facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

💖 ตอนพิเศษ : อัศวะ พิพัฒนภูวดล

ชื่อตอน : 💖 ตอนพิเศษ : อัศวะ พิพัฒนภูวดล

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2561 16:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
💖 ตอนพิเศษ : อัศวะ พิพัฒนภูวดล
แบบอักษร

เรื่องราวความรักของหนุ่มใหญ่ในตำแหน่งผู้บริหารกับธีรเมธที่ต้องเข้ามาทำงานในบริษัทเพื่อชำระหนี้ให้กับพ่อแม่ให้ทันกับสัญญาที่กำหนดไว้ในเวลาสิ้นปี แต่แล้วหนี้สินกลับกลายเป็นค่าของความรู้สึกซึ่งทั้งสองไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ตอนไหน

#

อัศวะ พิพัฒนภูวดล เจ้าของคอนโดรายย่อยจากเกียรติกิติพ่อของคิมหันต์ ตอนนี้กำลังเข้ามาศึกษาดูงานผ่านทางบริษัทของผู้เป็นพี่รวมทั้งกำลังตั้งคอนโดในย่านตัวเมืองเป็นของตัวเอง ทุกอย่างกำลังไปได้ดีเป็นที่รู้จักด้วยเพราะประสบการณ์การทำงานและการจัดระบบของบุคลากรรวมทั้งการแบ่งกำไรที่เป็นสัดส่วน ทำให้ในหนึ่งปีเขามีรายได้นับหลายล้านบาท

วันนี้เป็นอีกวันที่ชายหนุ่มร่างสูงจมูกโด่งนัยน์ตาสวยไม่น่าเชื่อว่าอายุขึ้นเลขสามเพราะใบหน้าที่หล่อเหลา เดินมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงอย่าง HUGO BOSS ชุดสูทสีดำสวมทับเชิ๊ตสีเลือดหมูดูมีเสน่ห์เมื่อมันเขากับผมทรงรองทรงสูงปาดเสยไปด้านหลัง ส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่าๆทำให้ต่างมีสาวน้อยใหญ่เข้ามาให้ความสนใจแต่อัศวะหาสนใจไม่ เขาทันเกมส์เจ้าหล่อนเพียงเพราะต้องการเกาะและใช้ชีวิตติดหรูอยู่สบาย ทำให้เขายังคงเป็นโสดจนปัจจุบัน

เป็นเวลาบ่ายกว่าๆที่มีบุคคลเข้าขอพบ คือบริษัทเล็กๆเซ็นสัญญากู้ยืมเงินเพื่อนำไปหมุนในบริษัท ดูท่าวันนี้คงมีเรื่องต้องคุยกันหลายเรื่องอัศวะจึงให้พวกเขามาคุยที่ห้องทำงานส่วนตัว

ชายวัยกลางคนหน้าตาหม่นหมองซูบโทรมเพราะความเครียดที่สะสมมาหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหาหนี้สิน

“วันนี้มีเรื่องอะไรล่ะ”

อัศวะพูดพร้อมหยิบหนังสือสัญญาที่แสดงถึงรายจ่ายยอดเงินในแต่ละงวดของเดือนต่างๆ เขาเปิดอ่านไปพรางๆพบว่าค้างชำระไว้ไม่น้อย

“พวกเรา หมดทางเลือกแล้วจริงๆ ผมอยากจะให้คุณอัศวะขยายเวลาชำระหนี้ให้พวกเรา จะ…ได้มั้ยครับ”

“ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะในสัญญาเราตกลงกันไว้ว่าต้องชำระให้ครบภายในสี่ปี นี่ก็ปีสุดท้าย ผมขงขยายเวลาให้ไม่ได้หรอก ขอโทษครับไม่ได้จริงๆ”

“แต่ผมกับภรรยา…เรา ฮึก!!!!มันมืดแปดด้านไปหมด”

"เอาน่า มันต้องมีทางแก้" อัศวะพูด

"ผมก็หวังว่าแบบนั้น อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย แต่ตอนนี้มันไม่มีจริงๆ"

"ที่บ้านพอจะมีใครพอมีความรู้เรื่องงานเอกสารบ้างมั้ย"

"ที่บ้าน ?"

