facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

💖 ตอนพิเศษ : น้องธนินตอนที่ 1

ชื่อตอน : 💖 ตอนพิเศษ : น้องธนินตอนที่ 1

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2561 16:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
💖 ตอนพิเศษ : น้องธนินตอนที่ 1
แบบอักษร

“ตัวแสบ มากินนมๆ…”

“อื้อออๆ หม่ำๆ”

“ครับๆ นมหวานๆของลูกจ๋า”

อ้อมแขนผู้เป็นพ่อประคองอุ้มเด็กน้อยไว้อย่างทะนุถนอม ใบหน้าขาวใสแก้มหอมกลิ่นแป้งน้ำเสียงอ้อแอ้แววตายามมองตามพยายามโฟกัสความเคลื่อนไหวและรอยยิ้ม มันเป็นสิ่งที่คิมหันต์รักและห่วงทุกอิริยาบถในสิ่งที่น้องธนินกำลังเรียนรู้ มื้อกลางวันขาดไม่ได้คือนมก่อนนอน ขวดออนซ์ถูกจัดเป็นบรรจุภัณฑ์สำคัญ คิมหันต์เขย่าเบาๆเขาลองบีบน้ำนมลงข้อพับตัวเองเพื่อทดสอบระดับความร้อนไม่ให้ร้อนมากจนเกินไป

“อุ่นแล้ว…”

เดินออกจากห้องครัว ห้องโถงยาวในเวลาเที่ยงกว่าร้อนอบอ้าวจนเม็ดเหงื่อเริ่มซึมทั่วแผ่นหลังกว้าง คิมหันต์เปิดพัดลมเพดานทุกตัวเพื่อระบายความร้อนแทนการใช้เครื่องปรับอากาศที่เคยใช้เป็นประจำก่อนน้องธนินเข้ามาอยู่ ด้วยร่างกายอ่อนแอและภูมิต้านทานต่ำกว่าเด็กอื่นๆทั่วไปทำให้เด็กคนนี้ติดหวัดง่ายและเพิ่มพูนอาการไข้ได้มากกว่า บ้านพิพัฒภูวดลจำเป็นต้องหันมาใช้พัดลมธรรมดาแทนแอร์ซึ่งเป็นที่สะสมของฝุ่นและความชื่น แน่นอนว่ามันส่งผลเสียต่อสุขภาพน้องธนิน

“อื้อออ หม่ำๆ หม่ำๆๆ แจ๊บๆ”

“นอนกับพ่อนะ เอ่าๆไม่ต้องรีบ”

ทันทีที่จับให้นอนลงบนฟูกนุ่มหน้าทีวี น้องธนินเงื้อมมือยื้อแย่งขวดนมไปกอดไว้ในอก หารู้ไม่ว่าในวัยแค่นี้ยังไม่สามารถดื่มได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่จุกนมไม่ตรงกับปากที่รอรับรสหวานก็ทำให้เด็กน้อยฟึดฟัดคิ้วขมวดเกร็งมือและเท้าท่าทางหงุดหงิดเอาการไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้นอนชันศอกมองยิ้ม คิมหันต์เขยิบไปนอนข้างๆวางหมอนข้างไว้หลังลูกชาย เขาม้วนผ้าขนหนูเป็นกองกลมเพื่อให้สามารถวางขวดนมได้โดยตัวเองไม่ต้องนอนจับให้เมื่อย

เด็กน้อยนอนตะแขงหันหน้าเข้าหา มือป้อมๆตบตีตามอกคิมหันต์เบาๆ ธนินเงยหน้ามองใบหน้าคุ้นตาที่เห็นอยู่ทุกวันทั้งในเวลาหวาดกลัวจากฝันร้ายและขวัญเสียตกใจจากเสียงฟ้าร้อง ผู้ชายตรงหน้าไม่รอช้าอุ้มตนไว้ในอกเสมอทั้งยังลูบหลังเป็นการปลอบขวัญพาให้หายกลัว สมองเริ่มจดจำน้ำเสียงและกลิ่นของคนใกล้ชิดแต่ถ้าพูดถึงคนถูกใจที่สุดคงเป็นพ่อคิมหันต์ที่ตามใจตลอดมาไม่ขัดเพียงนิด

“อื้อออๆ…..จ๊วบๆ….. อื้อออๆ”

“ครับๆ…นมหวานๆของลูกพ่อ กินเยอะๆได้โตไวๆ”

“อื้อออๆ อื้อๆๆ จ๊วบ……ๆ”

ดูดนมในขวดจนปากจู๋ ทำตาโตใส่ไม่มีวี่แววจะง่วงหงาวหาวนอนกับเขาบ้างทั้งที่ผู้เป็นพ่อนอนปรือตาแทบทนไม่ไหวก็ไหนจะตื่นมาอุ้มกันตั้งแต่ตีสี่ หนูน้อยหัวไวร้องวอแวอ้อแอ้คุยคนเดียวให้อุ้ม ความเอร็ดอร่อยในรสชาติทำให้คราบนมไหลย้อนออกข้างขอบปาก คิมหันต์เห็นอย่างนั้นเขาส่ายหัวเบาๆสะบัดผ้าอ้อมผืนน้อยที่พาดอยู่บนบ่าจัดการเช็ดให้อย่างเบามือ

“เลี้ยงลูกสกปรก พ่อโดนป้าแหม่มตีตาย ฮ่าๆ”

“อื้ออๆ…..”

นอนตีขาซ้ำๆบ้างยกเท้าขึ้นเขี่ยเล่นบนตัวของคิมหันต์ ฝ่าเท้าน้อยๆสีขาวผุดเม้ดเลือดฝาดให้เห็นเพราะผิวหนังของเด็กอ่อนยังอ่อนโยนต่างจากผู้ใหญ่ ธนินดูท่าจะสนุกกับการที่ได้เย้าแหย่คุณพ่อผ่านร่างกายที่คิดว่าซ่าส์ได้ไม่แพ้กันด้วยการออกแรงเตะหนักกว่าเก่าซ้ำยังฟาดฝ่ามือลงอกให้แรงกว่าเดิม

“อย่าน่า มันเจ็บ”

“อื้ออออๆ คิ คิ๊กๆ”

หัวเราะชอบใจ เมื่อเห็นคิมหันต์เบี่ยงหน้าหนีจับมือตัวเองให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม เด็กน้อยยิ่งรู้สึกชอบใจคิดว่าตนกำลังเอาชนะได้ น้องธนินคายจุกขวดนมออกจากปากลดความสนใจกับรสหวานอร่อยลิ้นทันทีเพราะตอนนี้มีสิ่งน่าสนใจมากกว่าอย่างฝ่ามือน้อยๆที่คิดว่าสามารถทำร้ายร่างกายคนตัวใหญ่กว่าได้

ปุบๆ!!!

“ไม่เอาไม่เล่น ธนินอย่า”

“อื้ออออ!!”

ขึ้นเสียงในลำคอ พลิกตัวหันควับอยู่ในท่าคลานเข่า สองแขนค้ำยันรับน้ำหนัก สองขาท้าวกับพื้นก่อนออกแรงพุ่งดีดตัวมาหาคิมหันต์ที่นอนอยู่ อาวุธสำคัญคงไม่พ้นกำปั้นน้อยๆสำหรับใช้ทุบอกคิมหันต์หวังได้โกงให้หนำใจ มือน้อยท้าวอยู่บนอกส่วนอีกข้างเงื้อมขึ้นสูงแล้วฟาดลงซ้ำๆบนใบหน้าหล่อเหล่า มันไม่เจ็บนักแต่เรียกว่าสร้างความรำคาญเสียมากกว่า

“ธนิน พ่อเจ็บ อื้อออ อย่าสิอย่าตีพ่อแบบนั้น”

“คิ้กกกกๆ คิกๆๆๆๆ วาาาา อาาาา”

อ้าปากโชว์ฟันซี่ขาวสองซี่ที่กำลังขึ้น ธนินยิ้มตาหยีหัวเราะคิกคักแค่นั้นยังไม่พอมันไม่สาสมเท่ากับคืนก่อนที่คิมหันต์จับฟัดเป่าลมใส่ท้องจนนอนละเมอขำคนเดียวในเปล เด็กน้อยกำมือทั้งสองข้างไม่รอช้าฟาดกำปั้นลงเต็มแรง ร่างสูงหลับตาแน่นรู้สึกเจ็บแปล๊บกลางหน้าผากเมื่อโดนลูกจ๋าต่อยเป็นการเอาคืน

“โอ้ย!!!”

“คิ๊กกกกๆ คิคิ เอิ้กก!!!!อ่ะ คิกกกกกๆ”

หัวเราะชอบใจเห็นพ่อเจ็บจึงได้ที่เอาใหญ่ คิมหันต์มองลูกชายตัวแสบแสนเอาแต่ใจกำลังสนุกสนานบนความทุกข์ของตนไม่ต่างจากเขาในวัยเด็ก ร่างสูงพลิกตัวซุกหัวไว้ในกองผ้าห่มแกล้งดูว่าเด็กน้อยจะอารมณ์ร้ายแค่ไหนกันถ้าหากโดนขัดใจซะบ้าง นอนนิ่งแอบเหล่มองตอนนี้น้องธนินกำลังพยายามเปิดผ้าห่มออก สองมือป้อมๆทำงานได้ไม่เท่าใจคิดทำให้ชักหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียดคิ้วขมวด

“อึก!!!อื้อออ”

“หงุดหงิดอะไรไอ้แสบ”

“สองพ่อลูกทำอะไรกัน พี่หมีขอแจมด้วยคนได้มั้ย”

น้ำเสียงอ่อนโยนคุ้นหูทำให้ธนินหันหน้ามองตามต้นเสียง สายตาโฟกัสเห็นเมษาเดินมาพร้อมกับตุ๊กตาตัวใหญ่ พี่หมีสีขาวสัญญารักในวันวาเลนไทน์ซึ่งคิมหันต์เป็นคนมอบให้มันกลับกลายเป็นของเล่นและเพื่อนแก้เหงาไปซะแล้ว ด้วยตัวที่มีขนาดใหญ่ทำให้เด็กน้อยชอบที่จะขึ้นไปนั่งบนกลางท้องและซบหน้าลงบนหัวของพี่หมี สองมือชูขึ้นฉีกยิ้มตาหยีกวักมือไปมาคล้ายว่าขอพี่หมีให้น้องเถอะ

“พี่หมีใครเอ่ย”

เมษานั่งลงบนฟูกปูพื้นผืนนุ่ม วางพี่หมีนั่งตักตนแล้วโผล่หน้ามาจากข้างหลังจับสองแขนขตุ๊กตาแกว่งไปมา ความฉลาดของเด็กน้อยน้องธนินจึงแสดงความเป็นเจ้าของด้วยการยกมือทั้งสองข้างขึ้นส่งเสียงหัวเราะคิกคักแล้วเปลี่ยนมาตีมือกับพื้นพงกหัวขึ้นลง นิสัยทะลึ่งทะเล้นไม่รู้ว่าติดหรือเอามาจากไหนคงต้องโทษคนเลี้ยงอย่างพ่อคิมหันต์ซะมากกว่าที่สอนทำอะไรห่ามๆไม่ต่างจากตนอยู่บ่อยๆ

“คิกกๆ คิคิ”

“มานอนกับพี่หมีดีกว่า”

คิมหันต์ลุกขึ้นนั่งจับตุ๊กตาหมีให้นอนลง สองมืออุ้มลูกน้อยนั่งคร่อมเข้ากลางลำตัวโดยมีเขาคอยระวังหลังไม่ให้น้องธนินหงายท้องหล่นจากตุ๊กตาจนหัวโขกพื้น ชอบใจในสิ่งที่พ่อหยิบยื่นให้จึงหัวเราะลั่นทำท่าขย่มตุ๊กตาซ้ำๆ ค่อยๆเอนหัวลงใช้แก้มนิ่มซบอิงบนหน้านุ่มของพี่หมีแล้วถูไปมาเบาๆ

“อ้าว วันนี้ผ้าอ้อมหมดแล้วไม่ใช่หรอคะ ยังไม่ไปซื้อกันอีก”

“ใช่สิ ลืมไปเลยครับป้าแหม่ม!!”

“ฉันก็ลืม…ไม่เป็นไรเดี๋ยวซื้ออย่างอื่นเพิ่มด้วยแล้วกัน”

ป้าแหม่มยืนยิ้ม หล่อนกำลังยกตะกร้าขวดนมไปอบความร้อนเพื่อค่าเชื้อ เมื่อเห็นว่าคุณหนูและเมษามัวแต่มีความสุขกับการใช้ชีวิตประจำวันอยู่กับลูกน้อยจนลืมไปเลยว่ามีเรื่องต้องทำนั่นคือซื้อของเข้าบ้าน ของที่ว่าคงไม่พ้นใครนอกจากของตัวแสบที่กำลังนั่งงับหูพี่หมีอย่างมันเขี้ยว

คิมหันต์ลุกขึ้นยืน เดินขยี้หัวหยิบกุญแจรถหน้าโต๊ะทีวีไม่สนใจว่าตัวเองอยู่ในสภาพเสื้อยืดสีขาวธรรมดากางเกงผ้าร่มขาสั้น กับรองเท้าแตะราคาคู่ละสองพันกว่าๆที่ถอดไว้หน้าบ้าน การแต่งตัวของเขาแปลกไปจากเก่ากว่าจะออกจากบ้านได้ต้องเลือกแล้วเลือกอีกว่าจะสวมอะไร เสื้อตัวไหนล่ะถึงจะเหมาะกับกางเกงยีนส์ราคาแพงและรองเท้าไนกี้ ป้าแหม่มรวมถึงเมษามองหน้าพร้อมกันทั้งกลั้นขำเกรงว่าอีกคนจะได้ยิน

“ปล่อยเนื้อปล่อยตัวซะแล้วครับป้าแหม่ม”

“ฮ่าๆ สงสัยคุณพ่อจะเหนื่อย ดูสิผมก็ไม่หวี แถมเสื้อก็ยับ คุณหนูแต่งตัวแบบนี้ออกจากบ้าน ป้าไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่หรือเพราะพอมีลูกเลยไม่คิดอะไร”

“สงสัยจะอย่างนั้นครับ ฮ่าๆ ป้าแหม่มดูสิ ใส่รองเท้าแตะด้วย ปกติห่วงหล่อมากกว่านี้ไม่ใช่หรอ”

“นี่!!!ออกมาได้รึยังน่ะห๊ะ เร็วๆ!!!”

เสียงตะโกนกรรโชกดังมาจากโรงจอดรถหน้าบ้านทำเอาเมษาและป้าแหม่มสะดุ้งโหยง หล่อนรีบวิ่งเข้าครัวเพื่อเตรียมขวดนมเข้าตู้อบ ส่วนคนตัวเล็กนั้นรีบอุ้มลูกไว้ในอกออกตัววิ่งและอาศัยใช้เจ้าตัวเล็กเป็นข้ออ้างที่ต้องออกจากบ้านช้า

“หวาๆๆลูกไม่ยอมมามัวแต่เล่นกับพี่หมี”

“อย่าให้รู้นะว่ากำลังนินทาใครบางคน จะปล่อยให้นั่งรถเมย์ไปเอง คอยดู แล้วจะรู้ว่าอุ้มลูกไปโหนรถไปมันไม่สบายเท่านั่งรถบ้านเรา”

“แหม ก็ไม่เคยเห็นแต่งแบบนี้นี่นา”

“จะแต่งยังไงมันก็เรื่องของฉัน”

“นายนี่ไม่เปลี่ยนเลยน้า ขึ้นๆลง ฮ่าๆ จริงมั้ยลูก”

เมษาก้มหน้าคุยกับน้องธนินในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวและกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบไนกี้สำหรับเด็ก คิมหันต์หาสนใจไม่สองมือของเขาหักพวงมาลัยรถคันใหม่อย่าง BMW X1 2016 สีขาวล้วน ลูกชายคนใหม่ตัวนี้มีที่นั่งมากถึงเจ็ดที่นั่ง เพื่อความสะดวกสบายเหมาะกับการใช้งานและนำไปซื้อของเข้าบ้านทุกๆสิ้นเดือนสำหรับน้องธนิน มากกว่าเอาไว้ขับอวดทรวดทรงความหรูหราไปวันๆ

ห้างสรรพสินค้า

“เมษา ลูกเราใส่ไซส์อะไร”

“ไซส์เอ็มๆ ของเด็กผู้ชายห่อสีฟ้านะ”

“อันนี้รึเปล่า”

ชูแพคผ้าอ้อมแพมเพิสขึ้นให้เมษาดู คิมหันต์หิ้วตะกร้านมสีชมพูไว้ในมือไม่พอยังทำหน้าที่เข็นรถเข็นเดินตามหลังต้อยๆคอยจดรายละเอียดและจำนวนของที่ต้องซื้อเข้าบ้าน ร่างสูงในชุดกางเกงขาสั้นผ้าร่มกับรอยสักตามเรือนร่างมันเห็นชัดเมื่อเขาใส่กางเกงขาสั้น รูปร่างหน้าตาไม่ได้แย่แถมการกระทำน่ารักเดินหิ้วขวดนมยิ่งทำให้ตกเป็นเป้าสายตา

“ใช่ๆ อ่า…คิมหันต์ แครอทที่บ้าน…หมดแล้วใช่มั้ย”

“เหลืออยู่สองหัว ซื้อเข้าไปซะสิเอาไว้ทำซุปให้ตัวเล็กกิน”

“ซื้อผักอะไรบ้างนะ ฟักทองดีมั้ย ตำลึง แล้วก็มันเหลือง”

“ให้ลูกกินผลไม้ซะบ้าง อย่างเช่นกล้วยน้ำว้า ไหนๆฉีดวัคซีนครบก็บำรุงให้ดีๆไปเลย เผื่อภูมิแพ้ดีขึ้นได้ใช้แอร์ที่บ้านได้ซักที”

“ก็ดีนะ ลูกจ๋าจะได้แข็งแรงๆ งื้มมมมม ตัวเล็กของพวกเรา”

ตัดมาที่โซนอาหารผักและผลไม้ อยู่ดีๆธนินก็ดีดดิ้นทำหน้าบึ้งคิ้วขมวดอีกครั้ง เด็กน้อยอ้าแขนหาคิมหันต์คล้ายอยากไปอยู่กับพ่อจ๋ามากแล้ว เขาพยักหน้ายิ้มให้ก่อนทิ้งรถเข็นไว้ข้างหลัง เดินเข้าใกล้ยื่นหน้าไปใช้สันจมูกโด่งชนจมูกลูกน้อย ตบมือสองสามครั้งทำท่าอ้าแขนแค่นั้นตัวแสบก็ดีดตัวเข้าใส่

“อย่าดิ้นสิลูก เดี๋ยวตก”

“ฮ่าๆ ดิ้นเยอะๆดิ้นแรงๆมาหาพ่อเลย”

“พอกันทั้งคู่เลย”

เมษาส่ายหัว หน้าที่เข็นรถประจำห้างสรรพสินค้าตกเป็นของเขาเมื่อตัวแสบวอแวอยากให้คิมหันต์อุ้มขึ้นมาซะงั้น อุณหภูมิในห้างเป็นเรื่องแย่สำหรับเด็กคนนี้ ข้าวของเครื่องใช้จึงจำเป็นต้องหยิบใช้และและเลือกเพื่อนำมาจ่ายให้ไวที่สุด ไม่อย่างนั้นคงต้องนอนเฝ้าไข้และป้อนยาน้องธนินกันอีกนาน

แพมเพิส นมผง ผักที่ล้วนมีคุณประโยชน์ กล้วยน้ำว้า และส้มผลโตเตรียมไว้คลั้นสดเสริมวิตามินซีแก้หวัด ถูกจัดเตรียมให้คนพิเศษประจำบ้านพิพัฒนภูวดลโดยเฉพาะ ต่อให้แต่ละเดือนต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากแค่ไหน คิมหันต์ได้แต่ตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัวเล็กๆให้มีความสุขได้โดยไม่ต้องขอเงินผู้เป็นพ่อเหมือนสมัยที่ใช้ชีวิตวัยรุ่นโดยไม่คิดสร้างเนื้อสร้างตัวหรือเริ่มต้นกับใครซักคน

สมาร์ทโฟนเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อสั่น เขาหยิบมันออกมาพบว่าเป็นเบอร์ลูกค้าที่นัดไว้ อาชีพช่างสักใช้เป็นอาชีพหลักเพื่อหาเงินและคอยดูแลเมษา คนรักของเขาที่ตอนนี้กำลังมีความสุขร่วมกันมากขึ้นทุกวันซึ่งสามารถทราบและเห็นได้จากใบหน้าหวานๆ คำพูด น้ำเสียง ที่ส่งมอบให้จากใจจริงโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

“ฮัลโหลครับ เสาร์อาทิตย์ผมไม่เข้าร้านครับ ขอโทษทีครับถ้าพี่จะต่อลายผมว่ามาวันจันทร์ดีกว่านะ โทรมาจองก่อนก็ดีบางทีลูกค้าเยอะ ครับๆรบกวนพี่กดวางสายให้ทีมือผมไม่ค่อยว่าง ฮ่าๆครับ กี่หมื่นก็ว่ากันตามผลงาน”

จบบทสนทนาและตกลงราคารวมทั้งการออกแบบลายสักกับลูกค้าในสาย คิมหันต์เก็บสมาร์ทโฟนลงกระเป๋าเสื้ออีกครั้งเขาหันมาหอมฟอดแก้มนิ่มหอมกลิ่นแป้งของน้องธนินพร้อมพูดกันสองคนถึงเงินที่กำลังหามาให้

“ลายเลขาคณิตกับสาดสีพ่อได้ตั้งหลายบาทเลยลูก”

เมษามองเห็นสิ่งที่คิมหันต์มุ่งทำอย่างจริงจังต่างอดยิ้มไม่ได้ คนตัวเล็กเดินเข้ามาหา มือเรียวบางรวบจับมือของคิมหันต์ไว้ก่อนเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้พร้อมเอ่ยออกมาถึงความต้องการอย่างแท้จริง

“นี่คิมหันต์…นายไม่ต้องทำงานหนักหาเงินมากขนาดนั้นก็ได้ ฉันพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง บางทีนายควรจะพักและอยู่ด้วยกันพร้อมหน้ามากกว่าออกไปร้านทั้งวัน แถมรับลูกค้าไม่หยุด ห่วงนะเวลานายไม่ได้กินข้าวเพราะมัวแต่ทำงาน”

“มันไม่ลำบากนักหรอกแค่นั่งกดเข็มลงเนื้อคน”

“แต่ฉันห่วงนี่นา…ไม่เบื่อหรอที่ไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่ได้เที่ยวไม่ได้ทำอะไรเหมือนที่เคยทำ”

“แต่พวกเรากำลังมีชีวิตใหม่ในครอบครัว โอเคนะ… เสาหลักของบ้านก็คือฉัน เพราะงั้นจะให้คนในบ้านลำบากไม่ได้ งานไม่มีอะไรมากหรอกก็แค่รับลายและลงสีออกแบบให้ ทำในสิ่งที่รัก…เชื่อสิว่าไม่เหนื่อย”

ขณะอุ้มธนินอยู่นั้น คิมหันต์เงื้อมมืออีกข้างขึ้นยีผมเมษา ฝ่ามือหนาเลื่อนลงบีบแก้มอีกคนเบาๆเป็นการเย้าหยอกและปลอบใจ ดวงตาคู่สวยกลับมาส่องประกายอีกครั้ง เมษาเงยหน้าขึ้นยิ้มตาหยีคว้าควงแขนแล้วถูแก้มไปมาลงไหล่กว้าง

“รีบกลับบ้านกันเถอะ คืนนี้มีรางวัลสำหรับคุณพ่อดีเด่น”

“หื้มมม รางวัล”

“ใช่…รอเลยล่ะ คืนนี้ให้อาบน้ำก่อน”

ถ้าคิมหันต์เป็นเจ้าน้ำตาลคงกำลังหูผึ่งสันห่างดิ๊กๆอ้อนเมษาต่อของรางวัลที่อีกคนกำลังมอบให้ในค่ำคืนที่อยากหมุนเวลาให้มันถึงเร็วๆเสีย

บ้านคิมหันต์

หลังจากเดินซื้อของกันมาทั้งวัน ขาสองข้างมันล้าจนเมื่อยไปถึงทั่วทั้งสันหลัง คิมหันต์โยนผ้าขนหนูลงตะกร้าผ้าข้างเตียงหลังจากใช้มันเช็ดผมจนแห้งหลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาเอนตัวลงนอนบนเตียงกว้างโดยมีน้องธนินนั่งเล่นตุ๊กตารถแลมโบกินีอยู่ข้างๆ สายตาคู่เฉี่ยวปรือมองเพดานห้องสีขาวก่อนหลับลงสนิท แต่แล้วน้ำเสียงเจื้อยแจ้วของเมษากลับทำให้เขาตื่นขึ้นอีกครั้งบวกกับสมองฉับไวจิตใจที่จดจ่ออยู่กับของรางวัลทำให้คิมหันต์ดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที

“อะไรกัน แอบหลับแบบนี้รู้แล้วหรอว่ารางวัลคืออะไร”

เดินมานั่งบนเตียงใหญ่ไซส์คิงใช้แก้มเนียนซบอิงอกร่างสูงเป็นการออดอ้อน หารู้ไม่ว่าอีกคนอยากท้วงถามถึงของรางวัลแทบรอไม่ไหว คิมหันต์มือไวคว้ากอดเมษาในชุดนอนกางเกงขาสั้นกับเสื้อคอกลมสีขาวบาง ไม่รอช้าโถมกดทับคนเบื้องหน้าลงเตียงเตรียมบรรเลงเพลงรักทั้งที่เจ้าหนูยังนั่งเล่นของเล่นอย่างไม่รู้ภาษา

“ค คิมหันต์…นายจะทำอะไร”

“รางวัลไง”

“รางวัลอะไร”

“รางวัล…พ่อดีเด่น”

พูดจบคิมหันต์รวบข้อมือเรียวเล็กไว้ไม่ให้ดิ้นหนี คิดลามกไม่อายลูกด้วยการโน้มหน้าลงซุกไซร้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นหอมข้างซอกคอขาว ตามที่คิดไม้เมษาคาดแล้วว่าคืนนี้คงไม่วายพ้นเรื่องลามกเป็นแน่ กระชากมือออกเอื้อมหยิบหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็กเล่มหนา อาศัยความไวจึงรีบฟาดตีลงกลางหลังคิมหันต์เต็มแรง

“โอ้ย!!!เจ็บนะ ฟาดมาได้!!!”

“ก็อยากลามกทำไมล่ะ!!!”

“ผิดสัญญากันนี่หว่า”

“ใครไปสัญญาอะไรกับนายไม่ทราบ”

“แล้วใครบอกว่าคืนนี้จะให้รางวัล”

“แล้วใครบอกว่ารางวัลคือทำเรื่องอย่าว่า”

“แล้วรางวัลที่ว่ามันอะไร”

“รางวัลคือ คืนนี้จะเล่านิทานให้นายกับลูกฟัง”

คิมหันต์ Said. ตายชัก***…ฟังนิทานก่อนนอน***

“กองไว้ตรงนั้นเถอะรางวัล อีกอย่างธนินคงฟังตายนักแหละ ดูนู่น นั่งเล่นแลมโบกินีสนใจใครที่ไหน”

นอนหันหลังห่มผ้าหนี หมดอารมณ์รู้สึกง่วงขึ้นมาทันที ไม่มีจิตใจจะฟังนิทานไม่ต่างกับน้องธนินที่ตอนนี้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางที่นอนโดยมีตุ๊กตารายล้อมมากมายและไม้พรวนกระดิ่งให้เขย่าส่งเสียงกรุ้งกริ้งดูน่ารัก คิมหันต์กระชับผ้าห่มหลับตาลงสนิท เมษาเห็นอย่างนั้นนึกสนุกไม่วายขอแหย่ให้โมโหเล่นๆก่อนนอน คลานเข่าเข้าหาลูบปลายนิ้วลงข้างลำตัว โน้มหน้ากระซิบพูดข้างหูพ่นลมหายใจร้อน ก่อนเอ่ยเชิญชวนด้วยน้ำเสียงแพ่วเบา

“ไม่ทำจริงหรอ…เอาลูกไปฝากป้าแหม่มก็ได้”

“ไม่”

“จริงนะ…คืนนี้ว่าจะให้นายนอนเฉยๆซักหน่อย”

“ใช่ นอนเฉยๆ ไม่ทำ เพราะจะนอนเฉยๆ”

“น่าเสียดายจัง เรามา”

“ถ้ายังไม่หยุดพูดฉันจะไปนอนกับป้าแหม่ม”

“อึก!!!!....”

เม้มปากกำมือแน่นเมื่อได้ยินคำที่คิมหันต์ขู่ เมษาฟาดมือลงกลางหลังหวังสร้างความเจ็บปวด แต่มันถูกมองเห็นเป็นภาพน่ารักเสียมากกว่า ไม่ว่าเนิ่นนานแค่ไหนคนตัวเล็กไม่เคยเปลี่ยนไปเพียงนิด ความน่ารักยังคงมีให้เห็นได้ทุกวัน นิสัยแง่งอนอยากเอาชนะแต่ทำไม่ได้มันสร้างความพึงพอใจให้คิมหันต์ได้ทุกวัน ร่างสูงขำในลำคอ ดวงตาคู่เฉี่ยวหลับลงสนิทอีกครั้ง

ภาพเดิมๆและการใช้ชีวิตที่ถูกเรียกว่าครอบครัววนซ้ำทุกๆวันเขาทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจโดยไม่เบื่อ ต่อให้เหนื่อยกับการทำงานแต่อย่างน้อยนั้นยังมีกับข้าวของป้าแหม่มคอยเติมพลัง ความเอาใจใส่ของเมษาถือเป็นกำลังใจ สุดท้ายคือน้องธนินในวัยกำลังซนซึ่งรอยยิ้มที่สดใสพอจะทำให้ผู้เป็นพ่อคลายหายเหนื่อยได้

“อ้อ….อ้อ…..”

ประโยคสั้นๆดังมาจากด้านหลัง คิมหันต์สะดุ้งลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาหันไปหาน้องธนินที่กำลังคลานเข่าเข้ามา สองมือท้าวลงบนผืนผ้าห่มสองขาพยายามยืนขึ้นอย่างเก้ๆกังๆโดยมีเมษาประคองไว้ เด็กน้อยจู่ปากมองหน้าคิมหันต์บ้างอ้าปากหวอเกร็งในลำคอเพื่อเปร่งเสียงให้ได้ยิน

“อ้อ……..”

“หื้มมม เรียกพ่อหรอลูก”

“อ้อ……..อ้อ…..”

คิมหันต์เขยิบเข้ามาใกล้ เขาคว้ากอดตัวลูกชายให้นั่งคุกเข่าลงข้างๆ ก่อนออกเสียงที่ถูกต้องให้ฟังเป็นตัวอย่าง

“พ่อ….เรียกพ่อสิลูก พ่อ…..”

“อื้ออ!!!”

ธนินคิ้วขมวดคิดโมโหเมื่อไม่สามารถออกเสียงให้เป็นภาษาตามต้องการ ผู้เป็นลูกมองหน้าคิมหันต์ซึ่งเขาทำใจเย็นไม่เร่งรีบด้วยการอ้าปากออกเสียงเอิ่นยาวอย่างช้าให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง

“พ่อ………..พ่อ……….”

มือป้อมๆเอื้อมจับริมฝีปากคิมหันต์ เด็กน้อยอ้าปากเป่าลมสลับกับทำท่าจู๋ปาก เมษาทิ้งตัวลงนอนหนุนท้องคิมหันต์ สองมือกระชับผ้าขึ้นห่มมาห่มทับเพื่อรอดูพัฒนาการและความสามารถครั้งแรกของลูกน้อยว่าจะทำได้ดีแค่ไหน ภายในห้องนอนเงียบสงัดเมษากำลังช่วยอีกแรงด้วยการออกเสียงให้ได้ฟังซ้ำๆ

“ไม่ต้องรีบๆ พ่อ…..พ่อ…..แบบนี้ พ่อ……..”

“อึก!!!......พ่อ!!!!!”

“เห้ย!!!!!ลูกเรียกได้แล้ว เอาอีกลูกเอาอีก”

คิมหันต์และเมษาหันหน้ามองพร้อมกัน เขาตบมือเป็นการเชยชมก่อนที่น้องธนินจะเปร่งเสียงออกมาอีกครั้งพร้อมกับโยกหัวไปมาแสดงท่าทางความดีใจ

“พ่อ!!!!พ่อ!!!พ่อ!!!”

“หวา เก่งจังเลย”

เมษาพูดแทรก

“ใช่แล้ว พ่อ พ่อ พ่อ พ่อครับ ฮ่าๆ เก่งจังเลยไอ้หมาเนี่ย”

ร่างสูงโน้มหน้าน้องธนินเข้าหาแล้วหอมฟอดลงแก้มนิ่มหอมกลิ่นแป้ง เมษาดีใจจนยิ้มไม่หุบแต่แล้วคำที่เด็กน้อยกำลังกล่าวขึ้นอีกครั้งทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง หัวใจเต้นถี่รัว ไม่คิดว่าลูกจะทำได้ถึงเพียงนี้ เด็กน้อยเงื้อมมือไปแตะแก้มเมษาผู้เป็นพ่ออีกคนพร้อมส่งยิ้มให้จนตาหยีแล้วออกเสียงเรียกตามความรู้สึก

“ปา………….ป๊า!!!”

“คิมหันต์!!!!ลูกเรียกได้แล้ว ได้ยินมั้ย ฉันเป็นป๋ะป๊า ป๋ะป๊า ป๋ะป๊า เรียกป๊าอีกรอบสิคนเก่ง”

“คิ๊กกกๆ ป๊า!! ป๊า!!! ปา ปา ปา ป๊า!!!”

“มานี่เลย!!!”

โก่งก้นมุดหน้าลงอกคิมหันต์ผู้เป็นพ่อเมื่อป๋ะป๊าอย่างเมษาทำท่าจะยื้อแย่งไปจับฟัดซะให้หนำใจ คิมหันต์ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเจ้าตัวเล็กแล้วกอดไว้หันหลังใส่ไม่ให้เมษาเข้าใกล้ เห็นอย่างนั้นเด็กน้อยพอใจหัวเราะลั่นขำดัง สองแขนกอดคิมหันต์แน่นชอบใจที่ถูกพาหนีให้ห่างจากอีกคน

“เอาลูกมานี่นะคิมหันต์!!!”

“ไม่ ฮ่าๆๆ นี่ลูกฉัน ธนินเรียกฉันได้ก่อน”

“ง๊า ไม่เกี่ยวกันเลย เอามาเดี๋ยวนี้”

“ไม่ ฮ่า ไม่ให้ ไม่ไปใช่มั้ยลูก”

“พ่อ พ่อ คิ๊กกกกกๆ คิคิ”

พยักหน้าดีดดิ้นหนักกว่าเก่าเมื่อเมษาเยื่องกายเข้าใกล้จะคว้าตัวของตนไป คิมหันต์ก้าวขาลงจากเตียงเขาวิ่งรอบห้องสองมือประคองกอดตัวเล็กไว้ในอก โดยมีน้องธนินหัวเราะคิกคักที่เห็นเมษาไล่ตามไม่ทันเพราะมีคุณพ่อตัวดีคอยพาหนี

เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของคิมหันต์ซึ่งเห็นไม่บ่อยนัก วันนี้และในทุกๆวันชักเห็นบ่อยขึ้น ร่างสูงเริ่มรู้จักทำตัวเองให้มีความสุขและรู้จักดูแลคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้คงเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มี เด็กชาย ธานินทร์ พิพัฒนภูวดล เข้ามาใน…ชีวิต

1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลยhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว