ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ ช่วยติดตามต่อไปด้วยนะ ><

ห่วงที่ 4 ในความมืด

ชื่อตอน : ห่วงที่ 4 ในความมืด

คำค้น : ห่วงโซ่อารมณ์,เชน,โซ่,วาย,ก้อง,โชติ,หมอนข้างขวา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.5k

ความคิดเห็น : 248

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 23:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ห่วงที่ 4 ในความมืด
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

ห่วงที่ 4ในความมืด

 

-โซ่-

 

“ถึงแล้ว” เสียงของไอ้เชนดังขึ้นเมื่อรถคันที่มันขับจอดที่บริเวณลานจอดรถของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง

 

ผมไม่ตอบอะไรกลับไปแต่ก็ปลดเข็มขัดนิรภัยที่คาดออกและเปิดประตูเดินลงไปจากรถ หลังจากที่มันพาผมไปร้านทำผมมันก็พาไปกินข้าวก่อนที่จะมาจบที่โรงแรมแห่งนี้

 

โรงแรมห้าดาวที่มีผับดังที่เป็นที่รู้จักและเป็นที่หมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนมาก สวรรค์ยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟและโลกีย์ที่ผมไม่อยากจะเข้าไปเลยสักนิด แค่ยืนอยู่ข้างนอกก็พอจะจิตนาการออกแล้วว่าข้างในจะเป็นอย่างไร แต่ผมก็คงจะไม่มีทางเลือกอะไรได้มากไปกว่าการยอมทำตามที่ไอ้เชนมันต้องการ

 

“เชิญครับ” มันยื่นมือมาตรงหน้าผมเพื่อให้ผมจับซึ่งก็แน่นอนว่าผมปัดมือของมันออกไปและเดินตรงเข้าไปยังประตูด้านหน้า

 

ผมกับไอ้เชนขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 40 ที่เป็นที่ตั้งของผับ ทันทีที่ผมเดินผ่านคนเปิดประตูและเข้าไปด้านในก็รู้สึกเหมือนกับว่าหลุดไปอยู่ที่โลกอีกใบหนึ่ง ผู้คนมากมายที่อยู่ด้านในบางส่วนก็กำลังยืนเต้นไปตามจังหวะเสียงเพลง คนบางส่วนก็กำลังนั่งดื่มอยู่ที่โต๊ะ

 

ผมมองสำรวจไปรอบๆอยู่สักพักแล้วก็พบว่านักท่องเที่ยวของที่นี้มีมากมายหลายกลุ่มทั้งคนยุโรปและเอเชีย และตอนนี้ก็เริ่มที่จะมีหลายคนมองตรงมายังบริเวณที่ผมยืนอยู่

 

ปกติแล้วผมไม่ค่อยจะสนใจสายตาของคนรอบข้างที่มองมาแต่ว่าครั้งนี้ผมกลับรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเหมือนทุกครั้ง ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะทรงผมใหม่ที่ไอ้เชนมันบังคับให้ทำ

 

ผมล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงและหยิบที่มัดผมเส้นเล็กๆสีดำขึ้นมาและจัดการมัดผมตัวเองให้เป็นหางม้าต่ำซึ่งเป็นแบบที่ผมชอบมัดตอนที่เคยไว้ผมยาว

 

“มึงจะยืนอ่อยอีกนานไหม” เสียงเข้มๆดังขึ้นด้านหลังอย่างไม่พอใจซึ่งผมก็รู้ได้ทันทีว่าใครเป็นเจ้าของเสียงนั้นและตอนนั้นเองก็ทำให้ผมคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ วันนี้ทั้งวันผมถูกมันบังคับมาตลอดโดยที่ไม่สามารถขัดคำสั่งมันได้ แต่อย่างน้อยผมก็ขอเอาคืนมันสักหน่อยก็แล้วกันถึงแม้ว่าผมจะไม่ค่อยชอบวิธีนี้สักเท่าไรก็เถอะ

 

ผมแกะที่มัดผมออกและมัดใหม่อีกครั้งแต่ครั้งนี้ผมตั้งใจยกแขนขึ้นสูงๆทำให้เสื้อยืดที่ใส่อยู่เลื่อนขึ้นสูงเลยหน้าท้องขึ้นมา

 

“ไอ้โซ่” เสียงตวาดดังขึ้นด้านหลังก่อนที่จะมีมือๆหนึ่งเลื่อนมาปิดหน้าท้องของผมเอาไว้และหมุนตัวผมให้หันหลังกลับไปเผชิญกับสายตาโหดๆ

 

“มึงคิดจะยั่วโมโหกูใช่ไหม”

 

“ยั่วโมโหอะไร กูก็แค่มัดผมเอง”

 

“มึงไม่รู้หรือไงว่าถ้ายั่วโมโหกูมากๆแล้วจะต้องเจอกับอะไร”

 

“กูยังไม่ได้ยั่วโมโหมึงเลยนะ กูก็แค่มัดผมแล้วเสื้อมันก็เลื่อนขึ้นเอง” ผมพูดพร้อมกับค่อยๆดึงชายเสื้อของตัวเองขึ้นมานิดๆ

 

“ไอ้โซ่....มึงมานี้เลย” ไอ้เชนมันจับมือของผมไว้แน่นก่อนที่จะดึงผมให้เดินตามมันไปก่อนที่มันจะสั่งให้ผมนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นทำเลดีที่สุดของผับ

 

 ไอ้เชนมันนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ติดกับผมก่อนที่มันจะจับที่คางผมเบาๆให้หันหน้าไปหามัน “มึงเป็นของกู ร่างกายมึงก็เป็นของกู คนอื่นไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เห็นหน้าท้องมึง”

 

ผมคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “กูเข้าใจแล้ว ถ้างั้นให้ดูอย่างอื่นที่ไม่ใช่หน้าท้องได้ใช่ไหม”

 

“วันนี้กูอารมณ์ดีมาทั้งวันอย่างทำให้กูต้องอารมณ์เสียตอนนี้มึงเข้าใจไหม เพราะมึงคงไม่อยากรู้หรอกว่าเวลาที่กูควบคุมตัวเองไม่อยู่จะเป็นยังไง”

 

“มึงควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วจะเปลี่ยนร่างเป็นเดอะฮัคหรือไง หึหึ” ผมหัวเราะในลำคอพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก

 

“ไอ้โซ่” มันจ้องผมด้วยสายตาดุดันและออกแรงบีบคางมากขึ้นจนผมเริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมานิดๆ ซึ่งนั้นก็เป็นสัญญาณเตือนว่าผมควรที่จะหยุดยั่วโมโหมันแค่นี้ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ตามมามันอาจจะไม่คุ้ม

 

“ไอ้เชน กูเจ็บ...” ผมพูดเสียงอ่อยๆซึ่งเสียงนั้นก็ทำให้สายตาของไอ้เชนกลับมาเป็นเหมือนปกติก่อนที่มันจะค่อยๆปล่อยมือจากคางของผม

 

“ที่มึงเจ็บก็เป็นความผิดมึงเองที่ยั่วโมโหกู” ไอเชนมันนิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่มันจะยกมือเรียกพนักงานของร้านเพื่อสั่งเครื่องดื่ม

 

ในระหว่างนั้นผมก็นั่งฟังเพลงที่กำลังเปิดอยู่ถึงแม้ว่าเพลงเหล่านั้นจะไม่ใช่แบบที่ผมชอบเลยแม้แต่น้อย แต่ว่านั้นก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมพอจะทำเพื่อฆ่าเวลาได้ตอนนี้

 

“เครื่องดื่มที่สั่งไว้ได้แล้วครับ” ไม่นานเสียงชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นเป็นภาษาไทยทำให้ผมต้องรีบหันกลับไปมองยังต้นเสียงทันที

 

ชายหนุ่มหน้าตาดีที่สังเกตจากใบหน้าและสำเนียงภาษาไทยที่ชัดเจนทำให้ผมคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นลูกครึ่งไทยแน่นอน

 

“กูพึ่งรู้นะเนี้ยว่าผับนี้เจ้าของโรงแรมต้องมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง” เสียงของไอ้เชนพูดทักทายกับอีกฝ่ายเป็นภาษาไทย

 

“ก็นานๆลูกค้าวีไอพีอย่างมึงจะมาผับกูสักทีกูก็ต้องบริการเป็นพิเศษหน่อยสิวะ” ชายคนนั้นพูดก่อนที่จะวางแก้วเครื่องดื่มไว้ตรงหน้าไอ้เชนและนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่

 

ชายคนนั้นยื่นมือมาตรงหน้าผมและกล่าวคำทักทายเป็นภาษาอังกฤษ “สวัสดีครับ ผมชื่อคิว ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณ.....”

 

“ใช้ภาษาไทยก็ได้ครับ ผมชื่อโซ่ครับ” ผมยื่นมือไปสัมผัสกับอีกฝ่ายพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อยตามมารยาท

 

“คุณโซ่รู้ไหมครับ ว่าคุณโซ่เป็นคนที่ยิ้มได้สวยที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมาเลย”  คนที่ชื่อคิวพูดขึ้นและทำสายตากรุ่มกริ่มส่งมาให้ ส่วนมือที่จับอยู่นั้นก็ไม่ยอมปล่อยออกจนไอ้เชนที่นั่งอยู่ต้องมาดึงมือเพื่อนมันออกไป

 

“เสียงก็หวาน หน้าก็สวย แถมมือยังนุ่มอีกต่างหาก กูโคตรจะอิจฉามึงเลยวะไอ้เชน” ไอ้เชนมันไม่พูดอะไรนอกจากหัวเราะเบาๆอย่างภูมิใจ

 

“ตอนแรกที่มึงบอกว่ามึงจะแต่งงานกูก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกว่าคนอย่างมึงจะยอมผูกมัดกับใคร แต่พอกูได้เห็นหน้าเจ้าสาวกูก็เข้าใจเลยวะ เพราะถ้ากูมีเจ้าสาวแบบนี้กูก็ไม่รู้ว่าจะไปมองคนอื่นให้เสียเวลาทำไม”

 

“พูดกับกูก็มองหน้ากูดิ มึงจะไปมองหน้าไอ้โซ่ทำไมวะ”

 

“มึงต้องทำใจวะได้เชนก็เจ้าสาวมึงสวยซะขนาดนี้จะไม่ให้กูมองได้ไง อีกอย่างนะมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่มึงจะห้ามไม่ให้คนอื่นมอง ไม่เชื่อมึงมองไปรอบๆดิ” คิวพูดจบไอ้เชนมันก็หันไปมองรอบๆ ผมเองก็เช่นกัน

 

ตอนนี้ในผับมีหลายคนมากที่กำลังจ้องมองมาทางผมแต่พอไอ้เชนหันไปคนพวกนั้นก็รีบหลบตาทันที

 

เรื่องที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาผมไม่รู้สักอะไรเลยสักนิดเพราะตอนนี้เรื่องที่สำคัญกว่านั้นก็คือบทสนทนาที่พึ่งจะได้ยินไปเมื่อสักครู่

 

เพื่อนไอ้เชนมันพูดเหมือนกับว่าไอ้เชนกำลังจะแต่งงานและเจ้าสาวของมันก็คือผม

 

คิวลุกขึ้นยืนมองมาทางผม “โซ่อยากดื่มอะไรสั่งเติมที่เลยนะครับ คืนนี้ผมเลี้ยงเอง”

 

“แล้วกูอะ ไม่เลี้ยงกูหรือไง” ไอ้เชนมันหันไปถามเพื่อนมัน

 

“รวยอย่างมึงยังต้องให้คนอื่นเลี้ยงอีกหรือไง......เดี๋ยวกูไปเคลียร์งานแปปนึงเดี๋ยวมา” คิวพูดจบก็เดินออกไปทันทีแต่ก่อนหน้านั้นก็ยังหันมายิ้มให้ผมซึ่งผมก็ยิ้มตอบกลับไป

 

“กูว่ามึงไม่ต้องยิ้มขนาดนั้นก็ได้มั่ง” ไอ้เชนมันพูดน้ำเสียงแสดงความไม่พอใจ

 

“กูจะยิ้มให้ใครมันก็เรื่องของกูเปล่าวะ”

 

“มันจะเรื่องของมึงได้ไงในเมื่อว่าที่สามีมึงนั่งอยู่ข้างๆอย่างนี้”

 

“มึงหมายความว่าไง ว่าที่สามีอะไร แถมยังเรื่องที่มึงคุยกับเพื่อนมึงเมื่อกี้นี้เรื่องแต่งงานอะไรนั้นด้วย มึงบอกกูมาไอ้เชนว่ามึงคิดจะทำอะไรกันแน่”

 

“หึหึ” ไอ้เชนมันหัวเราะเบาๆและยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มอย่างอารมณ์ดีโดยไม่คิดจะตอบคำถามที่ผมพึ่งถามไป

 

“ไอ้เหี้ยเชน อย่ากวนตีน มึงคิดจะ...”ผมยังไม่ทันพูดจบไอ้เชนมันก็ใช้มือโน้มคอผมเข้าไปใกล้และประกบปากจูบทันที มันไม่ใช่จูบธรรมดาแต่ว่าในปากของมันมีเหล้าที่พึ่งดื่มเข้าไปด้วย เหล้าบางส่วนในนั้นไหลเข้าไปในปากผมอย่างอัตโนมัติ ตอนนั้นผมยอมรับว่าตกใจและทำอะไรไม่ถูกซึ่งกว่าจะได้สติไอ้เชนมันก็ถอนริมฝีปากมันออกไปแล้ว

 

ผมได้แต่นั่งก้มมองไปที่พื้น ผมไม่กล้าหันไปมองทางอื่นเพราะผมรู้สึกได้ว่าตอนนี้สายตาของคนที่อยู่รอบข้างกำลังจ้องมองมาที่ผมกับเหตุการณ์ที่พึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อสักครู่

 

ไอ้เหี้ยเชนมันจูบผม แถมยังจูบต่อหน้าคนมากมาย ผมได้แต่กำหมัดแน่นและอยากจะซัดมันไปสักหมัดแต่ว่าผมรู้ดีว่าถ้าผมทำอะไรตอนนี้ก็จะยิ่งเสียเปรียบมากขึ้น

 

“มึงทำเหี้ยอะไรของมึง” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตามันและกัดฟันถาม

 

“ก็กูเห็นคนอื่นมองมึงกันตาไม่กระพริบกูก็เลยแสดงให้พวกมันรู้ว่ามึงมีเจ้าของอยู่แล้วไง”

 

“มึงไม่ใช่เจ้าของกู และกูก็ไม่ได้เป็นของๆใคร”

 

“งั้นกูคงต้องแสดงความเป็นเจ้าของให้ชัดเจนกว่านี้สักหน่อยแล้วมั่ง หึหึ” ไอ้เชนมันพูดจบก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ผมและโอบเอวผมเอาไว้

 

มันค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้อีกครั้งแต่ว่าครั้งนี้ผมใช้แรงที่มีผลักมันออกไปได้

 

“หึหึ” มันหัวเราะเบาๆหลังจากโดนผมผลักก่อนที่มันจะยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มอีกครั้ง

 

“ไอ้เชน เรื่องแต่งงานบ้าบออะไรนั้นมึงยังไม่ตอบกูเลยนะ” ผมถามมันอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้

 

“ถ้ามึงอยากรู้ขนาดนั้นก็ยอมแต่งงานกับกูก่อนดิ แล้วกูจะเล่าให้ฟังทุกอย่างเลย”

 

“มึงอย่าฝันเลย”

 

ไอ้เชนมันไม่ตอบอะไรนอกจากหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผมและดื่มเหล้าของมันต่อไป

 

ไม่นานเพื่อนของไอ้เชนที่ชื่อคิวก็เดินมาที่โต๊ะอีกครั้งแต่ว่าคราวนี้มาพร้อมกับสาวสวยอีกสองคน

 

คิวนั้นลงโดยที่มีสาวสวยสองคนนั้นนั่งประกบทั้งสองข้าง

 

“เอาสักคนไหมไอ้เชน”

 

“กูมีของกูแล้ววะ” ไอ้เชนมันพูดก่อนที่หันมามองหน้าผมและโอบเอวผมไว้

 

ผมพยายามสะบัดมือมันออกซึ่งก็แน่นอนว่ามันกลับยิ่งออกแรงรัดมากขึ้นจนผมต้องหยุดดิ้นมันเลยค่อยๆผ่อนแรงลงและโอบเอวผมไว้หลวมๆ

 

“แล้วโซ่คิดยังไงครับเนี้ยถึงยอมแต่งงานกับคนอย่างไอ้เชน” คิวหันมาถามผม

 

“คนอย่างกูมันทำไมวะ”

 

“กูถามโซ่โว้ย ไม่ได้ถามมึง”คิวหันมาทางผมอีกครั้ง “ว่าไงครับโซ่”

 

“ไม่เคยคิดจะแต่งครับ ขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะครับ” พูดจบผมก็ลุกขึ้นทันทีและเดินตรงไปยังห้องน้ำโดยไม่หันไปมองด้านหลัง

 

ตอนนี้ผมยอมรับเลยว่าหัวเสียสุดๆ วันทั้งวันที่ต้องยอมทำตามคำสั่งของไอ้เชนมันเป็นอะไรที่ทรมานจริงๆ แค่หนึ่งวันยังทรมานขนาดนี้และถ้าเกิดว่าผมต้องแต่งงานและใช้ชีวิตคู่กับมันผมจะมีสภาพเป็นยังไง

 

ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำและพบว่าทุกสายตาที่อยู่ในห้องน้ำกำลังจ้องมามองมาที่ผม แต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะสนใจ ผมเดินตรงไปที่โถปัสสาวะและกำลังจะรูดซิปลง ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเข้มๆดังขึ้นด้านหลัง “ไปเข้าห้องน้ำ”

 

“เรื่องของกู” ผมรูดซิปลงโดยไม่คิดจะสนใจเสียงเข้มๆของไอ้เชน

 

“กูบอกให้ไปเข้าในห้องน้ำ แต่ถ้ามึงอยากจะโชว์มากนักกูก็จัดให้ได้นะ” ไอ้เชนมันใช้มือของมันแทรกเข้าไปเป้ากางเกงที่ซิปถูกรูดลงและสัมผัสเข้ากับเป้ากางเกงในของผม

 

ผมรีบดึงมือของมันออกทันทีและรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำห้องที่อยู่ใกล้ที่สุด 

 

“พวกมึงมองเหี้ยอะไรกัน” เสียงตะหวาดเสียงดังขึ้นจากนอกห้องเป็นภาษาอังกฤษซึ่งก็แน่นอนว่าเจ้าของเสียงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้เชน

 

หลังจากทำธุระเสร็จผมก็เปิดประตูและเดินออกมาก็พบว่าในห้องน้ำไม่มีคนอื่นอยู่เลยนอกจากไอ้เชนที่กำลังยืนกอดอกพิงอ่างล้างมือและมองตรงมาที่ผม

 

“ช้าวะ” ไอ้เชนมันบ่นเบาๆตอนที่ผมเดินไปล้างมือ

 

“แล้วกูขอร้องให้มึงมาเฝ้าหรือไง” พูดจบผมก็เดินออกไปจากห้องน้ำทันที

 

ผมเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้งก่อนที่ไอ้เชนจะตามมานั่งข้างๆเหมือนเดิม

 

“กูไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยนะเนี้ยว่าคนอย่างมึงจะต้องเดินตามคนอื่นต้อยๆ ขนาดไปห้องน้ำยังต้องตามไปเฝ้าเลย มึงนี้ท่าทางจะหลงเมียจัดเลยวะ แต่ถ้าเป็นกูก็คงไม่ต่างกันอะ ฮาๆๆ” คิวหันไปพูดกับไอ้เชนทันทีที่ไอ้เชนนั่งลง

 

“คุณคิวครับ ผมว่าคุณคงจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดพลาดและถ้าไม่เป็นการรบกวนมากไป ช่วยเรียกผมด้วยชื่อ อย่าเรียกผมว่าเป็นเมียหรือเป็นแฟนของไอ้เชนเพราะว่าความจริงแล้วผมกับไอ้เชนเป็นแค่เพื่อนกัน”ผมตัดสินใจพูดออกไปเพราะว่ารู้สึกไม่ดีเลยสักนิดเวลาที่คนอื่นคิดว่าผมกับไอ้เชนเป็นอะไรกันมากกว่าเพื่อน

 

“ยังไงวะเนี้ยไอ้เชน กูงงไปหมดแล้ว ก็ไหนมึงบอกว่ามึงกับโซ่เป็นแฟนกันแล้วก็กำลังจะแต่งงานกันอีกไม่นานนี้ไง”

 

“มึงไม่ต้องงงหรอก มึงรู้แค่ว่ามึงเตรียมตัดชุดไปงานแต่งกูเดือนหน้าได้เลย” ไอ้เชนมันพูดขึ้นอย่างมั่นใจ ซึ่งความมั่นใจของมันนั้นกลับทำให้ผมกังวลมากขึ้นกว่าเดิม

 

“โห่ กูก็อุตส่าห์แอบดีใจนึกว่าโซ่จะโสดอยู่จริงๆ เซงเลยวะ”

 

หลังจากนั้นคิวกับไอ้เชนก็นั่งดื่มนั่งคุยกันไปสักพักใหญ่ก่อนที่เพื่อนของมันจะยื่นบางอย่างไปให้ไอ้เชน

 

ห้องสวีทวีไอพี กูเก็บไว้ให้มึงโดยเฉพาะเลย”

 

“ขอบใจเว้ย” ไอ้เชนยื่นมือไปรับคีย์การ์ดจากอีกฝ่าย

 

“งั้นเดี๋ยวกูไปก่อน เจอกันตอนงานแต่งมึงเลยแล้วกัน”

 

“เออ” ไอ้เชนพยักหน้าให้เพื่อนมันก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินออกไปพร้อมกับสองสาวที่นั่งประกบอยู่

 

ไอ้เชนมันยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาก่อนที่จะลุกขึ้นยืนและหันมองมาทางผม “ไปกันได้แล้ว”

 

“กูไม่ไปไหนทั้งนั้น กูจะกลับบ้าน”

 

 “มึงจะกลับได้ไงนี้ยังไม่หมดวันที่มึงสัญญากับกูเอาไว้เลย ทำตัวดีๆเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เชนจะพาน้องโซ่กลับไปส่งที่บ้านนะครับ” ไอ้เชนมันยื่นมือมาลูบหัวผมเบาๆเหมือนผมเป็นเด็กซึ่งผมก็รีบปัดมือมันออกไปทันที

 

ตอนนี้สิ่งที่ผมนึกถึงมากก็คือกุญแจบ้าน มือถือ และกระเป๋าสตางค์ของผมที่ถูกมันโยนทิ้งเอาไว้ตอนออกจากบ้านไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมคงจะหนีมันไปแล้ว

 

ผมเดินตามมันไปและขึ้นลิฟต์จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักแห่งหนึ่งของโรงแรม

 

ไอ้เชนมันใช้คีย์การ์ดที่ได้รับจากเพื่อนมันเปิดประตูเข้าไป

 

“จะยืนอีกนานไหม รีบเข้ามาดิ” ไอเชนมันหันมาถามผมเมื่อผมยังยืนค้างอยู่ที่หน้าประตูห้อง

 

“มึงยังจำสัญญาที่มึงเลยบอกกับกูได้ไหม” ผมถามมันเรื่องสัญญานั้นอีกครั้งเพราะตอนนี้ถึงมันจะไม่ได้มีอาการเมาอะไรมากมายแต่ว่าเมื่อกี้นี้มันก็ดื่มไปมาก

 

“กูไม่ลืมหรอกหน่า กูไม่ปล้ำมึงหรอก แต่ถ้ามึงยังยืนอ่อยกูอยู่อย่างนี้คืนนี้มึงได้เสียวแน่”

 

ผมมองหน้ามันสักพักก่อนที่จะชั่งใจและเดินเข้าไปในห้อง

 

“มึงไปอาบน้ำก่อนไป เสื้อผ้าน่าจะอยู่ในตู้” ไอ้เชนมันพูดขึ้นหลังจากที่มันขึ้นไปนอนเล่นบนเตียงและเปิดทีวี

 

ตอนนี้ผมรู้สึกเหนียวตัวและก็มีกลิ่นเหล้าติดมาก็เลยอยากที่จะอาบน้ำ ผมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อผ้าในนั้นมาหนึ่งชุดมันเป็นเสื้อยืดสีขาวธรรมดาที่อยู่ในห่ออย่างดีกับกางกางขาสั้นสีดำ

 

ในระหว่างที่แช่ในอ่างอาบน้ำสมองก็ทำงานอย่างหนักไปด้วย จริงๆแล้ววันนี้ผมมีโอกาสที่จะหนีจากไอ้เชนไปได้หลายครั้ง แต่ต่อให้ผมหนีไปยังไงมันก็ต้องตามหาผมจนเจออยู่ดี หรือถ้ามันหาไม่เจอมันก็คงจะเล่นงานคนที่อยู่รอบตัวผมแทนผมเลยคิดว่าทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือการเผชิญหน้ากับมันซึ่งๆหน้า

 

ไม่นานผมก็ออกมาจากห้องน้ำและถือเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไว้ในมือ สิ่งแรกที่ผมเห็นก็คือไอ้เชนในสภาพเกือบเปลือยเปล่ามีเพียงกางเกงขาสั้นสีดำใส่อยู่กำลังนอนอยู่บนเตียง

 

ทันทีที่ไอ้เชนมันเห็นผมมันก็ลุกขึ้นและเดินเข้ามาหา “เอาเสื้อผ้ามึงมา” มันพูดพร้อมกับยื่นมือมาหยิบชุดของผมไป

 

ไอ้เชนมันเดินตรงไปที่ประตูห้อง ผมได้ยินเสียงเปิดและปิดประตู และไม่กี่วินาทีมันก็เดินกลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าของผมที่หายไป มันคงจะเอาชุดไปให้รูมเซอร์วิสซักแน่ๆ

 

ผมเดินตรงไปที่เตียงและหยิบหมอนมาหนึ่งใบและเดินไปโซฟาตัวยาวก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนบนนั้น

 

“นั้นมึงจะทำอะไร” เสียงไอ้เชนดังขึ้นพร้อมกับร่างของมันที่เดินเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น

 

“นอนไง”

 

“ไปนอนที่เตียงกับกู”

 

“มึงอยากนอนที่เตียงก็เรื่องของมึงสิ แต่กูจะนอนที่โซฟา”

 

“หึหึ” ผมได้ยินเสียงหัวเราะของไอ้เชนก่อนที่ไฟในห้องทุกดวงจะถูกปิดลง

 

“มึงอยากนอนที่โซฟานักใช่ไหม ได้เลย...เดี๋ยวคืนนี้กูนอนบนโซฟาเป็นเพื่อนเอง” สิ้นเสียงนั้นผมรีบพยุงตัวเพื่อจะลุกขึ้นจากโซฟาแต่ว่ามันก็สายไปแล้วเมื่อตอนนี้ร่างของผมถูกร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามคร่อมเอาไว้

 

“จะลุกไปไหนละ ก็อยากนอนที่โซฟามากไม่ใช่หรือไง หึหึ”

 

“ปล่อยกู ไอ้เหี้ยเชน ปล่อย....” ผมพยายามดิ้นสุดแรงเมื่อรับรู้ได้ถือวงแขนแกร่งของอีกฝ่ายที่กอดร่างของผมเอาไว้แน่น

 

“มึงจะทำเหี้ยอะไรวะ ปล่อยกู” ผมดิ้นรนมากขึ้นเมื่อไอ้เชนมันเริ่มใช้ริมฝีปากของมันซุกไซ้ไปตามซอกคอ

 

เสื้อยืดสีขาวที่ผมใส่อยู่ถูกฉีกขาดอย่างง่ายดายจนตอนนี้ร่างกายส่วนบนของเราสองคนแน่นชิดกัน ผมสัมผัสได้ถึงไออุ่นและความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่มาสัมผัส กลิ่นเหงื่อและกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆที่ติดอยู่ตามตัวของอีกฝ่ายทำให้ผมต้องหันหน้าหนีซึ่งนั้นก็ยิ่งเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเล่นสนุกกับซอกคอของผมได้มากขึ้น

 

“พอแล้วไอ้เชน กูยอมแล้ว” ผมพูดออกไปเสียงสั่น ผมรู้ว่าสิ่งที่ไอเชนกำลังทำอยู่นี้มันต้องการเพียงแค่ให้ผมยอมแพ้และไปนอนบนเตียงกับมันเท่านั้น แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกกลัว กลัวว่ามันจะควบคุมตัวเองไม่ได้

 

 “โซ่.....กูไม่ไหวแล้ววะ” เสียงกระซิบแหบๆดังขึ้นที่ข้างหูทำเอาผมขนลุกไปทั้งตัว

 

“มึงช่วยกูหน่อยนะ....ไม่อย่างนั้นกูต้องไม่ไหวแน่ๆ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับมือของผมที่ถูกจับไปวางไว้บนเป้ากางเกงของอีกฝ่าย

 

ผมสัมผัสได้ถึงความแข็งตัวจนเหมือนจะระเบิดออกมาของสิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงนั้น

 

ความมืดปกคลุมไปทั้งห้องจนมองไม่เห็นแม้แต่กระทั้งใบหน้าของที่ฝ่ายที่กำลังประกบปากกับผมอยู่

 

ตอนนี้ผมควรจะทำยังไงดีภายใต้ความมืดมิดนี้ ผมควรจะใช้มือช่วยอีกฝ่ายไหมและถ้าผมช่วยไปแล้วอีกฝ่ายไม่หยุดแค่นั้นละจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

 

สัญญาที่มันเคยบอกว่าจะไม่มีทางขื่นใจผมจนกว่าผมจะยินยอม

ตอนนี้ผมควรจะเชื่อมั่นในสัญญานั้นได้อยู่ไหม

 

*****โปรดติดตามตอนต่อไป*****

 

ขอบคุณทุกความคิดเห็น ขอบคุณทุกการสนับสนุกนะครับ

ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ

 

ตอนนี้พี่โซ่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากสุดๆเลย

 

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับพี่โซ่ เจอกันใหม่ตอนหน้าครับ ><

 

<<<เข้ามาพูดคุยกันได้นะครับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว