💕💕💕ชอบกดไลค์...ใช่กดแชร์ฝากติดตามเพจด้วย มือใหม่หัดเขียน💕💕💕💕

ตัดสินใจ(ภาคเมืองเสียนหยาง)

ชื่อตอน : ตัดสินใจ(ภาคเมืองเสียนหยาง)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2560 15:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตัดสินใจ(ภาคเมืองเสียนหยาง)
แบบอักษร

 

 

 •จักรวรรดิที่12•

 

 

          เท้าก้าวเข้ามาในห้องนอนของโจวเจียงสง  ฉีหลินก็ปะทะเข้ากับกลิ่นยาฉุนจมูกโดยมีท่านหมอกำลังตรวจชีพจรของชายชราอยู่  นางเดินเข้าไปดูใกล้ๆก็ไม่พบเห็นอาการบาดเจ็บภายนอกที่ร้ายแรง  

          “เรียนคุณหนูท่านแม่ทัพโจวเพียงได้รับความตระหนกเท่านั้น  อีกไม่นานก็จะหายเป็นปกติ”

          “ขอบคุณท่านหมอมาก”  เมื่อท่านหมอจากไป  นางก็เดินมานั่งข้างเตียงของท่านปู่

          “ท่านปู่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”  ใบหน้าของเขาซีดขาวแต่ดวงตายังคงแจ่มใส  อนุสติใดใดยังคงแจ่มชัด  ยิ่งเมื่อนึกถึงการเผชิญหน้าที่ผ่านมานั้นเขาจำยิ่งต้องมีสติ

          “หว่านเอ๋อร์…เจ้าได้พบหน้าองค์ชายสิบสามแล้วสินะ”  ท่านแม่ทัพเฒ่ากล่าวด้วยท่าทีเงียบขรึม

          “ผู้หลานได้พบแล้วเจ้าค่ะ”  นางกล่าวตอบ

          “หากเจ้าไม่ยินดีที่จะแต่งให้เขาปู่จะไปทูลขอร้องฝ่าบาทให้เจ้าเอง”  เขาจะยอมให้หลานสาวเพียงคนเดียวต้องร่วมเรียงเคียงหมอนกับคนเช่นนั้นได้อย่างไร

          “ท่านปู่หว่านเอ๋อร์ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ…หากการแต่งงานในครั้งนี้จะสามารถช่วยผู้คนในตระกูลไว้ได้”  นางคิดว่าไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเช่นไรแต่ว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะใช้เรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์

          “ท่านปู่…ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้นั้นข้าได้คิดเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว  สมรสพระราชทานในครั้งนี้อาจเป็นโอกาสดีที่เราจะใช้ในการถอนคืนป้ายคำสั่งเจ้าค่ะ”  นางจะใช้โอกาสนี้เพื่อถางพงหญ้าสร้างทางรอดแก่ตระกูล

          “เจ้าหมายความว่า…?”

          “เมื่อคืนนี้หลานได้นั่งทบทวนมาตลอดทั้งคืน  หากฝ่าบาทจะทรงลบตระกูลโจวออกไปจากแผ่นดินเพียงคำสั่งเดียวย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย  ท่านปู่จำตระกูลของพระอัครชายาได้หรือไม่เจ้าคะ  ในครานั้นบิดาของนางถือได้ว่ามีอำนาจมากที่สุดในราชสำนัก อีกทั้งพี่ชายของนางยังกุมอำนาจทหารอีกนับหมื่น  แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นต้องโทษกบฏต้องถูกประหารทั้งตระกูลโดยไม่มีแม้ข้อแก้ต่าง”

          “ใช่เรื่องนั้นข้าจำได้ดี  มีขุนนางน้อยใหญ่ต่างต้องโทษมากมาย”

          “เช่นนั้นหากจะทรงโยนข้อหากบฏให้เราก็ง่ายราวพลิกฝ่ามือ  แต่กลับไม่ทรงทำสิ่งใดเลย  นี่มิใช่หมายความว่าการสมรสครั้งนี้ฝ่าบาทต้องการให้พวกเราทั้งหมดไปให้ไกลจากเมืองหลวงใช่หรือไม่”

          นางได้แต่คิดมาตลอดคืนแล้วว่าเหตุใดฮ่องเต้จึงยังทรงไม่ปล่อยมือจากนาง  นั่นก็มีเพียงอย่างเดียวคือป้ายพยัคฆ์  และเหตุใดท่าทีของฝ่าบาทจึงทรงเปลี่ยนไปหลังจากที่นางหมั้นกับจวิ้นหวัง  เหตุผลนั้นนางพึ่งจะคิดได้ต่อเมื่อนึกถึงเหยาจือซิน  

          แสดงว่าฝ่าบาทต้องทรงระแคะระคายอะไรบางอย่างแน่นอน  และคงกำลังจะทรงชำระล้างบ้านเมืองครั้งใหญ่  ดังนั้นกำลังทหารของตระกูลโจวเป็นสิ่งจำเป็น  เช่นนั้นในตอนแรกจึงทรงเห็นชอบกับการสมรสในครั้งนี้

          แต่ต่อมาคงทรงทราบถึงแผนการณ์ของตระกูลเหยา  และท่าทีในการสนับสนุนจวิ้นหวังในการครองบัลลังค์  จึงทรงตัดกำลังจวิ้นหวังโดยการส่งนางไปแต่งให้องค์ชายสิบสาม  และใช้โอกาสนี้ในการยึดป้ายคำสั่งไปแทน

          นึกขึ้นได้ก็ให้สมน้ำหน้าเหยาจือซิน  เป็นเพราะแผนสังหารว่าที่พระชายาจึงทำให้โอกาสถือครองป้ายพยัคฆ์นั้นหลุดมือไปจากจวิ้นหวัง  ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ฝ่าบาททรงคิดเรื่องนี้เอาไว้แล้ว  ดังนั้นจึงไม่ทรงรั้งนางเอาไว้เพราะต้องการให้จวิ้นหวังและตระกูลโจวนั้นไม่สามารถร่วมมือกันได้นั่นเอง

          โจวเจียงสงหลังจากที่ได้ฟังความคิดของหลานสาว  สายตาแม่ทัพเฒ่าก็เปลี่ยนไป  ไม่คาดคิดว่าเพียงไม่นาน  หลานสาวที่เยาวว์วัยของเขาก็ก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ภายในชั่วคืน  ถึงขนาดคาดเดาความคิดของโอรสสวรรค์ได้ขนาดนี้

          หากเป็นเช่นที่นางกล่าวมาจริงนับว่าทรงมีเมตตาต่อตระกูลโจวแล้ว

          “เช่นนั้นการสมรสในครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้” ชายชราได้แต่ถอนหายใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือหลานสาวได้

          “ท่านปู่วางใจหลานจะปกป้องตระกูลของเราให้ดีที่สุด”  นาง

ให้สัญญา

 

#

 
ความคิดเห็น