ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ

บทนำ

#เพลิงพ่าย

 

ขายาวของบุคคลที่เพิ่งจะกลับมาจากยิมซ้อมกีฬาก้าวลงจากตัวรถคันสีดำเงาราคาแพงที่จอดเทียบลงยังหน้าคอนโดสูงตระหง่านตรงหน้า ลิ้นร้อนแลบเลียแตะยังมุมปากของตัวเองที่ได้รับบาดเจ็บมาจากการฝึกซ้อมที่เกิดความผิดพลาดของคู่ฝึก ภีมก้าวเดินไปตามทางทอดยาวของคอนโดด้วยใบหน้าที่ยังคงมีคราบเหงื่อให้ได้เห็น มือหนากระชากปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกเมื่ออากาศที่ค่อนข้างร้อนกำลังทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้คิ้วขมวดทั้งวัน ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองจะต้องนึกอยากมาหาน้องชายฝาแฝดในเวลาแบบนี้ด้วย

 

..กึก กึก  กึก...

 

เป็นเพราะดึกจึงเงียบมาก ดังนั้นในแต่ละก้าวที่เดินถึงได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้นอย่างชัดเจน ภีมเดินมาอย่างไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งสายตาหันไปสบเข้ากับชายหนุ่มกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินสวนเขาออกมา ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องหันมองตามพวกมันจนเหลียวหลังแบบนี้

 

และเมื่อเดินต่อมาอีกซักพัก

เขาก็ได้เดินสวนเข้ากับบุคคลที่ไม่ว่าจะเจอกี่ครั้งก็ไม่ชอบใจอยู่เสมอ

 

...เพลิง...

 

ชายหนุ่มหน้าตาดีเจ้าของรูปร่างสูงโปร่งที่เพียบพร้อมไปด้วยฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย ดวงตาเสน่หาพ่วงติดมาด้วยกลีบปากเรียวบางอย่างลูกผู้ดีที่ถูกตามอกตามใจมาตั้งแต่เกิด คนตรงหน้าขึ้นชื่อเรื่องความเละเทะในทุกด้านที่สามารถจะผิดกฎหมาย ภีมไม่เคยนึกอยากยุ่งด้วย แต่ก็ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวเพราะในวันหนึ่งเมื่อสองปีก่อนน้องชายฝาแฝดของเขาก็เดินเข้ามาหา พร้อมกับประโยคที่ว่า

 

...ภีม นี่เพลิง คนที่ภูมิกำลังคบด้วยอยู่ รู้จักกันไว้หน่อยนะ...

 

พอนึกไปถึงตอนนั้นก็อดแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงปล่อยให้ภูมิคบกับคนแบบนี้มาได้จนถึงตอนนี้ ภีมนึกอะไรเพลินจนในที่สุดเขาก็เดินมาหยุดลงยังประตูห้องของน้องชายที่มีอายุห่างกันเพียงไม่กี่นาที

 

..แกร๊กก..

 

“หื้ม?” แอบแปลกใจนิดหน่อยเมื่อพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อคเอาไว้ และเมื่อก้าวขาเดินเข้าไปสิ่งที่ได้พบเห็นมันก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงักทั้งขาและสายตาลง พื้นห้องนอนที่เคยสะอาดเรียบร้อย บัดนี้กำลังเกลื่อนเต็มไปด้วยขวดเปล่าของแอลกอฮอล์ นอกเหนือไปกว่านั้น ยังมีเข็มฉีดยาที่ก็ไม่ต้องบอกว่าคนใช้ ใช้ในจุดประสงค์อะไร เขาย่อตัวลงเพื่อสัมผัสกับเจ้าสิ่งตรงหน้าที่ยังพอมีหลงเหลือให้เห็น

 

และเมื่อรับรู้ว่ามันคือสารเสพติดชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ไปถึงเรื่องอย่างว่า

“....!” ภีมก็รีบเบี่ยงสายตาไปยังประตูห้องนอนที่เปิดอ้าอยู่ในทันที

 

“ภูมิ!!” เสียงทุ้มของเจ้าของร่างตะโกนลั่นพร้อมกับการที่รีบพาตัวเองวิ่งตรงเข้าไปในห้องนอนตรงหน้าที่เกลื่อนเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ถูกฉีกกระจัดกระจาย ภีมเริ่มกล่าวช้าลงเมื่อเริ่มจะกลัวความจริงที่อยู่ห่างในอีกไม่กี่เมตร

 

 

เขาเดินใกล้เข้าไป

จนกระทั่งสบเข้ากับร่างหนึ่งร่างที่นั่งกอดตัวเองอยู่บนเตียง

 

“ฮืออ!ออกไป ออกไป!” เสียงพึมพำกึ่งหวาดกลัวกึ่งตวาดดังออกมาไม่หยุด และเมื่อใครอีกคนในห้องรับรู้ว่าเขายืนอยู่ ดวงตาที่สั่นระริกของคนตรงหน้าก็รีบหันมองภีมในทันที

 

“อย่า...ฮึก อย่า....”

“ภูมิ นี่ภีมไง...นี่ภีม...”

 

“ออกไป!!!” น้ำเสียงแข็งกร้าวจากร่างตรงหน้าทำให้คนฟังอย่างเขาต้องชะงักนิ่งลงในทันที ยอมรับว่ายังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พอจะเดาออกว่าเรื่องมันคงจะเลวทราม เพราะไม่อย่างนั้นภูมิคงจะไม่มีสภาพเหมือนอย่างในตอนนี้

 

ในระหว่างนี้ภีมทำได้แค่รอ รอให้ภูมิสงบลง

และเมื่อใครอีกคนพอจะมีสติขึ้นมาบ้าง

 

...หมับ...

 

“ฮืออ ฮึก....” ในทันทีที่ถูกสวมกอดร่างกายบอบช้ำของคนตัวเล็กก็รีบซุกเข้าหาพี่ชายของตัวเองในทันที ถึงแม้จะห่างกันเพียงไม่กี่นาที แต่ถึงอย่างนั้นภูมิก็อบอุ่นเสมอเมื่อได้ถูกกอดแบบนี้

 

พวกเราเป็นความเหมือนที่แตกต่างกัน

 

เป็นเพราะในตอนเด็กภีมมีร่างกายที่อ่อนแอ ดังนั้นจึงถูกคนเป็นพ่อจับให้เล่นกีฬาตั้งแต่ยังไม่กี่ขวบด้วยซ้ำ เพราะแบบนี้เขาเลยมีร่างกายที่เหมือนจะโตไวกว่า สูงกว่า และแข็งแรงกว่าภูมิหลายเท่าตัวเลยก็ว่าได้ และก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ที่ภูมิจะกลายเป็นเหมือนดั่งเจ้าน้องชายตัวน้อยที่เขาต้องคอยดูแลเสมอ

 

“ภูมิกลัว....ฮึก ภีม...พวกนั้น...”

“อย่าร้องนะ ภีมอยู่นี่แล้วไง”

 

“ฮึก เพลิง....เพลิง.....” ดูเหมือนว่าการที่ภูมิเอ่ยชื่อของคนรักออกมาแบบนี้ คนตัวเล็กก็ยิ่งมีอาการหวาดสั่นยิ่งกว่าลูกนกที่ตกจากรัง ภีมยังคงนั่งกอดคนเป็นน้องอยู่อย่างนั้น เขานั่งเงียบไม่ถามอะไรจนกระทั่งใครอีกคนหลับคาอกของเขาทั้งน้ำตา

 

และเมื่อภูมิหลับลงแล้ว ภีมเลยมีโอกาสที่จะได้ไล่สายตามองตามร่างกายของใครอีกคน

รอยเลือดและคราบน้ำรักที่เปื้อนเต็มผ้าปูสีขาวที่แทบจะถูกย้อมไปด้วยสีแดง

ทั้งเรียวขาที่เต็มไปด้วยรอยช้ำจากแรงบีบและแรงกัด

เจ็บใจยิ่งกว่านั้นก็คือรอยถูกทำร้ายตามใบหน้าขาวเนียนที่เขาคอยถนุถนอมอยู่เสมอ

 

...และยิ่งไปกว่าคำว่าเลวทราม ก็คงจะหนีไม่พ้นร่องรอยบนร่างกายที่บ่งบอกว่ามันมีมากกว่าไอ้เลวหนึ่งตัวที่เป็นคนกระทำ...

 

ภีมนั่งลงยังโซฟาปลายเตียง เขาใช้มือทั้งสองข้างยกกุมหน้าของตัวเองเอาไว้ ยอมรับว่าทั้งรู้สึกผิดที่ไม่สามารถดูแลภูมิได้ และก็ยอมรับว่ารู้สึกเกลียดกับคนที่ทำแบบนี้ต่อน้องชายของตัวเอง หยาดน้ำตาจากดวงตาแข็งกร้าวกำลังรินไหลออกมาไม่ขาดสาย ยิ่งได้เห็นสภาพของบุคคลบนเตียง ภีมก็ยิ่งอยากจะรู้ว่าใครที่เป็นคนลงมือทำ

 

...ไอ้เหี้ยตัวไหนที่มันกล้าทำกับน้องของเขาแบบนี้...

 

# # # # # # #

 

โอ้ยยยย โดนใจเจ๊เหลือเกิน

แบบ แต่งเองอยากอ่านต่อเองอะ ฮืออออ

นิยายเรื่องเก่าๆมีเนื้อหารุนแรง ทั้งตัวภาษา พล็อต เหตุการณ์ เต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผล หากใครอยากอ่านรบกวนทำความเข้าใจให้มากด้วยนะคะ
แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น