"อืม"

"มีลูกชายผมครับ เพิ่งเรียนจบ"

"เขามีงานทำรึยัง"

"ยังครับ บอกให้ออกไปหางานทำก็ไม่ไป หัวรั้นที่หนึ่ง"

"ส่งเขามาทำงานกับผมแล้วกัน แล้วหักเงินเดือนครึ่งนึงเพื่อชำระหนี้"

"อ่ะ เอ่อ.....จะดีหรอครับ"

“ดีสิ งานเอกสารที่นี่ก็สองหมื่นขึ้นไปทั้งนั้น หักออกหมื่นนึงอย่างน้อยลูกคุณก็มีเงินใช้เองโดยไม่ต้องขอ จริงมั้ย ผมเต็มใจจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้”

“เขาเป็นเด็กไม่เอาไหน ผมเกรงว่าจะสร้างปัญหาให้คุณมากกว่า”

“เราจะรู้ได้ไงถ้ายังไม่ลงมือทำ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้พาเขาเข้ามาที่นี่ มาพบผม ไม่ต้องผ่านฝ่ายบุคคล”

ผ่านไปหนึ่งวันจึงครบกำหนดนัดพบ อัศวะนั่งเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานซ้ำๆ เพราะลึกๆในใจเองก็วิตกกังวลไม่น้อยกับการที่ต้องรับคนไม่มีประสบการณ์เข้ามาทำงาน เขามองเข็มนาฬิกาพบว่ามันเป็นเวลาบ่ายโมงพอดีเป๊ะ ทันใดนั้นประตูห้องทำงานถูกเปิดขึ้นพร้อมกับเลขาสาวที่ผายมือออกเพื่อเชิญแขกที่นัดไว้

“อ้าว!! ฮ่าๆ มาตรงเวลาเลยนะ”

“ครับ นี่ลูกชายผมครับ ธีรเมธ จะเรียกเมธก็ได้”

เจ้าของบริษัทรายย่อยแนะนำให้รู้จักกับลูกชายเพียงคนเดียวในวัยยี่สิบสามปี ธีรเมธ หรือ เมธ นักศึกษาจบใหม่แต่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานซ้ำยังไม่หางานทำเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อและแม่ที่กำลังมีปัญหาหนี้สิน

ผิวขาวร่างบางทรงผมแฟชั่นกัดสีขาวเงาวับเมื่อสะท้อนกับแสงไฟ จมูกโด่งปากนิดจมูกหน่อยกับแววตาที่ดูแล้วคงหยิ่งไม่น้อยเพราะอัศวะสังเกตุเห็นตั้งแต่แรกพบว่าเด็กคนนี้ไล่สายตามองข้าวของในห้องพร้อมเบะปาก ในเมื่อตนมีตำแหน่งที่ใหญ่กว่าแถมยังเป็นเจ้าหนี้ธีรเมธยังไม่รู้จักกล่าวสวัสดีจนพ่อของเขาต้องกระตุกแขนเสื้อลูกชายซ้ำๆ

“อะไรล่ะพ่อ!!!!”

“ไหว้คุณอัศวะเค้าซะสิ!”

“โว้ะ บอกว่าไม่อยากมาก็ยังจะให้มา น่ารำคาญ!”

“เมธ!”

แม่ของเขาที่นั่งอยู่ข้างๆแค่นเสียงเห็นอย่างนั้นเมธจึงยกมือขึ้นไหว้แบบขอผ่านไปที จิ๊ปากขมวดคิ้วนั่งห่อไหล่ทำกระฟัดกระเฟียด หัวเสียเป็นที่สุดเพราะทั้งโดนปลุกแต่เช้า โดนบังคับให้มาทำงานทั้งที่ตนยังรักสนุกหลงไหลในแสงสีเสียง อัศวะยิ้มรับไม่ได้ว่าอะไร เขาก็ยื่นหนังสือสัญญาเข้าทำงานให้ธีรเมธเป็นคนเซ็นยินยอม

“อะไรอีกล่ะ!!!”

“สัญญาเข้าทำงานไง” อัศวะยิ้ม

“โอ้ย!!!จะให้เซ็นอะไรนักหนา ที่นี่จุ้นจ้านเป็นบ้า ไม่เอาด้วยหรอก ไม่ทำ จะกลับบ้าน แค่เมื่อกี้เดินเข้าประตูมายังจับตรวจนู่นตรวจนี่”

“โอ้ยยยย เมธ แกช่วยทำตัวดีๆได้มั้ย คุณอัศวะเขาให้แกเข้ามาทำงานเพื่อหักหนี้ที่พ่อกับแม่ติดเค้าไว้นะ” แม่ธีรเมธพูด

“ฮ่าๆ ไม่เป็นไรครับ วัยรุ่นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก็แบบนี้กันทั้งนั้นแหละ หลานผมก็คล้ายๆกัน”

กระทั่งเวลาผ่านไปเมื่อสองฝ่ายเซ็นสัญญารับเข้างาน อัศวะสั่งการให้วันนี้เป็นวันเริ่มงานวันแรกโดนโดยไม่ต้องรอเวลา ภายในห้องเหลือเพียงเขาสองคนเพราะพ่อและแม่ของเมธได้กลับไปแล้วปล่อยให้ลูกชายเรียนรู้การทำงานด้วยตัวเอง ธีรเมธนั่งไขว่ห้างเอนหลังติดเก้าอี้ไม่สนใจในท่าทางอันไม่สุภาพที่กำลังปฏิบัตต่อผู้บริหารรายใหญ่อย่างอัศวะที่ตอนนี้เขาเปิดดูเอกสารหางานง่ายๆที่พอจะฝึกให้เมธทำความรู้จักกับงานทีละขั้น

“จบอะไรมาล่ะ”

“นิเทศ การแสดง”

“อ่อ…งานเอกสารคงทำไม่เป็นเลยสินะ ฉันน่ะใจดีนะอุตส่าห์รับคนที่จบไม่ตรงสายงานให้เข้ามาทำงานด้วย ยังไงก็ค่อยๆเรียนรู้ไปแล้วกัน”

“หึ!!!งานโง่ๆ”

แววตาอัศวะไหวเพียงนิดเขาหรี่ตาหันมามองเมธที่ตอนนี้นั่งเบะปากไม่พอยังพูดจาดูถูกงานและค่าของเงิน เขาปิดแฟ้มงานทันทีแล้วหยิบมันมาด้วยก่อนจะเดินถึงโต๊ะที่เมธนั่งอยู่ เคาะสันแฟ้มลงโต๊ะซ้ำสองครั้งเพื่อเรียกให้อีกฝ่ายสบตาด้วย

“ว่ายังไงนะ”

“งาน โง่ โง่”

เมธนั่งกอดอกเชิดหน้าจ้องตาอัศวะ

“ฟังนะ นายมันพึงจะโตด้วยซ้ำ ส่วนผมผ่านอะไรมามาก ทำตั้งแต่ช่วยพี่ชายถ่ายเอกสารในบริษัท ชงกาแฟให้ผู้ใหญ่ในห้องประชุม จนกลายมาเป็นผู้บริหารนั่นก็เพราะพี่สอนมาตลอด ไอ้การที่บอกว่างานที่ผมให้ทำเป็นงานโง่ๆเนี่ย คิดซะใหม่ ฝ่ายเอกสารไม่ได้เข้ากันง่ายๆ มีเด็กจบใหม่ความสามารถมากมายยื่นโปรไฟล์และใบสมัครแต่ผมดันรับคุณเข้ามาเพราะว่าสงสารพ่อแม่ของคุณ! จำไว้”

และนี่เป็นครั้งแรกที่อัศวะและธีรเมธได้พบกัน จากผู้ร่วมงานตำแหน่งเจ้านายและฝ่ายเอกสารที่ไม่ค่อยทำงานอย่างเป็นชิ้นเป็นอันซักเท่าไร ความใกล้ชิดและหลายๆเหตุการณ์รวมถึงความรู้สึกของหัวใจทำให้ทั้งสองฝ่ายตกลงปลงใจกลายเป็นคู่รัก และวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่อัศวะต้องปิดงบและนั่งเคลียร์เอกสารอยู่บ้านโดยมีเมธมานอนค้างด้วยเมื่อได้รับอณุญาติจากทางบ้าน

“เมธ ขอกาแฟให้อาหน่อย”

เพราะอายุไล่เลี่ยกับคิมหันต์ อัศวะจึงแทนตัวเองว่าอาทุกครั้งในช่วงนอกเหนือเวลางาน เมธเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับกาแฟดำหอมกรุ่นกลิ่นกาแฟแท้ลอยเตะจมูกจนอัศวะหันมองพร้อมส่งยิ้มให้ก่อนรับมันมา

“ขอบคุณ”

“เมื่อไรจะเสร็จอ่ะ อยากไปเที่ยว”

“วันนี้งานเยอะ ไม่ไป”

“ไปคนเดียวก็ได้ เดี๋ยวนัดเพื่อนเอา”

“ไม่ได้ ต้องอยู่ช่วยอาเคลียร์เอกสาร”

“จะเคลียร์อะไรนักหนา ลูกน้องมีก็หัดใช้มันบ้างดิ จะเป็นง่อยตายห่าละ”

“พวกนั้นทำงานไม่เรียบร้อย อาไม่ชอบ”

อัศวะจิบกาแฟพรางตรวจเอกสารไปด้วย

“โถ่ อา เราไม่ได้ออกไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วนะ อาทำแต่งาน นี่ก็ทำแต่งาน วันนี้หยุดทั้งทีออกไปเที่ยวเหอะ เครียดๆก็อยากเดินเล่น”

“ยังไม่ใช่วันนี้”

“แล้ววันไหนล่ะ”

“อารับปากไม่ได้”

“เออ ไม่ไปก็ไม่ไป”

เมธหัวเสียแถมแง่งอนด้วยอารมณ์หัวรุนแรงจึงปัดกองเอกสารอัศวะลงกับพื้นก่อนลุกขึ้นยืนแล้วกระแทกส้นเท้าเดินรัดไปอีกฝากของห้องเพื่อเข้าห้องนอนไปในที่สุด ร่างสูงทำใจเย็นส่ายหัวเอือมกับนิสัยที่แก้เท่าไรก็ไม่หายสุดท้ายไม่วายทะเลาะกันจนแหกปากลั่นบ้านเป็นประจำ

มันเป็นเวลาทุ่มกว่าๆที่อัศวะเคลียร์เอกสารเสร็จเรียบร้อย เขารีบทบทวนข้อมูลทุกอย่างเพื่อให้ไม่ต้องมาแก้ใหม่ทีหลัง ร่างกายอ่อนเพลียแถมเหนื่อยหน่ายกับตัวเลขงบประมาณที่เลขาคำนวนมาให้ไม่ตรงซักช่อง สองขาเดินเข้าห้องน้ำหยิบผ้าขนหนูพาดบ่าแล้วชำระล้างร่างกายให้เรียบร้อย การนอนอยู่บ้านคงดีกว่าออกไปเดินเตร็ดเตร่ให้เมื่อยขา เมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อยจึงเดินคาดผ้าขนหนูสองมือเงื้อมขึ้นเช็ดผมแซ่กๆแล้วบิดเอี้ยวตัวไปมาให้หายเมื่อย

ในห้องนอนมีเขาสองคนแต่ทุกอย่างเงียบงันเพราะเมธไม่ยอมคุยด้วยได้แต่นอนใส่ชุดนอนอยู่บนเตียงกดจอโทรศัพท์สไลด์ไปมา อัศวะรู้แล้วว่าต้องโดนอีกฝ่ายงอลเป็นแน่จึงแกล้งนั่งลงข้างๆทั้งที่ยังไม่ใช่เสื้อผ้า เขาจิ้มจอสี่เหลี่ยมจนมันเข้าเมนูอื่นขณะที่เมธกำลังนอนดูอินสตราแกรมเกี่ยวกับสถานที่เที่ยวตามแท่กสยามพารากอนที่ผู้คนมากมายต่างไปเที่ยวเพื่อถ่ายรูปและอวดกันบนโลกออนไลน์

“เห้ยอย่าดิ!!” เมธตวาด

“ฮ่าๆ ดุแบบนี้เฝ้าบ้านได้เลยนะ”

“คนนะไม่ใช่หมา”

“เหมือนอยู่ พันธุ์ดุด้วยนะเนี่ย”

“ชิ!!!”

เมธพลิกตัวหนีแล้วห่มผ้า เขายังคงกดจอโทรศัพท์ซ้ำเพราะหวังเรียกร้องความสนใจให้อาอัศวะพาออกไปเที่ยวเหมือนที่คู่รักคู่อื่นทำบ้าง หารู้ไม่ว่าอีกคนทันทีที่ว่างก็อยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองมากกว่าออกไปข้างนอกพบเจอแต่ผู้คนให้ปวดหัวหนักกว่าเก่า

“อยากไปหรอ”

“ถ้าไม่พาไปไม่ต้องถาม!!!”

“นิสัยขึ้นเสียงกับผู้ใหญ่นี่สอนไม่จำใช่มั้ย”

“ไม่ใช่พ่อแม่อย่ามาทำเป็นสอน หัวโบราณ รำคาญ”

“ไม่ใช่พ่อแม่แต่เป็นผัว” อัศวะขำหึๆในลำคอ

“ผัวแก่ๆ”

“โถ่ ถึงแก่แต่ก็มีคนชอบเยอะนะ ผู้หญิงในบริษัทปิ๊งๆอาทั้งนั้นแหละ”

“ถ้าเกิดเป็นผู้หญิงด้วยกันจะตบให้ดิ้นเรียงตัว เดินผ่านทีถ้าพวกนั้นแก้ผ้าต่อหน้าอาได้คงแก้แล้วมั้ง เกลียดหน้านัก ไม่รู้จักหาผัวเป็นของตัวเองมามองของคนอื่นอยู่ได้”

เมธโยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนที่นอน เขานั่งพิงหัวเตียงเบะปากตาขวางชันขาขึ้นข้างนึง ซึ่งดูแล้วเป็นท่าทางที่อัศวะเห็นเป็นประจำเพราะนิสัยปากร้ายใจร้อนต่อให้แก้แค่ไหนก็ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น

“ปล่อยเขามองไปเถอะ พวกนั้นก็ทำได้แค่มอง อีกอย่างคิดอีกทีก็คนในที่ทำงานทั้งนั้นจะไปถืออะไร”

“หรอ เมธก็คนในที่ทำงานสุดท้ายเมธกับอาก็ได้กันไง ทีกับเรามันยังเกิดขึ้นได้แล้วทำไมกับพวกผู้หญิงพวกนั้นจะเกิดไม่ได้”

อยู่ดีๆก็หึงหวงขึ้นมาซะดื้อๆ เมธคิ้วขมวดนั่งหน้าบึ้ง อัศวะเห็นท่าไม่ดีจึงเขยิบเข้าไปใกล้แล้วจิ้มแก้มอีกคนเบาๆเขานอนชันศอกทั้งที่ใส่ผ้าขนหนูแค่ผืนเดียว กล้ามเนื้อตามร่างกายเป็นสัญลักษณ์บอกว่าชายคนนี้ดูแลตัวเองอย่างดี เมธเห็นเป็นไม่ได้มันพาให้ใจสั่นทุกที ยิ่งอัศวะเขยิบเข้าใกล้ยิ้งใจสั่น จึงแกล้งปัดมืออีกคนออกแล้วทำเป็นหงุดหงิด

“อย่ามายุ่งน่า!”

“ไม่มีใครกล้าทำกับอาแบบนี้นะ”

“ลืมนับผมรึเปล่า”

“สงสัย” อัศวะยิ้มชอบใจที่เห็นอีกคนเริ่มหน้าแดงจางๆ

“หน้าแดงทำไม”

“ถามอะไรปัญญาอ่อน จะไปรู้มั้ย”

เสียงดังใส่ไม่วายฟาดมืออีกคน อัศวะไวกว่าเขาคว้าข้อมือเมธแล้วกระตุกเข้าหาตัวจนอีกคนล้มลงนอน อ้อมแขนแกร่งรีบพาดวางลงบนเอวคอดบาง เขาทอดสายตามองคนรักที่ตอนนี้กำลังมองจ้องกลับมาเช่นกัน

“ทำตัวน่ารักๆหน่อย อาทำงานเหนื่อยมากนะวันนี้”

ใจเย็นให้ตลอดถึงอีกฝ่ายจะก้าวร้าวมากแค่ไหนก็ตาม รอยยิ้มอ่อนโยนเป็นสิ่งที่เมธเห็นเป็นประจำ ในใจจึงรู้แล้วว่าตนนั้นผิดไม่น้อย แทนที่จะทำตัวเป็นคนรักที่ดีทั้งยังวุฒิภาวะที่มีน้อยกว่าควรรู้จักเชื่อฟังและเคารพกันบ้าง

“เหนื่อยมากมั้ยอ่ะ”

ถามแล้วกัดปากแน่นทำหน้าหงอยคิ้วตก

“เหนื่อย ปิดงบทีไรปวดหัวทุกที”

“งั้นวันหลังวันไหนปิดงบจะไม่กวน ไม่ชวนเที่ยว”

“ดีแล้วๆ เวลาทำงานเหนื่อยๆอยากอยู่ด้วยกันแค่สองคนมากกว่า”

อัศวะฟุบหน้าลงอกอีกคน ผมของเขาเปียกซกเพราะยังเช็ดไม่แห้งดี เห็นอย่างนั้นเมธจึงหยิบผ้าขนหนูที่พาดอยู่บนคอของอีกคนออกมาแล้วนำมาเช็ดให้

“ผมไม่แห้งแล้วก็เป็นหวัด”

“อืมๆเช็ดให้ที”

อัศวะลุกขึ้นนั่งหลับตา ส่วนเมธลุกขึ้นนั่งคุกเข่าซ้อนอยู่ด้านหลังเขาค่อยๆเช็ดผมให้อีกคนอย่างเบามือ

“เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปเที่ยว”

“จริงอ่ะ!!”

ดีใจจนยื่นหน้ามาหา

“จริงสิ”

อัศวะหลับตาตอบไปยิ้มไป

“อาน่ารักที่สุด!!”

เมธดีใจจึงชิงหอมแก้มอัศวะฟอดใหญ่ไม่พอยังเขยิบมานั่งด้านหน้าแล้วจ้องตาแป๋วส่งยิ้มให้ อัศวะขำเขาเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าที่มีท่าทางดีใจไม่ต่างจากเด็กที่ตื่นเต้นเพียงเพราะจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน เขาเขกหน้าผากนั้นเบาๆแถมยังขำเล็กๆ ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรเมธจึงครึงนิ้วชี้ลงหน้าผากที่อัศวะพึงแกล้งดีดไปหมาดๆ

“เจ็บนะ”

“ฮ่าๆ ไปหยิบเสื้อผ้าให้อาทีไป ง่วงแล้ว นอนดีกว่า”

“อะไร พึงจะทุ่มกว่าๆเอง ทำไมง่วงไวจังวันนี้”

“ทำงานมาทั้งวันมันเพลีย”

อัศวะหาวขยี้ตาซ้ำๆ เขาง่วงเต็มทีเพราะตั้งแต่ตื่นเช้ามาก็ไม้ได้วางมือจากงานเอกสารเลย แทนที่เมธจะทำตามที่อีกคนไหว้วาน คนตัวเล็กดันชันขานั่งคุกเข่าแล้วเขยิบไปใกล้ ใช้สองมือกอดต้นขอของอัศวะไว้แล้วยื่นหน้าเข้าไปหาใกล้ๆ

“ยังไม่อยากให้อานอนเลย”

“อาง่วงแล้ว”

“แต่เมธยังไม่ง่วง”

“โถ่ เมธ พรุ่งนี้ทำงานแต่เช้า เย็นๆได้ไปเที่ยวกันไง”

“อยากอยู่กับอาอ่ะ ลืมตาก่อนๆ ไม่หลับสิ”

“อาก็อยู่นี่ไง”

อัศวะพยักหน้ายิ้ม

“ไม่ใช่แบบนั้น”

คนตัวเล็กเขยิบไปนั่งบนตักไม่รอช้าเบียดสะโพกเข้าหาทั้งที่รู้ดีว่าอีกคนเปลือยท่อนล่างมีเพียงผ้าจนหนูคาดเอวไว้ สองขาเรียวเล็กเกี่ยวไปด้านหลังพร้อมด้วยแอ่นเอว ท่าทางออดอ้อนทำเอาอัศวะตาสว่างทันที เขายกยิ้มเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าทำตัวน่ารักน่าขย่ำแต่หัวค่ำ

“อยากอยู่กับอา แบบนี้นานๆเลย”

“ก็อยู่สิ”

“เดี๋ยวอาก็ทิ้งเมธ”

“อ้าว ทำไมคิดแบบนั้น”

“ผมนิสัยไม่ดี ขี้โวยวาย ไม่น่ารัก พอเจอคนที่ดีกว่าอ้อนเก่งๆอาก็ทิ้งเมธ”

“คิดมาก”

อัศวะยีผมเมธเบาๆเขาเลื่อนมือลงกอดเอวคอดบางไว้ก่อนโถมอีกคนลงที่นอนไปในที่สุด เมธหน้ามุ่ยนิดหน่อยเพราะน้อยใจตัวเองที่ไม่รู้จักแก้นิสัยแย่ๆเพื่อคนรักได้เสียทีทั้งที่อีกคนไม่ได้สนใจในข้อบกพร่องเพียงนิด

“เป็นเมธเมธบอกเลิกตัวเองไปแล้ว งงมะ”

“ไม่งง แต่อาไม่เลิกไง”

ร่างสูงทิ้งหัวลงหนุนอกอีกคน เมธยิ้มให้กับความขี้อ้อนของแฟนหนุ่มที่อายุมากกว่าแต่ยังทำตัวเป็นเด็กๆ อัศวะหลับตาลงแล้วใช้ปลายจมูกเกลี่ยไปมาตามอกที่มีกลิ่นคุ้นเคยซึ่งมันหอมอ่อนๆก่อนจะทำทะลึ่งด้วยการแกล้งล้วงเข้าเสื้อสีขาวที่เมธสวมใส่อยู่

“แหนะ คิดจะทำอะไรตาแก่”

“เปล่าเลย”

“ลามก”

“ก็แค่ล้วงเอง ไม่ได้ทำไรเลย อาแค่นอนเฉยๆ”

“หมอนมีก็ไม่หนุน มานอนทับเค้าอยู่ได้ ตัวก็ใหญ่ หนักก็หนัก คนแก่คนนี้เนี่ย อ้อนจริงเลย”

“งืมมม อาเจ็บน่าอย่าบีบแรงสิ แก้มช้ำหมดแล้ว”

อัศวะหลับตาขณะที่โดนเมธประคองหน้าขึ้นแล้วบีบแก้มพร้อมจับส่ายหน้าไปมา เมธชอบใจจึงแกล้งซ้ำๆเขาบีบแรงๆแล้วส่งเสียงฮึ่มในคอเพราะความหมั่นใส้

“ฮึ่ม!!!! คนในบริษัทจะรู้มั้ยนะว่าผู้บริหารขี้อ้อนขนาดนี้”

“ไม่รู้หรอก แต่สาวๆน่ะรู้”

“เดี๋ยวเถอะ คนไหนรู้ จะเอารังมดคันไฟใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานมัน”

“ฮ่าๆ ร้ายจริงๆนะเราเนี่ย”

“แน่นอน ต้องร้ายและต้องตามให้ทัน มดแมงมันเยอะ”

“แต่อาชอบโดนพวกมดพวกแมงตอม ฮ่าๆ…”

“เดี๋ยวตบเลย!!!เดี๋ยวก่อนนะ อย่าให้รู้นะว่าซุกอิหนูไว้ อาบ้านี่!!!”

เมธกันฟันง้างมือขึ้นทำท่าจะตี ทันใดนั้นอัศวะก็จับข้อมือเรียวเล็กไว้ทั้งสองข้างแล้วก้มลงประกบปากจูบปิดปากไม่ให้อีกฝ่ายโวยวายหัวเสียกับเรื่องเย้าแหย่แกล้งให้หัวร้อนเล่นๆ เป็นไปได้เพียงแค่สัมผัสอ่อนโยนเมธก็อ่อนไปทั้งตัว ในใจสั่นรัวเนื้อตัวร้อนวูบวาบขาชักอ่อนแรงแทบขัดขืนไม่ไหว

“ฮ่าๆ หมดแรงเลยหรอ”

“บ้า!!!!!งอลแล้ว ปล่อยมือเลย”

กระตุกข้อมือขัดขืนทำท่าจะลุกขึ้น

“ไม่ปล่อย มีอะไรมั้ย”

“อาบ้า!!!”

“ฮ่าๆ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีงานล่ะเสร็จแน่ เอาเป็นว่าทบไว้ทีเดียววันอาทิตย์ละกัน”

“ทบอะไร”

“รู้แล้วยังจะถาม”

“ม ไม่รู้ซักหน่อย…..”

“ฮันแน่ คิดถึงรสชาติของผัวแก่ๆล่ะซี ถึงแก่แต่พี่ก็มีน้ำยานะ”

“ลามก!!!!หัวจะหงอกตายยังมาพูดเรื่องแบบนี้อีก”

“มีแฟนเด็กนี่มันสด!!!ชื่นดีจริงจริ้งงงง แถมพยศซะด้วยย”

แกล้งเลียปากซี้ดฟันหรี่ตามองเมธที่หน้าแดงจัดเพราะทั้งโมโหแถมเขินอายในเวลาเดียวกันเมื่อภาพและเสียงครางต่ำของอาอัศวะมันแทรกเข้ามาในหัว

“ป ปล่อยเลย……”

“ไม่ปล่อย ฮ่าๆ เก่งจริงก็ดิ้นให้หลุด”

เขากำข้อมืออีกคนไว้แน่นกว่าเก่าแถมยังกดไว้เหนือศีรษะของเมธเอง

“ใครจะไปดิ้นหลุด แรงเยอะออกขนาดนั้น!!!”

“ดี ให้มันรู้บ้างว่าใครเป็นใคร”

“ก็แค่คนแก่!!!โถ่ะ”

“คนแก่คนนี้แหละที่ทำให้เด็กครางมาแล้วทั้งคืน เหอออๆ”

“บ บ้า!!!!”

“อาทิตย์หน้าไปดูงานต่างจังหวัด ผู้บริหารกับฝ่ายเอกสารต้องนอนด้วยกันเพราะเฉลี่ยห้องแล้วมันไม่พอ หึ หึ เสร็จแน่!!!จะเอาให้เช้ามาจดงานไม่ไหวเลย”

“วันนั้นจะขอลาป่วย คอยดู!!!”

“โอ้ ไม่มีใครกล้าให้ลาหรอก เพราะอัศวะใหญ่สุด เห้อเกิดเป็นผู้บริหารนี่มันดีจริงๆน้า”

“ไม่เอาอ่ะ อาทำทีไรก็ทำนานจนสะโพกขัดไปหมดเลย ไม่ปวดขาก็ปวดหลัง ละพอเช้ามาพี่เลขาก็ถามว่าไปทำไรมาทำไมเดินแปลกๆ มันน่าอายนะรู้มั้ย”

“บอกไปสิว่าโดนผู้บริหารลงโทษมา ฮ่าๆ”

“จะบ้าไง้ ใครจะไปบอก!!!!”

ตะโกนลั่นหน้าแดงจัดซ้ำยังดิ้นไปไหนไม่ได้เพราะอัศวะทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดทับเมธไว้แถมยังกดข้อมืออีกฝ่ายได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างสบายๆ ร่างสูงนอนตีขาฮึมฮัมเพลงในคอร้องเป็นจังหวะสบายใจ ต่างกับเมธที่ตอนนี้ถ้าพ่นไฟได้คงทำไปแล้วแค่ดิ้นให้หลุดยังหมดปัญญา แต่แท้จริงแล้วในใจมันทั้งดีใจและมีความสุขที่ชายตรงหน้าตกเป็นคนรักและคู่ชีวิต เมธมีความสุขอยู่ลึกๆถึงจะไม่ได้บอกออกไปว่ารักแค่ไหนเพราะเพียงแค่ทุกๆวันมีกันและกันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้ว…

1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลยhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

โง้ยยยยยยยยยยยยยย น้องเมธ ทำไมหนูปีกกล้าขาแข็งแบบนี้ลูก

ปล. คู่นี้มาแบบแหวกแนว แต่งนิยายพยายามให้แต่ละคู่มีคาแลคเตอร์ที่แตกต่างกัน ได้ไม่เบื่อ

2017-02-21

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว