ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 เงาที่เลือนราง

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 เงาที่เลือนราง

คำค้น : สืบสวน , โคนัน , จอมโจรคิด , กองปราบ , กองปราบฯ , กองปราบปราม , ตำรวจ , โจร , ไทย , ประเทศไทย , ตลก , กวน , ป่วน , แสบ , ฮา , บ้าบอ , แก๊ง , โรบินฮู้ด , เก่ง , ขโมย , รหัส , ปริศนา , เงื่อนงำ , ก่อการร้าย , ระเบิด , ตื่นเต้น , ระทึก , ตาย , แอคชั่น , บู๊ , เลือด

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 731

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2560 00:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 เงาที่เลือนราง
แบบอักษร

ตอนที่3เงาที่เลือนราง

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เอกพลเริ่มต้นตามสืบคดีคนหาย ด้วยการขับรถผ่านเส้นทางที่คลินิกของทันตแพทย์หญิง ซึ่งเป็น 1 ในผู้ต้องสงสัยตั้งอยู่ ระหว่างไปส่งอริศราที่มหาวิทยาลัย และนับเป็นโชคดีของเขา ราวกับฟ้าดินรู้เห็นเป็นใจ เมื่อสภาพการจราจรอันติดขัด ทำให้รถยนต์ของเอกพลมาจอดนิ่ง อยู่บริเวณถนนย่านชุมชน ด้านหน้าคลินิกพอดิบพอดี

พี่เอกอยากจะทำฟันหรือคะ ฟันผุเหรอ?” อริศราอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ เมื่อเห็นพี่ชายคนเดียวของตัวเองนั่งมองคลินิกทันตกรรม ซึ่งยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการอยู่เป็นนาน

เปล่าๆ ก็แค่มองไปเรื่อยน่ะ คลินิกมันมาอยู่ตรงระยะสายตาพี่ด้วยล่ะมั้ง” ชายหนุ่มแก้ตัว พลางยิ้มฝืดๆ ให้กับข้อสันนิษฐานของคนเป็นน้อง หน้าตาอย่างเขาคงบ้างานจนลืมแปรงฟันเลยสินะ

เห็นพี่เปลี่ยนเส้นทาง นึกว่าอยากมาสำรวจคลินิกทำฟัน อ้อจะได้พามา นี่น่ะร้านประจำของหวานกับอ้อเลยนะคะ”

คราวนี้คำพูดของอริศราทำเอาเอกพลหูผึ่ง ชายหนุ่มหันขวับมาจ้องหน้าเจ้าของคำพูด จนอีกฝ่ายอดสะดุ้งไม่ได้

เมื่อก่อนเราไม่ได้ทำฟันที่ร้านนี้ไม่ใช่เหรอ?” เอกพลนิ่วหน้าถามน้องสาว

ค่ะ ก็ทำที่ร้านที่คุณแม่เคยพาไปประจำ แต่เมื่อ 2–3 เดือนก่อน อ้อตั้งใจจะไปขูดหินปูนแล้วคลินิกนั้นปิดน่ะค่ะ หวานก็เลยพามาที่นี่แทน” อริศราตอบคำถาม ทั้งที่ยังงุนงงกับท่าทางแปลกๆ ของพี่ชาย

อย่างนั้นเหรอ” คนเป็นพี่พยักหน้าขรึมๆ ก่อนจะหันไปมองคลินิกทันตกรรม ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ริมถนนใหญ่ ในย่านชุมชนที่ผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน รวมทั้งอยู่ใกล้กับแหล่งธุรกิจการค้า นับว่าเป็นทำเลทองทีเดียว

คุณหมอที่นี่เป็นผู้หญิงค่ะ มือเบามากๆ เลย แล้วก็ใจดีด้วย อ้อก็เลยตั้งใจว่าจะมาเป็นขาประจำของคุณหมอเธอ พี่เอกก็มาทำฟันที่นี่นะ เดี๋ยวอ้อพามา” คนเป็นน้องยังไม่เลิกยุยงให้พี่ชาย มาจัดการทำอะไรบางอย่างกับฟันในปาก ณ คลินิกแห่งนี้ให้ได้

เอ้า! ก็พี่ไม่ได้ฟันผุ จะให้พี่มาทำไมกันเล่า หินปูนก็ขูดไปแล้ว มีอะไรก็พูดมาเลย อยู่ๆ ก็มาแช่งให้พี่ต้องทำฟัน” เอกพลจ้องหน้าน้องสาวคนเดียวของตัวเองอย่างจับผิด จนในที่สุดอีกฝ่ายก็ต้องยอมจำนน บอกเหตุผลในใจออกมา

อ้อเปล่าแช่งพี่เอกสักหน่อย ก็แหม! แค่เห็นว่าพี่ไม่มีแฟน กะจะเชียร์ให้เป็นแฟนกับคุณหมอเธอนี่นา คุณหมอเธอน่ารักมากๆ เลยนะคะ ถ้าพี่เอกเห็นต้องชอบแน่ๆ เลย อ้อเองก็อยากได้พี่สะใภ้แบบนี้ พี่เอกตามใจน้องหน่อยสิ นะๆ”

เหตุผลของคนเป็นน้อง ทำเอาพี่ชายกลายเป็นฝ่ายสะดุ้งเฮือก เขามองหน้าอริศราอย่างตื่นๆ กับคำพูดชวนสยองที่ได้ยิน แน่ล่ะ! ในเมื่อคุณหมอผู้แสนน่ารักที่ว่า กำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีคนหายอยู่นี่

เฮ้ย! เพี้ยนหรือเปล่าเราน่ะ พี่ไม่ได้เลือกแฟนที่หน้าตานะ ต่อให้หน้าตาน่ารักแค่ไหน ถ้านิสัยไปด้วยกันไม่ได้ พี่ก็ไม่มีทางชอบหรอก พี่หาของพี่เองได้ ไม่ต้องหาให้พี่ พี่เกรงใจ” เอกพลรีบปฏิเสธความหวังดีของน้องสาว พร้อมกับให้เหตุผลที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าตูมขึ้นมาทันที

คุณหมอเธอออกจะใจดี แล้วก็นิสัยดีจะตาย ต้องเข้ากับพี่เอกได้อยู่แล้ว อ้อรับประกันค่ะ ไม่งั้นไม่เอามาโฆษณาให้ฟังหรอก คนเขาเสียน้ำใจหมดเลยดูสิ” คำพูดกับท่าทางงอนๆ ของคนเป็นน้อง ทำให้คนเป็นพี่ยิ่งอ่อนอกอ่อนใจ

เราน่ะมองคนสั้นๆ อีกแล้วนะอ้อ เราพึ่งเจอคุณหมอเธอแค่ครั้งเดียว แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นคนดี เข้ากับพี่ได้น่ะ” เอกพลมองน้องสาวด้วยความเป็นห่วง ในเมื่อความมองโลกในแง่ดีของเธอ ทำให้เธอเกือบต้องตกเป็นเหยื่อสังเวยชีวิตให้กับผู้ก่อการร้ายมาแล้ว

อ้อเจอคุณหมอหลายครั้งแล้วต่างหากล่ะคะ เพราะหวานไปจัดฟัน แล้วก็มีปัญหาจุกจิกบ่อยมาก ไปหาคุณหมอเธออาทิตย์ละตั้ง 2 – 3 ครั้ง คุณหมอเธอก็ช่วยแนะนำแล้วก็ช่วยแก้ปัญหาให้ เธอใจเย็นมากๆ ด้วยค่ะ แถมยังยิ้มแย้มตลอดเวลาเลย” อริศราพูดถึงน้ำหวาน เพื่อนสาวคนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น และมิวายที่จะโฆษณาชวนเชื่อถึงคุณหมอใจดีของเธออีก

ก็เขาเป็นหมอ แล้วเพื่อนเราก็เป็นลูกค้าของเขา เขาก็ต้องดูแลอยู่แล้ว” เอกพลขัดคอน้องสาวขึ้นมาอีกเช่นกัน เป็นเวลาเดียวกับที่รถคันหน้าค่อยๆ เคลื่อนออกไป เอกพลจึงจำต้องขับรถออกไปจากด้านหน้าคลินิก

เอาเป็นว่าอ้อยอมแพ้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าพี่เอกมีแฟนต้องพามาแนะนำให้อ้อรู้จักนะคะ อ้ออยากรู้ว่าจะผ่านเซ็นเซอร์จากอ้อหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นคุณหมอคนนั้นล่ะก็อ้อให้ผ่านเลย” อริศรายังคงปิดท้าย ด้วยคำพูดที่ทำให้พี่ชายแทบกุมขมับเช่นเคย

จ้าๆ แล้วนี่เลิกเรียนเที่ยงใช่ไหม เดี๋ยวพี่มารับไปกินข้าว แล้วก็ฝากชวนธนูไปด้วยกันหน่อยนะ พี่มีเรื่องจะคุยกับเขาสักหน่อยน่ะ” เอกพลรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ซึ่งก็ดูเหมือนจะทำให้อริศราเลิกคิดถึงคุณหมอของเธอได้ นั่นแหละ! จุดประสงค์ของเขาล่ะ

เรื่องคดีหรือคะ ได้ค่ะ เดี๋ยวอ้อจะบอกธนูให้นะคะ ถ้าตานั่นมาเรียนล่ะก็นะ”

คำตอบของอริศรา ทำให้เอกพลอดเป็นห่วงหนุ่มรุ่นน้องไม่ได้

ธนูขาดเรียนบ่อยเหรอ?” เขานิ่วหน้าถาม ระหว่างที่ขับรถไปด้วย

ก็ไม่บ่อยหรอกค่ะ แต่ขาดทีนึงก็หายตัวไปซะหลายวัน พี่เอกเป็นห่วงตาบ้านั่นหรือคะ ไม่ต้องไปห่วงหรอกค่ะ ขนาดไม่ได้มาเรียน ยังจำกฎหมายแต่ละมาตราได้อย่างกับกินตำราเป็นอาหาร”

คราวนี้คำตอบของคนเป็นน้อง ทำเอาพี่ชายอย่างเอกพลอดหัวเราะขบขันไม่ได้ รวมทั้งตระหนักดีแล้วว่า ฝ่ายนั้นสามารถใช้ไหวพริบและความกะล่อนเอาตัวรอดได้ ตรงข้ามกับน้องสาวของตนที่ไม่เคยรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้คนรอบข้างเลย แม้แต่นิดเดียว

 

เที่ยงวันนั้น ธนูซึ่งได้รับการบอกกล่าวและนัดหมายจากอริศราเป็นที่เรียบร้อย อาสาเป็นฝ่ายพาหญิงสาวไปหาเอกพล เพื่อไม่ให้ผู้กองหนุ่มต้องเสียเวลาทำงาน ด้วยเหตุนี้สถานที่นัดหมายจึงถูกเปลี่ยนเป็นร้านอาหารไทยใกล้กองปราบปรามแทน

พี่เอกคุยกับธนูไปก่อนนะคะ เดี๋ยวอ้อขอตัวไปห้องน้ำแป๊บนึงค่ะ” อริศราเดินเข้ามาหาพี่ชายที่โต๊ะด้านในสุดของร้านอาหาร ซึ่งถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย ในพื้นที่แบบบ้านเดี่ยวชั้นเดียว หลังกะทัดรัด ก่อนจะเดินไปถามหาห้องน้ำกับพนักงานเสิร์ฟภายในร้าน ปล่อยให้สองหนุ่มได้คุยกันตามสบาย

พี่เอกมีคดีอะไรจะให้ผมช่วยสืบหรือครับ?” ธนูเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน หลังจากที่ทั้งคู่สั่งอาหารกับพนักงานเสิร์ฟแล้ว

เปล่าหรอก แค่อยากจะฝากให้ช่วยดูแลยัยอ้อ เป็นหูเป็นตาแทนพี่สักหน่อยน่ะ คราวที่แล้วก็ไปสนิทกับผู้ก่อการร้ายในคราบอาจารย์ คราวนี้ก็ดันไปปลาบปลื้มคุณหมอฟันคนสวย ที่เป็นผู้ต้องสงสัยคดีคนหายอีก เฮ้อ! กลุ้ม” เอกพลตอบคำถาม พร้อมกับถอนหายใจหนักๆ ปิดท้าย

คดีของคนที่มาหาพี่เอกเมื่อวานนี้น่ะหรือครับ แล้วคุณหมอฟันที่ว่า เธอไปก่อวีรกรรมอะไรให้ตัวเองหวุดหวิดจะกลายเป็นผู้ต้องหาล่ะครับเนี่ย?” ธนูนึกสงสัย และอดเป็นห่วงอริศราไม่ได้เช่นกัน

ก็ไม่ได้ก่อวีรกรรมอะไรให้เป็นที่ประจักษ์หรอก เพียงแต่มูลเหตุจูงใจเป็นเรื่องที่หนักเอาการอยู่” นายตำรวจหนุ่มรุ่นพี่ถอนหายใจอีกรอบ แล้วจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้ธนูฟังคร่าวๆ

ความจริงตัวเธอเองพักอยู่ที่คอนโดใกล้ๆ กับคลินิกของเธอ แต่ครอบครัวของเธอที่มีแค่แม่กับพี่สาวน่ะพักอยู่ในหมู่บ้าน แล้วบ้านข้างๆ ก็คือบ้านของคุณสุจริตที่มาหาพี่เมื่อคืน ทุกเสาร์ อาทิตย์เธอจะไปค้างคืนที่บ้านของแม่กับพี่สาว และเรื่องที่ว่ามันก็เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน พี่สาวของเธอเกิดตั้งครรภ์โดยที่ฝ่ายชายไม่ยอมรับเป็นพ่อของเด็ก ซ้ำยังถูกภรรยากับลูกสาวทั้ง 2 คนของคุณสุจริต พูดจาเยาะเย้ยถากถางอยู่ทุกวัน สุดท้ายพี่สาวของเธอก็เลยกินยานอนหลับฆ่าตัวตาย ส่วนคุณแม่ของเธอก็เครียดจัดจนเส้นเลือดในสมองแตก เสียชีวิตไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยที่งานศพของคนทั้งคู่ มีแค่คุณสุจริตคนเดียวที่ไปร่วมงาน

เรื่องราวที่ออกมาจากปากของเอกพล ทำให้ธนูถึงกับนั่งนิ่งอึ้งไปนาน ในเมื่อมันคือแรงจูงใจซึ่งเพียงพอที่จะก่อเกิดแรงอาฆาต อันจะนำไปสู่คดีฆาตกรรมได้

ถ้า 3 แม่ลูกนั่นไม่เคยไปทำให้ใครเขาอาฆาตแค้นกว่านี้ ก็มีโอกาสเป็นไปได้มากนะครับ แต่ผมไม่คิดหรอกนะครับว่า ผู้หญิงคนเดียวจะสามารถพาตัวผู้หญิงที่ไม่ถูกกัน 3 คนไปได้ง่ายๆ” ธนูออกความเห็น เป็นเวลาเดียวกับที่อริศราเดินกลับเข้ามาที่โต๊ะ และพนักงานเสิร์ฟนำอาหารมาเสิร์ฟ สองหนุ่มจึงเงียบกันไป

คุยเรื่องคดีกันเสร็จแล้วหรือคะ?” อริศราเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามสองหนุ่ม หลังจากที่พนักงานเสิร์ฟเดินคล้อยหลังไปแล้ว

อืม... เสร็จแล้วล่ะ ก็ไม่ได้มีอะไรมากมายหรอกนะ” เอกพลตอบเลี่ยงๆ เพราะเกรงจะถูกซักไซ้เรื่องคดีคนหาย ซึ่งเกี่ยวโยงกับคุณหมอคนโปรดของน้องสาวด้วย

ว้า! อดฟังเลย ใช่คดีคนหายของคุณอาคนเมื่อวานหรือเปล่าคะ?” อริศราตั้งคำถามที่ทำเอาคนเป็นพี่แทบหยุดหายใจจนได้ และคนที่เป็นฝ่ายตอบคำถามขึ้นมาแทนก็คือ...

ใช่! ก็เรื่องนั้นนั่นแหละ เย็นนี้ฉันจะไปช่วยพี่เอกสืบคดีด้วย เธอจะไปด้วยกันไหมล่ะ?” ธนูพูดพลางตักข้าวผัดกระเพราเข้าปาก ขณะที่เอกพลได้แต่นั่งอ้าปากค้างกับคำตอบของสายสืบรุ่นน้อง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ไม่เคยตกลงกันไว้ทั้งสิ้น

ไม่เอาหรอก ฉันไปก็ช่วยอะไรไม่ได้สักอย่าง จะไปเป็นตัวเกะกะด้วยซ้ำ นายจะมากินข้าวเย็นที่บ้านฉันหรือเปล่าล่ะ ฉันจะได้ทำกับข้าวเผื่อ?

คำตอบของน้องสาว ทำให้เอกพลรู้สึกโล่งใจ ราวกับได้ยกเทือกเขาหิมาลัยออกไปจากอก แน่ล่ะ! เพราะหากอริศราเกิดบ้าจี้อยากตามไปด้วยล่ะก็ คงหนีไม่พ้นที่จะต้องรับรู้เรื่องที่ไอดอลคนใหม่ของเธอ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้แน่ๆ

เรื่องแบบนี้มาถามฉันได้ไง ฉันต่างหากที่ต้องถามเจ้าของบ้าน”

คราวนี้ธนูโยนหน้าที่คนตอบคำถามกลับมาให้เอกพล ซึ่งผู้กองหนุ่มรุ่นพี่ก็เตรียมพร้อมรับมุขเป็นที่เรียบร้อย

อู๊ยยย! บ้านพี่ยินดีต้อนรับน้องนูเสมออยู่แล้ว จะมากินข้าวที่บ้านพี่ทุกวันก็ได้ พี่เต็มใจเลี้ยง” เอกพลปั้นหน้าร่าเริงสุดฤทธิ์ เสียจนถูกน้องสาวค้อนใส่วงใหญ่

เว่อร์ไปแล้วค่ะพี่เอก อย่าลืมสิคะว่าคนที่หน้ามันอยู่หน้าเตาน่ะคืออ้อนะคะ เดี๋ยวให้ทำเองซะเลยนี่”

คำขู่กับใบหน้าตูมๆ ของอริศรา ทำเอาสองหนุ่มมองหน้ากันเลิกลั่ก

เอาไงดีน้องนู เจ้าแม่เกิดนึกอยากสไตร์ค ประท้วงไม่ยอมทำกับข้าวให้เรากินซะแล้ว” เอกพลชะโงกหน้าไปปรึกษากับธนูซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สีหน้าท่าทางจริงจัง เพื่อให้แผนการเฉไฉเปลี่ยนเรื่องยังคงดำเนินต่อไป

สงสัยเราคงต้องประทังชีวิตด้วยมาม่า และปลากระป๋องซะแล้วล่ะครับพี่เอก” ธนูกระซิบตอบ ด้วยระดับเดซิเบลซึ่งเพียงพอที่จะทำให้อริศราได้ยินด้วย

พี่พอจะทำพวกเมนูไข่ได้นะ แต่ไม่รู้จะกินได้หรือเปล่า” เอกพลยังคงตั้งหน้าตั้งตาขุดคุ้ยตัวเอง ด้วยสีหน้าที่จริงจัง

ผมเองก็พอทำได้ครับ ต้ม ผัด แกง ทอด หอมอร่อยในพริบตา แต่หน้าตาไม่เหมือนอาหารสำหรับคนรับประทานเลยนี่สิครับ” ธนูทดลองแฉพฤติกรรมไม่เอาถ่านของตัวเองดูบ้าง

แล้วมันจะกินได้เหรอน้องนู?” เอกพลอดข้องใจไม่ได้

พี่เอกลองชิมดูไหมล่ะครับ?” ธนูเสนอทางเลือกสุดท้ายให้ แต่ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ตอบอะไร

ตาบ้า! นี่นายวางแผนจะฆาตกรรมพี่ชายฉันหรือไงยะ” อริศราเสียงเขียวขึ้นมาทันควัน จนสองหนุ่มต้องท่าทำจุ๊ปาก เพราะเกรงว่าผู้คนในร้านจะแตกตื่น

ก็เธอไม่ทำให้กิน พวกเราก็ต้องหาวิธีเอาตัวรอดกันเองสิ” ธนูให้เหตุผลซึ่งเป็นเหตุให้เสียงเขียวๆ ของอริศราดังขึ้นมาอีก

เอาตัวรอดด้วยวิธีเปิบพิสดารนี่ไม่ต้องเลยย่ะ!” หญิงสาวค้อนหน้าคว่ำใส่สองหนุ่มอีกรอบ เพราะรู้ดีว่าฝีมือทำอาหารของทั้งคู่ ดีกว่าที่โฆษณาตัวเองไว้มากโข

เธอนี่ตั้งแต่คบกับยัยบัวบก รู้สึกจะโหดขึ้นเยอะเลยนะ แถมเสียงก็แสบแก้วหูขึ้นเป็นกอง” ธนูโอดครวญ ระหว่างที่นั่งตบบ้องหูอื้อๆ ของตัวเองไปด้วย

ว่าเพื่อนฉัน แล้วยังพูดมากแบบนี้ เดี๋ยวเย็นนี้นายเจออาหารเปิบพิสดารของฉันแน่!

คราวนี้คำพูดของอริศราทำเอาชายหนุ่มถึงกับร้องเสียงหลง หน้าตื่น

เฮ้ย! ไม่ต้องเลยนะ ฉันกลับบ้านไปทำกินเองได้” ธนูรีบปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดซ้ำ แต่มีหรือที่อริศราจะยอมให้เป็นเช่นนั้น

ไม่เป็นไร! เดี๋ยวฉันขอพี่เอกเอาไปส่งให้นายถึงบ้านเลย เป็นบริการเดลิเวอรี่ไง หญิงสาวดึงพี่ชายที่กำลังนั่งกุมขมับกับสายตาของใครต่อใครที่พากันจ้องมองมา ให้กลับเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในวงสนทนา ซึ่งเริ่มจะลุกลามและบานปลายเข้าไปทุกทีๆ ก่อนที่สุดท้ายธนูจะตัดสินใจแก้ปัญหา ด้วยการเป็นฝ่ายพาอริศราไปซื้อวัตถุดิบสำหรับอาหารมื้อเย็น รวมทั้งสวมบทข้ารับใช้หอบหิ้วถุงพะรุงพะรัง เดินตามนายหญิงวนไปวนมาทั่วตลาด กว่าอีกฝ่ายจะพอใจและยอมกลับบ้าน

หมดสภาพเลยเหรอน้องนู?” เอกพลอดขำไม่ได้ เมื่อเห็นสายสืบรุ่นน้องกลับมาหาตัวเองที่กองปราบปรามในตอนเย็น ด้วยสภาพหมดเรี่ยวหมดแรง แทบทรงตัวไม่อยู่ ราวกับพึ่งผ่านสมรภูมิรบสงครามโลกครั้งที่ 3 มา

ก็น้องสาวพี่เอกน่ะสิครับ ช๊อปปิ้งของสดอย่างกับที่บ้านเปิดร้านอาหารสัก 20 สาขา” ธนูตอบพลางทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ภายในห้องทำงานของเอกพล ซึ่งจัดไว้สำหรับผู้ต้องหาและพยานในการสอบปากคำของคดีต่างๆ” แถมยังยึดกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ ให้ผมขึ้นรถเมล์มาเองด้วย บอกว่าเดี๋ยวผมชิ่งหนี แล้วกับข้าวเหลือ ไม่รู้จะให้ใครกิน ดีนะที่ไม่ให้ผมขี่จักรยานมา ไม่งั้นผมคงต้องกินถ้วยชามรามไหด้วยถึงจะอิ่ม

คำพูดของธนูยิ่งทำให้เอกพลหัวเราะขำ ท้องคัดท้องแข็ง

ยัยอ้อกลัวจะทำกับข้าวรอเก้อน่ะสิ อุตส่าห์แสดงฝีมือแล้ว อีกอย่างคงไม่อยากให้เราขี่มอเตอร์ไซค์ตะลอนๆ มากๆ ด้วยล่ะมั้ง พักหลังเห็นบ่นกับพี่ว่า ตาบ้าธนูตากแดดตากลมจนจะดำหมดแล้ว เดี๋ยวก็เป็นมะเร็งผิวหนังพอดี” ผู้กองหนุ่มแห่งกองปราบปราม แก้ต่างให้น้องสาวคนเดียวของตัวเอง

อย่างนั้นหรือครับ ถ้างั้นผมต้องเก็บเงินซื้อรถเมล์มาขับสินะครับ ไม่ดำแถมยังเก็บค่าโดยสารได้ด้วย” ธนูวางแผน สีหน้าจริงจังเป็นการเป็นงาน

นี่กะจะเก็บค่าโดยสารแก้เผ็ดยัยอ้อเลยเหรอ?” เอกพลแกล้งกระเซ้า

มิได้ครับ ผมมิบังอาจ” ธนูทำท่านอบน้อม สงบเสงี่ยมเจียมตัวได้อย่างน่าสงสาร

กลัวอะไรขนาดนั้นเล่า พี่โดนยัยอ้อจับคลุมถุงชนให้คุณหมอฟันคนนั้น ยังรอดชีวิตมาได้เลย” เอกพลพูดถึงเรื่องของตัวเอง พร้อมกับหัวเราะฝืดๆ ให้ความเจ้ากี้เจ้าการของน้องสาว

ผู้ต้องสงสัยคดีคนหายน่ะหรือครับ แบบนี้แสดงว่าสนิทกันมาก ท่าทางน้องสาวพี่เอกจะดวงสมพงศ์กับคนจำพวกนี้เป็นพิเศษนะครับ” สายสืบรุ่นน้องแห่งกองปราบปรามพยักหน้าสรุป หน้าทะเล้น แต่ลึกๆ ในแววตากลับแฝงความกังวลไว้

...ในฐานะเพื่อนเก่าตั้งแต่วัยเด็กของอริศรา แม้จะเรียนอยู่คนละห้องกัน แต่ด้วยความที่เป็นลูกตำรวจ ยัยนั่นจึงมักจะลากเขาไปช่วยสืบคดียิบย่อยที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอยู่เสมอ ใช่! นั่นมันก็แค่อาชญากรรมเล็กๆ ฝีมือเด็กประถม แล้วอาชญากรสังคมข้างๆ ตัวเธอทุกวันนี้ล่ะมันอะไรกัน!?

สมพงศ์แบบนี้ไม่ดีแน่ แล้วนี่... เราจะมาช่วยพี่สืบคดีจริงๆ เหรอ พี่นึกว่าเป็นมุขที่ใช้ตอบคำถามซอกแซกของยัยอ้อเสียอีก” เอกพลเปลี่ยนไปคุยเรื่องคดีคนหาย ด้วยใบหน้าที่ยังคงมีริ้วรอยแห่งความกังวลปรากฏ

ครับ คดีแบบนี้หลักฐานต่างๆ ถูกทำลายได้ง่ายมาก ถ้าเราช้า คนร้ายอาจจะลอยนวลตลอดไปก็ได้นี่ครับ บางที 3 แม่ลูกนั่นอาจจะยังมีชีวิตอยู่ ถ้าหากคนร้ายต้องการให้พวกเขาตายอย่างทุกข์ทรมานล่ะก็ สองคนช่วยกันก็ย่อมต้องดีกว่าเหนื่อยคนเดียวใช่ไหมล่ะครับ?

คำพูดอย่างคนรู้งานของธนูทำให้เอกพลยิ้มออกมาได้ในที่สุด หลังจากนั้น 2 หนุ่มจึงเริ่มต้นการสืบคดี ด้วยการเดินทางไปยังโรงแรมแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ 3 แม่ลูกทำงานอยู่ ก่อนจะหายตัวไปในตอนเย็นของเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา

และหลังจากที่ทั้งคู่ฝ่าการจราจรอันแสนติดขัด ในช่วงเวลาเย็นของกรุงเทพฯ มาจนถึงที่หมาย...

“3 คนนั้นทำงานที่โรงแรมใหญ่ขนาดนี้เลยนะครับเนี่ย” ธนูยืนมองความโอ่โถงของโรงแรมระดับหลายดาวในย่านธุรกิจ ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยห้องพักสุดหรู สระว่ายน้ำ และเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน

อ้าว! นี่เราไม่เคยมาโรงแรมนี้หรอกเหรอ?” เอกพลเอ่ยถามระหว่างที่เดินเข้าไปภายในโรงแรมด้วยกัน

เคยได้ยินชื่อโรงแรม แต่ไม่เคยมาครับ แหม! เป็นเด็กเป็นเล็กมาที่แบบนี้ได้ยังไงล่ะครับ พี่เอกมาบ่อยหรือครับ?” ธนูถามกลับพลางพลางยิ้มทะเล้น

เปล่า! แค่เคยขับรถผ่านน่ะ พี่จะมาทำไมกันเล่า ที่แบบนี้ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้ใหญ่ธรรมดาๆ ควรจะมาเหมือนกันนี่” เอกพลรีบแก้ตัวพัลวัน จนอีกฝ่ายอดขำไม่ได้

ครับๆ นั่นสินะครับ” สายสืบรุ่นน้องจอมกะล่อนทำหน้าทะเล้นล้อไม่เลิก เวลานี้เขายังอยู่ในชุดนักศึกษาก็จริง หากแต่สวมเสื้อแจ็คเก็ตสัญลักษณ์กองปราบปรามทับอยู่ด้านนอกด้วย ขณะที่เอกพลสวมชุดตำรวจเต็มยศมาตั้งแต่เช้า เพื่อเตรียมตัวพร้อมสำหรับการสืบคดีในวันนี้โดยเฉพาะ

ขอโทษนะครับ คือผมที่มาติดต่อขอพบผู้จัดการโรงแรมเรื่องคดีเมื่อเช้าน่ะครับ ไม่ทราบว่าที่ฝากเรื่องไว้จะดำเนินการได้เลยไหมครับ?” เอกพลเดินนำหน้าธนูเข้าไปที่ล๊อบบี้สุดหรูของโรงแรม ท่ามกลางสายตาของผู้คนบริเวณนั้นที่พากันจ้องมองมา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของโรงแรม หรือแม้แต่บรรดาพนักงานโรงแรม ซึ่งคงจะระแคะระคายถึงเรื่องนี้กันอยู่แล้ว

อ๋อ... ค่ะ เชิญทางด้านนี้เลยค่ะ ผู้จัดการกำลังรออยู่แล้วค่ะ” พนักงานสาวผมม้าในชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมยิ้มให้เอกพลและธนู แล้วเดินนำออกไปจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

พี่เอกมาติดต่อเขาไว้ก่อนแล้วหรือครับเนี่ย?” ธนูป้องปากกระซิบถามอีกฝ่าย ระหว่างที่เดินเร็วตามพนักงานสาวจนขาแทบขวิด

ใช่! พี่ไม่อยากมาเสียเที่ยวน่ะ เมื่อเช้าเลยมาติดต่อแจ้งเรื่องไว้ก่อน เขาจะได้เรียกตัวพนักงานที่เราต้องสอบปากคำไว้ ไม่งั้นคงกลับบ้านกันหมด นี่มันเวลาเลิกงานด้วย” เอกพลป้องปากกระซิบตอบ เป็นเวลาเดียวกับที่พนักงานสาวผมม้าเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าห้องรับรอง ทั้งคู่จึงต้องจบการสนทนาเพียงแค่นั้น

ก๊อกๆ ๆ...

ประตูห้องถูกเคาะเบาๆ 3 ครั้ง และทันทีที่เสียงตอบรับดังลอดออกมา หญิงสาวก็เปิดประตูให้สองหนุ่มก้าวเข้าไปภายในห้อง ซึ่งมีชายวัยกลางคนสวมแว่นในชุดสูท กับพนักงานโรงแรมหญิงอีก 4 คน นั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยความกระวนกระวาย

สวัสดีครับคุณตำรวจ” ชายวัยกลางคนเจ้าของตำแหน่งผู้จัดการโรงแรม รีบลุกขึ้นยืนรับการมาของสองหนุ่ม พร้อมกับรับไหว้คนทั้งคู่ ขณะที่ 4 สาวก็ต่างรีบลุกขึ้นยืนรับไหว้สองหนุ่มเช่นกัน ก่อนที่คนทั้งหมดจะนั่งลงอย่างพร้อมเพรียง

...ในจำนวนพนักงานหญิงทั้ง 4 คนนั้น 3 คนเป็นหญิงสาววัย 20 ต้นๆ คนหนึ่งรูปร่างสันทัด ผิวคล้ำ ผมยาวประบ่ารวบเรียบร้อย คนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวเหลือง ผมซอยสั้น คนหนึ่งรูปร่างท้วม เตี้ยเป็นมะขามข้อเดียว ผิวขาว ถักเปียหลัง ส่วนอีก 1 คนที่เหลือเป็นหญิงวัยกลางคน ผมหยักศกปล่อยยาวประบ่า รูปร่างผอมบาง สีผิวซีดเซียว พอๆ กับใบหน้าซีดๆ ทั้งหมดสวมชุดยูนิฟอร์มของโรงแรม และต่างมีริ้วรอยแห่งความกังวลปรากฏบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

เอ่อ... ในฐานะที่ทุกคนเป็นพนักงานในความดูแลของผม ผมจะขออนุญาตอยู่ฟังการสอบปากคำสักหน่อยจะได้ไหมครับ?” ผู้จัดการโรงแรมถามเอกพลด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก

ได้ครับ ไม่มีปัญหาครับ แล้ว... ทุกท่านในที่นี้เป็นเพื่อนสนิทของคุณสมหญิง คุณอรัญญา หรือคุณอรวรรณ คนใดคนหนึ่งใช่ไหมครับ?” เอกพลตอบรับ แล้วเป็นฝ่ายหันไปถาม 4 สาวบ้าง

แค่เคยเป็นเพื่อนสนิทค่ะ“3 ใน 4 สาวตอบพร้อมเพรียง เสียงดังฟังชัด

 

คือ... ดิฉันเป็นแค่เพื่อนร่วมงานที่เข้างานเวลาเดียวกันกับอรวรรณในวันนั้นน่ะค่ะ ไม่ใช่เพื่อนสนิทหรอกค่ะ” อีก 1 สาวเจ้าของหุ่นมะขามข้อเดียวตอบเสียงเบาหวิวปิดท้าย และเพราะคำตอบเหล่านั้นนั่นเองที่ทำให้ทั้งเอกพลทั้งธนูถึงกับนั่งอึ้ง พูดไม่ออก

 

จบตอน

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว