facebook-icon

แฟนเพจ เวย์นิส/นิยายรักอีโรติก

EP.13 [ฮีดัส + พิษของพีมอนส์]

ชื่อตอน : EP.13 [ฮีดัส + พิษของพีมอนส์]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2560 13:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.13 [ฮีดัส + พิษของพีมอนส์]
แบบอักษร

EP 13

 

"ฮันนี่ล่ะ"

"หลับอยู่กับไอ้เทียร์" ผมพยักหน้ารับเบาๆอย่างไม่เซ้าซี้แล้วอ่านหนังสือพิมพ์ในมือต่อ ไอ้บีเลคนั่งลงตรงข้ามกับผมอย่างเงียบๆ แล้วหยิบเหยือกเลือดมาเท่ใส่แก้วทรงสูงจากนั้นก็กระดกเข้ามาปากแบบรวดเดียวหมดแก้ว

"ได้ข่าวไอ้นอริสไหม?"

"กลิ่นมันหายไปแบบไร้ร่องรอย พวกคีลาค์สตัวอื่นๆก็ไม่เห็น มันคงจะเล่นเราครั้งใหญ่ ถึงได้หนีไปเก็บตัวแบบนี้"

"รวมพวกที่เหลือไหม?" ผมมองมันด้วยสายตานิ่งๆแต่ไม่ได้ตอบอะไร ถ้าเรารวมตัวกันมันมีโอกาสสูงมากที่เผ่าพันธุ์แวมไพร์จะสูญหายไปจากโลก แต่ถึงไม่รวมตัวกัน พวกคีลาค์สก็ต้องตามล่าหาพวกเราอยู่แล้ว

"ค่อยคิดอีกที"

"หึ คิดเรื่องนั้นก่อนดีไหม" ผมหันหลังกลับไปมองทางด้านหลัง แล้วก็พบกับปริ๊นเซสที่กำลังเดินลงบรรไดมาอย่างไม่เร่งรีบกับไอ้ทีเวียร์ เธอส่งยิ้มให้ผมกับไอ้บีเลคอย่างสดใสแล้วตรงเข้ามานั่งตักผมทันที

"พวกนั้นไม่กล้ามาถึงที่นี่หรอก แต่ก็ใช่ว่าเราจะต้องเป็นฝ่ายแพ้มันเสมอไปนะ อย่าลืมสิว่าพวกมันก็มีจุดอ่อน" คำพูดของปริ๊นเซสทำให้พวกผมสามคนหันมองหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง ใช่ว่าไม่รู้ว่าจะฆ่าความเป็นอมตะของพวกมันด้วยวิธีไหน แต่เพราะพวกเราไม่สามารถทำได้ต่างหาก

การจะฆ่าพวกมันง่ายแค่นิดเดียว นั้นคือการจับพวกมันฉีกเป็นชิ้นๆแล้วหลอมด้วยน้ำแข็ง แต่ไอ้ที่บอกว่าง่ายเนี้ย ผมหมายถึงง่ายสำหรับอสุรกายพันธุ์อื่นนะ หรืออาจจะเป็น พีมอนส์ เพราะพวกผมไม่สามารถเข้าถึงกายมันได้หากพวกมันกลายร่าง ยิ่งถ้าพวกมันปลดปล่อยไฟออกมา พวกผมคงตายตั้งแต่ได้ไอความร้อนของมันแล้ว!

 

"พูดง่ายนิ ดูสภาพพวกเราเมื่อวานหน่อยไหม"

"มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีก!" น้ำเสียงเกรี้ยวกราดเอ่ยตอบไอ้ทีเวียร์อย่างเฉียบขาด สายตาของเธอเริ่มเปลี่ยนไปจนดูน่ากลัวแม้แต่อสุรกายด้วยกันที่ได้จ้องมอง เธอลุกออกจากตักผมแล้วเคลื่อนตัวขึ้นไปชั้นบนด้วยความรวดเร็ว แล้วกลับลงมาใหม่ในเวลาไม่นานนัก

 

********************************

สองเท้าเรียวภายใต้รองเท้าบูทหนังก้าวย่างเข้าไปในป่าดงพงไพรด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและน่าเกรงขาม รีดริ้งเรไรต่างส่งเสียงร้องเป็นทำนองอิสระที่ฟังดูแล้วคล้ายกับการเอ่ยต้อนรับผู้มาเยือนใหม่ รอยยิ้มมุมปากที่ยากจะอธิบายผุดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ฝีเท้าจะเร่งจังหวะในเร็วขึ้นจนกลายเป็นวิ่งในที่สุด สัตว์ป่ามากมายต่างส่งเสียงร้องโหยหวนเมื่อรับรู้ได้ถึงกลิ่นไอที่ไม่คุ้นเคย พวกมันต่างวิ่งหาที่หลบภัยกันจ้าละหวั่น หากแต่หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจพวกมันมากนัก เพราะเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อล่าพวกมัน

เสียงฝีเท้าหยุดลงในที่สุดพร้อมกับร่างกายของหญิงสาวที่บัดนี้เหลือเพียงอากาศที่สามารถมองเห็นได้ นั้นคือการพรางกาย สองขาเรียวก้าวเดินไปเรื่อยๆจนถึงปากทางเข้าถ่ำที่มืดมิด ยิ่งคืนนี้ข้างแรมยิ่งทำให้ในป่าแห่งนี้ดูวังเวงและน่าหวาดกลัวยิ่งขึ้น

พรึ่บ!

"คิดดีแล้วรึ ที่ย่างกรายเข้ามาที่นี่" การปรากฏตัวของใครบางคนทำให้มุมปากบางยกยิ้มอีกครั้ง เธอหลุดออกจากการพรางกายแล้วย่างก้าวเข้าไปหาเจ้าถิ่นด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อนใดๆ แม้เขาจะไม่อยากต้อนรับนักก็ตาม

"ฉันมาดี"

"บุกรุกผืนป่าของข้า คงจะคิดเช่นนั้นไม่ได้"

"ฮ่ะๆ ฉันแค่มีเรื่องมาขอร้องเท่านั้น"

"ข้าไม่จำเป็นต้องช่วยเจ้า กลับไปซะสาวน้อย"

"เดี๋ยวสิ!" คิ้วหนาขมวดเข้าหากันยุ่งเมื่อหญิงสาวเคลื่อนเข้ามาประชิดตัว นัยตาสีเทาขาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าครามอย่างตามหาความหมาย เขายกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจก่อนจะพ่ายมือเชื้อเชิญอีกฝ่ายให้เข้าไปในที่พักของตัวเอง

 

"เจ้าคงกลายร่างมาจากเลือดของแวมไพร์"

"ใช่ แล้วคุณล่ะ ทำไมถึงต้องทำให้ตัวเองหายสาบสูญ ‘องค์ชายพีมอนส์’

"ข้าก็แค่เบื่อการใช้ชีวิตเช่นนั้น ข้ามีชีวิตมากว่า 3000 ปี มีชีวิตมาก่อนทุกเผ่าพันธุ์อสุรกายบนโลกใบนี้ การมีชีวิตอยู่ในที่เดิมๆ คือสิ่งที่ข้าไม่ปรารถนา"

"คุณคงหยุดความเป็นมนุษย์แค่อายุ 20 กว่าสินะ" ปริ๊นเซสยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจที่เห็นสีหน้าแปลกใจของอีกฝ่าย กว่าเธอจะหาเขาเจอมันไม่ง่ายเลย ซ้ำร้ายต้องหลอกล่อพวกสามหนุ่มนั่นอีกว่าเธอจะไปเที่ยวสองสามวัน การมาที่นี่ต้องใช้การเดินทางนานพอสมควร หากเป็นมนุษย์ปกติแล้ว คงไม่สามารถฝ่าฟันหมอกแห่งความตายมาได้

 

"ข้าชื่อ ฮีดัส แต่เจ้าเรียกข้าว่า ดัส ก็ได้ แต่ขอเถอะ อย่ามาอ่านใจข้า เพราะมิเช่นนั้นข้าก็จะอ่านใจเจ้าเช่นกัน"

"ฮ่ะๆ ขอโทษที่เสียมารยาท"

"ตามหาข้าทำไม?" ฮีดัสเอ่ยถามอย่างไม่อ้อมค้อม ถึงแม้จะพอรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายก็ตาม

"ช่วยฉัน...ฆ่าพวกคีลาค์ส"

"......" ไร้เสียงตอบรับจากบุคคลตรงหน้า เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอถึงได้ตามหาเขาเจอ และมาขอให้เขาไปร่วมจัดการกับพวกคีลาค์ส พีมอนส์กับคีลาค์สไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันในอดีตหรือแม้แต่ปัจจุบัน หากแต่ตอนนนี้มันคงจะไม่ใช่อยากนั้นอีกแล้ว ในเมื่อสงครามได้เริ่มต้นขึ้นด้วยฝีมือของหญิงสาวตรงหน้า

"เจ้าคือผู้ทำลาย! พีมอนส์ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับอสุรกายพวกนั้น! สิ่งที่เจ้าทำมันผิด!"

"แต่ฉันต้องทำเพราะพวกมันจะฆ่าคนที่ฉันรัก!"

"ร่างกายและสายโลหิตของเจ้าคือพีมอนส์ แต่ความคิดของเจ้ามันคืออรูสร้าย!!"

ปึก!!

ร่างของหญิงสาวถูกเหวี่ยงอัดเข้ากับผนังถ้ำอย่างแรงจนเกิดรอยร้าว ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาฮีดัสแล้วใช้มือบีบที่ลำคอหนาจนแทบแหลกคามือ หากแต่ฮีดัสก็สามารถสะบัดหลุดได้ในเวลาอันรวดเร็ว เขาดันตัวเธอให้ติดกับผนังก่อนจะกลายร่างเป็นพิมอนส์อย่างสมบูรณ์แล้วฝังเขี้ยวลงที่ลำคอระหงอย่างรวดเร็ว

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!!" เธอกรีดร้องลั่นอย่างโหดห้วนเมื่อพิษร้ายเริ่มแทรกซึมเข้าสู้ร่างกาย กล้ามเนื้อทุกส่วนบีบรัดตัวจนแน่นพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มติดขัด เขี้ยวคมค่อยๆถอดออกแล้วใช้ริมฝีปากดูดกลืนหยาดโลหิตที่ไหลบ่าออกมาอย่างหื่นกระหาย มือหนาเอื้อมไปข้างหลังเพื่อประคองร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด

"...อึก" ดวงตากลมโตปิดลงช้าๆอย่างทรมานในพิษของบาดแผลที่กำลังปฏิกิริยาด้านลบกับเส้นเลือดใหญ่ในกายเธอ ลมหายใจที่เคยฟืดเคืองบัดนี้เริ่มแผ่วลงไปทีละนิด...จนดับลงในที่สุด

 

"พีมอนส์ที่แท้จริง ต้องไร้ซึ่งลมหายใจ"

 

 

************************************

 

 

ความคิดเห็น