ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#10 โลกของ 'ผม' โลกของ 'คุณ' และโลกของ 'เรา'...ที่ไม่อาจพังทลายลง

ชื่อตอน : #10 โลกของ 'ผม' โลกของ 'คุณ' และโลกของ 'เรา'...ที่ไม่อาจพังทลายลง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2560 18:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#10 โลกของ 'ผม' โลกของ 'คุณ' และโลกของ 'เรา'...ที่ไม่อาจพังทลายลง
แบบอักษร

**คำแนะนำ* ควรอ่านในที่ปลอดภัยและอ่านอย่างมีสตินะคะทุกคน... ปล.ไม่เกิดอะไรขึ้นนอกจากดูดเลือดเท่านั้นนะคะตัวเอง จริงๆ นะ!

**หมายเห็ด** บลูขอแก้อายุอาร์สช่วงแองเจิ้ลและปจบ.จาก 6 ขวบเป็น 8 ขวบนะคะ ไม่ไหวร้าววว หกขวบเด็กน้อยไป---- รู้สึกผิดเกินไปย์---แค่ก!

 

 

 

Chapter#10

 

 

 

โลกของ 'ผม' โลกของ 'คุณ' และโลกของ 'เรา'...ที่ไม่อาจพังทลายลง

 

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

"ท่านอาร์ส...."

 

 

 

ผมมองคนตรงหน้า แตะสัมผัสที่ผิวแก้มของเขา มองเห็นมือของตัวเองสั่นระริก แต่กลับรู้สึกพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองเขาอยู่อย่างนั้น.... มองรอยยิ้มของเขา...ดวงตาของเขา...

 

 

 

-----ราวกับจะจดจำภาพทุกอย่างไว้ในจิตวิญญาณเบื้องลึกนี้....

 

 

 

ผมน่ะ...เพราะช่วงเวลาที่ต้องแยกจากกันนี้เอง ถึงทำให้ผมเพิ่งจะได้ตระหนักและรับรู้ว่า--- น้ำหนักของตัวตนของคนคนนี้นั้น...มี 'มากกว่า' ที่ผมคิดเอาไว้...

 

 

 

-----มันมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก....

 

 

 

...

 

  

 

 

 

...เป็นคนสำคัญ...เป็นคน 'พิเศษ' -----

 

 

 

-----ที่จะไม่มีวันยอมเสียไปโดยเด็ดขาด...

 

 

 

...

 

  

 

...ไม่--- ผมน่ะ... ผมสูญเสียอะไรไปมากเกินพอแล้ว....

 

 

 

-----และผมก็ไม่อยากจะต้องสูญเสียอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว...

 

 

 

...

 

 

 

...อ่า-- ใช่...

 

 

 

บนโลกของผมน่ะ...เคยมีคนอยู่ 'สาม' คน... ---- คนสามคนที่คอยวนเวียนอยู่ข้างกายผม ไม่หายไปไหน คอยอยู่ด้วยกัน ....เป็นโลกทั้งใบ เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง...

 

 

 

...

 

 

 

ตอนนั้น---ชั่วขณะหนึ่งที่ดวงตาพร่ามัว และแล้วภาพอดีตก็พลันซ้อนทับเข้ากับปัจจุบันจนสับสน...

 

 

 

...

 

 

 

'เข้มแข็งเอาไว้นะ...

 

...ทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไรอย่างแน่นอน...'

 

 

 

'อ..อะไรเล่า? สีหน้าแบบนั้นน่ะ!?

 

อย่ามาหัวเราะเยาะใส่กันน้าาาาาา!?'

 

 

 

'เอาแต่อุดอู้อยู่ในห้องอีกแล้ว ไม่เบื่อหรือไง?

 

...แต่ก็ดีแล้วล่ะ ฉันน่ะจะคอยมาหานายเองแล้วกัน'

 

 

 

...

 

 

 

 

'จำไว้นะว่าไม่ได้อยู่คนเดียว..ยังอยู่ด้วยเสมอ...

 

และจะเฝ้ามองตลอดไปเลย...'

 

 

 

'นี่...แต่งงานกันมั้ย?'

 

 

 

'นายน่ะ...

 

อย่าทำให้เป็นห่วงนักสิ...'

 

 

 

...

 

 

 

 

 

'รักมากนะ... รักที่สุดเลย...'

 

 

 

'ชั้นน่ะ...จะไปจากที่นี่แล้วล่ะ'

 

 

 

'มีอะไรก็เรียกฉันนะเข้าใจมั้ย?'

 

 

 

...

 

 

 

คนหนึ่ง...ความตายพรากเธอจากผมไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

 

 

 

ส่วนเธอ...พวกเราต้องลาจากกัน ...หมุนวนกลับมาเจอกัน ----เพียงเพื่อพบว่าจะต้องบอกลากันอีกครั้ง...

 

 

 

...

 

 

 

และเขา...ความตาย----

 

 

 

-----พราก 'ผม' ไปจากเขา...และพราก 'โลก' ทั้งใบนั้น..ไปจากผม

 

 

 

...

 

 

 

....แม้แต่ตัวผมคนเก่า...ก็จางหายไป...

 

 

 

...

 

 

 

ผมน่ะไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...

 

 

 

-----ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...

 

 

 

...

 

 

 

...ยกเว้น 'เอลิออธ'...

 

 

 

...

 

 

 

นี่----

 

 

 

-----ถ้าจะผูกพันกันไว้ด้วยสายเลือดน่ะจะทำได้มั้ย? แล้วแค่ความสัมพันธ์ของนายบ่าวนี่น่ะจะเพียงพอที่เหนี่ยวรั้งเอาไว้ด้วยกันหรือเปล่า...แต่...ถ้าต้องเสียไปอีกครั้งล่ะ?

 

 

 

...

 

 

 

ไม่เอา..ไม่เอาอีกแล้ว

 

 

 

เรื่องแบบนั้นน่ะจะไม่ยอมหรอก

 

 

 

...

 

 

 

ดังนั้น--จะให้เป็นจอมมารแล้วทำไมให้ก่อสงครามขึ้นในอนาคตแล้วทำไมถ้ามันจะทำให้ผมมีชีวิตรอดล่ะก็...ถ้าเพื่อที่จะมีอำนาจ..และแข็งแกร่งแล้วล่ะก็....

 

 

 

...พอถึงตอนนั้นก็จะไม่มีทางสูญเสียอะไรไปอีกแล้ว....

 

 

 

...

 

 

 

-----ไม่มีวัน

 

 

 

...

 

 

 

ทิ้งตัวผมคนเก่า เพื่อที่จะกลายเป็นตัวผมคนใหม่--- กลายเป็น 'อาซาเซลที่แข็งแกร่ง...คนที่จะไม่มีวันสูญเสีย..ไม่มีวันโดดเดี่ยว

 

 

 

-----คนที่สามารถที่จะทำอะไรได้ทุกอย่าง...

 

 

 

...

 

 

 

แต่--- ตอนนี้ที่ตัวผมยังอ่อนแอ และรู้สึกเหมือนเป้าหมายยังห่างไกล...

 

 

 

...

 

 

 

...ได้แต่หลอกตัวเองว่ายังเข้มแข็ง และไม่พังทลาย.... แต่ก็แค่เรื่องหลอกลวงเท่านั้น

 

 

 

แค่จะปกป้องยังทำไม่ได้..เพราะประมาทเกินไปงั้นเหรอหรือว่าทุกอย่างเริ่มขึ้นเร็วเกินไป...ไม่สิ--- ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะเหตุผลอะไร มันก็หมายถึงผมได้ผิดพลาดไปแล้วทั้งนั้น....

 

 

 

...

 

 

 

ผมน่ะ...

 

 

 

...มันไม่ได้เรื่องเลยสักนิด...

 

 

 

...

 

 

 

แต่แล้ว---ตอนนั้นเอลิออธก็ยิ้ม... ยิ้มและมองมาที่ผม...

 

 

 

----แล้วก็เอ่ยพูดประโยคนั้นออกมา...

 

 

 

...

 

 

 

"กลับมาแล้วเหรอครับ...?"

 

 

 

...

 

 

 

เพียงแค่นั้นเอง...

 

 

 

แค่นั้นก็เหมือนแสงได้สาดส่องลงมา...

 

 

 

...

 

 

 

เสียงของเขาแผ่วไปกว่าในความทรงจำ แต่กลับให้ความรู้สึกที่พิเศษซะจนเหมือนจิตวิญญาณได้สั่นสะท้าน น้ำตา..คล้ายกับว่าจะร่วงหล่น แต่ก็อดกลั้นเอาไว้

 

 

 

….ไม่รู้เลยว่าทำสีหน้าแบบไหนอยู่ จะยิ้มออกมาหรือเปล่าหรือว่าแบบไหน?

 

 

 

...

 

 

 

"อืม...ฉันกลับมาแล้ว..."

 

 

 

...

 

 

 

....ได้แต่เอ่ยกระซิบตอบกลับไป ขณะที่เอนซบลงไปกับบ่าของเขาเหมือนหาที่ยึดเหนี่ยว หน้าผากแตะวางบนผิวเนื้อ ....ถ่ายทอดอุณหภูมิให้แก่กัน

 

 

 

...

 

 

 

ผมรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่เลย เนื้อตัวมันเบาหวิวไปหมด ในหัวก็ขาวโพลน เสียงกระซิบถึงคำสัญญาของ 'เขาหายไปแล้ว หลงเหลือแต่เพียงเสียงของ 'มัน' ...แต่ไม่เห็นต้องสนใจเลย

 

 

 

-----สนใจแค่คนคนนี้ก็พอ แค่คนตรงหน้าผม...

 

 

 

...

 

 

 

"ฉันกลับมาแล้ว...กลับ..มาแล้ว..."

 

 

 

ผมกระซิบตอบไปอีกครั้งอย่างเลื่อนลอย ไม่รู้ว่ากำลังย้ำเตือนใครกันแน่ ระหว่างตัวผม หรือว่า--- เขา ...หากแต่เขาก็รับคำด้วยเสียงแผ่วเบา ...อ่อนโยน

 

 

 

...

 

 

 

"ยินดีต้อนรับกลับมานะครับ...ท่านอาร์ส.."

 

 

 

...

 

 

 

ใช่--- เพียงแค่ประโยคนั้น---ทุกๆ อย่างก็ไม่เป็นไรอีกแล้ว....

 

 

 

ผมกัดปาก รู้สึกเหมือนเกราะป้องกันและตัวตนทั้งหมดได้พังทลาย ----ผมจะอ่อนแอได้มั้ยถ้าอ่อนแอต่อหน้าเขา... ถ้าบอกว่า 'ขอโทษ' ออกไปจะได้รับการให้อภัยหรือเปล่า?

 

 

 

...

 

 

 

"ขอโทษนะ..ที่มาช้าไป..."

 

 

 

ผมน่ะ----- หยดน้ำตาอุ่นๆ นี้ร่วงหล่นลงมากระทบบ่าของเขาอย่างห้ามไว้ไม่ได้ แย่ชะมัด-- ผมได้แต่กำมือแน่น ซุกซ่อนใบหน้าเอาไว้บนไหล่ของเขา รู้สึกเจ็บใจ.. มันเจ็บไปหมด..สับสนซะจนไม่รู้ว่าควรทำอะไร... ไม่รู้ว่าควรคิดอะไร..

 

 

 

...

 

 

 

"ขอโทษ...."

 

 

 

...

 

 

 

ผมไม่รู้จริงๆ นะ---ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงอีกต่อไปแล้ว รู้แค่อยากจะบอกเขาออกไป อยากบอกให้รู้ว่าผมเสียใจที่มาเร็วกว่านี้ไม่ได้ เสียใจที่ทำให้พวกเราต้องโดดเดี่ยว ...ทำให้เขาต้องรอคอยผมอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้...

 

 

 

-----ในที่ที่วังเวงแบบนี้

 

 

 

...

 

 

 

"ฮะๆ พูดอะไรอย่างนั้นกันล่ะครับ"

 

 

 

แต่เอลิออธก็ยิ้ม พร้อมกับหัวเราะออกมาแบบนั้น เขาเชยคางผมขึ้น - ...ไม่เอา...อย่ามองนะ... - ผมอยากหนี แต่กลับไม่สามารถหันหลบไปจากสายตาของเขาคู่นั้นได้....

 

 

 

-----และปลายนิ้วของเขา...ก็เกลี่ยลงที่ขอบตาชื้นน้ำของผมอย่างอ่อนโยน

 

 

 

...

 

 

 

 

 

"ถ้าเป็นท่านอาร์สล่ะก็ ต่อให้ต้องรอไปจนวันตาย...ผมน่ะก็ยินดีทั้งนั้น..."

 

 

 

"อย่า..พูดแบบนั้นนะ..."

 

 

 

ดวงตาผมสั่น คว้ามือกำแน่นที่หัวไหล่สองข้างของเขา และถึงน้ำตาจะหยุดไหลไปแล้ว หากแต่หัวใจกลับเต้นสั่นไหวในจังหวะที่หวาดกลัว---- ความตายน่ะน่ากลัวนะ มันจะพรากคนสำคัญของเราไป หรืออาจจะพราก 'เรา' ออกไปจากคนสำคัญของเรา...

 

 

 

-----และไม่ว่าแบบไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น...

 

 

 

...

 

 

 

พอมองผมที่เป็นแบบนี้ เอลิออธก็เปลี่ยนท่าที-----

 

 

 

"ท่านอาร์ส...."

 

 

 

-----เขากระซิบปลอบผม โน้มใบหน้านั้นเข้ามาใกล้ แตะหน้าผากของเราเข้าหากัน เฝ้าโอบประคองกอดใบหน้าเล็กๆ ที่หน้ากากได้แตกร้าวไปของผมไว้ด้วยอุ้งมืออบอุ่นนั่น

 

 

 

...

 

 

 

"ขอโทษนะครับที่พูดออกไปแบบนั้น..."

 

 

 

...

 

 

 

และพอมองสบตากลับไป... ผมก็พบว่าแววตาของเขามันประหลาดมาก ผมอ่านมันไม่ออก...ไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร แต่ก็คล้ายกับว่าจะถูกดึงดูดเข้าไปในนั้นอย่างต่อต้านไม่ได้-----

 

 

 

-----และแล้วผมก็ตกอยู่ภายใต้ห้วงอารมณ์ของดวงตาคู่นั้น

 

 

 

...

 

 

 

"แต่สำหรับผมน่ะ…คุณสำคัญที่สุด"

 

 

 

น้ำเสียงของเขาซื่อตรง ขณะเกลี่ยนิ้วมืออุ่นอยู่ที่ข้างแก้มและไรผมของผม...

 

 

 

...

 

 

 

"...สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น...."

 

 

 

....และเราก็ใกล้กันมากซะจนผมมองเห็นแต่เพียงดวงตาคู่นั้นของเขาเท่านั้น...

 

 

 

...

 

 

 

"ดังนั้น---ต่อให้เป็นความตายมาพรากจาก...ผมน่ะก็ไม่ยอมหรอกนะครับ"

 

 

 

-----แม้แต่ความตายใช่มั้ย..?

 

 

 

...

 

 

 

ถ้าอย่างนั้นล่ะก็...

 

 

 

...

 

 

 

"สัญญาสิ ---สาบานต่อฉัน..."

 

 

 

...ว่าจะไม่หายไป...สาบานว่าโลกของผม..จะไม่ 'พังทลาย' ลงมาอีกครั้ง...

 

 

 

...

 

 

 

"ผมสาบาน...จะอยู่เคียงข้างคุณ และแม้ว่าคุณไม่ต้องการผมอีกต่อไป ----ผมก็จะไม่มีทางยอมปล่อยมือออกจากคุณ"

 

 

 

...

 

 

 

โดยไม่มีความลังเลใดๆ เอลิออธเอ่ยสาบานต่อผมด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง และแววตาคู่นั้นซึ่งสะท้อนแต่เพียงภาพของผมก็จับจ้องเข้ามา... ลึกซึ้ง... เหมือนกับถูกสะกดจิตใส่....

 

 

 

-----ถูกสะกดไว้ด้วยดวงตาคู่นั้น

 

 

 

...

 

 

 

"ไม่มีสิ่งใดสามารถพรากจากผมไปจากคุณได้ ---แม้แต่ความตาย ก็ไม่อาจจะแยกเราจากกันได้ทั้งนั้น...

 

 

 

...ดีมั้ยครับ?"

 

 

 

...

 

 

 

คำถามนั้นน่ะ....

 

 

 

 

 

 

 

….ก็ไม่รู้หรอกนะ...ว่าทางที่เลือกนี่น่ะมันจะถูกต้องหรือเปล่า...

 

 

 

...

 

 

 

---แต่ว่า....

 

 

 

...

 

 

 

"ดีสิ..."

 

 

 

ผมก็ยังเลือกที่จะกระซิบตอบกลับไปแบบนั้น พร้อมกับที่รู้สึกเริ่มมั่นคงขึ้นมา แม้แต่โลกซึ่งแตกร้าวนี่---ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นประสานเข้าหากันจนแนบสนิทขึ้นมาอีกครั้ง...

 

 

 

...

 

 

 

โลกครั้งนี้ของผมน่ะ...จะปกป้องไว้

 

 

 

-----ไม่ให้พังทลายลง

 

 

 

...

 

 

 

แล้วท่านอาร์สล่ะครับ..?”

 

 

 

หึ..?” ผมเหยียดยิ้ม ...กล้ามากนะ ที่ทักท้วงคำสาบานจากผมน่ะ

 

 

 

...แต่เอาสิ ครั้งนี้น่ะจะตามใจก็แล้วกัน

 

 

 

...

 

 

 

ฉันสาบาน...ว่าจะให้นายอยู่ข้างฉัน…

 

 

 

-----ตลอดไป

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

นี่....

 

 

 

แองเจิ้ลน่ะ...คือเทวดาหรือเปล่า?

 

 

 

-----คือบุตรของพระเจ้าใช่มั้ย?

 

 

 

...

 

 

 

และถ้าหากว่านี่คือความปราถนาของผม...

 

 

 

-----โลกจะยินยอมรับมันหรือเปล่า?

 

 

 

...

 

 

 

แต่เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ

 

 

 

-----ต่อให้ไม่ยินยอมก็ช่าง...เพราะผมจะสร้างมันขึ้นมาเอง...

 

 

 

...

 

 

 

สร้างโลกของผม – สถานที่ของผม – ...โลกที่จะไม่มีวันพังทลาย....

 

 

 

...

 

 

 

....หายไป-------

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

---อ่า....

 

 

 

และถ้าหากว่าชะตากรรมของ [แองเจิ้ลแห่งความหวัง] ก็คือการครอบครองโลกใบนี้ ---- เลือกที่จะสาดย้อมตัวตนด้วย [ความมืด] และก้าวขึ้นเป็น [ราชา] ผู้อยู่เหนือทุกสิ่ง...

 

 

 

...หรือเลือกที่จะ [ให้อภัย] และ [กลับสู่แสงสว่าง] แล้วล่ะก็...

 

 

 

...

 

 

 

-----ผมจะเลือกหนทางแรก...

 

 

 

...

 

 

 

ต่อให้ผิดบาป ต่อให้ร่วงหล่น หรือต่อให้ต้องกลายเป็นปีศาจแล้วจะทำไมล่ะ...?

 

 

 

-----ผม...จะทำทุกอย่างเพื่อโลกของผม.. เพื่อคนของผม

 

 

 

...

 

 

 

และครั้งนี้น่ะจะไม่ใช่แค่เรื่องหัวเราะขำๆ ที่พูดเอาเล่นๆ ว่าจะเป็นตัวร้ายที่จะครองโลกใบนี้อีกแล้ว...

 

 

 

-----แต่ผมจะต้องกลายเป็น [ราชา] ให้ได้

 

 

 

 

 

 

และคนที่จะได้รับเลือกให้ก้าวเดินไปบนเส้นทางนั้นกับผมน่ะ

 

 

 

 

 

 

"นี่--- อยากเป็นคนของฉันหรือเปล่า..?"

 

 

 

 

 

 

หนึ่งในนั้นคือนาย...

 

 

 

'...เอลิออธ...'

 

 

 

 

 

 

"การได้เป็นคนของคุณนั้น ...คือความปราถนาของผมครับ"

 

 

 

----ถอยกลับไปไม่ได้อีกแล้วนะ รู้มั้ย?

 

 

 

 

 

 

"ถ้าแบบนั้นล่ะก็...ฉันจะ อวยพร ให้นายเอง..."

 

 

 

...อวยพร----ด้วย เลือด ของผม...

 

 

 

 

 

 

"…จะ 'ชะล้าง' นาย...ให้ 'สิโรราบ' อยู่ภายใต้ปีกของฉัน..."

 

 

 

...

 

 

 

ลูบไล้ปลายนิ้วไปบนผิวกายเปื้อนบาดแผลของเขาอย่างช้าๆ-----

 

 

 

"ท่านอาร์ส..."

 

 

 

-----รับฟังเสียงกระซิบของเขา ขณะที่ดื่มด่ำไปกับกลิ่นเลือดเนื้อของ 'ชีวิตนั้น...

 

 

 

….ค่อยๆ แตะปลายนิ้วเกลี่ยสัมผัสลงไปที่ลำคอขาวนั้นแผ่วเบา ขยับร่างมองหามุมที่ดีที่สุด แล้วเอียงคอมองเขาด้วยรอยยิ้มเหยียดที่มุมปาก

 

 

 

...

 

 

 

"พวกมันทำให้นาย 'สกปรก'...."

 

 

 

...

 

 

 

เอื้อมปลดกระดุมเสื้อขาดวิ่นนั่นทีละเม็ดด้วยปลายนิ้วตวัดเกี่ยว แล้วค่อยดึงรั้งคอเสื้อของเขาเปิดออก แบะมันเปิดกว้างจนถึงแผ่นอกและหัวไหล่เปลือยเปล่านั้น...

 

 

 

...ของเหลวสีแดงร้อนอุ่นซุกซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อกายสีขาว สูบฉีดดังเป็นจังหวะ

 

 

 

...

 

 

 

------ปล่อยให้สัญชาติญาณเข้าครอบงำความคิด....

 

 

 

...

 

 

 

"...และความ 'แปดเปื้อน' นี้น่ะ..."

 

 

 

ผมหรุบสายตาลง จ้องมองเนื้อกายเปลือยเปล่าของเขา และบนผิวเนื้อเรียบลื่นนั้น ...มีสีสันของเลือดแดงช้ำแปดเปื้อนแตะแต้มอยู่ประปราย

 

 

 

-----มองดูราวกับกระดาษขาวที่เปื้อนสีเลยนะ

 

 

 

...

 

 

 

...แต่ไม่เป็นไรหรอก...

 

 

 

...

 

 

 

"...ฉันจะ 'ชะล้าง' มันกลับมาให้ สะอาด’ อีกครั้งเอง"

 

 

 

กระซิบบอกเขาในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นมามองสบตากัน เอ่ยบอกออกไปแบบนั้นด้วยน้ำเสียงที่ราวกับจะร่ายมนตร์ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้-----

 

 

 

-----ซอกคอขาวซึ่งเปิดโล่งอยู่เบื้องหน้านี้...

 

 

 

...

 

 

 

"อ่า...."

 

 

 

ผมแตะริมฝีปากร้อนผ่าวลงกับมัน ขณะพ่นรดลมหายใจอุ่นร้อนใส่คล้ายจะหยอกล้อ รู้สึกได้ถึงขนกายของเขาที่ลุกชันขึ้นมา

 

 

 

...

 

 

 

"ท่านอาร์ส...."

 

 

 

และพอได้ยินเสียงแผ่วๆ แตกพร่าคล้ายกับว่าอดกลั้นไว้ของเขา---เสียงนั้นก็คล้ายกับว่าจะทำให้ผมรู้สึกรื่นเริง...ตื่นเต้น...และพึงพอใจ ---ขึ้นมา...

 

 

 

...

 

 

 

ปากเปิดอ้าออก แล้วค่อยๆ ยื่นแตะปลายลิ้นชื้นแฉะออกมา แล่บเลียสัมผัสเบาๆ ลงไปบนผิวกายนั้น ตอนที่แตะสัมผัสเข้าหากัน ร่างของเอลิออธก็กระตุกแผ่วเบา...คล้ายสายไฟช็อตแปล๊บปล๊าบอยู่ระหว่างเรา-----

 

 

 

-----ผมเพียงแต่แตะปลายลิ้นสัมผัสลากไล้ไปมาอย่างนุ่มนวลเท่านั้น...คล้ายกับจะปลอบโยนเขา...

 

 

 

...

 

 

 

...หรืออาจเป็นเพียงแค่การ ล่อลวง เขา...

 

 

 

...

 

 

 

"ท่าน...อาร์ส...."

 

...

 

 

 

....มาร่วงหล่นลงไปด้วยกันเถอะนะ...

 

 

 

            ...ผมน่ะ...จะมอบ พร ให้นายเอง...

 

 

 

...

 

 

 

            “...เอลิออธ...”

 

 

 

...

 

 

 

สติคล้ายจะมืดบอด เคลื่อนไหวร่างกายไปตามสัญชาติญาณที่ชักนำ ผมไล้วนปลายลิ้นสีสดหยอกเย้า สัมผัสแล่บเลียสลับกับดูดกลืนลิ้มลองกลิ่นอายของรสชาตินั้นไว้ ลากไล้ผะแผ่วไปตามรอยเปื้อนเลือดบนผิวกายนั้นของเขาจนสะอาด...

 

 

 

...

 

 

 

มองดูสีขาวที่ค่อยๆ ถูกเปิดเปลือยออกมาทีละน้อยเหมือนจะลอกคราบนั้นทำให้ผมรื่นเริง-----

 

 

 

 

 

-----ก่อนจะค่อยคืบคลานริมฝีปากไปทั่วอย่างอุกอาจ เฟ้นหาจุดซึ่งดึงดูดใจให้คิดลิ้มรสที่สุด...

 

 

 

...

 

 

 

ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ!

 

 

 

เสียงของเหลวอุ่นไหลสูบฉีดด้านในเส้นเลือดใหญ่ใต้ผิวหนังเต้นดังเป็นจังหวะราวกับจะเชิญชวน ลมหายใจของผมกระชั้นขึ้น ...ร้อนขึ้น และหัวใจของผมก็เต้นแรงถี่เหมือนเสียงโอดครวญ

 

 

 

...

 

 

 

-----โดยเฉพาะที่ข้างขวา

 

 

 

...มันเรียกร้อง โหยหา หากแต่ผมยังคงอดกลั้นไว้...ค่อยๆ ลิ้มรสทุกสิ่งอย่างเชื่องช้า... ตราตรึง...

 

 

 

...

 

 

 

-----พฤติกรรมแบบสัตว์ป่าน่ะมันไร้รสนิยม...

 

 

 

...

 

 

 

ดังนั้นผมจึงค่อยๆ ไต่บันไดอารมณ์นี้ขึ้นไปทีละนิด ทำตัวเหมือนคนที่กำลังลิ้มลองจิบชิมไวน์ชั้นเลิศทีละน้อย ค่อยๆ ไซร้ปลายจมูกนี่แตะทาบคลอเคลียกับผิวกายของเขา ลิ้มรสของกลิ่นหอมหวานแห่ง 'ชีวิต' นี้ที่ชิดใกล้-----

 

 

 

"ฮ่าห์----"

 

 

 

-----และค่อยลิ้มรสสัมผัสที่แท้จริงของมันอย่าง 'ลึกล้ำด้วยริมฝีปากและฟันขาวคมซึ่งขบกัดเข้าที่ต้นคอขาวนั้นอย่างแรง

 

 

 

...

 

 

 

"อึ่ก...!"

 

 

 

...

 

 

 

เลือดสดๆ ทะลั่กออกมาจากบาดแผลนั้น และผมก็ดื่มกิน ดูดเลียมัน...

 

 

 

-----หอม..หวาน...และร้อนอุ่น

 

 

 

...

 

 

 

โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นเลือดของ 'เอลิออธ' ก็คล้ายกับว่ายิ่งทำให้รู้สึกกระหายอยาก...

 

 

 

-----ตะกละตะกาม...

 

 

 

...

 

 

 

...เหมือนกับความโลภมากที่ไม่มีวันเติมเต็ม

 

 

 

...

 

 

 

"..น..อาร์ส....ท่านอาร์ส....ท่านอาร์สครับ..."

 

 

 

"อึก..กก...ฮ่าห์...แผล่บ--- มาก..อืม..กว่านี้..."

 

 

 

...

 

 

 

ผมเลื่อนมือยึดต้นคอด้านหลังของเขาไว้ ออกแรงบดเบียดมันให้แนบชิดเข้ามา มืออีกข้างเลื่อนโอบผ่านไหล่กว้าง วางพาดแผ่วอยู่ที่แผ่นหลังนั้น

 

 

 

...

 

 

 

...และถึงแม้จะรำคาญมือเล็กๆ นี่ของผมที่ยากเกินกว่าจะเอื้อมจับอะไรได้ถนัดทันใจนี่-----

 

 

 

-----หากแต่รสชาติสัมผัสของ 'เลือดที่ได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรกก็ทำให้ทุกอย่างเลือนหายไปทั้งหมด

 

 

 

...

 

 

 

"อึ่ก..อือ........อืม..."

 

 

 

...

 

 

 

จดจ่ออยู่แต่รสชาติของเขา-----

 

 

 

-----กระทั่งเผลอออกแรงขบกัดและทึ้งดึงเข้าไปแนบแน่นรุนแรงขึ้นอีกอย่างสัตว์ป่าดุร้ายจนบาดแผลนั้นเหวอะช้ำ ของเหลวอุ่นร้อนเอ่อทะลักออกมาดุจสายน้ำหลากจนไหลอาบเปรอะเปื้อนไปทั่วลำคอและบ่ากว้าง

 

 

 

...

 

 

 

ผมแล่บเลีย ดูดกลืนมันเข้าไปเหมือนกับมัวเมา...

 

 

 

...เกิดเป็นเสียงอึ่กอั่กอยู่ในลำคอ และเสียงอื้ออึงที่ดังอยู่ในหู บดเบียดร่างกายเข้าหาเขาอย่างควบคุมไม่ได้

 

 

 

...

 

 

 

มากกว่านี้....มากกว่านี้อีก....

 

 

 

-----ผมต้องการมันมากกว่านี้...

 

 

 

...

 

 

 

ในจังหวะที่รู้สึกหงุ่นหง่านเพราะความกระหายอยากไร้สิ้นสุดนี่-----

 

 

 

-----ฝ่ามือข้างขวาของเอลิออธก็ลูบสัมผัสอยู่ที่กลุ่มผมสีอ่อนจางของผมอย่างนุ่มนวล ...ปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน...กระทั่งความดิบเถื่อนดุจสัตว์ร้ายนี่ของผมสงบลง...

 

 

 

...ขณะมืออีกข้างของเขาโอบกอดผม-----

 

 

 

-----ยึดร่างของผมเข้าหาตัว ...บดเบียดแนบชิดช่วงเอวของผมเข้ากับลำตัวของเขา...

 

 

 

...

 

 

 

....แลกเปลี่ยนอุณหภูมิระหว่างเรากระทั่งร้อนระอุ

 

 

 

...

 

 

 

"อืม..อ่า...ท่านอาร์ส..ครับ...รัก---"

 

 

 

เสียงของเขากระซิบพร่าอยู่ที่ข้างหูขวา ลมหายใจร้อนผะผ่าวรดใส่กระชั้นจนขนลุก เสียววาบไปทั้งสันหลัง หัวสมองขาวโพลนและเหมือนกับจะมีดอกไม้ไฟเจิดจรัสอยู่ในนั้น ----เสียงของมันดังอื้ออึงไปหมด...

 

 

 

...และเพราะผมซุกหน้าอยู่กับซอกคอซ้ายของเขา ใบหน้าของเราจึงคล้ายจะแนบชิดประสานกัน...

 

 

 

-----ราวกับจะไม่เหลือช่องว่างใด

 

 

 

...

 

 

 

"ท่านอาร์ส...ท่านอาร์ส..ครับ.....ท่านอาร์ส..."

 

 

 

เสียงกระซิบเรียกของเขาดังขึ้นไม่หยุด ราวกับบทเพลงแสนหวาน คร่ำครวญ ...จนสติของผมเหมือนจะเตลิดเปิดเปิงไป

 

 

 

...

 

 

 

"ท่านอาร์ส...ท่านอาร์ส..อืม..ของผม..."

 

 

 

ผมให้อภัยกับความอุกอาจของเขา..ที่ถือเอาตัวผมเป็นของของเขานั้น ขณะรับฟังเสียงกระซิบนั้นต่อไปอย่างเลื่อนลอย...หมุนคว้าง...ไปกับวังวนที่ไม่รู้จัก....

 

 

 

...

 

 

 

"...าร์ส..รัก...ท่านอาร์ส...ท่านอาร์ส...."

 

 

 

...

 

 

 

...เรียกชื่อของผมสิ บดเบียดร่างของพวกเราเข้าหากัน-----

 

 

 

-----แลกเปลี่ยน...ชีวิต’ ของเรา....

 

 

 

...

 

 

 

ผมกัดริมฝีปากของตัวเองจนเลือดไหลซึมออกมา โลหิตสีแดงประกายทองอ่อนจางหยดลงบนเลือดสีสดของเอลิออธ ...ไหลรินลงไปเหมือนสายฝนหยาดเล็กๆ

 

...

 

 

 

-----ไหลซึมประสานเข้าด้วยกัน...เป็นหนึ่งเดียว...

 

 

 

...

 

 

 

...'เลือด' ของผม....หลั่งไหลเข้าไปในตัวของเขา....

 

 

 

...อ่า---กลายเป็นคนของผมเถอะนะ...แม้แต่ชีวิต...ก็ผูกประสานไว้ด้วยกันเถอะนะ....

 

 

 

...

 

 

 

...ผมจะให้ 'พร' แก่คุณเอง....

 

 

 

...

 

 

 

"อึ่ก! ท่านอาร์ส....---าร์ส..."

 

 

 

เสียงของเอลิออธกระตุกแผ่ว ขณะที่เลือดของผมแทรกซึมเข้าไปในร่างของเขาอย่างช้าๆ --- รุกราน ยึดครอง กระตุ้นสายเลือดแห่งพันธสัญญาและตราบาปนี้ให้เดือดพล่าน...

 

 

 

...

 

 

 

...ผมรู้ว่ามันคงจะเจ็บมาก....

 

 

 

-----กระนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะหยุดเสียงกระซิบเรียกชื่อของผมลง

 

 

 

...

 

 

 

"..อาร์ส..ฮาห์...ท่านอาร์ส...ท่านอาร์สครับ..."

 

 

 

...เอ่ยเรียกมันซ้ำๆ จนเหมือนกับว่าจะหล่อหลอมให้ผมบ้าคลั่งเสียสติไป...

 

 

 

...

 

 

 

"...ท่านอาร์ส....ท่านอาร์สครับ..."

 

 

 

...ฉุดรั้งพวกเราลงไป...ทำลายเส้นกั้นทั้งหมดจนแทบจะพังทลาย....

 

 

 

...

 

 

 

...ตกอยู่ในวังวนนี้..ที่ปีนป่ายไม่ขึ้น-----

 

 

 

-----หลอกล่อ...ให้ยิ่งกระหายมัวเมา.....

 

 

 

...

 

 

 

...มากกว่าเดิม....มากกว่าเดิม....

 

 

 

......

 

 

 

....

 

 

 

 

 

"..อาร์ส...ท่านอาร์ส...ท่านอาร์สครับ..."

 

 

 

น้ำเสียงของเขาทำให้ผมหัวหมุนไปหมด ทั้งรสสัมผัสของเลือด กลิ่นอายของชีวิต และบรรยากาศแปลกประหลาดที่โอบล้อมระหว่างเรา บดเบียดร่างเข้าหากัน โอบกอดไว้ราวกับโหยหาอะไรบางอย่าง

 

 

 

-----เหมือนที่ผมเองเกาะเกี่ยวเขา ดูดเลียของเหลวสีแดงนี้อย่างบ้าคลั่ง มือโอบกอดร่างของเขาไว้ จิกเล็บลงไปบนผิวเนื้อเหมือนระบายความรู้สึกบางอย่าง ...โหยหาบางสิ่ง

 

 

 

"อือ...อึกๆ...แผล่บ--..ฮ..ฮ่า..ห์..เอ..ลิออ..ธ.."

 

 

 

....ผมไม่รู้---- ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เพราะสมองมันขาวโพลนว่างเปล่าไปหมดจนคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว ...หากแต่สัญชาติญาณก็ยังคงเรียกร้องโหยหามันอยู่แบบนั้น

 

 

 

...

 

 

 

"..ท่านอาร์สครับ...ท่านอาร์สของ..ผม....แผล่บ--"

 

 

 

และขณะที่ผมกำลังคลั่งไคล้อยู่กับรสชาติหอมหวานในปาก ลิ้นชื้นๆ ของเอลิออธก็แล่บเลียที่ใบหู ขบกัดเบาๆ ขณะเอ่ยกระซิบเสียงแหบพร่า...

 

 

 

"...อึ่ก...! อ้ะ--!? อ...ฮื่อ........"

 

 

 

...ไฟฟ้ากระตุกพล่านไปทั่วจนผมยิ่งเสียสติ จนบางครั้งเผลอหลุดเสียงครางผะแผ่วออกมาปะปนไปกับเสียงเสียงหอบหายใจถี่และดื่มกินของเหลวอุ่นนี่------

 

 

 

------รสชาติที่หวานล้ำซะจนบรรยายไม่ถูกทำให้ผม 'เสพย์ติด'

 

 

 

 

 

...

 

 

 

...และเพราะลิ้นจระเข้นี่ที่เหมือนจะมีมาตั้งแต่เกิด ผมเลยไม่เคยแยกแยะถูกต้องถึงรสชาติที่ใครๆ ก็เข้าใจเลยสักครั้ง มีแค่ครั้งนี้---แค่ตอนนี้เท่านั้น---ที่รับรู้ว่า 'หวานจนแทบละลาย' นั้นเป็นยังไง...

 

 

 

...และตัวผมก็มึนเมาไปกับมัน ----อย่างไม่มีความต้านทานใดๆ ที่จะต่อต้านมันได้ทั้งนั้น 

 

 

 

...

 

 

 

...เคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติหอมหวาน...

 

 

 

แต่ทว่า---มันไม่ได้มีแค่ผมที่พยายามควานหา 'ความหวาน' บางสิ่ง-----

 

 

 

...

 

 

 

------เอลิออธเองก็เหมือนกัน

 

 

 

...

 

 

 

"...อาร์ส...อืม..ท่านอาร์สครับ...ท่านอาร์สของผม...."

 

 

 

เขาคุกคามจับต้องไปทั่วเนื้อตัวผม บดเบียด ลูบไล้ ---ระบายความรู้สึกในเบื้องลึกออกมา...มีฝูงผีเสื้อแตกกระจายอยู่เต็มไปหมด บางครั้งเขาอ่อนโยนนุ่มนวลเหมือนปลอบประโลมผมที่เสียสติ หากบางครั้งก็เหมือนจะเป็นเขาที่เป็นฝ่ายบ้าคลั่งไปเสียเอง

 

 

 

...

 

 

 

------ตกอยู่ในวังวนนี้ที่ปีนกลับไปไม่ได้...

 

 

 

...

 

 

 

"...อ่า---- เอ...ลิออ..ธ...."

 

 

 

พวกเราโยนเรื่องทุกอย่างทิ้งไปหมดแล้ว ทั้งเป็นความจริง ความถูกต้อง หรือเรื่องที่ควรจะเป็นทั้งหมด ไม่คิดถึงความเสี่ยงหรือเรื่องใดๆ อีก

 

 

 

...

 

 

 

-----ในเวลานี้...มันมีแค่ 'เขา' และ 'ผม'

 

 

 

...

 

 

 

...ลมหายใจซึ่งร้อนระอุจนแทบหลอมละลาย...รินรดใส่เนื้อกายจนขนอ่อนทั่วตัวลุกซู่ซ่า แปล๊บวาบไปทั้งสันหลัง และยิ่งทำให้สติแตกกระเจิง ความวาบหวามแล่นพล่านซะจนลมหายใจยิ่งหอบถี่กระชั้นชิด และเหมือนรสชาติในปากก็ยิ่งหวานล้ำขึ้นไปทุกที...

 

 

 

...ถูกปรุงรส...ด้วยอารมณ์อันอ่อนไหวนี้ของเรา...

 

 

 

...

 

 

 

...อ่า----

 

  

 

------มากกว่านี้....มากกว่านี้อีก....

 

 

 

...

 

 

 

...อุณหภูมิของร่างกายเราเสียดสีกัน-----

 

 

 

-----มันร้อนซะจนผมตาลาย เคว้งคว้าง สมองหมุนติ้วไปหมด เหมือนมีดอกไม้ไฟแตกพร่าระยับไปทั้งสมอง สองหูมีแต่เสียงอื้ออึ้งและเสียงของเขา ปลดปล่อยสัญชาติญาณให้ทำงานต่อไปเหมือนกับจะฉีกกระชากและโยนเอาสิ่งซึ่ง 'ควรจะเป็น' ปาทิ้งไปทั้งหมด

 

 

 

...

 

 

 

"....อึ่ก...อึก..อ..อีก...มากกว่า..นี้...มา..ก...ฮื้อ....!"

 

 

 

ผมหอบหายใจหนัก ยิ่งเวลารู้สึกได้ถึงแรงขบเม้มเบาๆ ที่ผิวเนื้อตรงลำคอซึ่งเปิดโล่ง...

 

 

 

"อึ่ก..!"

 

 

 

...มันเหมือนกระแสไฟฟ้าช็อตเปรี๊ยะ และแล้วทั้งร่างก็ต้องสะดุ้งเฮือก ความรู้สึกทรมานนี้ที่ต้องระบายมันออกมาด้วยการขบกัดแน่นที่ตรงซอกคอของเขาจนได้เลือดเพิ่มขึ้นอีก-----

 

 

 

-----เลือด...มันไหลอาบไปหมด... เหวอะหวะเปรอะเปื้อนซะจนจิตสำนึกอันน้อยนิดของผมในตอนนี้ต้องเป็นกังวลถึงเขา...

 

 

 

ผมต้องคอยพยายามเรียกสติอยู่บ่อยครั้ง ถ่ายทอดพลังสีทองนี้ออกไป รักษาและฟื้นฟูบาดแผลของเขาที่ถูกผมกัดจนจมเขี้ยว.....ในขณะที่เอลิออธดูจะไม่ใส่ใจความเจ็บปวดนี้เลย...

 

 

 

...

 

 

 

...อ่า----

 

 

 

...พวกเราคล้ายว่าจะกลายร่างเป็นสัตว์ป่าไปเสียแล้ว

 

 

 

...

 

 

 

-----ไร้รสนิยม ป่าเถื่อน...

 

 

 

...หากแต่มันก็เหมือนกับจะเติมเต็มรูกลวงว่างเปล่าลึกๆ ในใจนี้ได้

 

 

 

...

 

 

 

...และ---ผมรู้ดีว่าตอนนี้พวกเรากำลัง 'ล้ำเส้น' นั้นออกไป คล้ายกับว่ามีซ้ายและขวาที่บอกสิ่งที่ 'ควรทำ' อยู่ต่างกัน.. ถึงแบบนั้น---แต่ถึงแบบนั้น...ผมกลับหยุดการกระทำของตัวเองไม่ได้...หัวใจเต้นแรงจนปวดตื้อไปหมด...มันไม่ได้เจ็บปวด แต่กลับทำให้รู้สึกโหยกระหายซะจนทรมาน...

 

 

 

-----จนรู้สึกเหมือนกับจะทนไม่ไหวอีกต่อไป...

 

 

 

...

 

 

 

 

 

"...ท่านอาร์ส...อืม...ท่านอาร์ส...อาร์ส...ของผม..."

 

 

 

และยิ่งได้ยินเสียงแหบพร่านั้นที่คร่ำครวญเรียกชื่อของผมอยู่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งคล้ายกับว่าในท้องก็ยิ่งบิดเกร็งมากขึ้นเท่านั้น ฝูงผีเสื้อบินว่อน สติแตกพร่าเป็นประกายระยิบ ....เบาหวิวหากแต่ก็ทรมาน...

 

 

 

...ผม...ผม...

 

 

 

...รู้สึกราวกับจะตายเลย

 

 

 

...

 

 

 

"ท่านอาร์ส...ท่านอาร์ส....ท่านอาร์สครับ....อ่า--ท่านอาร์สของผม....."

 

 

 

-----รู้สึกราวกับจะตายเลยจริงๆ นะ....

 

 

 

...

 

 

 

"อึ่ก..ฮ่ะ...พ..พูดมาก...น่ารำคาญ..--น่า..."

 

 

 

เมื่อเอ่ยบอกไปแบบนั้น---เอลิออธก็คล้ายจะหยุดคำพูดเหล่านั้นลง หลงเหลือแต่เพียงเสียงหอบหายใจแตกพร่าไม่เป็นจังหวะที่ข้างหู ประสานกันกับสัมผัสของลมหายใจอันร้อนระอุที่รดแผ่วลงบนผิวหนัง...

 

 

 

"ฮ่าห์.... อา..."

 

 

 

-----และร่างกายของเขาอันร้อนผ่าวซึ่งสัมผัสแนบอยู่กับผม....

 

 

 

...

 

 

 

...อ่า----

 

 

 

และอาจจะเป็นเพราะเสียงกระซิบเรียกคร่ำครวญของเขาที่หายไป-----

 

 

 

-----สติของผมก็เลยคล้ายกับว่าจะมั่นคงขึ้นมา...

 

 

 

...หากทว่า---มันกลับทำให้ผมรู้สึกหงุ่นหง่านซะจนต้องเอื้อมมือขึ้นไปจิกเข้าที่กลุ่มผมของคนตรงหน้า แล้วกดดึงรั้งมันให้ศีรษะของเขาซุกลงเข้ามาใกล้...

 

 

 

...ใกล้เข้าไปอีก...ใกล้มากขึ้นอีก...

 

 

 

...

 

 

 

"..เรียก...ต่อไปสิ..."

 

 

 

...

 

 

 

เรียกต่อไปอย่าหยุด-----

 

 

 

-----เอาให้เหมือนกับว่าจะหลอมละลายหายไปได้เลยเถอะนะ....

 

 

 

...

 

 

 

"ท่านอาร์...ส...อ..อาร์ส..."

 

 

 

เอลิออธโอบกอดผมไว้แน่นขึ้นจนเริ่มจะรู้สึกอึดอัด ----หากแต่ผมกลับไม่คิดจะบ่นอะไรออกมา...หรือแม้แต่ห้ามปรามเขา...

 

 

 

...เลือก....ที่จะโยนสติทั้งหมดทิ้งหายไป....

 

 

 

...

 

 

 

"...าร์ส...ท่านอาร์สครับ...ท่านอาร์สของผม..."

 

 

 

...ตกอยู่ในหลุมพลาง.....

 

 

 

...

 

 

 

เฝ้าคอย...ฟังเสียงของเขาพร่ำเพ้อต่อไปแบบนั้น ด้วยศีรษะและสติที่หมุนวน...

 

 

 

-----บ้าคลั่ง...เคลิบเคลิ้ม...มัวเมา

 

 

 

...

 

 

 

มัวเมา...โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ --- ระหว่างรสเลือดนี้ที่หวานล้ำในปาก ความกระหายอยากของผม...--- หรือจะเป็นเพราะ...สัมผัสของตัวตนของ 'เขา'

 

 

 

...สัมผัส...ซึ่งทำให้ผมตกลงไปในหลุมที่หาทางออกไม่ได้อีกแล้ว...

 

 

 

-----กันแน่....?

 

 

 

...

 

 

 

...

 

 

 

...มันไม่มีคำตอบ...หรือผมแค่เลือกที่จะไม่ตอบมัน.....

 

 

 

-----หากทว่าเมื่อความกระหายอยากสิ้นสุดลง.... ความเหนื่อยอ่อนนั้นก็พลันแทรกตัวเข้ามา....

 

 

 

...

 

 

 

...สติของผม...

 

 

 

...หลุดลอยหายไปในความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า...

 

 

 

...

 

 

 

-----ว่างเปล่า....หากทว่า 'อบอุ่น' เหลือเกิน...

 

 

 

...

 

 

 

...และตอนนั้น...

 

 

 

....ก็เหมือนจะมีเสียงพูดพึมพำแผ่วเบา...ที่ผมเริ่มไม่อาจจับใจความได้อีกต่อไป

 

 

 

...

 

 

 

"....ขอบคุณนะ... มารี"

 

 

 

...

 

 

 

มืออุ่นๆ ของเขาลูบแผ่วอยู่ที่กลุ่มผมคล้ายจะขับกล่อมให้หลับใหลนิทรา ขณะที่ผมซุกกายอยู่บนที่นอนอุ่นร้อนอันมีชีวิตของเขา....

 

 

 

...

 

 

 

"ด้วยความยินดีค่ะ ...ท่านเอลิออตเต้"

 

 

 

...

 

 

 

และแล้วสติของผมก็ค่อยๆ ขาดหายไป-----

 

 

 

-----พร้อมกับความคิดสุดท้ายที่ดังวนเวียนเหมือนภาพเลือนลาง....

 

 

 

...

 

 

 

อ่า...ผมลืมไปเลยว่าเธอยังอยู่ที่นี่ด้วย...

 

 

 

...มารีเอตต้า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     //ฮื่อ...*กัดผ้าเช็ดน้า*..อิจฉามารี...ฉากดูดเลือดนั่นเธอมองมันอยู่ตลอดเลยสินะ....

 

     ..ว่าแต่---เห็นด้านบนนั่นแล้วใช่มั้ยคะ? บลูขอทำการเพิ่มอายุอาร์สคุงไป 2 ปี จากหกขวบเป็นแปดขวบ (ทำให้อายุห่างจากหมาก็เปลี่ยนเป็น (8-2=)6 ปีตามไปด้วย) แหม... ก็แบบว่า รู้สึกบลูก็ทำร้ายอาร์สคุงเยอะอยู่เหมือนกันในเซ็ตติ้งช่วงปีนี้ แล้วยัง...เอ่อ...ความสัมพันธ์กับหมาก็---เอ่อ... เอาเป็นว่า.. บวกเพิ่มสักนิดน่าจะดีที่สุด Orzllll

 

     ยังดีว่าเป็นช่วงอายุที่ +- เพิ่มเติมได้แบบไม่กระทบต่อโครงเรื่องหลักหรือไทม์ไลน์อะไรล่ะ!? ปล.บลูไล่แก้ตอนเก่าๆ เรียบร้อยแล้วนะ แต่ถ้าเห็นตกหล่นแจ้งได้จ้า //ตอนแรก...ที่ไกด์ไว้...ฉากดูดเลือดมันไม่มีอะไรมากนี่นา...แค่ก!

 

     ปล.ตอนนี้เหมือนจะเป็นออธอาร์สทั้งตอนเลยนะเนี่ย....

 

     และเอ่อ...ทุกท่านคะ ฉากดูดเลือดนี้ที่ทุกคนเห็นมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะคะ--- *มือสั่น/ปิดหน้า* บลูขอกราบกรานสารภาพว่าโดยเนื้อแท้ก็มีความหื่น---แค่กๆๆ ! ในไกด์ไลน์ฉาก NC ในอนาคตนั้น--บลูก็ใส่ความหื่น--เอ้ย! พลังความรักลงไปเป็นอย่างดี... จริงๆ คือเห็นว่าหมาน่ะโครตเต๊าะแรงหนักมากแล้วน่ะ อีกคนนี่คือ--ทั่นอาจารย์สอนเทคนิคของเจ้าหมาในอนาคตเลยนะคะ-------- *เหม่อหนักมาก* เดี๋ยว..นี่บลูมาพล่ามอะไร? สารภาพความหื่นของตัวเองเร๊อะ!? กรี๊ดดดด บลูเป็นสาวใสๆ นะคะทุกคนนนนนนน *ทันมั้ย?*)

 

     //คิดเห็นยังไง เสียเลือดกันหรือไม่เสียเลือด รบกวนแจ้งด้วยนะคะ บลูจะเป็นไปเป็นแผนพัฒนาฉากต่อๆ ไป แค่ก เพราะจริงๆ บลูยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ฉากแบบนี้นักหรอกนะ! ยังต้องการความคิดเห็นยืนยันแนวคิดจำนวนมาก----

 

     กลับมาจริงจัง-- วิเคราะห์ตัวละครกันต่อค่ะ แค่กๆๆ!

 

     อาร์ส--บลูวางไว้ว่าเป็นพวกยึดติด แต่พอแต่งมาถึงตอนที่เขาพูดสารภาพว่าตัวเองไม่เหลือใครแล้วนอกจากหมา แล้วพยายามยึดเหนี่ยวหมาไว้ หนักถึงขั้นประเภทที่ว่า 'อ่า---กลายเป็นคนของผมเถอะนะ...แม้แต่ชีวิต...ก็ผูกประสานไว้ด้วยกันเถอะนะ....' แล้วอิบลูก็เริ่มเหมือนเห็นเงาลางๆ ว่า "เห้ย--- หรือนี่คือยันแอบแฝงน่ะหะ!?"

 

     แต่เพราะในอนาคตที่พออาร์สมั่นคงมากขึ้น (มีคนอื่นๆ เข้ามาเติมเต็มโลกของอาร์สขึ้นเรื่อยๆ) เขาก็จะไม่เพี้ยนหนักขนาดหมายันที่รักษายังไงก็ไม่หายแน่นอน ก็เลยตัดความน่าจะเป็นนี้ออกไป----

 

     อีกอย่างอาร์สเคยปล่อย "คนสำคัญ" จากไปได้มาแล้ว--(จากช่วงอดีต-โครตสั้น-อาร์สคบกับแฟนสาวคนนี้มา 2 รอบแล้ว และก็เลิกกันไปทั้งสองรอบแล้วด้วย) การที่ยอมปล่อยไปได้เนี่ย..ดังนั้นเลยไม่น่าจะไปถึงขั้นยันเดเระแล้วล่ะ

 

     เพียงแต่ถ้าเสียอีกฝ่ายไปล่ะก็---เขาก็จะเคว้งคว้างและว่างเปล่า ก่อนจะบอกว่า "ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร..." ขณะเดียวกันก็พยายามไขว่คว้าอะไรบางอย่างมาเพื่อยึดเหนี่ยวตัวเองไว้ต่อไป อาร์สเหมือนคนที่ต้องมีใครสักคนอยู่บนโลกของเขา แค่สักคนเดียวก็ยังดี

 

     ซึ่งสำหรับบลู อาร์สเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก เป็นพวกที่...รู้สึกว่า--- ถ้าเผลอได้เดินเข้าไปในโลกของเขาแล้วน่ะ ก็จะถอยห่างมาจากเขาไม่ได้อีกแล้ว เพราะถ้าอาร์สมองเห็นเราอยู่ในโลกแล้วล่ะก็--- เขาจะทำการ "อ่อย" โดยอัตโนมัติ แต่จริงๆ มันก็คือการโหยหาและยึดติดคนที่เขามองเห็นว่าอยู่ในโลกของเขาไว้นั่นแหล่ะ (ในสภาวะที่เขาอ่อนแอเท่านั้นสกิลนี้จึงเปิดใช้งาน---- ถ้าโลกของอาร์สมั่นคง เขาจะใจแข็งมาก)

 

     และถ้าถามว่าเวลาอาร์สทำแบบนั้น (อ่อย) หมายถึงว่า เขารักคนคนนั้นหรือเปล่า?
     = บอกไม่ได้, อาจจะรัก หรือไม่ได้รักก็ได้ทั้งนั้น อาร์สก็แค่ต้องการให้อีกฝ่ายรักและให้ความสำคัญกับตัวเขา และอยู่ในโลกของเขาไม่จากไปไหนเฉยๆ

 

     ดังนั้น---พูดกันตรงๆ แล้วตอนนี้อาร์สน่ะก้ำกึ่งระหว่างรักหมา กับยังไม่รักหมา เหมือนที่อาร์สเลือกจะบอกว่า เอลิออธ "สำคัญ" และ "เสียไปไม่ได้" แทนที่จะพูดว่า "รัก" เพราะมันไม่เต็มปากว่าเขารัก เขาแค่เสียคนคนนี้ไปไม่ได้ และถ้าต้องเสียไปล่ะก็--- โลกของอาร์สก็จะพังทลาย...

 

     //แต่ยังไงหมาก็จีบติดแล้วล่ะ เพราะอาร์สยอมรับแล้วว่าเกินเลยกว่าเส้นกั้นนั้นไปแล้ว

 

     ซึ่งจริงๆ หมาน่ะจีบอาร์สติดเพราะว่ามาถูกเวลาแท้ๆ เลยนะ ตอนที่ระลึกชาติได้ อาร์สโดดเดี่ยวมาก เสียโลกไปแล้วทั้งใบ และไม่กล้าไว้ใจ เชื่อใจ หรือให้ความสำคัญกับใครทั้งนั้น อนาคตก็ไม่ปลอดภัย ตัวคนเดียว พอหมาโผล่มา เป็นสมุนคนแรก และรู้ว่าไว้ใจได้ ก็เปิดโลกให้ทันที แล้วก็ค่อยๆ ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ...เรื่อยๆ

 

     แถมตอนนี้อาร์สยังมีแค่หมาอยู่คนเดียวในโลกอีกต่างหาก (แต่ต่อไปโลกของอาร์สก็จะมีมารี เรเว่น บลาๆๆ etc. เพิ่มขึ้นมา.. ทำใจนะหมา //ตบบ่าหมาเบาๆ) ทางด้านหนุ่มเรือหลักที่เหลืออีก 2 คน เขาก็มีเหตุผลที่จะแทรกตัวเข้ามาในชีวิตของอาร์ส และขโมยใจอาร์สมาได้ต่างกัน----

 

     ///////////////////////

 

     วิธีอ่านคำพูดในอดีตของอาร์ส *เผื่อคนงง* เป็นคำพูดของคนสำคัญสามคนที่เคยพูดกับอาร์สไว้ในอดีต นั่นก็คือ --คุณแม่ อดีตแฟนสาว และบุคคลปริศนา(ยังไม่เปิดเผย)-- ค่ะ อ่านเรียงตามลำดับเลย [คุณแม่ แฟนสาว ??? , คุณแม่ แฟนสาว ??? , และคุณแม่ แฟนสาว ???]

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น