ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่1 [แก้ไขคำผิดแล้ว]

ชื่อตอน : ตอนที่1 [แก้ไขคำผิดแล้ว]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2560 02:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1 [แก้ไขคำผิดแล้ว]
แบบอักษร

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“แคสซีโอตื่นได้แล้วนะเจ้าจะนอนไปถึงเมื่อไหร่กัน ท่านครูของเจ้ามารอเจ้าเสียนานแล้วนะ”เสียงทุ่มขององค์ชายลำดับที่5ดังขึ้นเรียกคนที่อยู่ภายในห้อง

“….”ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับมาจากภายในห้อง

“เห้ออ..ให้ตายสิน้องรัก ข้ารู้ว่าเจ้าฟังข้าอยู่ไม่ต้องมาทำมาเป็นเงียบเลยนะแคสซีโอ ข้าให้เวลาเจ้า30นาทีแล้วข้าจะไปเดินดูว่าเจ้านั้นอยู่กับครูสอนวิชาเวทย์ของเจ้าหรือไม่ ถ้าข้าไปไม่เจอคงจะรู้นะแคสซีโอว่าจะเจอกับอะไร”ในประโยคแรกๆคนที่อยู่ภายในห้องก็ไม่ได้กลัวอะไรมากมายแต่เมื่อเจอกลับประโยคหลังขึ้นมาก็ทำให้เขานั้นนึกถึงการฝึกที่โหดยิ่งการที่ครูฝึกสอนนั้นให้ตนทำเป็นหลายเท่าก็ทำเอาแคสซีโอนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

 

เมื่อแคสซีโอเจอคำขู่ที่ทำจริงเข้าอย่างเสียอย่างนั้นก็เล่นทำเอาแคสซีโอนั้นรีบลุกจากเตียงของตนเองโดยอัตโนมัติทันทีเพราะด้วยความกลัวที่จะโดนการฝึกนรกขององค์ชายลำดับที่5

เมื่อมาถึงยังหน้าห้องเรียนที่เมื่อเปิดเข้าไปก็จะพบกับอาจารย์ที่เรียกได้ว่าเจอหน้ากันจนเอียนก็ว่าได้

แกร๊ก…

เสียงเปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบแต่ก็ดังมากพอที่จะทำให้คนที่อยู่ภายในห้องนั้นได้ยินแล้วหันมาสนใจได้ และเมื่อคนตรงหน้าเห็นว่านักเรียนของตนนั้นมาแล้วก็เริ่มเอ่ยทักในทันที

“วันนี้ก็มาสายนะครับองค์ชาย”รอยยิ้มขอคนตรงหน้าที่ได้สาถานะว่าเป็นอาจารย์ฝึกสอนเวทย์ให้กับแคสซีโอเอ่ยทักพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆที่แฝงไปด้วยความหนาวเย็นภายในใจที่มองแล้วก็อยากหนีไปอาจตรงนี้เสียไปให้กับแคสซีโอ

“ขะ..ขอโทษครับ…”แคสซีโอก้มหน้าเล็กน้อย

“แต่ก็ยังดีกว่าไม่มาเลยนะขอรับ แล้ววันนี้โดนองค์ชายลำดับที่ไหร่ไปเรียกละขอรับถึงยอมมาได้”อาจารย์ฝึกสอนพูดเหน็บแนมองค์ชายคนเล็กของอาณาจักรเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองส่งไปให้กับคนตรงหน้า

ได้โปรดอย่ายิ้มมม ยิ้มของเธอมันกำลังฆ่าฉันทีละน้อยยย

“ไม่ต้องรู้หรอก…”ว่าแล้วองค์ชายคนเล็กก็เดินเข้าไปในยังที่ประจำของคนทันทีพร้อมกับเปิดหนังสือเล่นหนาที่เรียกได้ว่าเอาเจ้านี้ไปโรงเรียนก็คงเอาไปได้เล่มเดียวเป็นแน่

แล้วเวลาแห่งความน่าเบื่อก็เริ่มขึ้น

ผ่านไป1ชั่วโมงเต็มๆในตอนนี้ร่างกายของแคสซีโอก็เรียกได้ว่าจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่อยู่เหมือนกันทำให้อาจารย์นั้นเอ็ดแคสซีโอเบาๆ ไม่ว่าจะองค์ชายคนไหนก็เป็นแบบนี้ไปเสียหมดทุกคนทำไมกัน?

“องค์ชายครับ…เมื่อคืนยังนอนไม่พออีกหรือครับ เห้ออ..เรียนกี่คาบๆก็เป็นอย่างนี่เสียทุกที”แคสซีโอก้มหน้าหงุดเมื่อตนนั้นโดนด่า จะเถียงอีกฝ่ายก็กลัวว่าเรื่องจะยืดยาวจึงรีบๆขอโทษแล้วเรียนต่อในทันที

ไม่นานอาจารย์ฝึกสอนก็บอกว่าจะให้ตนนั้นฝึกภาคปฏิบัติ โดนการเริ่มจากมนตร์ง่ายๆหรือมนต์พื้นฐานก่อน แต่ผลที่ออกมาก็คือมันแย่กว่าที่อาจารย์ฝึกสอนนั้นคิดเสียอีก สิ่งที่ตนนั้นสอนองค์ชายลำดับที่6อยู่นั้นก็คือการสร้างสิ่งของจากเวทย์ตามธาตุภายในตัวของตนเอง

ธาตุไฟจะเป็นลูกบอลไฟขนาดย่อมๆอยู่บนมือ ธาตุน้ำจะเป็นน้ำให้รูปทรงต่างๆตามที่ผู้ใช้นั้นคิดว่าจะให้เป็นอะไร ธาตุน้ำแข็งก็จะเป็นแท่งน้ำแข็งที่ติดอยู่บนเพดานถ้ำในอากาศเย็นๆลอยอยู่บนมือของผู้ใช้และก็จะมีอีกหลายๆธาตุที่ไม่สามารถเสกออกมาได้แต่สามารถควบคุมได้เช่นกัน ส่วนธาตุขององค์ชายลำดับที่6นั้นก็คือธาตุน้ำแข็งเพราะธาตุสามารถดูได้ด้วยสีของดวงตาของผู้ใช้ด้วย

และซึ่งอาจารย์ที่จะฝึกของแคสซีโอก็ต้องเป็นธาตุน้ำแข็งเช่นเดียวกับนักเรียนของตนเช่นกันภายในมือของอาจารย์หนุ่มนั้นมีแท่งน้ำแข็งที่สวยงามที่แฝงไปด้วยอันตรายหากสั่งให้นำด้วยแหลมชี้ไปข้างหน้าแล้วสั่งให้พุ่งด้วยความเร็วก็สร้างความเสียหายไม่น้อยลอยอยู่บนมือแล้วอาจารย์ส่วนตัวของแคสซีโอก็ลองให้แคสซีโอลองทำดูบ้าง

แต่ผลที่ออกมาดูไม่นานประทับใจมากนัก สิ่งที่หวังว่าจะลอยอยู่บนมือของตนเหมือนอย่างที่อาจารย์ของตนนั้นทำกลับกลายเป็นหยดน้ำที่สัมผัสได้ถึงความเย็นของน้ำลงบนฝ่ามือเพียงเท่านั้นสร้างความผิดหวังให้กับองค์ชายลำดับที่6เล็กน้อยเพราะตนนั้นอุสาตั้งใจทำแต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจของตนเองนั้นนึก แต่องค์ชายลำดับที่6ก็ไม่ได้สนใจในความล้มเหลวในครั้งแรกของตน

มันก็เป็นเพียงครั้งแรกเพราะงั้นก็สามารถผิดพลาดกันได้เป็นธรรมดาหรือคุณจะบอกว่าให้การทำอะไรสักอย่างในครั้งแรกแล้วจะประสบผลสำเร็จเลยหรือ?อย่างคนเราหัดเดินในครั้งแรกอยู่ๆก็เดินได้เลย?ไม่ใช่ พวกเรานั้นต้องมีความผิดพลาดความผิดพลาดของในการเดินครั้งแรกนั้นก็คือเราล้มลงใช่หรือไม่ละครับแต่เราจะหยุดแค่นั้นหรือ ไม่อีกเช่นกันเราก็ต้อบพยายามฝึกเดินต่อไปจนการจะได้

“อะ เอ่ออ..ไม่เป็นไรนะครับองค์ชาย พวกนี้เดี๋ยวฝึกไปเรื่อยๆก็เก่งขึ้นเองนั้นแหละครับ”อาจารย์ฝึกสอนพูดให้กำลังใจกับแคสซีโอแต่ถามว่าแคสซีโอนั้นรู้สึกอะไรไหมก็..ไม่..เพราะพวกเวทย์พวกนี้นะไม่เห็นจำเป็นต้องเรียนให้เก่งและประเสริฐอะไรเพียงเรียนให้พอเอาไปป้องกันตัวได้ก็เพียงพอแล้ว

เพราะเป็นน้องเล็กสุดและไม่ได้มีหน้าตาอะไรในสังคมมากแต่ถึงจะเป็นองค์ชายแต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเก่งเหมือนอย่างพวกพี่ๆของแคสซีโอและพ่อของตนนั้นไม่ได้คาดหวังอะไรกับตนมากนักจึงไม่ได้สนใจ

ชีวิตของผมน่ะแค่เอาตัวรอดไปวันๆก็เพียงพอแล้วละ…

แต่ถ้าสามารถใช้เวทย์ได้จริงๆมันก็ดีไปอีกเพราะในอนาคตข้างหน้าใช่ว่าจะมีอะไรแน่นอน ถ้าเกิดในตอนนั้นผมนั้นหรือคนอื่นนั้นตกอยู่ในอันตรายอย่างน้อยเราก็สามารถใช้เวทย์ช่วยเขาได้

เมื่อครบกำหนดการตามเวลาสอนแล้วอาจารย์ก็ปล่อยตัวขององค์ชายลำดับที่6ไปและถ้าถามว่าแคสซีโอนั้นจะไปไหนต่อจากนั้นหลายๆคนภายในวังหรือไม่สิอาจจะทุกคนเลยก็ได้คงคิดว่าชีวิตของผมนั้นอยู่แต่ภายในห้องของตนเองเท่านั้นแต่นั้นคงเป็นความคิดที่ใครหลายๆคนนั้นอาจจะคิดผิด

แคสซีโอเดินไปยังทางด้านหลังของวังแล้วทำการแอบหนีออกไปข้างนอกอย่างที่เคยทำทุกๆครั้งโดยที่ไม่สามารถมีใครคนใดจับแคสซีโอได้เลยสักคน

ที่ไม่มีใครจับได้นั้นอาจจะไม่มีคนสนใจในตัวตนที่มีอยู่ของแคสซีโออยู่แล้วก็คงไม่คิดกันว่าองค์ชายลำดับที่6นั้นจะแอบออกไปยังนอกวังจึงทำให้แคสซีโอนั้นดูจืดจางมากจึงขึ้น

ที่แคสซีโอนั้นต้องแอบออกมาก็เพราะว่าองค์ชายไม่ว่าจะเป็นลำดับที่ท่าไหร่นั้นก็จะต้องมีองครักษ์ตามไปยังนอกวังด้วยเสมอและด้วยเหตุนั้นแคสซีโอจึงแอบออกมาเพราะไม่อยากให้คนภายในวังนั้นรู้ว่าตนนั้นจะไปยังที่ใดเพราะที่แห่งนี้นั้นท่านพ่อได้ห้ามทุกๆคนเอาไว้ว่าไม่ให้เข้ามาและถ้าเกิดมีองค์รักษ์ตามมาด้วยผมก็โดนรายงานน่ะสิและอาจโดนสั่งห้ามออกจากวังและมีคนตามคุ้มตลอดเวลานี้สิ

เขานั้นไปยังป่าแห่งนั้นเมื่อ5ปีก่อนด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก11ขวบทั่วไปเป็นธรรมดาเมื่อเข้าไปแล้วเขานั้นก็ได้พบกับเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันที่อาศัยอยู่ภายในป่าแห่งนั้น

ผมสีบอนยาวจนถึงเอวเป็นคลื่นผิวสีขาวอมชมพู ดวงสีทองทอประกายและชุดสีขาวบริสุทธิ์ใบหน้าของเธอนั้นเรียกได้ว่าใครเห็นก็ต้องหลงไหลจึงเผลอคิดไปเสียได้ว่าคนนั้นตรงหน้าอาจจะไม่ใช่มนุษย์เสียก็ได้เพราะหน้าตาที่งามเกินกว่ามนุษย์นั้นจะมีใบหน้นั้นได้

มนุษย์อย่างนั้นหรออ่า นานแล้วสินะที่ไม่มีมนุษย์เข้ามายังที่นี้เธอพูดในสิ่งที่เด็กอายุ11ยากที่จะตีความในคำพูดนั้น แต่ที่เด็กชายอายุ11นั้นสงสัยก็คือคำพูดที่ว่าเธอนั้นพูดเหมือนอย่างกับตนนั้นไม่ใช่มนุษย์เสียอย่างนั้น

แล้วเจ้าเข้ามาทำอะไรในที่แห่งนี้กัน…”คำพูดที่เหมือนกับผู้ใหญ่ทำให้คำพูดพวกนั้นแลดูมากกว่ารูปร่างของนางไปมากโขง

ข้าแค่สงสัยว่าทำท่านพ่อของข้านั้นถึงได้ห้ามผู้คนเข้ามายังที่แห่งนี้ข้าเลยแอบเข้ามาดูว่าที่แห่งนี้มีอะไรเด็กหนุ่มตอบด้วยความใสซื่อและเป็นความจริงในกับนาง

แล้วเจ้าไม่กลัวหรือที่เข้ามาในป่าเพียงลำพังเด็กหนุ่มไม่ตอบเพราะกว่าที่ตนนั้นกว่าจะทำใจแล้วเข้ามาภายในป่าแห่งนี้ได้ก็ใช้เวลานานมากทีเดียว เด็กหนุ่มนั้นรู้ตัวเองดีว่าตนนั้นไม่ใช่พวกที่มีความกล้าหาญมากมายถึงเพียงนั้นจึงไม่ได้ตอบอะไรออกไป

หญิงสาวที่พอจะเข้าใจในท่าทีของผู้บุกรุกก็ไม่ได้กล่าวเอ่ยอะไรเพียงเดินออกไปจากที่ๆตนนั้นยืนอยู่กับเด็กชายเพียงเท่านั้น

ในป่าแห่งนี้นั้นอันตรายเจ้าจงกลับไปแล้วทำตามคำพูดขอพ่อเจ้าเสียจะดีกว่าแต่ก่อนที่นางจะเดินออกไปก็ไม่ลืมเตือนด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใยให้กับเด็กชาย

อะ..เอ่อ..ถ้าป่าแห่งนี้นั้นอันตรายแล้วทำไมเจ้าถึงยังอยู่ภายในที่แห่งนี้อีกละนางชำเลืองมองมาเล็กน้อย

ไม่ได้หรอกเพราะข้ายังต้องปกป้องป่าแห่งนี้นางพูดเพียงเท่านั้นพร้อมกับเดินออกไปก่อนที่เด็กชายผู้นั้นจะถามอะไรเขาอีก

“รีอันน่า!”เขาย่องเข้าไปยังทางด้านหลังของรีอันน่าพร้อมกับตะโกนชื่อขอเจ้าตัวจนทำให้เจ้าตัวนั้นสะดุ้ง

“เห้ออ..แคสซีโอเจ้าอีกแล้วอย่านั้นหรอ แล้วข้าก็บอกแล้วหนิว่าอย่าเข้ามาภายในป่านี้อีกแล้วที่เจ้าเข้ามาอีกนี่คือสิ่งใดกัน”ตั้งแต่เมื่อ5ปีที่แล้วที่ริอันน่าได้พบกับแคสซีโอ แคสซีโอก็จะมาหาตนทุกๆวันนับตั้งแต่นั้นและรีอันน่าเองก็จะเป็นฝ่ายบอกตนในทุกครั้งเช่นกันว่าห้ามเข้ามาภายในป่านี้อีก

แต่ขนาดท่านพ่อของตนเองนั้นยังไม่เคยที่จะฟังแล้วคิดว่าคนอย่างแคสซีโอนั้นจะยอมฟังรีอันน่าที่เป็นคนนอกอย่างนั้นหรือ..ไม่มีทางซะหรอก

“อ่า ข้าลืมไปถึงพูดไปเจ้าก็คงไม่คิดที่จะฟังงั้นสินะ”รีอันน่าพูดดักแคสซีโอไว้อย่างรู้ทัน”แล้ววันนี้เจ้าเข้ามาในป่านี้เพราะเหตุใด”

“ก็เหมือนอย่างเคย ก็แค่เข้ามานั่งเล่นเป็นเพื่อนเจ้ายังไงละ”

“แต่ข้าไม่ต้องการ..แล้วก็อีกอย่างเจ้าไม่คิดที่จะมีเพื่อนสักหน่อยหรือ”แคสซีโอส่ายหัวไปมา

“ก็มีแล้วไงรีอันน่าก็เจ้าไง..แล้วอีกอย่างไม่เห็นจำเป็นต้องสนิทกับใครเข้าไว้เลยหนิเพียงเจ้าคนเดียวก็เพียงพอแล้วละ”บทสนทนาจบลงแต่เพียงเท่านั้นก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องแล้วพูดคุยกันเรื่องอื่น

“นี่รีอันน่าวันนี้ข้าได้ลองเสกแท่งน้ำแข็งดูเป็นครั้งแรกละแต่สิ่งที่ข้าทำได้น่ะมันแย่กว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีกน่ะรีอันน่า”รีอันน่านึกภาพของสหายตนเองนั้นใช้เวทย์พื้นฐานไม่สำเร็จก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย

“ทำไมละมันแย่ถึงเพียงนั้นเลยอย่างนั้นเลยหรือ”ชายหนุ่มไม่ตอบเพียงพยักหน้าเหมือนอย่างตอนเด็กๆที่เคยทำ

“แล้วยังไงละเจ้าจะให้ข้าช่วยสอนเรื่อเวทย์ให้อย่างนั้นหรือ”

“ก็..ไม่รู้ข้าแค่อยากฝึกเอาไว้เพื่อป้องกันตัวกับนำไปใช้ในอนาคตยามจำเป็นเพียงเท่านั้นน่ะรีอันน่า”ถึงจะบอกว่าตนนั้นไม่สนใจว่าตนเองนั้นจะใช้เวทย์ได้ห่วยเพียงใดก็ตามแต่ก็อย่างที่บอกว่าเอาไว้ป้องกันตัวเองสักเล็กน้อยก็ดีเหมือนจะไม่ใช่ว่าจะค่อยรอให้คนอื่นนั้นมาช่วยตนอย่างเดียว

“ได้สิ..ข้าตกลง ข้าจะช่วยสอนเจ้าเองแคสซีโอแต่..”รีอันน่าหยุดพูดและมองเข้าที่แคสซีโอ”การฝึกของข้ามันอาจจะโหดไปสักหน่อยนะ เจ้ายังจะให้ข้าฝึกให้อยู่รึเปล่าละ”รีอันน่ากอดอกแล้วมองเข้าที่แคสซีโอแล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

คงไม่โหดเหมือนอย่างท่านพี่หรอก..

“…อืม ตกลงสิ”

“แล้วเจ้าอยากจะให้ข้าเริ่มการฝึกวันไหนละแคสซีโอ”

“เรื่องนั้นเจ้าอยากจะเริ่มวันไหนก็เริ่มไปเถอะ”

“อืมม..งั้นวันพรุ่งนี้แล้วกันนะที่จริงข้าก็อยากที่จะเริ่มภายในวันนี้อยู่เหมือนกันแต่ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการที่จะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการฝึกมากกว่าที่จะมาฝึกในวันนี้ เพราะงั้นวันนี้ข้าว่าเจ้าควรที่จะรีบกลับไปได้แล้วละทางนั้นท่าจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแล้วละนะแคสซีโอ โชคดีละสหายรัก”ว่าแล้วรีอันน่าก็หายตัวไปจากสายตาของแคสซีโอทันที ก่อนที่รีอันน่านั้นจะไปรีอันน่านั้นได้บอกกับข้าว่าให้รีบกลับเพราะมีเรื่องวุ่นเกิดขึ้น

แคสซีโอจึงไม่รีรอที่จะกลับไปยังวังในทันทีเพราะคำพูดของรีอันน่านั้นตรงและถูกเสมอมาทำให้แคสซีโอนั้นเชื่อในคำพูดของรีอันน่าเป็นอย่างมากเพราะมันแม่นยิ่งกว่าหมอดู

เมื่อถึงยังวังแคสซีโอก็ชะงักเล็กน้อยเพราะในตอนนี้ทางด้านหลังของวังนั้นตอนนี้มีทหารยืนเฝ้าอยู่หนาแน่นมากจึงขึ้นทำให้แคสซีโอนั้นไม่สามารถแอบเข้าไปภายในวังได้ และดูเหมือนในตอนนี้แคสซีโอนั้นยืนมองอยู่นานมากเกินไปทำให้มีทหารนายหนึ่งมองเห็นแคสซีโอและนั้นหมายถึงว่าความบัลลัยได้คลืบคลานเข้ามาใกล้ตัวของแคสซีโอมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าทหารเมื่อเห็นว่าองค์ชายลำดับที่6อยู่ตรงนั้นก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปรายงานกับองค์ชายลำดับที่2ในทันที

เมื่อเขานั้นรู้ตัวแล้วแคสซีโอจะแอบอยู่อีกทำไมละก็ต้องยอมออกมากจากที่ๆตนนั้นซ่อนอยู่พร้อมกับเดินเข้าไปภายในวังและแน่นอนเขานั้นก็ต้องเจอกับพี่รองของตนที่ยืนอยู่ข้างหน้าของแคสซีโอพร้อมกับเลิกคิ้วแล้วเหมือนจะถามว่าไปไหนมา

“ข้า..ข้าแค่อยากกออกไปเดินเล่นนอกวังเท่านั้น”แคสซีโอในตอนนี้เหมือนอย่างเด็กที่ทำผิดแล้วยืนสารภาพบาปกับผู้ใหญ่อยู่

“แล้วเหตุใดทำไมนำองครักษ์ไปด้วย”แคสซีโออำๆอึงๆ

“ข้าไม่อยากที่จะรบกวนพวกเขาน่ะ..”แคสซีโอตอบด้วยน้ำสียงที่แผ่วเบาแต่กู่ร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง ข้าตอบเหตุผลกอะไรไปล่ะนั้น!ใครมันจะไปเชื่อ

“แล้วนี่เจ้าออกไปตอนกี่โมง”เดี๋ยวนะท่านพี่ถ้าทท่านเชื่อนี่ขอด่าทีเถอะ

“ตะ ตอนอาจารย์ปล่อยน่ะ”เอิร์นออนรัสที่เห็นว่าท่าทีขององค์ชายแคสซีโอแปลกๆในตอนเที่ยงมาหลายเดือนจึงลองดูว่าน้องชายคนเล็กของตนนั้นไปไหนในตอนทีอาจารย์ท่านปล่อยในช่วงแรกๆเอิร์นออนรัสก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายแต่หลังๆก็จะไปดักรอที่หน้าห้องของน้องชายของตนซึ่งผลที่ได้ก็คือแคสซีโอไม่ได้กลับมายังห้องอย่างที่ควรจะเป็นวันต่อมาเอิร์นออนรัสจึงแอบตามน้องชายของตนว่าไหนหลังอาจารย์ปล่อยและสิ่งที่เอิร์นออนรัสนั้นตกใจก็คือแคสซีโอนั้นแอบออกไปนอกวังแล้วเขาก็แอบตามดูว่าน้องของตนนั้นจะทำเยี่ยงนั้นทุกๆวันหรือไม่และผลก็คือใช่ น้องคนเล็กของอาณาจักรนั้นแอบออกไปข้างนอกวังโดยทุกๆวันแล้วยังไม่นำองครักษ์ตามไปอีกด้วย

ในวันนี้เอิร์นออนรัสจึงจะคุยกับน้องชายของตนให้รู้เรื่อง

“แล้วเจ้าออกไปเดินเล่นนอกวังในทุกๆวันเลยอย่างนั้นหรือ”แคสซีโอหยุดชะงักที่พี่ชายของตนนั้นรู้ว่าตนไม่ได้ออกไปนอกวังเพียงแค่วันนี้วันเดียวแต่ออกไปทุกๆวัน พี่ชายคนนี้นั้นรู้ถึงเพียงขนาดนี้เชียวหรือ!

“คะ ครับ”เอิร์นออนรัสยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วจับที่ไหล่ของแคสซีโอ

“เจ้าเป็นถึงองค์ชายถ้าเกิดเจ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไรกัน”อยากที่จะเถียงแต่ก็ไม่อาจหาญและกล้ามากพอที่จะเถียง

เขานั้นเกลียดวามขี้ขลาดของตน..มากกว่าสิ่งใด

“ขะ ขอโทษครับ…”

“ไม่ไหวจริงๆเลยนะ..วันหลังอย่าทำเช่นนี้อีกนะแคสซีโอ”และองค์ชายเอิร์นออนรัสก็ทำในสิ่งที่แคสซีโอนั่นนึกไม่ถึง

องค์ชายลำดับที่2เดินเข้ามากอดน้องเล็กพร้อมกลับกระซิบว่าไม่เป็นไรแต่วันหลังอย่าได้ทำอีกที่ข้างๆหูของแคสซีโอ

“ไปเดี๋ยวข้าจะไปส่งเจ้าที่ห้องเอง”ไม่รู้ว่าด้วยความระแวงหรืออะไรถึงทำให้องค์ชายลำดับที่2นั้นพูดเช่นนั้นขึ้นมา

“ไม่เป็นไรหรอกท่านพี่ข้าไม่อยากรบกวนท่านเพราะงั้นข้านั้นสามารถกลับไปยังห้องตนเองได้และท่านก็ไมต้องกังวนว่าข้าจะหนีไปข้างนอกอีกในตอนนี้หรอก”

“ใครว่าข้าคิดว่าเจ้าจะหนีไปอีกละข้าแค่อยากใช้เวลาร่วมกับน้องชายของตนเองๆเสียก็เท่านั้นไม่เห็นจะมีอะไรน่าแปลกตรงไหนแล้วเรื่องรบกวนเวลาของข้านั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกแค่ข้าสละเวลาเล็กน้อยเพื่อมาอยู่กับน้องชายเพียงเล็กน้อยก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยหนิ”ว่าแล้วเอิร์นออนรัสก็จุงมือของน้องชายตนเองแล้วพาเดินไปส่งยังห้องของแคสซีโอ

“ขอบคุณครับท่านพี่”แคสซีโอโค้งตัวให้กับเอิร์นออนรัสก่อนที่จะเข้าไปภายในห้องของตน เมื่อเข้าไปภายในห้องแคสซีโอก็เดินตรงไปหาเตียงในทันทีก่อนจะล้มตัวลงนอนก่อนจะคิดถึงแผนผังพี่น้องคราวๆของตนเอง

องค์ชายลำดับที่1เทย์วอน องค์ชายลำดับที่2เอิร์นออนรัส องค์หญิงลำดับที่3วินิไอ องค์ชายลำดับที่4การน์เน็ต องค์ชายลำดับที่5เอเทอร์และองค์ชายลำดับที่6แคสซีโอ พวกเขานั้นเป็นพี่น้องต่างสายเลือดและแคสซีโอนั้นไม่สนิทกับใครเลยสักคนแต่แคสซีโอนั้นก็ไม่รู้เช่นกันว่าทั้ง5คนนั้นจะสนิทกันหรือไม่แคสซิโอไม่รู้ว่าพวกเขานั้นรู้สึกกับตนอย่างไรและก็ไม่ค่อยอยากที่จะรู้สักเพียงใด..

ในที่จริงแล้วในตอนเช้าของทุกๆวันนั้นทุกคนจะต้องมานั่งทานอาหารให้พร้อมหน้ากันเพื่อที่มันจะได้เป็นการเพิ่มความสนิทสนมกับพี่น้องด้วยกันเองแต่แคสซิโอนั้นไม่ได้ลงไปทานอาหารเช้าร่วมกับคนอื่นๆอย่างที่เคยจะเป็น

ด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวันแคสซิโอที่กำลังล้มตัวลงนอนอยู่ที่เตียงนั้นก็เกิดอาการง่วงและก็นอนไปโดยที่ตนนั้นยังไม่ได้ห่มผ้าหรืออะไรเลยสักนิดและอย่างที่รู้ๆกันว่าในตอนกลางคืนนั้นอากาศจะหนาวเย็นและคนที่ร่างกายไม่เเข็งแรงนั้นอาจเป็นไข้ได้

เวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แต่ร่างกายนั้นบอกกับตนเองว่าให้ตนนั้นตื่นแต่เมื่อแคสซิโอนั้นตื่นขึ้นก็พบกับห้องที่มืดมิดพอกับผ้าห่มที่โอบรอบตนเอง

แคสซิโอไม่ได้สนใจว่าในตอนเข้าห้องมานั้นตนไม่ได้ห่มผ้าห่มเอาไว้หรือไม่ แคสซิโอจึงเดินไปเปิดไฟของห้องตนเองเมื่อแคสซิโอนั้นนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้อาบน้ำจึงเดินเข้าไปอาบในทันที

เมื่อแคสซิโออาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำหมายจะกลับไปนอนอีกรอบแต่ก็นอนไม่หลับจึงเกิดความคิดขึ้นมาว่าให้ตนนั้นออกไปเดินเล่นเสียถึงมันจะแปลกๆไปบ้างก็เถอะที่จะมีคนมาเดินบนวังในตอนกลางคืน

เมื่อเดินไปได้สักพักก็เกิดอยากที่จะเห็นสวนของวังในตอนกลางคืนเพราะแค่ทางเดินนั้นยังสวยได้ถึงเพียงนี้แล้วถ้าเกิดเป็นในสนละ?แคสซิโอไม่รีรอที่มุ่งตรงไปยังสวนทันที

สิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อเข้ามายังสวนนั้นก็คือลมเย็นที่ปะทะเข้ากับผิวขาวซีดดุจหิมะของแคสซิโอจนทำให้เจ้าตัวยกมือขึ้นกุมต้นแขนของตนไว้เพื่อเพิ่มไออุ่นให้กลับร่างกายของตนแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

"อย่างที่ข้าคิดจริงๆสวนนี้ในตอนกลางวันก็สวยในตอนกลางคืนก็ยิ่งสวยมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า.."แสงพระจันทร์ตกกระทบกับผิวน้ำทำให้น้ำดูเปล่งประกายส่วยพืชต่างๆก็พริ้วสะไหวไปกับสายลม แคสซิโอมองภาพตรงหน้าก่อนจะค่อยๆนั่งลงบนพื้นหญ้า

"ภาพนี้ช่างคุ้นตายิ่่งนัก..ทำไมกันละ.."แคสซิโอร้องไห้ออกมาโดยที่ตาคงยังไม่กระพริบ"แล้วทำไมน้ำตานี้ถึงไหลออกมาได้กัน.."แคสซิโอนั่งพึมพรำกับตนเองคนเดียวแคสซิโอส่ายหน้าพร้อมกับเช็ดคราบน้ำตาก่อนที่จะลุกขึ้นจากพื้นหญ้าแล้วกลับเข้าไปยังตัววังเพื่อไม่ให้เกิดความคิดฟุ่งซ่านไปมากกว่านี้

เมื่อถึงยังเตียงนุ่มที่แสนคุ้นเคยแคสซีโอก็ล้มตัวลงนอนกับเตียงแล้วบอกกับตัวเองว่าไม่น่าไปยังสวนเลยเพราะมันทำให้แคสซีโอนั้นต้องเก็บเรื่องนั้นมาคิดให้ปวดสมองอีกสักพักดวงตาของแคสซิโอก็ปิดลงอย่างช้าๆ

แอสคีโอถ้าตำนานนั้นเป็นจริงขึ้นมาข้าต้องทำอย่างไร

เจ้าก็เพียงทำตามที่ตำนานนั้นว่าเสียเถอะถ้าหากโชคชะตาอยากจะให้เป็นเช่นนั้น

แต่แอสคีโอข้าไม่อยากที่จะทำชายหนุ่มนามว่าแอสคิโอไม่พูดเอ่ยอะไรเพียงยิ้มให้อีกฝ่ายน้อยๆ

ฉากถูกเปลี่ยนไปเป็นที่อื่นแต่ยังคงมีผู้ชาย2ทั้ง2คนนั้นอยู่คล้ายกับการแสดงละครในภาพเลือนลาง

แอสคีโอเจ้า..เจ้าทำไมเจ้าถึงเชื่อเรื่องโชคชะตามากถึงเพียงนั้นหรือ

ข้าไม่รู้หรอกโทคาเอล..”แล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกแต่สักพักหนึ่งแอสคีโอก็เอ่ยคำพูดขึ้น

โทคาเอลช่วงเวลาของข้านั้นใกล้หมดลงแล้วเมื่อข้านั้นจากไปเจ้าก็อย่าได้เสียใจในเรื่องนั้น เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อซะเสียเถิด

แอสคีโอทำไมเจ้าถึงพูดอย่างนั้นละ ไอตำนานนั้นมันอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ แอสคีโอแล้วทำไมถึงพูดให้เป็นลางอย่างนั้นกันแคสซิโอไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มทั้ง2นั้นพูดอะไรแต่ก็คงยังมองทอดลงไปยังภาพเบื้องหน้าและพยายามที่จะทำความเข้าใจ

ไม่หรอกข้าก็พูดไปอย่างนั้นเจ้าอย่าได้เก็บเรื่องนี้ไปคิด..”ประโยคนั้นควรจะบอกเขาเสียมากกว่า..

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้แคสซีโอตื่นขึ้นจากห้วงแห่งความฝัน

“องค์ชายแคสซิโอเจ้าค่ะตื่นได้แล้วนะเจ้าค่ะ”สาวใช้ส่วนตัวของแคสซิโอเคาะประตูเพื่อปลุกแคสซิโอในตอนเช้าเหมือนอย่างทุกครั้ง

ในวันนี้เขาเริ่มมีความคิดแปลกๆขึ้นใจหนึ่งแคสซิโออยากจะไปทานข้าวเช้าในตอนเช้าพร้อมๆกับท่านพี่ทั้งหลายของตนแต่อีกใจหนึ่งของแคสซิโอนั้นก็กลัวการที่ต้องเผชิญหน้ากับท่านพี่ทั้งหลายของตนที่ไม่ได้เจอมาเป็นเวลานานเช่นเดียวกันถ

ถึงแม้ว่าองค์ชายเอเทอร์จะเป็นผู้มาเรียกตนนั้นไปเรียนบ่อยๆแต่ก็ใช่ว่าจะเจอหน้ากันบ่อยและก็แทบไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำและไอการฝึกที่แคสซิโอนั้นกลัวก็ผ่านมาจะครึ่งปีแล้วด้วยก็เรียกได้ว่าในตอนนั้นเป็นช่วงเวลาล่าสุดที่แคสซินั่นได้เจอกับองค์ชายเอเทอร์

“ดีเลียน..วันนี้ไม่ต้องนำอาหารเช้ามาให้ข้านะเพราะข้าจะลงไปทานเอง”ก่อนที่สาวใช้ของตนนั้นจะลงไปเพื่อนำอาหารมาให้ตนแคสซิโอก็เรียกขัดเอาไว้ก่อน

“คะ..ค่ะ”ดีเลียนพูดด้วยน้ำเสียงติดอ่างเล็กน้อยซึ่งแคสซิโอก็เดาได้ไม่อยากที่สาวใช้ของตนนั้นจะน้ำเสียงติดอ่างพร้อมทั้งยังเอามือปิดปากและเบิกตากว้าง จะเวอร์ไปไหม?

แคสซิโอจัดการกับตนเองให้เรียบร้อยก่อนที่แคสซิโอนั้นจะลงไปยังห้องอาหารซึ่งอยู่ชั้นล่างของวัง

‘ท่านพี่เทย์วอน เมื่อวานข้าได้เจอกับน้องเล็กด้วยละ’แคสซิโอได้ยินเสียงพูดคุยของเอิร์นออนรัสคุยเกี่ยวกับเรื่องของตนเองแคสซิโอจึงหยุดแอบฟังที่เอิร์นออนรัสพูดคุยกับเทร์วอนในห้องอาหาร

‘หืมม..แล้วแคสซิโอเป็นไงบ้างในตอนนี้’น้ำเสียงของเทร์วอนฟังดูตื่นเต้นเล็กน้อยยามพูดถึงน้องชายคนสุดท้อง

‘แคสซิก็น่ารักขึ้นมากเลยครับท่านพี่เพราะปกติข้าเห็นเขาจากไกลๆเท่านั้นจึงไม่ค่อยชัดเสียเท่าไหร่แล้วเมื่อวานก็มีเหตุผลที่ทำให้ข้าได้เข้าหาแคสซิโอได้พอดีจึงได้เห็นแคสซิโออย่าชัดๆและที่น่าเศร้าแคสซิโอก็ดูเหมือนจะสร้างระยะห่างกับพวกเรามากขึ้นอีกแล้วละท่านพี่’

‘แน่นอนอยู่แล้วน้องของพวกเราน่ะน่ารักที่สุดแล้วไม่เหมือนกับผู้หญิงบางคนแถวนี้หรอกทั้งๆที่เป็นผู้หญิงแท้ๆแต่ดังห้าวเกินกว่าเป็นผุ้หญิงซะเสียได้...เห้อออ’องค์ชายเทเวอน์ที่บงบอกถึงความเห่อน้องชายคนเล็กมากแค่ไหนเมื่อฟังจากประโยคนี้และไม่ลืมที่จะแขว่องค์หญิงวินิไอ

“หา!ไรน่ะเจ้าว่าข้าไม่เหมือนผู้หญิงอย่างนั้นหรือ เหอะข้าออกจะบอบบางและน่ารัก”

“จร้าๆน้องสาวผู้น่ารัก..แล้วเอิร์นออนรัสเจ้าบอกข้าว่ามีเหตุการณ์ที่ทำให้เจอกับน้องเล็กคืออะไรหรือ”

“เอ่อ..เรื่องนั้นคือแคสซิโอแอบออกไปนอกวังคนเดียวแล้วข้านั้นแอบตามดูน้องมานานแล้วก็เลยรู้ว่าแคสซิโอนั้นแอบออกไปนอกวังเพียงคนเดียวในเมื่อวานข้าจึงออกไปดักรอแคสซิโอจึงไม่เจอกัน”

“หา! แคสซิโอน่ะหรือแอบออกไมข้างนอกวังเพียงคนเดียว”

“อืม ข้าก็ไม่คิดหรอก”องค์ชายเทย์วอนถอนหายใจ

แอ๊ดดด

“…ขออนุญาตนะครับทะ ท่านพี่”เหมือนแคสซิโอนั้นทิ้งน้ำหนักตัวลงไปยังประตูมากเกินไปทำให้ประตูห้องอาหารเปิดและเกิดเสียงขึ้นทำให้คนภายในห้องอาหารหันมามองผู้มาใหม่และเมื่อเห็นผู้มาใหม่ทุกคนภายในห้องก็เบิกตากว้างขึ้น

“ขะ..แคสซิโอ”เสียงขององค์ชายลำดับที่5นามว่าเอเทอร์เอ่ยชื่อของน้องชายคนเล็กอย่างแผ่วเบา

-TBC.-

ถ้าเจอคำผิดสามารถบอกกันได้นะคะจะได้แก้ให้คะ [แก้ไขคำผิดแล้ว]

ความคิดเห็น