facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

💖 ตอนพิเศษ : เทวดาพิราบขาว

ชื่อตอน : 💖 ตอนพิเศษ : เทวดาพิราบขาว

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2561 16:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
💖 ตอนพิเศษ : เทวดาพิราบขาว
แบบอักษร

ท่ามกลางพื้นที่ที่ลายล้อมไปด้วยทุ่งนาและทุ่งหญ้าเขียวขจี ลมพัดเรื่อยเฉื่อยฉิวจนปลายยอดหญ้าปลิวรู่ริ่วเอนไปตามลม เสียงซ่อกแซ่กดังขึ้นเมื่อกิ่งและใบไม้เสียดสีกันยามที่ลมโบกมพัด แสงแดดสาดส่องทั่วทุกอนาเขตพื้นที่ชนบท มันเป็นช่วงเวลาบ่ายกว่าๆที่เด็กหนุ่มต่างจังหวัดอย่างเมษากำลังวุ่นกับการปัดกวาดจัดเก็บทำความสะอาดบ้าน

ไม่นานนักเสียงรบกวนไม่พึงประสงค์กลับดังขึ้น มันทำให้คนตัวเล็กที่กำลังงุ่นง่านกับงานบ้านต้องละจากงานและหันมาให้ความสนใจกับสิ่งนั้นแทน เมื่อสุนัขเฝ้าบ้านส่งเสียงเห่ากรรโชกดังพร้อมกับเสียงโครมครามที่ตามมา

โฮ่ง!!!!!! โฮ่ง!!!!!!โฮ่ง!!!!!โฮ่ง!!!!!! พับ พับ พับ พับ!!!! แฮร่!!!!! งั่บ!!!!

เด็กหนุ่มที่ชื่อเมษาสองเท้าของเขาก้าววิ่งออกมานอกตัวบ้านแล้วตามหาต้นเสียงที่ดังขึ้น

ตึง ตึง ตึง ตึง

เสียงฝีเท้ากระแทกลงน้ำหนักกับพื้นไม้กระดานของตัวบ้าน มันเป็นเพียงสิ่งสุดท้ายที่พ่อและแม่ของเขาทิ้งไว้ให้ บ้านไม้หลังเก่าทั้งหลังทำจากไม้กระดาน ไม่มีการปูกระเบื้อง ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกเหมือนบ้านหรูราคาแพงในกรุงเทพ ไม่นานนักชายร่างเล็กก็ได้มาหยุดที่ลานหน้าบ้าน

เจ้าสุนัขเฝ้าบ้านตัวแสบเพศผู้ขนสีน้ำตาลปากมอมมันยืนกระหืดกระหอบ หางพวงพู่ของมันสั่นดิ๊กๆเป็นการโอ้อวดว่าตนทำงานบางอย่างได้สำเร็จ ในปากและลำคอของมันตอนนี้ที่มองเห็นเต็มไปด้วยคราบเลือด มันอ้าปากโค่งเผยเห็นเขี้ยวแหลมคมและลิ้นที่แปดเปื้อนเลือดสีแดงสด

“น้ำตาล!!ไปไล่กัดตัวอะไรมาอีก”

เมื่อเห็นอย่างนั้นเมษารีบร้องทักเกรงว่าเจ้าสุนัขตัวแสบของตนจะไปสร้างเรื่องอะไรไว้ มันไม่สนใจแม้แต่น้อยกับคำพูดที่เอ่ยขึ้นจากเจ้าของ เจ้าน้ำตาลกลับสั่นหางดิ๊กๆใส่พร้อมเดินล้อมหน้าล้อมหลังทำท่าทำทางวิ่งนำหน้าแล้วกระโดษๆ เป็นสัญญาณบอกว่า เจ้านายผมมีอะไรให้ดู

แน่นอนว่าเมษาตัดสินใจเดินตามเจ้าสุนัขตัวแสบของตนไปเสีย มันพาเขาเดินอ้อมไปจนถึงพุ่มไม้หลังบ้านที่รกร้างมานาน

แกร่ก!! แกร่ก!!

โสทประสาทหูทั้งสองข้างได้ยินเสียงดังมาจากพุ่มไม้ดังกล่าว มันสั่นไหวยามที่มีสิ่งมีชีวิตบางอย่างติดอยู่ในนั้น สองเท้าของคนตัวเล็กค่อยๆก้าวย่ำผืนดินและกิ่งไม้ที่หล่นอยู่ประปรายเต็มพื้น เขาค่อยๆเยื้องย่างกายอย่างช้าๆ ….ช้าๆ….

จนไปหยุดอยู่ที่หน้าพุ่มไม้ สองมือค่อยๆแหวกพุ่มไม้ออก ใบหน้าสวยค่อยๆเงื้อมชโงกหวังได้มองและเห็นให้รู้ว่าอะไรกันที่เจ้าน้ำตาลจัดการฟัดซะสะบักสะบอมนอนซมซานจนหนีไปไหนไม่ไหว ยามที่พุ่มไม้ถูกแหวกออกดวงตาคู่สวยจำต้องเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้ามันทำให้เขาตกใจไม่น้อย

ภาพที่เห็นตรงหน้าคือนกพิราบสีขาวตัวใหญ่ เมื่อเทียบกับนกพิราบตัวอื่นๆแล้วขนาดตัวของมันใหญ่กว่าปกติ ขนของมันมีสีขาววาวเป็นประกายเมื่อถูกแสงแดดส่องกระทบ ดวงตาทั้งสองข้างของมันเฉี่ยวคมนัยน์ตาคู่นั้นมีสีครามน้ำทะเล จงอยปากเรียวแหลมมีสีแดงแปลกจากนกตัวอื่น

