ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่5 [100เปอร์] [แก้ไขเนื้อหาเล็กน้อย]

ชื่อตอน : ตอนที่5 [100เปอร์] [แก้ไขเนื้อหาเล็กน้อย]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 350

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2560 16:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่5 [100เปอร์] [แก้ไขเนื้อหาเล็กน้อย]
แบบอักษร

เมื่อแคสซิโอพยายามที่จะหันไปดูว่ามีใครกันที่นอนอยู่กับตน จะว่าเป็นรัตติกาลอย่างนั้นหรือก็ไม่แน่นอนเพราะในตอนที่เข้ามาในห้องนั้นมีเพียงเขาและรัตติกาลที่อยู่ในร่างของมังกรเพียงเท่านั้นแต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะไม่ใช่รัตติกาลก็ได้ แล้วใครกัน!?

เหมือนว่าแคสซิโอนั้นจะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการหันไปมองเพราะที่คนกำลังนอนกอดตนกันแน่

!!

“ท่านพี่…”ไม่ใช่รัตติกาลแต่อย่างไรเมื่อเจอก็ต้องเบิกตากว้างในทันทีเมื่อรู้ว่าใคร

"ท่านพี่เอเทอร์ครับได้โปรดลุกจากเตียงด้วยเถอะครับ"คนที่นอนกอดหมอนข้างที่แสนโอชะอยู่ลุกขึ้นมาด้วยท่าทีงัวเงีย

 

"ตื่นแล้วหรือแคสซิโอ"เอเทอร์พูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียแล้วหาวโชว์หลังจบประโยคหนึ่งรอบแสดงให้เห็นถึงความง่วงที่มีอยู่จริงๆ

 

 

เอเทอร์ยืนหน้าข้ามาใกล้แคสซิโอทำให้เขาชะกักถอยหนีเล็กน้อยแต่ก็ถูกมือข้างหนึ่งของเอเทอร์ยืนเข้ามาตับเข้าที่เอวเพื่อไม่ให้หนีได้ก่อนที่จะยืนมือข้างที่ว่างมาแล้วจิ่มลงบนแก้มขาวนวลของเขา

 

?

 

"ว่าแล้วว่าต้องนุ่มจริงๆด้วย"เอเทอร์หันมาฉีกยิ้มกว้างๆให้กับแคสซิโอสัญญาณเตือนภัยอัตรายที่อยู่ถายในตัวของเขาก็ดังขึ้นมาเสียงดังซะเสียอย่างนั้นจนทำให้ใจของเขาบอกกับตนเองว่าให้รีบหนีออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดแต่แน่นอนว่าในตอนนี้อคสซิโอถูกรั้งเอวเอาไว้ทำให้ไม่สามารถหนีออกจากภัยตรงหน้าได้

 

เอเทอร์ปล่อยมือจากเอวเขาแล้วจับเข้าที่แก้มของแคสซิโออย่างเต็มสองมือแล้วเล่นแก้มนุ่มนิ่มนั้นทันที

 

"พะ..พอเถอะครับ"แคสซิโอพยามปัดป้องมือของเอเทอร์

 

"ฮะฮ่า..น่ารักจังเลยนะน้องรักของข้า"ในตอนนี้ภายในห้องของแคสซิโอมีแต่เสียงของเอเทอร์ที่หัวเราะกับเสียงของแคสซิโอที่บอดให้หยุดจนทำให้รัตติกาลที่อยู่ในรูปของมังกรตัวน้อยตื่นขึ้นและส่งเสียงคำรามอย่างหงุเหงิดน้อยๆที่ถูกรบกวนด้วยเสียงของทั้งสอง

 

"ก๊าซซซซซซ!!"และเสียงนั้นก็ทำให้เอเทอร์หันไปมองด้วยความสนใจน้อยๆก่อนจะหยุดมือที่กำลังเล่นแก้มของแคสซิโอที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าแก้มนั้นจะแดงไปหรือยัง

 

"นั้นมังกรนี่น้องรักมันเข้ามาได้อย่างไรกัน"เอเทอร์เน้นคำว่ามันเป็นพิเศษแล้วหันมามองหน้าของแคสซิโอด้วยสายตายิ้มๆโดยไม่สนใจรัตติกาลที่กำลังกระพือปีกแรงๆอย่างไม่พอใจที่ถูกเรียกว่ามันโดยเอเทอร์

 

ไอ้เจ้าหน้าวอกนี่มันคิดจะหาเรื่องกันหรืออย่างไรกัน!! มาทำเสียดังโดยที่ข้าหลับอยู่เดี๋ยวก็จับอย่างเสียให้หมด

 

"เอ่อ..ข้า..เจอมันอยู่สวนน่ะ"ช่างเป็นคำตอบที่สิ้นคิดมากมายแต่ใครมันจะไปคิดได้กันในเวลานี้เพราะงั้นนี้คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้แล้วละมั้ง

“แล้วก็นำมาอยู่ในห้องคนอย่างนั้นหรือ?”

“ครับ”เอเทอร์ส่ายหน้าในความคิดของน้องชายตนเอง

“ช่างเถอะในวันนี้ข้าไม่ได้ต้องการที่มาเทศนาเจ้าเสียหน่อยเพราะงั้นก็อย่านำอะไรเข้ามาโดยภารการอีกนะ..วันนี้ข้ามาพูดเกี่ยวกับโรงเรียนเวทย์น่ะท่านพ่อบอกให้มาลองถามว่าเจ้าอยากที่จะลองเข้าไปเรียนภายในโรงเรียนเวทย์ดูหรือไม่”โรงเรียนเวทย์อย่างนั้นหรือ? ไม่เคยมีความคิดที่อยากจะได้ยังที่นั้นเลยสักนิด ที่นั้นน่ะพลุกพล่านได้ด้วยผู้คนเต็มไปหมดและด้วยความที่แคสซิโอนั้นเป็นคนที่ไม่ชอบที่จะอยู่ในที่ๆคนเยอะๆและไม่ชอบความวุ่นวายและแน่นอนอยู่แล้วการที่ต้องเข้าไปยังโรงเรียนเวทย์น่ะจะต้องมีความวุ่นวายมากมายเป็นแน่

“ไม่ละครับ..”เมื่อเอเทอร์เห็นว่าแคสซิโอจะปฏิเสธเช่นนั้นก็พูดขัดแคสซิโอขึ้นมาในทันทีเพราะเอเทอร์นั้นคำนวณคำตอบของน้องชายตนมาแล้วแล้วก็เป็นอย่างที่เอเทอร์คิดจริงๆเสียด้วย

“แต่ข้าว่าจากอายุของน้องแล้วอู่ในช่วงวัยรุ่นควรมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีเข้าไว้นะ โอเคน้องรักข้าจะบอกท่านพ่อให้ว่าเจ้าจะไปเรียนยังที่โรงเรียนเวทย์”ในตอนนี้เขารู้ได้เลยว่าว่าหน้าตาของตนเป็นยังไงคงจะเหวอมากๆเพราะอยู่ที่พี่ก็พูดเองเอ่อเองไปหมดซะเสียอย่างนั้นจนเกิดคำถามขึ้นภายในหัวของแคสซิโอว่าท่านพี่จะถามความสมัครใจของตนทำไมถ้าจะพูดเองและเอ่อเองเช่นนี้และยังไม่พอทำให้เขาเหวอและเดินออกไปจากห้องหน้าตาเฉยอีกต่างหาก

ถ้าจะบังคับกันเช่นนี้ไม่ต้องถามความคิดเห็นก็ได้ครับ!

"อ่อ..แล้วก็ลงไปทานอาหารข้างล่างด้วยนะวันนี้ไม่ต้องเข้าเรียนอืมแล้วก็....ไม่มีอะไรแล้วละน้องรักงั้นข้าไปละ..."ท่านพี่เดินออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ เพียงเราออกไปจากวังนี้ก็มีความสุขถึงเช่นนี้ย่างนั้นเลยหรือแล้วตอนที่จับได้นั้นความหมายเช่นใดกันท่าทางแปลกไปจากครั้งที่แล้วมากเกินไปหรือไม่...

 

 

 

 

ผมเดินออกมาจากห้องของแคสซิโอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเพราะน้องเล็กของผมตกลงยอมไปยังโรงเรียนเวทย์ที่ท่านพ่อให้ผมมาถามน้องว่าอยาดจะไปหรือไม่และแน่นอนว่าน้องของผมตอบไป(?)ทีนี่ผมก็จะได้แยกเจ้าพวกพี่ติ้งต๊องที่เหลือออกจากน้องสักที่และสิ่งทำให้ผมแฮปปี้นั้นก็คือ ผมจะได้เข้าเรียนกับน้องด้วยนี่สิเห็นอย่างนี่แคสซิโอ16ส่วยผมก็พึ่งจะ18เองนะ

 

พวกเรามีพ่อคนเดียวกันส่วนแม่คนละแต่ก็ใช่ว่าอายุพวกเราจะห่างกันมากถึง7หรือ8ปีหรอกเพราะงั้นผมก็ยังมีสิทธิ์ในการเข้าเรียนกับแคสซิโอ!! 

 

หึหึแล้วพอดีว่าผมขอโรงเรียนที่มีหอพักก็คล้ายกับโรงเรียนประจำซึ่งท่านพ่อก็ไม่ได้ขัดสัทธาของผมก็เข้าทางแมวสิครับเสร็จโจร

 

ไอพวกพี่หื่นผมจะไม่ให้พวกพี่แอ้มน้งเด็จขาด!!

 

 

 

เมื่อแคสซิโอเดินไปยังห้องอาหารที่ในตอนนี้มีเสียงของคนคุยกันเหมือนเช่นที่เคยมาเมื่อไม่นานมานี่

 

"ขออนุญาตครับ.."

 

"ห๊ะ อะไงนะเอเทอร์ท่านพ่อจะให้แคสซิโอกับเจ้าไปเรียนโรงเรียนเวทย์เพียง2คนอย่างนั้นหรือ ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!"เหมือนจะเข้ามาผิดเวลาแล้วอะไร2 2คนโรงเรียนเวทย์?

 

"อ๊ะ..เอ่อเข้ามาสิแคสซิโอ"

 

เหมือนเดจาวูเลยเนอะ

 

แคสซิโอเดินเข้าไปภายในห้องโดยมีสายตาของท่านพี่ที่มองมาที่เขา อะไรกันอีกละเนี่ย!?เขาเข้ามาที่นี่ไม่เคยที่จะถูกมองด้วยสายตาปกติเลยสักครั้งจะตกใจอะไรกันนักหนา แคสซิโอหุบสายตาลงต่ำโดยไม่รู้ตัว

 

และที่แปลกในวันนี้ก็คือเข้านั้นเอารัตติกาลมาด้วยโดยรัตติกาลอยู่ในร่างของมังกรสีดำตัวเล็กทีกำลังเกาะไหล่ผมอยู่

 

พวกเราเริ่มนั่งทานอาการเหมือนอย่างปกติโดยที่ก็มีคนพูดอะไรไปเลยๆตลอดการทานอาหารแล้วมาถึงจุดหนึ่งก็มีคนเอ่ยชื่อของผมขึ้นทำให้แอบตกใจอยู่เล็กน้อยก็ไม่ได้คิไว้ว่าจะมีคนมาเรียกตนด้วย

 

“ครับ?”

 

“มังกรตัวนั้นเอ่อ..มันมาได้ไงอย่างนั้นหรือ”เห้อ!ก็นึกว่าเรื่องอะไรจะถามเรื่องนี่ก็ไม่แปลกเสียเท่าไหร่ถ้าน้องชายของคุณในตอนแรกก็ไม่มีเจ้าสิ่งนี้แล้วอยู่ๆในเวลาต่อมาก็มีเจ้าสิ่งนี้เข้ามาในชีวิตของน้องชายคุณคุณก็คงต้องสงสัยอยู่แล้วละ

 

“เจออยู่ที่สวนน่ะครับ”ท่านพี่ก็พยักหน้าไปตามๆกันเมื่อรู้ในสิ่งที่อยากรู้

 

“ตัวเล็กดีนะมังกรพันธ์นี่น่ะ”เอิร์นออนรัสมองจ้องเข้ามายังรัตติกาลอย่างพิจารณาเหมือนเห็นของแปลกใหม่

 

“ข้าก็ไม่รู้..ตอนข้าเจอมันก็เห็นอยู่เช่นนี้แล้วครับ ก็เลยเก็บเข้ามา..”ในประโยคสุดท้ายแคสซิโอหุบตาลงต่ำเพราะรู้ว่ายังไงตนก็ต้องถูกดุเฉกเช่นที่โดนท่านพี่เอเทอร์ตำหนิเมื่อตอนเช้า

 

“อืมแล้วเจ้าจะไปโรงเรียนเวทย์กับเอเทอร์จริงๆอย่างนั้นหรือ”กับท่านพี่เอเทอร์อย่างนั้นหรือ?เขาไม่ได้บอกผมว่าเขาตต้องไปด้วยหนิในตอนเช้าน่าจะไม่ใช่นะครับเพราะผมไปคนเดียวต่างหาก

 

“ไม่ครับผมไปเพียงคนเดียว..”

 

“อ๊ะเอ่อแคสซิโอ..ข้ายังไม่ได้บอกเรื่องที่ข้าจะไปด้วยอย่างนั้นหรือ”ใบหน้าของเอทเอร์นตอนนี้มีรอยยิ้มแห้งๆปรากฎอยู่เบื้องหน้าพอกับเม็ดเหงื่อที่ซึมออกมาเล็กน้อยบนใบหน้าคมๆนั้น

 

“ยังครับ”โอเคสรุปผมไม่ได้ไปเพียงคนเดียวแต่ต้องไปกับท่านพี่เอเทอร์สินะ ถ้าให้เลือกระหว่างไปคนเดียวกับไปกับท่านพี่ผมจะเลือกอันไหน ผมสามารถตอบได้อย่างเต็มปากเลยว่าไปคนเดียว! ไม่ใช่ว่ารังเกลียดหรืออะไรเพียง…ผมไม่สามารถอธิบายออกเป็นคำพูดได้เพราะงั้นในตอนนี้ผมยังคงตอบไม่ได้

 

“อืมข้าขอโทษทีลืมบอกนะ แห๊ะๆ”เอเทอร์ยกมือขึ้นเกาเท้าทอยเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มแห้งๆที่ถูกค้างเอาไว้บนหน้าคม

 

แคสซิโอไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากประโยคนั้นจบลงและกลับมาจดจ่อกับอาหาตรงหน้าแล้วเริ่มทานมันอีกครั้งแต่ก็ดังเหลืบไปเห็นรัตติกาลเสียก่อนจึงเกิดความคิดขึ้นว่ารัตติกาลนั้นไม่ต้องทานอาหารเช่นนั้นหรือ?

 

ข้าไม่ทานอาหรองมนุษย์น่ะแล้วก็ไม่จำเป็นต้องทานอาหารเหมือนเจ้าด้วย

 

รัตติกาลที่ได้รับรู้ว่าในตอนนี้แคสซิโอกำลังคิดอะไรอยู่ตอบคำถามที่แคสซิโอคาใจแต่แคสซิโอนั้นก็ไม่ค่อยชอบในความสามรถที่อ่านความคิดของผู้อื่นได้ตามใจ เพราะในความคิดของเรา เราก็ควรเก็บเอาไว้เป็นที่ส่วนตัวบ้างไม่ได้เลยอย่างนั้นหรือ

 

ข้าขอโทษแต่มันไม่สามารถควบคุมได้น่ะ

 

ในตอนนี้มังกรสีดำที่กำลังเกาะไหล่ของแคสซิโออยู่กำลังทำหน้าหงอยน้อยๆเหมือนอย่างหมาโดนดุไปเสียอย่างนั้น

 

"ขออนุญาตครับ"ผมเดินออกมาจากห้องอาหารที่ทุกคนกำลังทานอาการอยู่ในตอนนี้ผมรู้สึกว่าตนนั้นอยากที่จะออกไปสูดอากาศข้างนอกมากไม่รู้ว่าเป็นอะไนแต่รู้สึกหายใจไม่ค่อยออกจึงลองคืนในแง่ดีเข้าไว้ว่าตนต้องการอากาศที่บริสูทธ์กว่านี้

 

รัตติกาลที่สาารถอ่านความคิดของคนอื่นได้จึงรับรู้ว่าในตอนนี้แคสซิโอนั้นเป็นอะไรหน้าขาวเริ่มซืดขึ้นเลื่อยๆคล้ายกับใบหน้าที่ไม่มีเลือดไหลเวียนหัวใจเริ่มเต้นถี่กว่าเดิม

 

แต่ที่น่าตกใจนั้นก็คือ..ในตอนนี้ร่างของแคสซิโอซุดลงกับพื้นทั้งเอามือกุมหัวใจและหอบอย่างรุนแรงมืออีกข้างก็ยันพื้นเอาไว้

 

รัตติกาลที่ปีกอยู่นั้นรู้เป็นอย่างดีว่าแคสซิโอเป็นอะไรจึงรีบกลับกกลายเป็นร่างมนุษย์ผู้สงเสน่ห์ที่ผู้ใดเห็นก็อันต้องหยุดนิ่งและถูกตรึงตา

 

ร่างนั้นช้อนร่างของแคสซิโอที่ดวงตาเริ่มปลือๆในท่าเจ้าสาวก่อนที่จะทะยานขึ้นฟ้าด้วยท่าทีร้อนรนพร้อมใช้เวทย์เพื่อพลางตาผู้คนเอาไว้ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกขึ้น

 

ลมแรงๆประทะเข้าที่ร่างของชายหนุ่มทั้ง2เต็มๆคนที่อยู่ภายในอ้อมแขนเริ่มละเมอหรือเช่นไรก็ไม่รู้แคสซิโอเริ่มยืนมือขึ้นมาจับบนใบหน้าของรัตติกาลดวงตามีน้ำตาหยดลงมาที่หางตายาวไปถึงคางมน

 

"โทคาเอล..โทคาเอล...ฮึก..ข้า.."คนในอ้อมกอดเริ่มพรำถึงบุคคลอีกคนหนึ่งที่รัตติกาลก็รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของคนผู้นั้นในตอนนี้แคสซิโอนั้นเหมือนอยากที่จะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่พูดออกมา

 

รัตติกาลรีบที่จะไปหารีอันน่าให้เร็วที่สุดเพราะคนที่ช่วยคนในอ้อมกอดตอนนี้ได้มีเพียงรีอันน่าเพียงเท่านั้น สรัตติกาลบินมาไม่นานก็มาถึงยังป่าที่รีอันน่าอยู่แและปกปักรักษา

 

"รีอันน่า!!"รัตติกาลตะโกนเรียกไปเพียงครั้งเดียวก็ปรากฏร่างของคนที่จะสามารถช่วยแคสซิโอได้ออกมาในทันทีไม่จำเป็นต้องตะโกนอีกครั้งหนึ่ง

 

"เจ้านั้นก็เร่งแคสซิโอมากไปนะบางที เห้ออ"รีอันน่าถอนหายใจกับบุคคลอีกคนหนึ่งที่รีบและรวบรัดอคสซิโอมากเกินไปก่อนจะจับไปยังที่หน้าอกด้านซ้ายของผู้ที่สลบไปแล้วแม้ในตอนสลบไปแล้วแต่ก็คงยังมีสีหน้าเจ็บปวดปรากฏอยู่ที่ใบหน้านั่นใบหน้สของคนที่สลบไม่ได้สติในตอนนี้เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

คิ้วเรียวเริ่มคลายออกตัวที่กำลังเกร็งค่อยๆปล่อยตัวตามสบายแล้วในตอนนี้บนใบหน้าเริ่มมีสีขึ้นฝ่าเล็กๆกลับมาเป็นเหมือนอย่างปกติ

 

"เห้อออ..เขาคงสลบอยู่อย่างนี้อีก3ชั่วโมงละ"หญิงสาวผมทองถอนหายใจเป็บรอบที่สองขอวันนี้

 

"ขอบคุณมากจะให้ข้าพาแคสซิโอกลับยังวังเลยหรือไม่"รีอันน่าพยักหน้าเพราะเขานั้นรู้ว่าแคสซิโอนั้นของอนุยาตออกมาแล้วถ้าไม่กลับเข้าไปมีหวังเกิดปัญหาความวุ่นวายมากมายตามมาอย่างแน่นอน

 

รัตติกางช้อนร่างของแคสซิโอแล้วพากลับไปยังวังเหมือนเคยแน่นอนว่าปัญหาหลักนั้นก็คือแคสซิโอจะกลับเข้าไปยังโรงอาหารยังไง..

 

ในสมองเขาตอนนี้คล้ายกับมีเลขมากมายเข้ามาเหมือนคนที่คิดหนักๆเป็นอย่างมากถ้าใสตอนนี้มือของผมว่างก็เอามีมาลูบคางเล่นแล้วทำหน้าตาเคร็งเครียดแต่ยังไม่มีโอกาศให้ทำเพราะงั้นรอตาหน้า

 

เมื่อคิดได้ว่าถ้าเกิดเรานำแคสซิโอไปนอนไว้สักทีทำให้เป็นเหมือนสลบจะเป็นความคิดที่ดีหรือไม่แต่ไม่ลองก็ไม่รู้หนิครับ..

 

 

 

 

พวกผมก็นั่งพูดคุยกันไปเลยๆแล้วอยู่ๆน้องก็ของตัวไปข้างนอกแต่ในตอนก่อนออกไปนั้นผมสังเกตุเห็นได้ว่าแคสซิโอมีท่าทีเปลี่ยนไป

 

"เดี๋ยวข้าว่าข้าจะไปดูน้องสีกเล็ก"

 

"ไปทำไมหรือการ์เน็ต"วินิไอถ้าขึ้นอย่างสงสัยเพราะปล่อยให้น้องไปคนเดียวเสียก็ไม่เป็นไรแต่อยู่ๆการ์เน็ตก็ขอออกไปดูเสียอย่างนั้น

 

"ข้าก็อยากออกไปข้างนอกพอดีน่ะ..แล้วแคสซิโอก็พึ่งเดินออกไปเสียด้วยเพราะงั้นข้าเลยจะไปกับน้องเสียเลยน่ะ"เป็นประโยคที่ถูกกลันกลองออกมาสดๆเมื่อสักครู่แต่วินิไอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากจึงปล่อยๆไปเดี๋ยวก็กลับมาเอง

 

"งั้นเจ้าก็อย่าลืมเตือนน้องกลับมาเสียด้วยละ"การ์เน็ตรีบเดินตามแคสซิโอไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ดังมาเห็นภาพในตอนที่แคสซิโอทรุดลงกับพื้นและมีสีหน้าเจ็บปวดทรมานอยู่ ในจอนนั้นผมเห็นว่าไม่ดีจึงจะเข้าไปช่วยแคสซิโอแต่ก็ต้องหยุดการกระทำของตนเอาไว้

 

เจ้ามังกรที่อยู่บนไหล่ของแคสซิโอตลอดกายมาเป็นชายหนุ่มรูปงามที่ก็ไม่ได้งามไปมากกว่าพวกผมเสียเท่าไหร่แต่นั้นไม่ใช่ประเดนที่จะนำมาพูด ผมไม่ค่อยตกใจเสียเท่าไหร่ที่มังกรตนนั้นจะไม่ใช่มังกรธรรมดาเพราะจะมีมังกรปกติสักกี่ตนเชียวที่มีสีดำทมึฬเช่นนั้น

 

เจ้านั้นช้อนร่างของแคสซิโอไปโดยที่ผมก็ไม่รู้ว่าไปที่แห่งใดแต่ก็ไม่คิดจะสนใจในเหตุการณ์ตรงหน้ากลับเป็นเรื่องที่มีพวกพวกที่ไม่ใช่มนุษย์มายุ่งเกี่ยวกับแคสซิโอต่างหากที่ทำให้ผมเครียด

 

เจ้านั้นมันเดินเกมเริ่มที่จะไวขึ้นแล้วนะครับท่านพี่...

 

ผมไม่คิดที่จะตามไปเพียงรอจนกว่าเจ้ามังกรตัวนั้นกลับมา เพียงไม่นานมากนักเจ้านั้นก็กลับมาแล้ววางแคสซิโอลงบนพื้นและกลับกลายเป็นมังกรดังเช่นเดิมยืนอยู่เหนือหัวของแคสซิโอเอาไว้

 

หัวใสดีนี่...ผมเริ่มเดินตามเกมของเจ้านั้นโดยเดินมุ่งเข้าไปยังร่างของแคสซิโอแล้วอุ้มน้องขึ้นซะทำเหมือนกับสังเกตุเห็นว่าน้องสลบอยู่แล้วเข้ามาช่วยออสก้ายังต้องยอมสยบแต่เรื่องหน้าที่นิ่งตายนี่น่าจะไม่ผ่าน..

 

แน่นอนว่าต้องทำตัวให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ผมพาน้องเข้าไปนอนไว้ที่ห้องและเรียกหมอหลวงประจำวังมาเพื่อมาทำทีว่าตรวจอากาของน้อง

 

ผมเดินลงมาข้างล่างยังที่ห้องอาหารที่ตอนนี่ทุกคนก็นั่งกันอยู่

 

"การ์เน็ตไปนานนะ..แล้วแคสซิโอละ"วินิไอถามขึ้นเมื่อไม่เห็นแคสซิโอ

 

"ข้าไปเจอน้องสลบอยู่น่ะก็เลยเรียกหมอหลวงแล้วก็อยู่เป็นเพื่อนแคสซิโอพักหนึ่งน่ะก็เลยนานเล็กน้อย"วินิไอไม่ได้สนใจประโยคที่ถูกสันทยานมายาวแต่เพียงสนแค่ว่าน้องสลบได้อย่างไร

 

"ทำไมแคสซิโอสลบได้ล่ะ..ไอ้หน้าไหนมันกล้าทำร้ายแคสซิโอน้องรักของข้า"วินิไอกัดฟันพร้อมคิดถึงบทลงโทษผู้ที่ทำให้แคสซิโอน้องรักของตนต้องเป็นเช่นนี้

 

แล้วใช่ว่าพี่แกจะลงโทษนิดๆหน่อยแต่กลับกลายเป็นซะว่าคนที่โดนนี้อาจจะไม่กล้ายุ่งกับพี่น้องของวีนิไออีกก็ไม่แปลก

 

ถามว่าพวกผมเคยโดนยัยนี่ไหม..ก็เคยสิครับถึงรู้ถึงความโหดร้ายของบทลงโทษพวกนี้..ใครได้ลองต้องติดใจ(?)

75เปอร์

“ข้าไม่รู้หรอกเพราะข้าเดินไปก็เจอน้องสลบอยู่แล้วล่ะ”ผมไม่ยอมบอกเรื่องของมังกรสีดำตัวนั้น ถ้าเกิดบอกไปละก็เรื่องทั้งหมดจะยุ่งวุ่นวายมากยิ่งขึ้น

มังกรตนนั้นมีนามว่ารัตติกาล รัตติกาลจะเข้าไปอยู่ในความฝันของคนต่างๆเพื่อแอบมองโดยที่เจ้าตัวนั้นก็ไม่สามารถรู้ตัวได้แต่ก็ไม่บ่อยนักที่มังกรตนนั้นจะเข้าไปดูในความฝันของคนที่ตนสนใจเท่านั้นและดูดพลังชีวิตของคนๆนั้นเพื่อเป็นอาหารสำหรับตนเรียกได้ว่าเป็นมังกรแห่งฝันร้ายก็ได้

รัตติกาลนั้นคล้ายๆกับมังกรแห่งฝันร้ายในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่มีที่ ที่มังกรตนนี้อาศัยอยู่เลยมังกรตนนี้นั้นอาศัยอยู่ในโลกแห่งความฝันและไม่สามารถสรุปได้มีใครหรือไม่ที่สามารถเข้าไปยังถิ่นของรัตติกาลได้

แต่ที่การ์เน็ตสงสัยนั้นก็คือทำไมน้องตนถึงมีรัตติกาลอยู่ข้างกายได้ทั้งๆที่มังกรตนนั้นไม่มีอยู่จริงอยู่ภายในโลกของความเป็นจริง

ที่ผมรู้มากมายขนาดนี้ก็เพราะผมได้อ่านหนังสือที่อยู่ภายในห้องสมุดนั้นยังไงอะละครับซึ่งท่านพี่หรือเอเทอร์นั้นคงไม่รู้เรื่องประวัติของรัตติกาลดีนักเพราะพวกเขาไม่ค่อยได้สนใจในสงพวกนี้เสียเท่าไหร่แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไม่รู้เลยว่ารัตติกาลนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไรและในตอนนี้ทกคนอาจกำลังสงสัยอยู่ก็ได้แต่คงก็ไม่สนใจเช่นกัน

ผมน่ะสามารถบอกได้เลยว่าแคสซิโอนั้นเป็นเด็กที่โกหกคนไม่ค่อยเก่งแต่ในสมัยก่อนนั้นพวกเราเคยเป็นพี่น้องที่รักกันมากครอบครัวหนึ่งแต่ในตอนนั้นรอบครัวของเรานั้นมี9คน ท่านพ่อ ท่านแม่.. ท่านพี่เทย์วอน ท่านพี่เอริน์ออนรัส ท่านพี่วินิไอ ผม เอทเทอร์ แคสซิโอและคาสซิโอ..

ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่เรียกได้ว่ามีความสุขมากก็เป็นได้..ใช่..มันเป็นช่วงเวลาที่ดีแต่ไม่นานนักหรอกอย่างที่เขาบอกเอาไว้ว่าช่วงเวลาที่มีคามสุขมักผ่านไปไวเสมอแต่บางทีนี่ก็อาจจะไวมากจนเกินไป..

“อุแววๆ”เสียงของเด็กทั้ง2ร้องไห้ดังระงมไปทั่วทั้งห้องเป็นสัญญาณบอกว่าองค์ชายของอาณาจักรเทอร์เวอร์ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้วนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีที่เกิดขึ้นอาณาจักรแห่งนี้เป็นอย่างมาก

“พระองค์ได้บุตร2พะยะค่ะ”หมอหลวงรีบรายงานทันทีเมื่อองค์ชายได้ถือกำเนิดเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีในอาณาจักรเป็นอย่างมาก เด็กทั้ง2มีหน้าตาที่น่ารักทั้งคู่

“ข้าละอยากรู้จริงๆว่าองค์ชายทั้ง2เพียงแค่หน้าก็น่ารักถึงเพียงนี้แล้วสีตาจะเป็นสีอะไรกันนะ”สาวใช้ทั้ง2แอบกระซิบกระซาบพอกับยิ้มด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นที่สีตาของเจ้าของนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่บงบอกถึงธาตุพลังของเจ้าของด้วย สาวใช้ทั้ง2หัวเราะน้อยๆให้กับองค์ชายแคสซิโอและองค์ชายคาสซิโอที่นอนคู่กันอยู่อย่างน่ารัก

ในขณะนี้องค์ชายน้อยทั้ง2ได้ลืมตาขึ้นมามองโลกในครั้งแรกและสีขององค์ชายน้อยแคสซิโอนั้นเป็นสีฟ้าแซมเขียวน้อยๆกลมโตมาประกายตามากมายจากที่น่ารักอยู่แล้วก็น่ารักขึ้นเป็นทวีคูณแต่สำหรับสีตาของคาสซิโอนั้นเพียงมองก็รู้สึกได้ถึงความสงอำนาจทำให้จากที่ยังไม่ลืมตาที่เรทติ้งความน่ารักนั้นอยู่ระดับสูงมากๆแต่ในตอนนี้นั้นเรทติ้งของส่วนตรงนั้นได้หายไปไวยิ่งกว่าอะไรสีตาของคาสซิโอหนั้นคือสีน้ำเงินและสีดำผสมอยู่ในดวงตากลมโตนั้นทำให้ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก

เมื่อแคสซิโอนั้นคลานไปที่ใดคาสซิโอพี่ชายฝาแฝดก็จะติดตามไปด้วยในทุกๆที่คล้ายทหารที่ค่อยอารักขาองค์ชายไปซะในทุกๆที่แต่ในสายตาทุกคนนั้นเห็นว่าก็น่ารักดีเหมือนพี่ชายที่เป็นห่วงน้องชายไปซะทุกเรื่องถ้าโตไปต้องเป็นพี่ชายที่ดีมากแน่ๆ แน่นอนว่าท่านพ่อก็ชอบใจที่เห็นว่าฝาแฝดทั้ง2รักกันมากมายถึงขนาดนี้

“ดีมากคาสซิโอโตขึ้นไปเจ้าจงเป็นพี่ชายที่ดีละฮะฮ่า”เมื่อพูดจบประโยคราชาก็หัวเราะเหมือนกับซานต้าพุงอ้วนพุย

“ดี..มาก..คาสซิโอ..ฮะ..ฮ่า”แคสซิโอหัวเราะตามท่านพ่อของตนและยิ้มอย่างน่ารักทำให้พวกพี่ๆทั้งหลายที่กำลังมาดูน้องชายทั้ง2ของตนอยู่นั้นยิ้มกันไปตามๆกัน

“อะไรกันเดี๋ยวนี้พูดตามข้าได้แล้วหรือ”ราชาของอาณาจักรเทอร์เวอร์ก้มลงมองลูกชายคนสุดท้องของอาณาจักร”งั้นพูดตามข้านะ..ท่านพ่อ”แคสซิโอทำหน้ายู่อย่างน่ารัก

“ทะ..ทา..พ่อ”แคสซิโอเอียงหัวเล็กน้อยเพื่อเพิ่มดาเมจให้กับพวกพี่ๆที่มองกันอยู่

“ท่านน..พ่อ”ราชาของอาณาจักรส่ายหัวพร้อมกับพูดอย่างชัดเจนให้กับแคสซิโออีกครั้ง

“ท่าน..พ่อ”เมื่อแคสซิโอพูดถูกราชาก็ปรบมือให้กับแคสซิโอทำให้เด็กน้อยยิ้มขึ้นมาพร้อมทั้งปรบมือตามอีกการกระทำนั้นอยู่ในสายตาทั้งท่านพี่และคาสซิโอทุกการกระทำ

“ไหนๆ เจ้าพี่ชายน้องชายเรียกได้เจ้ารอพูดดูมั้งสิ ท่านพ่อ”แน่นอนว่าคาสซิโอนั้นมองคนที่ได้ชื่อว่าพ่อของตนเองด้วยสายตานิ่งๆพร้อมพูดด้วยใบหน้านิ่งๆเช่นกัน

“..ท่านพ่อ..”เป็นประโยคสั้นๆที่ออกมาจากปากของคาสซิโอที่ไม่น่าเชื่อว่าเด็กที่พึ่งเกิดได้ไม่กี่เดือนจะพูดได้โดยที่ยังไม่พูดออกมาเลยสักครั้งประโยคนี้ได้ผุดขึ้นมาในหัวสมองของทุกๆคนว่าไอเด็กคนนี้มันใช่เด็กแรกเกิดจริงๆอย่างนั้นหรือไหนจะท่าทางเย็นชานั้นอีกแต่ราชานั้นก็ไม่ลืมที่จะปรมมือให้กับคาสซิโอเหมือนอย่างแคสซิโอแต่ปฏิกิริยานั้นไม่เหมือนกับแคสิโอที่ปรบมือตามอย่างน่ารักแต่กลับเป็นทำหน้านิ่งใส่เหมือนเดิมเสียอย่างนั้น คำๆนี้กู่ขึ้นมาในใจของท่านพี่ทุกๆคนในทันที

นี้พวกเอ๋งยังเป็นฝาแฝดกันอยู่จริงหรือเปล่า..นิสันจะต่างกันมากเกินไปแล้ว!!

-TBC.-

..ข้าน้อยสำนึกแล้วขอรับ...ในวันหลังข้าจะไม่พัดวันประกันพุ่งอีกแล้วว[ตอนที่6ของสัปดาห์นี้ยังไม่ได้พิมพ์เลยโอ้วววว]เดี๋ยวตอนที่6จะรีบปั่นให้ครับรีดๆอย่างพึ่งหนีไรท์ผู้นี้ไปนะ[น่าจะหนีไปแล้ว]ถึงไรท์จะแต่งกากแต่จะพยายามครับ![แนะนำกันได้(เรื่องคำผิดไม่ต้องก็ได้เดี๋ยวกะว่าว่างๆจะไปตรวจให้อยู่ครับ)]ที่มาส่งงายให้รีดๆช้าก็เพราะไรท์ติดธุระด้วยละ//เกม----โดนตบบบ เฮือกกกกว่าแต่ใครเล่นRoVมั้งครั-----//ยัง..ยังไม่หยุดอีกถ้าว่างก็ไปเขียนนิยายของตอน6ซะ! อุ๊ยโหดกันจังไรท์ไปก็ดายย---

ยังไม่ได้แก้ไขคำผิด

ความคิดเห็น