู้กองเอกพล เอกสารต่างๆ แล้วก็ข้อมูลความคืบหน้าทั้ง 3 คดี ผมจะทยอยส่งให้ทางแฟกซ์นะครับ” ร.ต.ท.นพดลบอกกับเอกพลอีกครั้ง สองตำรวจหนุ่มทำความเคารพกัน ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้าย

...ร้อยเวรหนุ่มไฟแรงนำกำลังตำรวจกลับ สภ.มหาชัยเพื่อสะสางคดีต่อ ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูทั้ง 2 คนรับหน้าที่นำศพของคุณสมหญิงไปส่งยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพมหานคร ให้ทันเวลาที่ปลายทางกำหนดไว้ ซึ่งจะต้องมีรถยนต์ของแพทย์สาวประจำแผนกกับผู้กองหนุ่มเจ้าของคดีแล่นตามไปติดๆ หากแต่...

คุณเป็นคนขับรถมาชนรถของดิฉันนะคะ แล้วจะบอกว่าดิฉันเป็นคนผิดได้ยังไง อย่างน้อยก็น่าจะโทรตามประกัน แล้วก็โทรตามอู่มาช่วยลากรถของดิฉันไปซ่อมสักหน่อยสิคะ เห็นๆ อยู่ว่ามันขับไม่ได้แล้วเนี่ย” แพทย์สาวจากแผนกนิติเวชยืนมองสภาพรถเก๋งป้ายแดงของตัวเอง ซึ่งถูกรถกระบะของพ่อค้าปลาสดชน จนกระโปรงหน้ารถบุบบู้บี้ แล้วแทบเข่าทรุดอยู่ตรงนั้นเสียให้ได้

อะไรกันครับคุณผู้หญิง ก็คุณดันมาจอดรถตรงมุมถนน แถมยังหันหัวรถออกมาโชว์ชาวบ้าน เป็นใครเขาก็ขับมาชนทั้งนั้นแหละคู้น” พ่อค้าปลาหน้าหนวดวัย 40 เจ้าของผิวเข้มๆ ประดุจกาแฟไร้น้ำตาล ส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมการจอดรถของหญิงสาว แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดจากความรีบร้อนของตนเช่นกัน

แล้วจะให้ดิฉันขับไปอู่ทั้งอย่างนี้น่ะหรือคะ ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ” หญิงสาวมิวายอุทธรณ์ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ยอมปริปากเรื่องที่ตัวเองไม่ใช่คนในพื้นที่ ด้วยกลัวว่าอาจสร้างปัญหาตามมาอีกเป็นหางว่าว

รถผมเองก็บุบ ผมยังต้องขับไปทั้งอย่างนี้เลย อู่อยู่ใกล้แค่นี้ ขับนิดเดียวก็ถึงแล้ว อย่ามาเล่นมุขให้ผมจ่ายค่าลากรถดีกว่าน่า!” พ่อค้าปลาเริ่มหัวเสีย เพราะจะต้องรีบนำปลาไปส่งที่ร้านอาหารตามเวลานัด เช่นเดียวกับแพทย์สาวที่เริ่มร้อนรน เพราะนัดหมายกับแพทย์อาวุโสแผนกเดียวกันไว้ ซ้ำร้ายเธอยังไม่รู้เลยว่าจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ภายในเวลาใกล้เคียงกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้อย่างไร

...เฮ้อ! ผู้กองจากกองปราบฯ คนนั้นก็คงกลับไปแล้วด้วย แล้วแบบนี้เธอจะหวังพึ่งอัศวินม้าขาวที่ไหนได้ล่ะเนี่ย

เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?” ใครคนหนึ่งขับรถเข้ามาจอดเทียบ แล้วเปิดประตูลงมาสอบถาม และเมื่อหญิงสาวหันมาสบตากับเขาเพื่อตอบคำถาม เธอก็พบว่า...

“อ้าว! ผู้กอง ดิฉันนึกว่าคุณกลับไปแล้วเสียอีก” แพทย์สาวนิติเวชยิ้มให้เอกพลด้วยความดีใจ เพราะแม้ชายหนุ่มจะไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่อย่างน้อยก็คงให้ความช่วยเหลือเธอได้ในหลายๆ เรื่อง

เอ่อ... ยังครับ แล้วนี่... รถชนกันหรือครับ?” ผู้กองหนุ่มยิ้มเจื่อนๆ ตอบ แล้ววกกลับมายังคำถามเดิม เพื่อไม่ให้ตนต้องนั่งพักสงบสติอารมณ์ กับเรื่องครอบครัวของคุณสุจริตอีกรอบเหมือนที่ผ่านมา

ค่ะ คือว่าคนนี้เขาขับรถมาชนรถของดิฉัน ที่จอดอยู่ตรงนี้น่ะค่ะ” หญิงสาวบอกเล่าเรื่องราวตามแบบฉบับของตัวเอง

ก็คุณเธอเล่นจอดรถแบบนี้ เป็นใครมันก็ต้องชนทั้งนั้นแหละครับคุณตำรวจ มุมถนนแถมยังหันหัวรถออกมาอีกต่างหาก ไม่รู้โรงเรียนสอนขับรถที่ไหนเขาคิดหลักสูตร!” พ่อค้าปลาสดเองก็อธิบายเรื่องราวตามแบบของตน แม้จะแอบตัดสินเอาเองว่าถึงยังไงเสีย ตำรวจอย่างเอกพลก็ต้องโน้มเอียงไปทางคนรู้จักวันยันค่ำ

อันที่จริงผมไม่ใช่ตำรวจในท้องที่ แล้วก็ไม่ใช่ตำรวจจราจรนะครับ ถ้าหากไม่พอใจคำตัดสินของผม ผมจะประสานงานกับทางตำรวจมหาชัยให้” เอกพลเกริ่นนำ หลังจากพิจารณารูปคดีด้วยตาตัวเองแล้ว เพื่อป้องกันคำครหาจากบรรดาไทยมุงที่ยืนฟังอยู่โดยรอบ

ถึงแม้บริเวณนี้จะไม่มีสัญลักษณ์ห้ามจอด แต่ก็นับว่าเป็นจุดอันตรายที่ไม่สมควรจอดรถ และถึงแม้ว่าการจอดรถในบริเวณนี้จะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง แต่ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายมากขนาดนี้ หากไม่ใช่เพราะคู่กรณีขาดความระมัดระวัง ดังนั้น จึงขอให้แต่ละฝ่ายออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมให้อีกฝ่ายครับ”

คำตัดสินของเอกพล ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าไทยมุงตามมามากมาย บ้างก็ว่าชายหนุ่มตัดสินได้อย่างเป็นกลางที่สุดแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่มองว่าการตัดสินของผู้กองหนุ่มนั้น โน้มเอียงไปทางคุณหมอคนสวยมากกว่า เนื่องจากผู้ที่เสียเปรียบอย่าเห็นได้ชัดก็คือพ่อค้าปลา และมีหรือที่จำเลยของคดีนี้จะไม่ขอยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน

แต่เขามาจอดรถกีดขวางการจราจรนะครับคุณตำรวจ ตัดสินแบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับผมเลยจริงๆ คุณเข้าข้างคนของคุณนี่นา ยังไงผมก็ไม่ยอมรับเด็ดขาด!” พ่อค้าปลาหน้าหนวดโวยวายเสียงดัง เหมือนจะเรียกให้ไทยมุงจากทั่วทุกสารทิศ เข้ามาช่วยกันรุมประณามการตัดสินในครั้งนี้

ขอโทษนะครับ คุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้ว พวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และที่พบกันวันนี้ ก็เพราะผมมาประสานงานคดีผู้หญิงที่ถูกรถไฟชนเมื่อครู่ ส่วนคุณหมอเธอมาช่วยเก็บตัวอย่างศพไปตรวจสอบ ผมจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าข้างใคร แล้วผมก็เรียนให้ทราบไปแล้วว่า หากไม่พอใจคำตัดสินของผม ผมจะประสานงานทางตำรวจมหาชัยให้ หรือคุณจะโทรเรียกประกันมาเคลียร์ก็แล้วแต่คุณ อย่าลืมแล้วกันว่าคุณเป็นคนขับรถชนรถที่จอดอยู่เฉยๆ นะครับ”

เอกพลพยายามระงับอารมณ์โกรธ ขณะที่พ่อค้าปลาเสียวสันหลังวาบ ด้วยเพราะรถยนต์ของตนนั้นยังไม่ได้ต่อภาษีของรอบปีนี้ และนั่นอาจทำให้เขาต้องแบกรับข้อหาอีกหลายกระทงจนหลังอานก็ได้

ผมยังต้องรีบไปส่งปลาที่ร้านอาหารอีกตั้งหลายที่ จะมีเวลามารอตำรวจท้องที่หรือประกันได้ยังไงล่ะครับคุณ แค่นี้ผมก็เสียเวลามากแล้วเนี่ย!

เหตุผลในการเอาตัวรอดของพ่อค้าปลาฟังดูเข้าที แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับเอกพลและคดีนี้

คุณหมอเธอก็กำลังรีบเหมือนกันครับ เธอต้องเอาตัวอย่างศพไปส่งสถาบันนิติเวชที่กรุงเทพฯ ตัวอย่างศพที่ว่าก็อยู่ในรถคันนี้ เธอต้องขับรถคันนี้กลับ แต่คุณก็มาชนรถของเธอเสียก่อน ถ้าคิดว่าผมเข้าข้างเธออีก จะขอดูตัวอย่างศพก็ได้นะครับ”

คราวนี้คำพูดของเอกพล สร้างความแตกตื่นให้กับบรรดาไทยมุงทั้งหลายเป็นอย่างมาก เมื่อต่างได้รับรู้ว่าชิ้นส่วนของศพจากเหตุการณ์อันน่าสยดสยองเมื่อชั่วโมงก่อน ซึ่งพวกเขาต่างเข้าไปทำหน้าที่ไทยมุงยังสถานที่เกิดเหตุอย่างแข็งขันมาแล้ว จะสำแดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้พวกเขาต้องมารวมตัวกันอีกครั้งที่นี่ เวลานี้ มันทำให้ไทยมุงบางคนรีบอาราธนาหลวงพ่อโกย เพื่อเอาตัวรอดไปจากอาถรรพ์วิญญาณเฮี้ยน ขณะที่บางส่วนกลับมองต่างมุม ด้วยการถามหาเลขเด็ดกันให้เซ็งแซ่

มะ... มะ... ไม่ต้องมาให้ผมดูหรอก บอกแล้วว่าผมจะรีบไปส่งปลา เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะโทรให้อู่เขามาลากรถคุณหมอเธอไปก็แล้วกัน!” พ่อค้าปลาตัดบทตะกุกตะกัก เพราะตนก็เป็น 1 ในไทยมุงจำนวนนั้น และมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาออกมาส่งปลาผิดเวลา จนเกิดอุบัติเหตุขึ้นด้วย

เดี๋ยวดิฉันจะจ่ายค่าลากรถเองค่ะ” แพทย์สาวผู้เป็นโจทก์ของคดีเสนอทางเลือก ที่จะช่วยให้พ่อค้าปลาควักกระเป๋าน้อยลง ฟังดูจะเป็นเช่นนั้นถ้าไม่มีประโยคเสริมตามหลัง แต่ขออู่มาตรฐานนะคะ”

มือที่กำลังกดโทรศัพท์มือถือของพ่อค้าปลาชะงักไปนิดหนึ่ง ทันทีที่ได้ยินประโยคคำพูดสุดท้ายของอีกฝ่าย และเมื่อชำเลืองมองสีหน้าท่าทางอันเคร่งเครียดของเอกพลแล้ว เขาก็จำใจต้องลบเบอร์โทรศัพท์ของอู่ซ่อมรถต๊อกต๋อยใกล้บ้านทิ้ง เปลี่ยนเป็นเบอร์โทรศัพท์ของอู่ขนาดกลาง ซึ่งพอจะมีคำว่ามาตรฐานพ่วงติดกับรถที่ขับออกมาจากอู่บ้าง

 

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถลากสีเหลืองอ๋อยสภาพกลางเก่ากลางใหม่ก็แล่นมาถึง ท่ามกลางความร้อนรนและร้อนใจของคนทั้งสาม บัดนี้ไม่เหลือไทยมุงคนใดรอคอยเป็นเพื่อนแล้ว ก็เหมือนกับเวลาที่ยังคงเดินหน้าไปโดยไม่คอยใครเช่นกัน

ทั้งสองคนช่วยเซ็นรับรองให้ผมด้วยนะครับ” เจ้าของอู่ซ่อมรถเชื้อชาติจีนวัยใกล้เคียงกับพ่อค้าปลา ในชุดซาฟารีสีน้ำเงิน ส่งเอกสารในมือให้คู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัว หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดประสงค์จะมีปัญหากับอู่

นี่! เฮีย อย่าให้มันแพงมากนา เดี๋ยวหมุนปลาไม่ทัน” พ่อค้าปลากระซิบกระซาบกับเจ้าของอู่ ระหว่างที่ส่งเอกสารคืนให้ แน่นอนว่าอากัปกิริยาเช่นนั้น ก็ทำให้เอกพลพอจะเดาได้ไม่ยากว่า คำพูดในช่องว่างคืออะไร

ถ้าซ่อมรถไม่ได้มาตรฐาน ผมจะประสานงานกับทางตำรวจมหาชัย ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายนะครับ แจ้งให้ทราบล่วงหน้า”

คำพูดของเอกพลทำให้ทั้งเจ้าของอู่และพ่อค้าปลาต่างพากับเสียวสันหลังวาบ โดยเฉพาะจำเลยของคดีที่รีบขึ้นรถขับออกไปด้วยความขมขื่นในนอนาคตกระเป๋าเงินของตัวเอง ตรงข้ามกับคุณหมอคนสวยที่แอบชำเลืองมองเอกพล พร้อมรอยยิ้มขอบคุณในความช่วยเหลือของเขา

หน้าที่ของเอกพลไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่นี้ ชายหนุ่มยังต้องรับบทสารถีขับรถพาหญิงสาวไปสำรวจสถานที่ตั้งของอู่ซ่อมรถมาตรฐานที่พ่อค้าปลาชี้นิ้วเลือกให้

...เขาพึ่งสังเกตระหว่างที่นั่งรถไปด้วยกันว่า เธอน่าจะเป็นแพทย์หญิงจบใหม่ อายุคงรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา และมีความสวยระดับที่ศพหนุ่มๆ ทั้งหลายพร้อมจะพลีกายให้เธอชันสูตร จากใบหน้ารูปไข่ นัยน์ตาเรียวยาว จมูกเล็กเชิดรั้น รวมไปถึงริมฝีปากบางที่ล้วนถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ รับกับเรือนผมสีดำขลับที่ถูกม้วนเป็นลอนใหญ่ประดุจเจ้าหญิง และผิวสีน้ำผึ้งเนียนๆ ที่เหมาะกับการเป็นดาราหน้ากล้องมากกว่าการที่จะต้องหมกตัวอยู่กับศพทั้งวี่ทั้งวัน

ขอบคุณผู้กองมากๆ นะคะที่คอยช่วยดิฉันทุกเรื่องเลย ไม่อย่างนั้นคงแย่แน่ๆ ค่ะ”

เสียงหวานๆ ของตุ๊กตาหน้ารถที่นั่งอยู่ข้างๆ ปลุกเอกพลให้ตื่นจากภวังค์ความคิด และหันมายิ้มรับคำขอบคุณนั้น ตามด้วยคำกล่าวเยี่ยงสามัญชนทั่วไปพึงกระทำ

ไม่เป็นไรครับ เรื่องแค่นี้เล็กน้อย”

ถ้าได้ผลชันสูตรเมื่อไหร่ ดิฉันจะรีบแจ้งให้ทราบทันทีเลยนะคะ”

 

หลังจากนั้น บทสนทนาทั้งหลายทั้งปวงก็วกกลับเข้าสู่วัฏจักรแห่งการเวียนว่าย ศพ และความตาย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ บ่งบอกลางร้ายในการเดินทางตามความเชื่อของคนบางคน ถึงขั้นที่อาจทำให้ผู้ที่หยิบยกเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมาพูดคุย โดนลูกเตะฟรีคิกกระเด็นลงจากรถได้ แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่ทำให้คนทั้งสองอาชีพเข้ากันได้ดียิ่งกว่าเคมีของอาชีพใด เรื่องนี้ใช่ว่าเอกพลเองจะไม่รู้!?

 

จบตอน

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว