คนข้างใจ ใกล้ใกล้ตัว
คนข้างใจ ใกล้ใกล้ตัว 1
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

คนข้างใจ ใกล้ใกล้ตัว 1

​ผมชื่อ ดลภัทร  ขอระบายชีวิตน่าเบื่อให้ฟังซักนิดนะ ผมเป็นพนักงานบริษัท ๆ หนึ่งวันๆก็ทำแต่งานเครียดสุดสุด ก็อย่างว่าแหละนะ เขาต้องใช้ให้คุ้มกับที่จ้างมา ไม่ใช่ถูกๆ รสชาติของชีวิตเหรอ จืดสนิท น่าเบื่อสิ้นดี เฮ้อออ ความหวังลึกๆของผม คืออยากมีใครซักคนที่เข้าใจกัน ขาวๆ สวยๆ หึ่มๆหน่อยยิ่งดี รักกัน ไม่ทิ้งกันไป เหมือนที่ผ่านมา ยอมรับครับว่าผมเจ็บมาเยอะ จนกลัวและเก็บตัวเงียบอยู่ในโลกส่วนตัวมานาน จน....เบื่อ!!

ผมมีเพื่อนสนิทนะ คนเดียวด้วยมั๊งที่ผมคุยได้ทุกเรื่อง มันเป็นคนเดียวที่รู้จักทุกซอกทุกมุมของห้องผม เพราะแมร่งชอบมาคลุกอยู่กับผม จนคนอื่นหาว่าเป็นผัวเมียกันไปแล้ว  หึหึ อย่าคิดตามนะครับ มันเป็นผู้ชาย ที่สำคัญไม่มีนม ผมไม่ฟิน

ออด......... ออด....... ออด.....

นั่นไงแค่บ่นถึงมันในใจนะคับ มาตัวเป็นๆเลย

“ชักช้า” อ้าวไอ้นี่บ้านกูนะครับ มาถึงก็บ่นเลย แถมมองเคืองกูอีก จะให้เวลากูเดินมาเปิดหน่อยไม่ได้ไงวะ ผมเบ้หน้ามองบนเพื่อนรักแบบเซรงๆ สองมือมันถือถุงพรุ่งพลัง คงจะเป็นอาหารเย็นนี้มั้งครับ ทุกเย็นวันศุกร์เราจะทานข้าวด้วยกันประจำ ผมก็ไม่รู้หรอกนะ สังคมเพื่อนคนอื่นเขาอยู่กันแบบไหน แต่ผมแค่มีมันอยู่เป็นเพื่อนผมก็หายเบื่อได้แล้ว

“มองบ้าอะไรของมึง ไม่หิว? “เฮ้อนี่แหละครับเพื่อนผม มันไม่ค่อยพูด หรือพูดน้อยกว่าผมมาก แต่อย่าให้อ้าปากมาเลย แมร่งฟังไม่ค่อยได้

“เออๆๆ หิวจะตาย มึงอะกว่าจะมา กูหิ้วท้องรอมึงตั้งแต่บ่ายแล้วเนี้ยะ” ผมรีบบอกส่งสายตาวิบวับๆให้มันเผื่อหายเคือง ทำแบบนี้ได้ผลมาตลอดครับ มันไม่เคยโกรธผมเลย ตั้งแต่คบกันมา อาจจะมีทะเลาะกันบ้างเวลาผมงี่เง่ามากๆ ผมผิดผมก็ง้อมัน ไม่ผิดผมก็ง้อว่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

“มึง...กินนี่ก่อนได้ปะ นะมึงนะ” ผมยิ้มหน้าบาน เปิดถุงเจอไอศกรีมรสชอคโกแลตของโปรดผมเลย เพื่อนผมก็แบบนี้แหละครับ ถึงจะปากไม่ค่อยดี แต่ใจดีสุดสุด

“แดรกข้าวก่อน !” เสียงโคตรสยอง ที่ชมไปเมื่อกี้กูขอถอนคำพูด หึคนกำลังอารมณ์ดี

“มีไรกินมั้งอะ”

“แหกตาดูดิ” ขี้เกียจอ้าปากก็ไม่ต้องพูดก็ได้นะ กูเข้าใจมึง ไอ้เพื่อนเวร ผมได้แต่บ่นในใจ เมื่อไหร่ปากมันจะดีเหมือนหน้าตาซักทีก็ไม่รู้

“ไอ้ทีกูถามดีดีครับ” กูจะงอนแล้วนะ ผมส่งสายตายอันน้อยนิดเพ่งไปบอกมัน ถามว่ามันสะทกสะท้านอะไรไหม   ไม่ครับ!

“เร็วเลยกูหิว ร้อนฉิบหาย คนแม่งจะเยอะไปไหนวะ” เดินบ่นเข้าห้องน้ำไปแล้ว ไม่ได้ช่วยผมแกะหรอก คงไปอาบน้ำ มันเป็นคนขี้ร้อนจะเป็นแบบนี้ตลอด ถ้าผมทิ้งให้มันไปไหนมาไหนคนเดียว ปกติผมก็จะตัวติดมันไปทุกที่แหละ ถ้าไม่ติดธุระอะไร เหมือนวันนี้ผมมีงานแค่ช่วงเช้าไปพบลูกค้า เสร็จก็กลับบ้านเลย ไม่ได้รอมันเหมือนทุกวัน อ้อ..ผมทำงานที่บริษัทนำเข้าสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพนี่หละครับ ส่วนไอ้ทีหนะเหรอ มันเป็นช่างประจำตัวผมเองครับ  ^.^

“รีบอาบเลย กูรอเนี้ยะ หิว หิว หิว” ผมแกล้งบ่นมัน หุหุหุ

ผ่านไป.....สิบห้านาที

“ไอ้ภัทร !! ขอผ้าหน่อย”

“อะไรของมึงวะ มีในห้องน้ำอะใส่ มาเลย”

“มันเล็ก กูใส่ไม่ได้ เอามาเร็วๆ”

“เล็กอะไร มึงใหญ่ขึ้นขนาดใส่ไม่ได้เลยเหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใส่ๆมา อย่าเรื่องมาก”

เงียบปากไปแล้วครับ เรื่องมากจริงๆเล็กบ้าอะไรเสื้อคลุ่มใส่ประจำ ผมบ่นในใจและจัดโต๊ะเสร็จแล้วรอมันออกมากินพร้อมกัน

แก๊รก !!

“เห้ย! ทะ ทำไม....ออกมาแบบนี้วะ” ผมหันไปตามเสียงเปิดประตูห้องน้ำ ตาค้างกับภาพที่เห็น ก็ไอ้เพื่อนรักผม มันออกมาทั้งที่ตัวยังเปียกหยดน้ำเกาะไปทั้งตัว โลกกูวิ้งๆเลย หุ่นที่สมส่วน ผิวที่เคยขาวแต่คล้ำแดดเพราะทำงานกลางแจ้ง ตัวสูง หน้าท้องเป็นลอนสวย อิจฉาว่ะ ที่สำคัญมีผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยถือไว้ตรงกลางลำตัวมัน ผมแทบช็อค!!  ถึงเราจะคบกันมานาน รู้จักกันทุกซอกทุกมุม สนิทกันมากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่เคยมีโมเม้นนี้นะครับ หรือผมคิดมากไปเอง

“......” มองหน้ากลับมาแบบ...... อะไร??ของมึงไอ้ภัทร

“ระ..รีบๆ ไปใส่เสื้อดิวะ ยังจะมานิ่งใส่อีก  เสื้อคลุมอะ ไม่ใส่ออกมา”

“จะยั่วกูรึไง? ไม่ขึ้นเว้ย อย่างกูต้องมีนม ฮึ่มๆเท่านั้น ” ผมว่า แต่ต้องรีบหันหน้าหนี รู้สึกหน้าร้อน ตาลาย สงสัยหิวข้าว

“เออ” สั้น สั้น หมายความว่าไงวะ มึงขัดบ้างก็ได้นะไอ้ที

แล้วมันก็เดินผ่านหน้าผมไปแบบหน้าตาเฉย ไม่ได้รู้สึกเล้ย อายกูบ้างมั๊ยเนี้ยะ ผมหน้าร้อนหูร้อนไปหมด เพราะมองตามก้นขาวแน่น ของมัน  น่ากัดชะมัด  อ๊ากกกกก !! กูกำลังคิดอะไรออกไป

เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จมันก็มานั่งกินข้าวกับผม เงียบเลย ไม่พูดไม่จากินเอากินเอา แต่ก็คอยตักนั่นนี่ให้เหมือนเดิม ผมกินเผ็ดไม่ได้ มันก็คอยตักพริกออกให้ บางทีก็กินแทนแมร่งเลย ผมชินแล้วครับกินข้าวจานเดียวกันบ่อย สั่งมาแล้วกินไม่ได้ มันก็กินแทน แล้วสั่งใหม่ จนเพื่อนๆแซวว่าโอ๋ผมเกินไป แต่มันก็ไม่ว่าอะไร ผมเฉย เขาก็หยุดกันไปเอง

“นอนนี่ หรือกลับห้องวะ” ผมถามทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่เอาไว้นอนตอนฉุกเฉินได้   ปกติกินเสร็จก็มานอนดูหนังกองกันอยู่ตรงนี้ประจำ ไม่ค่อยไปไหน ไม่ค่อยสังสรรค์  แฟนก็ไม่มี เฮ้อ... ผมใช้ชีวิตอยู่กับมันแบบนี้จนชิน บางคู่ไม่มีเวลาให้กันขนาดนี้ด้วยซ้ำ

“มึง ง่วง?”

“อื้อออ....” ขยับๆ ปีนๆ กอดแขนซบ อ้อนไปอีกกู

“ง่วงก็ไปนอน จบเรื่องนี้กูก็กลับแล้ว”

“ไม่ใช่ๆ ไม่ได้ไล่นะเว้ย แค่อยากพักสายตาแป๊บเดียว เดี๋ยวดูด้วย อิ่มแล้วง่วงอะ” ผมรีบแก้ตัว ยิ้มหวานไปให้ กลัวมันจะเคือง เห็นแบบนี้มันขี้ใจน้อยครับ กับคนอื่นผมไม่รู้ แต่กับผมพูดอะไรแบบนี้ถ้าไม่เคลียร์ มีหวังได้ง้อกันตาย มันเคยเกิดขึ้นครั้งนั้นกว่าจะง้อมันได้ ผมต้องไปนอนเฝ้ามันตั้งสองวันสองคืนเลย จนมันรำคาญเองเลยหายโกรธ ไม่งั้นกูเฝ้าแมร่ง

“เออ.. งั้นก็นอน” พูดพร้อมกดหัวผมให้นอนต่อ บนอกมันนั่นแหละ ทีแรกแค่จะแกล้งมัน แต่พอมันไม่ว่าแถมกดหัวให้นอนจริง  รู้สึกร้อนแปลกๆแฮะ ยิ่งนึกถึงหน้ามันตอนออกจากห้องน้ำเมื่อกี้หน้าผมยิ่งร้อน กูเป็นอะไรวะเนี้ยะ

“ทำหน้าอะไรของมึง”  O.O ทำหน้าไม่ถูกเลยครับ

“เปล่า..ซักหน่อย” มุดหน้าเข้าหามันอีก แบบ....ผมไม่รู้วะ แกล้งตายเลยดีกว่า

“มึง..หนักไหมอะ กูไปนอ.....” ผมยังพูดไม่ทันจบก็โดนกดไว้ แถมยังเอาแขนหนักๆมาทับเอวผมไว้  อ๊ากกกก มันกอดผมเหรอ ตายๆๆๆๆๆๆๆ (โวยวายในใจ) ความจริงคือนอนเงียบปากนิ่งเลยกู รู้สึกอุ่นดีแฮะ กลิ่นครีมอาบน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวมันรู้สึกดีจัง และผมก็เผลอหลับไปทั้งแบบนั้น

ผมลืมตาช้าๆ ด้วยความง่วง แต่เพราะหนักจนนอนต่อไม่ไหว เหมือนมีท่อนซุงมาทับทั้งตัวเลยจริงจริง ขยับไม่ได้ แต่ก็พยายาม ดุ๊กดิ๊กๆ จนคนที่ทับเริ่มรู้สึกตัว

“อือ” เสียงเบาลอดออกมาจากปากคนขี้เซา แค่นั้นแหละ ผมถึงได้รู้ว่าเรานอนแทบจะสิงกันบนโซฟาหน้าทีวี แบบกอดกันแนบแน่นยิ่งกว่า... โอ้ยเคยที่ไหนหละแบบนี้ ทุกทีถ้าจะนอนมันจะปลุกผมให้ลุกไปนอนดีดี ไม่มีหรอกจะมานอนเบียดกันขนาดนี้ แล้วผมยังโคตรอบอุ่นกับอ้อมกอดนั่นอีก เหลือบมองนาฬิกาข้างฝา ห่า ! ตีสาม นี่คือกูแค่จะพักสายตา

“มึง...มึง...เข้าไปนอนในห้องมั๊ยวะ” ผมเขย่าตัวเพื่อนรักเบาๆ แต่อีกคนก็หลับเป็นตาย แต่กระชับอ้อมกอดเข้ามาอีกเพราะโดนปลุก

“ไอ้ที...ไอ้ที....นที” ผมก้มเรียก พร้อมมองหน้าอีกคน ที่หลับตาพริ้ม คิวเข้ม จมูกเป็นสัน ปากสวยได้รูป เวลามันหลับ น่าจูบชะมัด (อุ๊บ!!! คิดอะไรออกไป)

เฮือก !!

ผมเผลอสำรวจใบหน้าคนหลับนานจนไม่รู้ว่าอีกคนตื่นแล้วและกำลังจ้องผมกลับมาถึงจะมืดมองไม่ค่อยชัด แต่ผมมั่นใจว่าเห็นมันยิ้ม ตาแววเลยมึง แบบที่ผมไม่ค่อยได้เห็นมันบ่อยนัก

“ตื่นแล้วก็ลุกดิว้า จะดึงกูไว้ทำไม” พอผมจะลุกมันกลับกอดเอวผมแน่นขึ้น จนขยับไม่ได้

“กูเห็นจ้อง เหมือนอยากได้อะไร” มันว่าผมเบาๆในความมืด แต่สายตาโคตรแวววาวแมร่ง

“เปล๊า....มึงมีอะไรให้หละบ้า...หนักจะตายขามึงทับมาได้” ผมว่าแล้วรีบดันตัวเองออกเดินเข้าห้องเลย ล้มตัวลงนอนทันที ส่วนไอ้ทีเดินงัวเงียตามมา ได้ยินมันบ่นงึมงำตามมาแต่ผมฟังไม่ค่อยถนัด และไม่อยากถามมันด้วย

Tbc.

.................................................................

ขอโทษที่มาช้าคร้าบ ฝากเม้น ฝากตามด้วยนะ จุบุ จุบุ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น