facebook-icon Twitter-icon

ชอบใจก็ช่วยแจกดาวให้คนแต่งหน่อยนะจ๊ะ

ชื่อตอน : บทที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2560 20:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8
แบบอักษร

ม่านไหมลายพยัคฆ์

บทที่ 8



“เก่งมากเหวินเป่า”



เสียงชื่นชมดังขึ้นจากหยางเจี่ยน ฝีมือของเหวินเป่าทำให้เขาแปลกใจรวมถึงทุกคนในคณะที่ไม่เคยคิดว่าเด็กหน้าตามอมแมมแท้ที่จริงที่เพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่หลังโรงงิ้ว หนุ่มน้อยแสดงราวกับเป็นศิลปินมากฝีมือทั้งที่เพิ่งจะขึ้นแสดงเป็นครั้งแรกและยังไม่เคยผ่านการฝึกซ้อมในบทบาทนี้เลย



“ขอบใจที่ชมนะพี่เจี่ยน”



เหวินเป่าฝืนยิ้ม คราบน้ำตายังปะปนเปรอะเปื้อนไปกับเครื่องสำอางอยู่บนใบหน้าภาพความเหมาะสมของคู่สามีภรรยารบกวนจิตใจจนลืมเลือนเรื่องอื่นไปหมดสิ้น เหวินเป่าไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเขานึกอยากจะทอดกายไปกับที่นอนและหมอนแข็งๆเพื่อปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาให้มันทุเลาความเจ็บปวดจากหัวใจ



“ถ้าพี่ไป๋ซานไม่หนีไป เหวินเป่าก็คงยังไม่ได้แสดงฝีมือแบบนี้ ต่อไปเหวินเป่าจะต้องดังมากๆ ดังยิ่งกว่าพี่ไป๋ซานเสียอีก โรงงิ้วของเราก็จะมีคนดูแน่นทุกรอบที่เราเปิดแสดง”



น้ำเสียงของหยางเจี่ยนฟังดูมีความตื่นเต้น สายตาของเขาที่มองมายังหนุ่มน้อยเบื้องหน้าคล้ายจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด มันดูมีความหวงแหนเป็นเจ้าของไม่เหมือนก่อนหน้านี้ หยางเจี่ยนเพียงแค่เอ็นดูและนึกสงสารแต่เมื่อได้เห็นความสามารถและความงดงามของเหวินเป่าในชุดงิ้วชิงอี่ กลายเป็นหยางเจี่ยนหลงใหลกับหนุ่มน้อยที่เห็นมาแต่เยาว์ เขาฉวยโอกาสดึงมือเรียวของเหวินเป่ามาเกาะกุมไว้



“อยู่กับพี่ไปตลอดนะเหวินเป่า ขอแค่มีเราทั้งคู่คณะงิ้วของเราจะต้องโด่งดัง เงินทองก็จะไหลมาเทมา”



“เอ่อ พี่เจี่ยน อย่าทำแบบนี้”



เหวินเป่าเพิ่งจะได้สติ เขารีบดึงมือออกมาพ้นการเกาะกุมด้วยความตกใจที่หยางเจี่ยนมีกิริยาถึงเนื้อถึงตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หยางเจี่ยนเลิกคิ้วมองอย่างไม่พึงใจนัก



“ทำไมล่ะเหวินเป่า พี่แตะเนื้อต้องตัวแค่นี้ก็ยังต้องหวงเชียวรึ หรือว่าแค่เป็นชิงอี่เรื่องแรกก็เริ่มถือตัว”



“มันไม่ใช่แบบนั้นนะพี่เจี่ยน”



เหวินเป่าถอนหายใจ เขาก้าวไปยังราวไม้สำหรับเก็บชุดและเครื่องประดับงิ้ว หนุ่มน้อยถอดมันออกจนกระทั่งเหลือเพียงชุดยาวสีขาวที่สวมใส่อยู่ภายใน



“เหวินเป่า”



เสียงหยางซื่อดังขึ้นทำให้เหวินเป่าสะดุ้ง เขาหันกลับไปมองเจ้าของคณะงิ้วที่เดินตรงมาหา เหวินเป่าสบตากับหยางซื่อและพยายามแปลความหมายขณะที่หยางซื่อมองมา มีทั้งความชื่นชมและยุ่งยากใจปะปนกันไป



“เหล่าซือ”



“เก่งมาก ไม่นึกเลยว่าเธอจะแสดงได้ดีเช่นนี้”



หยางซื่อเอ่ยชม เหวินเป่าคงจะนึกยินดีหากไม่มีประโยคถัดไปติดตามมา



“คนดูชื่นชอบการแสดงของเธอมาก โดยเฉพาะท่านเหยา ท่านอยากจะตกรางวัลให้เธอเป็นพิเศษที่หน้าเวทีตอนนี้”



“ไม่” เหวินเป่าตกใจสุดขีด



“ผมไม่รับ ถ้าเหล่าซือต้องการเงินนั้นก็รับไว้เองเถิด”



ดวงตาของหยางซื่อแปรเปลี่ยนเป็นเข้มงวดทันที ชายสูงวัยคว้าต้นแขนของเหวินเป่าไว้แน่นเมื่อเห็นหนุ่มน้อยคิดจะก้าวเท้าหลบหนี



“อย่ามากเรื่องนักเลยเหวินเป่า ท่านแค่จะพูดคุยด้วยเท่านั้นเอง”



“พ่อ” หยางเจี่ยนเข้ามายื้อยุดมือของบิดาไว้



“ไม่ได้นะ พ่อจะให้เหวินเป่าออกไปให้ท่านเหยาเห็นไม่ได้เป็นอันขาด”



“บ๊ะ เจ้าเจี่ยนเข้ามายุ่งอะไรด้วย จะไปทำอะไรก็ทำเสียอย่ามาวุ่นวายเรื่องของผู้ใหญ่”



“พ่อ!”



“เหล่าซือ!”



ไม่อาจขัดขวางได้แม้ว่าหยางซื่อจะลากแขนเหวินเป่าไปท่ามกลางสายตาของผู้คนในโรงงิ้ว หยางเจี่ยนได้แต่ก้าวเท้าตามไปติดๆ และต้องหยุดเท้าลงเมื่อหยางซื่อพาเหวินเป่าไปคุกเข่าต่อหน้าเหยาหงลี่ที่นั่งจิบน้ำชาอยู่หน้าเวทีขณะที่คนดูคนอื่นทยอยออกไปจนหมดแล้ว บุรุษร่างท้วมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหราเนื้อดีและมีลูกน้องราวสี่ถึงห้าคนยืนเรียงรายอยู่เบื้องหลัง ยิ่งทำให้เขาน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้นจนเหวินเป่าเนื้อตัวสั่น



“ชิงอี่คนใหม่ชื่ออะไรนะครูหยาง”



“เหวินเป่าครับท่านเหยา”



กล่าวอย่างนอบน้อมเพราะเกรงอิทธิพลขณะที่เหยาหงลี่กวาดสายตาเรียวเล็กมองเหวินเป่าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพึงใจ เหวินเป่าขนลุกเมื่อเห็นแววตากระหายฉายออกมาอย่างปิดไม่มิด



“มานี่สิเหวินเป่า มารับรางวัล เธอเล่นได้สมบทบาทเหลือเกิน”



เหวินเป่านั่งตัวแข็งจนหยางซื่อผลักไหล่เขาให้เข้าไปใกล้หงลี่มากยิ่งขึ้น



“อย่าดื้อเหวินเป่า ท่านเหยากรุณาก็จงรับไว้”



เสียงบังคับขู่เข็ญทำให้เหวินเป่าอยากจะร้องไห้ เขาเหลือบตามองชายฉกรรจ์เบื้องหลังหงลี่อย่างหวาดกลัว หงลี่ใบหน้าหวาดกลัวของเหวินเป่า เขาคว้าข้อมือของเหวินเป่าขึ้นมาและยัดธนบัตรขยุ้มหนึ่งใส่มือเรียวและบังคับให้เหวินเป่ากำมือรับไว้ แต่หงลี่ก็ยังมิได้กระทำเพียงแค่นั้นเขาใช้มือบีบคางของเหวินเป่าให้เงยหน้าขึ้นเพื่อให้เขาจ้องมองถนัดตา



“ปล่อย ปล่อยนะ”



หนุ่มน้อยดิ้นรน มือข้างที่ยังเป็นอิสระยกขึ้นปัดป้องแต่ก็ไม่เป็นผล หงลี่เพ่งมองใบหน้าที่ยังอยู่ภายใต้การฉาบด้วยเครื่องสำอางก่อนจะกระตุกยิ้มออกมา ความงดงามนั้นทะลุผ่านคราบแป้งขาวจนไม่ต้องเคลือบแคลง จากนั้นเขาจึงยอมปล่อยเหวินเป่าให้นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น



“ครูหยาง” เหยาหงลี่เพียงแค่ปรายตาหยางซื่อก็ถลาเข้าไปใกล้และค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม



“ครับ ท่านเหยา”



นัยน์ตาของหงลี่บ่งบอกถึงความต้องการครอบครองร่างเล็กที่นั่งสั่นเทาอยู่ไม่ไกลนักอย่างเห็นได้ชัด



“เป็นเพราะครูหยางดูแลไม่ดีปล่อยให้ไป๋ซานหนีไป ครูหยางคงต้องรับผิดชอบเมื่อความสำราญของฉันมันหมดลง หวังว่าเงินทองที่ฉันเคยมอบให้จะทำให้ครูหยางหาความสุขมาทดแทนให้ฉันได้กระมัง”



เข้าใจความนัยนั้นเป็นอย่างดี หากแต่คราวนี้มันไม่ง่ายเช่นนั้น หยางซื่อลำบากใจจนเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าผาก



“ผมเข้าใจครับท่านหยาง แต่ว่าเด็กคนนี้ไม่เหมือนไป๋ซาน”



เหยาหงลี่ตวัดสายตาใส่จนหยางซื่อสะดุ้งเฮือก



“หมายความว่าครูหยางจะไม่ยอมมอบชิงอี่คนนี้มาตอบแทนความช่วยเหลือของฉันงั้นหรือ ครูหยางคิดถึงผลที่จะตามมาบ้างไหมหากขัดใจฉัน”



“ท่านเหยาครับโปรดฟังก่อน”



หยางซื่อพลันคุกเข่าอยู่ด้านข้างเก้าอี้ที่เหยาหงลี่นั่งอยู่ มือทั้งยกคือประสานคำนับพร้อมกับสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นสายตากรุ่นโกรธของเหยาหงลี่



“เหวินเป่าเมื่อตอนอายุแปดขวบคุณชายเฉินนำมาฝากไว้กับกระผม หากผมมอบเหวินเป่าให้ท่านเหยาแล้วคุณชายเฉินมารู้ภายหลังผมเกรงว่ามันจะบานปลายเป็นเรื่องใหญ่”



เหยาหงลี่ชะงักจนคิ้วแทบขมวดเป็นปมเมื่อได้ฟังเหตุผลของหยางซื่อ



“คุณชายเฉิน เฉินไหน”



“เฉินหย่งหนานผู้เป็นหลานของนายพลเฉินจิ้งเหออย่างไรล่ะครับ เขานำเหวินเป่ามาฝากไว้”



สายตาเรียวเล็กกลิ้งกลอกไปมา เหยาหงลี่ยกมือลูบคางอย่างใช้ความคิด เขายังคงจับจ้องแต่ใบหน้าของเหวินเป่า ยิ่งมองความต้องการครอบครองก็ยิ่งเอ่อล้นจนไม่อาจห้ามใจได้



“ป่านนี้เฉินหย่งหนานคงยุ่งอยู่แต่สงครามจนไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นใดนักหรอก และกว่าเขาจะกลับมาสนใจฉันก็คงพอใจกับสิ่งตอบแทนจนเบื่อหน่ายเสียแล้ว เพราะฉะนั้นครูหยางจงมอบชิงอี่ของครูมาให้ฉันเดี๋ยวนี้”



“ไม่นะ!”



เหวินเป่าที่ได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นถึงกับอกสั่นขวัญแขวนเมื่อรู้ว่ากลายเป็นที่ต้องการของบุรุษผู้มากไปด้วยกามารมณ์ หนุ่มน้อยขยับกายคิดหนีหากแต่แค่เพียงยันกายผุดลุกเขาก็ถูกลูกน้องของเหยาหงลี่ตรงเข้ามาคว้าต้นแขนทั้งสองข้างไว้จนดิ้นไม่หลุดแม้แต่เหวินเป่าจะออกแรงทั้งหมดที่มี



“หยุดนะ แกจะทำอย่างนี้ไม่ได้”



คนที่ส่งเสียงกร้าวก่อนจะตรงเข้ามาขัดขวางคือหยางเจี่ยน เขาเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อรู้ว่าเหยาหงลี่คิดจะชิงตัวเหวินเป่าไปเขาจึงโกรธสุดขีดจนลืมอิทธิพลของนักการเมืองผู้นี้ หยางเจี่ยนพบเพชรน้ำงามเม็ดนี้ก่อนและเหวินเป่าควรจะเป็นของเขามิใช่ชายรุ่นบิดาที่กำลังจะช่วงชิงสมบัติของเขาไป



“อาเจี่ยน แกทำอะไรอย่างนั้น!”



หยางซื่อตกใจเมื่อเห็นบุตรชายตรงเข้าต่อสู้กับคนของเหยาหงลี่ด้วยความบ้าบิ่น เหวินเป่าฉวยโอกาสนั้นสะบัดต้นแขนหนีและก้าวเท้าวิ่งออกไปด้านหน้าโรงงิ้วอย่างรวดเร็วโดยไม่หันหลังกลับ เหวินเป่ายอมไปตายอยู่เบื้องนอกดีกว่าตกเป็นสมบัติของผู้คนเหล่านั้นที่เห็นเขาเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งที่ไร้ชีวิตจิตใจ



“ไปตามกลับมาให้ได้”



ได้ยินเสียงกร้าวของเหยาหงลี่ดังอยู่เบื้องหลังพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งติดตามมาแต่เหวินเป่าก็ไม่ยอมหยุด หัวใจของเหวินเป่าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ เขานึกถึงเพียงวีรบุรุษของเขาเพื่อจะเป็นความหวังให้รอดไปจากความเลวร้ายที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้






เฉินหย่งหนานโอบบ่าประคองฟางซินภรรยาออกมาจากโรงงิ้ว ดวงตาคมยังเฝ้าครุ่นคิดถึงร่างโปร่งบางในชุดงิ้วที่ได้สบตาในระยะไกล แม้ร่างนั้นจะเติบโตกว่าเมื่อแปดปีก่อนแต่ดวงตาเรียวหวานคู่นั้นกลับไม่แปรเปลี่ยนไปเลยสักนิดยามมองมาที่เขา



“คณะงิ้วของครูหยางแสดงดีเหลือเกินนะคะ”



ฟางซินเอ่ยขึ้นมาปลุกหย่งหนานจากภวังค์



“คนดูพากันร้องไห้แม้แต่น้อง” เธอหัวเราะเบาๆอย่างถูกใจ



“คนที่เล่นบทอิงไถก็เล่นได้ดี รูปร่างหน้าตาเวลาแสดงก็อ้อนแอ้นราวกับมิใช่เป็นชาย”



หย่งหนานเพียงแต่ยิ้มรับ ฟางซินดูสดชื่นขึ้นมาบ้างเมื่อได้มาเปิดหูเปิดตานอกบ้าน หย่งหนานมองภรรยาอย่างห่วงใย



“เธอมีความสุขก็ดีแล้ว คลุมผ้าให้ดีกว่านี้เถอะน้ำค้างลงหนาแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีก”



ฟางซินยิ้มรับก่อนจะกระชับผ้าคลุมไหล่ให้แน่นหนากว่าเดิม เดินเคียงคู่กันมาได้พักหนึ่งหย่งหนานจึงเตรียมจะเรียกรถลากให้ไปส่งที่บ้าน หากแต่เสียงเอะอะที่ดังอยู่เบื้องหลังทำให้เขาหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ



ร่างโปร่งบางที่เพิ่งจะถูกม่านบนเวทีกางกั้นวิ่งตรงมาด้วยสีหน้าท่าทางตระหนกสุดขีดตามมาด้วยชายฉกรรจ์ท่าทางประสงค์ร้าย หย่งหนานเบิกตากว้างเมื่อเห็นเหตุการณ์ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาจำต้องยื่นมือเข้าไปช่วย



“อากุย”



หัวใจของเหวินเป่าเต้นราวกับเสียงรัวตีกลองยามตัวแสดงฝ่ายบู๊ออกศึกเมื่อเห็นว่าใครที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไกลออกไปและส่งเสียงเรียกเขาไว้ เหวินเป่ากัดฟันวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตตรงไปหาความหวังของเขา



“นายท่าน นายท่านช่วยด้วย”



เหวินเป่าหมดแรงล้มลงตรงหน้าหย่งหนานนั่นเอง หนุ่มน้อยทรุดตัวลงหอบหนักจน



ฟางซินที่ยืนอยู่ด้วยมองอย่างสงสารและดึงแขนของเขาให้ลุกขึ้นมาหลบอยู่เบื้องหลัง



“มาตรงนี้เถอะชิงอี่น้อย”



หย่งหนานส่งสายตาเข้มหยุดเหล่าชายฉกรรจ์ที่วิ่งติดตามมา พวกมันเมื่อเห็นว่าใครกางปีกปกป้องเหวินเป่าไว้จึงชะงักฝีเท้าจนกระทั่งนายของพวกมันมาถึง



“เกิดอะไรขึ้น อ้อ คุณเหยานั่นเอง”



กวาดสายตาคมมองไล่ไปตามใบหน้าทีละคนรวมถึงเหยาหงลี่และหยางซื่อที่เพิ่งมาถึง หยางซื่อถึงกับหน้าซีดเมื่อเห็นว่าคือหย่งหนานหลานชายของนายกรัฐมนตรี



“คุณชายเฉิน!”



หยางซื่อนึกไม่ออกว่าจะมีวันไหนที่เขาดวงซวยเท่าวันนี้ เขายืนไหล่ตกลอบมองเสือสองตัวที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่



“นึกว่าใคร หลานชายและฮูหยินนั่นเอง”



เหยาหงลี่ฝืนยิ้ม แม้ว่าชายหนุ่มข้างหน้าจะอ่อนอาวุโสกว่าหลายปีนัก แต่อีกฝ่ายเป็นถึงผู้ฝึกสอนทหารในกองทัพรัฐบาลและเป็นถึงหลานชายของหัวหน้าพรรคชาตินิยมที่เขาสังกัดอยู่จึงจำเป็นต้องเกรงใจหย่งหนานอยู่มาก



“ไม่นึกว่าจะมาพบเจอกันข้างถนนในเวลาเช่นนี้”



หย่งหนานไม่สนใจคำทักทายตามมารยาทนั้น เขาเคยได้ยินเรื่องความมักมากของเหยาหงลี่มาบ้างว่ามีภรรยาหลายคนและพอเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น สีหน้าหวาดกลัวของเหวินเป่าที่หลบอยู่เบื้องหลังฟางซินทำให้ชายหนุ่มโกรธจนควันออกหูแต่ก็ต้องพยายามระงับมันไว้



“ผมเองก็แปลกใจเช่นกันที่เห็นคุณเหยามาวิ่งเล่นอยู่บนถนนในยามค่ำคืน ทั้งที่ผมควรจะเห็นคุณเหยาที่รัฐสภามากกว่าในภาวะสงครามเช่นนี้”



น้ำเสียงของหย่งหนานไม่ไว้หน้าแม้อีกฝ่ายจะอาวุโสกว่าจนเหยาหงลี่หน้าม้าน



“เกิดอะไรขึ้นกันแน่จึงต้องมีการวิ่งไล่จับเด็กหนุ่มคนนี้ครับครูหยาง”



หยางซื่อสะดุ้งสุดตัว ดวงตาของหย่งหนานมองเขาอย่างเอาเรื่องจนเขาปากสั่น



“เอ่อ คือ คือว่า...”



“เด็กคนนี้ติดค้างฉันอยู่” เหยาหงลี่ข่มใจและเค้นเสียงตอบ เขาจะให้ทายาทสกุลเฉินผู้นี้รู้ไม่ได้ว่าเขากำลังหวาดหวั่น



"เขาจำเป็นจะต้องชดใช้ให้ฉันซึ่งพันตรีเฉินไม่ควรยุ่ง”



หย่งหนานเห็นสีหน้าของเหยาหงลี่แล้วก็ยิ่งโมโห เขาเหยียดยิ้มออกมาพร้อมกับเอ่ยอย่างไม่เกรงความอาวุโสของเหยาหงลี่เลยสักนิด



“เด็กคนนี้อยู่ภายใต้การปกครองของผมที่ฝากครูหยางไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว ผมคิดว่าครูหยางคงจำได้”



หันขวับไปหาจนหยางซื่อสะดุ้งเป็นคำรบสอง



“ขณะนั้นผมยังไม่พร้อมที่จะดูแลเด็กชายเพราะสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ แต่มาบัดนี้ผมคิดว่าผมสามารถดูแลเหวินเป่าได้แล้ว หากผมจะขอรับเหวินเป่ากลับคืนครูหยางคงไม่ขัดข้อง”



“เอ่อ...”



หยางซื่อจนด้วยคำตอบ ใครจะกล้าเอ่ยคำคัดค้านเมื่อหย่งหนานจ้องมองราวกับมีดมากรีดเนื้อเป็นชิ้นๆเช่นนี้



“และผมไม่รู้ว่าเหวินเป่าติดค้างอะไรกับคุณเหยาจึงต้องชดใช้จนถึงกับวิ่งตามกันราวกับเด็กวิ่งไล่จับ แต่ถ้าหากคุณเหยาต้องการการชดใช้จริงๆก็ได้โปรดตามมาที่บ้านผม ผมจะชดใช้แทนเด็กในปกครองของผมเอง คุณเหยาจะว่ากระไร”



เหยาหงลี่กัดฟันกรอด เขาสบตาชายหนุ่มอย่างเคียดแค้นก่อนจะฝืนหัวเราะออกมา



“ใครจะกล้าขัดพันตรีเฉินได้เล่า เฮอะ”



สบถออกมาพร้อมกับมองเหวินเป่าอย่างเสียดาย เหยาหงลี่สะบัดหน้าเดินหันหลังกลับไปพร้อมหยางซื่อที่เสียดายเพชรเม็ดงามที่เขาเพิ่งเจียรนัยเช่นกัน หย่งหนานมองเหล่าชายฉกรรจ์เดินตามเจ้านายกลับไปจนกระทั่งเห็นว่าปลอดภัยแน่แล้วเขาจึงหันไปหาหนุ่มน้อยที่ยืนตัวสั่น



“อากุย”



“นายท่าน”



หมดสิ้นแล้วซึ่งความอดทน เหวินเป่าคุกเข่าและกอดขาของหย่งหนานพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ชายคนนี้ชุบชีวิตของเขาขึ้นมาอีกครั้งและเป็นเจ้าชีวิตของเหวินเป่าอย่างแท้จริง ส่วนหย่งหนานได้แต่ถอนหายใจ เขาดึงแขนของเหวินเป่าให้ลุกขึ้นยืน ใบหน้าของหนุ่มน้อยเลอะไปหมดทั้งคราบแป้งและคราบน้ำตา หย่งหนานยิ้มให้อย่างปรานีเขายกมือขยี้ผมของเหวินเป่าอย่างอ่อนโยน



“อย่าร้องไห้สิเด็กดี ฉันมารับเธอตามสัญญาแล้วนะเหวินเป่า”



TBC



ความคิดเห็น