ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภาค 2 ตอนที่ 2 คดีคนหาย

ชื่อตอน : ภาค 2 ตอนที่ 2 คดีคนหาย

คำค้น : สืบสวน , โคนัน , จอมโจรคิด , กองปราบ , กองปราบฯ , กองปราบปราม , ตำรวจ , โจร , ไทย , ประเทศไทย , ตลก , กวน , ป่วน , แสบ , ฮา , บ้าบอ , แก๊ง , โรบินฮู้ด , เก่ง , ขโมย , รหัส , ปริศนา , เงื่อนงำ , ก่อการร้าย , ระเบิด , ตื่นเต้น , ระทึก , ตาย , แอคชั่น , บู๊ , เลือด

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2560 21:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 2 ตอนที่ 2 คดีคนหาย
แบบอักษร

ตอนที่2คดีคนหาย

 

เงามืดแห่งราตรีค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมๆ กับท้องฟ้าที่สว่างเรืองรองขึ้นเรื่อยๆ จากแสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่ วัฏจักรเดิมๆ หมุนเวียนกลับมาตามการดำเนินชีวิตประจำวันของแต่ละคน ตื่นนอน ชงกาแฟดื่มพลางดูข่าวการเมืองโดยที่ยังไม่ได้แปรงฟัน ปิ้งขนมปังทิ้งไว้ระหว่างที่เข้าไปอาบน้ำ 3 ชั่วโมง จนขนมปังแข็งเป็นก้อนหิน รอราชรถมาเกยพาออกไปเที่ยวชมสภาพการจราจรอันติดขัดกลางเมืองหลวง ก่อนจะแวะเข้าที่ทำงานเพื่อดื่มกาแฟ และเมาท์แตกกับเพื่อนร่วมงานทั้งหลาย รอเวลาเย็นที่จะได้ไปสังสรรค์ สรวลเสเฮฮาปาทังก้าปาร์ตี้ เป็นการคลายเครียดปิดท้าย เหมือนที่ใครหลายๆ คนทำกัน

ตาบ้า! ฉันให้นายเอาจานกุนเชียงไปตั้งที่โต๊ะ ไม่ได้ให้เอาไปกินสักหน่อย”

เสียงเขียวๆ ดังออกมาจากบ้านจัดสรร 2 ชั้น ขนาดย่อมหลังหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่าทางกำลังจะมีงานรวมญาติเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

ก็เธอเล่นทำกับข้าวอย่างกับจะเลี้ยงคนทั้งบาง ฉันนี่หิวจนจะแทะเฟอร์นิเจอร์ในบ้านกินเป็นอาหารอยู่แล้วเนี่ย”

เสียงอีกเสียงดังตามมาติดๆ ฟังดูราวกับคู่สามีภรรยากำลังทะเลาะกัน เพราะเบื่อน้ำพริกถ้วยเก่า

นายก็แทะไปสิ ไม่มีใครเขาห้ามสักหน่อย อย่าลืมซื้อมาใช้คืนด้วยแล้วกัน”

เสียงที่ 3 ดังปิดท้าย และแน่นอนว่าจะต้องมีเสียงตอบโต้ดังสวนขึ้นอีก ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ใช่ทั้งภรรยาน้อยและเจ้าของบ้าน

นี่เธอ!

ทำไมยะ!

เสียงของชายหนุ่มกลับถูกกลบด้วยเสียงแหลมๆ ของฝ่ายตรงข้าม จนเขาถึงกับอ้าปากค้าง คล้ายกำลังตกอยู่ในอิทธิฤทธิ์ของยาชาที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้

เกิดเป็นผู้ชายหัดมีน้ำอดน้ำทนซะบ้างสิ!

คำสั่งสอนของหญิงสาวคนเดิม ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกจ้วงแทงด้วยมีดอรัญญิกจากอยุธยา แล้วกระหน่ำซ้ำเติมด้วยปืนบาซูก้าแบบไม่มีการยั้งมือ ก่อนที่เธอคนนั้นจะหันกลับไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ

นี่! อ้อ อย่ามัวไปสนใจคนแบบนี้เลย ปล่อยให้หง่อมคาคานไปซะก็สิ้นเรื่อง”

พูดอะไรของเธอ! เรื่องแบบนี้ไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อย อย่ามาตัดสินใจแทนกันสิ”

คำพูดที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มหลุดพ้นจากยุคมนุษย์หิน กลับคืนสู่ปัจจุบันตรงจุดที่ความโมโห แล่นขึ้นมาถึงเบ้าตากระตุกๆ และแม้จะดูเหมือนอีกฝ่ายเฉยเมยในการที่จะตอบโต้

อย่าไปยอมลงให้เด็ดขาดรู้ไหมอ้อ แล้วถ้าเกิดตานี่พูดมากล่ะก็...”

ไม่ทันที่ผู้ถูกพาดพิงถึงจะได้ทันตั้งตัว เขาก็กลายเป็นผู้ร่วมแสดงการสาธิตศิลปะป้องกันตัว ด้วยการถูกบิดแขนกลับหลัง และนั่นเองที่ทำให้ร้องเสียงโหยหวนดังก้องบ้าน

อ๊ากกกก!!

เกิดอะไรขึ้น น้องนูเป็นอะไร!?” ร.ต.อ.เอกพล ชายหนุ่มร่างสูง ลูกครึ่งไทย - จีน หากแต่ใบหน้าและสีผิวกระเดียดมาทางไทย เจ้าของบ้านตัวจริงในชุดอยู่บ้าน เสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสามส่วน วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในครัว ด้วยจำได้ว่าเสียงร้องโหยหวนนั้นเป็นเสียงของใคร และทันได้เห็นธนูหรือน้องนู ที่กำลังยืนจับแขนขวาของตัวเอง หน้าตาเหยเก ขณะที่สองสาวยืนทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แขนเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ต้องพาธนูไปโรงพยาบาลหรือเปล่า!?” เอกพลนิ่วหน้ามองธนู แล้วหันไปถามอ้อหรืออริศรา เจ้าของผมปล่อยยาวในชุดนักศึกษา น้องสาวหน้าหมวยของตัวเอง ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็เอาแต่ส่ายหน้า ซ้ำยังแอบส่งสัญญาณมือให้เพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมใจกันส่ายหน้า เสมือนว่าไม่รู้เรื่องด้วย

ไม่ต้องมาทำเป็นไขสือเลย ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน!” ธนูจ้องหน้าตัวการที่ทำให้เขาต้องเกือบพิการแขน เป็นเวลาเดียวกับที่ใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในบ้าน

ขออนุญาตนะครับ...”

เสียงของผู้มาเยือนใหม่เรียกให้ทุกคนหันไปมองชายหนุ่มในชุดนักศึกษา เจ้าของผมรองทรงปล่อยยาวถึงต้นคอ กับผิวขาวๆ และมาดเจ้าสำอางแบบคุณหนูไฮโซ ตรงข้ามกับธนูซึ่งแม้จะเป็นหนุ่มตี๋ นัยน์ตากลมโตเหมือนกัน แต่ก็มีลักษณะลุยๆ สมเป็นลูกชายนายตำรวจแห่งกองปราบปราม

อ้าว! เจ็บแขนหรือไง ก็บอกแล้วว่าอย่าไปปีนต้นไม้มาก คนยังไงก็ไม่เหมือนลิงหรอก” เขาคนนั้นเดินตรงเข้ามาในครัว และได้เห็นธนูที่ยังคงยืนจับแขนขวาของตัวเอง หน้าตาเหยเก ชายหนุ่มจึงเข้าใจว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บจากการกระทำพิเรนทร์ๆ เช่นเมื่อคืน

...แน่ล่ะ! ในเมื่อเขาคือ ชวิน อดีตหัวหน้าแก๊งองค์กรลับใต้ดิน แก๊งปล้นนักการเมืองอันลือชื่อ ซึ่งเคยให้ความร่วมมือกับตำรวจ จนสามารถจับกุมกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ลอบวางระเบิดทั่วกรุงเทพมหานครได้ และปิดฉากตำนานแก๊งด้วยการถูกศาลสั่งปรับ รวมทั้งต้องทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 3 ปี

ฉันไม่ได้เจ็บแขนเพราะปีนต้นไม้ แต่เจ็บเพราะถูกแฟนนายบิดแขนต่างหาก หัดอบรมสั่งสอนซะบ้างสิ อยู่ๆ ก็มาทำร้ายร่างกายคนอื่นแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน!” ธนูโวยวายใส่ชวิน ในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นคนรักของบัวบก หญิงสาวร่างบาง หน้าคม ผมรวบยาวถึงกลางหลัง อดีตสมาชิกแก๊งองค์กรลับใต้ดิน และบุคคลที่ทำให้เขาเกือบต้องพิกลพิการไปชั่วชีวิต

นายนั่นแหละที่ผิด ถ้านายไม่ไปทำอะไรบัว แล้วบัวจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไง!” ชวินเถียงเสียงแข็ง

ว่าไงนะ! นี่นายยังไม่รู้จักแฟนตัวเองดีพอ หรือให้ท้าย ร่วมด้วยช่วยกันแกล้งทำเป็นไขสืออีกคนกันแน่ ยัยนี่ถึงได้เคยตัว แล้วก็กลายเป็นคนแบบนี้นี่ไง” ธนูไม่ยอมแพ้ สองหนุ่มตั้งท่าจะทะเลาะกันเต็มที่ แบบไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน ตามประสาคู่ปรับตลอดกาล ถ้าไม่มีเสียงแปลกปลอมของใครอีกคนดังแทรกขึ้นเสียก่อน

อ้าวๆ ขนาดทำงานด้วยกัน ก็ยังไม่เลิกกัดกันอีกเหรอเนี่ย” ลิชล หนุ่มแว่นหน้าตี๋ในชุดสูทสากล ผูกไทค์เต็มยศ แบบคนวัยทำงาน อดีตแฮกเกอร์ประจำแก๊ง และ 1 ในแขกรับเชิญวันนี้ เอ่ยทักทั้งคู่เสียงดัง ระหว่างที่เปิดประตูเข้ามาในบ้าน

ฉันไม่ใช่หมานะเฟ้ย!” ทั้งธนูและชวินตอบสวนขึ้นพร้อมกัน ท่าทางเหมือนจะหันไปเอาเรื่องกับลิชลแทน ทำเอาเอกพลและสองสาวพากันส่ายหน้าอย่างระอาๆ โดยไม่รู้เลยว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญอีกคนกำลังยืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้ารั้วบ้าน

แล้วนี่ยุทธ์ยังไม่มาอีกเหรอ?” ลิชลเปลี่ยนเรื่องไปถามถึงประยุทธ์ เจ้าของหุ่นอ้วนกลม ตรงข้ามกับฝีเท้าที่ว่องไวดุจลมพัด อดีตสมาชิกแก๊งอีกคน แน่ล่ะ! เพราะหากเขายังวนเวียนพูดถึงเรื่องเดิมๆ ไม่ยอมเลิก ก็มีโอกาสสูงที่เขาจะถูกธนูและชวินพร้อมใจกันสหบาทา จนต้องไปนอนกินน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลแทน

เดี๋ยวก็คงมา สงสัยลูกค้าดูดวงเยอะมั้ง อุตส่าห์ชวนไปทำงานด้วย ก็ยังยืนยันว่าอยากแต่งตัวเป็นบังไปนั่งดูหมอริมฟุตบาท ให้ยุงมันช่วยกินเลือดลดความอ้วน” ชวินเป็นฝ่ายตอบคำถามของลิชลอีกครั้ง พลางชักสีหน้าระอาๆ

ยุทธ์รักอิสระจะตาย ไม่มาทำงานที่มีกฎเกณฑ์ตายตัวแบบนั้นหรอก คุณก็รู้นี่” บัวบกพูดขึ้นบ้าง ตามประสาอดีตเพื่อนร่วมทีมที่รู้จักนิสัยใจคอกันดี

แล้วดันเลือกไปนั่งเป็นหมอเดาดูดวงมั่วๆ ให้ชาวบ้าน เดี๋ยวก็ถูกเขารุมประชาทัณฑ์เละจนได้” อดีตหัวหน้าแก๊งปล้นนักการเมือง ยังคงส่ายหน้าให้กับความคิดแผลงๆ ของอดีตลูกทีมเก่า

ยุทธ์ไม่ได้ดูดวงมั่วๆ แต่ดูตามตำราที่เคยไปเรียนมาต่างหาก” บัวบกแย้งขึ้นมาอีก และนั่นเองที่ทำให้ชวินเริ่มไม่พอใจ

อ๋อ! พูดแบบนี้แสดงว่าเคยไปดูดวงกันมาแล้วสินะ” ชายหนุ่มหน้าตึง น้ำเสียงเจืออารมณ์ฉุนเฉียว เป็นเวลาเดียวกับที่บุคคลที่ 3 ผู้กำลังถูกพาดพิงถึง เปิดประตูเข้ามาในบ้าน

สวัสดีครับ... เอ่อ... ขอโทษที่มาช้านะครับ พอดีผมไปดูดวงให้เจ้าของร้านอาหาร เลยได้ข้าวหมกไก่มาฝากทุกคนด้วย” ประยุทธ์ในคราบบังราม สวมชุดแขกสีขาว โพกหัวด้วยผ้าสีเดียวกัน โชว์ถุงข้ามหมกไก่สีเหลืองอ๋อยในมือ ระหว่างที่แกะหนวดปลอมที่หน้าออกไปด้วย แต่แล้ว...

นายไปดูดวงให้บัวตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง!” ชวินตรงรี่เข้าไปหาประยุทธ์ ถึงอย่างนั้นก็ยังช้าไปกว่าใครอีกคน

แกกล้าดียังไงเอาข้าวมาโชว์ให้ฉันดู หา! อย่าบอกนะว่าแกลืมไปแล้วว่าฉันกินข้าวแล้วปวดท้อง แล้วก็ไม่ชอบให้ใครมาเคี้ยวข้าวให้ดูด้วย!” ลิชลโจนพรวดเข้าไปกระชากคอเสื้อประยุทธ์ จนผ้าโพกหัวของอีกฝ่ายร่วงลงพื้น

เฮ้ย! ชล ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ลืม แต่ฉันไม่คิดว่านายจะอยู่ตรงนี้ด้วย” ประยุทธ์ละล่ำละลัก

รถฉันก็จอดอยู่หน้าบ้าน แกยังจะมาบอกว่าคิดไม่ถึงอีกเหรอ!” ลิชลแยกเขี้ยว ปากกว้างจนแทบจะเขมือบหัวกลมๆ ของประยุทธ์เข้าไปได้ และจนชวินกับบัวบกต้องเข้าไปช่วยแยกทั้งคู่ออกจากกัน

ใจเย็นๆ น่าชล ยุทธ์มันก็บอกอยู่แล้วว่ามันไม่ได้ตั้งใจ” ชวินพยายามไกล่เกลี่ย

ใช่! นายทนดูไม่ได้ก็เข้าไปนั่งกินข้าวในครัวคนเดียวสิ ทำตัวไม่เหมือนชาวบ้านเขาแล้วยังจะมาพาลใส่คนอื่นอีก” บัวบกสนับสนุนคำพูดของชวิน แต่ดูเหมือนจะเป็นการช่วยให้ลิชลโมโหหนักขึ้นมากกว่า

ว่าไงนะ!” หนุ่มแว่นตั้งท่าจะหันไปทะเลาะกับบัวบกแทน และบัวบกเองก็พร้อมจะมีเรื่องด้วยทุกเมื่อ ตามนิสัยประจำตัวของเธอ จนชวินกับประยุทธ์ต้องกลายมาเป็นคนกลางห้ามศึกของทั้งคู่แทน

เฮ้อ! โลกนี้วุ่นวายจริงหนอ” ธนูบ่นพลางแคะหูอื้อๆ ของตัวเอง ขณะที่เจ้าของบ้านอย่างเอกพลหันไปมองนาฬิกาแขวนผนังรูปหกเหลี่ยมบนผนังใกล้ๆ

จะหกโมงเย็นอยู่แล้ว ภูผามันยังไม่เลิกทำงานอีกเหรอเนี่ย?” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กบนโต๊ะมาโทรหาเพื่อนสนิทเจ้าของชื่อภูผา ผู้กองหนุ่มมือดีแห่งกองปราบปรามอีกคน ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ถูกธนูขโมยซีนจับกุมผู้ต้องหาเมื่อวานนี้

เฮ้ย! ปิดเครื่องอีกด้วย” เขาเกาหัวเซ็งๆ เมื่อได้ยินเสียงหวานๆ ของโอเปอเรเตอร์สาวประจำเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนเสียงทุ้มๆ ของเพื่อน

ผู้กองภูผาคงกำลังสะกดรอยตามพวกค้ายาอยู่มั้งครับ หรือไม่ก็กำลังจีบสาวอยู่ เลยไม่อยากให้ใครรบกวน” ธนูคาดเดาสาเหตุที่ภูผาปิดโทรศัพท์มือถือ พลางยิ้มทะเล้นปิดท้าย

ถ้าเพราะสาเหตุแรกก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นข้อหลังนี่ เห็นทีจะให้อภัยไม่ได้ บ๊ะ! มาควงสาวตัดหน้าเราได้ยังไง” เอกพลแกล้งทำสีหน้าจริงจังรับมุข เมื่อพูดถึงสาเหตุหลังที่ทำให้ภูผาเมินเพื่อนสนิทอย่างเขา

อ้าว! ผมนึกว่าพี่เอกโกรธผู้กองภูผา ที่ดันทอดทิ้งคู่จิ้นไปควงสาวซะอีก ที่พวกพี่ไม่มีแฟนสักที ก็เพราะสาเหตุนี้ไม่ใช่หรือครับ?” ธนูแกล้งถาม พร้อมกับปั้นหน้าใสซื่อบริสุทธิ์เต็มที่

เฮ้ย! ใช่ที่ไหน พวกพี่ไม่ใช่คู่เกย์นะเฟ้ย พูดอะไรออกมาเนี่ย เสียหายนะครับน้องนู” เอกพลโวยวาย ขณะเดียวกันคู่ของลิชลกับบัวบกก็ยังเสียงดังไม่เลิก

เฮ้อ! เป็นแบบนี้ประจำเลยสิน่า” อริศราส่ายหน้ายิ้มๆ เธอไม่ได้นึกรำคาญกับการที่อดีตแก๊งปล้นนักการเมืองที่เคยตั้งตัวเป็นศัตรูกับตำรวจอย่างพี่ชายของเธอ ได้รับเชิญให้มาร่วมวงสังสรรค์กันเดือนละครั้งที่บ้านของเธอ เพียงแต่เกรงว่าเพื่อนบ้านละแวกเดียวกันจะเข้าใจว่า ที่บ้านของเธอมีคดีฆาตกรรม หรือกำลังเกิดการประท้วงของม๊อบนักศึกษาบ้าพลัง

หญิงสาวมองพี่ชายของตัวเองที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการแก้ต่างให้ตัวเอง แล้วหันไปมองบัวบกที่ยังทะเลาะทุ่มเถียงกับลิชล ก่อนจะทอดสายตาออกไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน ที่ซึ่งผู้ชายในชุดข้าราชการคนหนึ่งกำลังยืนชะเง้อชะแง่มองเข้ามาภายในรั้วบ้านเช่นกัน

เอ๊ะ! นั่นใครมายืนด้อมๆ มองๆ หน้าบ้านเราน่ะคะพี่?

คำพูดของอริศราเรียกให้ทุกคนหันไปมองที่หน้าต่าง ห่างออกไปบริเวณรั้วบ้าน ซึ่งผู้ชายคนเดิมยังคงยืนชะเง้อคอ ท่าทางลังเลที่จะร้องเรียกเจ้าของบ้าน

แฟนคลับแกล่ะมั้งชล สงสัยจะมาขอให้ช่วยแฮกไอดีเกมให้” ชวินรีบฉวยโอกาสเปลี่ยนเรื่องให้ลิชลหันมาหัวเสียในเรื่องเล็กๆ กับตนแทน

แกไปตัดแว่นดีกว่ามั้งชวิน นั่นคนรุ่นพ่อฉันเลยนะ จะให้แฮกไอดีเกมลูกไปเล่นเองหรือไง” ลิชลชำเลืองมองชวินอย่างระอาๆ เพราะรู้จุดมุ่งหมายของอีกฝ่ายดี แกไม่ต้องมาทำเป็นเปลี่ยนเรื่องหรอก เดี๋ยวฉันจะแฮกข้อมูลบริษัทแกให้แทน”

ตอนที่ผมมาถึง ก็เห็นเขาอยู่หน้าบ้านแล้วล่ะครับ จะถามเขาก็กลัวเขาจะตกใจหนีไป กะว่าจะเข้ามาบอกผู้กองเอกพล ก็ยังไม่ทันได้บอกเลยครับ” ประยุทธ์พูดพลางหัวเราะฝืดๆ ให้กับสาเหตุที่ทำให้เขาหลงลืมเรื่องสำคัญเรื่องนี้

ทุกคนต่างพากันหันมามองเจ้าของบ้านอย่างเอกพลที่ยังคงยืนนิ่ง ตาจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนในชุดข้าราชการบริเวณหน้าบ้าน สีหน้าของชายหนุ่มบ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก และแล้ว...

อ๋อ! คิดออกล่ะ” เขาพยักหน้ายิ้มๆ แล้วรีบเดินไปเปิดประตูบ้าน ออกไปหาชายแปลกหน้าซึ่งชายหนุ่มคิดออกแล้วว่าเป็นใคร

สงสัยจะเป็นว่าที่พ่อตา” ธนูเริ่มต้นบทบาทหมอเดาอีกครั้ง ทำเอาทุกคนหันมาจ้องหน้าเขาแทน

จะบ้าเหรอ! พี่เอกยังไม่มีแฟน จะมีว่าที่พ่อตาได้ยังไงกันยะ” อริศราค้อนใส่ธนู ถึงอย่างนั้นจอมทะเล้นก็ยังยืนยัน

จริงๆ! ฉันได้ข่าวมาว่าที่โรงพยาบาลตำรวจ มีหมอแผนกนิติเวชพึ่งเข้ามาประจำใหม่ สวยอย่างกับผ่านมีดหมอมาแล้วทุกส่วน...” ธนูเล่าเป็นตุเป็นตะ จนทุกคนตรงนั้นเริ่มจะสนใจฟัง

เวลาเดียวกัน เอกพลก็กำลังพูดคุยอยู่กับแขกผู้มาเยือนคนล่าสุด

ขอโทษนะครับ ผมพึ่งหันมาเห็น แล้วรู้จักบ้านของผมได้ยังไงครับเนี่ย?” ชายหนุ่มยกมือไหว้ทำความเคารพผู้สูงวัยกว่า จนอีกฝ่ายต้องรีบรับไหว้

คือ... ผมไปถามที่กองปราบฯ น่ะครับ ต้องขอโทษผู้กองจริงๆ นะครับที่มารบกวนเวลาพักผ่อน” ชายวัยกลางคนเจ้าของผิวคล้ำๆ กับความสูงเพียงแค่ไหล่ของเอกพล ก้มหัวให้เจ้าของบ้าน ใบหน้ามีริ้วรอยแห่งความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ไม่เลยครับไม่เลย เชิญข้างในบ้านก่อนดีกว่าครับ อาจจะวุ่นวายสักหน่อย เพราะเพื่อนๆ ของน้องสาวผมมากินข้าวกันน่ะครับ” เอกพลเปิดประตูรั้วเหล็กดัด ก่อนจะพาอีกฝ่ายเข้ามาภายในบ้าน โดยที่พวกธนูยกโขยงออกจากโถงบ้าน ซึ่งเปรียบเสมือนห้องรับแขก เข้าไปอยู่ในครัวอย่างรู้งาน นอกเหนือจากอริศราที่รอเสิร์ฟน้ำให้กับแขก ก่อนจะกลับไปสมทบกับพวกธนูเช่นเดิม

แล้วที่มาวันนี้มีอะไรให้ผมช่วยหรือครับ?” คนเป็นเจ้าของบ้านเริ่มต้นอย่างไม่อ้อมค้อม ด้วยเพราะสังเกตเห็นแววกังวลและความเศร้าในดวงตาของผู้มาเยือนตั้งแต่เมื่อครู่

ภรรยากับลูกสาว 2 คนของผมหายตัวไปน่ะครับ ตั้งแต่ 3 วันก่อนแล้ว มือถือก็ปิด ติดต่อไม่ได้ ถามเพื่อนที่ที่ทำงานก็ไม่มีใครรู้ พอไปแจ้งความ ตำรวจก็แค่ลงบันทึกประจำวันไว้ ลูกเขยผมเป็นคนไปแจ้งความน่ะครับ มันเป็นคนเลือดร้อน ผมก็ไม่รู้ว่ามันไปทะเลาะอะไรกับคุณตำรวจเขาหรือเปล่า เขาถึงไม่ตามเรื่องให้”

คำตอบที่ได้ยิน ทำให้เอกพลได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ให้กับพฤติกรรมของเพื่อนร่วมอาชีพ

เอ่อ... แล้วมีรูปถ่ายของทั้ง 3 คนไหมครับ?” ชายหนุ่มถามหาข้อมูลต่อไปอีก ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบรับ พร้อมกับหยิบรูปในกระเป๋าเสื้อออกมาส่งให้ ระหว่างที่อธิบายถึงคนทั้งสามไปด้วย

คนกลางนี่คือภรรยาของผมครับ ซ้ายมือเป็นลูกสาวคนโต ขวามือเป็นลูกสาวคนเล็กครับ ทั้ง 3 คนทำงานอยู่ที่โรงแรมแมนฮัตตันเหมือนกันครับ”

นี่เป็นรูปที่ถ่ายล่าสุดแล้วสินะครับ” เอกพลมองสามสาวในภาพถ่าย คนหนึ่งคือผู้หญิงวัยกลางคนอายุราวๆ 50 ปี ร่างท้วม ผิวขาว ผมยาวประบ่ารวบเรียบร้อย คนหนึ่งคือหญิงสาววัย 20 เศษ เจ้าของผมดัดลอนปล่อยยาว ผิวคล้ำ กับรูปร่างเข้าขั้นอวบระยะสุดท้าย และหญิงสาวอีกคนวัยไล่เลี่ยกัน ผู้เป็นเจ้าของผมตรงยาวถึงกลางหลัง ผิวขาวเหลือง กับรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์กว่าใครเพื่อน

แล้วทั้ง 3 คนเคยมีเรื่องบาดหมางกับใครบ้างหรือเปล่าครับ?” ชายหนุ่มถามคำถามถัดไป อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการสืบสวน

นับไม่ถ้วนครับ สารภาพเลยว่าลูกเมียผมพูดจาไม่ค่อยรักษาน้ำใจคน ก็เลยมีเรื่องกับเขาไปทั่ว แต่ลูกเขยของผมมันสงสัยลูกสาวคนข้างบ้านที่เป็นหมอฟันน่ะครับ เพราะพึ่งมีเรื่องกันเมื่อเดือนก่อน ส่วนผมไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกครับ เพราะคุณหมอเธอก็เป็นคนดี ไม่น่าจะมีอะไร” เจ้าทุกข์ในฐานะสามีและบิดา บอกเล่าเรื่องราวด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง

ช่วยเล่าสักหน่อยได้ไหมครับ ว่ามีเรื่องอะไรกัน และถ้ามีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับคุณหมอท่านนี้ก็ช่วยให้รายละเอียดสักหน่อยนะครับ” เอกพลแทรกขึ้น และหลังจากนั้นก็รับฟังคำตอบอย่างตั้งใจเพื่อเก็บข้อมูล จนกระทั่งได้รับคำตอบครบถ้วนทุกคำถามของการสอบปากคำแล้ว

เดี๋ยวผมจะสืบคดีนี้ให้เป็นการส่วนตัวนะครับ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็ติดต่อผมที่เบอร์โทรศัพท์นี้ได้เลยครับ” ชายหนุ่มสรุปในตอนท้าย นั่นเองที่ทำให้ผู้สูงวัยกว่าถึงกับน้ำตาซึม

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณผู้กองมากๆ ผมไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้วครับ ขอบคุณจริงๆ ครับ”

มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ ผมจะรีบตามเรื่องให้เร็วที่สุด ไม่ต้องห่วงนะครับ” เอกพลยิ้มยืนยัน พลอยให้อีกฝ่ายยิ้มออกมาได้บ้าง ในเวลาที่ทุกข์ที่สุดของคนเป็นพ่อและสามีเช่นเวลานี้

ขอบคุณผู้กองอีกครั้งนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมลากลับเลยดีกว่าครับ รบกวนเวลาพักผ่อนของผู้กองมามากแล้ว” ผู้มาเยือนลุกขึ้นจากโซฟาหนัง พลางก้มหัวขอบคุณเอกพลอยู่หลายครั้ง และแม้ชายหนุ่มจะชวนให้อยู่รับประทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่อีกฝ่ายก็ตอบปฏิเสธด้วยความเกรงใจ ชายหนุ่มจึงต้องออกไปส่งผู้สูงวัยกว่าที่หน้าบ้าน เป็นเวลาเดียวกับที่ภูผาขับรถเก๋งเข้ามาจอดเทียบ

คนที่มาถามหานายที่กองปราบฯ นี่เอง ท่าทางเหมือนจะร้อนใจมาก เขามาขอให้นายช่วยเรื่องคดีหรือไง?” เจ้าของร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้ม กับดวงตาคมๆ ที่มีแววอ่อนโยนฉายอยู่ตลอดเวลา ในชุดตำรวจเต็มยศ ลงจากรถมาถามเอกพล โดยที่ยังคงหันไปมองบุคคลที่ 3 ผู้ถูกกล่าวถึง ซึ่งกำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่าเมื่อ 20 ปีที่แล้วห่างออกไป

คดีคนหายน่ะ ทั้งลูกทั้งเมียเลย ก็น่าร้อนใจอยู่หรอก เขามาถามหาฉันกับนายเหรอ?” เอกพลเป็นฝ่ายถามกลับไปบ้าง

เปล่า... กับพงศ์น่ะ ฉันเห็นว่าไม่น่ามีอะไรเลยไม่ได้ห้าม แต่ก็ตักเตือนไปแล้วล่ะว่าไม่ให้บอกที่อยู่คนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้า”ภูผาตอบคำถาม ระหว่างที่เดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมกับเอกพล และเพราะพวกธนูยังคงนั่งคุยกันอยู่ในห้องครัว จนดูราวกับจะไม่รับรู้เรื่องราวรอบตัว สองหนุ่มจึงต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเสียเอง

รูปหน้าเหมือนชมพู่ อารยา ตาเหมือนญาญ่า อุรัสยา จมูกเหมือนปู ไปรยา ส่วนปากเหมือนกับ...”

ภายในครัวธนูกำลังบรรยายรูปพรรณสัณฐานของใครคนหนึ่ง สีหน้าจริงจัง เป็นการเป็นงาน ขณะที่คนอื่นๆ ต่างก็ตั้งตาฟัง จนสองนายตำรวจหนุ่มรุ่นพี่อดแปลกใจไม่ได้

พูดถึงใครกันอยู่ นางเอกละครคืนนี้เหรอ?” เอกพลถามธนูผู้เป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่อง

เปล่าครับ ผมกำลังพูดถึงหมอผู้หญิง แผนกนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ที่พึ่งย้ายเข้ามาใหม่น่ะครับ” ธนูตอบคำถาม ด้วยสีหน้าที่ยังคงจริงจัง เป็นการเป็นงาน

น้องธนูเคยเห็นเธอแล้วหรือครับ?” ภูผาถามยิ้มๆ เหมือนจะนึกสนใจขึ้นมาบ้าง

ไม่เคยครับ” หนุ่มรุ่นน้องทำหน้าตายรับเสียงโห่ ระคนก่นด่าของบรรดาอดีตสมาชิกแก๊งองค์กรลับใต้ดิน ซึ่งหลวมตัวหลงเชื่อคำพูดของเขาเสียสนิทใจ

เจ้าบ้า! อุตส่าห์นั่งฟัง คิดว่าเป็นเรื่องจริง” ชวินจ้องหน้าธนูอย่างแค้นๆ นี่ถ้าเขาไม่เกรงใจผู้กอง 2 คนตรงหน้าล่ะก็ เขาคงทำอะไรสักอย่างกับหมอนี่ไปแล้วแน่ๆ

เอ่อ... แล้วตกลงคุณอาคนเมื่อกี๊เขาเป็นใครหรือคะ พี่เอกรู้จักเขามาก่อนใช่ไหมคะ?” อริศรารีบเปลี่ยนเรื่องในวงสนทนา ก่อนที่จะมีคดีฆาตกรรมลูกชายนายตำรวจเกิดขึ้นที่บ้านของเธอ

อ๋อ! เป็นเจ้าทุกข์ที่พี่เคยช่วยพาส่งโรงพยาบาลตอนถูกรถชนน่ะ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อ... คุณสุจริต” เอกพลตอบคำถามของน้องสาว โดยที่ยังอดขบขันในความทะเล้นของธนูไม่ได้

แล้วเขามาหาพี่เอกทำไมหรือคะ เรื่องคดีรถชนเหรอ?” คนเป็นน้องถามต่อด้วยความสงสัย

เปล่าหรอก เรื่องนั้นมันผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้ว เขามาหาพี่เรื่องลูกเมียเขาหายตัวไปน่ะ 3 วันแล้ว ยังติดต่อไม่ได้เลย” คราวนี้คนเป็นพี่ตอบคำถามด้วยสีหน้าที่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

ถ้าผ่านไป 3 วัน แล้วยังไม่มีโทรศัพท์หรือจดหมายเรียกค่าไถ่ ผมว่าคงเป็นศพไปแล้วล่ะครับ” ธนูโพลงขึ้น ด้วยคำพูดที่ทำเอาทุกคนตรงนั้นนิ่งอึ้งไปตามๆ กัน

จริงหรือคะพี่!?” อริศราหันขวับไปถามพี่ชาย ทันทีที่ตั้งสติได้

 

ก็มีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่แน่นอนหรอกนะ แค่ 3 วันคงยังบอกอะไรไม่ได้มาก” เอกพลฝืนยิ้มปลอบโยนน้องสาวผู้แสนอ่อนไหวของตัวเอง ถึงแม้สัญชาตญาณและลางสังหรณ์ลึกๆ ข้างในใจ จะบอกเหมือนอย่างคำพูดของธนูก็ตามที!!

 

จบตอน

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว