ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนนะคะ : ) แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่.

ชื่อตอน : หนี

คำค้น : แฟนตาซี,นิยายแฟนตาซี,เรวดี,ลึกลับ,ครอบครัว,โรแมนติกแฟนตาซี,ปีศาจ,นิยายมือใหม่

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 312

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2563 18:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนี
แบบอักษร

“ไอ้บ้า ปล่อยฉัน หลุดซิ หลุดซักทีสิโว้ย!” 

“แกร๊ก”

“มานี่ นังตัวดี”

เสียงแห่งความสำเร็จ ฉันดีใจมากที่ทำได้ ฉันลุกพรวดพราดเข้าไปที่กำแพง แล้วค่อยๆดึงเศษผนังกำแพงออกจนพอมองเห็นใบหน้าแม่

“หนูทำได้แล้วค่ะ หนูทำได้แล้ว”

“ลูกรัก แม่รู้แล้วๆ วันนี้ทั้งวันสองแม่ลูกนั่นไม่อยู่บ้านพอดี พวกมันน่าจะกลับมาอีกทีตอนเย็น ลูกควรใช้โอกาสนี้หนีไป”

แม่พูดอย่างลุกลี้ลุกลน

“แล้วแม่ล่ะคะ?”

“เรวดี....ไม่ว่าอย่างไร ลูกก็ต้องกลับไปหาพ่อนะ จงมีชีวิตอยู่เพื่อแม่นะ”

เธอว่าอย่างนั้น

“แม่!”

ตอนนั้นเองที่น้ำตาฉันเริ่มคลอเบ้าจนล้นออกมา เธอมองหน้าฉันแล้วร้องไห้ เธอค่อยๆยื่นมือออกมา ฉันรีบคว้ามือเธอมาแนบแก้ม ด้วยมือที่เต็มไปด้วยเลือดของเธอ ทำให้ใบหน้าด้านขวาของฉันเปื้อนไปด้วยเลือดของเธอ ฉันมองสายตาอันห่วงใยของเธอ ฉันรับรู้ได้ไม่ว่าเธอจะพูดหรือไม่ก็ตาม แล้วเธอก็ชักมืออันแห้งเหี่ยวนั้นกลับไป เธอถอดสร้อยจากคอเธอออก แล้วยื่นมาให้ฉัน

“เก็บนี่ไว้ มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่แม่มี ไปซะเรวดี”

ฉันรีบรับมันมาแล้วสวมไว้

“แต่...แม่คะ”

“ไปสิ เรวดี ไม่ต้องห่วงแม่ ไป!”

“ไม่..ไม่ค่ะ...หนูจะหนูกับแม่”

ฉันยังตัดใจไม่ได้

“เรวดี ตั้งสติแล้วฟังแม่นะ”

ฉันเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

“ขอแค่ลูกปลอดภัย แม่ก็...หมดห่วงแล้ว”

เราสองแม่ลูกล่ำลากัน ฉันคว้ามือเธอมาแนบกายครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะหนีออกไป ฉันใช้มีดงัดบานประคูแล้วค่อยๆเขย่งขาออกมา ฉันได้ยินเสียงแม่แว่วมาจากด้านหลัง

“ฝากดูแลพ่อด้วยนะเรวดี ลูกต้องหนีไปให้พ้นจากคฤหาสน์นรกนี่นะ.....บางทีเราอาจเจอกันอีก...ชีวิตหน้า......”

(ในขณะที่เรวดีกำลังเดินจากไปนั้น พิมอรมองเธอจากไปอย่างมีความสุข ใบหน้าของพิมอรเปี่ยมไปด้วยความหวัง เธอหวังแค่เพียงให้ลูกสาวปลอดภัย ซึ่งตอนนั้นเองที่สัตว์ประหลาดสุดจะน่ารังเกียจทำจมูกฟุดฟิด มันมีดวงตากลมโตสีแดงเดือด ผิวนูนตะปุ่มตะป่ำ น้ำลายยืดตลอดเวลา มันส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนที่จะกระโจนเข้าไปหาพิมอร มันกัดเธอไปครึ่งตัวก่อนจะกลืนลงคอ แล้วก็คาบร่างท่อนบนของพิมอรไปนั่งแทะเล่นราวกับเธอเป็นกระดูกชิ้นหนึ่ง เลือดกระจายทั่วห้อง เป็นสีแดงสดไหลนองเต็มพื้น ไม่มีเสียงใดๆของมนุษย์เล็ดลอดออกมา มีเพียงกลิ่นสาบเลือดที่ลอยฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ)

หลังจากที่ฉันเดินออกจากห้องนั้นมาได้แล้ว ฉันก็ค่อยๆมองดูสภาพอันน่าสยดสยองของหอคอยปีศาจนี้ มันช่างเป็นภาพที่น่าขนหัวลุกสุดจะบรรยาย บนผนังกำแพงถูกตกแต่งด้วยกะโหลกศีรษะมนุษย์นับร้อย เศษซากของร่างไร้วิญญาณถูกปล่อยปละละเลย บ้างก็ถูกหนูแทะ บ้างก็เก่าจนเป็นที่อยู่ของแมงมุม ฉันค่อยๆเดินลงบันไดอย่างเงียบๆ เพราะฉันไม่กล้าที่จะส่งเสียงใดๆออกมาจากปาก ข้อเท้าที่บาดเจ็บ ตอนนี้มันเริ่มทวีความเจ็บปวดมากขึ้น รอยเลือดจากข้อเท้าของฉันไหลเป็นทางยาว ฉันได้ยินเสียงกระพือปีกของค้างคาว สาบานได้ว่าฉันมองเห็นพวกมันกำลังดูดดื่มคราบเลือดที่ไหลตามพื้นอย่างสำราญใจ ฉันจึงเร่งฝีเท้าและภาวนาไม่ให้พวกมันตามมาทัน

“โอ้พระเจ้า! ฉันมีหวังแล้ว”

ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในขณะที่ฉันเริ่มมองเห็นแสงสว่าง ฉันรีบวิ่ง และวิ่ง พละกำลังของฉันกลับคืนมาอย่างเต็มแรง ฉันดีใจมากเมื่อรู้ว่ามันคือประตู ซึ่งเป็นทางเดียวที่ฉันจะออกไปได้

“เฮอ..เฮอ..”

ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วผลักบานประตูนั้น แต่มันถูกล็อคจากด้านนอก ฉันพยายามดันสุดแรงก็ไม่เป็นผล ฉันใช้มีดงัดลูกบิดจนพลาดไปโดนนิ้วมือ

“โอ้ย!”

ฉันทิ้งมีดลงสู่พื้น แล้วกุมมือแน่น ไม่นานฉันก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นได้

ความคิดเห็น