ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.พ. 2560 19:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 6
แบบอักษร

 

6

 

 

              บริเวณม้านั่งที่เป็นที่ประจำของกลุ่มผม ซึ่งคราวนี้มีคนแปลกหน้ามานั่งเสนอหน้าอยู่ข้างๆ ผมด้วย ไล่ก็ไม่ยอมไป ไอ้เม่นทำตัวติดกับผมอย่างกับปาท่องโก๋ หลังจากวันเกิดมันเมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์มันก็อยู่ห้องผม มาวันนี้อีก มันบอกไม่มีเรียนไม่รู้เรื่องจริงหรือเปล่า

                “มันมากับมึงได้ไงวะ” รีบหันไปมองไอ้มีนที่มันยื่นหน้ามากระซิบ เพื่อนผมมันเหล่ไอ้เด็กปีหนึ่งต่างมหาลัยตั้งแต่หย่อนก้นนั่ง พวกมันก็อยากพูด อยากว่า แต่ติดตรงที่มีปีหนึ่งนั่งแถวนี้ด้วย ขืนทำอะไรไปอาจจะดูไม่คีพลุคฐานะพี่ว๊าก (ที่ใกล้จะหมดวาระ)

                “มันนอนกับกูมาสองวันละ” ผมบอกปุ๊บ ไอ้มีนก็แทบแหกปาก ดีที่ผมคว้าไว้ทัน แม่ง “จะตะโกนทำห่าอะไร”

                “อื้อๆๆๆ”

                “กูไม่เข้าใจ”

                “มึงก็ปล่อยมือออกจากปากมันสิวะ” อีแน่วใช้ไม้บรรทัดตีเข้าที่มือผม “ว่าแต่ ใครนอนอะไรวะ” หน้าขาวของสาวหนึ่งเดียวในโต๊ะยื่นมาซะกลางวง

                “นอนเชี่ยไร ไม่มี” ผมรีบปัด

                “ก็ไอ้มู่มันแรด เอาไอ้เด็กนี่ไปนอนด้วย” โดนครับ ไอ้มีนโดนผมตบหัวเต็มฝ่ามือ “กูเจ็บ”

                “ก็มึง...”

                “นี่มึงเสียตัวให้ไอ้นี่ไปแล้วเหรอวะ” ผมกำลังจะแก้ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน ไอ้เกมส์กลับแทรกขึ้นมา

                “ทำไมใจง่ายงี้วะเพื่อนกู” อีแน่วก็เข้าร่วม

                “ลีลาเพื่อนกูเด็ดไหมวะ” สุดท้ายไอ้เหี้ยเจที่หันไปถามไอ้เม่นแทน นี่ถ้ามันนั่งใกล้มือผมอีกสักหน่อย มีเลือดแน่นอน

                “ผมกับพี่ม่านยังไม่ได้ จุดๆ กันครับ” แทบอยากจะปรบมือให้ไอ้เม่นที่มันบอกความจริง “แต่อีกไม่นานหรอก ผมมั่นใจ” จัดไปอีกดอก ตบเน้นๆ กลางกบาลจนหน้าผากมันโขกกับโต๊ะ

                “ไม่มีวันนั้นเว้ยไอ้เชี่ยเม่น อย่าคิดๆ” ชี้หน้าคาดโทษ มันก็รีบกระพริบตาปริบๆ เอานิ้วจิ้มๆ ตามแขนของผม “อะไรของมึง”

                “อย่าโกรธเม่นสิ” ไอ้เม่นช้อนตามองผมได้โคตรน่าหมั่นไส้ “นะๆ” มีกระพริบตาด้วยว่ะ

                “เออๆ ไม่ได้โกรธ” ขมวดคิ้วบอกมันไป

                “จริงนะ” บางทีท่าทางดีใจเหมือนเด็กตัวเล็กๆ แล้วได้ของเล่น ก็ทำให้ผมเผลอยิ้มได้เหมือนกัน...หากไม่ติดตรงที่ว่า มีสายตาหลายคู่จ้องมอง

                “แหม สวีทไม่เกรงใจพวกกูเลยไอ้ห่ามู่” ผมส่ายหน้าให้กับคำล้อของเพื่อน ต่างจากไอ้เม่นที่ยิ้มรับนิ้วโป้งของเพื่อนผม

                วันนี้พวกผมไม่มีเรียน ใจจริงอยากจะนอนกินบ้านกินเมือง แต่เพราะฟุตบอลของผมชิงวันนี้ ผมเลยลากพวกไอ้เจมามหาลัยด้วย รวมทั้งไอ้เม่นที่เกาะติดผมอย่างกับปลิง ไอ้นี่ไม่ต้องไปดูอดีตชาติที่ไหน มาถามผมได้เลยว่าเมื่อก่อนมันเกิดเป็นอะไร

                แสตนเชียร์สองคณะเต็มไปด้วยนักศึกษาที่คาดผ้าสีประจำคณะกับอุปกรณ์เชียร์ ส่วนผมเดินนำพรรคพวกมาข้างสนาม เพราะไม่อยากทำให้รุ่นน้องหมดสนุกเมื่อมีพี่ว๊ากนั่งอยู่ด้วย ผมทักทายไอ้จ๊อดที่คุยแผนกับรุ่นน้องเสร็จ มันเดินมาใกล้พร้อมทำหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่าง

                “ไหนบอกไม่มีอะไร แต่พามาเปิดตัวเนี่ยนะ”

                “ก็ไม่มีอะไร เด็กมันอยากดู”

                พยายามไม่สนใจไอ้จ๊อดที่ทำหน้าทำตาล้อเลียน เมื่อเห็นผมนิ่งมันเลยเดินไปทักทายพวกไอ้เจแทน แต่ก็ยังเหล่ตามองเด็กต่างมหาลัย วันนี้ไอ้เม่นแต่งชุดธรรมดาครับ กระเป๋าเสื้อผ้าที่มันเตรียมมาเมื่อวันเสาร์ มีชุดที่สามารถใส่ได้เป็นอาทิตย์ มันเตรียมพร้อมเกินไปนะผมว่า แล้วผมก็ใจอ่อนเกินไปเหมือนกันที่ให้มันอยู่ด้วย

                เมื่อถึงเวลาลงสนาม พวกผมเรียกนักฟุตบอลปีหนึ่งรวมพลัง เสียงเรียกกำลังใจดังลั่นสร้างความฮึกเหิมสุดๆ ผมเดินไปยืนชิดขอบสนามแต่กลับถูกมือขาวลากกลับเข้ามายืนในเต็นท์ แต่ยืนแป๊บเดียวผมก็ออกไปยืนข้างนอก แล้วก็ถูกลากเข้ามาอีก

                “อะไรของมึงเนี่ย กูจะไปเชียร์ข้างสนาม” หันมาแหวไอ้เม่นที่มันไม่ยอมปล่อยแขน

                “ตรงนั้นแดดมันร้อน พี่ยืนในเต็นท์นี่แหละ” ไอ้เม่นทำหน้าตาจริงจังเหมือนเสียงของมัน พวกที่เฮฮาในเต็นท์ถึงกับเงียบกันหมด

                “กูรุ่นพี่มึงนะ” ไม่ยอมหรอกนะเฮ้ย

                “ผมรู้ว่าพี่แก่ ถึงเป็นห่วงนี่ไง”

มันด่าผมหรือเปล่าวะ

                ผมกำลังจะอ้าปากเถียง ไอ้เจเดินมาตบบ่าเบาๆ เรียกสายตาของผมกับไอ้เด็กเม่นให้หันไปมอง

                “ทำตามเหอะ” ผมถลึงตาใส่เพื่อนที่เข้าข้างคนอื่นมากกว่าเพื่อน “ที่กูบอกแบบนี้เพราะมันดูเป็นห่วงมึงจริงๆ” แทบอยากขยี้หูเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าตาจริงจัง

                “นี่มึงคือไอ้เจเพื่อนกูจริงๆ ใช่ไหม” ถามไปเลยถูกตบหัวเน้นๆ ไอ้เม่นเห็นก็ทำตาโตรีบยกมือมาลูบตำแหน่งที่ถูกตบ “มึงทำอะไรเนี่ย”

                “ก็พี่เจตบโคตรแรง” นี่ไม่ใช่คำตอบที่ผมอยากได้ ประเด็นคือคนในเต็นท์เริ่มไม่สนใจเกมส์ในสนาม ทุกสายตาพุ่งมาที่ผมทั้งนั้น

                “มึงอย่าสปอยด์ไอ้มู่นักเลย เดี๋ยวมันได้ใจไอ้ห่า” ไอ้เจส่ายหน้าเอือมก่อนเดินกลับไปนั่งที่เดิม เหลือแค่ผมที่ถูกมือขาวลูบหัวอยู่จนแทบเคลิ้ม ถ้าเกาคางด้วยไอ้ม่านก็หมาเลยนะครับเนี่ย

                ผมเดินตามแรงจูงมานั่งข้างเพื่อนตัวเอง อีแน่วเกือบอ้าปากแซวแต่ถูกผมขู่ทางสายตามันเลยรีบงับปากไปซะก่อน แต่ก็ห้ามสายตาสอดรู้ของผู้คนไม่ได้หรอกครับ แทบอยากตะโกนให้สนใจฟุตบอลไม่ใช่ผม โธ่

                เกมส์ในสนามเริ่มดุเดือด ความเงียบค่อยๆ หายไป รอบตัวผมมีแต่คนโวยวายโวกเวก บ้างก็ออกไปยืนชิดขอบสนาม ขนาดไอ้มีนกับไอ้เกมส์ยังไปกอดคอกันด้านนอก ส่วนผมแค่ลุกขึ้นก็ถูกมือดึงให้นั่งลง ไอ้เม่นไม่ได้ดั่งใจเลยว่ะ แต่พอปีหนึ่งฝั่งผมไปป้วนเปี้ยนหน้าประตูอีกฝั่ง คราวนี้ผมพุ่งพรวดจนไอ้เด็กข้างๆ คว้าไม่ทัน

                “ยิงเลยๆ” ผมตะโกนสุดเสียงไปพร้อมคนอื่น “ยิงแล้วๆ ไอ้เชี่ย”

                เต็มๆ ตาข่ายเลยครับ ไอ้เด็กเบอร์สิบยิงเต็มข้อเท้าเข้าไปแล้ว ผมกระโดดโลดเต้นกอดคอไอ้เกมส์ แต่มันดันหน้าผมออกแล้วกอดกับไอ้มีนแทน ผมโดนเพื่อนทำร้าย

                “กูเจ็บนะเว้ย” ผมว่า ไอ้เชี่ยเกมส์มันผลักไม่เบามือ เล่นคอผมเกือบเคล็ด

                “นู้น ของมึง” ไอ้มีนชี้ไปที่เต็นท์ “มองตาแทบถลน ไอ้ห่า”

                ไอ้เม่นทำหน้านิ่งยืนพิงเสาเหล็ก มันยกแขนขึ้นกอดอกมองผมด้วยสายตาที่โหดเหี้ยม หรือผมจะรู้สึกเองคนเดียว แต่ผมไม่ได้กลัวหรอกนะ แต่บอกให้ได้รู้เฉยๆ ว่าถูกมองแบบนั้น ผมรีบหันไปสนใจเกมส์ในสนามต่อ แม้จะแอบเหล่มองด้านหลังอยู่บ้างบางครั้ง

                พักครึ่งแรก ผมรีบวิ่งไปแบกถังน้ำไปให้นักกีฬา แค่ยกขึ้นก็ถูกมือคนอื่นมาแย่ง พอเงยหน้ามอง คนแย่งคือไอ้เม่น มันถอนหายใจแล้วดึงไปถือเอง ผมขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนเดินนำมันไปที่กลุ่มนักฟุตบอล พอมาน้ำมาถึง ผมก็รีบแจกโดยมีคนยกเดินตาม ที่ต้องรีบเพราะอยากหลบสายตาของเพื่อนกับรุ่นน้อง แจกเสร็จก็กลับเต็นท์

                “พี่จะรีบเดินทำไม เดี๋ยวก็ล้มหรอก ขายิ่งสั้น...”

                “ขากูยาวเว้ย” อยู่ๆ มาว่าผมขาสั้น ผมถลึงตาใส่ไอ้เม่นที่หัวเราะ ผมสูงตั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้านะครับ ไม่เตี้ยเห็นป่ะ “มึงไม่มีการบ้านทำเหรอวะ รายงงรายงานไม่มีให้ทำหรือไง” เริ่มเบื่อมันครับ เห็นหน้ามันจะเลยสี่สิบแปดชั่วโมงแล้วเนี่ย

                “เพิ่งเปิดเรียนไม่นาน ยังไม่มีหรอกครับ ถึงมีผมก็ทำเสร็จแล้ว ไม่ค้างดองเหมือนพี่หรอก” ดูความปากร้ายของมันครับ เห็นรายงานที่ไม่เสร็จของผมสามวิชาแค่นั้นเอง มีข่มเว้ย

                “รายงานมันต้องมีรายละเอียดเว้ย ข้อมูลกูยังไม่แน่นเลยต้องค้างไม่แบบนั้น ไม่รู้จริงนี่หว่า”

                “ข้ออ้างชัดๆ”

                เดินหนีสิครับ ไม่อยากเถียงกับเด็กที่พูดไม่รู้เรื่อง ผมเดินออกไปยืนข้างไอ้จ๊อดที่กำลังบอกแผนการเล่น เด็กปีหนึ่งต่างก็ช่วยกันออกความเห็น ปีที่แล้วไม่ได้แชมป์ก็เพราะไม่มีใครตื่นตัวแบบนี้ เห็นว่าปีนี้คณะผมมีนักกีฬาของจังหวัดด้วยหลายคน ไม่ได้แชมป์ก็บ้าแล้ว

                เกมส์ครึ่งหลังเริ่มขึ้น การต่อสู้ของฝีเท้าโคตรดุเดือด ตอนนี้พลังที่มีต้องใส่ให้สุด ผมแหกปากเชียร์จนเจ็บคอไปหมด จากรูปเกมส์กับการเล่นตรงหน้า นี่มันการแข่งระดับประเทศแล้ว

                “ไอ้เหี้ยๆ”

                สัตว์เลื้อยคลานออกมาเป็นฝูงจากปากพวกผม ขณะลุ้นหนักว่าไอ้ลูกกลมๆ ที่คนแย่งกันมันจะเข้าประตูหรือเปล่า ลุ้นจนขนลุกไปทั้งตัว รีบๆ เตะ ลุ้นจนปวดขี้แล้วเนี่ย

                ปรี๊ด!!!

                เสียงเป่านกหวีดของกรรมการดังขึ้นพร้อมๆ กับลูกสีขาวดำพุ่งเข้าตาข่าย เสียงโห่ร้องดังก้องบริเวณ ผมกระโดดกอดกับไอ้จ๊อดตัวลอย เหมือนๆ กับคนอื่นๆ ที่ดีใจจนลืมทุกอย่าง

                “คณะกูชนะ ไอ้เหี้ย” เสียงแหลมของไอ้จ๊อดดังอยู่ข้างหูเป็นร้อยรอบก่อนมันจะวิ่งไปกอดเด็กปีหนึ่งที่ทวงคืนแชมป์มาให้

                พอสิ้นสุดการแข่งขัน พวกไอ้จ๊อดนัดน้องๆ ปีหนึ่งไปกินเลี้ยงเพื่อฉลองแชมป์ ผมซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานก็ต้องไป ของฟรีแบบนี้ไอ้ม่านไม่เคยพลาดอยู่แล้ว

                “กลับยัง” เสียงลอยมาเข้าหูทำให้ต้องหันหน้าไปมอง “เกมส์จบแล้ว”

                “เกมส์จบ แต่ต้องไปกินเลี้ยงฉลองแชมป์”

                “พี่จะไปเหรอ” อยู่ๆ ไอ้เม่นก็จ้องกดดัน อะไรของมันวะ

                “อะไรของมึงเนี่ย” มองหน้าคนถามอย่างไม่เข้าใจ

                “ก็ผมไม่ชอบ” ขมวดคิ้วหนักขึ้นไปอีก ผมกระพริบตามองคนบอกไม่ชอบ

                “ไม่ชอบอะไรวะ”

                “ไม่ชอบที่พี่กอดกับคนอื่น” เกือบหลุดขำ แต่ใบหน้าจริงจังของคนตรงหน้าทำให้ต้องกลั้นอย่างหนัก

                “หึงกูเหรอ” พูดเสร็จไอ้เม่นก็รีบหยักหน้า โคตรตรงต่อความรู้สึกตัวเอง “เรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน จะมาหึงกูทำไมเนี่ย”

                “ตอนนี้ไม่เป็น แต่อีกไม่นานไง ผมหึงล่วงหน้าไว้ก่อน”

                คนแบบนี้ก็มีแหน่ะ

                “อาการหนักแล้วมึงน่ะ”

                “หนักเพราะพี่นั่นแหละ” ไอ้คนหึงหน้างอ ทำปากยู่ “พี่อยากกินอะไรเดี๋ยวผมพาไปกิน ไม่ต้องไปกับพวกเขาหรอก”

                “นั่นก็เพื่อนกู”

                “แล้วผมล่ะ” ทำไมรู้สึกพูดไม่ออก พอเห็นหน้าตาเป็นหมาหงอยก็ทำให้ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี “พี่ไปกินกับเพื่อนก็ได้” พูดจบก็เดินหนีไปเฉย ทิ้งให้ผมเบิกตาโตมอง

                “อะไรของมันวะเนี่ย” แทบอยากทึ้งผมตัวเองให้ร่วง

                “เด็กมึงงอน” เสียงไอ้เจลอยเข้ามา ผมเหล่หางตามองเพื่อนที่เดินมายืนข้างๆ “ไม่ไปง้อเหรอ”

                “กูต้องง้อเหรอวะ” ถามด้วยความซื่อ เลยถูกตบหัวเน้นๆ

                “จะคบกับเด็ก มึงต้องทำตัวให้เด็กกว่า”

                “แล้วถ้าคบรุ่นเดียวกัน ต้องทำตัวยังไงวะ” ผมลองพูดออกมา ไอ้เจถึงกับเดินหนี หนอย เรื่องมันกับไอ้ดีฟผมยังไม่ได้เค้นเลยนะ

                ผมตบแก้มตัวเองแรงๆ สองทีแล้วรีบเดินตามไอ้เด็กต่างมหาลัยที่งอนเดินหนีจนไม่เห็นตูด รู้ว่าขายาว แต่ทำไมถึงเดินไวอย่างกับหายตัวได้ มองซ้าย มองขวาก็ไม่เห็น หรือจะกลับไปอย่างที่มันบอก

                “พี่มองหาผมเหรอ” เสียงทักแบบไร้ทิศทำเอาผมสะดุ้งโหยง เกือบกระโดดขาคู่ใส่ไปแล้วเพราะนึกว่าผี

                “ไอ้เหี้ย กูตกใจ” ลูบหน้า ลูบอกเรียกขวัญกำลังใจที่ตกไปอยู่ตาตุ่ม “ไหนบอกกลับ” แกล้งถามไป ไอ้เม่นกระพริบตาปริบๆ มอง

                “ก็จะกลับนั่นแหละ”

                “กลับแล้วทำไมมายืนตรงนี้”

                “ก็รอดู เผื่อพี่จะตามมาไง แล้วก็มาจริงๆ ด้วย โคตรดีใจ” ไอ้เม่นยิ้มยิงฟันจนตาหยี

                “มาดีจงดีใจอะไร กูแค่...” เอาล่ะสิ ผมจะพูดอะไรดี แค่อะไรดีวะ “แค่...”

                “แค่อะไร” ไอ้นี่ก็เร่งจังวะ

                “แค่...เอ่อ...แค่อะไรดีวะ” ผมเผลอพูดในสิ่งที่คิดออกเสียง ไอ้เม่นได้ยินถึงกับทรุดลงไปนั่งขำกับพื้น

                หมดกันภาพลักษณ์ของไอ้ม่าน

                “พี่ตลกว่ะ”

                “ยัง ยังไม่หยุดขำกูอีก แค่นี้กูก็จะเอาหน้ามุดดินอยู่แล้ว” ผมรีบหันหลังเตรียมเดินหนี แต่ถูกมือขาว (กว่า) คว้าแขนไว้ “อะไรของมึง” ไม่อยากให้มันเห็นหน้า เดี๋ยวมันจะรู้ว่าผมพยายามกลั้นยิ้ม

                “ซื้อของไปฉลองที่ห้องกันสองคนก็ได้ เนอะ”

                “มานง มาเนอะเชี่ยไร ไม่เว้ย” ปวดแก้มแล้วนะเว้ย

                “หมูกระทะดีไหม หรือไก่ทอดดี พี่ว่าอันไหนอร่อย”  

                “ไก่ทอดดิ่ หมูกระทะเบื่อ...เชี่ย” พอมันถาม ภาพไก่ทอดก็ลอยออกมาทำให้เผลอพูด ไอ้เม่นขำแล้วพยักหน้ารับ “เพราะมึงทำให้ภาพพจน์กูเสีย”

                “ผมชอบนะ พี่เป็นตัวของตัวเอง” เบื่อมากกับรอยยิ้มและสายตาแบบนี้ที่มันมองผม เบื่อ โอ้ย เบื่อ

                แล้วทำไมผมต้องกลั้นยิ้มจนปวดแก้มเนี่ย

                สรุปแล้ว ไอ้เม่นก็พาไปซื้อไก่ทอดเซ็ทใหญ่สุดสองเซ็ท ที่ซื้อเยอะเพราะมีกาฝากมาด้วย พวกไอ้เจ ไอ้มีน ไอ้เกมส์มารถอีแน่วครับ พวกมันแยกไปซื้อของมึนเมากันชั้นบน ส่วนผมถูกเด็กพามาซื้อไก่ ระหว่างที่ยืนรอไก่ทอด หันไปเห็นเด็กตัวเล็กกินไอศกรีม ยิ่งพอเห็นผมมองยิ่งแกล้งเลียซะไอศกรีมหล่นพื้น สมน้ำหน้า เอาซะผมอยากกินเลย

                “เดี๋ยวมา” ผมทิ้งให้ไอ้เม่นยืนรอของ ส่วนตัวเองก็ออกไปสั่งไอศกรีมมากินบ้าง และต้องสั่งเหนือกว่าไอ้เด็กเมื่อกี้

                “โห นี่พี่กินอยากกับเด็กว่ะ” พอได้ของที่อยากก็กลับมายืนกินข้างไอ้เม่นเหมือนเดิม เด็กที่กินล่อหน้าล่อตาผมเมื่อกี้มองของในมือผมตาเป็นมัน ก็ของผมมีช็อกโกแลตเคลือบด้วย เจ๋งป่ะล่ะ “ดูดิ่ เลอะปากหมดแล้ว” นี่ไม่ใช่เวลาต้องมาสนใจเสียงบ่นของไอ้เม่น เพราะผมกำลังเยาะเย้ยเด็กที่เพิ่งจะกินหมดไป

                “หึๆ” เผลอหัวเราะเมื่อเด็กนั่นเริ่มเบ้ปาก ไอ้ม่านชนะใสๆ ไม่แน่จริงอย่ามาท้านะ

                “แกล้งเด็ก” ได้ยินเสียงขำในลำคอจากคนข้างๆ ก่อนจะมีมือยื่นมาเช็ดมุมปากของผม จะผละหน้าออกแต่ถูกสายตาดุตวัดมองเลยได้แต่ยืนเฉยๆ ให้มันเช็ด “อายุเท่าไหร่แล้ววะเนี่ย”

                “มึงก็บ่นจังวะ” เช็ดเสร็จผมก็อ้าปากงับไอศกรีมต่อ ลืมสนใจคนรอบข้างจนพนักงานเรียกรับของถึงได้เห็นว่าสายตาเกือบทุกคู่ในร้านมองมา เล่นเอาหมดความมั่นใจ “เขามองอะไรกันวะ” สะกิดถามไอ้เม่นที่ยื่นมือรับของจากพนักงานที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองผม

                “ไม่รู้เหมือนกัน” ไอ้นี่ขี้จุ๊แน่ ผมว่ามันต้องรู้ว่าเพราะอะไรแต่ไม่ยอมบอก “ไปเถอะ พวกพี่เจซื้อของเสร็จแล้วมั้ง” ไอ้เม่นเอ่ยชวน มันยื่นมือมาจับมืออีกข้างของผมแล้วจูงออกนอกร้าน

                “จับทำไมเนี่ย” เริ่มรู้สาเหตุนิดๆ แล้วล่ะ พอไอ้เม่นจับปุ๊บ คนในร้านก็สะกิดเพื่อน พี่ น้องให้ดูทันที

                “ก็เดี๋ยวเดินชนนั่นชนนี่ไง พี่กินไอศกรีมไปเถอะ” จ้องหน้าไอ้เด็กขี้บ่น “อะไร”

                “ขอบใจ” แล้วผมก็ก้มหน้ากินไอศกรีมอย่างอร่อย เดินจะชนอะไรก็จะถูกมืออีกคนดึงหลบ รู้สึกปลอดภัยจริงๆ อย่างที่มันบอก

                ซื้อของเสร็จ พวกเราก็ขับรถตามกันมาที่ห้องของผม พอไอ้พวกเพื่อนตัวดีเข้าประตูห้องปุ๊บ พวกมันก็ทำตาโตมองไปรอบๆ ไอ้เกมส์ใช้นิ้วปาดไปตามตู้ ตามโต๊ะแล้วหันมามองหน้าผม

                “นี่ห้องมึงจริงๆ เหรอเนี่ย” ดูมันถาม

                “ก็ห้องกูน่ะสิ จะห้องคนหล่อที่ไหนอีก” ตอบพร้อมยืด

                “มึงไม่ต้องตกใจ กูว่า ห้องสะอาดเพราะเด็กมันทำ ใช่ไหม” ไอ้มีนถามไอ้เม่นที่เดินเอาของไปใส่จาน แล้วพอได้คำตอบคือพยักหน้า พวกเพื่อนเลวต่างก็พากันหัวเราะแล้วยกนิ้วโป้งให้ “มึงตามใจมันเกินไปไอ้เม่น เดี๋ยวเพื่อนกูก็เป็นง่อย”

                “ไอ้เชี่ยมีน” ตะโกนด่าพร้อมชี้นิ้วใส่หน้า

                “ไม่ต้องมาขึ้นเสียง แหม พาเด็กมาซุกหอพัก ร้ายนะมึง” แล้วพวกมันก็หัวเราะกันอีกรอบ

                “ไอ้เชี่ยเม่น คืนนี้มึงกลับบ้านมึงเลย” เล่นเพื่อนไม่ได้ ก็เล่นไอ้เม่นแทน มันทำหน้าเหวอแล้วส่ายหัวรัวๆ

                “ว่าแต่ พวกมึงสองคน...” ผมกับไอ้เม่นมองหน้าสาวหนึ่งเดียวในห้อง อีแน่วถามพร้อมชูสองนิ้วเกี่ยวกัน อะไรของมันวะ และคงเห็นว่าผมทำหน้างง มันเลยพูดออกมาตรงๆ “กูลืมไป ว่าไอ้มู่มันโง่...ได้กันยัง”

                “ได้พ่อง” ตอบแบบไม่ต้องคิด

                “นี่เพื่อนกูเวอร์จิ้นอยู่หรือนี่ ไอ้เม่น มึงช่างเป็นสุภาพบุรุษ” อีแน่วตบบ่ารุ่นน้องที่มันยิ้มรับคำชม

                “แต่กูว่า ป๊อดว่ะ” คำชมมลายหายไปเมื่อไอ้เจขัด

                “ไม่ต้องเสี้ยมไอ้ห่า” ผมเอาถั่วทอดปาใส่หน้าไอ้เจ มันเลยหัวเราะออกมา “มันกับกูยังเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องเว้ย”

                “รอผมจีบติดเมื่อไหร่ ค่อยขยับ” ไอ้เม่นว่า พลางยกแก้วขึ้นชนรอบวง

                “ขยับอะไรวะ ขยับขั้น หรือขยับเอว โอ้ว ซี๊ด” ในเมื่ออยากซี๊ด ผมเลยสงเคราะห์ด้วยการยกขาถีบสีข้างไอ้เกมส์จนมันแทบถลา แต่เหล้าในแก้วกระเฉาะใส่หน้าไอ้เจเต็มๆ

                “หน้ากูหล่ออยู่แล้ว ไม่ต้องการเหล้าพอก ไอ้เชี่ย เสียดายของ” อยากจะขำแต่ยังต้องฟาดฟันสายตาใส่ไอ้มีนที่มันแกล้งผม ทำไมผมถึงสู้ไอ้พวกนี้ไม่ได้สักคน ขนาดอีแน่วผมยังเถียงแพ้ มีไอ้เม่นเข้ามาก็กะจะเป็นผู้ชนะ แต่ก็ยังสู้ไม่ได้ ไอ้ม่านเครียด

                การฉลองชัยชนะให้แก่ฟุตบอลที่ได้ที่หนึ่งมาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อเหล้าหมดขวด พวกไอ้เจพากันนอนตามพื้นเพราะออกไปมีหวังถูกจับเป่า ติดคุกโดนปรับระนาวแน่นอน ผมนอนมองรุ่นน้องที่ลุกเก็บกวาดซากทุกอย่างจนสะอาดเกลี้ยง ขนาดคราบน้ำยังไม่เหลือ

                “ได้มึงมาโคตรสบาย” ผมว่า ไอ้เม่นเงยหน้าจากถุงขยะมามองผมพร้อมรอยยิ้ม

                “ผมดีใจที่พี่ชอบ” ว่าจบ มันก็ลุกเอาถุงขยะลงไปทิ้งข้างล่าง

                จะว่าไป มันก็เจ้าระเบียบเหมือนกันนะ ดูจากท่าทางแล้วไม่น่าเป็น มาเห็นก็ตอนวันที่มันมาอยู่ที่ห้องนี้นี่แหละ ผมได้แต่นั่งมองไอ้เม่นเก็บกวาด ถูเช็ดพื้นจนห้องผมสะอาดแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ก็ดูจากเพื่อนผมยังตกใจที่เห็นห้องสะอาด ผมว่า ไอ้เม่นคงถูกเลี้ยงมาดีพอสมควร

                แต่ผมพูดจริงๆ นะ ได้มันมา โคตรสบายไปทุกอย่าง

                “พี่ไปอาบน้ำก่อนนอนด้วยนะ เมื่อเช้ามีแต่เหงื่อสกปรก เดี๋ยวจะคัน”

                สบายทุกอย่าง ยกเว้นหู

                “มึงนี่ขี้บ่นจังวะ” ถึงจะรำคาญเสียงบ่น แต่ก็ลุกไปอาบน้ำตามที่มันบอก

                “บ่นเพราะห่วงนั่นแหละ พี่ม่าน อย่าถอดกางเกงนอกห้องน้ำสิ โธ่”

 

                สนไหม ไม่สน ผมเขวี้ยงกางเกงยีนส์กับเสื้อลงพื้น แล้วเดินโชว์กางเกงในลายตัวการ์ตูนเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงบ่นตามมาแต่ไม่สน ผมว่าจะยกไอ้เม่นเป็นแม่คนที่สองแล้วเนี่ย บ่นได้บ่นดี บ่นทั้งวัน

 

 

.......................................................

 

หายไปนานมากเรื่องนี้ ต้องขอประทานอภัยจริงๆ ค่า ช่วงที่แต่งมันชนกับคำทำนาย ทายว่าต้องรัก พยายามประคองไปด้วยกันแต่ไม่รอด เลยรีบแต่งเรื่องนั้นให้จบก่อน แต่พอมาเรื่องนี้ อารมณ์ไม่ต่อซะงั้น เลยทำการรีไรท์ใหม่ตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อปรับเรื่องให้แน่นขึ้น เพราะตอนเดิมดูเรื่องเดินเร็วไป หากไม่อ่านกลอยเกรียนอาจจะไม่รู้ ตอนนี้ได้ปรับใหม่หมดตั้งแต่แรกเริ่ม หากยังงงๆ ก่งก๊งตรงไหน บอกได้เลยค่า จะรับนำไปปรับปรุงให้ดีมากกว่าเดิม

 

 

ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ ^^~

ความคิดเห็น