ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 มือสีดำที่มองไม่เห็น

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 มือสีดำที่มองไม่เห็น

คำค้น : สืบสวน , โคนัน , จอมโจรคิด , กองปราบ , กองปราบฯ , กองปราบปราม , ตำรวจ , โจร , ไทย , ประเทศไทย , ตลก , กวน , ป่วน , แสบ , ฮา , บ้าบอ , แก๊ง , โรบินฮู้ด , เก่ง , ขโมย , รหัส , ปริศนา , เงื่อนงำ , ก่อการร้าย , ระเบิด , ตื่นเต้น , ระทึก , ตาย , แอคชั่น , บู๊ , เลือด

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 628

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2560 23:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 มือสีดำที่มองไม่เห็น
แบบอักษร

ตอนที่4มือสีดำที่มองไม่เห็น

 

สองหนุ่มหันมามองหน้ากัน แววตาบ่งบอกถึงความเป็นกังวล หลังจากได้ฟังคำตอบของคำถามแรกจากปากพนักงานหญิงทั้ง 4 ซึ่งควรจะเป็นเพื่อนสนิทของผู้สูญหายทั้ง 3 แต่กลับกลายเป็นแค่เพียงอดีตคนเคยสนิทกับเพื่อนร่วมงาน อันหมายความว่าพวกเธอไม่มีเพื่อนสนิท ที่พอจะรู้ความเป็นไปต่างๆ ในชีวิตเลย แน่นอนว่านั่นอาจทำให้การตามสืบคดีเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้นด้วย

เอ่อ... ครับ สรุปว่าคุณ 3 คนเป็นอดีตเพื่อนสนิท กับอีก 1 คนเพื่อนร่วมงานที่ได้พบเห็นคุณอรวรรณ ก่อนหน้าที่เธอจะหายตัวไปนะครับ” เอกพลยิ้มเจื่อนๆ ให้คนทั้ง 4 ขณะที่ธนูเตรียมสมุดบันทึกเล่มเล็กกับปากกาไว้สำหรับจดข้อมูลต่างๆ

ต้องขอโทษจริงๆ นะครับคุณตำรวจ ผมเองก็พยายามตามหาเพื่อนสนิทของพนักงานทั้ง 3 คนแล้ว แต่ก็มีแค่พนักงาน 4 คนนี้เท่านั้นครับ ที่พอจะทราบเรื่องส่วนตัวของผู้สูญหายน่ะครับ” คราวนี้ผู้จัดการโรงแรมเป็นฝ่ายยิ้มเจื่อนๆ ให้เอกพลบ้าง

ครับ ไม่เป็นไรครับ ผมจะพยายามรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ได้มากที่สุดครับ” นายตำรวจหนุ่มมือดีจากกองปราบฯ มองสีหน้าเป็นกังวลของผู้จัดการโรงแรม แล้วแอบสูดลมหายใจเข้าปอด เรียกขวัญกำลังใจตัวเอง จึงค่อยหันกลับไปหาพนักงานหญิงทั้ง 4 อีกครั้ง

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของทุกท่าน ผมจะขออนุญาตสอบปากคำพร้อมกันภายในห้องนี้ จะขัดข้องไหมครับ?” เขาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้จะรู้สึกว่าคดีนี้ชักจะส่อเค้าโหดหินขึ้นมา ตั้งแต่เริ่มต้นสืบสวนเสียแล้ว

ดีเสียอีกสิคะ พวกเราจะได้รีบกลับบ้าน เพราะนี่ก็เลยเวลาเลิกงานมามากแล้วนะคะ” เจ้าของผมซอยสั้นซึ่งคงจะเป็นอดีตเพื่อนสนิทของบุตรสาวคุณสุจริตคนใดคนหนึ่ง พูดขึ้นท่ามกลางการพยักหน้าสนับสนุนของเพื่อนพนักงานอีก 3 คนที่เหลือ

ครับ ถ้าอย่างนั้นขอให้ทุกท่านแจ้งชื่อ นามสกุลสักนิดนะครับ แล้วก็ขอให้บอกด้วยว่าเป็นเพื่อนของใคร เพื่อจะได้เป็นหลักฐานในการสอบปากคำ คู่กับสำเนาบัตรประชาชนที่ผมได้รับมาครับ” เอกพลบอกพยานทั้ง 4 ก่อนจะชำเลืองมองเอกสารในมือซึ่งได้รับมาจากผู้จัดการโรงแรม ระหว่างที่ฟังการแนะนำตัวของพวกเธอประกอบไปด้วย หลังจากนั้นการสอบปากคำก็เริ่มต้นขึ้น...

ทุกคนทำงานในช่วงเวลาเดียวกับผู้สูญหายทั้ง 3 คน ในวันที่พวกเธอหายตัวไป หรือก็คือเมื่อ 5 วันก่อนหน้านี้ใช่ไหมครับ?” ชายหนุ่มตั้งคำถามแรก พลางกวาดตามองพยานหญิงทั้งหมดตรงหน้า สีหน้าจริงจังเป็นการเป็นงาน

ดิฉันไม่ได้มาทำงานในวันนั้นค่ะ แต่ที่ถูกเรียกตัวมาด้วย ก็เพราะเคยเป็นเพื่อนสนิทของอรวรรณค่ะ” ทุกคนพากันตอบรับ ยกเว้นเจ้าของผิวคล้ำ ผมรวบยาวประบ่าซึ่งให้คำตอบแตกต่างไปจากคนอื่นๆ

โอเคครับ แล้ว... ทุกคนเป็นเพื่อนสนิทของผู้สูญหายคนใดคนหนึ่ง มานานแค่ไหนแล้วครับ?” เอกพลเริ่มต้นคำถามที่ 2

ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานที่นี่ค่ะ ก็... ประมาณ 1 ปีมาแล้วค่ะ” หญิงสาวเจ้าของหุ่นมะขามข้อเดียวตอบคำถามเป็นคนแรก เช่นเดียวกับสาวห้าวผมซอยสั้นซึ่งให้คำตอบแบบเดียวกัน

ของฉันก็ราวๆ นั้นค่ะ เพราะสองพี่น้องเขาเข้ามาทำงานไล่เลี่ยกัน”

คำตอบของเธอทำให้เอกพลและธนูได้รับรู้เพิ่มเติมว่า มีพยานที่รู้จักบุตรสาวทั้งสองคนของคุณสุจริตด้วย... นี่แสดงว่าพวกเขาคงเดินมาถูกทางแล้วสินะ!

เอ่อ... ส่วนดิฉันเป็นเพื่อนของอรวรรณ ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยค่ะ” พนักงานสาวเจ้าของผมรวบยาวประบ่าคนเดิม ตอบคำถามด้วยคำตอบที่แตกต่างออกไปอีกครั้ง

ดิฉันก็... เป็นเพื่อนของสมหญิงมา 20 ปีได้แล้วล่ะมั้งคะ” เจ้าของร่างผอมบาง ผู้อาวุโสที่สุดในบรรดาพยานทั้งหมด ตอบคำถามที่ 2 ของเอกพลเป็นคนสุดท้าย ด้วยอาการลังเลเล็กน้อย และเพราะคำตอบนี้เองที่ทำให้เกิดคำถามจากผู้กองหนุ่มตามมาอีก

เอ่อ... ขอโทษนะครับ คบกันมานานขนาดนั้น แล้วทำไมถึงเลิกเป็นเพื่อนกันเสียล่ะครับ?” ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ เป็นความรู้สึกเดียวกับธนูซึ่งละสายตาจากสมุดโน้ต เงยหน้าขึ้นมารอฟังคำตอบ

เขา... เริ่มทำอะไรไม่เกรงใจกันน่ะค่ะ บางทีก็พูดจาแบบไม่คิดถึงจิตใจคนอื่น ที่จริงก็เป็นมาตั้งนานแล้ว แต่พอต้องทนมากๆ เราก็ทนไม่ไหว” หญิงวัยกลางคนก้มหน้าตอบ ซ่อนแววตาที่เอ่อท้นไปด้วยหยาดน้ำ จากความรู้สึกมากมายที่ประเดประดังอัดอั้นอยู่เต็มอก

ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ ที่ถามเรื่องที่ทำให้สะเทือนใจ” เอกพลหน้าเจื่อน เมื่อได้เห็นท่าทีของอีกฝ่าย และตั้งใจว่าจะเริ่มต้นคำถามต่อไป เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตถามคำถามต่อไปนะครับ”

เดี๋ยวครับพี่เอก!” ธนูขัดขึ้น จนทุกคนในห้องพากันหันมาจับจ้องที่เขาแทน

น้องเขาเป็นผู้ช่วยของผมน่ะครับ... ว่าไงธนู?” ผู้กองหนุ่มมือดีแห่งกองปราบฯ ยิ้มฝืดให้ผู้จัดการโรงแรม รวมทั้งพนักงานทั้ง 4 ก่อนจะหันกลับมาหาธนูที่นั่งหน้าขรึมอยู่ข้างๆ

ผมอยากจะขอให้พยานคนอื่นๆ ช่วยบอกเหตุผลที่เลิกคบกับผู้สูญหาย นิสัยประจำตัว แล้วก็พฤติกรรมที่ผู้สูญหายชอบทำเป็นประจำสักหน่อยน่ะครับ เผื่อจะมีประโยชน์ต่อการติดตามหาครับ”

คำตอบของธนูครอบคลุมทุกคำถามที่เหลือของเอกพล เสียจนผู้กองหนุ่มแทบจะหมดคำถามในการสืบสวนครั้งนี้เลยทีเดียว

ก็... ตามนั้นเลยครับ มันเป็นรายละเอียดที่อาจจะช่วยแนะแนวทาง ในการติดตามหาตัวผู้สูญหายน่ะครับ” เอกพลบอกพยานทั้ง 4 คน ซึ่งพากันหันกลับมามองหน้าเขาเป็นเชิงขอคำยืนยัน

และข้อมูลที่สองหนุ่มสามารถสรุปออกมาได้ จากการสอบปากคำในครั้งนี้ ก็คือ...

คุณสมหญิงภรรยาของคุณสุจริต เป็นคนที่รักลูกมาก และไม่เคยดุว่าลูกเลย แม้ทั้งคู่จะทำความผิดร้ายแรงสักแค่ไหนก็ตาม จึงทำให้มีปากเสียงกับสามีเป็นประจำ นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของบริษัทขายตรงเกือบทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร และมักใช้เวลาว่างจากการทำงาน เสนอขายสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องสำอาง เครื่องนอน ถ้วยชามรามไห รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ไม้จิ้มฝันยันเรือรบ ให้กับบรรดาเพื่อนร่วมงาน จนทุกคนพากันเอือมระอา

คุณอรวรรณบุตรสาวคนโตของคุณสุจริตและคุณสมหญิง ซึ่งแต่งงานแล้วกับสามีที่มีอายุอ่อนกว่าเธอหลายปี โดยที่ยังคงอยู่ร่วมบ้านเดียวกับบิดามารดา เป็นคนหัวดี เรียนเก่ง มีความสามารถ แต่มักไม่ค่อยมีความเกรงใจเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีประโยชน์กับตน รวมทั้งมักทำตัวสนิทสนมกับคนรักของเพื่อนสนิทอย่างเกินงาม จนทำให้เกิดการผิดใจกันหลายต่อหลายครั้ง

คุณอรัญญาบุตรสาวคนเล็กของคุณสุจริตและคุณสมหญิง สถานะโสด ยังไม่ได้แต่งงานและยังไม่มีคนรัก ขณะนี้พักอาศัยอยู่บ้านเช่าใกล้ที่ทำงาน เนื่องจากมักมีปากเสียงกับผู้เป็นบิดาในเรื่องต่างๆ เป็นประจำ และมักทำลายข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ตั้งแต่แก้วน้ำยันรถจักรยานยนต์ เป็นการระบายอารมณ์ รวมทั้งมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านเกือบทุกหลังคาเรือนในละแวกใกล้เคียง เธอมีงานอดิเรกคือการเสาะแสวงหาร้านอาหารประเภทเชลล์ชวนชิม โดยไม่สนใจในเรื่องไขมันที่พอกพูน ตามอย่างที่สาวโสดทั่วไปควรจะให้ความสนใจ

ผู้สูญหายแต่ละคนนี่น่ากลัวๆ ทั้งนั้นเลยนะครับพี่เอก” ธนูเดินอ่านทบทวนข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดในสมุดบันทึก ระหว่างที่ทั้งคู่พากันเดินออกจากล๊อบบี้โรงแรมมายังลานจอดรถ

นั่นสิ พี่พึ่งรู้ว่าคุณสุจริตต้องใช้ความอดทนในการอยู่ร่วมกับคนในครอบครัวขนาดนี้ คราวที่ถูกรถชนก็เห็นพวกผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าแกเหม่อๆ คงจะคิดถึงเรื่องลูกเมียจนลืมมองทาง” เอกพลพยักหน้าพลางถอนหายใจหนักๆ ราวกับรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง เหนื่อยกายเหนื่อยใจแทนเจ้าทุกข์ฉันใดฉันนั้น

แบบนี้แสดงว่าคนที่พาตัวพวกเธอไปได้ ต้องไม่ธรรมดาจริงๆ นะครับ ขนาดหัวหน้าครอบครัวยังเอาไม่อยู่ ผมเดาไม่ออกจริงๆ ว่าคนร้ายพาตัวพวกเธอไปด้วยวิธีไหน” ธนูออกความเห็นพร้อมกับส่ายหน้าให้กับแนวทางของคดี ซึ่งดูเหมือนจะบิดเบี้ยวผิดรูปออกไปจากที่คาดการณ์ไว้เข้าทุกทีๆ

ใช่! โดยเฉพาะลูกสาวคนเล็ก ไหนจะขนาดรูปร่างที่สะดุดตา ไหนจะนิสัยโมโหร้าย ไม่ยอมคนแบบนั้น คงเป็นคนรู้จักหรือคนที่สนิทสนมชอบพอกันอยู่แล้ว ถึงพาตัวไปด้วยง่ายๆ” เอกพลครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ ซึ่งดูคล้ายจะมีอยู่เพียงแค่ตัวเลือกและคำตอบเดียว แต่...

มีด้วยหรือครับ ก็เห็นๆ อยู่ว่าเขาไม่ถูกกับใครเลย เพื่อนสนิทก็เลิกคบ เพื่อนบ้านก็มีปัญหากับเขาไปทั่ว ถ้าคนพวกนั้นมาชวนให้ไปด้วยกัน แบบไม่ต้องใช้กำลัง เขาจะยอมไปกับคนที่เขาเคยมีเรื่องด้วยหรือครับ?” ธนูแย้งด้วยเหตุผลที่ทำให้เอกพลถึงกับกุมขมับ ในเมื่อมันคือความจริงอันขัดแย้งและชวนให้ขบคิด

ถ้าอย่างนั้นใครล่ะที่พาตัวเขาไป คนที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีเรื่องกัน โปะยาสลบแล้วอุ้มขึ้นรถไปน่ะเหรอ ต้องใช้สักกี่คนช่วยกันอุ้มล่ะ ถึงจะไม่สะดุดตาคนอื่น อย่าลืมว่าทั้งสามคนหายตัวไปในวันและเวลาใกล้เคียงกันนะน้องนู?” เอกพลเองก็มีข้อโต้แย้งความคิดของหนุ่มสายสืบรุ่นน้องเช่นกัน

พี่เอกอย่าพึ่งเอาเรื่องของทั้ง 3 คนมารวมกันสิครับ แค่คนเดียวยังคิดไม่ตกเลย จริงอยู่ที่ในวันนั้นทั้ง 3 คนเลิกงานในเวลาเดียวกัน แถมรถยนต์ที่ใช้ร่วมกันก็ดันเสีย ถูกส่งเข้าอู่ไปเมื่อหลายวันก่อน ตามที่คุณสุจริตบอก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทางเดียวกันไปด้วยกันไม่ใช่หรือครับ?” ธนูบอกสิ่งที่อยู่ในความคิดของตัวเอง ซึ่งเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับสิ่งที่อยู่ในความคิดของเอกพล

เฮ้ๆ นี่เรากำลังคิดว่าเรื่องนี้มี 3 คดี และคนร้าย 3 คนอย่างนั้นเหรอ?” ผู้กองหนุ่มนิ่วหน้าถาม สีหน้าท่าทางบ่งบอกว่าไม่เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนี้

เปล่าครับ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่การจะพาตัวคนถึง 3 คนไปพร้อมๆ กัน มันจะยิ่งทำให้ดูสะดุดตา แล้วก็ทำให้ตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยมากขึ้นไม่ใช่หรือครับ?” ธนูให้เหตุผลที่ทำให้เอกพลกลับมาพยักหน้า ออกอาการเห็นด้วยอีกครั้ง

มันก็ใช่... ถ้าคิดแบบนั้นก็อาจสรุปไปได้อีกทางว่า คนร้ายตัวจริงจ้างวานคนอื่นให้ไปพาตัว 3 แม่ลูกนั่นมาให้ตน แต่ก็อย่างที่พี่บอก เขาจะยอมไปกับคนที่เขาไม่รู้จักงั้นเหรอ?

ข้อโต้แย้งของเอกพล ดูเหมือนจะทำให้ข้อสันนิษฐานของธนูเป็นอันตกไป

อาจจะให้คนที่ตัวเองจ้างวาน วางแผนเข้ามาทำความรู้จักกับ 3 คนนั้นก่อนหน้านี้ก็ได้นี่ครับ” ธนูยังไม่ล้มเลิกความคิดเดิมของตน

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง หมอฟันคนนั้นก็คงหลุดข้อกล่าวหาแล้วล่ะ เพราะพึ่งมีเรื่องกันเมื่อเดือนก่อน แล้วการที่จะทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักมักจี่กันไว้ใจ เชื่อใจ ขนาดยอมไปไหนมาไหนด้วยได้ภายในระยะเวลา 1 เดือนนี่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะน้องนู” เอกพลสรุปผลข้อสันนิษฐานของธนู ซึ่งจะเป็นการทำให้รูปคดีพลิกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่คิดเช่นนั้น

มันก็ยังไม่แน่ไม่ใช่หรือครับ วิธีที่จะทำให้ผู้หญิงไว้ใจภายในระยะเวลาอันสั้น ผมว่ามันน่าจะมีนะครับพี่เอก ตามหลักจิตวิทยาผู้หญิงเป็นเพศที่ใจอ่อน ขี้สงสาร ยิ่งถ้าคนไหนบ้ายอด้วยล่ะก็ ถึงไหนถึงกัน หมอฟันคนนั้นน่าจะรู้จักนิสัย 3 แม่ลูกนี่ดีอยู่แล้ว ผมว่าเธอยังไม่หลุดจากการเป็นผู้ต้องสงสัยหรอกครับ

คราวนี้คำพูดของธนู ทำให้เอกพลซึ่งกำลังจะเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่ง หันขวับไปจ้องหน้าเจ้าของคำพูดเขม็ง ราวกับอยากจะอ่านใจและความคิด แน่นอนว่าทั้งคู่ยังไม่เลิกถกปัญหากัน แม้ว่ารถของผู้กองหนุ่มจะค่อยๆ เคลื่อนออกมาจากลานจอดรถของโรงแรมแล้วก็ตาม

ที่พูดเมื่อกี๊เนี่ย หวังว่าคงยังไม่เคยเอาไปใช้กับน้องสาวพี่หรอกนะ?” เอกพลเป็นฝ่ายโพล่งคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีขึ้นก่อน แต่นั่นเองที่ทำให้คนถูกถามถึงกับสะดุ้งเฮือก

ผมหมายความว่าน่าจะมีวิธีต่างหากล่ะครับ แล้วถึงผมจะเอาไปใช้กับน้องสาวพี่ก็คงไม่ได้ผลอยู่ดี พี่เอกก็เห็นๆ อยู่ว่าวันนี้ผมกลับมาหาพี่เอกในสภาพไหน นี่ขนาดโทษฐานกรุณานะครับ ถ้าโทษประหารผมมิตายจริงเลยเหรอ”

จอมกะล่อนละล่ำละลักคำแก้ตัว อันที่จริงเขาเองก็เคยใช้กลวิธีประเภทเรียกคะแนนสงสารจากอริศรา แต่หลังจากที่เธอไปคบหาเป็นเพื่อนสนิทกับบัวบก หญิงสาวก็กลายร่างเป็นยัยโหดไปในชั่วพริบตาเดียว อย่าว่าแต่เรียกคะแนนสงสารเลย จะขัดใจเขายังไม่กล้า

นึกว่าเคยทำมาแล้วถึงได้รู้ดีขนาดนั้น” เอกพลมิวายดักคออย่างรู้ทัน พร้อมกับลอบยิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางราวกับกำลังจะวายชีวาของอีกฝ่าย

โธ่! พี่เอกครับ ผมน่ะออกจะใสซื่อ ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะความจำเป็นล้วนๆ อีกอย่าง... พี่เอกน่าจะลองสอบถามคนแถวนี้ดูนะครับ เผื่อจะมีใครเห็น 3 แม่ลูกขึ้นรถไปกับคนร้าย” ธนูจำต้องรับสารภาพ ถึงอย่างนั้นก็ยังหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการเบี่ยงเบนประเด็น ให้กลับเข้าสู่การสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลอีกครั้ง

พี่ก็ตั้งใจจะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว กำลังมองๆ อยู่ว่าจะถามร้านค้าร้านไหนดี ขืนถามหมดทุกร้านคงได้กลับไปกินข้าวเย็นตอนเที่ยงคืนแน่ๆ และถ้าเป็นอย่างนั้นเราคงถูกยัยอ้อฉีกอกชัวร์ๆ” ผู้กองหนุ่มแกล้งวกกลับเข้าเรื่องน้องสาวของตัวเอง ให้สายสืบรุ่นน้องที่นั่งอยู่ข้างๆ หายไม่ทั่วท้องเล่นเสียอย่างนั้น

ลื้อชดใช้มาเลยนะ จะไม่มีการประนีประนอมยอมความอีกต่อไป ชนป้ายร้านอั้วล้มตั้งกี่ครั้งแล้ว ถอยรถยังไง ซื้อใบขับขี่มาหรือเปล่า!

ไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงบ๊งเบ๊งสำเนียงไทยผสมจีนของชายชราคนหนึ่ง ก็ดังลอยมาเข้าหู

ตานั่นแหละอยากตั้งป้ายขวางถนนเอง จะมาโทษฉันได้ยังไง เป็นใครก็ต้องถอยรถมาชนทั้งนั้น แล้วยังมาหาว่าฉันซื้อใบขับขี่มาอีก ตานั่นแหละที่ต้องขอโทษฉัน พูดจาแบบนี้ฉันมีสิทธิ์ฟ้องหมิ่นประมาทนะจะบอกให้ รู้กฎหมายหรือเปล่า!

ไม่ทันไร เสียงแหลมๆ ปานกริ่งบอกเวลาโรงเรียนเลิก ก็ดังตามมาอีกชุดใหญ่ และด้วยเหตุนี้...

ทำไมอั้วจะไม่รู้ ลื้อนั่นแหละที่พูดจาดูถูกอั้ว หาว่าอั้วไม่มีการศึกษา อั้วต่างหากที่ต้องฟ้องหมิ่นประมาทลื้อ ลื้อฟ้องมาอั้วก็จะฟ้องกลับ!

ก็เอาซี่ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครที่จะต้องเป็นคนจ่ายค่าปรับ ค่าทนาย ค่าศาลของทั้งสองฝ่าย ตาได้ขายร้านกินแน่งานนี้!

สงครามน้ำลายได้บังเกิดขึ้นกลางกรุงแล้ว ณ เวลานี้ ท่ามกลางบรรดาไทยมุงผู้ไม่มีกิจกรรมทำและยังไม่อยากลงมือทำกิจกรรมของตัวเอง จากทั่วทุกสารทิศในบริเวณนั้น

ลื้อมากกว่ามั้งที่จะต้องขายรถกิน เปลี่ยนไปขี่ซาเล้ง อ้อ! แล้วถ้ามาชนป้ายอั้วล้มอีก ลื้อก็คงต้องขายซาเล้งมาจ่ายค่าป้ายให้อั้วแล้วล่ะอาหมวย!

เดี๋ยวตาก็รู้ว่านอกจากจะต้องขายร้านแล้ว ยังจะต้องขายบ้านมาใช้หนี้ค่าทนาย ค่าศาลให้ฉันด้วย!

เนื้อความของสงครามน้ำลาย วนเวียนอยู่กับเรื่องป้าย กฎหมาย และเงิน แน่นอนว่ามีหรือที่ผู้พิทักษ์กฎหมายจะเมินเฉยไม่เข้าไปร่วมวงถกปัญหาด้วย

มีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับ เห็นว่าทั้ง 2 ท่านต้องการขึ้นศาล ถ้ายังไงผ่านกระบวนการของกฎหมายขั้นต้นก่อนจะดีกว่านะครับ” เอกพลจอดรถริมฟุตบาทในส่วนที่อนุญาตให้จอดรถได้ ซึ่งอยู่ห่างจากสนามรบกลางกรุงไปกว่า 100 เมตร (นัยว่าเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี) แล้วจึงเดินเร็วนำธนูฝ่าฝูงชนเข้าไปจนถึงตัวแม่ทัพทั้งสองฝ่าย ก่อนจะเกิดการแตกฮือของบรรดาไทยมุง อันนับเป็นกลวิธีเอาตัวรอดรูปแบบหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ

ดีเลยคุณตำรวจ จับมันเลย อาหมวยนี่ถอยรถมาชนป้ายร้านอั้วตั้งหลายครั้งแล้ว ไม่เคยจ่ายเสียหายให้อั้วเลยสักครั้ง แถมยังไม่สำนึก มาหาว่าอั้วไม่รู้หนังสือไม่รู้กฎหมายบ้านเมืองอีกด้วย คุณตำรวจจับเข้าซังเตเลย คนแบบนี้ไม่ควรปล่อยให้ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นหรอก”

อาแปะร้านโชห่วยวัย 60 ในชุดเสื้อยืดสีขาวตราห่านบิน กับกางเกงผูกเอวยาวรุ่มร่ามสีฟ้าอ่อน รีบสนับสนุนคำพูดของผู้กองหนุ่ม ขณะที่แม่สาวเปรี้ยวผมทองดัดลอน ในชุดสายเดี่ยวกระโปรงสั้นสีสันแสบตา ซึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับธนู และเป็นเจ้าของรถเก๋งสีแดงแรงฤทธิ์รุ่นใหม่ล่าสุด ก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน

คุณตำรวจต้องจับฝ่ายนั้นถึงจะถูกนะคะ เอาป้ายร้านมาวางกีดขวางการจราจรแบบนี้ ยังไงก็ผิดเต็มประตูอยู่แล้วจริงไหมคะ รถฉันก็เสียหายเพราะป้ายของแก ยังไม่เคยเรียกร้องเอาอะไรเลย มีก็แต่ตาแกนั่นแหละค่ะที่จะให้ฉันจ่ายค่าทำป้ายใหม่ให้แก ทั้งที่แกเอาป้ายมาตั้งขวางรถที่จอดอยู่แท้ๆ คนแบบนี้เขาเรียกเห็นแก่ตัวใช่ไหมคะคุณตำรวจ?

หญิงสาวพูดสวนขึ้น มือเกาะแขนนายตำรวจหนุ่มอัตโนมัติ ทำเอาอีกฝ่ายอดชำเลืองมองนิ้วเรียวงามทั้งสิบไม่ได้ เปล่าเลย! หาใช่เกิดพิศวาสวาบหวาม แต่เพราะเล็บแดงๆ ยาวๆ ที่เจาะแขนเสื้อจิกเข้าไปถึงเนื้อหนังของเขาต่างหากเล่า

นี่ไง! คุณตำรวจดูอาหมวยมันพูดสิ ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แบบนี้ถึงได้เป็นแค่ลูกจ้างที่เขาจำใจจ้างเพราะเวทนา เดี๋ยวเขาเจอคนอื่นที่ดีกว่าลื้อ ลื้อได้หางานใหม่แน่ๆ เตรียมใจไว้ให้ดี”

คำพูดของอาหมวยร้านเสริมสวย สร้างความเดือดดาลให้กับอาแปะร้านโชห่วยเป็นอย่างมาก ชนิดที่ผู้อาวุโสเลือดขึ้นหน้าจนแทบมองไม่เห็นคุณตำรวจที่ยืนเป็นหัวหลักหัวตออยู่

ตานั่นแหละพูดจาแบบนี้ระวังให้ดีเถอะ อยู่ดีไม่ว่าดีมาแช่งฉัน ถึงจะแก่กว่าก็อย่าคิดว่าจะมาข่มหัวกันแบบนี้ได้นะ ที่คนเขาไม่ค่อยมาซื้อของร้านของตาน่ะ ก็เพราะปากแบบนี้ไง เตรียมตัวเจ๊งได้เลย” อาหมวยคนสวยกระทืบเท้าที่สวมรองเท้าส้นตึก มือชี้หน้าอาแปะ เตรียมสำแดงเดชโดยไม่ได้ให้ความสนใจหนุ่มหล่อ ซึ่งอีก 5 เล็บของตนยังคงจิกแขนของเขา ราวกับจะเป็นการระบายแค้นที่แน่นคับอก

เอ่อ... พี่ครับ ไอศกรีมวนิลาถ้วยใหญ่ถ้วยนึงครับ” ธนูซึ่งเดินตามหลังเอกพลมาห่างๆ ส่ายหน้าให้กับชะตากรรมของของนายตำรวจรุ่นพี่ แล้วเลี้ยวเข้าไปในร้านไอศกรีมโฮมเมดนมสด ที่อยู่ถัดจากร้านโชห่วยและร้านเสริมสวย ภายในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 10 คูหาแถวเดียวกัน

50 บาทค่ะ” เจ้าของร้านสาวใหญ่วัย 40 ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์โทนขาว ดำ คล้ายกำลังไว้ทุกข์ให้กับความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านทั้งสอง เดินถือถ้วยไอศกรีมขนาดบิ๊กบึ้มมาส่งให้ธนู ตาชำเลืองมองอาแปะอาหมวยข้างบ้านที่ยังทำสงครามกันไม่เลิก

พี่ทำอร่อยแบบนี้ น่าจะไปขายในห้างฯนะครับเนี่ย” ธนูส่งเงินให้เจ้าของร้าน แล้วตักไอศกรีมเข้าปาก พร้อมกับชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องสัพเหระไปด้วย

ค่าเช่าที่มันแพงน่ะน้อง ตรงนี้ถูกกว่า รายได้ก็ถือว่าโอเค คนกินก็รู้จักร้านเราเยอะแล้วด้วย เลยไม่อยากย้าย” สาวใหญ่เจ้าของร้านไอศกรีมตอบยิ้มๆ ตายังคงชำเลืองมองไปทางหน้าร้าน เพื่อติดตามสถานการณ์ภายนอกอย่างใกล้ชิด

พี่ขายไอศกรีมที่นี่มานานหรือยังครับ?” ธนูถามต่อพลางตักไอศกรีมเข้าปาก ท่าทางเหมือนไม่ได้สนใจว่ารุ่นพี่หนุ่มจะเป็นตายร้ายดีอยู่ในสมรภูมิน้ำลายอย่างไรบ้าง

ประมาณ 2 ปีกว่าแล้วล่ะจ้ะ” อีกฝ่ายให้คำตอบอันเป็นที่น่าพอใจ นั่นเองที่ทำให้สายสืบจอมกะล่อนแห่งกองปราบปราม เบนประเด็นมาตั้งคำถามเกี่ยวกับผู้สูญหายทั้งสามแทน

แล้วพี่เคยเห็นผู้หญิง 3 คนนี้บ้างไหมครับ พอดีญาติของเขารู้จักกับผม แล้วบอกว่าเขาหายตัวไปทั้ง 3 คนเลย หลังจากเลิกงานเมื่อหลายวันก่อน” ธนูส่งรูปถ่ายของสามสาวให้เจ้าของร้านไอศกรีมดู ด้วยความหวังว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเป้าหมายที่ตนได้คาดการณ์ไว้ และแล้ว...

เนี่ย! น้องอ้วนๆ คนนี้น่ะ จะมาซื้อไอศกรีมที่ร้านพี่กินทุกวันเลย มิน่าล่ะพักนี้ไม่เห็น แต่เมื่อ 5-6 วันก่อน พี่เห็นเขานะ ไม่ได้มาซื้อไอศกรีมร้านพี่หรอก แต่นั่งรถไปกับผู้ชายคนนึง”

คำตอบที่ได้ยินทำให้ธนูถึงชะงักไป ขณะที่ด้านนอกร้านเอกพลก็กำลังจัดการกับปัญหาที่อาแปะและอาหมวยช่วยกันก่อขึ้น

 

เดี๋ยวทั้งสองท่านไปจ่ายค่าปรับที่โรงพักนะครับ ข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอด แล้วก็ตั้งวางป้ายร้านค้ากีดขวางการจราจรครับ” ชายหนุ่มบอกทั้งคู่เสียงเข้ม ระหว่างที่ใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อไปยังสถานีตำรวจประจำท้องที่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่ตนและสายสืบรุ่นน้อง ราวกับจะสังเกตการณ์อะไรบางอย่าง!?

 

จบตอน

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว