ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2560 16:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12
แบบอักษร

 

บทที่ 12

 

#

(ขออนุญาติเจ้าของภาพด้วยนะคะ ใช้เพื่อประกอบเนื้อหานิยายเท่านั้น)

 

 เท็นไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ เราเข้าใจ

จำเป็นสิ

...

“ความรู้สึกของแฟนเราคือสิ่งที่จำเป็นที่สุด

******************************************

 

วันนี้สโมฯ โทรมาหาเราด้วยแหละ เขาโทรไปหาเท็นเหมือนกันหรือเปล่า?” ขวัญใจเอ่ยถามขึ้นในวันหนึ่งขณะที่เธอกับเขากำลังทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารตามสั่งใกล้ๆ หอพัก

 

ช่วงบ่ายของวันนี้ทางสโมสรนักศึกษาติดต่อมาหาเธอพร้อมบอกกิจกรรมผู้ที่มีตำแหน่งเป็นดาวและเดือนของทุกชั้นปีจะทำร่วมซึ่งมีแผนกำหนดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นเดือนหน้า นั่นก็คืองาน คืนดาวเดือนกระจ่างฟ้า โดยเป็นงานเลี้ยงศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว ส่วนมากผู้ร่วมงานจะเป็นคนที่ค่อนข้างมีอายุเลยวัยกลางคนไปพอสมควร อีกทั้งมักจะดำรงตำแหน่งอาชีพการงานใหญ่โต นี่จึงเป็นงานที่ถือว่ามีระเบียบแบบแผน ลำดับพิธีการเยอะและต้องจัดรูปแบบของงานให้ออกมาตรงกับรสนิยมความชอบของผู้มาร่วม

 

และนอกจากการพบปะของศิษย์เก่าแล้วนั้นส่วนสำคัญอีกอย่างที่เพิ่งเริ่มขึ้นในปีนี้ปีแรกก็คือ การแสดงของดาวเดือนประจำคณะ ทุกคณะร่วมกันทุกชั้นปี

 

อืม โทรๆ เขาจะให้เราเต้นลีลาศด้วยใช่ไหม?”

 

ก็ใช่น่ะสิ เสียงใสๆ บ่งบอกถึงความไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ จริงๆ ตำแหน่งนี้เธอก็ไม่ได้อยากเป็นนักหรอก แต่เพราะมันมาจากการคัดเลือกจึงต้องยอมรับไปโดยปริยาย อีกอย่างตอนนี้เธอมีงานที่อาจารย์สั่งมากมาย แต่ละชิ้นก็ใหญ่ๆ ทั้งนั้นถ้าจะให้เอาเวลาไปทำอะไรแบบนี้อีก ... แล้วจะมีเวลานอนไหม?

 

นี่ยังไม่นับชนาธิปที่คอยวอแวคลอเคลียเหลือเกิน ยังดีที่ช่วงนี้เขาก็งานยุ่งเหมือนกัน ความหื่นในตัวชนิดที่เธอคาดไม่ถึงจึงพอลดลงไปบ้าง ไม่อย่างนั้นคงมีน็อคจริงๆ

 

เอาใจแขกผู้มีเกียรติกันสุดๆ ลองนึกดูดิว่าอายุขนาดพวกเราจะมีสักกี่คนที่เต้นลีลาศได้ แค่ปีก่อนๆ ต้องแต่งตัวแต่งหน้าเป็นชั่วโมง ปั้นหน้ายิ้มสวยเราก็เหงือกแห้งจะแย่อยู่แล้ว ร่างบางคิดถึงปีก่อนๆ ที่ถึงงานจะเริ่มตอนหกโมงเย็นซึ่งเหล่าดาวเดือนจะต้องไปยืนหน้างานคอยต้อนรับและพาแขกเข้าไปนั่งโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ เหมือนจะเป็นงานง่ายๆ แต่ถ้าใครได้ทำจะรู้ว่าไม่ง่ายเลยกับการต้องยิ้มตลอดเวลา เดินไปนู่นนี่โดยที่ใส่ชุดราตรีเต็มยศ รองเท้าส้นสูงและแต่งหน้าทำผมอลังการ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนช่างแต่งหน้าจะเรียกเธอให้มาเตรียมตัวที่หอประชุมสถานที่จัดงานตั้งแต่บ่ายโมงเพราะมีคิวแต่งหน้าทำผมหลายคน

 

บอกเลยว่าเพลียมาก!

 

แล้วนี่ปีนี้จะมีให้เต้นลีลาศเพิ่มเป็นการเปิดฟลอร์ด้วยก็ยิ่งทวีความวุ่นวายมากขึ้นกว่าเดิม คนที่อยากอยู่เงียบๆ สงบๆ อย่างเธอจึงจำเป็นต้องยอมรับแต่โดยดีเพราะไม่ต่างจากแบกหน้าตาของคณะเอาไว้ หากทำอะไรให้ส่วนรวมเกิดความไม่พอใจขึ้นมาคงได้ถูกนินทาไปอีกนาน

 

ชนาธิปยิ้มขำกับการแสดงอารมณ์ที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นของขวัญใจ แต่เอาจริงๆ เธอก็พูดไม่ผิดนึก เชื่อเลยว่า 99% จะต้องเต้นลีลาศกันไม่เป็น นั่นจึงทำให้ทางสโมฯ ต้องมีการฝึกซ้อมกันอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ทันวันงานโดยจะเริ่มเรียกประชุมเพื่อพูดถึงขั้นตอนคร่าวๆ ก่อนในวันพรุ่งนี้

 

งานพวกเราก็ยิ่งเยอะๆ อยู่ด้วยเนอะ

 

นั่นสิ ใบหน้าใสระบายลมหายใจออกมาราวกับจะเบื่อหน่ายเต็มทน

 

เอาเถอะ มันก็อีกไม่นานเท่าไหร่เดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว อีกอย่างเขาคงไม่ให้เราเต้นจังหวะยากๆ อะไรให้ต้องฝึกนานหรอกถ้าจากการวิเคราะห์ทางสโมฯ ก็เป็นนักศึกษาเหมือนกัน ยังไงพวกนั้นก็คงไม่ทำอะไรยุ่งยากเกินไปหรอก 

 

 

อาจเรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวของ คนหน้าตาดีประจำมหาวิทยาลัยก็ไม่ผิดนัก เพราะตอนนี้ห้องประชุมใหญ่ภายในตึกสโมสรนักศึกษาแน่นขนัดไปด้วยดาวเดือนทั้งหมด 21 คณะ โดยมีจำนวนคนที่ได้ตำแหน่งนี้ตั้งแต่ปี 1 -4 รวมทั้งหมดคณะละ 8 คน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่างานที่จะจัดขึ้นอันใกล้นี้ยิ่งใหญ่ขนาดไหน

 

แต่หากจะบอกว่าชายหนุ่มหญิงสาวทั้งหมด 168 คนว่าเยอะแล้วหากบัตรเชิญตอบรับร่วมงานของแขกนับพันคนดังนั้นถ้าเทียบส่วนกันถือว่าเป็นจำนวนนักศึกษาในความรับผิดชอบภายในงานก็ยังดูน้อยมากอยู่ดี

 

ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือมาวันนี้นะครับ ประธานสโมฯ เอ่ยขึ้นมาเรียกความสนใจทำให้เสียงคุยจ้อพากันเงียบไปได้บ้าง หากแต่ละคนกลับทำหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่เพราะทุกคนทราบข้อมูลแล้วว่าปีนี้จะต้องมีการแสดงเพิ่มงานพวกเขาขึ้นไปอีก

 

คาดว่าคงจะรู้กันแล้วเนอะว่าปีนี้จะมีการแสดงเต้นลีลาศเปิดฟลอ์รผมเลยต้องรบกวนเวลาของทุกคนก่อนปีที่ผ่านมาเล็กน้อย

 

รบกวนมากเลยค่ะ ขวัญใจแอบทำปากขมุบขมิบเสียงเล็กพูดขึ้นมาเบาๆ พอให้ตัวเองกับชายหนุ่มข้างกายได้ยิน จมูกรั้นเชิ่ดขึ้นแสดงความรู้สึกเบื่อหน่ายปนปลงตก

 

เดี๋ยวเขาก็ได้ยินหรอก ชนาธิปตอบเสียงเบาเช่นกันพร้อมหัวเราะในลำคอ มองเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวแล้วก็รู้สึกเอ็นดูไปซะหมด ไม่เข้าใจจริงๆ นับวันไม่ว่าเธอจะทำอะไร แสดงสีหน้าแบบไหนเขาก็รู้สึกว่ามันน่ามองทั้งนั้น

 

ใบหน้าสวยหันไปยักคิ้วหลิ่วตาคล้ายกับจะบอกว่าไม่กลัวก่อนจะยิ้มกว้างออกมา ยังไงก็มั่นใจว่าหน้าห้องไม่ได้ยินหรอก เธอนั่งอยู่แทบจะด้านหลังแบบนี้

 

งั้นผมจะขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ เราเหลือเวลาอีก 3 อาทิตย์ในการฝึกซ้อมนะ คิดว่าทุกคนส่วนใหญ่ที่นี่ก็คงไม่เคยเต้นลีลาศกันหรอก ดังนั้นสโมฯ เลยคิดว่าจะเลือกเพลงจังหวะบีกินซึ่งก็ง่ายที่สุดแล้ว รวมถึงเชิญอาจารย์ประจำวิชาลีลาศมาสอนด้วย เอาจริงๆ เรียนสัก 3 – 4 วันไม่เกินนี้ก็น่าจะเต้นเป็นกันทุกคนแล้ว หลังจากนั้นขอให้ไปซ้อมกันเองนะครับ ใกล้วันงานจะขอเรียกมาซักซ้อมใหญ่อีกครั้งเพื่อความพร้อมเพรียง

 

แล้วคู่ที่เต้นละครับ?” หลังได้ฟังข้อมูลเสร็จสิ้นแล้วก็มีเสียงของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หน้าห้องยกมือเอ่ยถามขึ้น

 

คู่จะขอเป็นดาวกับเดือนที่ได้ตำแหน่งคู่กับพวกคุณนะครับ เข้าใจกันเนอะ ยกตัวอย่างเช่นดาวคณะแพทย์ปี 1 ก็เต้นคู่กับเดือนแพทย์ปี 1 เหมือนกัน จะได้ง่ายๆ ไม่ต้องวุ่นวายหาคู่กันอีกอย่างก็น่าจะคุ้นเคยกันพอสมควรอยู่แล้วด้วย

 

จบคำอธิบายชนาธิปกับขวัญใจแอบเซ็งทั้งคู่ เพราะต้องถูกจับแยกกัน ถึงจะคิดไว้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้คู่กันแต่เศษเสี้ยวเล็กๆ ก็ยังแอบหวัง

 

อุ๋ย! แบบนี้น้องสองคนก็ต้องแยกกันสิคะ? แย่จังเลยเนอะ หากไม่ทันจะนึกคิดเสียดายอะไรมากอยู่ๆ เสียงพูดเบาๆ ก็ดังดึงความสนใจมาจากด้านหลัง สองหนุ่มสาวหันไปมองทันทีแล้วก็พบหญิงสาวคนหนึ่งที่ทั้งรูปร่างหน้าตาเพอเฟคทุกสัดส่วนนั่งอยู่ตรงกับเก้าอี้ด้านหลังตรงกับชนาธิปพอดี ไม่รู้ว่ามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ทำหน้าคล้ายจะเห็นใจแต่ดวงตาสีสวยกลับยิ้มเยาะอย่างชัดเจน

 

พี่ปิง ชนาธิปเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา ตั้งแต่วันนั้นเขาก็แทบไม่ได้เจอเธออีกเลยน่าจะเป็นอาทิตย์ได้แล้วเพราะวิชาที่เรียนเป็นคนละวิชารวมถึงรุ่นพี่ปี 4 ก็มักจะไม่ค่อยเข้าคณะกันแล้วส่วนใหญ่จะแยกย้ายทำงานวิจัยตัวจบของตัวเองมากกว่า

 

น้ำปิงไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มหวานๆ ให้ชายหนุ่มรุ่นน้องแว่บหนึ่งก่อนจะเหลือบสายตาไปมองขวัญใจที่นั่งอยู่ข้างๆ แม้ว่าริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยสีส้มสดใสของลิปสติกจะอมยิ้มน้อยๆ ราวกับทักทายส่งไปแต่ดวงตาที่วันนี้มีนัยน์ตาเป็นสีน้ำตาลอ่อนตามรูปแบบคอนแทคเลนส์ที่เธอเลือกซึ่งถ้าดูดีๆ ก็คล้ายจะใกล้เคียงกับสีตาของชนาธิปไม่มีผิด ดวงตาคู่สวยนั้นกำลังส่งความรู้สึกถึงอารมณ์ริษยาออกมาชนิดที่แทบปิดไม่มิด

 

ทำไมเธอได้ แล้วฉันไม่ได้!’

 

ไม่รู้ว่าขวัญใจคิดมากไปหรือเปล่าแต่เธอรู้สึกเหมือนจะได้ยินประโยคเช่นนี้ลอยผ่านอากาศมากระทบอย่างจัง ทั้งที่ถ้าไม่เกิดเรื่องระหว่างชนาธิปกับน้ำปิงเธอก็คงยิ้มรับทักทายตามปกติ แต่วันนี้อยู่ๆ หญิงสาวกลับทำตัวไม่ถูกไม่แน่ใจว่าควรทักทายหรือพูดโต้ตอบอะไรดีหรือไม่

 

แค่แยกชั่วคราวเพราะงานก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกครับพี่

 

หากเป็นคำพูดของชายหนุ่มข้างกายที่ดังขึ้นมาก่อนหญิงสาวจะได้เอ่ยคำใดออกมา ใบหน้าเนียนสวยหันไปมองชนาธิปที่ทำหน้านิ่งๆ และน้ำเสียงราบเรียบเหมือนทุกที เขาดูไม่แสดงอาการที่มีพิรุษเท่าไหร่แม้จะเกิดเหตุการณ์ทดสอบจิตใจกับรุ่นพี่สาวสวยคนนี้มา

 

อื้มมมม เสียงตอบรับลากยาวพร้อมใบหน้าที่ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างดีพยักหน้าคล้ายจะเข้าใจ แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการเห็นด้วยแบบประชดประชันมากกว่า

 

แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรให้สะกิดอารมณ์กันมากไปกว่านี้ทุกคนก็ต้องลุกขึ้นเตรียมตัวเรียนรู้จังหวะการเต้นจากอาจารย์ประจำวิชาการเต้นลีลาศเสียก่อน ขวัญใจจึงเดินออกมาจากคนรักและไปหาคู่ของตัวเองที่เดินชะเง้อมองหาเธอเช่นกัน

 

คู่ของหญิงสาวเป็นเดือนที่ได้รับตำแหน่งพร้อมกัน สนิทสนมพอสมควรเพราะเป็นเพื่อนร่วมชั้นปีและเรียนด้วยกันมาถึง 3 ปีแล้ว ในหัวก็พยายามคิดปลอบใจตัวเองที่แม้จะไม่ได้เต้นคู่กับชนาธิปแต่อย่างน้อยก็ยังมีคู่ที่ไม่ได้ทำให้ขัดเขินเท่าไหร่

 

นี่หน้าเครียดหรือหน้าปกติเนี่ย ขวัญ?” คำถามไม่จริงจังนักเพราะรู้นิสัยของเพื่อนดีเอ่ยขึ้นจาก พชร ชายหนุ่มที่ค่อนข้างผอมบาง ส่วนสูงของเขาเท่ากับเธอพอดีเป๊ะ ดังนั้นหากมีงานที่ต้องทำร่วมกันและหญิงสาวใส่ส้นสูงก็ทำให้เขาต้องหาแผ่นรองส้นของผู้ชายมาใส่ไว้ในรองเท้าเพื่อให้สูงตามเธอไปด้วยทุกทีเขาเห็นขวัญใจแสดงสีหน้าที่เหมือนจะดูเคร่งเครียดกว่าทุกทีแต่ก็ไม่มั่นใจเพราะยังไงใบหน้าสวยที่นิ่งๆ หยิ่งๆ ก็เป็นเอกลักษณ์ของหญิงสาวคนนี้อยู่แล้ว

 

เอ่อ ... คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกหญิงสาวตอบไปพลางพยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติที่สุด แต่ดวงตาสีดำสนิทก็ยังแอบสอดส่องมองชนาธิปที่จับคู่กับหญิงสาวอีกคนอยู่ไม่ไกล ถึงจะรู้สึกไม่แย่มากที่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้คู่กับน้ำปิงแต่ก็ไม่อาจวางใจได้สนิทเพราะรุ่นพี่คนนั้นก็อยู่ข้างๆ คนรักของเธอ

 

คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนขี้หึงอะไร ... แต่พอมีประเด็นแบบนี้ถ้าจะบอกว่าไม่ระแวงอะไรเลยก็คงจะแปลก

 

ไม่ได้ระแวงชนาธิปหรอกนะ ... เป็นน้ำปิงนั่นแหละที่มองยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ

 

แต่ก็ไม่มีเวลาให้ขวัญใจคิดอะไรมากมาย บทเรียนการเต้นลีลาศฉบับเร่งด่วนก็เริ่มขึ้นเรียกสติของหญิงสาวให้กลับมาอีกครั้ง แม้ใจจะพะวังแต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเธอต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

 

กว่าหนึ่งชั่วโมงหลังเริ่มต้นฝึกซ้อมไม่นานหลายคนก็เริ่มคล่องมากขึ้น เพราะการเต้นจังหวะนี้จุดสำคัญอยู่ที่การก้าวเข้าให้สัมพันธ์กัน หากจำสเต็ปของมันได้ก็ไม่มีอะไรให้กังวล

 

ท่าทางทุกคนจะพอจำจังหวะกันได้แล้วนะ งั้นวันนี้อาจารย์จะสอนเท่านี้ก่อนเดี๋ยวลองฝึกกันต่อแล้วกัน ยังเหลือท่าวางมือที่ถูกต้องกับบุคลิกการแสดงท่าทางตอนเต้นอีกนิดหน่อย มาเรียนอีกไม่เกิน 3 ครั้ง หลังจากนั้นก็น่าจะฝึกกันเองได้แล้วล่ะอาจารย์กล่าวขึ้นเมื่อมองเห็นภาพรวมว่าทุกคนสามารถเคลื่อนไหวได้เป็นที่น่าพอใจ

 

เท็น พอดีว่าเราต้องไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษก่อนน่ะ ขอโทษทีนะเสียงของวรัญญา หญิงสาวดาววิศวะที่คู่กับชนาธิปดังขึ้นหลังมองนาฬิกาและพบว่าเป็นเวลาที่เธอต้องไปแล้ว

 

อืม โอเค ไม่เป็นไรมือทั้งสองข้างของชายหนุ่มผละออกจากร่างเล็ก เขาแตะร่างกายของหญิงสาวที่ถือว่าเป็นเพื่อนในเวลาที่จำเป็นเท่านั้น

 

เออ นี่ไงพอดีเลย เท็นมาซ้อมกับปิงก่อนไหม พี่ก็มีธุระต้องไปเหมือนกัน เสียงของคชินทร์รุ่นพี่เดือนปี 4 ที่อยู่ข้างๆ กันกล่าวขึ้น

 

ได้สิ ปิงไม่ขัดข้องอยู่แล้ว น้ำปิงรีบตอบขึ้นมาทันที ใบหน้าเก๋ฉายรอยยิ้มยินดีเมื่อได้โอกาสใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิด

 

ชนาธิปมองน้ำปิงด้วยแววตาที่ไม่บ่งบอกความรู้สึก อยากจะปฏิเสธทันทีแต่เพราะคำว่า มารยาท คำเดียวทำให้เขายังไม่ได้ตัดรอนในเวลานั้น มันก้ำกึ่งระหว่างสิ่งที่อยากทำกับสิ่งที่สมควรแต่ท่ามกลางผู้คนมากมายเหมือนเขาจะได้ยินบทสนทนาของบางคนเล็ดลอดเข้าหูพอดี

 

และนั่นทำให้เขาตัดสินใจได้

 

ขวัญ แกเป็นอะไร?”

 

คำถามของผู้ชายคนหนึ่งทำให้ร่างสูงหันไปมองต้นเสียง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองเห็นขวัญใจกับคู่เต้นของเธออยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มที่เอ่ยถามดูเหมือนว่าจะกำลังสงสัยว่าเพื่อนของตนเหตุใดต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดราวกับไม่พอใจอะไรบางอย่าง และสีหน้าแบบนั้นชนาธิปรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ

 

แม้ทุกครั้งหากขวัญใจไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ใบหน้าของหญิงสาวจะดูนิ่งๆ ติดบึ้งๆ คล้ายไม่พอใจอะไรบางอย่างอยู่แล้ว หากครั้งนี้ชายหนุ่มมองออกชัดเจนว่าเธอกำลังไม่ชอบใจจริงๆ

 

ยิ่งเมื่อหันมาสบสายตาเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มของเธอที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหญิงสาวคงมองเหตุการณ์ออกว่าน้ำปิงกำลังจะกลายเป็นคู่ซ้อมชั่วคราว

 

และเขาไม่ต้องการให้คนรักไม่สบายใจ

 

ขอโทษนะครับพี่ปิง ผมก็ต้องกลับแล้วเหมือนกัน ติดธุระสำคัญ ชนาธิปประมวลผลในสมองอย่างรวดเร็วก่อนจะคิดหาทางเลี่ยงขึ้นมาได้พร้อมกับรีบตอบหญิงสาวรุ่นพี่ที่กำลังจะเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเขาเพื่อตั้งท่าเตรียมซ้อม เป็นเหตุให้มือบางของน้ำปิงชะงักค้างทันที

 

อะไรนะ?”

 

ผมต้องกลับแล้วครับ คงซ้อมต่อกับพี่ไม่ได้

 

ร่างสูงตอบและหันหลังเดินตรงไปหาขวัญใจทันทีโดยสนใจร่างอวบอิ่มที่แสดงสีหน้าขุ่นมัว ชายหนุ่มหยุดอยู่ตรงหน้าคู่ของคนรักก่อนจะพูดกับชายหนุ่มคู่เต้นของเธอ

 

โทดทีนะ พอดีเรากับขวัญต้องกลับแล้ว สะดวกเปลี่ยนไปซ้อมกับพี่ปิงแทนไหม?”

 

อ่อ ได้สิ ไม่มีปัญหา ถึงแม้จะงงๆ ที่คู่ของตนดูเหมือนจะต้องรีบกลับกระทันหันแต่เขาก็ไม่ได้ติดใจหาสาเหตุอะไร และยินดีซ้อมกับคนอื่นแทน

 

ขอบใจมาก ใบหน้าหล่อเหลายิ้มขอบคุณเล็กน้อยพร้อมกับคว้ามือเล็กๆ ให้เดินตามเขาออกมา

 

เท็น ...เสียงหวานแผ่วเอ่ยเรียกชายหนุ่มที่จับมือเธอแน่นก่อนจะกระตุกมือเบาๆ บอกให้เขารู้ว่าเธอมีอะไรอย่างพูดกับเขา

 

ชนาธิปรับรู้ถึงสัญญาณนั้นจึงยอมชะงักฝีเท้าพร้อมกับหันกลับมามองขวัญใจ นัยน์ตาสีอ่อนมองเห็นความงุนงง ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เขากระทำอย่างกระทันหัน ความจริงทั้งคู่ก็ไม่ได้มีธุระที่ไหนจริงๆ ร่างสูงเริ่มเปิดหัวข้อบทสนทนาขึ้นมาก่อน

 

เรารู้ว่าน้องขวัญคงเห็นว่าเราต้องเปลี่ยนมาซ้อมกับพี่ปิง

 

ก็ใช่แต่เท็นไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ เราเข้าใจเธอเข้าใจจริงๆ ไม่คิดว่าไม่อาจแสดงอารมณ์ไม่พอใจอะไรได้เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะชายหนุ่ม

 

จำเป็นสิ

 

...ดวงตากลมโตสีดำจ้องร่างสูงกลับไปเงียบๆ รอคอยว่าจะได้ยินคำพูดอะไรต่อไป ทำไมเขาถึงบอกว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดนั้นคือเรื่องจำเป็น

 

“ความรู้สึกของแฟนเราคือสิ่งที่จำเป็นที่สุด วันอื่นยังมีอีกเยอะแยะค่อยซ้อมต่อวันหลังก็ได้เสียงทุ้มนุ่มอธิบายเหตุผลที่เขาคิดว่ามันคือสิ่งสำคัญ

 

ขวัญใจที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ความจริงถึงจะไม่ค่อยสบอารมณ์แต่เธอก็เข้าใจว่ามันเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้า ถ้าชนาธิปต้องซ้อมเต้นกับน้ำปิงชั่วคราวเขาก็ไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังอุตส่าห์คิดถึงจิตใจเธอขนาดนี้

 

ชนาธิปไม่ว่าผ่านไปกี่ปีก็ยังเหมือนเดิม เพราะเขาเป็นแบบนี้เสมอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงได้ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ก่อนหน้านี้จะยังอยู่ในสถานะเพื่อนสนิทก็ตามขวัญใจก็รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มมักจะมองเห็นความรู้สึกของเธอมาตลอด

 

ขอบคุณนะ เท็นน่ารักที่สุดในโลกเลย

 

********************************

วันนี้แต่งด้วยความรู้สึกมึนๆ เบลอๆ นิดหน่อย หากอ่านแล้วไม่สมูทหรือติดขัดอะไรต้องขอโทษด้วยนะคะ #ชิงบอกก่อนเลย5555

 

จริงๆ เท็นเป็นคนน่ารักนะ ไม่ใช่แค่หื่นอย่างเดียว 55555

ตอนนี้ไรท์ขอแต่งอ้างอิงจากความเป็นจริงนิดหนึ่งนะคะ อยากให้สองคนเขาคู่กันเหมือนกันอยากให้เป็นคู่เปิดฟอรล์ด้วยซ้ำ แต่สองคนนี้อยู่คนละคณะกัน โดยความน่าจะเป็นแล้วไม่น่าได้เต้นคู่กันหรอก T^T แต่!!! ถึงต้องแยกก็ไม่ได้หมายความว่าจะฟินไม่ได้นี่ จริงไหม? ต้องติดตามกันต่อไปนะคะว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ปล. บางทีไรท์ก็รู้สึกสงสารขุ่นพี่น้ำปิงเหมือนกัน เหมือนนางเป็นตัว 'ค่อนข้างร้าย' แต่ดันทำอะไรพระนางของเราไม่ได้เลย 55555 

 แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ อ่านจบแล้วคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันด้วยน้าาา

ประกาศ ขอพื้นที่โฆษณาจ๊ะ!!!

ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2560

ใครเคยอ่านเรื่องราวของเฮียหยางกับหนูแพร (รุ่นพ่อแม่ของน้องขวัญ) แล้วชอบก็สามารถจับจองเล่มหนังสือกันได้นะจ๊ะ มีอะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นจากที่ลงในเว็บเยอะพอสมควรเลย รวมถึงหากใครยังไม่เคยอ่านก็ลองเข้าไปอ่านกันก่อนได้นะคะ 

ใครสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ในนิยายเรื่อง 'เมียลับ ... เมียรัก' หรือคลิ๊กที่รูปได้เลยค่ะ (นี่คือหน้าปกนะ มี 2 เล่มจ๊ะ)

 

#

 

 

รายละเอียดต่างๆ ไรท์ได้แจ้งในลิ้งค์แล้วนะคะ

 

ความคิดเห็น