ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Loveless Lust XII (100%)

คำค้น : Yaoi, boy's love, นิยายy,love,ชายรักชาย,อเวจีสวาท ทาสรักมาเฟียซาตาน,มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2560 17:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Loveless Lust XII (100%)
แบบอักษร

Loveless Lust XII

In the night of hell!

#


วิ่ง! วิ่ง! วิ่ง!

ร่างหนุ่มแน่นสมส่วนด้วยมัดกล้ามเรียงลอนสวยวิ่งหน้าเริดอย่างไม่คิดชีวิต ภัทรศรัณย์หมุนกายพลิ้วหลบสับเท้าหลีกซิกแซกผู้คนที่สวนมาตามรายทางไปเรื่อยอย่างรีบเร่ง บางคนตกใจกับชายที่พรวดพราวรวดเร็วปานพายุแล่นก็รีบหลีกตัวหลบเปิดช่องทางให้อย่างเกรงจะถูกปะทะ ร่างสูงกระเสือกกระสนหาทางหนีไม่ต่างจากนักโทษเดนตายหาทางเอาตัวรอดในสงคราม สายตากวาดมองหากล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ภายในเรือลำนี้ เคยถามบัตเลอร์แล้วว่ามีรวมนับพันตัว ไม่ต่างจากสายตาตามหลอกหลอนของปีศาจที่กำลังแสยะยิ้มมองดูเหยื่อตะเกียกตะกายหนีอย่างหฤหรรษ์ ภัทรศรัณย์ถอนสายตากลับมามองชุดตนเองอย่างเจ็บแค้น

“แม่งเอ้ย ! เอาไงดีวะ ไปหลบในห้องน้ำ พวกนั้นต้องตามไปแน่”

“สภาพอเนจอนาถทุเรศลูกนัยน์ตาอย่างนี้วิ่งร่อนทั่วเรือ อย่างกับไอ้ตัวราคาถูกเร่ขายตัว ฮึ่ย! ไอ้เฮงซวย” ภัทรศรัณย์กัดฟันกรอดหัวเสีย ไม่ได้สนใจดูสายตาคนที่มอง ซึ่งล้วนแต่ต้องตาเรือนร่างเพอร์เฟกต์ กล้ามท้องแน่นขึ้นลอนในชุดซีทรูกางเกงหนังผิวมัน ผิวกายอาบแดดแถมละเลงด้วยแทนสกินดูเซ็กซี่เร้าอารมณ์ทั้งชายและหญิง แล้วยังหน้ากากสีดำที่ช่วยอำพรางซ่อนเร้นใบหน้าแท้จริง ซึ่งปลุกความกระหายใคร่รู้จากคนมองไม่น้อย โชคดีที่ตรงนั้นคนไม่ค่อยพลุกพล่าน แต่มันก็ง่ายต่อการหาเจอ

“ห้ามเข้าไปขอแอบห้องแขกคนอื่นเด็ดขาด อย่ารบกวนลูกค้าของฉัน”  ใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องและน้ำเสียงเยาะอย่างคนถือเหนือกว่า ภัทรศรัณย์ตาลุก แค้นเสียยิ่งกว่าแค้น มือกำหมัดแน่นควบคุมอาการโกรธจนตัวสั่นไม่ให้แล่นไปตะบันหน้าเจ้าหนี้เข้าให้ กรรมตามสนองสินะ ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่สนองปรนเปรอความปรารถนาของตัวเอง และตอนนี้ชารอฟก็กำลังสอนบทเรียนสำคัญให้เขา

“ร่างกายของฉันทำประกันเอาไว้ ถ้านายคิดจะกระแทกหมัดใส่หน้าหล่อ ๆ นี้ละก็...หึ อย่าสร้างหนี้เพิ่มจะดีกว่า หรือนายจะแสดงโชว์สุดพิเศษด้วยการยอมถูกตัดมือข้างที่ชกหน้าฉันให้ดู คงสนุกไม่ใช่เล่น ชักอยากรู้ว่าตอนนายครางบนเตียง กับเสียงร้องตอนมือถูกตัด แบบไหนจะเร้าใจฉันมากกว่า”

“ไอ้ปีศาจ*!” ภัทรศรัณย์โกรธจนแทบกระอัก ปีศาจ! นี่มันปีศาจชัด ๆ ปีศาจที่มองดูคนทุรนทุรายได้อย่างเลือดเย็นด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม*

“เฮ้ ระวังปากของนายด้วย หรือว่าไม่อยากมีลิ้นไว้รับรสชาติความอร่อยของฉันก็บอกได้”

“**!!!”

“บ้าเอ้ย ไอ้กร๊วกชารอฟ ขอบคุณที่ส่งฉันลงนรก อย่าให้เป็นทีของฉันบ้างเถอะ แกจะได้คลานสี่ขาเหมือนหมามาจูบเท้าอ้อนวอนฉันด้วยสภาพน่าสมเพชสุด ๆ” ภัทรศรัณย์เข่นเขี้ยว มือเสยผมแรงด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน พลางเงยหน้าขึ้นส่งนิ้วกลางให้กล้องวงจรปิดนัยน์ตาวาวโรจน์ เพราะรู้ดีว่าจอมวายร้ายต้องดูความสนุกสุดหรรษานี่ผ่านกล้องอยู่แน่ ๆ แถมดูอยู่กับคนประมูลด้วยเสียอีกละมั้ง ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คิด ชารอฟกำลังมองดูชายหนุ่มอยู่จริง ๆ  แถมท่าทีฮึดฮัดงุ่นง่าน หน้าตาตื่นลนลาน เหลียวซ้ายแลขวาหาทางหนียิ่งทำให้เขาลุ้นเสียยิ่งกว่าลุ้น

“ระทึกกว่าดูหนังเรื่องไหน ๆ ได้ทั้งเงินทั้งความตื่นเต้น แมวนำโชคจริง ๆ” ชายเจ้าของลำเรือยิ้มพราย แก้วไวน์ในมือถูกยกขึ้นจิบอย่างรื่นรมย์ขณะมองดูการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ภัทรศรัณย์ใช้สมองพลิกแพลงคิดหาวิธีด่วนจี๋

“เอาไงกับไอ้ชุดอุบาทว์ ๆ นี่ดีวะ” ภัทรศรัณย์ฮึดฮัด สายตาก็คอยสอดส่องไปพลาง ชายหนุ่มหาทางหลบมุมกล้องก้มมองดูชุดตนเอง ทั้งชุดที่ไม่น่ามอง ทั้งหนีคนตามล่า หลบกล้องวงจรปิด เป็นอะไรที่ฮาร์ดคอร์หนักหนาเอาการ ชายหนุ่มหนีไปซ่อนที่หลบมุมชั่วคราวหลังจากทำลายกล้องวงจรปิดบางตัวไป เพราะคาดว่าการ์ดประจำเรือคงจะรีบรุดมาแน่ ๆ

“แม่งเอ้ย ไม่รู้แหละ ยังไงก็ต้องหาทางเอาตัวรอด” ภัทรศรัณย์โผล่ศีรษะจากที่ซ่อนหรี่ตามองหาลู่ทาง โชคดีที่รอบคอบ ตอนเดินสำรวจเรือเขาร่อนไปทั่วพลางมองหามุมหลบกล้องไปด้วยเพราะคิดว่าน่าจะได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งก็ลงล็อกอย่างที่คิดไว้ ชารอฟสอนให้ภัทรศรัณย์รู้ว่า หมอนั่นคิดอะไร ภัทรศรัณย์จะต้องคิดนำไปหนึ่งก้าว หากไม่รู้ว่าหมอนั่นคิดอะไร ยิ่งต้องระมัดระวังตัวอย่างที่สุด ซึ่งก็จริง

ในหัวชายหนุ่มคิดแผนแยบคายไว้ได้แล้ว เหลือเพียงแต่รอจังหวะเหมาะ ๆ เริ่มตามแผน  หัวใจเต้นกระหน่ำอย่างลุ้นระทึกว่าจะถูกจับได้ก่อนได้เริ่มแผนไหม เพราะกล้องชุกชุมขนาดนี้คงหนีได้ไม่นาน ในขณะที่ภาวนาให้โชคเข้าข้างอยู่นั้นเอง ช่องทางสบโอกาสก็ปรากฏขึ้น ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านมาในรัศมีสายตา ไม่รอช้า ภัทรศรัณย์รีบส่งเสียงร้องเรียกทันควัน

“โอ๊ย! ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย” ได้ผล ร่างนั้นหยุดเท้าเหลียวหาต้นเสียง ภัทรศรัณย์เห็นดังนั้นจึงรีบส่งเสียงกระตุ้นความสนใจอีกรอบ

“ช่วยด้วยครับ! ผมเมาเรือ อ่อก” ให้มันรู้ซะบ้างว่านี่คืออดีตพระเอกละครสถาปัตย์ นักแสดงจำเป็นแกล้งไอโขลก ๆ ตัวงองุ้มก้มซ่อนใบหน้าประกอบการแสดง เสียงฝีเท้าขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนหยุดลง มองเห็นปลายรองเท้าตรงหน้า ภัทรศรัณย์ยกยิ้มชั่วร้ายที่เหยื่อติดกับ ชายหนุ่มผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ย่อกายลงเสมอตรงหน้าพลางส่งเสียงถามอย่างห่วงใย

“คุณเป็นอะไรมากมะ...โอะ!” ถามยังไม่ทันจบประโยค สันมือก็สับเข้าที่ท้ายทอยผลัวะ ชายหนุ่มล้มกลิ้มลงพื้นแน่นิ่งไป ภัทรศรัณย์รีบลากเข้ามาหลบมุมแล้วจัดแจงเปลี่ยนชุดกันทันที โชคดีที่ผู้ประมูลไม่เห็นใบหน้าของเขา และหน้ากากที่สวมก็คงตบตาได้ ชายหนุ่มสวมแว่นตาของเหยื่อลำดับสุดท้ายเพื่ออำพราง ก่อนก้าวออกมาจากมุมหลบอย่างผ่าเผย ทิ้งร่างวิฬาร์รัตติกาลผู้โชคร้ายไว้ข้างหลัง*...โทษทีว่ะ เผอิญผมเป็นตัวร้าย...*

“คืนนี้คงกลับห้องไม่ได้ ไปไหนดีวะ” ภัทรศรัณย์พึมพำ นึกถึงโปรแกรมในเรือยามค่ำคืน อันที่จริงเขาเคยล่องเรือสำราญหรูหรากับครอบครัวผ่านหลาย ๆ ประเทศมาหลายครั้งแล้วในสมัยที่ยังอู้ฟู่ ดังนั้นห้องที่เขาสนใจมากที่สุดจึงเป็นห้องนรกที่พาให้ครอบครัวของเขาต้องล่มจม ‘คาซ่า คาสิโน’ ที่ชารอฟให้เครดิตบิดาของเขาไม่อั้น โดยมีพี่ชายของเขาเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง หลังจัดฉากแสร้งทำทีชวนมาเที่ยวผ่อนคลาย หน้าม้าที่คงจะได้ค่าจ้างก้อนโตก็พามาให้เชือดถึงที่ เชือดกันแบบลืมวันลืมคืน หน้ามืดตามัวเดิมพันทุกอย่างที่มีจนสุดท้ายไม่เหลืออะไร บริษัทถูกเทคโอเวอร์โดยพี่ชายต่างมารดาขึ้นกุมบังเหียนบริหารทุกอย่างแทน ยึดคืนทุกอย่างที่มารดาตนเองเคยร่วมก่อร่างสร้างตัวคืนไป ลอยแพพวกเขาที่เป็นเหลือบไรสุขสบายมานาน โดยที่ภัทรศรัณย์ไม่เคยรู้อะไรเลย

พี่ชาย...คนที่เป็นรักแรก ติดตรึงซ่อนลึกอยู่ในหัวใจเงียบเชียบ

คนที่เป็น...คนรักของเพื่อนสนิท

นึกถึงทีไร หัวใจก็จุกแปลบเรื่อยมา

“ก็สมควร ใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้มานี่นะ” ภัทรศรัณย์แค่นยิ้มเหยียดให้กับโชคชะตาที่พลิกจากหน้ามือเป็นจมดินอยู่ใต้ฝ่าเท้า จากกินอยู่อย่างราชา ก็ต้องมาขายตัวใช้หนี้ เมื่อข้าวสารถังใหญ่หมดลง หนูโสโครกที่เคยสุขสบายก็ต้องหัวซุกหัวซุนหาทางเอาตัวรอดต่อ เคยได้ยินมารดาค่อนแคะบิดาว่าจะทำงานจนตายไปกับกองเงินหรือ หึ เขาอยากบอกแม่เหลือเกินว่า เงินหมดตอนยังไม่ตายนี่แย่กว่าหลายขุม ขายาวก้าวเข้าไปภายในห้อง รู้สึกถึงกล้องวงจรปิดที่กำลังทำการประเมินแขกที่เดินเข้ามา ชารอฟรู้แล้วว่าเขาอยู่ที่นี่ ก็ลองดูว่าหมอนั่นจะว่ายังไง วัดใจกันดู สายตาคมกริบของวิฬาร์รัตติกาลตัวจริงกวาดดูความละลานลวงล่อให้ย่างเท้าเข้าไปในคาสิโนหรู แบบที่เรียกว่าลืมวันลืมคืนกันทีเดียว

“ลองเล่นอะไรดี เออ ต้องแลกชิปก่อนนี่หว่า” ภัทรศรัณย์งึมงำมือล้วงกระเป๋ากางเกง ปลายนิ้วสะดุดกับกระเป๋าสตางค์ของเจ้าของชุด จอมกะล่อนจึงฉวยออกมาเปิดดูเงิน มีบัตรอะไรต่อมิอะไรหลายใบกับเงินสดเผื่อฉุกเฉินจำนวนหนึ่งไม่มากไม่น้อย ภัทรศรัณย์หยิบใบขับขี่ออกมาดูชื่อเจ้าของพลางเอ่ยเบา ๆ

“ขอยืมเงินเสี่ยงดวงหน่อยนะคุณ” ชายหนุ่มหยิบเงินออกไปแลกชิป  แล้วจึงเดินดูแต่ละโต๊ะ สายตาคมหรี่มองคนแจกไพ่บาคาร่า ขึ้นชื่อว่าการพนันไม่มีใครเล่นอย่างโปร่งใสหรอก ขนาดเขาเล่นกับเพื่อน ๆ ยังหาทางโกงพวกมันอย่างเนียน ๆ ได้เลย พนักงานทุกคนล้วนถูกฝึกมาอย่างดีเพื่อให้โกงได้อย่างแนบเนียนที่สุด ภัทรศรัณย์ด้อม ๆ มอง ๆ แต่ละโต๊ะ ทั้งรูเล็ต บาคาร่า ยังไม่ตัดสินใจเสี่ยงดวงโต๊ะไหน ดวงตาฉลาดร้ายเหลือบมองกล้องวงจรปิดขณะคลึงชิปในมือเล่น คนที่เขาต้องเดิมพันด้วยจริง ๆ คือคนที่อยู่ข้างหลังกล้องนั่นต่างหาก

“ดูเหมือนแมวของบอสจะโชคดีนะครับบอส มือขึ้นตลอด” ไรวินท์เอ่ยขึ้นอย่างรู้แกว สายตามองร่างสมส่วนของหนุ่มเอเชียที่กำลังดวงขึ้น ซึ่งที่จริงแล้วเป็นเพราะชารอฟยกค่าเหนื่อยในการวิ่งไล่จับให้ดูต่างหาก

“ให้รางวัลกับแมวเหมียวเสียหน่อย หมอนั่นทำได้ดีในเรื่องที่ทำให้ฉันสนุกพร้อมลุ้นตามไปด้วย ภีมนี่รู้ใจจริง ๆ ที่ส่งภัทรศรัณย์มาให้”

“แล้วลูกค้าคนที่ถูกจับไปผิดตัวละครับ”

“เซอร์ไพรส์ฮันนีมูน เรือลำนี้ถูกจองเพื่อฉลองฮันนีมูนนี่นะ ก็แค่เปลี่ยนบทบาทนิดหน่อย”



Special: Passion’s Shadow

#

cr.google

ทุกคนต่างมีด้านมืดและด้านสว่าง มีทั้งสีขาวและสีดำปะปนกันไป ไม่มีดำแท้หรือขาวล้วน มีแต่เทามากหรือเทาน้อย เรามักเผยด้านสว่างยามที่สวมหน้ากากเข้าหากัน ยิ้มแย้มทั้งที่ในใจอาจเชือดเฉือน และตัวตนที่แท้จริงจะเผยออกยามถอดหน้ากาก คำถามคือ...เมื่อไหร่ ?

อืม...

ผมได้ยินเสียงดนตรีบรรเลงด้วยความเพราะพริ้งดังจากที่ไหนซักแห่ง ที่ไหนกันนะ คุ้นหูเสียจริง

“เจสันคุณจะรับวิด้าเป็นภรรยาของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเธอและให้เกียติเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่” เสียงบาทหลวงในโบสถ์ทำพิธีถามขึ้น

“รับครับ” ผมได้ยินเสียงตัวเองตอบรับด้วยความยินดี

“แล้วคุณล่ะครับวิด้าคุณจะรับเจสันเป็นสามีของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเขาและให้เกียติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่” บาทหลวงถามเจ้าสาวของผมด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าคำตอบของเราย่อมตรงกัน

เราคงจะมีความสุขร่วมกัน ฉลองฮันนีมูนบนเรือสำราญหรูหรา ถ้าต่อจากนั้นจะไม่มีภาพสุดสยิวของเจ้าสาวของผมกับคู่ขาของเธอปรากฏฉีกหน้าผมกลางงานในจอโปรเจ็กเตอร์ วีดาร์ในชุดเจ้าสาวชุดเดียวกับตอนนี้กำลังเริงรักกับใครสักคน ชุดเจ้าสาวที่เธอสวมเข้าพิธีของเรากลายเป็นชุดคอสเพลย์ให้หมอนั่นขย่มเจ้าสาวของผมอย่างเมามัน

“อาห์ จากนี้ฉันจะคิดถึงคุณบ่อย ๆ*!”*  เสียงครวญครางของวีดาร์ดังก้องในโสตประสาทเหมือนใครสักคนลั่นไกปืนเสียงสนั่นหวั่นไหวขึ้นกลางชุมชน และกระสุนเม็ดนั้นเจาะผ่าทะลุหัวใจของผม ผมยืนนิ่งตกตะลึง ภายในงานเงียบกริบเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเคลื่อนไหวกะทันหัน ความจริงที่แสกเข้ากลางหน้าอย่างจังพรากความสุขไปจากชีวิตผม เปิดดวงตาที่มืดบอดให้เห็นแสงสว่าง ณ ปลายทางที่มีเพียงผมเดินต่อไปอย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพังโดยปราศจากเธอ

อา...รสชาติของการถูกหักหลัง มันช่างรวดร้าวดีจริง ๆ ลุกลามมาจนถึงตอนนี้สินะ

ผมขยับตัวอึดอัด ต้นคอปวดหนึบ แต่ที่แย่กว่านั้นคือ เมื่อลืมตาขึ้นผมกลับมองเห็นเพียงสีแดงไวน์ในม่านตา มีบางอย่างคาดตาผมเอาไว้ ผมสะบัดหน้าแรง ๆ ขยับมือจะดึงสิ่งที่บดบังดวงตาออกก็ต้องเจอกับตลกร้าย ความเย็นของโลหะที่สัมผัสกับผิวข้อมือทำให้ขนลุกซู่ !

กุญแจมือ! ข้อมือทั้งสองของผมถูกล็อกด้วยกุญแจมือ! ผมรู้สึกได้ ไม่ผิดแน่

“บ้าน่า” ผมสบถอย่างหัวเสีย ตอนนี้รู้สึกถึงเนื้อตัวโล่งเปล่าแปลก ๆ เสียดสีอยู่บนผืนผ้านุ่มลื่น ให้เดาคงเป็นเตียงนอน ผมหยุดขยับทบทวนความจำ จำได้ว่าออกมาเดินเล่นรับลมแล้วได้ยินเสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือดังมาจากใต้บันได ผมเดินตามเสียงนั้นไปจนเจอร่างหนึ่งคุดคู้ซุกใบหน้างุดลงต่ำจนมองไม่เห็นหน้า ผมเอ่ยปากถามหวังให้การช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค ทุกอย่างก็ดับวูบลง

แล้วนี่ผมอยู่ที่ไหน ?

ผมสะบัดข้อมือโดยแรงจนเกิดเสียงกระทบของโลหะที่ข้อมือกับหัวเตียง รู้ดีว่าพันธนาการที่ยึดข้อมือของผมเอาไว้ไม่ยอมหลุดโดยง่ายหรอก ผมร้อนรนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างไม่รู้ที่มาที่ไป ในตอนนี้ดวงตาถูกปิด ข้อมือถูกล็อก ผมนอนอยู่บนเตียงในสภาพโล่งโจ้ง !

“นี่มันเรื่องบ้าชัด ๆ” ผมพรูลมหายใจแรง ๆ ถูกอดีตคนรักหลอกเป็นไอ้งั่งตัวตลกในงานแต่งงานของตัวเองไม่พอ ยังจะถูกหลอกมาขึ้นเตียงในสภาพล่อแหลมสุด ๆ

ฉลองฮันนีมูน ?

ผมแค่นยิ้มประชด

ผู้ชายคนนั้น...

“ฟื้นแล้วหรือ” เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้น ผมขนลุกเกรียวเมื่อแจ้งใจว่าเสียงนั้นเป็นผู้ชาย ผู้ชายคนนั้นแน่ ! ไอ้โรคจิตที่ล่อลวงเขา

“นายหลับไปนานพอดู ดูแล้วไม่คุ้มค่ากับสามสิบล้านที่ฉันจ่ายไปซักเท่าไหร่ ไม่รู้สึกว่าเอาเปรียบกันหน่อยหรือ เผชิญว่าฉันไม่ชอบสอดใส่กับคนหลับเสียด้วย” สามสิบล้าน ! นี่มันเรื่องอะไรกัน ผมงงไปหมด นึกถึงชายคนที่ร้องเรียกขอความช่วยเหลือ หรือ หรือว่าเขาจะติดหนี้แล้วให้ผมมาใช้คืนแทนแบบนี้นี่นะ ! Shit!

“คุณเป็นใคร ผม ผมไม่รู้จักคุณ สามสิบล้านบ้าบออะไร ผมไม่รู้เรื่องด้วย คุณจับมาผิดตัวแล้ว ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะ” ผมตวาดเอาเสียงดังเข้าขู่

“ฉันประมูลวิฬาร์รัตติกาลมาด้วยราคาสูงถึงสามสิบล้านด้วยความพอใจล้วน ๆ อยู่ ๆ จะให้ปล่อยไปง่าย ๆ ดูท่าสมองของฉันคงจะมีปัญหาเสียแล้ว”

“ก็ผมบอกว่าคุณจับมาผิดตัว ผม ผมเจอผู้ชายคนหนึ่งร้องขอความช่วยเหลือ พอผมเข้าไปช่วย จู่ ๆ ทุกอย่างก็ดับวูบ แล้วก็มาโผล่ที่นี่ ผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ที่แน่ ๆ ผมไม่ใช่วิฬาร์รัตติกาลอะไรนั่นของคุณ ปล่อยผมไปเถอะ” ผมอธิบายลนลานทั้งร้องขอ เสียงคู่สนทนาเงียบไป ผมเงี่ยหูฟัง ใจคอไม่ดีกับความเงียบนั้น

“เฮ้ ! คุณ พูดอะไรบ้างสิ ไม่อย่างนั้นก็ปล่อยผมจากสภาพนี้ก่อนได้ไหม ผมไม่ใช่คนที่คุณต้องการหรอกนะ” ผมเร่ง รบเร้าเอาคำตอบ ทว่าประโยคที่สวนกลับมาทำเอาเย็นสันหลังวาบ

“คนอย่างฉันสะกดคำว่าขาดทุนไม่เป็น เมื่อฉันตัดสินใจจ่ายไปแล้ว ฉันต้องได้”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปตามหาตัวเอาสิ จะมากักขังหน่วงเหนี่ยวผมแบบนี้ไว้ได้ยังไง คุณนี่พูดไม่รู้เรื่อง” ผมเขย่าแขนแรง ๆ ให้เกิดเสียงเพื่อบอกให้รู้ว่าผมไม่พอใจอย่างมาก

“นายต่างหากที่ฟังไม่เข้าใจ ฉันบอกว่าฉันจ่ายเงินไปแล้ว ทำไมจะต้องเสียเวลาเล่นซ่อนหาอีก” เสียงนั้นย้ำชัดจนผมหูผึ่ง ใบ้กินชั่วขณะ ก่อนจะดิ้นพล่านไม่ติดที่

“พูดบ้า ๆ ก็ผมไม่ใช่ แล้วทำไมผมต้องมาอยู่ในสภาพนี้ด้วย ผมแจ้งจับคุณได้นะ แล้วอีกอย่างผมไม่ได้มีรสนิยมแบบนี้” ผมย้ำให้เขารู้ เมื่อเริ่มเดาได้เลา ๆ จากสภาพที่เป็นอยู่ว่ากำลังจะเจอกับอะไร

“ฉันเองก็ไม่ได้ชอบการข่มขืน มีแต่คนห่วย ๆ ที่ทำแบบนั้น”

“งั้นแสดงว่าคุณจะปล่อยผม” ผมเอ่ยอย่างลิงโลด ของแบบนี้มันต้องพึงใจทั้งสองฝ่ายถึงจะสนุก อันที่จริงผมไม่เคยก้าวก่ายรสนิยมส่วนตัวของใคร เพียงแต่ผมเองไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้นก็เท่านั้น

“ฉันพูดตอนไหนว่าจะปล่อย” หากเสียงตอบกลับมานั้นทำเอาชะงัก

“คุณหมายความว่าไง”

“สนุกด้วยกัน” สั้น ๆ ง่าย ๆ เหมือนชวนไปขึ้นรถไฟเหาะ บ้าเถอะ!

“จะบ้าเหรอ คุณพูดเหมือนชวนกันไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก ผมเป็นผู้ชายนะ ผู้ชายที่ชอบผู้หญิง ชอบการมีเซ็กซ์กับผู้หญิง” ผมเริ่มสติแตก คิดดูว่า ผมต้องคุยกับคนไม่รู้จักทั้งที่ถูกปิดตา ล็อกกุญแจมือ ตกลงกันเรื่องร่างกายของผมที่ถูกจับขึงพืดรอเชือดอยู่บนเตียงโดยไอ้บ้าคนหนึ่งที่จ้องจะงาบตัวผม ให้ตายเถอะ ผมเป็นผู้ชาย ผู้ชายที่ชอบผู้หญิง เข้าใจไหม ไอ้งั่งเอ้ย !

“กับผู้ชายมันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น ไม่อย่างนั้นผู้ชายทั้งโลกคงชอบผู้หญิงกันหมด เอาละ ฉันเสียเวลามามากแล้ว ในเมื่อนายไม่ใช่วิฬาร์รัตติกาล งั้นฉันก็ไม่ต้องทำตามกติกาส่งกลับเมื่อเช้า”

“พูดเอาแต่ได้ ปล่อยโว้ย ! ไอ้โรคจิต !”

ผมดิ้นเต็มที่ เท้าเตะลมสะเปะสะปะไปเรื่อยกันไม่ให้เขาเข้าใกล้ตัวผม โชคดีที่ขาไม่ได้ถูกมัดไปด้วย ขนลุกจริง ๆ ตอนที่ปลายนิ้วปริศนาลูบไล้ผ่านหน้าอก ถ้าเป็นผู้หญิงยังพอทน ยังพอจินตนาการตื่นเต้นสยิวกิ้วไปด้วยได้ แต่นี่ ผู้ชายนะครับ ผู้ชายที่มีไอ้นั่นเหมือนกันกับผม ผมควรดีใจกับสิ่งที่เขากำลังจะยัดเยียดให้หรือไง แค่คิดก็สยองซ้ำซ้อนละ ไม่นับหน้าตาของเขาที่คงจะแย่ยิ่งกว่าแย่ถึงได้ซื้อกินแพง ๆ แบบนี้ โอ้ย ผมคิดไปถึงยักษ์เขียว ไม่ก็แฟรงเก็นสไตน์ ตาย ตายแน่ ๆ งานนี้ฝันร้ายสุด ๆ เลวร้ายยิ่งกว่างานแต่งล่มเสียอีก โพรโมชันทัวร์นรกแตกหรือไงนี่

ฮื่อ

จมูกผมได้กลิ่นอะไรแปลก ๆ  ผมหยุดดิ้นเร่า หัวคิ้วขมวดแน่นกับความไม่ชอบมาพากล

“จริง ๆ ก็ไม่อยากทำแบบนี้เท่าไร แต่นายพยศจนฉันเริ่มหงุดหงิด ไม่แน่ว่านายอาจติดใจยิ่งกว่าเครื่องเล่นในสวนสนุกเสียอีก ไม่ใช่ทุกคนที่ฉันจะเลือกให้ขึ้นเตียงด้วยง่าย ๆ”

“ไม่มีคนเอาน่าจะถูกกว่า เฮอะ !” ผมทำเสียงเยาะขึ้นจมูก เขาพูดอย่างกับตัวเองหล่อลาก รวยล้นฟ้าขั้นมหาเศรษฐีที่ใครต่างก็ยอมสยบให้ แต่...เอ่อ ขึ้นเรือลำนี้ได้ แถมจ่ายประมูลราคาแพงลิบลิ่วได้ก็น่าจะรวยเข้าขั้นนะ เรียกว่ารวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องไร้สมองควบไปด้วยน่าจะเป็นนิยามที่เหมาะเหม็งกว่า !

“อือ คุณ...ใช้ยากับผม” ผมเอียงใบหน้าแนบลงที่นอน บางอย่างในตัวพลุ่งพล่านวูบวาบอย่างรวดเร็ว

“ถือว่าปรานีที่จับมาผิดตัว มันจะช่วยให้นายเจ็บน้อยลงและสนุกกับมัน เก็บคำด่าไว้ร้องขอให้ฉันทำกับนายแรง ๆ ดีกว่า” ช่างเป็นความมุ่งมั่นที่ผิดเรื่องจริง ๆ

“ไม่ !” ผมส่ายหน้าต่อต้านเส้นผมกระจาย รู้สึกเรี่ยวแรงขัดขืนมันลดทอนถอยลงอย่างน่าใจหาย สวนทางกับความรู้สึกต้องการผิดธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว ผ้าคาดตาถูกร่นลง ภาพที่ปรากฏในครรลองสายตาคือเรือนร่างสูงใหญ่ดูแกร่งกำยำของชายผู้หนึ่ง กลิ่นอายบางอย่างในตัวเขาทำให้หัวใจผมเต้นเปลี่ยนจังหวะ สายตาเพ่งมองคนสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่ปากหยักได้รูปที่โผล่พ้นปราการอำพรางนั้นสวยไม่เบา สายตาภายใต้หน้ากากจ้องมองมาที่ผมขณะมือปลดเปลื้องพันธนาการออกจากกายทีละชิ้น ผมประสานสายตากับเขา ผู้ชายที่หมายขย้ำตัวผมเปลื้องผ้าจนกระทั่งปราการชิ้นสุดท้ายหลุดออกจากเรือนร่างสมบูรณ์แบบ หัวใจผมเต้นไม่เป็นส่ำกับขนาดที่ยังหลับใหล ยอมรับว่าผู้ชายคนนี้มีร่างกายที่เยี่ยมยอด แต่เชื่อเถอะ มันไม่เกิดผลดีกับผมหรอก มันคงเร้าใจสุด ๆ ถ้าทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นเกิดจากความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย

“ผ่อนคลาย แล้วนายจะรู้สึกดี”

“ไม่” ผมยังคงสั่นหน้าดิกปฏิเสธร่างที่กำลังเคลื่อนเข้ามาหาผม ตัวผมสั่น พยายามกระถดตัวหนีเมื่อเตียงยวบลงด้วยน้ำหนักที่ทิ้งตัวลงมา ดวงตาหวาดหวั่นจ้องคนที่เคลื่อนขยับเข้ามาใกล้ไม่ลดละ ผมรู้สึกตัวเองเป็นเหมือนแมลงโง่เขลากระจ้อยร่อยที่บินมาติดกับดักใยแมงมุม

Ah…foolish insect fly to lost into spider web!

ขยับดิ้นรนหนีไปทางไหนไม่ได้นอกจากรอดูมัจจุราชค่อยขยับเคลื่อนเข้ามาเยือนอย่างช้า ๆ เพื่อมอบจุดจบอันแสนเจ็บปวด เหมือนที่ผมกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ดวงตานิ่งภายใต้หน้ากากจ้องมอง นิ้วโป้งของเขาแตะที่ริมฝีปากล่างของผม คลึงเบา ๆ ก่อนเชยคางผมขึ้นรับสัมผัสอุ่นที่ทาบลงมา ในขั้นแรกเขาบดเบียดน้ำหนักกับริมฝีปากของผมด้วยความนุ่มนวล ก่อนเพิ่มแรงรุกเร้ามากขึ้นแล้วสอดปลายลิ้นเข้าคลุกเคล้าภายใน ผมบอกความรู้สึกนี้ไม่ถูก สมองมันตื้ออย่างกับถูกไฟช๊อตยามปลายลิ้นของเราแตะกัน ปลายลิ้นของผมขยับไปตามที่เขาชักนำ จากนุ่มนวลกลายเป็นลุ่มลึกหนักหน่วง และดุดันในแบบของผู้ชาย ลิ้นของผมถูกดูดจนเจ็บชาไปหมด

อา... เขาคงไม่ได้คิดว่าลิ้นของผมเป็นสตูลิ้นวัวหรอกนะ

ท้องน้อยของผมวูบวาบยามถูกดูดปลายลิ้นแรง ๆ มันหนักหน่วง วาบหวาม และซาบซ่านไปด้วยสัญชาตญาณแห่งความต้องการของบุรุษเพศ ร่างกายของผมลุกฮือ ฝ่ามือร้อนลูบเฟ้นบนเรือนร่างของผม ฝ่ามือผู้ชายให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากผู้หญิง มันไม่ได้นุ่มนวลแต่เปี่ยมไปด้วยพลังกระหายของสัตว์ป่านักล่า สัญชาติญาณผู้ชายด้วยกันในตัวผมบอกว่าอย่างนั้น หัวใจของผมเต้นกระหน่ำกับสิ่งที่กำลังดำเนินไป ร่างกายของผมตื่นตัวจากการเล้าโลมของชายคนนั้น

อา...

“ครางเรียกฉันว่า king เพราะฉันคือราชาของทาสอย่างนาย” กรงเล็บแกร่งจิกขยุ้มเส้นผมกระชากไปด้านหลังจนหน้าแหงน ผมนิ่วหน้ากับกลิ่นอายอำมหิต ความเย็นเยียบสุดขั้วที่แผ่ออกมาจากคน ๆ นี้ล้วนน่ายำเกรง และสร้างความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ

...เขาคือใครกันแน่ ?...

ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยเมื่อผมถูกกระชากจนหน้าแหงน น้ำเสียงทุ้มลึกทรงพลังเอ่ยขึ้น ดวงตานิ่งเฉียบภายใต้หน้ากากจ้องราวจะสะกดจิตให้เชื่ออย่างนั้น ทว่าเสี้ยวหนึ่งกลับท้าทายให้ผมอยากรั้นทุรังท้าทายเขา

“ซาตาน คุณมันคือราชาของปีศาจร้าย” ผมเปล่งเสียงดื้อดึงต่อต้าน ทั้งยังถลึงตาจ้องเขม็งประสานสายตากลับแม้ใบหน้ายังแหงนจากการถูกขยุ้มเส้นผม ผมคิดว่าเขาจะโกรธ แต่เขายกยิ้มพอใจเสียอย่างนั้น

“ฉันถือว่ามันคือคำชม” กลายเป็นผมที่ขมวดคิ้วฉงน ผู้ชายคนนี้แปลกประหลาด ชื่นชอบคำบริภาษมากกว่าเยินยอ ริมฝีปากร้อนขบกัดเบา ๆ ตรงใบหูของผม ยังความเสียวซ่านไปถึงสันหลัง ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเพิ่มดีกรีความร้อนแรงด้วยการบดขยี้ริมฝีปากไปมาบริเวณหู จงใจให้เส้นผมขยี้กับใบหู ผมรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นทันทีกับการกระทำของเขาทั้งที่ภายในอยากต่อต้าน ปลายจมูกโด่งกดซุกไซ้ซอกคอไม่ปรานีปราศรัย ผมรู้สึกถึงแรงกัดก่อนความชื้นแฉะของปลายลิ้นจะสัมผัสผิวของผม เขาลากปลายลิ้นชื้นผ่านไหปลาร้าราวจิตรกรกำลังปัดปลายพู่กันละเลงผลงานสุดร้อนแรง อารมณ์ของผมเตลิด หัวใจผมเต้นกระหน่ำกับปลายลิ้นแสนช่ำชอง ฟันคมขบเม้มแรง ๆ ตรารอย ปกติจะเป็นผมเป็นฝ่ายปฏิบัติกับผู้หญิง แต่ตอนนี้ผมกำลังถูกปฏิบัติจากผู้ชายที่ผมไม่รู้จัก ผู้ชายที่มีกลิ่นอายของนักล่าดุร้ายน่าเกรงขาม

อือ

เขารุกเร้าผมรุนแรงขึ้นโดยที่ร่างกายของผมก็ตอบสนองความต้องการของเขา ดวงตาถูกปิดอีกครั้ง ส่วนสำคัญถูกฝ่ามือร้อนกอบกุม กระตุ้นขึ้นลงหนักหน่วง ขาผมแยกกว้าง สะโพกส่ายเร่ากับจังหวะมือ ปลายเท้าจิกเกร็งลงบนที่นอนด้วยความกระสันจากสัมผัสที่ได้รับ ร่างกายร้อนพล่านจนผุดเม็ดเหงื่อ

อือ อ๊ะ ! อาห์

ผมกลั้นเสียงไว้ไม่ไหว สมองพร่าโพลนส่งเสียงหอบหนักครวญครางด้วยความรัญจวน ผมข่มอารมณ์ตัวเองไม่ไหว ซอกคอถูกซุกไซ้หนักหน่วง ขณะที่มือร้อนยังคงขยับขึ้นลงเร่งจังหวะ ริมฝีปากประกบทาบทับ ทั้งดูดกัดจนแสบไปหมด และเขาอำมหิตพอที่จะหยุดมือลงกะทันหันให้ผมค้างเติ่งด้วยความทรมานจากอาการเสียวซ่านที่เริ่มโดยเขา

“ฉันไม่ปล่อยให้นายสนุกคนเดียวหรอกนะ” เขามองส่วนสั่นระริกที่ถูกกระตุ้นแล้วหยุดกะทันหัน ส่วนปลายปริ่มน้ำใสบ่งบอกว่าเจ้าของคงแทบบ้า ที่ถูกกระตุ้นจนเกือบสุดปลายปรารถนาแล้วแท้ ๆ แต่อีกฝ่ายกลับหยุดมือลง

“คุณ...” ผมพูดอะไรไม่ออก อยากจนหน้ามืด อาการคงคล้าย ๆ คนเสี้ยนยาละมั้ง ขนาดช่องทางด้านหลังถูกเขานวดคลึงตาวาวผมยังไม่ขัดขืน

“ฉันอยากฟังเสียงนายร้องขอ ตรงนี้ของนายมันช่างยั่วยวนฉันจริง ๆ แล้วฉันก็ชอบเนื้อที่ทรมานแล้วก่อนกินซะด้วย” สะโพกถูกบีบขยำอย่างมันมือ บางอย่างชื้น ๆ เย็น ๆ สัมผัสที่ช่องทางด้านหลัง ก่อนความรู้สึกเจ็บจะแล่นขึ้นมาแทนที่เมื่อสิ่งแปลกปลอมได้แทรกเข้ามาข้างใน สิ่งแปลกปลอมนั่นคว้านผนังนุ่มหยุ่นก่อนกดลงให้ผมสะดุ้งเฮือก และกดย้ำ ๆ อย่างนั้นเมื่อเขาค้นพบจุดจีสปอตในตัวผม

“อือ...คุณ” ผมแหงนหน้าเริด สมองขาวโพลน ตรงนั้นสั่นระริก แล้วเขาก็แช่มือให้ผมค้างอีกหน

“ขอร้องฉันสิ ขอร้องให้ฉันทำกับนาย ในโลกนี้ไม่ได้มีนายคนเดียวเสียหน่อยที่มีอะไรกับผู้ชาย”

“คุณ...ดะ ได้...อึก ได้โปรด” ผมทนแรงปรารถนารบเร้าของตัวเองไม่ไหว นาทีนี้ไม่สนแล้วว่าจะหญิงหรือชาย ขอแค่พาผมผ่านความทรมานนี้ไปได้ ผมไม่เกี่ยงทั้งนั้น

“ได้โปรด” ผมร้องขอ แต่เสียงหึลอดผ่านลำคอออกมาฟังคล้ายพวกโรคจิต ทำเอาขนลุกเกรียว แล้วคำตอบก็มาเมื่อร่างของผมถูกจับพลิกคว่ำ

“อื้อ !” ร่างกายเหมือนจะแยกออกเป็นเสี่ยง บางอย่างที่กดแทรกเข้ามาในร่างกายสร้างความเจ็บปวดอย่างสุดประมาณ ผมขมิบโดยสัญชาตญาณต่อต้านความเจ็บเสียดด้านหลังที่ถูกล่วงล้ำ ผ้าคาดตาถูกดึงร่นลงมาคาดไว้ที่ปากแล้วเขาก็ดึงกระตุกจนผมหน้าแหงน ดวงตาประสานกับสายตาตัวเองที่ปรากฏในผนังกระจกห่างจากหัวเตียงไป ผมมองสภาพนายบำเรอของตัวเอง ในสภาพข้อมือทั้งสองถูกล็อกและใครบางคนทาบร่างอยู่ข้างหลังกำลังดันตัวเองผ่านเข้ามา ร่างนั้นโน้มเข้ามาใกล้ตวัดปลายลิ้นยังใบหูสบตากับผมในกระจก ซาตานภายใต้หน้ากากยกยิ้มมุมปากขณะกลืนกินผมช้า ๆ แล้วกระแทกเข้ามาแรง ๆ จนสุด ผมสะดุ้งด้วยความจุกใบหน้าเหยเก ฝ่ามือร้อนลูบไล้ทั่วแผ่นอก บีบขยี้เม็ดเล็ก ๆ สีอ่อนไล่ลงยังกล้ามหน้าท้องและกอบกุมส่วนนั้นชักเบา ๆ พร้อมกับตัวตนของเขาที่เริ่มขยับในตัวผม ไม่เพียงเท่านั้น ริมฝีปากคลี่ยิ้มร้ายยังเคลื่อนเข้ามาคาบตรงปมผูกด้านหลังผ้าสีแดงไวน์ที่มัดปากผมไว้ กัดแน่นและกระตุกดึงแรง ๆ ให้ผมหน้าแหงนมองตัวเองตกอยู่ในกำมือของเขา

ส่วนร้อนของเขาขยับรุนแรงจนร่างของผมโยกคลอน ความเจ็บแผ่ซ่านเหมือนร่างปริฉีกเริ่มถูกทดแทนด้วยความรู้สึกใหม่ มือเขาขยับควบคุมตัวตนของผม เสียงบดขยี้ลงมาในร่างฟังดูหยาบโลนแต่เร้าความรู้สึกลึก ๆ

ปึก ! ปึก ! ปึก !

ร่างที่เสียดสี เสียงกระแทกร่างลงในกาย คืนที่เปรียบเสมือนฝันร้าย ผมถูกคนรักหักหลัง และถูกราชันปีศาจขย้ำ !

ใครก็ได้ ช่วยปลุกผมตื่นที !

​cr. fifty shade darker


ความคิดเห็น