ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#04 ลูกสมุนนัมเบอร์วันน่ะ เป็นเซ็ตติ้งของเกมอันแสนสะดวกสะบายแต่ไม่เคยถูกใช้งานล่ะ!

ชื่อตอน : #04 ลูกสมุนนัมเบอร์วันน่ะ เป็นเซ็ตติ้งของเกมอันแสนสะดวกสะบายแต่ไม่เคยถูกใช้งานล่ะ!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2560 14:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#04 ลูกสมุนนัมเบอร์วันน่ะ เป็นเซ็ตติ้งของเกมอันแสนสะดวกสะบายแต่ไม่เคยถูกใช้งานล่ะ!
แบบอักษร

 

 

Chapter#04

 

ลูกสมุนนัมเบอร์วันน่ะ เป็นเซ็ตติ้งของเกมอันแสนสะดวกสะบายแต่ไม่เคยถูกใช้งานล่ะ!

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

ผม – อาซาเซล เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือไทม์สคิปจนอายุ 5 ขวบแล้วล่ะครับ!

 

เพราะงั้นตอนนี้ก็เริ่มต้นฝึกร่างกายขั้นแอ๊ดวานซ์แล้วด้วยล่ะ!? แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เรียกว่าสำคัญอย่างหนึ่งปรากฎขึ้น! นั่นก็คือการปรากฎตัวของลูกสมุนนัมเบอร์วัน! ไม่จำเป็นต้องถ่อไปตามหามาด้วยตัวเอง แต่นี่น่ะเป็นเซ็ตติ้งอันแสนสะดวกสบายของเกมล่ะ!?

 

จริงๆ แล้วอาซาเซลน่ะเป็นตัวร้ายที่มีเซ็ตติ้งชั้นยอดเตรียมพร้อมไว้อยู่รอบกายอย่างสมบูรณ์แบบ สมกับเป็นท่านจอมมารของโลก ผู้จะครอบงำให้โลกใบนี้ตกลงสู่ยุคมืดของสงคราม....

 

––––นอกจากจะหน้าตาดี สเกลความสามารถก็ยังรอบตัวครบทุกด้าน นับว่าเป็นพวกตัวละคร Hi-spec อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แถมสภาพแวดล้อมรายรอบตัวของเขาก็ยังเอื้อประโยชน์ต่อการยึดครองโลกอย่างถึงที่สุดเลยอีกด้วย

 

ใช่แล้ว ในความเป็นจริงนั้นอาซาเซลได้มีลูกสมุนอยู่ข้างกายเต็มไปหมด แต่เพราะว่าเขาเป็นโอเระซามะผู้โดดเดี่ยว *อีโมติค่อนยักไหล่ถอนหายใจ* ก็เลยไม่เคยจะใช้ประโยชน์ลูกสมุนของตัวเองให้คุ้มค่าเลยสักนิด

 

เขาเป็นทั่นจอมมารผู้ลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ก็เลยเก่งกาจไปซะทุกด้าน แต่ดันไม่เห็นหัวใคร ไม่ไว้ใจใครไปด้วยเสียอย่างนั้น

 

เขาหลงรักนางเอกก็เพราะว่านางเอกแสดง “ความภักดี” ต่อเขา เพราะเธอเดินเข้ามาในป้อมปราการของเขา เขาจึงยอมเปิดใจให้เธอยืนอยู่เคียงข้างเขา

 

ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่แล้วล่ะว่าอาซาเซลถูกเคารพนับถือและเยินยอจากคนรอบตัวมากเกินไปหน่อย ยิ่งพออยู่มาเป็นปีๆ ก็ยิ่งมั่นใจแล้วล่ะ

 

––––ไม่เคยมีใครกล้าเรียกชื่อของผมตรงๆ เลยสักคน

 

แม้กระทั่งพ่อแม่เอง ก็ยังเรียกลูกชายคนนี้ของพวกเขาด้วยความเคารพนับถือว่า “ท่านอาซาเซล” หรือไม่ก็ “นายท่าน” ไม่ก็ “ท่านชาย”

 

อาซาเซลถูกผลักดันให้ยืนอยู่ในจุดสูงสุดตั้งแต่เกิด เป็นความโดดเดี่ยวที่มาพร้อมความสูงศักดิ์อย่างไม่มีใครเทียบเคียงได้ เพราะแบบนั้นเขาเลยไม่แม้แต่จะแยแสเลยที่จะก่อสงครามขึ้นล้างโลก ไม่สนว่าใครจะเป็นจะตายจะต้องทุกข์ทรมานกันสักเท่าไหร่ เพียงเพื่อความแค้นแต่อดีตนานแสนนานที่เขาได้รับสืบต่อเจตนารมย์มาเท่านั้น

 

อาซาเซลไม่เคยมองเห็นใครสำคัญ เพราะไม่เคยมีใครเดินเข้ามาในโลกของเขา

 

ทุกคนผลักเขาออกไป เชิดชูไว้บนหอคอยสูงส่ง... เดียวดาย....

 

อาซาเซลจึงไม่เคยไว้ใจใคร แม้แต่คนข้างตัว เขามักจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองถ้าเป็นไปได้ ชอบที่จะไปไหนมาไหนคนเดียว และไม่พึงใจที่จะให้ใครมารับรู้ว่าเขากำลังทำอะไรสิ่งใดอยู่ เชื่อมั่นในตัวเองอย่างสูงสุด และก็มองตัวเองยืนอยู่ในจุดสูงสุดของโลกอีกด้วย

 

––––แต่นั่นก็คืออาซาเซลในเกมไม่ใช่ตัวผม

 

ผมยอมรับว่าการที่พวกเขาเชิดชูเคารพนับถือผมนั้นก็ทำให้ตัวผมนิสัยเสียไปด้วยอยู่เหมือนกัน แต่เพราะเดิมทีก็มีความทรงจำของผู้ใหญ่ติดตัวมาด้วยอยู่แล้ว ก็เลยไม่อาการหนักขนาดเขาคนนั้นตัวจริงล่ะนะ

 

โดยเฉพาะเวลาที่เห็นพวกเขาโค้งๆ หมอบๆ กันให้ซะขนาดนั้นน่ะ บางทีก็จะหงุดหงิดจนอยากจะทำโทษใครสักคนขึ้นมาซะเฉยๆ เอาด้วยล่ะ (แต่ก็พยายามเก็บจิตใจด้านมืดนี้ไว้อย่างมิดชิดล่ะนะตัวผม)

 

เดิมทีตัวผมในชาติที่แล้วน่ะก็เป็นพวกปากร้าย ขี้รำคาญ อารมณ์ร้อนอยู่แล้วด้วย

 

(อดีต)แฟนสาวยังบอกอีกด้วยว่าผมน่ะเป็นพวกเข้าถึงยาก จนดูเหมือนกับว่าหยิ่งแล้วก็ดูถูกคนอื่นอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ (ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ!) แถมยังอารมณ์แปรปรวนอีก ถึงแบบนั้นก็จะใจดีกับคนที่สนิทไว้ใจด้วย...

 

คิดไปแล้วเดิมทีนิสัยบางส่วนของผมก็มีส่วนที่คล้ายคลึงกับคุณตัวร้ายคนนี้อยู่เหมือนกัน ค่อนข้างจะไว้วางใจได้ว่าผมโตไปคงไม่ทำภาพลักษณ์ในเกมของหนุ่มหล่อผู้ชั่วร้ายคนนี้เสียหายล่ะนะ

 

ตัวผมที่เป็นเด็กห้าขวบนี้ เพราะใช้ชีวิตอยู่ในฐานะของอาซาเซลมาตลอด ก็เลยไม่เคยจะได้เล่นทำตัวสมกับเป็นเด็กๆ อย่างคนอื่นเขา ไม่หัวเราะ ไม่ยิ้ม ไม่ล้อเล่นสนุกสนานอยู่กับใคร เดินผ่านใคร ใครคนนั้นก็เป็นอันต้องหยุดก้มหน้าโค้งตัวลงอย่างเคารพสูงสุดกันเป็นแถว

 

––––หนักกันถึงขั้นจะหมอบกราบแล้วล่ะ

 

...ไอ้นี่น่ะ หลังจากหกขวบน่ะมันจะยิ่งอาการหนักกันกว่านี้อีกนะ พวกคนรอบตัวผมนี่น่ะ ไอ้ความเคารพนับถือซะจนเกินพอดีนี่!

 

แต่ตอนนี้ผมน่ะอนุญาติให้คนคนหนึ่งคอยติดตามอยู่ข้างกายได้ตลอดเวลา

 

ใช่แล้ว~ คุณนัมเบอร์วันยังไงล่ะ~

 

เขาก็คือลูกสมุนหมายเลขหนึ่งของอาซาเซล ความจริงแล้วเป็นคนที่ภักดีต่อตัวร้ายหรือก็คือจอมมารแห่งโลกเกมผู้นี้อย่างสูงสุดชนิดไม่มีใครเทียบเคียงได้ ...แม้กระทั่งคุณนางเอกก็ตามที

 

(ถึงจริงๆ แล้วผมคิดว่านางเอกน่ะทรยศอาซาเซลอยู่หลายอยู่หลายครั้งเลยก็ตามเถอะ เพราะแบบนั้นผมถึงไม่ไว้ใจเธอไง?)

 

แต่เพราะในเนื้อเรื่องเกมเขาไม่ได้แสดงมันออกมา และอาซาเซลก็ไม่เคยได้สนใจ

 

––––พวกเขาจึงถูกกีดกันออกไปอยู่คนละโลก

 

อาจจะพูดได้ว่าอาซาเซลในเกมทั้งรักทั้งชังคนคนนี้ลึกๆ ในใจก็ว่าได้

 

[เอลิออตเต้] หรือก็คือพี่ชายแท้ๆ ร่วมสายเลือดเดียวกันกับคุณตัวร้ายคนนี้นี่เอง ...ถึงจะเป็นพี่ชาย แต่เอลิออตเต้ หรือสั้นๆ ก็คือเอลิออธ (ก็เอลิออตเต้มันยาวไปนี่...) นั้นไม่เคยแสดงความสนิทสนมหรืออ่อนโยนอบอุ่นแบบที่ครอบครัวควรจะเป็นต่ออาซาเซลเลยสักครั้ง

 

เขาเองก็เคารพนับถืออาซาเซลแบบเดียวกันไม่ต่างไปจากคนอื่นๆ

 

อาซาเซลเกลียดความจริงข้อนี้ และนั่นทำให้แม้แต่ครอบครัวก็ยังเป็นสิ่งแปลกหน้าสำหรับเขา

 

ต่างกันกับอาซาเซลผู้มีเส้นผมสีบลอนด์แพลตตินั่มสว่างไสว คุณพี่ชายนั้นมีเรือนผมสีนกกาเข้มสนิทราวกับยามราตรี ต่างกันกับดวงตาคู่งามสีไอซ์บลูบริสุทธิ์และเย่อหยิ่ง ชายคนนั้นมีดวงตาสีอำพันเข้มลึกล้ำเหมือนห้วงรัตติกาล

 

––––ความแตกต่าง ความแปลกแยก...

 

ท่ามกลางผู้คนซึ่งมีเส้นผมและดวงตาสีเข้มแบบเดียวกันกับเอลิออธ มีเพียงอาซาเซลเท่านั้นที่ส่องประกายสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ในฤดูหนาว

 

...สุดท้ายมันก็ได้กลายเป็นโดดเดี่ยว

 

พูดไปแล้วพวกตระกูลเซเลเวียนน์น่ะเป็นพวกมีปัญหา... แต่เอาเถอะ ผมก็คือตัวผม อาซาเซลในเกมนั้นโดดเดี่ยว แต่ผมน่ะ เพื่อที่จะรอดชีวิตแล้ว ต่อให้ต้องเอาเชือกไปมัดเจ้าพวกลูกสมุนลากไว้กับตัวผมก็จะทำ!!

 

และตอนนี้หมอนั่นก็ปรากฎตัวแล้ว เจ้าลูกสมุนคนแรก เฮะๆๆๆๆ

 

 

เอลิออธ หรือเจ้านัมเบอร์วัน หมอนี่น่ะอายุมากกว่าอาซาเซลอยู่ 8 ปี ดังนั้นตอนนี้ที่ผมอายุ 5 ขวบ เขาก็อายุได้ 13 ปีแล้ว ถือว่าเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วในโลกใบนี้ และก็กำลังดำรงตำแหน่งเป็น “พ่อบ้าน” ประจำตัวของตัวร้ายอันดับหนึ่งผู้นี้อีกด้วย

 

––––ตรงตามเซ็ตติ้งของเกมเป๊ะๆ

 

ใช่แล้ว พวกเขาเป็นพี่น้องที่เพิ่งจะเคยเจอหน้ากันครั้งแรกตอนที่คนหนึ่งอายุห้าขวบ และอีกคนก็อายุสิบสามขวบ มันเป็นความห่างเหินกันแบบนั้นล่ะ

 

และถึงอาซาเซลจะเป็นลูกชาย แล้วก็เป็นน้องชาย แต่เขาก็ไม่สามารถเรียกผู้ให้กำเนิดว่าพ่อแม่ได้ และยังไม่สามารถเรียกพี่ชายของเขาว่าพี่ชายได้

 

เช่นเดียวกันกับที่เอลิออธไม่มีสิทธิ์เรียกหาอาซาเซลเหมือนน้องชายเช่นพี่น้องคนอื่นๆ

 

ครั้งแรกที่ทั้งสองได้พบหน้ากันก็คือตอนที่เอลิออธจะมาเป็นพ่อบ้านประจำตัวให้กับอาซาเซล อ่า.. ฉากที่ผมเจอกับเอลิออธครั้งแรกก็เป็นฉากเดียวกันนี้เหมือนในเกมเลยล่ะ นี่คือเซ็ตติ้งตายตัวของเกม หรือก็คือโลกใบนี้สินะ

 

นี่ล่ะคือสิ่งที่ผมกลัว–––

 

––––กลัวว่าสิ่งที่ถูกเกมเซ็ตเอาไว้นั้นอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้น่ะสิ

 

แต่ยังพอมีเวลาอยู่....

 

ผมพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์กับบุคคลรอบตัว แต่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ สุดท้ายก็เลยตัดใจแล้ว และคิดว่าลงความพยายามทั้งหมดใส่ไปกับคุณพี่ชายคนนี้แทนน่าจะดีกว่า

 

ถ้ามันสำเร็จ หนทางรอดในอนาคตของผมก็จะเพิ่มมากขึ้นล่ะ

 

“เอลิออธ ฉันอยากออกไปจิบชาที่สวนสักหน่อย”

 

เพราะคิดถึงเรื่องอนาคตขึ้นมาก็เลยชักจะหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะงั้นเลยหันไปหาคนข้างๆ ที่ยืนนิ่งอยู่อย่างเรียบร้อย ..ไปนั่งจิบชาชมดอกชมไม้รับลมเย็น เข้าคู่กับขนมหวานหน้าตาน่ากินสักหน่อยก็คงจะดี

 

“ขอรับ ท่านอาซาเซล กระผมจะให้พวกเมดเตรียมชุดน้ำชาและขนมทานเล่นไว้ให้เดี๋ยวนี้” คุณพี่ชายยิ้มบางๆ ตอบรับด้วยประโยคมาตรฐาน ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญผมออกไป

 

ผมปรายตามองเขานิ่งอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนจะหมุนร่างเดินเชิดหลังตรงอกผายไหล่ผึ่งออกจากห้องไปโดยมีเขาในชุดพ่อบ้านเรียบหรูตามมาติดๆ

 

แค่กกกก...! ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะแสดงท่าทีอะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่ดูเหมือนว่ามันอาจจะฝังลึกอยู่ในเส้นเลือดของร่างนี้ไปแล้ว เพราะทุกคนชอบก้มหัว ผมก็เลยช่วยเชิดคางขึ้นให้ เอามาผสมๆ คนๆ รวมกันแล้วจะได้ได้ความพอดีไง?

 

อ่า... โทษที มันไม่ขำสินะ?

 

ผมก็ไม่เคยคิดว่าเพียงแค่อาศัยอยู่ในฐานะอาซาเซลเพียงแค่ 5 ปีจะทำให้ผมกลายเป็นไอ้หนูสุดหยิ่งนี่ไปได้ขนาดนี้ กลายเป็นเด็กน้อยหน้าตาน่ารักผู้เย่อหยิ่งจองหอง แต่ความเย่อหยิ่งนั้นกลับไม่ได้ทำให้ดูน่าหมั่นไส้ แต่ดูราวกับว่าสมควรแล้วที่เขาจะมีท่าทางเช่นนี้

 

ใช่–– พูดให้ถูกมันก็คือท่าทีงามสง่าของเด็กน้อยวัยห้าขวบล่ะ~

 

ดีจังเลยนะ... ผมน่ะชาติที่แล้วก็หน้าตาดูหยิ่งๆ เหมือนกัน แต่ไม่เห็นเหมือนร่างนี้เลย ทำไมเป็นอาซาเซลแล้วถึงไม่น่าหมั่นไส้ล่ะ... สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมจริงๆ พวกคุณไม่รู้หรอกว่าชาติที่แล้วผมก็ต้องประสบโศกนาฏกรรมเพราะหน้าตาเหวี่ยงๆ ไม่เป็นมิตรและชวนหมั่นไส้ของตัวเองมามากแค่ไหน... ฮึก!

 

อาซาเซล! ไอ้เจ้าร่าง Hi-spec! ที่ถึงจะหยิ่งก็ยังดูดี นายมันคือความไม่ยุติธรรม!

 

นี่น่ะคือพลังของโอโตเมะเกมเหรอ... Y_Y

 

 

อา คิดไปแล้วผมก็สงสัยจังว่าโตขึ้นไปผมจะกลายเป็นแบบไหน?

 

ตอนที่แอบฝึกยิ้มที่หน้ากระจกน่ะ ก็ค้นพบแล้วว่ารอยยิ้มของผมนั้นไม่มีความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ แฝงอยู่แม้แต่นิด Orzllll ––––ลาก่อนความสดใสในวัยเยาว์ ถึงแม้ว่าตัวผมจะเพิ่งอายุแค่ห้าขวบก็เถอะ

 

รอยยิ้มของอาซาเซลน่ะ (ก็คือผมนั่นแหล่ะ) ถ้าไม่เย่อหยิ่ง ก็เหยียดหยาม หรือไม่งั้นก็ดูร้ายกาจและเฉยชาล่ะ

 

––––เป็นเด็กน้อยที่มีรอยยิ้มเฉกเช่นปีศาจร้ายโดยสมบูรณ์....

 

....ใช่สิ ไม่ว่ายังไงผมก็คือตัวร้าย เป็นจอมมารของโลกใบนี้ล่ะสินะ

 

ชาติที่แล้วผมก็มีแต่รอยยิ้มประเภทที่น่าหมั่นไส้พวกนี้ มาชาตินี้ยังจะหนีไม่พ้นอีกหรือไงกัน.......

 

 

ผมรู้สึกหดหู่ใจจริงๆ นะ ตอนที่หย่อนก้นลงกับเก้าอี้หรูพร้อมชุดโต๊ะเข้าคู่ที่เอลิออธช่วยยกเก้าอี้ออกให้ อา ที่นี่น่ะก็คือสวนส่วนตัวซึ่งเป็นเขตหวงห้ามของผมโดยเฉพาะภายในคฤหาสน์ล่ะ รู้มั้ย~ ผมน่ะมีสวนสี่ฤดูเป็นของตัวเองเพียงคนเดียวด้วยนะ~

 

อื้ม~ รู้สึกคิดถูกจริงๆ ที่ตัดสินใจมาที่สวน สวยจนแค่นั่งมองน่ะก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาได้เลยล่ะ

 

เป็นธรรมชาติที่ดีจริงๆ ...และจะดีกว่านี้มากเลยถ้าทำเมินๆ เจ้านั่น นั่นๆๆๆๆ ที่ยืนบังต้นไม้เขียวๆ จากสายตาของผมเนี่ย!

 

ไอ้เจ้านั่น นั่นๆๆๆๆ ที่ว่ามันคือใครอย่างนั้นเหรอ? มันก็คือเหล่าสาวเมดและคุณบัทเลอร์ที่ยืนต่อแถวเรียงรายอยู่อย่างเรียบร้อยตลอดสองข้างทางรอบกายผมนี่ไง -*-

 

"จะรับชาและของว่างเลยมั้ยขอรับ?"

 

เอลิออธ หนึ่งในเจ้าร่างที่ยืนบดบังสวนสีเขียวสวยๆ ของผมถามด้วยรอยยิ้มเล็กยิ้มน้อย เอาเถอะ ผมก็ชักหมดอารมณ์จะชมสวนแล้วล่ะ เลยพยักหน้าให้ไปส่งๆ เอลิออธเห็นแค่นั้นก็เหมือนจะเข้าใจได้ทันทีว่าผมเริ่มจะอารมณ์ไม่ดีนิดหน่อย เลยรีบเรียกเมดสาวให้มาเสิร์ฟของว่างโดยเร็ว

 

 

เมดสาวผู้มีกิริยาสำรวมงามสง่าคนหนึ่งรีบเดินเข้ามา เธอเข็นรถเล็กๆ บรรทุกชุดน้ำชาและขนมทานเล่นมาจอดวางไว้ข้างๆ โต๊ะ จัดวางอย่างสวมงามเรียบร้อยโดยไม่เกิดเสียงหรือมือสั่นแม้เพียงนิด

 

พอพวกมันถูกจัดวางบนโต๊ะจนเสร็จ ผมก็กวาดตามองไปทั่วๆ อืม....อันไหนดีนะ... อ้ะ..! สโคนนั่นน่ากินจัง! และแล้วสโคนที่ผมเล็งไว้ก็ถูกยกขึ้นมาวางให้ตรงหน้าโดยคุณพ่อบ้านเอลิออธที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม ...แหม นายนี่มันใช้ได้ รู้ใจผมดีจริงๆ แบบนี้สิถึงจะอยู่กันยืดๆ

 

 

            ระหว่างที่กำลังแทะๆ สโคนไป ของหวานๆ นี่ก็ช่วยทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้น แต่พอเงยหน้ากวาดสายตามองใบหน้าเรียบเฉยสำรวมกายวาจาใจไร้รอยยิ้มของทุกคนที่นี่แล้ว อารมณ์ก็พลันดิ่งร่วงหล่นไปอีกรอบเอาเสียได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ ผมชักไม่ค่อยแปลกใจกับใบหน้าเรียบเฉยนี่ของตัวเองแล้วเหมือนกันล่ะ

 

 

            ก็เพราะทุกคนเล่นไม่ยิ้มกันแบบนี้ ทำหน้าทื่อเป็นหุ่นกระบอกไปได้ แล้วจะให้ตัวผมที่เห็นแต่คนหน้านิ่งทั้งวัน ทุกวัน ยิ้มออกมาเหมือนคนบ้าน่ะคงจะต้องไปพบหมอเข้าแล้วจริงๆ ล่ะแบบนั้นน่ะ – ดังนั้น – ตอนนี้น่ะผมปกตินะ ถึงจะเป็นเด็กห้าขวบที่ไม่ยอมยิ้ม (ยกเว้นอยู่หน้ากระจก) ก็เถอะ

 

            อ้ะ..! แต่เอลิออธที่ิยิ้มบ่อยๆ แบบนั้นน่ะ แสดงว่าไม่ปกติสินะ?

 

 

            “น้ำชาขอรับนายท่าน”

 

            ....พูดถึงนิดเดียวก็มาพอดีเลย ตายยากซะจริง

 

 

            เอลิออธยกแก้วน้ำชากระเบื้องเคลือบทองแท้หรูหราไฮโซมาให้ที่เบื้องหน้า ผมวางมือจากสโคน หันไปสนใจของที่เพิ่งถูกวางลงใหม่แทน ชะโงกหน้ามองเข้าไปในถ้วย สบตากันกับเงาสะท้อนของตัวเองบนผิวน้ำชาสีออกแดงนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

            “วันนี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็น กระผมเลยจัดเตรียมชากุหลาบไว้ให้แทน เลือดลมไหลเวียนสะดวก ดีต่อสุขภาพนะขอรับ” เขาคลี่รอยยิ้มบางๆ เมื่อเห็นผมเพียงก้มลงมองถ้วยชานิ่งๆ ...เขาคิดว่าผมกำลังแปลกใจอยู่เหรอ?

 

            อ่า.. แต่จริงๆ ก็แปลกใจอยู่จริงๆ นั่นแหล่ะ

 

            ปกติแล้วเอลิออธน่ะมักจะเตรียมพวกชาผลไม้ไว้ให้ผมซะมากกว่า อาจจะเพราะจะเอาใจผมที่ยังเด็กอยู่หรือเปล่านะ? แต่วันนี้กลับเป็นชากุหลาบแทนสินะ... รู้สึกว่าจะเป็นชาที่นิยมในหมู่ผู้หญิงซะมากกว่า แต่ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก

 

            ยกชาขึ้นจิบนิดๆ หลังชื่นชมกลิ่นหอมติดเย้ายวนเย่อหยิ่งของกุหลาบนั้นจนพอใจ รสชาติก็โอเคล่ะมั้ง? ก็ไม่ได้ไม่ชอบอะไรหรอก ผมวางแก้วลง เตรียมที่จะเล็งขนมหวานอร่อยๆ ชิ้นต่อไปที่จะลงมาสู่กระเพาะของผมล่ะนะ!

 

            ...แต่พอเงยหน้าขึ้นมา ก็มองเห็นใบหน้าดูดีประดับรอยยิ้มบางจนแทบมองไม่เห็นของเด็กที่ดูจะโตกว่าวัยคนนั้น, คุณพี่ชายพ่อบ้านของผมนี่เอง~ ...ว่าแต่พอสบดวงตาคู่นั้นแล้ว ก็คล้ายกับว่าจะคิดอะไรขึ้นมาได้

 

 

            เหมือนจะเคยได้ยินจากปากของยัยนั่นมาว่า–––

 

––––เอลิออตเต้น่ะจริงๆ แล้วเอาใจใส่อาซาเซลเป็นอย่างมาก จนแทบจะเป็นโลกทั้งใบเลยก็ว่าได้ แต่เพราะเป็นพวกแสดงออกไม่เก่ง และถูกอบรมมาว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าน้องชายคนนี้แล้วจะต้องสำรวมกิริยา ไม่แสดงท่าทีอะไรกระโดกกระดากออกไปให้ผมคนนี้รำคาญใจ เพราะงั้นก็เลยได้แต่ทำตัวนิ่งๆ ตลอดเวลา...

 

            นั่นสินะ แต่เขาก็ยังเป็นแค่เด็กนี่นะ?

 

...สกิลโป๊กเกอร์เฟซนั่นน่ะยังไม่ชำนาญเหมือนกับเอลิออธวัยหนุ่มที่ผมคุ้นเคยเลยสักนิด

 

––––อ่านง่ายชะมัด

 

            ผมสบตากับเขา มองเห็นความคาดหวังลึกๆ ในนั้น.. ต้องชมสินะ? ผมต้องเอ่ยชมออกไปใช่มั้ย?

 

 รู้แล้วน่า! จะช่วยชมให้เดี๋ยวนี้แหละ! แล้วก็เอาของหวานมาสังเวยผมด้วย! ตอนนี้อยากกินทาร์ตแอปเปิ้ลอันนั้นล่ะ! โง้ยยยยยย..ยย.ย กลิ่นหอมมากเลยยย ถ...ถึงจะเป็นร่างท่านอาซาเซลผู้สง่างามก็เถอะ ผมก็ยังอยากจะเอาแก้มลงไปน้วยๆ กับมันด้วยความรักเลยจริงๆ ทาร์ตแอปเปิ้ลจ๋า~

 

––––แฮ่ม! แต่ก่อนหน้าต้องปราบบอสเอลิออธผู้เฝ้าสมบัตินี่ด้วยสกิลชมเชยซะก่อน

 

กดใช้สกิลล่ะนะ! [Praise] !!

 

 

            “ชานั่น... รสชาติไม่เลวเลย” พูดกันตรงๆ แล้วผมเป็นพวกดื่มชาไม่เป็น หรือให้พูดตรงๆ กว่านั้นก็คือเป็นพวกลิ้นจระเข้น่ะ.. ดังนั้น... ก็เลยได้แต่เอ่ยชมออกไปอย่างทื่อด้านแบบนี้นี่แหล่ะ นี่ ถ้าจะให้ผมวิจารญ์เรื่องรสชาติอาหารน่ะ รอให้ฟ้าถล่มลงมาก่อนเถอะ

 

อย่างขนมหวานนั่นน่ะ จริงๆ ก็แยกรสชาติไม่ค่อยถูกหรอกนะว่าอร่อยไม่อร่อย แต่ผมเสพย์แค่กลิ่นและหน้าตาอันงดงามของมันก็สุขใจแล้ว! ฮือออ ก็ขนมหวานน่ะมันน่ากินจะตายไปนี่นา!

 

 

อ่า... แต่ว่า..พอเห็นเขาแบบนี้แล้ว... เอลิออธวัยสิบสามปีที่กำลังมองมายังผมและฟังคำชมเชยนี้อยู่อย่างตั้งใจด้วยดวงตาไม่กระพริบนั่นแล้วนั้น....

 

อ-อึ่ก! ร่ะ..รู้แล้วน่า! จะ..จะชมให้อีกนิดนึงก็ได้!

 

 

            “ดีมากเลยล่ะ...ขอบใจนะ”

 

            ก็นะ...พูดห้วนๆ ไปน่ะคงจะไม่ดีใช่มั้ยล่ะ?

 

––––ถึงจะค่อนข้างคัดค้านกับจิตใจของอาซาเซลผู้เย่อหยิ่งคนนี้อยู่บ้าง แต่พอพูดคำนั้นออกไปแล้วดวงตาคู่นั้นของเขาระยิบระยับได้ถึงขนาดนั้นแล้วก็รู้สึกว่ามันก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่

 

            “ไม่เป็นไรขอรับ ดีจริงๆ ที่ท่านชอบ” เขายิ้ม ดูจะปลื้มปริ่มเอามากเลยทีเดียว หมอนี่น่ะ เวลาเอ่ยชมไปทีไรก็ชอบทำตัวเหมือนสุนัขไม่มีผิดเลยล่ะ รอยยิ้มโง่ๆ แบบนั้นน่ะ อย่าให้พวกพระเอกเห็นเชียวนะ เดี๋ยวพวกเขาจะกล่าวหาเอาได้ว่าทีมตัวร้ายของเราน่ะสติปัญญาแปรปรวน

 

            ...โดยที่ไม่รับรู้ถึงความคิดในใจของผม เอลิออธคุงยังคงยิ้มปริ่มออกมาอย่างปลาบปลื้ม ก้มลงมองชากุหลาบ เงยขึ้นมามองหน้าผม ก้มกลับไปมองยังชากุหลาบ แล้วก็หันกลับมามองหน้าผมอีกที

 

            ––––อะไรกันล่ะนั่น?

 

            หยั่งกับมีนกรู้ รู้ว่าผมสงสัย เขาก็เลยเฉลยออกมาทันทีได้อย่างทันใจผม...

 

 

            “กระผมก็แค่คิดว่า...ท่านอาซาเซลน่ะ ช่างสง่างามและดูเป็นผู้ใหญ่จริงๆ เลยนะขอรับ”

 

            ...ก็จริงๆ ผมก็เป็นผู้ใหญ่นี่

 

            "เป็นท่านชายที่สง่างามอย่างเหนือผู้ใด สมกับเป็นแองเจิ้ลจริงๆ เลยล่ะขอรับ"

 

 

            ประโยคนั้นมาพร้อมกับแววตาวาววับและประกายคิระคิระรายรอบตัวคุณพ่อบ้านพี่ชาย–––

 

เฮ้! พี่ชาย เรื่องนี้น่ะมันเกี่ยวอะไรกันกับแองเจิ้ลหรือไง? ถึงผมจะคิดแบบนั้น แต่คุณพี่ชายวัยสิบสามขวบในชุดพ่อบ้านเรียบหรูซึ่งยืนอยู่ต่อหน้านายท่านตัวน้อยวัยห้าขวบที่ดูเหมือนแก๊งค์คอสเพลย์เด็กนี่ก็ได้แย้มยิ้มกว้างปากแทบจะฉีกถึงรูหู ท่าทีดูปลาบปลื้มเกินกว่าเหตุจนดูราวกับเสียสติออกมา

 

–––ไอ้หน้าตานิ่งๆ และรอยยิ้มบางเบาอย่างสำรวมกิริยานั่นของนายน่ะมันหายไปไหนแล้วหา?!

 

            แล้วนั่นมันอะไร? ทำไมรอยยิ้มปลาบปลื้มโง่เง่าแบบนั้นถึงได้เหมือนกลายเป็นโรคติดต่อ?? ลามไปหาพวกคนรับใช้คนอื่นๆ เสียอย่างนั้น!?!?

 

            “คุณเอวาเจลีนพูดถูกจริงๆ นายท่านนั้นเต็มไปด้วยความสง่างามและเป็นผู้ใหญ่กว่าเด็กวัยเดียวกัน สมยิ่งนักกับที่เป็นถึงแองเจิ้ลแห่งเซเลเวียนน์ กระผมที่เอาแต่เสิร์ฟแต่ชาผลไม้ให้ท่านนั้นนับว่าทำผิดพลาดไปแบบไม่น่าให้อภัยจริงๆ ขอรับ!

 

หา? เอวาเจลีน? นั่นชื่อคุณแม่ไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่คุณแม่ไปพูดอะไรกับคุณพี่ชายสมุนคนที่หนึ่งของผมกันน่ะครับ? แองเจิ้ลบ้าแองเจิ้ลบออะไรกัน สมองของพวกเขาน่ะถูกป่นจนเละไปหมดกันแล้วสินะ?

 

แล้วนาย–––เด็กสิบสามขวบที่ใช้คำพูดคำจาอะไรแบบนี้ออกมาน่ะมันช่างชวนให้รู้สึกขัดหูขัดตาและขนหัวลุกซะจริงๆ ช่วยทำตัวให้เหมือนเด็กอายุสิบสามแบบคนปกติๆ เขาทีจะได้มั้ย?

 

ตอนที่บ่นในใจอยู่นั้น อยู่ๆ เสียง “ตุบ!” ก็ดังขึ้น ผมมองคุณพี่ชายพ่อบ้านที่คุกเข่าลงไปกับพื้นเสียงดังอย่างไม่ทันตั้งตัว เขามีสีหน้าเจ็บปวดและทรมาน ทว่า...

 

“ได้โปรดลงโทษในความผิดพลาดนี้ของกระผมด้วยเถิดขอรับ! ท่านอาซาเซล!

 

...กลับแฝงไว้ซึ่งความคาดหวังและสุขสมอย่างแปลกประหลาด

 

–––น่ะ..

 

–––นาย..

 

–––นี่ พี่ชาย... นายคงไม่ใช่พวกมาโซฯ หรอกใช่มั้ย? คงไม่ต้องการโซ่ แส้ กุญแจมือ และเทียนไขใช่มั้ย?? คุณคงไม่ได้เป็นพวกคลั่งความเจ็บปวดหรอกเนอะ....!

 

–––บ้าจริง!!!

 

ผมน่ะ น้องชายของพี่คนนี้น่ะ! ถึงเดิมที(ในเกม)จะเป็นพวกโอเระซามะ แต่ก็ไม่ใช่พวกราชาราชินีเอสเอ็มที่จะหยิบแส้ออกมาเฆี่ยนตีและเอาเท้าเหยียบหลังแล้วหัวเราะกรีดร้องเสียงดังโฮะๆๆๆ หรอกนะครับ!?

 

ผมเป็นแค่เด็กห้าขวบผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับหิมะขาวเท่านั้น!!

 

––––เท่านั้นจริงๆ นะ !!!?

 

ดังนั้นช่วยปล่อยผมไปด้วยเถอะนะ! ช่วยละเว้นตัวผมไว้ในโลกอันปกติสุขที!!!

 

ถึงจะเป็นคุณตัวร้ายแต่ก็ยังมีศีลธรรมอยู่นะครับ!? ลำพังทุกวันนี้ก็ดูเป็นพวกแก๊งค์เด็กคอสเพลย์เป็นพ่อบ้านกับนายท่านตัวน้อยอยู่แล้ว นี่คุณยังคิดจะเล่นบทเอสเอ็มอีกด้วยหรือไง!!!?

 

โลกใบนี้น่ะมันจะบ้าบอเกินไปแล้ว!

 

เธอ––– ต้องเป็นเพราะเธอและเพื่อนๆ ของเธอแน่ๆ ที่กำหนดเซ็ตติ้งพิลึกกึกกือพวกนี้ให้แก่โลกใบนี้น่ะ! ย่ะ...ยัย—ยัยผู้หญิงคลั่ง2D!!!

 

 

 

ผมนั้นได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ ขณะปรายตามองเด็กชายซึ่งกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าอย่างเฉยชา –––––– ท่ามกลางสวนดอกไม้สวยในเขตสวนพฤกษาต้องห้ามสี่ฤดู สายลมพัดพากลีบดอกไม้ลอยพลิ้วไหว เราสองได้มองสบตากัน โดยมีเหล่าคนรับใช้นับสิบชีวิตยืนล้อมเป็นสักขีพยาน

 

            อา... ผมอยากตาย

 

            พระเจ้าครับ...

 

           …ได้โปรดเอาคุณพี่ชายพ่อบ้านหน้านิ่งผู้มีรอยยิ้มเรียบเฉยบางเบาคนเดิมกลับมาทีเถอะครับ!

 

–––––ได้โปรดดดด!!

 

 

 

 

 

 

 

 

//อัพแระคราฟฟุ =w=V คุณสมุนนัมเบอร์วันปรากฎตัวมาแบบสั้นๆ พอเรียกน้ำย่อย ค่อยๆ มารู้จักเขาไปด้วยกันนะ~ อาร์สคุงเพิ่ง 5 ขวบ ส่วนเอลิออตเต้ก็เพิ่งจะ 13 ยังเด็กน้อยๆ กันอยู่เลย เราจะรู้จักพวกเขากันไปนานๆ จนโตเป็นหนุ่มหล่อ แล้วจะได้รู้ว่าฮาเร็---แค่ก! ทีมตัวร้ายของอาร์สน่ะแซ่บ! มว๊าก!

ช่วงหน้าหน้านิยายเริ่มดูครึกครึ้นดีจัง เค้าล่ะตื้นตัน! กระซิก! แง้! นั่งพิมพ์ตอบคอมเม้นต์จนตาลายเลยล่ะจ้า 555

ปล.อาร์สคุงฝากมาบอกว่า "ผมน่ะจะไม่มีทางยอมเปลืองตัวตั้งแต่เด็กเด็ดขาด!!" ฟังแบบนั้นแล้วก็ได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ้มตอบใส่กลับไปว่า "งั้นแสดงว่าตอนโตก็ได้ใช่มั้ยจ๊ะ?" "!!!"

...คุณตัวร้ายผู้น่ารักมีสีหน้าซีดเซียว และใช้ดวงตาอันงดงามมองช้อนขึ้นมา "ผ...ผมเปลี่ยนใจตอนนี้ัทันมั้ยอ่ะ"

"เสียใจด้วยนะจ้ะ เค้าอัดเทปเสียงเอาไว้แล้วล่ะ... เทะเฮะ!" #108วิธีหลอกต้มตัวเอกผู้ไม่อยากวายให้ต้องวาย

--------------------------

ช่วงตอบเม้นท์~

MIdnightKori : อดใจไว้นะ! ก็อยากจะเผลอมือสั่น...ลงเลยให้ก่อนเวลาอยู่หรอกนะ แต่ถ้าทำแบบนั้นก็จะแต่งไม่ทันลงวันอื่นๆ กันพอดีนะสิ! ฮือออออ *ล้มลงคุกเข่าสิ้นหวังท่ามกลางฉากใบไม้ปลิว*

ไฟริน : ถถถถถ นางก็แค่สงสัยเฉยๆ ก็เห็น(อดีต)แฟนสาวชอบอ่อยหนุ่มคนอื่นทั้งๆ ที่ก็มีหนุ่มที่เล็งไว้แล้วนี่นา เลยถูกตบเลยมั้ยล่ะ 5555555 นั่นสินะคะ ฉากจบยันๆ ในโลก 2D น่ะมันฟินมาก แต่พอเป็นชีวิตจริงก็คงต้องขอลา... 555 ได้ยินมั้ยอาร์สคุง เก่งๆ แล้วก็รีบไปปราบหนุ่มๆ มาเข้าฮาเร็--แค่ก! มาเข้าทีมตัวร้ายซะนะ! "ม่ายยยยยยยย~ย" เสียงโหยหวนบางอย่างได้ดังแว่วมาอย่างไม่ยอมรับความจริง

Mhew_happy : นั่นสิเจ้าอาร์ส คนคนนั้นคือลูกสมุนหรือสมาชิกฮาเร็--แค่กๆๆ! กันแน่อ่ะ..? "ฮึ! มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าเป็นฮาเร็--แค่กๆ!! ยัยบ้า! อย่ามาทำให้สับสนนะ! มันก็ต้องเป็นลูกสมุนอยู่แล้วเซ่!!" คุณตัวร้ายได้โวยวายออกมา แต่ว่าบลูคนนี้น่ะไม่เชื่อเลยสักนิด ที่หลุดปากนั่นน่ะความต้องการลึกๆ ในใจสินะ อืมๆ เข้าใจแล้วล่ะ "ไม่ใช่โว้ยยยยยยยยยยย" ..เสียงนกเสียงกาน่ะ อย่าไปใส่ใจเลย ว่าแต่.. แล้วนายน่ะเมะหรือเคะกันล่ะ? "ไม่มันสักอันนั่นแหล่ะ!! หยุดยัดเยียดความวายให้ฉันกันสักที!!!" เฮ้อออ นี่ล่ะน้า~ คนไม่ยอมรับความจริง คนเขียนล่ะเหนื่อยใจจริงๆ

Poom Raweewan : นั่นสิ ที่เตรียมตัวมาน่ะ มันจะใช้การได้มั้ยนะนั่น? "มันก็ต้องได้สิ! ก็เป็นถึงการลงมือทำของท่านอาซาเซลคนนี้เชียวนะ!?" เสียงของเจ้าคนหลงตัวเองแถวนี้น่ะ อย่าไปฟังมันเลย

Yaluc_1100 : เลย 30 นาทีมั้ยก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ไหนๆ ก็เป็นถึงเมมเบอร์คนแรกทั้งทีจะอนุโลมให้เป็นพิเศษก็ได้ "ครับ? เมื่อกี้พูดว่ายังไงนะครับ?" เสียงของคุณ*ปี๊ป!*ที่อยู่ๆ ก็โผล่มาข้างหลังทำเอาต้องสั่นสะท้าน ไม่ ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรจริงๆ นะ ก็แค่พูดกันว่าอาร์สคุงวัยหกเดือนนี่น่ะ น่-น่ารักจริงๆ น้า~ "เหรอครับ..? *ยิ้ม* เอาเถอะ ผมจะยอมละเว้นให้สักครั้งก็แล้วกัน *ยิ้ม*" พอเห็นออร่าอันลึกลับและคุณ*ปี๊ป!*ได้จากไปก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา ขอเตือนจริงๆ นะ เขาน่ะอันตรายมากจริงๆ อาจจะมาโผล่ข้างหลังเมื่อไรก็ได้ก็ไม่รู้ แต่ไม่ต้องห่วง สำหรับเมมเบอร์ระดับพรีเมี่ยมของทีมอาร์สคุงแล้วล่ะก็ //รีบยัดบัตรกำนัลใส่มืออย่างว่องไว// รับบริการฟรี! ฮีลฟรีตลอดชีพจากคุณ*ติ๊ด!*ใกล้ตายแค่ไหนก็รักษาหายได้แน่นอนหายห่วง! #หา?! หรือถ้าตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายสุดๆ จริงๆ ล่ะก็ ตะโกนชื่อเขาออกมาดังๆ แทนก็ได้ คนนี้น่ะไว้ใจได้ ไม่ยันแน่นอน ปลอดจากสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์! //ชูนิ้วโป้ง

...zodeep... : จริงๆ ก็แอบเล็งอิมเมจไว้อยู่นะ...แต่แบบว่า ต้องรอกันสักนิด เอลิออตเต้น่ะรูปอิมเมจจะออกมาพร้อมกับอาร์สคุง (เป็นอิมเมจวัยเด็กทั้งคู่) หลังจากตอนที่ 7 เพราะคิดว่าปล่อยรูปอิมเมจหลังจาก Eliotte's Side ที่เขาเป็นคนเล่าเองคิดว่าน่าจะดีที่สุดล่ะค่ะ (ส่วนอาร์สน่ะก็แค่ตัวแถม.... แค่กกก!)

ลูมิเนต้า พระจันทร์ฟรุ้งฟริ้ง : อาร์สคุงเริ่มทำงานแล้วนะ ก็ลูกสมุนนัมเบอร์วันออกโรงแล้วนี่นา~ //ถึงจะยังคงเพ้อเจ้ออยู่เหมือนเดิมก็เถอะ *ปลง*

Dmongbanana : ขอใช้การ์ดส่งคุณไปร่วมออกกำลังกายท่าต้นไม้ด้วยกันกับอาร์สคุง //ปายันต์วาร์ปออกไป!?!

เรื่อยๆลอยๆ : ยอมขยันดีกว่ายอมตาย อาร์สคุงไม่ได้กล่าวไว้ ฮา~

kaopunb : นั่นสิ.. ถามแฟนสาวทำไมกันนะ? "ฉันก็แค่สงสัย ทำไม? มันผิดหรือไงเล่า!?" ดูเหมือนว่าคุณตัวร้ายจะชักรู้สึกเขินที่ถูกแซวถามเรื่องนี้หลายครั้งแล้วจนหัวเสียขึ้นมา โถ ถ้าไม่ผิดนายจะโดนตบมั้ยล่ะยะ? "..." ใครบางคนเถียงไม่ออก และก็รีบวิ่งหนีจากไปแล้ว/...ต้องยอมขยันอยู่แล้วค่ะ ไม่งั้นก็ตายสิคะ?! 5555 แต่แค่เปลี่ยนผ้าอ้อมสำหรับอาร์สก็เรื่องใหญ่นะ!

ProblemChild(有希) : ช่วยไม่ได้ที่จะฟุ้งซ่านล่ะนะ ก็เด็กหกเดือนน่ะมันไม่มีอะไรให้ทำนี่นา (ได้ข่าวว่าตอนนี้ 5 ขวบแล้วก็ยังเพ้อเจ้อฟุ้งซ่านเหมือนเดิ---- แค่ก!)

คิมดงจุน : "ถึงตัวจะเป็นเด็ก แต่สมองของผมนั้นเป็นผู้ใหญ่ ชื่อของผมก็คือ โค––– ย-ยัยบ้า! ยังจะมาบังคับให้ฉันเล่นมุกอะไรกันอีกล่ะหา!!?" โค--- เอ้ย! อาร์สคุงอย่างอแงไปเลย! ดีกัน?

Mina_Chu+Chu : คุณตัวร้ายเองก็อยากโตไวๆ เหมือนกันนะ แต่ว่า... มันดันมีอีเว้นท์ของเกมบังคับอยู่ตามรายทาง ต้องไปเก็บอีเว้นท์ก่อนทั่นพระเจ้าถึงจะยอมไทม์สคิปให้นะ อาร์สคุง! "ม่ายยย โหดร้าย! ทำไมแค่จะไทม์สคิปดีๆ สำหรับผมมันถึงยากเย็นอย่างนี้ล่ะ!? ผมน่ะก็อยากโตเป็นหนุ่มหล่อเร็วๆ นะ!" ...งั้นรีบๆ โตแล้วก็จัด nc ประเดิมซะเลยดีมั้ย? "ขอโทษครับ... ผมน่ะจะไม่บ่น ไม่ว่าอะไรอีกแล้ว ค่อยๆ โตก็ได้ครับ ผม..ผมก็ไม่ได้อยากโตเป็นหนุ่มอะไรเลยสักนิด!" อาร์สคุง>>> Orzlllll

เสือน้อยร่าเริง : กรี๊ดดดด เผลอตกหล่นไปเพราะตาลายตอนตอบเม้นท์ ขอโทษค่าาาาาา // เค้าว่าเจ้าสาวแหน่ะ สนใจมะอาร์ส ดูท่าจะมีคนร่วมลงขันออกเงินค่างานแต่งให้นายกันเยอะเลยนะถ้าจะเป็นเจ้าสาวน่ะ "ไม่เอา!! ฉันมีเงิน ฉันรวย! ฉันจะเป็นเจ้าบ่าววววว" ดิ้นๆๆๆๆ

MooK_KunG_Zaa : ขยันๆๆๆ เอ้าฮึ้บ!

nami : ถึงกับเรียกไปรับยาเลยเหรอ!? 55555555555 ไปดีมาดีนะลูกอาร์ส ถถถถถถถว์

Harm. : ยินดีต้อนรับค่า~ ขอบคุณสำหรับกำลังใจน้า~ จุ๊บๆ~

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น