ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่3 [100เปอร์]

ชื่อตอน : ตอนที่3 [100เปอร์]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 532

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2560 00:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3 [100เปอร์]
แบบอักษร

          เสียงดาบปะทะกันอย่างรุนแรง จนทำให้เจ้าของร่างที่ไม่เคยแม้แต่จะจับดาบต่อสู้หวาดเสียวอยู่น้อยๆที่ตนได้เห็นการต่อสู้ในระยะประชิดเช่นนี้

          ร่างของผมมองตาของเทย์วอนอย่างดุดันอย่างไม่มีใครยอมใครถ้าคนที่ควบคุมร่างของแคสซิโออยู่ในตอนนี้เจ้าตัวคงหลบตาของเทย์วอนไปนานแล้ว ชายผมขาวผู้ควบคุมร่างกายของแคสซิโอผลักออกมาก่อนเพื่อตั้งหลัก

          'ร่างกายเจ้านี้บอบบางเป็นบ้าเลย'อีกฝ่ายบ่นเสียงอุบอิบให้แคสซิโอได้ยิน

          'ขอโทษครับ..'

          'แล้วเจ้าก็เลิกพูดคำว่าขอโทษเสียทีเถอะพูดมากเกินไปมันก็น่ารำคาญ'เมื่อได้ยินดังนั้นจึงไม่ได้โต้กลับออกไป

          เทย์วอนไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายตั้งตัวนานก็ร่ายเวทย์ที่ตนถนัดเข้าโจมตีในทันที อีกฝ่ายก็โต้กลับด้วยการให้เกราะเวทย์น้ำแข็งผสมกุบเวทย์ธาตุมืดที่เจ้าของร่างถนัดแล้วด้วยความที่เกราะน้ำแข็งน้ำแข็งแกร่งอยู่แล้วแต่เสริมธาตุมือเข้าไปด้วยยิ่งทำให้เกราะนั้นแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

          เวทย์ที่เทย์วอนสร้างขึ้นไม่สามารถทำอะไรคนตรงหน้าได้เรียกสีหน้าไม่พอใจของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

          "เจ้าไม่กลัวว่าร่างกายของน้องเจ้าจะเป็นอะไรเพราะไฟของเจ้าอย่างนั้นหรือ"แคสซิโอยิมอย่าง์วอนไม่เคยเห็นมาก่อนภายในร่างๆนั้น

          "นั้นตัวของน้องข้านั้นก็สำคัญกับเจ้าไม่ใช่หรือไงเพราะงั้นเจ้าคงไม่ยอมให้ร่างของน้องข้าไปไรไปหรอก"สำคัญอย่างนั้นหรือ?แล้วทำไมตัวของเรานั้นต้องสำคัญกับชายคนนั้นด้วยละ

          "รู้ดีจังเลยนะครับองค์ชาย หึ"เสียงของแคสซิโอเค้นออกมาเล็กน้อย

          เมื่อชายผู้ควบคุมร่างกายของแคสซิโอเห็นว่าทางร่างกายของแคสซิโอๆม่สามารถสู้ชายผู้นั้นได้แน่จึงหันมาใช้เวทย์เสีย ถ้าหากเป็นทางเวทย์ก็น่าจะสู้อีกฝ่ายได้อยู่

          ชายหนุ่มเรียกแท่งน้ำแข็งที่แหลมคงขึ้นมามากมายก่อนที่จะชี้มือไปทางที่เทย์วอนนั้นยืนอยู่เป็นเชิงสั่งให้พุ่งเข้าใส่คนๆนั้นในทันที

          วอนไม่สามารถสร้างเวทย์เกราะได้ภายในเวลาสั้นๆจึงเลือกที่จะหลบแทนที่จะมาเสียเวลารายเวทย์เกราะที่ไม่ว่าจะเสร็จทันหรือไม่

          ฉึก!!

          เสียงเฉื่อนเนื้อดังขึ้นเรียกรอยยิ้มจากผู้ที่โจมตีสำเร็จได้เป็นอย่างดี

          "อึก.."เสียงลอบออกมาจากไรฟันเล็กน้อยเมื่อโดนแท่งน้ำแข็งที่แข็งแกร่งและคมเฉื่อนโดนที่แขนขวาและต้นขาซ้าย เลือดค่อยๆไหลออกมาจากบาดแผลและคละคลุ้งไปยังทั่วบริเวณ

          เจ้าของร่างที่เห็นว่าพี่ของตนมีบาดแผลก็บากตากว้างถ้าเป็นตนเองในตอนนั้นคงไม่ยืนยิ้มกับสิ่งที่ทำลงไปเป็นแน่พร้อมทั้งรีบที่จะเข้าไปช่วยเขาในทันที แต่ในตอนนี้คนที่ควบคุมร่างแยู่นั้นไม่ใช่ตนจึงได้แต่มองภาพตรงหน้าเพียงอย่างเดียว

          "อะไรกันผ่านไปเพียงปีเดียวเจ้าฝีมือตกถือเพียงนี้อย่างนั้นเลยหรือ"ร่างของแคสซิโอเดินค่อยๆเดินเข้าไปหาเทย์วอนที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่กำลังยืนก้มหน้าอยู่

          "เป็นอะไรไปละองค์ชาย"

          "หึ"เทย์วอนลอบยิ้มเล็กน้อยทำให้เกิดความคิดว่าเทย์วอนนั้นยิ้มทำไม ยิ้มแต่ไม่ใช่ยิ้มธรรมดาแต่เป็นยิ้มร้ายที่เจ้าเล่ห์

          มึนหัว อยู่ๆร่างกายของแคสซิโอก็เหมือนจะเปิดตาลงเสียให้ได้

          "จะ เจ้าทำอะไรกับร่างกายของมาสเตอร์กัน!"ชายผู้นั้นยกมือขึ้นกุมศีรษะ

          "เพื่อให้ร่างของน้องข้าไม่สามารถเป็นสื่อให้เจ้าทำอะไรได้เสียก็จบ แล้วก็น้องของข้านั้นไม่ใช่มาสเตอร์ของเจ้าหรอกนะ..โทคาเอล"

            "เจ้ามันร้ายกว่าที่ข ข้าคิดเสียอีก หึแต่ยังไงเจ้าก็อย่าคิดเสียละว่าคนอย่างข้านั้นจะหมดลูกเล่นเพียงเท่านี้..."

          วูบ..

           ร่างของแคสซิโอร่วงลงสู่อ้อมอกที่แข็งแกร่งไม่นุ่มนิ่มเหมือนอย่างผู้หญิงของเทย์วอนแต่ก็ทำให้คิ้วเข้มขวดคิ้วเล็กน้อยที่ไรผมข้างๆของแคสซิโอนั้นยังมีผมสีขาวทั้งๆที่ปกติมันจะหายไปเลยในทันทีเหมือนอย่างครั้งก่อนๆ

          เทย์วอนอุ้มร่างของน้องชายขึ้นมาก่อนเงยขึ้นไปมองยังท้องฟ้าที่มีสีแดงดำจนน่ากลัวใน1ปีจะมีปรากฎการณ์นี้1ครั้งโดยที่ท้องฟ้านั้นจะเป็นสีแดงดำจนน่ากลัวแต่เมื่อผ่านค่ำคืนนี้ไปทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

          และเมื่อถึงวันนี้เขาก็จะต้องพบกับโทคาเอลที่ควบคุมร่างของน้องชายเขาเสมอๆ เหตุผลนั้นเทย์วอนรู้ดีทั้งหมดว่าทำไมนิมัสต้องการร่างของแคสซิโอถึงเพียงนี้แต่ไม่ใช่เพียงร่างกายแต่ทั้งดวงวิญญาณด้วย

          เรื่องราวของแคสซิโอมีมากมายเขาถูกผูกมัดด้วยวิญญาณไม่ว่าชาติไหนๆแคสซิโอนั้นก็จะต้องพบเจอกับโทคาเอลเพราะโทคาเอลนั้นเป็นพลังของแคสซิโอ

          ในตอนนั้นโทคาเอลจะเรียกแคสซิโอว่ามาสเตอร์ก็ไม่ผิดเพราะแคสซิโอนั้นเป็นมาสเตอร์ของโทคาเอลจริงๆแต่เพียงเทย์วอนไม่ค่อยชอบให้ใครมาเรียกน้องชายของตนว่ามาสเตอร์ มันคล้ายกับว่าโทคาเอลเป็นของแคสซิโอ

          เทย์วอนวางร่างกายของน้องชายลงกับเตียงภายในห้องของแคสซิโอพร้อมกับห่มผ้าให้กับแคสซิโอในเรียบร้อยแล้วนั่งสองร่างกายที่กำลังน้องไม่รู้เรื่องราวอะไร พร้อมกับร่ายเวทย์ผนึกความสงจำที่เกิดขึ้นภายในวันนี้ก่อนที่จะลูบผมสีดำๆนุ่มที่อยู่บนหัวของน้องชายก่อนที่เดินออกจากห้องที่น้องชายตนนอนอยู่

          หลังจากการต่อสู้ที่พึ่งผ่านไปสดๆร้อนๆเขาก็ได้รู้ว่าชาที่ท่านพี่ให้คนรับใช้นำมาให้นั้นได้มีส่วนผสมของยานอนหลับอยู่ ในตอนแรกที่รู้ก็อดตกใจไม่ได้ที่ท่านพี่นั้นร้ายกว่าที่เขาเห็นภายนอกมาก

          แล้วก็ที่ร่างของเขาจะสลบไปก็ได้รู้ชื่อของชายผมขาวที่ใช้ร่างของเขาในตอนนั้นชื่อว่าโทคาเอล และเห็นอีกหลายๆสิ่งที่เขายังไม่เห็นและเขายังไม่ได้รับรู้ และยังมีปริศานาอยู่หลายสิ่งที่ตนนั้นยังไม่รู้

           ตื่นตาขึ้นมาก็พบมาว่ารอบๆตัวนั้นเป็นสีขาวพร้อมกับโทคาเอลที่นั่งมองมายังตน

           “ไง แอสไม่สิเจ้าชื่อแคสซิโอ”

          “เจ้าเข้ามาในความฝันของข้าอีกแล้วอย่างนั้นหรือ”โทคาเอลยิ้มน้อยๆ

          “ก็มาหาเจ้าเพื่อมาให้เจ้าถามข้ายังไงละ”

          “จะถามอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ?”

          “ใช่แล้วละเพราะถ้าเป็นข้า ข้าก็คงอยากรู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่พึ่งจะเจอนั้นเป็นมายังไงใช่หรือไมละ”จะว่าไม่จริงก็ไม่ใช่เพราะมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ผมจึงพยักหน้าให้ตามคำถามที่เขานั้นถามมา”แล้วจะให้ข้าเรื่องจากที่ไหนดีละ”

          "เจ้าเป็นคนที่ชื่อโทคาเอลในความฝัน ส่วนข้าก็เป็นแอสคีโอใช่หรือไม่?"จะว่าไปเขานั้นก็ชื่อคล้ายๆกับแอสคีโอแต่อีกฝ่ายนี่สิชื่อเหมือนกับอีกคนที่อยู่ภายในฝันทุกประการเพียงหน้าตานั้นไม่เหมือนเพียงเท่านั้น

          โทคาเอลไม่ตอบเพียงพยักหน้าน้อยๆพร้อมยิ้มที่ทำให้แคสซิโอขนลุกเล็กน้อย

          "ข้ากับเจ้ามีความสัมพันธ์เช่นไรกันออย่างนั้นหรือ"

          "เรื่องนี้ข้าว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่จ้าจะควรรู้จะนะ...เรื่องนี้ข้าจะบอกให้เจ้ารู้เองเมื่อถึงเวลาอันสมควร"แคสซิโอไม่คิดจะซักไซ้ต่อถึงจะอยากรู้แต่เมื่ออีกฝ่ายบอกมาเช่นนั้นเขาก็ไม่สามารถซักไซ้ถามต่อได้ ยังไงตนนั้นก็จะต้องได้รู้อยู่แล้วแค่ขึ้นอยู่กับเวลาสมควรเท่านั้น

          "...งั้นเจ้ากับท่านพี่นี่เคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นหรือ"ที่เขาถามเช่นนั้นไปก็เพราะจากที่เขาเป็นโทคาเอลคุยกับท่านพี่แล้วใครกันที่จะสามารถกล้าและบ้าบิ่นมากถึงเพียงนั้นพูดคุยเยี่ยงนั้นกับองค์ชายลำดับที่1แห่งอาณาจักรเทอร์เวล ขนาดตนที่เป็นน้องลายยังไม่กล้าถึงเพียงนั้นเลยสักนิด

          เจ้าเทย์วอนนั้นไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครมาจากไหนหรือจะมีเป็นเทพก็ตามแต่ถ้าคิดจะมาขวางทางข้ากับแคสซิโอละก็เจ้าได้เจอดีแน่นอนฮึ

          เมื่อแคสซิโอสังเกตุเห็นถึงหน้าตาของโทคาเอลที่อยู่ๆก็ทมึฬขึ้นมาก็อดกลัวเล็กมิได้

          "..อ่า ข้าขอโทษ ที่ทำเจ้ากลัว"แล้วดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกถึงว่าอีกฝ่ายกำลังกลัวตนเองในตอนนี้อยู่ก็เอ่ยขอโทษเล็กๆ"มีคำถามอะไรอีกหรือไม่"

           "...เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามของข้าเลยนะ"แล้วดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะลืมจึงรีบตอบคำถามทันที

           "ข้ารู้จักกับหมอเจ้านั้น..แต่ก็เป็นในแง่ที่ติดลบละนะ"ติดลบอย่างนั้นหรือ? ทั้งๆที่ออกจะสนิทกันขนาดนั้น?"อ่า ไม่มีอะไรหรอกข้ามๆเรื่องนี้ไปเถอะ"เมื่อให้โทคาเอลคิดถึงเทย์วอนทีไรก็อดหงุดหงิดไม่ได้ที่เจ้านั้นพยายามจะกีดกันเขาออกจากแคสซิโอ

          "งั้น.."อยู่ๆแคสซิโอก็คิดคำได้ถึงคำพูดของท่านพี่ที่พูดไว้ในตอนนั้น  ร่างกายของแคสซิโอนะสำคัญกับเจ้าใช่ไหมละ ทำไมละร่างกายของข้าทำไมจึงสำคัญต่อคนตรงหน้าด้วย?"ร่างกายของข้านั้นสำคัญต่อเจ้าเพราะเหตุใดกัน"

           " ข้าต้องการที่จะทำสัญญากับเจ้า...อย่างที่รู้ๆกันว่าผู้ทำสัญญาทั้งสองจะต้องอยู่ต่อหน้ากันเท่านั้น ซึ่งในตอนนี้เราทั้งคู่ไม่ใช่ร่างกายจริงๆ ร่างกายจริงๆของเจ้าและข้านั้นอยู่สักที่ภายในโลกของความเป็นจริง"มีอยู่หลายครั้งที่เขานั้นออกไปหารีอันน่าทำไมชายผู้นี้จึงไม่มาหาเขาในตอนนั้นกัน และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจ"ข้าไม่สามารถเข้าใกล้เจ้าได้ ไม่รู้เพราะเหตุใดภายในเวลาที่ผ่านมาทั้งหมดข้าจึงไม่สามารถเข้าใกล้เจ้าได้เลยสักนิด"แท้จริงแล้วโทคาเอลนั้นรู้หมดทุกอย่างที่ว่าทำไมตนนั้นถึงไม่สามารถเข้าใกล้กับแคสซิโอและรีบๆทำสัญญาเสียอย่างที่เคยจะเป็นมาตั้งนานและที่เขานั้นไม่สามารถทำสัญญาได้ก็เพราะเทย์วอนเพราะเจ้านั้นหันเหโชคชะตะในทุกครั้งที่เขากับแคสซิโอจะพบกัน และดูเหมือนแคสซิโอนั้นจะเอ่ยปากเพื่อถามอีกรอบแต่ก็โดนโทคาเอลขัดเอาไว้เสียก่อน

          "..คืนนี้พอพียงเท่านี้ก่อนเถอะเพราะในตอนนี้เวลาของโลกจริงก็ผ่านมาแล้ว1วันเต็มโดยที่เรานั่งอยู่ภายในนี้นะจงตื่นขึ้นแล้วกลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริงเสียเถอะ"1วัน 1วันอย่างนั้นหรือนี่เขานอนอยู่บนเตียงโดยคุยกับโทคาเอลที่เหมือนเวลาสั้นๆแต่จริงๆแล้วนั้นเวลาของโลกจริงผ่านไปมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ แคสซิโอเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าตนเอาแต่นอนอยู่บนที่นอนโดยที่ไม่ตื่นขึ้นมาเลย

          แคสซิโอค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆก็พบกลับเพดานห้องสีขาวที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี เขากระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาที่ไม่ได้ใช้มา1วันให้เข้าที่กับแสงที่สาดส่องมาก่อนที่จะค่อยๆยันตัวของตนเองขึ้นในท่านั่ง แล้วลุกขึ้นเพื่อจะเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็พบกับสาวใช้ส่วนตัวของตนเองเสียก่อน

          "อะ..องค์ชาย..องค์ชายทรงฟื้นแล้วเพค่ะ!!"เธอเดินออกไปตะโกนเรียกหมอหลวงของวังที่กำลังเดินอยู่บนทางอยู่ สร้างความตกใจไม่น้อยให้กับแคสซิโอที่ไม่คิดว่าสาวใช้ของตนนั้นจะตะโกนเสียขนาดนั้น นี้ขนาดเขาไม่ตื่นขึ้นมาเพียงวันเดียวและถ้าเกิดเขาไม่ตื่นขึ้นมา7วันแล้วฟื้นขึ้นวังไม่แตกพอดีอย่านั้นหรือ

           ไม่นานหมอวังก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเอ่อ ท่านพี่เอเทอร์ เมื่อท่านพี่เดินเข้ามาเห็นว่าเขานั้นยืนอยู่ก็รีบเดินเข้ามาในระยะประชิดก่อนที่จะดึงแขนเขาไปให้นั่งลงบนเตียงที่พึ่งจะลุกขึ้นมา

          "แคสซิโอเจ้าไม่ควรลุกขึ้นมาเดินเช่นนี้นะร่างกายของเจ้าอาจจะอ่อนเพลียหลังจากที่เจ้านอนมา1วันเต็มๆนั้นอาจจะไม่พอ"น่าจะพอนะครับท่านพี่.."หมอหลวงเข้ามาตรวจได้แล้ว"ท่านะสั่งให้หมอหลวงเข้ามาตรวจร่างกายของเขา

          "ขอรับ"หมอหลวงค่อยๆเดินเข้ามาหาแคสซิโอก่อนที่จะลงมือตรวจร่างกายของแคสซิโอทันที

          "ร่างกายองค์ชายแคสซิโอไม่มีอะไรผิดปกติขอรับ..เช่นนั้นข้าขอตัว"เมื่อหมอหลวงตรวจเสร็จก็รายงานให้กับท่านพี่ในทันทีก่อนจะขอตัวออกไปพร้อมๆกับสาวใช้ของแคสซิโอ

           ทำให้ภายในห้องตอนนี้มีเพียงแค่แคสซิโอกับองค์ชายเอเทอร์เพียงเท่านั้น

          “มีอะไรอย่างนั้นหรือครับท่านพี่”เมื่อเห็นว่าท่านพี่ไม่ออกไปจากห้องของตนเสียทีจึงเอ่ยปากถาม

           “อ่า ไม่มีอะไรหรอก ถ้าเจ้าฟื้นแล้วข้าก็โล่งใจเพราะงั้นข้าของตัวก่อน”แล้วท่านพี่ก็เดินออกไปจากห้องเมื่อรู้ตัวว่าตนยื่นอยู่นานเกินไป

           สร้างความงุ่นงนให้กับแคสซิโอเป็นอย่างมาก  อะไรกัน? ช่างมันละกันแล้วแคสิโอก็ลุกขึ้นยืนอีกรอบเหมือนกับในครั้งแรกที่จะเดินเข้าไปล้างหน้าแต่ก็ถูกดึงลงมานั่งที่เตียงเหมือนก่อนหน้าแล้วเข้าไปล้างหน้าและอาบน้ำเลยในทันทีที่เข้าไปยังห้องน้ำ

          เมื่อออกมาจากหน้าน้ำแคสซิโอก็เริ่มคิดว่าจะไปทานข้าวข้างล่างกับพวกท่านพี่เหมือนกับเมื่อวานดีหรือไม่?

          ผลสรุปคือแคสซิโอไม่ลงไปทานข้าวกับพวกท่านพี่ทั้งหลายของตนที่ตอนนี้น่าจะทานอาหารเช้ากันอยู่

          ในวันนี้แคสซิโอได้ข้อยกเว้นในการเรียนจากท่านพ่อเพราะร่างกายของแคสซีโอนั้นอาจต้องการ การพักผ่อนอีกสักวัน

          ในวันนี้จึงเป็นวันว่างๆของเขา1วัน ถามว่าดีไหมก็ดีอยู่เหมือนกันเพราะเขาจะได้ฝึกเวทย์พลางตัวอย่างสงบๆ1วันเต็มๆ

          แคสซิโอฝึกไปเลื่อยๆโดยการอ่านและทำความเข้าใจและลองฝึกฝนดู เขาว่ากันว่าประสบการนั้นเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุดเพราะงั้นแคสซิโอจึงไม่เอาแต่นั่งอ่านอยู่กับที่เฉยๆลองฝึกภายในห้องของตนเองและมีเป้าหมายว่าจะลองออกไปเดินเล่นแถวๆห้องครัวที่มีแม่ครัวและพ่อครัวอยู่เล็กน้อยดู

          เมื่อแคสซิโอฝึกเป็นเวลานานภายในห้องจนพอใจเขาก็ลองเดินไปยังห้องครัวที่มีพ่อครัวและแม่ครัวอยู่ทุกคนต่างมีหน้าที่เป็นของตนเองพวกเขาทำงานกันเป็นทีมเพื่อให้ได้อาหารจานหนึ่งขึ้นมาแคสซิโอเริ่มใช้เวทย์พลางตัวแล้วเดินเข้าไปขึ้นอยู่ข้างๆผู้หญิงที่กำลังหั่นผักอยู่ในตอนนี้

เขากลั้นหายใจน้อยๆที่อยู่ๆหญิงสาวคนนั้นก็หยุดมือแล้วเงยหน้าขึ้นมามองทางตน

          ถูกจับได้อย่างนั้นหรือ!?

          "ฟีน่าถ้าข้าหั่นผักเสร็จแล้วเจ้ามีอะไรให้ข้าช่วยอีกหรือไม่?"แคสซิโอหันไปมองตามที่หญิงสาวมองก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อรู้ว่ายังถูกจับไม่ได้งั้นก็แสดงว่าเขาสามารถใช้เวทย์พลางตัวได้แล้วสินะแต่เป็นในระยะเวลาสั้นๆเพียงเท่านั้น

          แคสซีโอที่รู้ลิมมิตของตนเองว่าถ้าให้พลางตัวอยู่เช่นนี้เวทย์พลางตัวจะถูกคายออกเป็นแน่ จึงเตรียมมุ่งตรงเพื่อจะออกทางประตูที่ถูกเปิดเอาไว้อยู่แต่ด้วยความที่แคสซิโอใช้เวทย์พลางตัวอยู่คนภายในห้องครัวนี้ไม่สามารถเห็นแคสซิโอได้ทำให้หญิงสาวร่างท้วมเล็กๆที่ถือตะกร้าผักผลไม้ที่ถูกล้างเอาไว้สะดุดแคสซิโอเล็กน้อย

          แคสซิโอเกือบที่จะเผลอตัวเอามือของตนเองไปคว้าร่างของหญิงสาวคนนั้นเสียแล้วรีบชักมือของตนกลับมาในทันที แล้วโชคดีหน่อยเพราะเธอสะดุดเพียงเล็กน้องทำให้สามารถทรงตัวได้ก่อนที่ตะกร้าที่ใส่ผักแล้วผลไม้ในโอบอกของเธอและตัวจะตกร่วงลงสู่พื้น

          ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับหญิงสาวร่างท้วมขึ้นก็ได้ แคสซิโอได้แต่ขอโทษอยู่ภายในใจแล้วรีบเดินออกมาจากห้องครัวนั้นในทันที

          เมื่อออกมาตรงที่ลับตาคนแล้วแคสซิโอก็ปลดเวทย์พลางตัวเสียและเดินกลับไปยังห้องอย่างเงียบๆเพราะถ้าเกิดคนในวังมาเห็นแคสซิโอในตอนนี้แคสซิโอเองอาจจะแย่ก็เป็นได้เพราะในวันนี้ท่านพ่ออนุยาติให้เขานั้นพักผ่อนไม่ใช่ออกมาเดินเที่ยวเล่นเสียแบบนี้

          เมื่อเขากลับถึงห้องได้อย่างปลอดภัยไร้คนเห็นเขาก็รีบนอนในทันทีเพราะถาเกิดแม่สาวใช้ของเขามาเห็นละก็เขาอาจจะหนาวก็ได้ถ้าตนยังไม่นอนอยู่บนเตียง

แคสซีโอนออนบนเตียงพลางคิดอย่างดีใจที่ตนนั้นจะได้ไปหารีอันน่าเสียที

          โคกกก

          เสียงคำรามของท้องเขาร้องประทวงเหมือนอย่างเจ้าของลืมให้อาหารสัตว์เลี้ยงและเมื่อแคสซิโอได้ยินเสียงท้องร้องก็นึกขึ้นได้ว่าตนนั้นยังไม่ได้ทานอาหารเช้าและนี่ก็จะถึงเที่ยงแล้วเขาก็อดๆรอไปเสียคงไม่เป็นอะไร

          ในขณะที่นอนอยู่บนเตียงที่ไม่มีอะไรทำก็เกิดอาการเบื่อและง่วงขึ้นมาโดยที่ยังหิวอยู่ไม่นานแคสซิโอก็หลับไหลไปในห่วงนิทรา

          "องค์ชายเจ้าคะ..องค์ชายคะ องค์ชายตื่นก่อนเจ้าค่ะ!"สาวใช้ที่ไม่รู้ว่าเข้ามาตอนไหนมาปลุกผู้เป็นนายของตนให้มาทานอาหารถ้าเกิดในตอนเช้าแคสซิโอนั้นทานแล้วสาวใช้ก็จะเรียกเพียงเล็กน้อยถ้าเกิดไม่ตื่นก็จะปล่อยให้นอนต่อไปแต่นี่แคสซิโอนั้นยังไม่ได้ทานข้าวเช้าด้วยความเป็นห่วงซีเนียจึงเรียกผู้เป็นนายในตื่นขึ้นมาทานอาหารเสียก่อน

          "ไม่เอาหน่าซีเนีย..ข้าไม่หิว"ถึงในตอนก่อนหน้านี้จะบอกหิวแต่เมื่อนอนไปแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะทำอะไรเช่นกัน

          "ไม่ได้นะค่ะองค์ชายถ้าท่านไม่ทานอาหารให้ตรงเวลาท่านอาจจะเป็นโรคกระเพาะได้นะเจ้าคะ"

          "ไม่เป็นไรหรอกหน่า"แคสซีโอพูดพลางเอาหมอนปิดใบหน้าของตน

          "ท่านจะใจร้ายใจดำถึงขนาดทำให้สาวใช้อย่างข้าโดยทำโทษหรือเจ้าคะที่ข้าดูแลท่านไม่ดีพอ.."เมื่อเขาได้ยินดังนั้นก็เด้งตัวขึ้นมาในทันที ถึงเขาจะไม่อยากทานแล้วในตอนนี้แต่เขาก็ไม่อยากที่จะให้ซีเนียโดนลงโทษเพราะความดื้อรั้นของตน

          "ขอบคุณมากเจ้าค่ะ"ว่าแล้วหญิงสาวก็ยิ้มแฉ่งพร้อมกับเดินไปยังหน้าประตูห้อง"ขอตัวนะเจ้าคะ มีอะไรสามารถเรียกดิฉันได้"เมื่อเธอเอ่ยลาจบก็ออกไปจากห้องในทันที

          ส่วนเขาก็กลับมาที่อาหารที่อยู่ตรงหน้าของเขาเองหนาตาและสีสันของอาหารอยู่ในระดับที่น่ากินมากเลยทีเดียวเมื่อเห็นแบบนี้เขาก็ทานอาหารที่อยู่ตรงหน้าเสียเรียบและก็พบว่ามียาอยู่ในถ้วยเล็กๆอีกถ้วยหนึ่งเขาไม่ได้สนใจอะไรมากจึงหยิบยานั้นกอกเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามลงไปในทันที

          และดูเหมือนยานั้นจะมีฤทธิ์แรงพอตัวในทีเดียวทำให้แคสซิโอนั้นพลอยหลับไปแต่ในครั้งนี้ที่หลับไปดูเหมือนว่าหลับไม่สนิทเหมือนอย่างช่วงเที่ยงในตอนนี้เขามาโผล่ในที่ๆไม่รู้จักอีกแล้ว

          สถานที่แห่งนี้คล้ายกับวิหารหรือโบสถ์ที่ใหญ่พอตัวเมื่อดูจากภายนอกเขาตัดสินใจเลือกที่จะเดินเข้าไปดูและสำรวจภายในพื้นที่แห่งนั่น

          เมื่อเข้าไปก็พบกับห้องโลงๆที่มีออแกนตั้งอยู่ตรงกลางและมีรูปปั้นของใครสักคนหนึ่งที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่มีหนังสือลายร้อมเต็มไปหมด

          หนึ่งคำที่ประจักรอยู่กับเขาในตอนนี้นั้นคือคำว่า สวย สถานที่แห่งนี้งามตระการตาเสียยิ่งกกว่าสิ่งไหนๆถ้าเมื่อแทบห้องสมุดที่วังแล้วห้องสมุดนะที่แห่งนี่ห้องสมุดที่วังนั้นดูด้อยลงไปทันตาเห็น

          เขาเดินไปยังชั้นหนังสือที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เต็มชั้นหนังสือพร้อมลูบหนังสือเบาๆพร้อมกับยิ้มให้กับหนังสือพวกนี้อย่างมีความสุขโดยการหระทำนั้นถูกจับจ้องโดยคนบางคนโดนที่เจ้าตัวยังคงไม่รู้ตัว

          หนังสือของที่แห่งนี้ค่อยข้างเก่าแก่ดูจากแผ่นกระดาษที่เก่านิดๆแต่หนังสือยังคงอยู่ในสภาพที่ดีทุกเล่มสะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของเจ้าของสถานที่แห่งนี้

          กึก..

          อยู่ๆก็มีเสียงมาจากทางหน้าประตูเป็นเสียงเหมือนกิ่งไม้หัก ทำให้แคสซิโอหันควับไปมองในทันทีแต่ก็ไม่เจออะไรที่น่าสงสัยทำให้เกิดเสียงได้ คงจะเป็นสัตว์เล็กๆแถวนี่ละ

          เมื่อคิดได้ดังนั้นแคสซิโอก็เดินดูหนังสือต่อไป ทางของอีกฝ่ายเมื่อรู้ว่าตนดังไม่เหยียบเข้ากับกิ่งไม้เข้าให้ก็รนรานหาที่ซ่อนที่อยู่ใกล้ๆเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับได้แล้วแน่นอนอีกฝ่ายหันมาสักพักก่อนที่จะเดินไปดูหนังสือต่อสร้างความโล่งใจให้กับผู้แอบมองเป็นอย่างมาก

          แคสซิโอเดินดูหนังสืออย่างเพลินๆก็ไปสะดุดตาเข้ากับสือเล่มหนึ่งที่มีสันปกสีทองและหน้าปกสีแดงขอบเป็นลายหวัดๆสีดำชื่อของหนังสือเล่มนี้เขาไม่สามารถอ่านออกได้เพราะเขาก็ไม่รู้ว่ามันเป็นภาษาอะไรเขาลูบหนังสือเล่นนั้นอย่างหลงไหล

          เหมือนเช่นถูกดูดเข้าไปกับหนังสือเล่มนั้น..ให้มองแต่มันเพียงคนเดียว

          อีกฝ่ายที่กำลังดูอยู่ก็ร้องชิบหายในใจเพราะหนังสือเล่มนั้นจะดึงดูกับผู้ที่มาเห็นมันทีละเล็กทีละน้อยและเมื่อเหยื่อสัมผัสกับหนังสือเล่นนั้นมีก็จะค่อยๆดูดพลังชีวิตของคนๆนั้นทีละเล็กที่ละน้อย

          เมื่อดูต่อไปไม่ได้ชายผู้นั้นจึงเดินเข้าไปดึงไหล่ของเหยื่อของหนังสือเล่มนั้นและแน่นอนว่าแคสซิโอนั้นตกใจที่อยู่ๆมีคนมาจับเข้าที่ไหล่ของตนเองและหนังสือเล่มนั้นก็ดูเหมือนจะไม่พอใจกับผู้มาใหม่ที่พรากเหยื่อไปตนแต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครหนังสือเล่นนั้นก็สงบลงพอๆกับแคสซิโอที่หันมามองผู้มาใหม่อย่างสงสัย

          เขาอุสาห์จะแอบดูอยู่เงียบๆเสียหน่อยแต่เมื่อออกมาปรากฎตนเช่นนี้จะให้กลับเข้าไปดูเช่นเคยก็กระไรอยู่ทำให้โผล่ประโยคๆหนึ่ง

          "เอ่อ..ไง"เป็นประโยคที่สมองในตอนนี้คือได้ ข้าพูดไรออกไปวะ?นี้หรือประโยคที่คิดได้ในตอนนี้

          "ค..ครับ"เห็นได้ชัดเจนว่าอีกฝ่ายก็งุนงงเช่นกัน

แล้วบรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบเชียบแม้แต่เสียงของแมลงตัวหนึ่งเขาก็ไม่ได้ยิน

          "ท่านชื่ออะไรหรือ"อีกฝ่ายเอ่ยถาม

          "ขะ ข้าอย่างนั้นหรือ"เจ้าของสถานที่ชี้นิ้วมาที่ตนเองและถามอย่างสงสัย

          "ก็ที่นี่มีเพียงเจ้ากับข้าและข้าจะถามใครกันละ.."อีกฝ่ายตอบเสียงแผ่วแต่จะว่าเช่นนั้นก็จริง

          "นามของข้าคือ..รัตติกาล"ชื่อไม่สมกับตัวเจ้าเลยสักนิด

          "ส่วนข้า..แคสซิโอ..ท่านมีอะไรอย่างนั้นหรือ"แคสซิโอยังคงสงสัยไม่หายที่อีกฝ่ายมาจับที่ไหล่ของเขา

          "ไม่มีอะไรหรอก..ข้าแค่มาดูผู้มาใหม่นะ"สถานที่แห่งนี้เป็นของเขาอย่างนั้นหรือ งั้นข้าก็เป็นผู้บุกรุกนะสิ?"สถานที่แห่งนี้เป็นที่ๆข้าดูแลน่ะ..ไม่ได้มีใครเข้ามานานแล้วละเมื่อมีคนเข้ามาข้าย่อมต้องเข้ามาดูผู้มาใหม่เป็นธรรมดา"สีหน้าของรัตติกาลเมื่อพูดถึงสถานที่แห่งนี้นั้นดูเศร้าและเหงาในเวลาเดียวกัน

          "งั้นข้าเป็นผู้บุกรุกงั้นสินะ..ข้าขอ.."เมื่ออีกฝ่ายสามารถจับใจความว่าแคสซิโอจะพูดอะไรได้ก็ขัดขึ้นมา

          "ไม่ๆ..ข้าไม่นับว่าเจ้าเป็นผู้บุกรุกหรอกนะข้าออกจะดีใจเสียมากกว่าอีกที่เจ้ามา"คงเหงาสินะที่อยู่ที่นี่คนเดียว? เขายังไม่รู้เลยว่ารัตติกาลนั้นอยู่กับใครหรือในที่แห่งนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่แห่งนี้มีอยู่จริงหรือไม่

สีหน้าของแคสซิโอหม่นลงเมื่อคิดว่ารัตติกางนั้นต้องอยู่เพียงคนเดียว

          "..เจ้าอยู่ที่แห่งนี้เพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือ"เขาไม่ตอบเพียงยิ้ม แล้วพยักหน้า"เจ้าไม่เหงาบ้างอย่างนั้นหรือ.."

          "เหงาหรอ ก็เหงาสิใครมันจะไม่เหงาที่อยู่ที่แห่งนี้เพียงคนเดียวใช่หรือไม่ละ..แต่ในตอนนี้เจ้าอยู่ที่แห่งนี้เป็นเพื่อนข้าข้าก็ดีใจแล้วละ..ถึงจะเพียงเวลาสั้นๆ"

          "มีคนมายังที่แห่งนี้กี่คนกัน"

          "..2คนน่ะ"เขายิ้มก่อนจะเอ่ยคำตอบที่เล่นทำเอาแคสซิโอเบิกตาขึ้นน้อยๆถ้าเพียง2คนแล้วเป็นเวลาเท่าใดกันที่ชายผู้นี้อยู่ในที่แห่งนี้แล้วถ้าเหงาทำไมจึงไม่หนีออกไปละ?แคสซิโอไม่เข้าใจชายคนนี้

          "เวลา..เวลาๆเท่าใดกันที่เขาคนนั้นมาและเจ้ามาเจอ?"ชายหนุ่มทำหน้าครุ่นคิดเหมือนกับเป็นเรื่องที่ผ่านมานานมากกแล้ว

          "อ๋อ ข้าจำได้แล้ว..หลังจากวันนั้นมาผ่านมา300กว่าปีได้แล้วละจะว่าไปกลิ่นอายของพลังเวทย์และตัวเจ้านั้นก็คล้ายๆเขาเลยนะ"300ปี!? รอบนี้แหละที่เขาตกใจเมื่อรู้ว่าชายที่ตนกำลังพูดคุยด้วยอยู่นั้นไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นอมนุษย์ แล้วที่ว่ากลิ่นอายเขาเหมือนกับชายคนนั้นเขาอาจจะได้กลิ่นเพื่อนมนุษย์ที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันเหมือนกันแต่พลังเวทย์นี่คนๆนั้นอาจจะใช้เวทย์ธาตุเดียวกับเขาก็ได้

          "ทะ..ท่านเป็นอมนุษย์อย่างนั้นหรือ"แคสซิโอก้าวเท้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

          "ฮะฮ่าฮ่า"ชายหนุ่มหัวเราะออกมา"เจ้านี่เหมือนกับคนผู้นั้นไม่มีผิด ปฏิกิริยาเหมือนกันเสียด้วย..พอเถอะเราออกไปข้างนอกกันดีกว่าที่จะมานั่งอยู่ในนี้ดีกว่าหรือไม่?"

          "อะ..อ่าเช่นนั้นก็ได้"แล้วชายผู้นั้นก็จุงมือในแบบที่ท่านพี่เอิร์นออนรัสเคยทำเขาไม่ได้สะบัดออกแต่อย่างไรอีกฝ่ายมองมาที่แคสซิโอเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแล้วพาเดินไปยังสวนที่มีต้นไม้มากมายและที่เขาชอบคือมีน้ำตกด้วยนี่ซิเสียงสายน้ำจากเบื้องบนตกสู่เบื้องล่างอย่างสม่ำเสมอ

          ซ่า ซ่า

           พืชที่พิ้วสะไหวไปกับสายลมเรียกรอยยิ้มจากแคสซิโอได้เป็นอย่างดี

          "ที่นี่สวยดีนะ"แคสซีโอมองด้วยสายตาตื่นเต้น

          "ข้าก็เช่นนั้นแต่นานเสียดายที่สวนแห่งนี้มนุษย์นอกจากเจ้าและคนๆนั้นแล้วก็ไม่มีมนุษย์ผู้อีกเห็นอีกเลย"เหมือนกับนกที่สง่างามที่ถูกขังเอาไว้ในกรงทองทำให้ไม่สามารถทำให้ผู้อื่นเห็นความสวยงานตนอย่างแท้ทีสุดเช่นเดียวกับสวนแห่งนี้ที่ไม่รู้ว่าอยู่ใดของโลกไม่มีใครตามหาสถานที่แห่งนี้เจอจนทำให้ความสวยของสวนนี่ดูไร้ค่าไปเลยในทันที

          แคสซิโอนึกย้อนกลับมาถามตนเอง ถ้าตนนั้นต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างรัตติดกาลเขาจะทนความเหงาที่ต้องอยู่เพียงเดียวได้หรือไม่?

          แน่นอนว่าคำตอบของเขาก็คือไม่..เขาไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงเหมือนอย่างรัตติกาลเขาอาจจะปล่อยที่แห่งนี้เอาไว้แล้วด้วยซ้ำถ้าเขาจะต้องมานั่งเฝ้าสถานที่แห่งนี้ตลอดทั้งชีวิตของเขา

ถึงรัตติกาลอาจจะมีเหตุผมของเขาแต่สำหรับผมมันไม่มี

          "ทำไมเจ้าไม่หนีกันรัตติกาล.."

          "..ไม่ได้หรอก..สถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่สำคัญต่อเพื่อนคนแรกของข้า..เราใช้เวลารวมกันอยู่ที่นี่แต่แล้ววันหนึ่งเขาบอกว่าเขานั้นจะกลับมาหาข้าในเร็วๆนี้ เพราะงั้นข้าจึงได้แต่รอและรอเพื่อที่เขาคนนั้นจะกลับมา.."300ของมนุษย์น่ะมันนานมากนะทำไมเจ้าไม่ลองดูบางว่าคนผู้นั้นอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็ได้..

          "อายุไขของมนุษย์มันไม่ได้มากมายเช่นเจ้าเพียง1ส่วน6หรืออาจน้อยกว่านั้นเท่านั้นที่มนุษย์มีชีวิตอยู่..เพราะงั้นเจ้าคนนั้นอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็ได้"ถึงเขาจะไม่อยากทำร้ายชายตรงหน้าก็จริงก็เขาก็ไม่อยากให้ไฟความหวังคงดำเนินต่อไป

          "ข้ารู้..แต่ไม่เป็นไรหรอกอย่างน้อยข้าก็จะรักษาความสงจำที่ดีที่มีต่อมนุษย์คนนั้นให้นานที่สุดก็เพียงพอ.."ชายหนุ่มที่ไม่รู้ตอนนี้คิดเช่นไรแต่ในตอนนี้มือใหม่ที่จับมือข้าอยู่จับแน่นขึ้นและสั่นเหมือนอย่างเจ้าเข้า

          "เจ้าคงจะรักมนุษย์ผู้นั้นมากสินะ.."ขาไม่ตอบแล้วเอนตัวลงนอนกับพื้นหญ้าและนำมืออีกข้างของเขาขึ้นมาปิดตาของเขาไว้

          ถ้าจะรักกันเอามากๆจริงด้วยสินะ

-TBC.-

ยังไม่ได้แก้คำผิด อ่านจบแล้วเม้นด้วยนะครับเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้เขียนเล็กๆน้อยๆด้วยนะคร้าบ

ความคิดเห็น