ด้วยเพราะปากแผลที่เปิดกว้างจากรอยฝังเขี้ยวของเจ้าน้ำตาลทำให้มันไม่มีแรงแม้แต่จะขยับเขยื้อนร่างกาย ตอนนี้ปีกข้างซ้ายของมันชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงสด พวงขนช่วงหน้าอกยุบยวบเมื่อมันนอนหายใจกระหืดกระหอบ ไม่นานนักดวงตาสีครามน้ำทะเลทั้งสองข้างค่อยๆปิดลง ปีกข้างที่บาดเจ็บของมันผายออกไม่มีแรงกระชับเพื่อโผยพาตัวเองบินหนี

เมษาใช้มือทั้งสองข้างช้อนโอบอุ้มตัวนกพิราบขาวขึ้นมาอย่างเบาๆ เพื่อระวังหวังไม่ให้มันเจ็บไปมากกว่านี้ มันถูกอุ้มอยู่ระดับอกก่อนที่คนตัวเล็กจะยันตัวลุกขึ้น เลือดสีแดงสดและกลิ่นคราวคละคลุ้งไม่ได้ทำให้เมษารังเกียจต่อนกพิราบตัวนี้เลยแม้แต่น้อย

เลือดของมันไหลหยดเปรอะเปื้อนเสื้อสีสาวที่เมษาสวมใหญ่อยู่ ลำตัวเจ้านกสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดและพิษของบาดแผล เรียวนิ้วของเมษาค่อยๆลูบลงบนหัวของมันอย่างเบามือพร้อมน้ำเสียงอ่อนโยนที่ถูกส่งออกมาพร้อมใบหน้าหวานเปื้อนยิ้ม

“ไม่ต้องกลัว…. ฉันจะรักษาแกให้หายเอง”

โฮ่งง!!!!! โฮ่ง!!!! โฮ่ง!!!! งื้ดดดด  ๆ

เสียงเจ้าน้ำตาลเห่าแทรกขึ้น มันกระโจนโยนตัวโดดเข้าใส่เมษาที่กำลังโอบอุ้มนกพิราบเจ้ากรรมผลงานชิ้นเอกของมันอยู่ หวังจะยื้อแย่งเอามาฟัดเสียให้จมเขี้ยว เมื่อเห็นการกระทำก้าวร้าวของน้ำตาล เมษาจึงโอบอุ้มนกพิราบขาวไว้แนบแถบอกเป็นการปกป้องมัน ก่อนที่จะตะโกนกรรโชกสั่ง

“หยุดเลยนะ!!!ถ้าทำเรื่องแบบนี้อีกละก็พี่จะอดข้าวเย็นเราเดี๋ยวนี้เลยน้ำตาล”

สิ่งที่เมษาทำได้ผลเมื่อเจ้าน้ำตาลยอมหยุดการกระทำนั้น มันหมอบลงกับพื้นทันทีส่งเสียงร้องครางหงิง หงิง แล้วปล่อยให้เมษาผู้เป็นเจ้าของเดินโอบอุ้มคู่โจทย์ของมันอย่างนกพิราบผ่านหน้าไป

ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่เรียกว่าห้องนอนถูกกลั้นทำด้วยไม้กระดานธรรมดา ผืนผ้าห่มอ่อนนุ่มภายในห้องถูกจัดให้เป็นสถานพักฟื้นสำหรับเจ้านกตัวนี้ ตัวของมันถูกจับให้นอนลงไปบนผืนผ้าห่มทันที่ที่รู้สึกตัวถึงมันก็แสดงท่าทางขัดขืนออกมาทันที

ปีกทั้งสองข้างถูกกางออกกว้างทั้งที่ปีกข้างซ้ายยังคงบาดเจ็บและชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงสด ช่วงปากแผลมีเม็ดเลือดที่เริ่มเกาะตัวจนแห้งกรัง สองเท้าของมันก้าวย่ำบนผืนผ้าห่มไปมา บ้างเดินวนไปทางซ้ายที เดินวนไปทางขวาที

จนกระทั่งมันมาหยุดยืนตรงหน้าของเมษา เด็กหนุ่มที่หวังดีจะรักษาแผลให้มัน เจ้านกพิราบเอียงคอมองต่อเมษาที่ได้แต่นั่งท้าวคางมองการกระทำอันก้าวร้าวและแสนดื้อดึง เรียวนิ้วค่อยๆเงื้อมเข้าไปใกล้ๆ …..ใกล้ๆ….หวังจะลูบหัวของมันเล่น

จนกระทั่ง…. จึก!!!!!จึก!!!! ปลายจงอยปากเรียวแหลมถูกจิกลงบนหลังมือของเมษาอย่างแรง จนคนตัวเล็กต้องชักมือกลับอย่าไว เขานิ่วหน้าซี้ดปากด้วยความเจ็บปวด เมื่อเจ้านกพิราบนิสัยก้าวร้าวเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามได้รับความเจ็บปวดจากการกระทำของตนมันก็กระพือปีกดีใจส่งเสียงกุกๆในลำคอพร้อมผงกหัวขึ้นลงสองสามที

“เจ็บนะ!!!”

ด้วยความที่มันดีใจไม่น้อยสองเท้าของมันก้าวเดินวนเล่นไปมาบนที่นอน บ้างวิ่งอ้อมหน้าอ้อมหลังคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ ยังไม่พอแค่นั้นเมื่อเดินเลยผ่านหน้าเมษไปแล้ว มันดันหันมาใช้ดวงตาคู่สีครามน้ำทะเลจ้องเขม็งมองต่อเมษาอีกครั้ง

บรรยากาศในห้องเงียบกริบ เมื่อเมษากำลังงุนงงกับสถานการณ์ว่ามันต้องการทำอะไรกันแน่ มันจดจ้องคนตรงหน้าโดยไม่ละสายตา คราวนี้คอของมันตั้งผงาดศีรษะของมันตั้งตรงปีกทั้งสองข้างค่อยๆกางออกกว้าง ขนปุกปุยบริเวณต้นคอและแผงอกของมันฟูฟ่องก่อนที่มันจะดีดตัวเองอย่างแรงเข้าหาเมษาที่นั่งอยู่ คมเล็บจากนิ้วเท้าทั้งสองข้างของมันจิกข่วนลงที่เรียวแขนของคนตัวเล็กจนเลือดสีแดงสดซึมซิบออกมา ปีกทั้งสองข้างพือสะบัดฟาดลงอย่างแรงไปมาที่ลำตัวของเมษา ปลายปากของมันจิกลงลึกไปบนผิวขาวเนียนจนฝังรอยจงอยปาก ทำให้เลือดสีแดงสดไหลย้อนออกมาจากปากแผล

“อ่ะ!เจ็บ!! อย่าสิ อย่า!!!”

เมษารีบปัดป่ายให้เจ้านกนิสัยเสียออกไปเสีย มันดื้อดึงไม่ยอมง่ายๆเมื่อปีกทั้งสองข้างยังคงสะบัดพือบินขึ้นหวังจะจิกตามหน้าตาของอีกคน จนกระทั่ง….

ตุ่บ!!!!

ขณะที่กระพือปีกบินอยู่กลางอากาศร่างกายของมันก็อ่อนยวบหมดแรงลงทันทีจนตกลงบนผืนผ้าห่มอ่อนนุ่ม พวงอกของมันหายใจกระหืดกระหอบจนยุบยวบ จงอยปากอ้าโค่งเพื่อกอบโกยอากาศตรงหน้าเข้าปอด ดวงตาสีครามน้ำทะเลทั้งคู่ที่เคยจ้องเขม็งเมษา ตอนนี้มันค่อยๆปรือหลับลงอย่างช้าๆ…ช้าๆจนปิดสนิท เมษาถอนหายใจส่ายหัวเบาๆเมื่อเห็นเจ้านกตรงหน้าระรานจนหมดแรงไปเอง ทั้งเจ็บทั้งโกรธแต่ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ตอนนี้ในใจพรางคิดว่าเวลานี้แหละคงจะเป็นเวลาในการรักษาแผลให้มันฟื้นตัวได้ดีที่สุด

กล่องยาสามัญประจำบ้านถูกเปิดออก อุปกรณ์และชุดยาทำแผลถูกหยิบออกมาวางไว้ข้างเจ้านกนิสัยเกเรที่นอนหมดฤทธิ์อยู่ ปีกข้างซ้ายของมันค่อยๆถูกกางออกอย่างเบามือด้วยน้ำเมือของเมษาเผยเห็นบาดแผลสาหัสที่ถูกเจ้าน้ำตาลขย่ำเสียจนจมคมเขี้ยว ยาแดงค่อยๆถูกบีบราดลงบนปากแผลของมัน แผลใหญ่ขนาดนี้จะใช้สำลีชุบเช็ดก็คงจะไม่ไหว มันไหลชุ่มโชกเสียจนเปรอะเปื้อนผืนผ้าห่ม ผ้าก๊อตผืนบางถูกคลายออกจากแท่งม้วนก่อนเมษาจะค่อยๆผันผืนผ้าก๊อตไปรอบๆอ้อมปีกกว้างของมัน

ฉับ!!!!

เสียงคมกรรไกรตัดผ้าก๊อตจนขาดออกจากกันมันถูกปิดผนึกด้วยแผ่นเทปกาวใส ผ้าก๊อตผืนบางถูกพันทั่วรอบปีกของนกพิราบขาวแสนเกเร ตอนนี้มันกำลังนอนหลับสนิทขนนุ่มนิ่มรอบพวงอกอ่อนนุ่มกำลังยุบยวบขึ้นลงตามแรงหายใจ

“หมดฤทธิ์แล้วล่ะสิ ชิชิ นกเกเร”

เมษาใช้ปลายนิ้วชี้จิ้มลงเบาๆที่หัวของมัน เขาสัมผัสได้ถึงไรขนอ่อนนุ่มจนต้องยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ดวงตาคู่สวยมองเห็นแพรขนสีขาวเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ซี่ขนแต่ละซี่เปล่งประกายเป็นมันวาวขาวสะอาดกว่านกตัวอื่นๆ

คนตัวเล็กค่อยๆเอนตัวลงนอนข้างๆผืนผ้าห่มถูกปกคลุมลงบนตัวของมันหวังจะพอสร้างความอบอุ่นให้นกตัวนี้ได้บ้าง เมษาใช้ปลายนิ้วชี้เกี่ยไปมาตามขนคอของมัน จนกระทั่งดวงตาคู่สวยทั้งสองข้างค่อยปรือลงจนปิดสนิทและผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

ดวงตาคู่สวยทั้งสองข้างหลับลงสนิท เมษากำลังหลับอยู่ในห้วงนิทราที่แสนยาวนานสายลมพัดผ่านช่องหน้าต่างจนไรผมอ่อนนุ่มปลิวตามทิศทางของลม แสงแดดที่เคยส่องเจิดจ้าค่อยๆหดหายตาการเวลาเมื่อพรบค่ำ มันเป็นเวลาทุ่มตรงกว่าๆร่างกายที่พักผ่อนได้เต็มที่ตอนนี้ต้องการจะตื่นขึ้น

แพรขนตาพือกระพริบถี่เพื่อปรับแสงตรงหน้า สิ่งเดียวและสิ่งแรกที่นึกถึงยามตื่นจากห้วงนิทราคือเจ้านกพิราบขาวแสนเกเรเขาหวังคิดว่ามันคงกำลังนอนหมอบอยู่ข้างๆ แต่เปล่าเลยในเมื่อภาพตรงหน้าของเมษาไม่มีเจ้านกพิราบตัวดังกล่าวตามที่หวังไว้ จึงกวาดมองไปรอบห้อง เมษาหันหน้าไปทางซ้ายทีขวาทีก่อนะยันตัวขึ้นลุกยืนพร้อมตะโกนเรียกหวังให้เจ้านกพิราบตัวนั้นจะกลับมาตามเสียงเรียกร้อง

“ไปไหนนะ กลับมาเลยนะเดี๋ยวจะโดนเจ้าน้ำตาลกัดเอา!!!”

ไม่มีแม้แต่เสียงตอบรับ ภายในห้องนอนเงียบสงัดเหลือเพียงเขาคนเดียว เมษารีบวิ่งออกจากห้องนอนสองมือผลักดันบานประตูห้องให้เปิดออกก่อนที่สองเท้าจะก้าวลงบันไดบ้าน

[…………………]

หน้าลานกว้างมืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์สาดส่องให้ความสว่างแต่มันยังเพียงพอนัก คนตัวเล็กตัดสินใจกลับหลังหันวิ่งเข้าตัวบ้านอย่างเร็ว เมื่อคิดได้ว่าในห้องนอนของตนมีไฟฉายอยู่พอที่จะให้แสงสว่างและตามหาเจ้านกพิราบตัวที่หายไปได้

สองฝ่ามือผลักดันบานประตูห้องนอนให้เปิดออก ลำตัวของพุ่งถลาเข้าตัวห้องอย่างรวดเร็ว สายตามองเห็นกระบอกไฟฉายที่วางตั้งอยู่บนหัวนอน สองมือกวักไกว่ควานคว้ากระบอกไฟฉายเอาไว้ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วกลับหลังหันวิ่งมาที่ประตูห้องนอนอีกครั้ง จนกระทั่ง……

ผลั่ก!!!!!!

ใบหน้าหวานกระแทกเข้ากับแผงอกปริศนาของใครบางคนจนตัวเองจำต้องเซถลาออกมาเอง แรงกระแทกส่งผลให้กระบอกไฟฉายหลุดมือกระเด็นกระดอนไปทางอื่น ใบหน้าหวานหลับตาปี๋พรางสะบัดหัวไปมาแก้มึน เรียวแขนเงื้อมขึ้นกุมศีรษะของตัวเองไว้สองขาค่อยๆถดถอยถลาช้าๆเพื่อตั้งหลักทรงตัว

ภายในหัวผุดคิดขึ้นว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น อะไรกันที่มาขวางกักกั้นหน้าประตูไว้ในขณะที่เขารีบร้อนขนาดนี้ ดวงตาคู่สวยค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้าๆ เมษาพยายามขยี้ตาสองสามครั้งเพื่อปรับโฟกัสให้ภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น เมื่อสายตาทั้งสองข้างปรับโฟกัสชัดเจนเรียบร้อยแล้ว ภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้เมษาจำต้องเบิกตาออกกว้างด้วยความแปลกใจ คำถามหลายอย่างผุดขึ้นในหัวจนไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตอบกับตัวเองอย่างไร

ภาพตรงหน้าที่เห็นคือ ชายหนุ่มร่างสูงสวมชุดสีดำสนิท เสื้อแจ๊กเก็ตแขนยาวหรูดูมีราคาถูกสวมทับร่างกายกำยำที่สามารถรับรู้ได้จากการกระแทกเมื่อครู่ คอปกเสื้อถูกพับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมันถูกสวมทับเสื้อตัวในสีดำเช่นกัน สองมือของเขากำลังล้วงเข้าไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีดำสนิทขาดเข่า

อกแกร่งยืนผาย ไหล่ทั้งสองข้างที่ตั้งตรงแสดงออกถึงท่าทางแห่งความเป็นชาย เมื่อละเลื่อนสายตาขึ้นไปเมษาประสบพบกับใบหน้าหล่อเหลา เขาเงื้อมมือขึ้นปัดไปบนตัวเสื้อแจ๊กเก็ตของตนที่สวมใส่อยู่เพื่อเป็นการทำความสะอาดหลังจากถูกคนตัวเล็กวิ่งชนเข้าเต็มแรง

เขาคนปริศนาตรงหน้าเมษาตัดผมรองทรงสูงแซกกราง คิ้วหนาสันโก่งเข้ารูปกับดวงตาคู่เฉี่ยวสีครามน้ำทะเลออกฟ้า สันจมูกโด่งเข้ารับกับสันกรามและริมฝีปากกระจับเข้ารูป ดวงตาคู่เฉี่ยวสีครามน้ำทะเลออกฟ้าทดทอดจดจ้องต่อใบหน้าหวาน คิ้วสองข้างขมวดชนจนแทบชิดติดกัน ริมฝีปากส่งเสียงจิ๊ปากเล็ดลอดผ่านช่องไรฟันซึ่งเป็นอาการแสดงออกถึงความไม่พอใจ

ยังไม่ทันได้เอ่ยยิงคำถามออกไป ใบหน้าหล่อเหลากลับเลื่อนเข้าประชิดใกล้มากขึ้น ตอนนี้เมษาได้แต่ยืนงุนงงกับสถานการณ์และบุคคลตรงหน้าที่ปรากฏขึ้นภายในห้องนอนของเขา ไม่นานนักคนตรงหน้าที่ยังคงเป็นปริศนาก็เอ่ยวาจาขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“วิ่งชนแล้วแถมยังไม่ขอโทษ เดี๋ยวก็เสกให้ขาเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิตซะหรอก…..”

ทันทีที่สิ้นเสียงเมษาเงื้อมเงยขึ้นมองต่อบุคคลปริศนาที่ตัวสูงกว่า ด้วยทั้งลักษณะทางร่างกายที่ผิดแปลกจากมนุษย์อื่นทั่วไป ตั้งแต่ดวงตาที่มีสีฟ้าครามน้ำทะเล ส่วนสูงและขนาดของลำตัวที่สูงยาวกว่าคนปกติ ในเมื่อต้องการคำตอบว่าเขาเป็นใครกันแน่เมษาจึงตัดสินใจถามออกไป

“ค คุณเป็นใคร……”

“เทวดา”

เมษา Said เทวดา……

“อ ออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้!!!!”

“…………….”

“บอกให้ออกไปไง!!”

“………………”

“ไม่งั้นจะร้องให้คนช่วยนะ!!”

“……………..”

“ออกไป!!!!!!”

ปึก!!!!

เมื่อคำขู่ไม่เป็นผลเมษาจำต้องใช้กำลังเขาตัดสินในเหวี่ยงหมัดใส่คนตรงหน้าหวังจะให้อีกคนรับรู้ถึงรดชาดความเจ็บปวดจนยอมออกไปเอง แต่เขาคิดผิดในเมื่อคนตรงหน้ายังคงยืนนิ่งพร้อมปลายตามองด้วยหางตาต่อการกระทำคล้ายจะสติแตกของคนตัวเล็กที่ได้แต่โหวกเหวกโวยวายอยู่ฝ่ายเดียว

ปึก!!!!!!

คนตัวเล็กรวบรวมแรงทั้งหมดไปไว้ที่กำปั้นอีกครั้ง คราวนี้เมษากำมือไว้แน่นกว่าเก่าก่อนจะออกแรงเหวี่ยงใส่คนตรงหน้า แทนที่จะเป็นไปตามที่หวังข้อมือของตนกลับถูกกอบกุมไว้แล้วถูกบิดลดเลื่อนลงจนรู้สึกเจ็บแปล๊บด้วยน้ำมือของบุคคลที่อ้างตนว่าเป็นเทวดา

“ป ปล่อย!!!!”

น้ำเสียงตะโกนกรรโชกถูกตะโกนใส่ร่างสูง ใบหน้าหวานตอนนี้คิ้วคู่สวยขมวดชนกัน มือที่เหลืออีกข้างตบตีไปมาตามลำตัวของบุคคลที่ทำให้เขาตกอยู่ในพันธนาการ ทันใดนั้นมันก็ถูกจับยึดแน่นด้วยน้ำมือของผู้ถูกกระทำอย่างร่างสูง

หมั่บ!!!

ร่างสูงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของร่างบางที่กำลังกระทำทำร้ายร่างกายของเขา ก่อนส่งแรงบีบกำแน่นกว่าเก่าจนคนตัวเล็กต้องลดย่อตัว ใบหน้าหวานของเมษาเหยเกเมื่อได้รับรู้ถึงความเจ็บปวด มันปวดตึงไปหมดเมื่อชายตรงหน้าบีบกำข้อมือเรียวสวยไว้จนเลือดไม่ไหลเวียนหยาดน้ำตาสีใสไหลออกจากดวงตาคู่สวย เมื่อรู้สึกหวาดกลัวต่อการกระทำจากฝ่ายตรงข้าม เมษาร้องขอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ป ปล่อย……. อึก!!! ปล่อยเถอะ”

คำร้องขอเป็นผลเมื่อชายร่างสูงยอมปล่อยคลายข้อมืออีกคนออก ข้อมือเรียวสวยเกิดเป็นรอยปื้นของนิ้วมือซึ่งมันแดงช้ำอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่ตนหลุดพ้นออกจากพันธนาการคนตัวเล็กถึงกลับทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นพร้อมส่งเสียงร้องสะอึกสะอื้นออกมา

“ส่งมือมา”

ร่างสูงนั่งลงยองๆต่อตรงหน้าเมษาที่กำลังใช้มือสองข้างปิดใบหน้าหวานเปื้อนน้ำตาเอาไว้ เสียงสะอื้นดังออกมาไม่ขาดสาย ยิ่งร่างสูงเข้าใกล้ยิ่งทำให้คนตัวเล็กหวาดกลัวจนเขยิบออกห่างพรางปัดป่ายไม่ให้เข้าใกล้

“ม ไม่…. อึก!! ฮื่ออ”

“บอกให้ส่งมือมาไง”

“ออกไป! อย่าเข้ามา!..”

เขาส่ายหัวเอือมเมื่อเห็นคนตัวเล็กร้องไห้อยู่แต่ก็ไม่วายแสดงออกถึงความดื้อรั้น ร่างสูงค่อยๆจับมือเรียวสวยคู่นั้นที่กำลังใช้ปกปิดใบหน้าน่าอายเปื้อนน้ำตาออก ก่อนจะค่อยๆใช้ริมฝีปากพรมจูบไปบนหลังมือทั้งสองข้าง มันรู้สึกเย็นวูบขึ้นทันที ดวงตาคู่สวยที่กำลังเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเบิกกว้างกับสิ่งที่เห็น เมื่อมีแสงระยิบระยับสีเงินฟุ้งลอยรอบข้อมือของเขาทันที่ที่ร่างสูงลดเลื่อนริมฝีปากออกจากหลังมือแล้วมาพรมจูบซ้ำๆลงบนรอบข้อมือแดงช้ำ

จุ้บ… จุ้บ….จุ้บ

แสงสีเงินระยิบระยับลอยฟุ้งออกมายามที่ร่างสูงค่อยๆพรมจูบซ้ำๆลงบนข้อมือของตน รอยปื้นแดงที่เคยถูกฝากฝังกลับค่อยๆจางลง ความเจ็บปวดหน่วงตึงบริเวณรอบข้อมือหลังจากถูกร่างสูงกอบกุมเมื่อครู่ก็หายไปเช่นกัน เขาพรมจูบซ้ำๆจนรอยปื้นแดงหายสนิท ทันทีที่เห็นว่าชายตรงหน้าแสดงถึงสิ่งมหัศจรรย์ให้ได้เห็น คำถามมากมายจึงผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง

“ทำได้ไง”

“ก็บอกแล้วไงว่าเป็นเทวดา”

“ไม่เชื่อ”

“ตามใจ”

ทันทีที่พูดจบคนตัวเล็กรีบเขยิบตัวออกห่างเมื่อเห็นว่าร่างสูงลุกขึ้นยืน เขาจัดการถอดเปลื้องเสื้อผ้าท่อนบนของตนออกแล้วเหวี่ยงออกลงไปกองกับพื้น เมษาได้แต่จดจ้องต่อการกระทำชวนฉงน ไม่นานนักแสงสีเงินระยิบระยับค่อยๆพวงพุ่งฟุ้งออกมาจากแผ่นหลังกว้างแกร่ง มันลอยขึ้นฟุ้งเต็มอากาศบ้างปลิวไหวไปตามแรงลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างห้อง แสงสีเงินเจิดจ้าจนเมษาต้องเงื้อมมือขึ้นบดบัง จมูกโด่งสัมผัสเข้ากลับกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายกลิ่นดอกกุหลาบที่ลอยออกมาจากตัวของร่างสูง ยิ่งเนิ่นนานแสงสีเงินในห้องยิ่งเจิดจ้า ระยิบระยับสว่างทั่วห้อง จนกระทั่ง…

พรึ่บ!!!!

ดวงตาคู่สวยเบิกออกกว้างเมื่อชายร่างสูงตรงหน้าแสดงออกถึงร่างกายที่ผิดแปลกไปจากมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ดวงตาคู่เฉี่ยวสีฟ้าครามน้ำทะเลของร่างสูงทอดมองต่อคนตัวเล็กที่กำลังจดจ้องต่อร่างกายของเขาเช่นกัน เมษาจดจ้องต่อภาพตรงหน้าเผยเห็นแผงปีกกว้างแกร่งแข็งแรงผุดขึ้นกลางหลังของอีกคน มันมีสีดำสนิทเป็นมันวาว ไรขนทุกก้านสานต่อกันอย่างเป็นระเบียบ โคนปีกยึดติดกับแผ่นหลังกว้างของร่างสูงมันกำยำแข็งแรงซึ่งสามารถดูได้จากทรวดทรงของกล้ามเนื้อ ปลายขนอ่อนนุ่มพลิ้วไหวไปตามแรงรม แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัดคงจะเป็นปีกข้างซ้ายมองเห็นเป็นรอยฝังเขี้ยวลงลึก ขนปีกส่วนนั้นหลุดหายไปจนมองเห็นเนื้อสีขาวและเกร็ดเลือดแห้งกลังรอบปากแผล มันทำให้คนตัวเล็กฉุกคิดถึงสิ่งที่เขากำลังตามหาอย่างรีบร้อนจนได้มาพบกับผู้ชายคนนี้

“นก….พิราบขาว”

“ใช่”

“จริงรึเปล่า…. คุณกับนกตัวนั้น…เป็นคนเดียวกัน อ เอ้ยย เป็นตัวเดียวกัน ไม่สิต้องคนเดียวกัน”

“จะตัวอะไรก็ชั่ง ทำแผลให้ที”

ชายร่างสูงผู้มีปีกติดอยู่บนแผ่นหลังทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น เขาผายปีกออกกว้างมองเห็นบาดแผลฉกรรชัดเจน เลือดสีแดงสดไหลย้อนออกมาจากปากแผลอีกครั้ง มันไหลมาถึงปลายก้านปีกสีดำสนิทแล้วหยดลงพื้นกระดานในห้อง  ภาพตรงหน้าทำให้อีกคนอย่างเมษารู้สึกกลัวจนถดถอยตัวหนี

“ก็….ก็เสกให้แผลหายเองสิ แบบที่ทำให้ผมไง”

“ฉันใช้มนต์กับตัวเองไม่ได้”

“มันน่ากลัว….”

“งั้น…….”

ฟุ่บ!!

พูดไม่ทันจบสายตากลับพร่ามัวไปหมดจนมองใบหน้าคนตรงหน้าแทบไม่ชัด ในหัวหนักอึ้ง รู้สึกปวดตึบที่ปากแผลเมื่อเลือดสีแดงสดยังคงไหลออกมาเรื่อยๆ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้ร่างสูงสลบฟุบลงอกอีกคน น้ำหนักตัวถูกโถมทับเข้าหาคนตัวเล็กจนเมษาต้องจับประครองหัวไหล่ของร่างสูงไว้แล้วค่อยๆประครองใบหน้าของเขาให้โงขึ้น ทันใดนั้นคงเป็นเพราะความชิดใกล้ทำให้สายตาของเขาโฟกัสไปที่ใบหน้าหล่อเหลา ยิ่งมองใกล้ๆคุณเทวดาตรงหน้ายิ่งงดงาม ผิวขาวเนียนละเอียดบวกกับกลิ่นกลายหอมคล้ายกลิ่นกุหลบทำให้คนตัวเล็กเผลอคิดพูดคนเดียวในใจ

เมษา Said. หล่อจัง***!!!***=//////=แต่เดี๋ยว!!มัวคิดเรื่องนี้ไม่ได้

“อ้าว ตื่นสิๆ อย่าเป็นอะไรไปนะ!!”

เมษาตบเบาๆที่แก้มของของร่างสูง เขาได้แต่สลบหมดสติเพราะพิษบาดแผล แรงตบจากฝ่ามือที่ส่งมาไม่เป็นผลในเมื่อเขายังคงแน่นิ่งไม่ไหวติง สองมือค่อยๆประคับประครองร่างกายบอบช้ำให้นอนลง ก่อนจะลุกขึ้นเดินอ้อมไปเหนือหัว คนตัวเล็กสอดแขนเข้าเข้าใต้วงแขนแล้วออกแรงฉุดดึงหวังลากให้เขาได้ไปนอนบนที่นอน ร่างกายสูงยาวกว่าคนปกติ ปีกกำยำกว้างใหญ่ ทำให้เป็นเรื่องยากนักในการเคลื่อนย้ายสำหรับคนที่ตัวเล็กกว่า

“ตัวหนักจังแหะ อื้อออออ ลากไม่ไหว”

เมษา Said.ลองอีกครั้ง..แล้วกัน!!!!

“ปีกก็ใหญ่ อื้บบบบบบ!!! …”

ความพยายามครั้งที่สองไม่ได้ช่วยให้เขาย้ายร่างกายของร่างสูงไปบนที่นอนได้ เมษาตัดใจจึงนั่งลงกับพื้น มือข้างนึงเงื้อมขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรหน้าผาก เขาทอดมองร่างสูงพร้อมถอดถอนหายใจออกด้วยความเหนียงหน่ายก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบชุดกล่องยาสามัญประจำบ้าน มันถูกเปิดออกพร้อมใช้งาน โชคดีที่ยังพอมีเหลืออยู่บ้างหลังจากได้ช่วยเหลือไปแล้วรอบนึงในร่างของนกพิราบ

“เจ็บหน่อยเนอะ”

ปีกกว้างถูกกางออกให้วางอยู่บนหน้าตักของเมษา นิ้วเรียวสวยค่อยๆลูบไปมาตามก้านปีกที่ขึ้นเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ฝาขวดแอลกอฮอลถูกเปิดออกก่อนที่คนตัวเล็กจะจัดการเทน้ำสีฟ้าใสราดลดบาดแผลจนเกิดฟองฟู่ ทั้งคราบเลือดและเลือดที่ยังไหลไม่หยุดทำให้ฟองมีสีแดงก่ำอมช้ำ ตามด้วยเบตาดีนสีแดง บีบใส่สำลีก้อนใหญ่แล้วซับไปบนลอยฝังเขี้ยว เขาทำมันอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ร่างสูงรู้สึกเจ็บและแผลต้องอักเสบไปมากกว่านี้  ผ้าก๊อตถูกสาวออกยาวเมษาค่อยๆยกปีกสีดำสนิทขึ้นแล้วใช้มันพันรอบปีกกว้าง ก้านปีกรอบปากแผลเป็นอุปสรรค์ในการรักษา มันจึงถูกตัดด้วยคมของกรรไกรจนแหว่งไปบางส่วน เมื่อเรียบร้อยแล้วเมษาจึงผูกปมผ้าเข้าหากันเป็นการยึดติดไม่ให้หลุด

ปุ๊ๆ

“หายไวๆนะ”

เขาตบเบาๆลงบนปีกสีดำ เทวดาสลบหมดสติถูกจับพลิกให้นอนตะแคงข้าง ไฟในห้องปิดลงจนมืดสนิท หมอนใบนุ่มถูกวางรองศีรษะตัดผมรองทรงสูง ผืนผ้าห่มผืนใหญ่ตอนนี้ได้ปกคลุมร่างกายกายเปลือยเปล่าท่อนบน เมษาเอนกายนอนข้างๆในเมื่ออยู่ตัวคนเดียวมาตลอด หมอนและผืนผ้าห่มก็คงจะมีอันเดียว คนตัวเล็กสอดแทรกกายเข้าใต้ผืนผ้าห่มหวังจะเพิ่มความอบอุ่นให้ตน ตอนนี้ทั้งคู่นอนหนุนอยู่บนหมอนใบเดียวกัน ดวงตาคู่สวยทอดมองยามใบหน้าหล่อเหลาประชิดใกล้พรางส่งยิ้มให้ แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างจนกระทั่งทั้งคู่หลับใหลไปด้วยกัน

เช้าวันต่อมา

“อื้อออ…..”

เมษาลืมตาตื่นเขาขยี้ตาปรับโฟกัสภาพตรงหน้าให้ชัดเจนขึ้น ได้สติอีกทีก็ไม่เห็นเทวดาพิราบขาวอีกแล้ว นี่เขาหายไปไหนกันนะ ทำธุระตัวเองล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยจึงเดินลงไปหน้าลานกว้างหน้าบ้าน ค่อยเบาใจที่เห็นร่างสูงนั่งหันหลังให้อยู่ตรงโต๊ะม้าหินใต้ต้นไม้ใหญ่

“กินมั้ย”

เดินไปหาแล้วยื่นกล่องผลไม้ให้ ในนั้นมีชมพู่และฝรั่งผ่าซีกวางอยู่คู่กัน เขาปลายตามองและส่ายหัวเป็นการตอบก่อนหันไปให้ความสนใจกับดอกหญ้าและต้นขนไก่ที่กำลังสานต่อกันเป็นวงกลมขนาดกว้างพอที่จะสวมหัวได้

“ไม่กินหรอ”

“…………….”

“หรือบนสวรรค์ไม่มีผลไม้ให้กินเลยกินไม่เป็น”

“อืม”

“แล้วเทวดากินอะไรล่ะ หรือว่าไม่ต้องกินอะไรก็อยู่ได้”

“อืม มันอิ่มเอง ไม่ค่อยหิว แต่จะกินก็กินได้”

“แบบว่ามีเวทมนต์เสกให้ตัวเองอิ่ม แบบนี้น่ะหรอ”

“ปัญญาอ่อนรึไง ฉันแค่ไม่หิว”

“อ้าว ก็ไม่รู้นี่นา”

“ก้มหัวมา”

เมื่อดอกหญ้าถูกสานต่อกันเป็นรูปมงกุฎ เทวดาพิราบขาวจึงสั่งให้เมษาก้มหัวและเขยิบมาใกล้กว่าเก่าหวังมอบสิ่งของในมือให้ด้วยตัวเอง

“หื้มม อื้มมมๆ”

ต้นขนไก่สีเขียวตัดกับดอกหญ้าสีขาวธรรมดาแต่กลับสะดุดตาและสวยงามเมื่อคนตัวเล็กได้สวมใส่ เมษาคล้ายเขิดเขิลจึงก้มหน้าหนี เอื้อมมือขึ้นจับเล่นบ้างเด็ดดอกไม้ในมงกุฎมาดมเล่น เป็นเวลาหนึ่งวันที่อยู่ด้วยกันมาแต่เมษายังไม่ทันรู้จักว่าอีกคนเป็นใคร น่าจะมีคำเรียกแทนตัวตนกันได้บ้าง

“ว่าแต่…คุณเทวดามีชื่อมั้ย”

เขาพยักหน้าเป็นการตอบ

“แล้ว…ชื่ออะไรหรอ”

“คิมหันต์…ชื่อคิมหันต์”

เอ่ยตอบออกไปพร้อมหันหน้ามองไปบนท้องฟ้าที่กำลังมีแสงแดดส่องสว่างจ้า มันเข้ากับชื่อของเขาที่แปลว่าฤดูร้อน ซึ่งเป็นเวลาก่อนบ่ายที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าวกว่าวันอื่นๆ แต่ยังพอมีสายลมพัดผ่านให้พอเย็นกายสบายใจบ้าง ต้นไม้ใบหญ้า ต้นข้าวในทุ่งนาพัดไหวไปตามลม ฝุ่นผงและเศษใบไม้แห้งหวนตามลมโชยกลิ่นหอมอ่อนๆของกลีบดอกไม้

“ชื่อเพราะดี…แปลว่าฤดูร้อนใช่มั้ย”

“อืม…ฉันเป็นเทวดาประจำฤดูร้อนน่ะ”

“แล้วมีเทวดาคนอื่นๆรึเปล่า”

“เค้าเรียกว่าตน”

“นั่นแหละๆ มีมั้ย”

“มี เทวดาประจำฤดู สิระก็ฤดูหมอก วสันต์ฤดูใบไม้ผลิ แต่เมืองไทยไม่มีสองฤดูนี้ใช่มั้ยล่ะ”

“อ่ะ อื้มมม แล้ว เทวดาทำหน้าที่อะไรหรอ”

“ทำ ทำอะไร”

“เทวดาไม่มีงานให้ทำหรอ”

“มี ก็ที่ลงมาละโดนหมากัดนี่แหละงาน”

“งาน งานอะไรหรอ”

“โดนสั่งให้ลงมาเฝ้าดูเด็กผู้ชายที่ชื่อเมษา”

“ผมงั้นหรอ”

“อืม”

“เฝ้าทำไม ผม ผมอยู่คนเดียวได้”

“ก็ไม่ได้อยากมาหรอก แต่โดนสั่งก็ต้องทำ เพราะทำผิดกฎสวรรค์ ดันไปเด็ดดอกไม้ในสวนของพระราชา”

“เมืองสวรรค์มีพระราชาด้วยหรอ”

“มีสิ”

“โอโห้ แล้วแบบๆ เค้า เอ้ย ท่านเสกอะไรได้บ้างมั้ย”

“ก็พ่อชั้นเอง เสกให้ชั้นเป็นนกพิราบนี่ไง”

“ฮ่าๆ โดนพ่อตัวเองเสกเป็นนกพิราบเนี่ยนะ น่าสงสารจังน้าคุณเทวดาคิมหันต์ กิ๊วววๆ”

“นี่!!!ถ้ายังไม่หยุดขำ นายได้เดินไม่ได้ไปตลอดชีวิตแน่”

“ล้อเล่นออกน่า ว่าแต่มงกุฎนี้ขอได้มั้ยอ่ะ”

เมษาพูดแล้วคลำดอกไม้สีขาวเล่นเมื่อเห็นว่ามันสวยดี

“อื้ม”

“นี่ คุณเทวดา แล้วเราจะได้เจอกันอีกมั้ยอ่ะ เพราะยังไงคุณก็ต้องกลับไปบนสวรรค์ใช่มั้ย”

“ใช่ ต้องกลับ แต่เดี๋ยวจะรีบเกิดเป็นคน แล้วจะกลับมาหาละกัน”

“เกิดเป็นคนได้ด้วย !!! แต่ผมอยากเป็นเทวดาอ่ะ เสกให้ผมเป็นเทวดาแล้วพาไปอยู่ด้วยได้มะ”

“เถอะน่า…รอหน่อย สัญญาว่าจะมาหาจริงๆ”

ทันใดที่พูดจบก็เกิดแสงสีขาวขึ้นทั่วทุกทิศทางมันสว่างจ้าบวกกับมีพายุลมโหมพัดก่อนที่ทุกอย่างจะค่อยๆเลือนหายไป เมษาลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองกลับเข้ามาอยาในครัว ซึ่งกำลังยุ่งวุ่นวายกับการทำมื้อเที่ยงให้กับตัวเอง บ้านไม้หลังเก่าเป็นเพียงที่อาศัยได้ซุกหัวนอนกับเจ้าน้ำตาลหมาน้อยคู่ใจที่ตอนนี้มันกำลังเห่ากรรโชกอะไรบางอย่างคล้ายว่ามีผู้บุกรุก

“เห่าอะไรน่ะห๊ะน้ำตาล!!!”

"เลี้ยงหมายังไง!!!!ให้ออกมาเห่าคนอื่นนะห๊าาาาา!!!!! ถ้ารถฉันเป็นรอยแกจะรับผิดชอบยังไงไหววะ"

"แล้วเดินยังไง ให้ขวดน้ำลอยมาโดนหัวหมาล่ะครับ คุณคิมหันต์"

และแล้วเทวดาพิราบขาวกับเมษาก็กลับมาพบกันอีกครั้งในนามของ คิมหันต์ พิพัฒนภูวดล ลูกชายเจ้าของคอนโดชื่อดังใจกลางเมืองกรุงเทพที่ถูกส่งให้มาอยู่กับเด็กบ้านนอกบ้านนาธรรมดาๆคนนึง ซึ่งเรื่องราวของทั้งสองกลับกลายเป็นความรักที่ถูกถ่ายทอดผ่านนิยาย อย่าง รักสุดท้ายนายบ้านนอก

2017-02-03

อะไรกันนนน

นี่คิมหันต์เป็นเทวดาหรอ

อืมๆ ไรท์ก็แต่งวนไปเล่นๆ แต่งให้หายคิดถึง

เนื้อเรื่องอาจไม่ต่อกันหรือสอดคล้องเพราะเป็นแค่ตอนพิเศษ

แต่เป็นเทวดาก็ดี เสกให้น้องเมษาทำอะไรก็ได้ หุหุหุ

นี่ชั้นคิดอะไรเนี้ย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว