ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภาค 2 ตอนที่ 1 ภารกิจของสองคู่หู

ชื่อตอน : ภาค 2 ตอนที่ 1 ภารกิจของสองคู่หู

คำค้น : สืบสวน , โคนัน , จอมโจรคิด , กองปราบ , กองปราบฯ , กองปราบปราม , ตำรวจ , โจร , ไทย , ประเทศไทย , ตลก , กวน , ป่วน , แสบ , ฮา , บ้าบอ , แก๊ง , โรบินฮู้ด , เก่ง , ขโมย , รหัส , ปริศนา , เงื่อนงำ , ก่อการร้าย , ระเบิด , ตื่นเต้น , ระทึก , ตาย , แอคชั่น , บู๊ , เลือด

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2560 23:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 2 ตอนที่ 1 ภารกิจของสองคู่หู
แบบอักษร

ตอนที่1ภารกิจของสองคู่หู

 

ค่ำคืนดึกสงัด ในบรรยากาศวังเวงชวนขนลุกของสุสานแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางป้ายหลุมศพนับร้อยที่เรียงรายอยู่บนผืนดินอันสมควรจะเงียบสงบแห่งนี้ ภายใต้ท้องฟ้าสีดำสนิทแห่งราตรีที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ผ่องอำไพและมวลหมู่ดาวสุกสกาว มนุษย์แปลกปลอม 2 กลุ่มกำลังมารวมตัวกันตามที่ได้นัดหมายเอาไว้ พร้อมกระเป๋าเจมส์บอนด์หนักอึ้งในมือ

ของน่ะครบ เงินล่ะครบหรือเปล่า มีแบงค์ปลอมยัดไส้มาล่ะก็ ฉันยิงพวกแกหัวกระจุยแน่!

ถ้าไม่ไว้ใจกัน ก็ไม่ต้องมาทำการค้ากันหรอก ไสหัวกลับไปเลย!

ต่างฝ่ายต่างตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่องกันอย่างขันแข็งราวกับเป็นหน้าที่ มือแต่ละคนแตะปืนที่เหน็บเอวไว้ เตรียมสาดกระสุนใส่อีกฝ่าย คนที่เร็วกว่าคือผู้ชนะและผู้รอดชีวิต ซ้ำยังได้ของแถมเป็นสินค้าหรือเงินสดของฝ่ายตรงข้ามด้วย

ท่ามกลางแสงสว่าง เงามืดซ่อนเร้น และครอบงำบรรดาผู้มีจิตอ่อนแอ...”

เสียงทุ้มๆ ของใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้น และดังมาจากทั่วทุกทิศทุกทางเหนือใต้อีสานออกตกของสุสาน จนไม่อาจคาดเดาได้ว่าต้นเสียงที่แท้จริงอยู่ใต้ดินบนดินตรงไหนกันแน่

ใครฟะ!? ถ้าไม่อยากตายฟรีอยู่แถวนี้ก็ออกมาซะ”

ทั้ง 2 ฝ่ายสมัครสมานสามัคคีกราดปืนไปทั่ว แต่นอกจากจะไม่พบร่างของเจ้าของเสียงแล้ว ยังมีเสียงหัวเราะเยาะดังลอยลมตามมาอีก

ระ... ระ... หรือว่าจะเป็นผีน่ะลูกพี่ ก็แถวนี้ มะ... มะ... มันสุสานไม่ใช่เหรอ ผะ... ผะ... ผมบอกลูกพี่ว่าอย่านัดส่งยาแถวนี้ ลูกพี่ก็ไม่เชื่อผม” ใครคนหนึ่งพูดขึ้นตะกุกตะกัก น้ำเสียงบ่งบอกถึงความหวาดกลัว พลอยให้คนอื่นๆ กวาดตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง

ไอ้บ้า! ผีเผออะไรกัน มันมีจริงที่ไหน มีก็แต่ในสมองขี้เลื่อยของแกเท่านั้นแหละ” คนเป็นลูกพี่ตบหัวลูกน้องเจ้าของคำพูดฉาดใหญ่ โทษฐานที่พูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระ แต่ระหว่างนั้นเอง...

ฟ้าวววว!

เครื่องบินบังคับสีขาวลำหนึ่งโฉบศีรษะของทุกคนไป ก่อนจะบินฉวัดเฉวียนกลับมาอีกรอบ และบินกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น จนทุกคนที่เงยหน้าขึ้นมองมันพากันเวียนหัว มันเป็นเครื่องบินรบสมัยโบราณ มีใบพัดหมุนติ้วอยู่ด้านหน้าตรงส่วนหัว มีปีกขนาดต่างกัน 2 คู่ รวมทั้งมีตุ๊กตาคนขับซึ่งสวมชุดสูทสีขาว ผ้าคลุมบนไหล่ปลิวไสวตามแรงลมที่ปะทะ

ของใครฟะ รกหูรกตาเฟ้ย บินโฉบหัวไปโฉบหัวมาอยู่ได้!” ลูกพี่ขี้รำคาญเจ้าเก่าส่งเสียงโวยวายประสาคนเลือดร้อน แล้วเล็งปืนยิงเครื่องบินบังคับลำนั้น ที่กำลังบินฉวัดเฉวียนหวังจะเตรียมกลับมาโฉบหัวตัวเองอีกรอบพอดี และแม่นยำเสียราวกับจับวางซะด้วย

ปังงงง!

บึ้มมมม!!

เสียงระเบิดแยกชิ้นของเครื่องบินบังคับดังตามมา พร้อมกับกลุ่มควันสีขาวที่ลอยฟุ้งไปทั่ว แน่นอนว่าทุกคนในที่นั้นสูดมันเข้าไปเต็มปอด และหลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวก็ดับวูบไป

ท่ามกลางแสงสว่าง เงามืดซ่อนเร้น และครอบงำบรรดาผู้มีจิตอ่อนแอ... แต่ด้วยอำนาจระเบิดแห่งอัศวิน มวลมนุษย์ไม่สิ้นความหวัง”

เสียงทุ้มๆ ดังผ่านลำโพงขนาดย่อม ที่ถูกติดตั้งไว้รอบสุสานดังขึ้นมาอีกครั้ง ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากอีกฝ่าย ในเมื่อคนทั้งหมดต่างพากันนอนสลบไสลไม่ได้สติ และคงจะหลับฝันหวานอีกนานหลายชั่วโมง

นายดูการ์ตูนมากไปหรือเปล่าเนี่ย?

เสียงตั้งคำถามดังมาจากคนข้างตัวเจ้าของคำพูด ทั้งคู่กำลังนั่งอยู่บนหลังคาโกดังเก็บของ ห่างจากจุดระเบิดไม่ไกลนัก แต่ด้วยเพราะเป็นบริเวณที่อยู่ใต้ลม พวกเขาจึงไม่ได้รับผลกระทบจากผงยานอนหลับเหล่านั้น

เปล่านี่”

คนถูกถามยิ้มทะเล้น เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ในชุดสูทขาวสะอาดทั้งชุด แบบเดียวกับตุ๊กตาตัวที่ขับเครื่องบินบังคับลำนั้น นัยน์ตาข้างขวามีแว่นขาเดียวสีชา สำหรับปกปิดใบหน้าที่แท้จริงในระดับหนึ่ง และอีกนัยหนึ่งสำหรับใช้เป็นกล้องส่องทางไกลพร้อมบันทึกภาพในตัว ขณะที่มือทั้งสองข้างของเขาซึ่งกำลังถือวิทยุบังคับสีขาวขนาดจิ๋วก็สวมถุงมือสีขาว เช่นเดียวกับเท้าทั้งสองข้างที่สวมรองเท้าหนังสีขาวขัดมันเป็นเงาวับ จะมียกเว้นก็แต่เชิ้ตสีน้ำตาลและไทค์สีครีมเท่านั้น ที่ช่วยให้ชายหนุ่มไม่ดูราวกับเป็นพรีเซ็นเตอร์ผงซักฟอกมากเกินไป

เหรอ... เสร็จงานบ้าๆ นี่แล้วใช่ไหม เก็บของกลับบ้านได้แล้วสินะ” คนข้างๆ ตัวพูดขึ้นอีก ด้วยสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกถึงความเอือมระอามากถึงมากที่สุด เขาเองก็เป็นชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่ง หากแต่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวสีดำ และไม่มีอะไรปกปิดใบหน้า นอกจากเงามืดแห่งราตรียามไร้แสงจันทร์เท่านั้น

ยังหรอก ท่านผู้นั้นยังไม่มาเลยนี่ จะทิ้งพวกนั้นไว้แบบนี้ก็ยังไงๆ อยู่ ช้าจริงๆ ต้องส่งสัญญาณเร่งเสียหน่อยล่ะมั้ง” เจ้าของชุดสูทขาวตอบยิ้มๆ แล้วล้วงบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ใส่ลงไปในช่องเล็กๆ ด้านบนของวิทยุบังคับในมือ ก่อนจะกดปุ่มสีแดงทันที

ฟิ้วววว!

อะไรบางอย่างพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นพลุสีขาวรูปดอกไม้ก็กระจายเต็มผืนฟ้าตรงนั้น และแม้มันจะเป็นพลุไร้เสียงชนิดพิเศษ แต่นั่นก็เปรียบเสมือนสัญญาณให้ท่านผู้นั้นที่ว่าซึ่งบังเอิญได้เห็นสิ่งนี้ ร้อนรนยิ่งกว่าถูกไฟนรกลนก้น ในเมื่อรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับจุดหมายปลายทาง ที่ตนกำลังจะไปถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

เร่งเครื่องแซงรถของทีมผู้กองภูผาไปเลย!” เจ้าของชุดตำรวจประดับยศนายพลสั่งพลขับเสียงเข้ม จนอีกฝ่ายไม่กล้าถามเซ้าซี้ นอกจากเร่งเครื่องแซงรถกระบะตราโล่คันหน้าไปอย่างเร็ว ตามที่ได้รับคำสั่งชนิดไม่เห็นฝุ่น

คุณพ่อน้องธนูเข้าโหมดดาร์กซะแล้วสิเนี่ย” นายตำรวจเจ้าของชื่อภูผา ซึ่งอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบ และกำลังนั่งรวมกลุ่มอยู่กับลูกทีมชั้นประทวนที่ด้านหลังของรถกระบะตราโล่ พึมพำเบาๆ กับตัวเอง ตรงข้ามกับพงศ์ สิบตำรวจหนุ่มนักจ้อภายในทีม ผู้คุ้นเคยกับธนู จากการร่วมสร้างวีรกรรมกันมาหลายต่อหลายครั้ง

เชื่อสิ! คุณธนูต้องโชว์อะไรเด็ดๆ อีกแน่เลย เสียดายจริงๆ ที่ไปไม่ทัน พลุเมื่อกี๊ก็ต้องเป็นสัญลักษณ์ว่าภารกิจเสร็จสมบูรณ์ Mission Complete แน่ๆ” สิบตำรวจพงศ์เจ้าของหุ่นอ้วนเตี้ยเป็นมะขามข้อเดียว ตบเข่าหลายฉาด พลางสาธยายน้ำลายแตกฟอง

แกไม่ต้องมาพูดฝรั่งอวดหรอก เขาก็รู้กิตติศัพท์ของคุณธนูกันทั้งนั้นแหละ ใช่ว่าแกรู้คนเดียวเสียเมื่อไหร่” จ่าวัยกลางคนในทีมดักคอเสียจนพงศ์จำต้องรีบสงบปากสงบคำ เปลี่ยนเป็นยิ้มเจื่อนๆ แทน ในเมื่อทุกคนในทีมของภูผาต่างรู้จัก และเกือบถึงขั้นเคยชินในกิตติศัพท์ความบ้าบอ บ้าบิ่น บ้าระห่ำของลูกชายนายพลอย่างธนูกันถ้วนหน้า จริงดังคำพูดนั้น

 

รถเก๋งตราโล่แล่นเข้ามาในเขตสุสานด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางความมืดมิดที่ครอบคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ อย่างที่แสงไฟถนนซึ่งตั้งเรียงรายห่างๆ ตลอดแนว ไม่อาจสู้รบปรบมือไหว ถึงอย่างนั้นก็หาได้เป็นอุปสรรคต่อสายตาอันแหลมคมของนายพลวัย 50 ต้นๆ แห่งกองปราบปราม

ที่โกดังนั่น ขับเข้าไปจอดเลย”

โกดังเก็บของชั้นเดียวขนาดเล็กบริเวณท้ายสุสาน คือเป้าหมายที่นัยน์ตาเรดาห์ของ พล.ต.ต.เกรียงไกรจับพิรุธได้ เงาตะคุ่มสองดวงบนหลังคาโกดัง บ่งบอกได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ต้องเฉลยก็ทราบคำตอบดี

ไม่สิ... ถ้าเงาหนึ่งคือเจ้าลูกชายบ้าบอ แล้วอีกเงาหนึ่งนั่น... มันเป็นเงาของใครกันล่ะ คนเป็นพ่อคิดไม่ตก และลืมข้อสงสัยนี้ไป แทบจะในทันทีที่รถของตนจอดเทียบตรงหน้าโกดัง

เจ้าลูกบ้า! ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวแบบนี้สักที จะทำให้ฉันขายหน้าไปถึงไหน”

เสียงเอ็ดตะโรปานจะคลุ้มคลั่งของ พล.ต.ต.เกรียงไกร ดังลอยมาถึงหูของบรรดาลูกน้องที่นั่งหน้าสลอนกันอยู่ด้านหลังรถกระบะตราโล่ ซึ่งแล่นตามเข้ามาอย่างเร็ว จนฝุ่นดินฝังศพแถวนั้นฟุ้งตลบอบอวล

ผมไปทำอะไรให้พ่อขายหน้ากันล่ะ แค่เห็นพ่อมาช้าเลยจุดพลุเรียกเท่านั้นเอง ผู้ต้องหารอพ่อจนหลับกันหมดแล้วเนี่ย” คนเป็นลูกตะโกนตอบลงมาจากบนหลังคาโกดัง โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมลงมาเจรจาหย่าศึก

ไม่ต้องมาทำเป็นโทษฉัน ฝีมือแกอีกแล้วใช่ไหมธนู ชอบนักนะเรื่องเสี่ยงอันตราย ฉันอนุญาตให้แกช่วยสืบคดี แต่ไม่ได้อนุญาตให้แกมาช่วยจับผู้ต้องหา จำไม่ได้ใช่ไหมว่าเคยนอนเดี้ยงอยู่โรงพยาบาลเพราะอะไร หรือต้องให้มันเกิดซ้ำรอยอีก!

คำพูดของนายพลกองปราบฯ ทำเอาเจ้าของเงาตะคุ่มข้างๆ ธนูถึงกับสะอึก เพราะสาเหตุที่ธนูต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ ก็มาจากเขาและพรรคพวกนั่นเอง

พ่ออย่าแช่งผมสิ เดี๋ยวผมก็เป็นจริงๆ หรอก เขาว่ากันว่าพ่อแม่วาจาศักดิ์สิทธิ์ ถ้าผมต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาล พ่อต้องรับผิดชอบชีวิตผมนะ” เจ้าของชื่อธนูโอดครวญ หน้าทะเล้น

ฉันต้องรับผิดชอบแน่ เพราะฉันจะเป็นคนส่งแกเข้าโรงพยาบาลเอง... พงศ์! ไปเอาบันไดนั่นออก ดูซิว่าไม่มีบันไดแล้วมันจะลงมายังไง อยากขึ้นไปดีนัก ก็ต้องหาทางลงมาให้ได้” พล.ต.ต.เกรียงไกรหันไปออกคำสั่งกับพงศ์ ลูกทีมของภูผาซึ่งพึ่งกระโดดลงมาจากหลังรถกระบะ ทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก แต่คนที่สะดุ้งมากกว่ากลับเป็นใครอีกคนที่อยู่บนหลังคาโกดังกับธนูด้วย

แน่ล่ะ! ในเมื่อเขาต้องมาพลอยรับกรรมไปกับเจ้าบ้านี่ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ๆ

คุณธนู... อโหสิให้ผมด้วยนะครับ” พงศ์จำต้องเดินมายกบันไดอลูมิเนียม ที่ตั้งอยู่ข้างๆ โกดังออกตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา สีหน้าท่าทางเจ็บปวดรวดร้าวใจอย่างแสนสาหัส และดูราวกับจะร่ำไห้ไว้อาลัยให้กับไอดอลของตัวเองอย่างธนู

ของกลางทั้งเงินและยาเสพย์ติดอยู่ครบครับ ส่วนผู้ต้องหาทุกคนก็... ไม่ได้สติเหมือนเดิมครับ” ร.ต.อ.ภูผา หัวหน้าทีมผู้รับผิดชอบคดียาเสพย์ติดคดีนี้ เข้ามารายงานถึงการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางอันแสนง่ายดายในครั้งนี้ ขณะที่ลูกทีมคนอื่นๆ ต่างทยอยกันนำร่างไร้สติของบรรดาผู้ต้องหาขึ้นรถกระบะ โดยไม่ลืมใส่กุญแจมือ เพื่อป้องกันการผิดพลาดทางเทคนิค อันอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

คราวนี้ผมใส่ผงยานอนหลับเยอะ พวกนั้นคงหลับยาวถึงเช้าเลยล่ะครับ” ธนูตะโกนลงมาจากบนหลังคาอีก และแฝงความทะเล้น หน้าเป็นไว้ในที คล้ายจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับแผนการดัดนิสัยของผู้เป็นพ่อเลย

ยังจะมาทำเป็นพูดดีอีก แกจะอยู่บนนั้นถึงเช้า รอให้สัปเหร่อเอาบันไดมาให้สินะ ฝันไปเถอะ ลงมาเดี๋ยวนี้เลย ลงไม่ได้ก็สารภาพมา แล้วก็รับปากด้วยว่าจะไม่มายุ่งกับเรื่องจับกุมผู้ต้องหาอีก ฉันจะให้พงศ์เอาบันไดไปคืนที่เดิม” พล.ต.ต.เกรียงไกรยื่นเงื่อนไขให้ลูกชายจอมกะล่อน แต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะยอมจนมุมแค่นี้ ไม่มีทางเสียหรอก!

ให้ทำแบบนั้น จับผมฆ่าหมกชักโครกเลยดีกว่าครับ” ธนูตอบ พร้อมกับลุกขึ้นยืนบนแผ่นสังกะสีที่ใช้ปูหลังคาโกดัง เสียงดัง กรอบแกรบ เป็นที่น่าหวาดเสียว โดยเฉพาะกับคนข้างตัวซึ่งมีแววว่าจะได้ไปนอนโรงพยาบาลคู่กัน หากเกิดการแตกหักเสียหายของแผ่นสังกะสีเหล่านี้

แกจะทำอะไร จะดันทุรังพังหลังคาของเขา ให้ฉันต้องรับผิดชอบอย่างนั้นเหรอ!” คนเป็นพ่อเงยหน้ามองวีรกรรมของลูกชาย พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากยากเย็น แม้จะเคยเห็นการกระทำพิเรนทร์ๆ เสียงอันตรายของอีกฝ่ายมานับครั้งไม่ถ้วน ในฐานะพ่อก็ยังอดห่วงกังวลไม่ได้

สังกะสีพึ่งจะเปลี่ยนใหม่น่าพ่อ ถ้าพังก็ต้องพังตั้งแต่ผมขึ้นมานั่งแล้วสิ ผมยังเข้าโรงพยาบาลตอนนี้ไม่ได้หรอก พรุ่งนี้ต้องไปเอาผ้าคลุมหลังที่พึ่งสั่งตัดใหม่ ไม่น่าปลิวไปแปะหัวหมาข้างบ้านเล้ย ให้ตายเถอะ!

คำปลอบโยนทะเล้นๆ ของลูก ไม่ได้ช่วยให้คนเป็นพ่อใจชื้นขึ้นสักนิด ซ้ำร้ายยังหัวใจแทบวายเมื่อเห็นอีกฝ่ายกระโดดลงจากหลังคา แล้วใช้มือข้างหนึ่งเหนี่ยวกิ่งมะม่วงที่แผ่ร่มเงาอยู่ข้างๆ โกดัง ห้อยโหนเป็นทาร์ซานลิงค่างบ่างชะนี ปิดท้ายด้วยการแกว่งตัว ใช้แรงเหวี่ยงพาตัวเองลงมายังพื้นดินด้านล่าง

ตุ้บ!

ราวกับนักกีฬายิมนาสติกประเภทโหนบาร์เดี่ยว ธนูสามารถลงมายืนบนพื้นดินได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางอาการอ้าปากค้างของบรรดาจ่าๆ ทั้งหลายซึ่งต่างหยุดดูกันชนิดลืมหายใจ ขณะที่ พล.ต.ต.เกรียงไกรแอบหันไปถอนหายใจเบาๆ ด้วยนึกโล่งอกที่ไม่ต้องเห็นลูกชายคนเดียวของตัวเอง นอนแขนขาหักอยู่ตรงหน้า และตนต้องเป็นคนพาส่งโรงพยาบาลอย่างที่เคยพูดไว้

คุณธนูสุดยอดมากเลยครับ โห! เป็นบุญตาของผมที่ได้เห็น” พงศ์ตรงรี่เข้ามายืนข้างๆ ธนู พลางทำตาโตเท่าไข่ห่าน คล้ายกำลังเห็นสิ่งมหัศจรรย์ในยุคเทคโนโลยีครองโลก

มันก็แค่วิธีเอาตัวรอด ตามสัญชาตญาณมนุษย์เท่านั้นเองครับ” ธนูฉีกยิ้ม โชว์ความทะเล้นไม่เลิก และดูเหมือนจะลืมไปเลยว่ายังมีผู้เคราะห์ร้ายรอความช่วยเหลืออยู่อีกคน

เอ่อ... ไหนๆ หมอนั่นก็ลงไปได้แล้ว ช่วยเอาบันไดมาตั้งที่เดิมจะได้ไหมครับ?

เสียงจากบนหลังคาโกดังแทรกขึ้น ก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไรต่อ แต่นั่นเองที่ทำให้ทุกคนพากันชะงักไป แน่ล่ะ! ในเมื่อมีเพียงธนูคนเดียวเท่านั้น ที่รู้ว่าเสียงแปลกปลอมนั่นเป็นเสียงของใคร บรรยากาศแถวนี้ก็ช่างเป็นใจเสียด้วยสิ

แย้กกกก...ก!!

สิบตำรวจพงศ์เป็นคนแรกที่ร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับกระโจนไปกอดต้นมะม่วง แข้งขาสั่น หลับหูหลับตาท่องบ่นบทสวดมนต์ผิดๆ ถูกๆ และใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะอุทิศผลบุญกุศลไปให้เจ้าของเงาตะคุ่มๆ บนหลังคาโกดัง

นายก็ปีนต้นมะม่วงลงมาเหมือนฉันนี่ไง ไม่เห็นจะยากตรงไหน”

เสียงตะโกนตอบของธนูพาให้ทุกคนตรงนั้นชะงักไปอีกรอบ ต่างหันขวับไปมองเขาด้วยความประหลาดใจระคนตกตะลึง เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าชายหนุ่มจะสามารถสื่อสารกับพวกมิติที่ 3 ได้ เอ... หรือจะไม่ใช่

เจ้าบ้า! นี่นายคิดว่าคนทุกคนต้องปีนต้นไม้ได้เหมือนนายหรือไง ไม่น่าหลวมตัวมาด้วยเลย ถ้าฉันตกลงไปขาหัก ฉันจะแฉพฤติกรรมนายออกสื่อทุกช่องเลยคอยดู” เจ้าของเงาดำบนหลังคาโกดังตะโกนตอบกลับมา ท่าทางหัวเสีย ทั้งคำพูดและอากัปกิริยาชวนให้ภูผาหวนคิดถึงคนคนหนึ่ง

นี่น้องธนูพาชวินมาด้วยหรือครับเนี่ย!?” ผู้กองหนุ่มมือดีแห่งกองปราบปราม นิ่วหน้าถามนักสืบหนุ่มรุ่นน้อง แล้วเงยหน้าขึ้นมองมนุษย์ปริศนา ที่ยังคงนั่งหันรีหันขวางอยู่บนหลังคาโกดังอีกครั้ง

ก็ศาลสั่งให้หมอนั่นบำเพ็ญประโยชน์นี่ครับ การช่วยตำรวจจับกุมตัวคนร้าย ก็ถือเป็นการบำเพ็ญประโยชน์เหมือนกันไม่ใช่หรือครับ?” ธนูตอบคำถามของภูผา แต่กลับหันหน้าไปยิ้มทะเล้นให้ผู้เป็นพ่อที่ยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ใกล้ๆ คล้ายจะล่วงรู้ชะตากรรมหลังจากนี้

ไอ้ลูกบ้าาา!!” พล.ต.ต.เกรียงไกรส่งเสียงอันทรงพลัง ทะลุทะลวงไปถึงหูชั้นในและกระดูกรูปค้อน ใบหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่กำลังโกรธจัด รีบเอาบันไดกลับไปตั้งที่เดิมเดี๋ยวนี้ แล้วคอยจับบันไดไว้ อย่าให้เขาพลาดตกลงมาเด็ดขาดเลยนะธนู! “

ครับพ่อ” คนเป็นลูกรับคำ แล้วรีบจัดการทำตามคำสั่งโดยไม่อิดเอื้อนอิดออด และหลังจากที่เจ้าของเงาตะคุ่มๆ บนหลังคาโกดังคนสุดท้าย กลับลงมาในที่ที่ควรอยู่เรียบร้อยแล้ว...

แกบ้าหรือไงธนู จู่ๆ ก็ไปเอาลูกเต้าคนอื่นเขามาเสี่ยงอันตรายด้วยแบบนี้ ถ้าพลาดพลั้งขึ้นมาจะเป็นยังไงแกรู้บ้างไหม แกจะรับผิดชอบชีวิตเขางั้นเหรอ ชีวิตคนมันไม่ใช่สิ่งของที่จะเอามาเล่นสนุกแบบนี้ มันคือสิ่งที่แม้แต่จะชดใช้ด้วยชีวิตเหมือนกัน ก็ยังแทนค่ากันไม่ได้ แกเข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า!?” ท่านนายพลอบรมลูกชายจอมกะล่อนเสียงเครียด หน้าตาถมึงทึง ขณะที่ธนูได้แต่พยักหน้ารับคำ ระหว่างที่ยืนแคะหูอื้อๆ ของตัวเองไปด้วย

ห้ามพาใครมาทำแบบนี้อีก แกเองก็ห้ามออกมาทำบ้าๆ แบบนี้อีกเด็ดขาด” คนเป็นพ่อย้ำเสียงเข้มเป็นการปิดท้าย

รับปากแค่ข้อแรกครับ” ธนูตอบ พลางปั้นหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะนั่งลงเก็บบันไดอลูมิเนียมของตัวเอง ด้วยการหมุนนอตตัวนั้นตัวนี้ จนกระทั่งสามารถสอดชิ้นส่วนต่างๆ ของมันเข้าด้วยกันได้ และเหลือขนาดของบันไดที่สามารถสะพายขึ้นบ่าได้อย่างสบายๆ อีกด้วย

แกนี่มันรั้นจริงๆ อยากทำงานแบบนี้มาก ก็สอบเป็นตำรวจไปซะก็สิ้นเรื่อง” พล.ต.ต.เกรียงไกรส่ายหน้า ถอนหายใจอย่างระอาๆ คิดไม่ตกว่าจะใช้วิธีไหนให้ลูกชายตัวแสบ เลิกทำอะไรแผลงๆ และเสี่ยงอันตรายแบบนี้เสียที

ถึงผมจะสอบเป็นอัยการ แต่ก็ยังช่วยงานพ่ออยู่หรอกน่า พ่อไม่ต้องห่วงหรอก” คนเป็นลูกแกล้งตอบ ราวกับไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของพ่อ โดยที่ยังคงง่วนอยู่กับการเก็บข้าวของของตัวเอง

ฉันอยากให้แกเลิกทำงานนี้ต่างหาก!” คนเป็นพ่อสวนขึ้นทันควันอย่างโมโหๆ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแล่นผ่านเท้าของตนไป และเมื่อลองก้มมอง เครื่องบ้าอะไรของแกอีกเนี่ยธนู แกนี่มันบ้าจริงๆ ด้วย วันๆ เอาแต่ทำอะไรไร้สาระ!

ท่านนายพลเอ็ดตะโรลูกชายเสียงดัง ทันทีที่พบว่าสิ่งที่แล่นผ่านเท้าของตนไป คือลำโพงรูปเตารีดขนาดย่อม ซึ่งมีล้อ 4 ล้อ และมีเสาสีเงินเล็กๆ สำหรับบังคับด้วยเครื่องบังคับวิทยุ

ลำโพงรุ่นบังคับวิทยุน่ะครับ หมอนั่นเอามาใช้ก่อกวนพวกค้ายา” ชวินรายงาน และเพราะคำพูดของเขานั่นเอง ที่ทำให้ พล.ต.ต.เกรียงไกร คิดแผนแก้เผ็ดลูกชายขึ้นมาได้

อย่างนั้นหรือ ขอบใจมาก... พงศ์! มายกลำโพงพวกนี้ขึ้นรถฉันทีซิ” ท่านนายพลหันไปเรียกลูกน้องคนเดิม ทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก

เอ่อ... ครับ” พงศ์เดินตัวลีบเข้ามายกลำโพงทั้ง 4 ตัวของธนู พลางชำเลืองมองเจ้าของลำโพงด้วยความเกรงใจ แต่แล้วตอนนั้นเอง...

โบกมือลาาา...”

เสียงเพลงดังขึ้นจนทุกคนสะดุ้ง มันดังมาจากลำโพงทั้ง 4 ตัวที่พงศ์อุ้มอยู่ และดังขึ้นเรื่อยๆ ซ้ำยังมีไฟหลากสีกระพริบตามจังหวะเพลงอีกด้วย

เสียงเพลงครวญมาต้องลาแล้วเพื่อน... ถ้าหากฉันเกิดเป็นนกที่โผบิน จะ... ขอมอบดอกไม้ในสวน นี้เพื่อมวลประชา... เดิ๊ง ดาง เดิ่ง เดิ๊ง เดิ๊ง ดาง เดิ่ง...”

นี่มันอะไรกันเนี่ยธนู!?” คนเป็นพ่อหันขวับไปถามลูกชายจอมกะล่อน ที่นั่งยิ้มเป็นทองไม่รู้ร้อน ขณะที่คนอื่นๆ ตรงนั้นพากันยืนงุนงง กับเพลงประหลาดแบบเมดเล่ย์ ที่รวมเอาเพลงหลายๆ เพลงไว้ด้วยกัน โดยหยิบมาเพียงแค่เพลงละวรรคสองวรรค ทำให้ความหมายของเพลงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

มันเป็นระบบกันขโมยน่ะครับ ถ้าคนที่มาหยิบจับมันมีลายนิ้วมือไม่ตรงกับผม มันก็จะร้องเพลงขึ้นมาแบบนี้แหละครับ” ธนูตอบยิ้มๆ โดยมีเสียงเพลงจากลำโพงฝีมือเขา ดังเป็นแบคกราวนด์เมโลดี้ไปด้วย

“Everynight in my dreams... โดดเดี่ยวเดียวดายในท้องเล... Sore wa ao tsusune no... จากวันนี้ เธอจะไม่เห็นหน้าคนอย่างฉันอีก...”

แกนี่มัน...”

คำตอบของลูกชายตัวแสบ ทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับกุมขมับ ท่ามกลางรอยยิ้มของบรรดาจ่าๆ ที่ต่างขบขันในความกะล่อนแกมทะเล้นของลูกชายนายพลคนนี้ ซึ่งคงจะไม่มีลูกชายนายพล นายพัน นายร้อย หรือนายสิบคนไหนในโลกเสมอเหมือนอีกแล้ว

 

ขณะเดียวกัน อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ในม่านหมอกแห่งแสงไฟหลากสียามราตรี เงามืดยังคงรายล้อมอยู่ไม่ห่าง

แค่ลงบันทึกประจำวันเองเหรอ จะไม่ตามสืบอะไรเลยหรือไง เมียผม แม่ยาย แถมยังน้องเมียอีก หายไปตั้ง 3 คน นี่ก็ครบ 24 ชั่วโมงแล้วด้วย!” ชายหนุ่มวัย 20 ต้นๆ ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ โวยวายใส่ตำรวจผู้ทำหน้าที่ร้อยเวรประจำสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง หลังจากเข้ามาแจ้งความคดีคนหายเมื่อ 10 นาทีก่อน

ก็แค่ 24 ชั่วโมง แล้วคนหายไปตั้ง 3 คน คงไปไหนกันตามประสาผู้หญิงล่ะมั้ง จะคิดมากทำไม กลัวเมียมีชู้เรอะ ไว้หายไปสักอาทิตย์ค่อยมาเป็นเดือดเป็นร้อนก็ยังทันถมถืด”

คำตอบของร้อยเวร ยิ่งทำให้ชายหนุ่มหัวเสียหนัก เขาเดินงุ่นง่านออกมาขี่มอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ด้านหน้าสถานีตำรวจ เพื่อกลับบ้านที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ความรู้สึกลึกๆ ในใจคุกรุ่นและแทบจะเดือดพล่านจากคำพูดแทงใจดำเมื่อครู่

 

ใช่สิ! ในเมื่อทั้งมารดาของภรรยา รวมทั้งน้องสาวของภรรยา ไม่มีใครชอบขี้หน้าเขาสักคน เหอะ! แล้วป่านนี้ก็คง... ชายหนุ่มครุ่นคิดระหว่างที่บิดคันเร่งพุ่งออกไปบนถนนอย่างเร็ว โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมของผู้หญิงทั้ง 3 คนนั้น กำลังตกอยู่ในวังวนของเงาแห่งความอาฆาต!!

 

จบตอน

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว