facebook-icon Twitter-icon

ชอบใจก็ช่วยแจกดาวให้คนแต่งหน่อยนะจ๊ะ

ชื่อตอน : บทที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2560 22:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7
แบบอักษร

ม่านไหมลายพยัคฆ์

บทที่ 7



เป็นเพราะมิได้สวมใส่ชุดทหารอย่างที่ปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน น้อยคนนักจึงจะจดจำนายทหารชื่อเสียงโด่งดังอย่างเฉินหย่งหนานได้ ตอนนี้เขาจึงประคองภรรยาเข้าไปในโรงงิ้วโดยไม่มีใครทักทายหรือให้ความสนใจซึ่งก็เป็นสิ่งที่เขาพอใจอยู่มาก หย่งหนานจูงฟางซินภรรยาของเขาเข้าไปนั่งที่เก้าอี้แถวกลางที่ยังเว้นว่างอยู่ สายตาคมของเขามองเห็นเบื้องหลังของบุรุษที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดบนเก้าอี้อย่างดีและข้างกายมีกาน้ำชารับรองอย่างดี



เขาคนนั้นคือเหยาหงลี่ นักการเมืองสังกัดพรรคชาตินิยมที่เฉินจิ้งเหอเป็นหัวหน้าพรรค หย่งหนานขมวดคิ้วเพราะเคยได้ยินข่าวความร่ำรวยและมากไปด้วยอิทธิพลของชายคนนี้ท่ามกลางภาวะสงครามอันเลวร้ายและลุงของเขาที่ทำงานอย่างหนัก แต่นักการเมืองที่อยู่ใต้การปกครองดูเหมือนจะอยู่ดีกินดีเหลือเกิน



“มีอะไรหรือคะ” ฟางซินเอ่ยถามเมื่อเห็นสายตาของสามี



“เห็นนั่นไหม เขาคือเหยาหงลี่ รัฐมนตรีอะไรสักอย่างของคุณลุงไงล่ะ”



ฟางซินมองตามสามี แม้จะต้องอยู่แต่ในบ้านเกือบตลอดเวลาแต่เพราะเป็นสตรีที่ได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดีทำให้ฟางซินติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เสียชื่อว่าเข้ามาเป็นสะใภ้ของสกุลเฉิน



“ดูวางท่าจังเลยนะคะ น้องได้ข่าวมาว่าเขาขึ้นชื่อเรื่องความร่ำรวยและความเจ้าชู้ด้วย”



เธอพูดอย่างที่ใจคิด ฟางซินเองก็มาจากสกุลของขุนศึกตระกูลใหญ่จึงรู้จักผู้คนอยู่ไม่น้อย เมื่อมองเห็นกิริยาที่เหยาหงลี่นั่งจิบน้ำชาสายตาจ้องไปยังเวทีแล้วก็นึกไม่ใคร่นิยมนัก



“ช่างเขาเถอะ วันนี้เรามาพักผ่อน งิ้วเรื่องอะไรนะ”



หย่งหนานเลิกสนใจนักการเมืองผู้นั้นฟางซินจึงเลิกสนใจตามไปด้วย เธอหันไปถามชาวบ้านที่นั่งติดกันก่อนจะหันมาตอบคำถามสามี



“เล่นเรื่องม่านประเพณีค่ะ”



ชื่อเรื่องเรียกความสนใจจากฟางซินได้เป็นอย่างดี เธอเคยอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้มาแล้วหลายรอบและประทับใจกับความรักที่ถูกกีดกันด้วยชนชั้นศักดินามาก สายตาของฟางซินจึงจับจ้องไปบนเวทีเมื่อเห็นว่านักแสดงเริ่มทำการแสดงบวงสรวงเทพแปดเซียนแล้ว เมื่อหย่งหนานเห็นภรรยาสดใสขึ้นเขาจึงยิ้มอย่างยินดีและหันไปให้ความสนใจกับการแสดงที่เริ่มต้นขึ้นบนเวทีเช่นกัน



หลินเหวินเป่ายืนตัวสั่นอยู่หลังฉากด้วยความตื่นเต้น แม้จะเคยเห็นการร่ายรำและบทร้องจากเยี่ยไป๋ซานมาจนจำได้ขึ้นใจแต่เขาก็ยังหวาดหวั่น หนุ่มน้อยวัยสิบหกปีกลัวทั้งเรื่องการแสดงและผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ หากเป็นรอบอื่นเหวินเป่าอาจจะไม่กังวลเท่ารอบที่มีนายเหยามาชมอยู่ด้วย เหวินเป่าไม่ต้องการมีชีวิตดังเช่นไป๋ซานที่ขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดหากแต่ต้องกลายเป็นของเล่นให้กับผู้มีอิทธิพล



“ตัวสั่นเชียวเหวินเป่า กลัวเหรอ”



สะดุ้งเมื่อหยางเจี่ยนวางมือลงบนบ่าและเอ่ยทักจากด้านหลัง เหวินเป่าหันกลับไปมองหยางเจี่ยนและยอมรับตรงๆ



“กลัวสิพี่เจี่ยน ถึงผมจะดูพี่ไป๋ซานบ่อยๆแต่ผมไม่เคยเล่นเองเลยนะ แล้วนี่อยู่ๆก็ต้องมาเล่นบทนี้ ไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง”



หยางเจี่ยนก้าวมาหยุดต่อหน้า เขามองเด็กในโรงงิ้วที่เคยเห็นมาตั้งแต่เด็กด้วยประกายตาวาววามประหลาดกว่าเคย เหวินเป่าในยามปกติแม้จะชอบคลุกฝุ่นคลุกดินจนใบหน้ามอมแมมก็ยังจัดว่างดงามกว่าสตรีเสียอีก ซ้ำเมื่อได้มาอยู่ในชุดชิงอี่เช่นนี้ยิ่งทำให้ความงามนั้นฉายชัดจนหยางเจี่ยนยังอดตกตะลึงไม่ได้ มันทำให้เขาเกิดความหวงแหนและเสียดายเวลาที่ผ่านมา



“มั่นใจเถิดว่าทุกคนจะต้องชอบ ขนาดพี่ยังชอบเหวินเป่าในตอนนี้เลย”



ถือโอกาสยกมือเชยคางมนขึ้นจนเหวินเป่ายิ่งตกใจ เขาผงะและถอยหนีหยางเจี่ยนและฝืนยิ้มส่งให้ลูกชายเจ้าของโรงงิ้ว ท่าทีของหยางเจี่ยนผิดไปจากเดิมจนเหวินเป่าเอะใจ



“อย่าพูดอย่างนั้นสิพี่เจี่ยน ผมไม่เห็นจะเปลี่ยนไปตรงไหน”



“ใครบอกล่ะ” หยางเจี่ยนก้าวเข้าหา “รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เหวินเป่าตัวน้อยของพี่สวยที่สุดในนานกิงแล้ว”



“พี่เจี่ยน ผมเป็นผู้ชายนะอย่ามาเยินยอกันแบบนี้เลย เอ่อ รีบไปเถอะ เราต้องออกไปแสดงกันแล้ว”



เหวินเป่าผลักอกหยางเจี่ยนออกห่างก่อนจะสืบเท้าก้าวหนีไปยังทางเข้าออกไปสู่ด้านหน้าเวที เขายืนสงบนิ่งระลึกถึงครูอาจารย์เพื่อให้การแสดงบทอิงไถนางเอกของเรื่องม่านประเพณีผ่านไปด้วยดี หนุ่มน้อยลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงดนตรีเชิดเป็นสัญลักษณ์ เหวินเป่าจินตนาการถึงภาพของไป๋ซานก่อนจะสะบัดผ้าที่ชายแขนแล้วร่ายรำออกไป



เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีที่เหวินเป่าก้าวไปสู่กลางเวทีเพราะคนดูเห็นว่าไม่ใช่เยี่ยไป๋ซานผู้โด่งดังและพากันพูดคุยราวกับนกกระจอกแตกรัง เหวินเป่าใจเสียอยู่บ้างเมื่อเห็นดังนั้นแต่เมื่อการแสดงต้องดำเนินต่อไปเขาก็ต้องตั้งใจให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการแสดง และเมื่อเขาเริ่มเอื้อนเอ่ยขับร้องบทละครเหล่าคนดูกลับต้องยิ่งส่งเสียงฮือฮาหนักกว่าเดิมเพราะน้ำเสียงของเหวินเป่าใสราวกับระฆังแก้วยิ่งกว่าไป๋ซานเสียอีก นั่นเองทำให้เหวินเป่าดึงดูดความสนใจจากคนดูได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะกับเหยาหงลี่ที่นั่งจ้องตาไม่กะพริบจนกระทั่งเหวินเป่าแสดงจนจบฉากเขาก็กวักมือเรียกหยางลี่ให้เข้าไปหาเขา



“ไป๋ซานล่ะ”



ชายสูงวัยราวห้าสิบเศษเอ่ยถามหยางซื่อที่ก้มหัวพินอบพิเทา



“เอ่อ ท่านเหยาครับ เกิดเรื่องใหญ่ว่าไป๋ซานหนีไปครับ ผมจึงจำเป็นต้องใช้เด็กใหม่มาแสดง ถ้าขัดหูขัดตาก็ขออภัยท่านเหยาด้วย”



ขัดหูขัดตางั้นรึ ไม่เลยสักนิด ซ้ำยังเจริญหูเจริญตาเสียยิ่งกว่าไป๋ซานที่เขาได้ครอบครองมาหลายครั้งหลายคราวแล้ว เหยาหงลี่ยกมือลูบคางพลางครุ่นคิดพร้อมกับปรายตามองไปด้านข้างเวทีที่พอจะเห็นเด็กหนุ่มผู้นั้นอยู่รำไร ความสดใหม่ช่างเย้ายวนใจจนต้องเอ่ยปาก



“ไป๋ซานหนีก็ปล่อยมันไป ให้เงินใช้และมีชีวิตสุขสบายกลับไม่ชอบ หากมันอยากจะไปตกระกำลำบากก็ปล่อยมัน แต่ถ้าจะทดแทนกันด้วยชิงอี่คนใหม่นี้ ฉันก็จะขอรับไว้พร้อมกับทุนอีกสักก้อนเป็นยังไง”



หยางซื่อเบิกตากว้าง ดวงตาดุจหมาจิ้งจอกกรอกไปมาอย่างใช้ความคิด เขาจำที่มาได้ว่าเหวินเป่าเป็นเด็กที่หย่งหนานนำมาฝากไว้เมื่อแปดปีที่แล้ว หาใช่เด็กที่พ่อแม่นำมาขายฝากเช่นไป๋ซานหรือเด็กคนอื่นในคณะ



“เอ่อ คือ... เหวินเป่านี้มัน...”



“กลับไปคิดดูนะครูหยาง ในช่วงสงครามแบบนี้ครูหยางจะหาเงินได้ง่ายๆแบบนี้ที่ไหน ฉันมีเวลาให้จนกระทั่งงิ้วจบ หากไม่ได้ชิงอี่คนนี้กลับไปต่อไปเงินทุนของครูหยางก็จะไม่มีอีกแล้ว”



ยกมือโบกสะบัดให้หยางซื่อถอยออกไปเมื่อฉากใหม่เริ่มต้น หยางซื่อสืบเท้าออกมาพร้อมกับครุ่นคิดอย่างหนักถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับหากยินยอมตามความประสงค์ของเหยาหงลี่



เสียงฮือฮาของคนดูรอบข้างทำให้หย่งหนานและฟางซินสบตากันอย่างแปลกใจฟางซินหันไปเอ่ยถามถึงสาเหตุจากคนดูที่นั่งด้านข้างและหันกลับมาไขข้อข้องใจให้สามี



“นางเอกคนนี้ไม่ใช่นางเอกคนที่เล่นประจำค่ะ เห็นว่าเป็นนางเอกใหม่ที่เพิ่งจะแสดงวันนี้วันแรก”



หย่งหนานพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันกลับไปยังเวทีเพื่อชมการแสดง แต่ใบหน้าของผู้รับบทอิงไถนางเอกของเรื่องนั้นกลับสะดุดตาจนชายหนุ่มต้องเพ่งมองพิจารณาผ่านเครื่องสำอางที่วาดไว้เต็มวงหน้า



“น้องว่านางเอกใหม่งดงามมากนะคะ เสียงร้องก็ไพเราะดีจัง”



ฟางซินเอ่ยอย่างถูกใจเช่นเดียวกับคนดูคนอื่นที่หยุดส่งเสียงและหันไปสนใจกับนางเอกคนใหม่ ลีลาการร่ายรำและเสียงร้องสะกดใจคนดูได้อย่างไม่ยากเย็นแม้จะขึ้นแสดงเป็นครั้งแรก แต่สิ่งที่ทำให้หย่งหนานสนใจนั้นกลับเป็นความทรงจำเก่าๆที่ผุดขึ้นมา ใบหน้ามอมแมมที่เขาเคยเห็นมานำมาวางทับไปกับเครื่องหน้านั้นดูช่างเหมาะเจาะลงตัวเหลือเกิน

“หนูจะรอวันนั้น วันที่นายท่านกลับมารับ”



“อากุย”



เสียงเล็กสะอึกสะอื้นบีบคั้นหัวใจนั่นต่างหากที่สะกดใจของหย่งหนานไว้ ชายหนุ่มเผลอไผลจ้องมองร่างโปร่งบางร่ายรำตาไม่กะพริบ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะมุ่งมั่นกับการทำงานจนลืมอะไรบางอย่างไว้เบื้องหลัง เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งลูกเต่าน้อยกลับกายเป็นหงส์ฟ้าร่ายรำอยู่บนเวที



ชายผ้าทิ้งตัวขณะท่อนแขนเรียวสะบัดโบกพริ้วลมราวกับทอจากผ้าไหมเนื้อดี ลีลาอ่อนช้อยราวกับมิใช่การแสดงครั้งแรกกลับประทับเข้าสู่ใจกลางอกของหย่งหนานจนอัดแน่นไปหมด เสียงใสราวกับแก้วราคาแพงกรีดเข้าไปจนหย่งหนานลืมสิ้นทุกอย่าง ลืมแม้แต่เสียงเรียกของภรรยาจนกระทั่งฟางซินถึงกับเขย่าแขนของเขา



“พี่หย่งหนาน พี่หย่งหนานคะ อะไรกันนี่จ้องมองจนจะหยุดหายใจแล้วนะคะ”



หย่งหนานสะดุ้ง พลันหันไปสบตากับฟางซินด้วยความเก้อกระดากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจนภรรยาหัวเราะคิกคัก



“ดูสิ ทำราวกับไม่เคยชมงิ้ว”



รอยยิ้มถูกจุดขึ้นบนใบหน้าของหย่งหนานจนดูสว่างไสว หัวใจที่มีแต่ความเคร่งเครียดในภารกิจของชาติผ่อนคลายจนเผยรอยยิ้มได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ชายหนุ่มมิได้กล่าวอะไรตอบฟางซินอีกเมื่อทั้งคู่ต่างก็หันไปชมการแสดงราวกับมีแรงดึงดูด เมื่อฉากสุดท้ายใกล้เข้ามาทุกที



ความตื่นเต้นหมดไปเมื่อการแสดงผ่านพ้นตามลำดับ เหวินเป่าควบคุมตนเองให้อยู่ในบทบาทจนเรื่องราวล่วงเลยมาใกล้ถึงตอนจบ เขาร่ายรำและกวาดสายตาให้กับผู้ชมอย่างที่เคยเห็นไป๋ซานทำ สายตาทุกคู่จับจ้องมายังเขาบอกถึงความชื่นชมจนเหวินเป่านึกยินดี หากแต่ดวงตาเรียวพลันเบิกกว้างเมื่อได้สบสายตากับดวงตาคมคู่นั้นที่แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแต่เหวินเป่าก็จำได้เสมอ



“นายท่าน!”



หัวใจกระตุกจนชะงักไปชั่วอึดใจ เหวินเป่ารวบรวมสมาธิอย่างที่สุดเพื่อจะกลับมาอยู่ในการแสดง เขาลอบมองจนกระทั่งมองเห็นบุรุษที่แสนดีของเขาหันไปยิ้มและเจรจากับสตรีผู้หนึ่งอย่างสนิทสนมหัวใจดวงน้อยก็พลันระทม



การแต่งตัวของสตรีผู้นั้นบ่งบอกให้รู้ว่าแต่งงานไปแล้ว และใครเล่าจะเป็นสามีของหญิงที่บอบบางสูงศักดิ์เช่นนั้นหากมิใช่บุรุษแสนสง่าที่นั่งเคียงข้างกันด้วยความเหมาะสมทุกประการ



หัวใจดวงน้อยร่ำไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด เหวินเป่านึกถึงตนเองที่มีชาติกำเนิดแสนต่ำต้อย อย่าได้คิดเปรียบเทียบกับผู้ใดได้เลย มันช่างน่าเศร้าเหมือนงิ้วที่เขากำลังแสดงอยู่ในขณะนี้ ผิดที่เขาหาใช่อิงไถนางเอกของเรื่องที่อยู่ในตระกูลสูงส่ง แต่กลับเป็นเหวินเป่าเด็กน้อยจากซ่องคณิกา



น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นอาบแก้ม ดวงตาเรียวร้อนผ่าวเมื่อห้ามความโศกาไม่ได้เหวินเป่ากลั้นสะอื้นเมื่อเขาต้องร้องบทงิ้วบทสุดท้ายก่อนที่อิงไถจะกระโดดลงไปในผืนดินหน้าหลุมศพของซันป๋อเพื่อตายตามชายที่รักไปในตอนจบ

โอ้ว่าอกเอ๋ย ไฉนเลยจึงแสนช้ำ

辛苦  崎嶇坎坷一肩挑

ซิน ขู่  ฉี ชู ค่าน จง อี  เจียน เทียว

เพราะรักต้องกลืนกล้ำน้ำตาอาดูร

以不得不吞眼泪悲伤集群

อี่ ปู้ เต๋อ  ปู้ ทุน เหยี่ยน เล่ย เปย ชาง  จี๋ ฉุน

รักแท้ถูกขัดขวาง หนทางใจสลายสูญ

爱被挫败了方式令人心碎的损失

อ้าย  เป้ย  ชั่ว  ป้าย เลอะ  ฟาง  ชื่อ  ลิ่ง  เหริน ซิน ซุ่ย เตอะ ซุน  ชือ

ข้านั้นเฝ้าเทิดทูนแต่ระกำด้วยคำคน

对我的灾祸是由人民效仿的

ตุ้ย  หว่อ  เตอะ จาย ฮั่ว  ชื่อ  โหย่ว  เหริน หมิน เซี่ยว ฝ่าง เต๋ย

ความรักเกิดจากจิต แต่กลับปลิดจากชิวหา

心灵之爱舌头

ซิน  หลิง จือ อ้าย  เฉอ โถ่ว

เหลื่อมล้ำเพราะเงินตราบังคับฟ้าให้แยกเรา

人有悲歡離合

เหริน โหยว  เปย  ฮวน หลี เหอ

แม้ใจอยากเคียงคู่ กับยอดชู้ที่แสนเศร้า

虽心靠并顶配伤心之事

ซุย  ซิน ค่าว ปิ้ง  ติ่ง เพ่ย  ชาง  ซิน จื่อ  ชื่อ

ความฝันพลันมัวเมาต้องจากกันจนวันตาย

梦想突然中毒从彼此直到死亡

เมิ่ง เสี่ยง ถู หราน  จ้ง  ตู๋  ฉง  ปี๋ ฉื่อ จื๋อ ต้าว สื่อ หวาง

โอ้ว่าฟ้าเอ๋ย ไฉนเลยจึงกลั่นแกล้ง

天堂,任何欺负

เทียน ถาง     เริ่น เหอ ชี ฟู่

รักนั้นมิเสแสร้งหากถูกแย่งให้ลาล่วง

之爱不假装是走是留传

จือ อ้าย ปู่ เจี้ย จวง ชื่อ โจ่ว ชื่อ หลิว ฉวน

ต่างคนต่างชนชั้นแม้บากบั่นสู้หนักหน่วง

人人一个种族主义之努力,甚至辛苦

เหริน เหริน อี๋ เก้อ จ้ง จู๋  อี้ จือ หนูลี่   เชิ่น จื้อ  ซิน  ขู่

ยังแพ้แก่คนลวงจนเจ็บทรวงแทบขาดใจ

蓬山此去无多路  输给上口部大快活

เผิง  ชาน   ฉื่อ  ชวี่  อู่ ตัว ลู่ ชู  เก่ย  ช่าง โขว่ ปู้  ต้า ไคว่ ฮัว

หลับตาเถิดนะพี่ ถึงชีวีจะห่างหาย

闭上眼睛怎么禁令回避

ปี้ ช่าง เหยี่ยน จิง เจินเมอะ จิ้น ลิ่ง  หุย ปี้

ใจน้องไม่กลับกลายรักพี่ชายจนวายปราณ

心里无爱别至去世

ซิน หลี่ อู๋ อ้าย เปี๋ย จื้อ ชวี่  ชื่อ

ชาตินี้ต้องแคล้วคลาด แต่ทุกชาติขอสุขสม

为了避免这 而每世才能到满意

เว่ย เลอะ  ปี้ เหมี่ยน  เจ้อ    เอ๋อ เหม่ย ชื่อ ฉาย เหนิง ต้าว หม่าน อี้

กายใจให้พี่ชมเพียงผู้เดียวตลอดกาล

身心底之福,可得永年

เชิน ซิน  ตี่  จือ ฝู่   เข่อ เตอะ หย่ง เหนียน



ยิ่งมองเห็นความคู่ควรเท่าไหร่ น้ำตาของเหวินเป่าก็ยิ่งไหลเป็นสายน้ำ เหวินเป่าสวมวิญญาณของอิงไถถลาไปที่หลุมฝังศพของซันป๋อและครวญคร่ำราวกับจะขาดใจ และทันใดนั้นอิงไถก็ทิ้งกายเพื่อให้ปฐพีเป็นพยานแห่งรักกลืนร่างลงไปเซ่นไหว้ความรักที่มีต่อเจ้าของหลุมศพ พลันผีเสื้อแสนงดงามสองตัวโบยบินขึ้นมาจากผืนแผ่นดินกลบร่าง



เสียงปรบมืออื้ออึงดังท่วมท้นโรงงิ้ว เหล่าผู้ชมยกมือป้ายน้ำตากับการแสดงอันสมบทบาทแม้จะเป็นครั้งแรกของหลินเหวินเป่าแม้แต่ฟางซินก็ยังไม่วายสะอื้น หย่งหนานจ้องมองการแสดงที่จบลงอย่างสะท้อนใจ



รักที่มิอาจเคียงคู่ หากแต่มิอาจห้ามใจไม่ให้รัก



บุรุษชายชาติทหารจุกแน่นในอกเมื่อได้แต่มองม่านของโรงงิ้วที่ปิดลงกั้นเขากับเหวินเป่าจนมองไม่เห็นกันอีกต่อไป




TBC



ความคิดเห็น