ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่2 [100เปอร์] [แก้ไขคำผิดแล้ว]

ชื่อตอน : ตอนที่2 [100เปอร์] [แก้ไขคำผิดแล้ว]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 621

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2560 16:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่2 [100เปอร์] [แก้ไขคำผิดแล้ว]
แบบอักษร

"คะ..ครับ"

"เปล่าหรอก..มะ..มานั่งก่อนสิแคสซิโอ"อุสาจะแอบฟังเสียหน่อยไม่น่าดันประตูมากเกินไปเสียขนาดนั้นเลย ก็คนมันได้ยินไม่ค่อยชัดอะ..

"ไม่ได้เจอกันเสียนานนะแคสซิโอ"พี่ใหญ่ของวังพูดด้วยน้ำเสียงกระตุกกระตักติดอ่างน้อยๆเหมือนคนนอนดึกจนทำให้สมองนั้นประมวลคำพูดไม่ทัน

"ครับ.."ขึ้นชื่อว่าพี่ชายใหญ่หรือก็คือองค์ชายคนแรกย่อมต้องมีภาระมากกว่าน้องๆอยู่แล้วนั้นเป็นธรรมดา ทั้งต้องไปงานนอกอาณาจักรหรืองานอะไรต่างๆก็ตามที่ไม่สามารถอยู่ที่วังได้ตลอดเวลาทำให้ไม่ได้เจอหน้าน้องๆเป็นธรรมดา

"แปลกนะที่เจ้ามาทานอาหารเช้าที่นี่น่ะ"

"ขะ..ข้าแค่อยากลองมาทานที่นี่ดูบ้างเพียงเท่านั้น.."เป็นความคิดที่ก็น่าจะผิดที่ตัดสินใจลงมาทานอาหารข้างล่างนี้ไม่น่าเล๊ยยยแคสซิโอออ..

"พวกข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเสียหน่อย"เอเทอร์เอ่ยแซวๆอย่างหยอกเย้า

"แล้วเจ้าจะยืนอยู่อีกนานหรือไม่"เทย์วอนเลิกคิ้วขึ้นถามผู้เป็นน้องเมื่อปรับอารมณ์ได้แล้ว

เมื่อเขาพูดเยี่ยงนั้นแล้วแคสซิโอก็เดินเข้าไปนั่งยังที่ประจำตำแหน่งของตนทันที แล้วก็เรื่องการทานอาหารด้วยกันอย่างครบพี่น้องในครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา ภายในการทานอาหารนั้นก็จะมีเสียงพูดคุยที่พูดคุยในกลุ่มโต๊ะตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เกิดความอึดอัดเพิ่มมากขึ้น

 

"แคสซิโอเจ้ารู้หรือไม่ว่าในครั้งล่าสุดที่เราเจอกันเจ้าดู..เอิ่มน่ารักขึ้นเยอะเลยนะ"พี่ชายลำดับที่4เอ่ยชมผม แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าท่านพี่ไม่ได้ชมว่าผมน่ารักน่ะนะครับ วันนี้ผมได้ยินน่ารักเกี่ยวกับผมมา2รอบแล้วนะ…

"นะ..น่ารักอย่างนั้นหรอครับ"เมื่อทุกคนเห็นประติกิริยานี้ของผมก็ดูเหมือนทุกคนจะชอบใจและเสริมคำพูดขององค์ชายลำดับที่3ต่อในนทันที สนุกมากสินะครับ

"อืม..ข้าก็เห็นด้วนนะ..ฮะฮ่าฮะ"

"แน่นอนอยู่แล้วยะน้องชายคนเล็กของข้าน่ารักที่สุดไม่เหมือนกับพวกคนบางคนแถวนี้ เหอะ"นี่ผมควรดีใจใช่ไหมท่านพี่วินิไอ..

"พอๆเลิกแกล้งน้องได้แล้ว"องค์ชายเอิร์นออนรัสบอกกับทุกคนให้หยุดแกล้งน้องเล็กทั้งๆที่ตนเองก็หัวเราะกับเขาด้วยนี่ก็ชอบใจกันใหญ่

"ข้ามีคำถามที่อยากจะถามเจ้าสักหน่อยน่ะแคสซิโอ"กึก คำถามอย่างนั้นหรอ

"ท่านพี่มีคำถามอะไรหรือครับ"

"2ปีที่ผ่านมาทำไมเจ้าถึงไม่ค่อยออกมาเจอหน้าพวกพี่เลย"

"...ข้าเพียงรำคาญและไม่อยากพบใครทั้งนั้น"แคสซิโอพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่คำตอบนั้นก็หมายความว่าน้องชายตนนั้นอยู่ในวัยต่อต้านนั้นเองเล่นทำเอาทุกคนอ้าปากค้างกันไปตามๆกันแคสซิโอนั้นไม่ได้อยู่ในวัยต่อต้านธรรมดาๆแต่เป็นสุดๆเลยก็ว่าได้

แต่นั้นเป็นเพียงเหตุผลเบื้องหน้าเท่านั้นเขาไม่ได้รำคาญแต่ตัวเขานั้นอันตรายถ้าท่านพี่มายุ่งกับเขานั้นก็อาจจะเป็นเหมือนกับ….ก็ได้ เพราะผมรักพวกพี่ผมจึงต้องรักษาระยะห่างกันเอาไว้..

"โอเค..."แล้วภายในโต๊ะก็เงียบไปแล้วต่างคนก็ต่างนั่งทานอาหารไปอย่างเงียบๆเหมือนนั่งคิดอะไรกันไป ผมรู้ว่าพวกท่านพี่นั้นก็รู้เหตุผลจริงๆว่าทำไมแต่คงอยากที่จะถามเพื่อความแน่ใจและเพื่อคำตอบนั้นจะได้มั่นคงเพราะคำตอบนั้นมาจากเจ้าตัว

ไม่นานแคสซิโอก็ทานอาหารเสร็จก็ของอนุญาติพวกพี่ๆแล้วไปเรียนต่อกับอาจารย์ประจำตัวของตนเอง แต่เพียงแค่คิดถึงใบหน้าของอาจารย์ที่เห็นว่าตนนั้นมาเช้าก็ตลกแล้วฮะฮ่า

แอ๊ดด..

เป็นไปตามที่แคสซิโอนั้นคิดในทุกประการเพราะคนที่อยู่ภายในห้องหันมองอย่างแปลกใจที่นักเรียนของตนนั้นมาไว แคสซิโอนั้นอยากจะบอกกับอาจารย์ของตนเป็นอย่างมากว่าหน้าอาจารย์นั้นโคตรเหวอเลยขอรับ

"หืมม..เจ้ามาไวนะ"

"ไม่ดีหรือครับ"ชีกยิ้มกว้างๆไปให้1ที

"อ๊ะ เปล่าๆก็แค่แปลกใจเท่านั้นเองที่เจ้ามาไว"วันนี้ดูเหมือนเขานั้นจะสร้างความแปลกใจให้กับหลายๆคนที่เขารู้จักเกินกว่าที่จะควรทั้งท่านพี่ทั้งอาจารย์แล้วจะเอารีอันน่าด้วยเลยหรือไม่ละ?

"วันนี้ข้าจะสอนเจ้าให้ใช้เวทย์ให้เก่งขึ้นให้ได้อย่างน้อยๆแค่พื้นฐานได้ข้าก็ดีใจแล้ว" ห๊าา?วันเดียวน่ะหรือ

"เพียงวันเดียวอย่างนั้นหรือ?"ถึงเขานั้นจะไม่เห็นหน้าตาของตนเองตอนนี้แต่เขานั้นก็พอรู้ว่าหน้าตาตอนนี้เขานั้นอาจจะมีความสงสัยเข้าเต็มประดา

"ใช่วันเดียวนี่แหละ"ใครมันจะไปทำได้ฟร๊ะ!!ไอบ้า!

ผลสุดท้ายเขาก็ยังคงใช้เวทย์เริ่มต้นที่แม้แต่เด็กอายุ7ปีก็สามารถใช้ได้แล้วไม่ได้ เพราะเท่าที่ดูมาแคสซิโอนั้นสามารถใช้เวทย์ได้เพียงเล็กน้อยไม่รู้สาเหตุจะว่าพลังเวทย์ในตัวของแคสซิโอนั้นยังไม่ตื่นก็ไม่น่าจะใช่เพราะตามปกติแล้วเวทย์ของผู้ใช้เวทย์ส่วนใหญ่นั้นจะถูกปลุกขึ้นมาในตอนอายุ6ปีซะส่วนใหญ่เพราะงั้นน่าจะอยู่ที่ตัวของแคสซิโอเองเสียมากกว่า

แคสซิโอเดินออกมาจากห้องเรียนตนเอง  เมื่อออกมาจากห้องเรียนของตนก็ต้องชะงัก เมื่อเจอกับองค์ชายเทย์วอนที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูความคิดความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวสมองของแคสซิโอในทันที แล้วข้าจะออกไปหารินอันน่าได้อย่างไรกัน!! วันนี้ก็สัญญาเอาไว้แล้วว่าจะไป

"ท่านพี่มีอะไรอย่างนั้นหรือขอรับ"

"ข้าก็แค่อยากจะพูดคุยกับเจ้าสักหน่อย เจ้าพอจะมีเวลาให้ข้าสักหน่อยหรือไม่..กับท่านพี่ที่ไม่นานเจอกันนาน"ถึงประโยคนั้นจะเป็นประโยคที่ถามความสมัคใจแต่ลึกๆแล้วประโยคนั้นก็เป็นประโยคบังคับดีๆนี่เอง

"ครับ.."

"เช่นนั้นข้าจะรอเจ้าที่สวนหลังวังในตอนเย็น"กึก..สวนที่เขาไปเมื่อวานในตอนกลางคืน..ไม่อยากที่จะไปยังที่แห่งนั้นเลย..มันทำให้รู้สุชึกอึดอัดทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยที่จะเป็นเช่นนี้

แล้วท่านพี่เทย์วอนก็เดินจากแคสซิโอไปอย่างเงียบๆเมื่อเห็นว่าแคสโอไม่ได้พูดอะไรต่อ เราไม่สามารถหนีการนัดครั้งนี้ได้...จะเป็นไงก็เป็นกันละว่ะถึงจะไม่อยากไปที่แห่งนั้นอีกก็เถอะ

แคสซีโอเลิกคิดอะไรก็ตามทั้งสินให้หมดและมุ่งตรงเพื่อไปหาสหายของตนที่บอกว่าจะฝึกสอนเวทย์ให้ในทันที แต่เมื่อมีคนรู้แล้วว่าแคสซิโอนั้นต้องระวังให้มากขึ้น

แอสซิโอลองใช้วิธีเดิมแต่ก็คลาดว่าไม่ได้ผลเพราะในตอนนี้นั้นทหารที่เฝ้าอยู่ระวังมากยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าแคสซิโอนั้นแอบออกนอกวังเพียงคนเดียวเพราะพวกเขาก็ไม่อยากให้แคสซิโอนั้นบาดเจ็บแล้วความซวยก็จะเข้ามาทางพวกทหารเองที่ทำหน้าที่ไม่ดี

คงใช่วิธีนี้ไม่ได้อีกแล้วสินะ แล้วข้าจะออกไปหาสหายเพียงคนเดียวของข้าได้อย่าไรกัน..

"ฮ่าฮา แคสซิโอเมื่อเจ้าเจอปัญหาเช่นนี้แล้วเจ้าจะทำอย่างไรกัน..แล้วข้าจะรอดูว่าสมองของเจ้านั้นมีความคิดอื่นมากกว่าลอบออกมาหรือไม่"รีอันน่าหัวเราะอย่างชอบใจเมื่อเห็นว่าสหายของตนนั้นไม่สามารถมาหาตนได้เพราะเหตุใด"..นี่ถือเป็นบทเรียนบทแรกที่ข้ามอบมันให้กับเจ้าแล้วกัน"รินอันน่าที่นั่งอยู่บนต้นไม้แล้วแกว่งขาไปมามองไปยังภาพตรงหน้าที่มีเพียงผืนป่าเท่านั้นแต่กับหัวเราะคิกคักอย่างกับเห็นภาพสนุกๆอยู่เบื้องหน้า

มีแต่เรื่องน่าปวดหัวทั้งนั้นแล้วนี้ข้าต้องคิดเรื่องที่จะแอบออกจากวังใหม่อีกแล้วอย่างนั้นหรือ แคสซิโอเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่าง

จะทำอย่างไรให้พวกทหารนั้นจับไม่ได้กัน จะว่าคิดไม่ออกที่จะหาวิธีออกไปนอกวังไม่ได้ก็ไม่ใช่หรอกเพราะนั้นก็คิดได้แต่เพียงวิธีนั้นต้องใช้เวทย์ ซึ่งแค่เวทย์พื้นฐานข้าก็ยังทำไม่ได้เลยนับภาษาอะไรกับเวทย์พลางตัวกัน…

เพราะงั้นวิธีนี้แคสซิโอจึงไม่สามารถใช้ได้ในเวลารวดเร็วเป็นแน่และซึ่งวิธีอื่นๆแคสซีโอไม่สามารถคิดออกได้แล้วแต่ก็ไม่อยากที่จะใช้วิธีนั้นและสถานการณ์เหมือนจะบีบบังคับให้แคสซิโอนั้นจำใจฝึกเวทย์พลางตัว

เมื่อยอมรับได้ว่าตนนั้นต้องใช้เวทย์พลางตัวแคสซิโอก็เดินไปยังห้องสมุดประจำวังทันทีเพราะถ้าจะให้อาจารย์หรือคนอื่นๆนั้นสอนให้ก็กลัวว่าจะถูกสงสัยเพราะงั้นก็ต้องฝึกฝนด้วยตนเอง

ภายในห้องสมุดที่แคสซิโอไม่คิดว่าตนนั้นจะได้เข้ามาเหยียบอยู่ตรงหน้าเมื่อเปิดเข้าไปก็พบกับหนังสือมากมายที่ตั้งอยู่ภายในชั้นหนังสือแสงจากภายนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้องสมุดเพื่อไม่ให้ห้องสมุดนั้นมืดจนเกินไปแต่ก็ใช่ว่าภายในห้องสมุดนั้นจะสว่างแคสซิโอจึงจุดตะเกียงแล้วเดินเข้าไปหาหนังสือแต่ก็ต้องหัวใจแทบวายเมื่อพบกับ

"เห้ยย.."แคสซิโอเกือบจะตะโกนแต่ก็ต้องถูกการน์เน็ตนำนิ้วชี้มาจรดที่ริมฝีปากของตนเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง

"นี่มันห้องสมุดนะแคสซิโอ"

"..ขอโทษครับ..."เมื่อแคสซิโอรู้ตัวก็เอ่ยขอโทษการน์เน็ตเล็กน้อย

ในตอนเข้ามาภายในห้องสมุดตอนแรกแคสซิโอก็คิดว่าภายในห้องสมุดนั้นไม่มีคนอยู่จึงไม่คิดว่าการน์เน็ตจะอยู่ภายในห้องสมุดด้วยจึงตกใจที่อยู่ๆก็มีคนมาจับที่บ่าของตนเอง

แล้วอยู่ๆการน์เน็ตก็เดินไปหาหนังสือของตนเองต่อทำให้แคสซิโอเกิดความข้องใจที่ว่าการน์เน็ตนั้นเข้ามาจับบ่าตนเองทำไมทั้งๆที่ไม่มีอะไรจะพูดด้วย..แปลกดีนะ

แคสซิโอไม่สนใจการน์เน็ตแล้วเดินเข้าไปหาหนังสือที่ช่วยสอนเวทย์พลางตัวในทันที แคสซิโอเดินหาหนังสือที่ตนนั้นต้องการจนตาเริ่มลายเพราะจำนวนหนังสือที่มีมากภายในห้องสมุดแห่งนี้และดูเหมือนการน์เน็ตจะเห็นแคสซิโอนั้นหาหนังสืออยู่นานจึงยืนมือเข้ามาช่วย

“เจ้าหาหนังสืออะไรอยู่งั้นหรือ”แคสซิโอมองหน้าคนถามเล็กน้อยก่อจะครุ่นคิดเล็กน้อยว่าจะบอกอย่างไรให้ท่านพี่ผู้นี้นั้นไม่เกิดสงสัยว่าตนจะหาหนังสือฝึกสอนเวทย์พลางตัวไปทำไมอย่างนั้นข้าก็คงต้องใช้วีธีบอกอ้อมๆสินะ อืมมมม

“..ก็หนังสือฝึกสอนเวทย์ทั่วไปนั้นแหละครับ”ที่แคสซิโอบอกอย่างนี้ไปก็เพราะคิดว่าหนังสือจำพวกฝึกสอนเวทย์พลางตัวนั้นจะอยู่ในแถวๆกับพวกหนังสือฝึกสอนเวทย์

“อยู่แถวๆนี้ เจ้าลองเดินไปดูเสียสิ”การน์เน็ตชี้ไปทางๆหนึ่งที่เจ้าตัวบอกว่ามีหนังสือที่แคสซิโอต้องการอยู่..ถ้าไม่ได้ท่านพี่ช่วยเขาคงหาทั้งวันเสียละมั้งเพราะท่านที่ตนนั้นหาอยู่กับทางที่ท่านพี่ชี้นั้นอยู่ตรงข้างกันเลยนี่หว่าแล้วแคสซิโอนั้นจะหาหนังสือโดยค่อยๆไล่ไปทีละบล๊อกทๆแล้วชาตินี้จะเสร็จมั้ยละ!

“ขอบคุณครับ”แคสซิโอโค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินไปทางที่การน์เน็ตนั่นชี้เมื่อสักครู่

เจอแล้ว! เมื่อแคสซิโอเจอกับหนังสือที่ตนต้องการก็หยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาในทันทีแล้วเดินไปทางการน์เน็ต

“ท่านพี่ครับถ้าข้าจะยืมหนังสือเล่มนี้จะได้หรือไม่ครับ”

“ก็เอาสิ ห้องสมุดแห่งนี้เดิมทีพวกเราก็เป็นเจ้าของกันอยู่แล้วเพียงแต่ไม่ค่อยมีใครเข้ามาเพียงเท่านั้นเพราะงั้นเจ้าจะยืมอะไรก็ได้”

“ขอบคุณครับ”เมื่อเอ่ยขอบคุณเสร็จแคสซิโอก็เดินออกมาจากห้องสมุดในทันทีและแน่นอนว่าก็กลับไปยังห้องของตนเองเพื่อทำการนั่งอ่านหนังสือทีตนพึ่งจะได้มาหมาดๆจากห้องสมุดแห่งนั้น

แคสซิโอนั่งอ่านหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุดอยู่นานสองนานก็เริ่มตาลายจึงพักสายตาเสียหน่อยแล้วเมื่อมองออกไปหน้าหน้าต่างก็พบว่าตอนนี้ฟ้าเริ่มที่จะเป็นสีส้มแล้ว

ข้าจะรอเจ้าที่สวนหลังวังในตอนเย็นแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าท่านพี่เทย์วอนนั้นรอตนอยู่ที่สวนหลังวังเมื่อคิดได้ดังนั้นเจ้าตัวก็เบิกตากว้าง ลืมได้ไงวะ!

--50เปอร์--

แน่นอนว่าตนเองนั้นรู้แล้วว่าตนลืมนัดที่นัดกันเอาไว้กับพี่ชายก็ต้องรีบไปตามนัดให้เร็วที่สุด เมื่อแคสซิโอถึงยังสถานที่ ที่นัดเอาไว้ก็เรียกได้ว่าทำเอาหอบกันตามๆไปไม่น้อย

“เจ้ามาสายนะแคสซิโอ”

“ขอโทษครับ ขะ ข้า แฮกๆ ที่ข้าลืมนัดของ ทะ ท่านพี่ไปเสียสนิท”แคสซิโอหอบหายใจทั้งพูดไปด้วย

“เอาๆ ไม่ต้องรีบก็ได้ข้าไม่ได้ว่าอะไรแล้วข้าก็ไม่อยากเป็นฆาตกรที่ฆ่าน้องชายตนเองที่ให้ตอบคำถามข้าแล้วจนขาดอากาศหายใจตายหรอกนะ”เทย์วอนหัวเราะน้อยๆ ส่วนแคสซิโอก็ก้มหน้าอยู่นิ่งๆ

“เชิญนั่งก่อนสิน้องรัก”เทย์วอนผ่ายมือไปทางเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับตนเองแคสซิโอเดินเข้าไปนั่งก่อนจะเรื่องเปิดประเดนของเรื่องในทันที

“ท่านพี่เรียกข้ามาพบมีอะไรอย่างนั้นหรือครับ”

“เจ้านี่รีบร้อนจังเลยนะ ก็อย่างว่าวัยรุ่นใจร้อนเจ้าก็คงเป็นหนึ่งในนั้นสินะ..ที่ข้าเรียกเจ้ามาก็ไม่มีอะไรนักหรอกแคสซิโอ”ข้าก็แค่ต้องทำเหมือนอย่างทุกปีที่ผ่านมาเท่านั้นเองน้องรัก..”ข้าก็เพียงจะมาคุยเรื่องทั่วๆไปธรรมดาเท่านั้นเองน่ะแคสซิโอ”

“อย่างนั้นหรือครับ”

“น้ำชาที่ท่านให้นำมาให้ค่ะ”สาวใช้คนหนึ่งออกเดินนำน้ำชามาเสริฟให้กับองค์ชายทั้ง2

“ที่ข้าเรียกมานี่เจ้าว่างหรือไม่แคสซีโอ”

“ว่างสิครับท่านพี่ ท่านไม่ต้องเป็นกังวนข้าว่างเสมอนั้นแหละท่านพี่”เทย์วอนยกน้ำชาที่สาวใช้มาเสริฟให้ขึ้นจิบเล็กน้อย

“เจ้าก็ทำตัวตามสบายนะแคสซิโอไม่จำเป็นต้องเกรง”เมื่อท่านพี่คิดว่าแคสซิโอเกรงแคสซิโอจึงยกน้ำชาขึ้นจิบเพื่อไม่ให้ท่านพี่ต้องคิดว่าตนนั้นเกรงเมื่ออยู่กับอีกฝ่าย

“นี่แคสซีโอเจ้ารู้สึกไม่ชอบท่านพี่ทั้งหลายของเจ้าหรือเปล่า”แคสซิโอนิ่งไปเพราะเขานั้นไม่รู้ว่าตนนั้นจะตอบคำถามนี่อย่างไรดีแต่ถ้าตอบตามมารยาละก็คงตอบว่าไม่ใช่แต่ถ้าเอาความจริงแคสซิโอไม่รู้

“ข้าไม่รู้ ข้าไม่ได้ไม่ชอบท่านพี่ข้าก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับพวกเขา”ถึงแม้ว่าในสมัยก่อนข้าจะเคยสนิทกับพวกท่านก็ตามแต่ตอนนี้ต้องรักษาระยะห่างเอาไว้..

“…แล้วแคสซีโอเจ้าไม่ลองที่จะเปิดใจให้พวกพี่ดูอีกครั้งอย่างนั้นหรือ”เทย์วอนพูดเสียงเบาจึงแคสซีโอไม่ได้ยิน

“อะไรนะครับท่านพี่”แคสซีโอขอคำถามใหม่อีกรอบ

“ไม่มีอะไรหรอกน้องรัก”

เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนพระจันทร์เริ่มเด่นขึ้นมาบนท้องฟ้าแต่ก็ยังคงไม่มีใครลุกจากที่นั่งและยังคงไม่พูดอะไรทั้งสองฝ่ายทำให้บรรยากาศดูตรึงเครียด และก็เป็นฝ่ายของแคสซิโอที่ยอมพูดขึ้นก่อนเพราะทั้งสองนั้นนั่งอยู่นานแล้ว ยังคงไม่มีประโยคอะไรออกมาเพราะงั้นแคสซิโอก็ถือเสียว่าในตอนนี้ไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องอยู่ตรงนี้อีกแล้ว

ในตอนนี้แคสซิโอก็เริ่มที่จะรู้สึกไม่ค่อยดีมากขึ้นเลื่อยๆอาจจะเป็นเพราะไม่ถูกกับสวนแห่งนี้ในตอนเย็นและความเงียบที่กำลังคลุกคลามแคสซิโออยู่ในตอนนี้

"ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอ..."

"ข้าไม่อนุญาต..เอ่อ ข้าหมายถึงน้องชายจะรีบไปไหนอย่างนั้นหรือข้าอุส่ารอจึงถึงเวลานี้เพื่อที่จะได้ให้เจ้านั้นเห็นวิวในตอนกลางคืนเช่นนี้ภายในสวนแห่งนี้ เจ้าไม่อยากเห็นสวนแห่งนี้ในตอนกลางคืนอย่างนั้นหรือ"สีหน้าของแคสซิโอเริ่มซีดขึ้นเลื่อยๆพร้อมๆกับสวนแห่งนี้เริ่มมืดขึ้นเลื่อยๆด้วยเช่นกันและปรากฏแสงสีแดงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังผิวพื้นของโลก

เริ่มแล้วสินะ...

แคสซิโอเริ่มหายใจไม่ออกหอบหายใจแรงขึ้นเลื่อยๆอย่างกับออกซิเจนจะหมดลงมือเริ่มกอบกุมที่หัวใจของตนเอง เจ็บ ทรมาน นี่คือความรู้สึกของแคสซิโอในขณะนี้

"ทะ ท่านพี่ช่วยข ข้าด้วยข้าเจ็บปวดและทรมานเสียเหลือเกิน...ข ข้าเป็นอะไรกัน"แคสซิโอถามด้วยน้ำเสียงเว้าวอน ใบหน้าของเทน์วอนปรากฏใบหน้าเศร้าๆและเจ็บปวดอยู่แวบหนึ่งและกลับเป็นเรียบเชียบเหมือนอย่างเดิม

"มันเป็นเรื่องปกติของเจ้าน่ะแคสซิโอไม่ต้องห่วงหรอกน้องข้า..."

วูบ..

ทุกอย่างดับมืดสนิทแล้วตัวตนของแคสซิโอก็มามาปรากฎอยู่ภายหน้าของชายหนุ่มทั้ง2อีกครั้ง ใบหน้าของชายหนุ่มหน้าหวานบิดเบียวมีน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาขับให้ใบหน้าของชายหนุ่มผมนั้นดูมีเสน่ห์? ในความคิดของแคสซิโอนั้นคิดจริงๆว่าใบหน้าตอนร้องไห้ของชายคนนั้นดูมีเสน่ห์

"แอสคีโอ แอสคีโอฟี้นสิๆ!"ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนอนอยู่บนตักของอีกคนหนึ่งและก็พยายามที่จะเรียกอีกคนให้ฟื้นขึ้นมา

ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย...

แคสซีโอยืนดูภาพนั้นอยู่พักหนึ่งแล้วเดินเข้าไปหมายจะเช็ดน้ำตาแล้วโอบกอดชายหนุ่มหน้าหวานเอาไว้แต่เมื่อเอื้อมมือลงไปสัมผัสกับใบหน้าหวานอย่างแผ่วเบาแต่ผลที่ได้รับคือมือของเขาทะลุผ่านไปภาพตรงหน้าไปเสียอย่างนั้น

แคสซิโอถอยห่างออกมายืนดูอย่างเช่นเคย เป็นภาพที่คุ้นตาดีนะ...แคสซิโอคิดอย่างนั้นทั้งๆที่ตนนั้นมิอาจรู้ได้ว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับภาพๆนี้

และเป็นอีกครั้งที่ภาพรอบๆหายไปก่อนที่จะแปลเปลี่ยนเป็นพื้นหลังสีดำและมีชายหนุ่มร่างเล็กที่มีสายตาเชยชาดวงตาสีน้ำเงินทมึฬแซมแดงทั้ง2ข้างชุดเป็นสีดำรัตติกาลและมีดาบที่อยู่มือขวาลักษณะของดาบเป็นดาบใหญ่สีดำน้ำเงินคลับคล้ายกับดวงตาของเจ้าของผิวสีของดุจหิมะและมีสีผมที่ขาวดุจหิมะด้วยเช่นกันนั้นยิ่งคับให้ใบหน้าของเจ้าตัวนั้นดูสว่างยิ่งขึ้น สีตาของคนๆนี้นั้นทำให้เขานั้นนึกถึงคนบางคนขึ้นมากเสียอย่างนั้น

ชายหนุ่มหันมามองที่แคสซีโอเล่นทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งเฮือก

"เจ้าสินะดวงวิญญาณของท่านแอสคีโอ.."ทำไมในครั้งนี้ถึงดูอ่อนแอถึงเพียงนี้กัน..แอสคีโอ

"แอสคีโอคือใครอย่างนั้นหรือ"แคสซีโอถามเกี่ยวกับคนที่คนแอสคีโอ ในตอนความฝันนั้นเขาก็จะเจอแอสคีโอและชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเสมอ

"ก็คือชายที่นอนอยู่บนตักอีกคนอย่างที่เจ้าพึ่งเห็นไปเมื่อสักครู่"

"ข้าไม่ใช่แอสคีโอแต่ข้าคือแคสซีโอต่างหากและข้าก็คงไม่ใช่ดวงวิญญาณของแอสคีโอด้วย..ถึงชื่อจะคล้ายๆกันแต่ก็ไม่ใช่คนเดียวกันหรอกเจ้าคงจะจำคนผิด”

"เอาเถอะทุกปีเจ้าก็ตอบข้าเช่นนี้เสมอ.."ทุกปีอย่างนั้นหรือ งั้นข้าก็ต้องเคยเจอเจ้ามาก่อนหน้านี้แล้วสิ แต่ข้านั้นไม่มีความสงจำเกี่ยวกับชายหนุ่มตรงหน้าเลยสักนิด

"เจ้าโดนเจ้าเทย์วอนนั้นผนึกความสงจำอีกแล้วสินะ..เอาเถอะครั้งนี้ข้าจะชนะมันให้ได้และเรื่องราวจะได้ดำเนินต่อเสียที"เมื่อจบประโยคที่เรียกความงุนงงให้กับแคสซิโอและก่อนที่แคสซีโอจะได้ถามอะไร ทุกอย่างก็เป็นสีขาวพร้อมกับภาพโลกแห่งความเป็นจริงที่ประจักรอยู่เบื้องหน้า

ร่างกายในตอนนี้ของแคนซิโอไม่สามารถควบคุมได้เพียงแต่เห็นสถานะการที่กำลังปรากฏอยู่เบื้องหน้า เทย์วอนที่กำลังยืนเผชิญอยู่ตรงหน้าตนเองพร้อมทั้งในมือที่มีลูกไฟสีฟ้าที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล

'เจ้าไม่ต้องตกใจอะไรหรอก..ในตอนนี้ข้าเป็นผู้ที่ควบคุมร่างของเจ้าอยู่เพราะงั้นเจ้าจะทำได้เพียงแค่เห็นการต่อสู้เท่านั้นเพราะงั้นข้าของยืมร่างเจ้าเสียหน่อยแล้วกันเพื่อเรื่องราวที่ถูกยื้อมานานจะได้ต่อเนื่องเสียที'

แคสซิโอไม่เข้าใจว่าเรื่องราวที่ยืดยื้อของชายหนุ่มผมขาวเสียเท่าไหร่ในตอนความฝันเขาก็พูดอยู่ครั้งหนึ่งเช่นกันเกี่ยวกับเรื่องราวที่ถูกยืดยื้อ

แล้วดูเหมือนชายหนุ่มจะรู้ได้ถึงความคิดของเจ้าของร่าง

'เมื่อจบเรื่องนี้แล้วข้าจะบอกเจ้าเอง'

"ชิ..เจ้าเมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับร่างของน้องข้าเสียที!"เทย์วอนพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มทนที่ต้องมาค่อยสู้กับบุคคลอีกคนซึ่งอยู่ภายในร่างกายของน้องเขา

"ก็ต่อเมื่อเจ้าปล่อยให้เรื่องราวนั้นดำเนินต่อไปอย่างที่มันจะเป็นอย่างไรเล่า!"เทย์วอนมองคนตรงหน้าที่มีเคล้าโครงเดิมของน้องชายตนเอง เพียงสีผมจากที่ของแคสซีโอที่เป็นสีดำถูกแซมด้วยสีขาวข้างหน้าเล็กน้อยและดวงตาในตอนนี้ของน้องชายตนเองนั้นข้างหนึ่งเป็นสีน้ำเงินทมึฬแซมแดงส่วนอีกข้างหนึ่งนั้นยังคงสีตาสีฟ้าแซมเขียวของแคสซีโอไว้แต่มีสีน้ำเงินทมึฬแซมเข้าไปด้วยทำให้สีตาของแคสซีโอดูเข้มขึ้น

"ข้าไม่สามารถยอมให้เรื่องราวนั้นดำเนินต่อไปได้..ได้โปรดหยุดเรื่องนี้เสียทีเถอะ.."เทย์วอนพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอนจนคนฟังเเทบขาดใจบวกกับใบหน้าในตอนนี้ของเทย์วอนแล้วเรียกได้ว่าไม่ให้ก็ให้มันรู้ไป..แต่ไม่ใช่สำหรับคนตรงหน้าในตอนนี้

"แต่เจ้าจะไม่ให้พลังในตัวของแคสซีโอตื่นมาเลยอย่างนั้นเลยหรือ.."

"พลังของน้องข้านั้นมากเกินไปอาจทำให้ภาชนะรับลองพลังรับลองพลังเช่นนั้นไม่ได้จะ.."

"ใช่ข้ารู้เทย์วอน..แล้วถ้าเกิดพลังภายในตัวของแคสซีโอเกิดประทุขึ้นมาไม่ใช่แค่เราจะเสียเพียงแคสซีโอไปคนนี้ไปแต่เราอาจสูญเสียประชาชนของประเทศนี้ไปด้วย..และเผลอๆทั้ง3ภพอาจสั่นคลอก็เป็นได้ เจ้าจะเห็นแก่ตัวเช่นนั้นจริงๆน่ะหรือ"

ใช่ข้าน่ะเห็นแก่ตัว..เพียงแค่ช่วงเวลา4-5ปีก็ยังดีขอแค่เขาได้อยู่ข้างๆน้องชายถึงเขาจะรู้ว่าปล่อยให้พลังภายในตัวของแคสซีโอนั้นตื่นขึ้นมาและสามารถอยู่ด้วยกันได้โดยปลอดภัยแต่พลังของน้องชายของตนนั้นแกร่งกร้านและอันตรายมากเกิดไปถ้าเกิดน้องชายของเขานั้นรับพลังไม่ไหวเขาก็กลัวว่าพลังนั้นจะคลอบงำแคสซีโอและพรากแคสซีโอไปจากเขาภายในช่วงเวลาสั้นๆแต่ถ้าเกิดเขานั้นเลือกที่จะยืดเยื้อเวลาออกไปอาจทำให้แคสซีโอนั้นสามารถอยู่ต่อกับตนได้ในอีก4-5ปีซึ่งแน่นอนอยู่แล้ววิธีแรกนั้นย่อมอัตรายกว่าและเขาไม่ใช่พวกบ้าบิ่นถึงเพียงนั้นจึงเลือกข้อ2ทั้งที่รู้เหตุผลทั้งหมดว่าจะเกิดเช่นไรขึ้น

ข้าน่ะเป็นพวกเห็นแก่ตัวมากเกินกว่าที่พวกเจ้าจะคิดเสียอีกนะ..

เมื่อชายผมขายเห็นว่าคงคุยไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเพราะงั้นก็มีแต่ต้องปะทะกันเพียงเท่านั้น

ดวงตาของชายหนุ่มผมขาวแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าคงคุยไม่รู้เรื่องพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นๆ

"เจ้าเห็นแก่ตัวมากกว่าที่้ข้าคิดเสียอีก..และเราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง.."เมื่อเอ่ยวาจาจบชายหนุ่มผมขาวก็เรียกศัสตราวุธของตนขึ้นมาทันที

"จงออกมาไอออน!"เมื่อเอ่ยเสร็จก็มีดาบใหญ่สีดำที่แคสซิโอเคยเห็นก่อนหน้านี้ออกมา

ร่างของแคสซีโอที่รับหน้าที่เป็นภายชนะอยู่พุ่งเข้าตรงไปยังเทย์วอนด้วยความเร็วเกินกว่าที่เจ้าของร่างกกายจะรับรู้ได้พร้อมทั้งยกดาบหนักๆนั้นขึ้นและดิ่งเข้าที่เทย์วอนหมายจะเสียบดาบเข้าไปยังร่างกายของเทย์วอนในทันที

เคร้ง!

-TBC.-

เจอคำผิดสามารถทักกันได้ค่ะ

ความคิดเห็น