ฝากคอมเม้นท์ ฝากติดตามนิยายของไรท์ด้วยนะคะ

My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 4 100%

ชื่อตอน : My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 4 100%

คำค้น : Zayn, Khow Fang, Love, เมียเด็ก, เซน, ข้าวฟาง, รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 25k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2561 14:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 4 100%
แบบอักษร

เมื่อคืนฉันโดนพี่เซนทำโทษโทษฐานที่ฉันเรอใส่หน้าโดยการให้กระโดดตบ 100 ครั้ง บทลงโทษโหดมากเพิ่งกินข้าวอิ่มก็ให้กระโดดตบเลย พี่เซนบอกว่าช่วงนี้ฉันดูอวบๆขึ้นเลยให้ออกกำลังกายก่อนนอน

จ๊ะ -_-!

“ข้าวฟ่างตื่นได้แล้ว 6 โมงเช้าแล้ว”

“อืมม...ป๋าาาขออีก 5 นาทีนะคะ หนูง่วงงงง” ฉันพูดเสียงยานพลิกตัวหันหลังให้พี่เซนก่อนจะดึงผ้าห่มมาคุมหัวตัวเอง

“ไม่ได้ ตื่นขึ้นเดี๋ยวนี้ข้าวฟ่าง” ไม่

“อืออ...” ฉันตอบรับแต่ก็ยังนอนซุกผ้าห่มเหมือนเดิม

เพลียจากการกระโดดตบเมื่อคืนยังไม่หายเลย

พรึ่บ!

“ตื่นเดี๋ยวนี้!”

ไม่ตื่น

“คร่อกกก Zzz!” นอนหลับต่อไปค่ะ

“ถ้าไม่ตื่นฉันฟาดตูดเธอแน่! ต้องให้ฉันปลุกทุกวันยัยขี้เกียจ!”

เอออยากด่าอะไรก็ด่าเลย ก็คนมันง่วงนอนนิ ไม่สนใจว่าจะโดดตีตูดกี่ทีด้วย

“อ๊ะ!...ปะ...ป๋าทำอะไรอะ!” ฉันตกใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเองตัวลอยขึ้นจากเตียง พี่เซนอุ้มฉันนะสิ

“จับเด็กขี้เกียจอาบน้ำไปโรงเรียน”

“นะ...หนูตื่นแล้ว หนูอาบเองค่ะ” ให้ตายเถอะผู้ชายอะไรห่ามเป็นบ้าเลย ฉันไม่ยอมตื่นถึงกับอุ้มไปอาบน้ำเลย

“เธออาบน้ำช้า เดี๋ยวรถติดเธอจะไม่ทันเข้าแถวเอา”

เท่านั้นแหละค่ะ ชุดนอนของฉันถูกถอดออกโดยพี่เซน พี่เซนไม่สนใจที่ฉันเอามือดึงชุดนอนตัวเอง ไหนจะต้องเอามือปิดสวนสงวนของตัวเองอีก ถึงจะเคยแก้ผ้าให้พี่เซนเห็นมันก็แค่เรื่องอย่างว่า ไม่เคยมาแก้ผ้าโต้งๆแบบนี้สักที

“ปะ...ป๋าหนูอาบเองค่ะ!”

“เธอช้า!”

“ไม่ ป๋าอย่า...”

เสียงฉันโวกเวกโวยวายในห้องน้ำเกือบครึ่งชั่วโมง ฉันปัดป้องมือพี่เซนทุกทางเพื่อไม่ให้แตะเนื้อต้องตัวของตัวเอง แต่มันก็ไม่ได้ผล พี่เซนเอามือจับข้อมือฉันไว้ทั้งสองข้างแล้วเอามือที่ว่างถูสบู่ให้ฉัน สยิ้วกิ้วมากบอกเลยเวลามือหนาของพี่เซนลูบไล้ตามตัวฉัน ถูทุกซอกทุกมุมด้วย

ฉันโคตรอายเลย -//-

พี่เซนอาบน้ำให้ฉันเสร็จ ก็เอาผ้าเช็ดตัวพันตัวให้ฉันก่อนจะเอ่ยปากไล่

“เอ้า อาบเสร็จแล้วออกไปได้แล้ว”

“ค่ะ”

เมื่อถูกไล่ออกจากห้องน้ำก็มานั่งทาครีม แต่งตัวเตรียมตัวไปเรียน

“เสร็จรึยัง?” มาตามอีกแล้ว

ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างตะลึง พี่เซนหล่อมาก ฉันชอบมองเวลาพี่เซนแต่งชุดสูทครบเครื่องเวลาไปทำงาน มันโคตรจะหล่อเหมือนพระเอกเกาหลีเลย

“มองบ้าอะไร? เสร็จรึยัง?”

“สะ...เสร็จแล้วค่ะ”

“อืม เสร็จแล้วก็ตามลงมาทานข้าว”

“ค่ะ”

“ชอบทำอะไรชักช้า แค่ไปเรียนไม่ต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้สวย”

พอมาถึงโต๊ะอาหารก็โดนดุเลย เอาเลิกเอาชัยก่อนไปเรียน ดีค่ะเวลาคุณครูสอนหูจะได้โล่ง

“แกก็นะตาเซน ดุน้องทุกวี่ทุกวันน้องเป็นผู้หญิงก็ต้องแต่งตัวให้สวยเป็นธรรมดาสิ" ถูกค่ะคุณหญิงแม่

"แต่งยังไงก็ไม่สวยขึ้นมาหรอก" คนนิสัยไม่ดี!

"อย่าไปสนใจตาเซนเลยลูก มาจ๊ะมานั่งทานข้าว หนูจะได้ไปโรงเรียนเนอะอยู่บ้านนานเดี๋ยวคนแถวนี้จะดุเอาอีก”

"แม่อะ ชอบให้ท้ายตลอดเลย"

"ก็ลูกสะใภ้ฉันนิยะ! ทานเยอะๆนะลูก"

"ค่ะคุณแม่ ^^"

"ยิ้มอยู่ได้รีบทานข้าวเดี๋ยวสาย!" ดุตลอด

"อือ"

ฉันนั่งทานข้าวเงียบๆ ถ้าเถียงก็โดนด่าอะ ไม่เอาหรอกแค่โดนทำโทษกระโดดตบเมื่อคืนก็เพียงพอแล้ว

“วันหลังต้องปลุกตั้งแต่ตี 5 ล่ะมั่ง ถึงจะได้ลงมาเร็วกว่านี้”

อะไรนะ!? ปลุกตั้งแต่ตี 5 !! บ้าแล้ว!

“ไม่เอา เช้าเกินป๋า หนูยังเด็กต้องการการพักผ่อนเป็นอย่างมากค่ะ”

“ใครใช้ให้พูดเวลาทานข้าว” ทีตัวเองยังพูดเลยชิ!

“ขอโทษค่ะ พอดีหนูทำตามป๋า” ฉันพูดประชดไป

เคร้ง!

เวรกรรมแล้ว พี่เซนทิ้งช้อนใส่ชามเสียงดัง เล่นฉันสะดุ้งเลย

“อยากนองเลือดก่อนไปเรียนรึไง?” พี่เซนถามฉันอย่างเอาเรื่อง

“หนูขอโทษค่ะ” ฉันยกมือไหว้ขอโทษพี่เซน

พี่เซนยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหันไปนั่งทานข้าวต่อเหมือนกับกูชนะแล้ว แบบนี้เลย

อยากจะกระโดดกัดหูตบด้วยการกระโดดถีบขาคู่ หมั่นไส้!

“วันนี้กลับบ้านเองนะ ฉันกลับดึก พอดีมีกินเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาฝึกงาน”

“ค่ะ”

“ห้ามหนีเที่ยว ถ้าอยากจะไปไหนต้องโทรมาขออนุญาตฉันก่อน แล้วฉันจะตัดสินใจเองว่าควรให้ไปรึเปล่า เข้าใจไหม?” นี่ผัวหรือพ่อตอบ

“ค่ะ” ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าพูดคำว่าค่ะ

“เออ เช้านี้ดีหน่อยที่เธอเชื่อฟังฉัน”

“ค่ะ”

ใจจริงก็ไม่อยากเชื่อฟังหรอก อยากจะดื้อให้สุดเหวี่ยง แต่ไม่เอาอะ ไม่เล่นกับอารมณ์พี่เซนค่ะ เพราะคนซวยมันคือฉัน

พี่เซนขับรถมาส่งฉันที่โรงเรียน ฉันหอมแก้มพี่เซนทั้งสองข้างก่อนจะลงรถ

“ตั้งใจทำงานนะคะป๋า”


Zayn Part

“ตั้งใจทำงานนะคะป๋า” เสียงแหลมของเมียตัวน้อยของผมดังขึ้นหลังจากเธอลงรถ เธอโบกมือบ๊ายบายให้ผมพร้อมรอยยิ้มแสนสดใสประจำตัว มันทำให้ผมอดยิ้มไปไม่ได้

“อืม” ผมพยักหน้าให้ข้าวฟ่างก่อนจะขับรถมาที่บริษัท

วันนี้มีนักศึกษาฝึกงานจะมารายงานตัวกับผมสองคน เป็นผู้หญิงทั้งสองคน ผมเลยแต่งตัวครบเครื่องให้เหมาะสมกับเป็นประธานบริษัท

“นักศึกษาฝึกงานมากันรึยัง” ผมถามเลขาหน้าห้อง

“มาแล้วค่ะ ดิฉันให้รออยู่ในห้องรับรองค่ะเดี๋ยวดิฉันไปตามให้นะคะ”

“ครับ”

ก๊อกๆ

“เข้ามาได้เลยครับ” ผมนั่งมองนักศึกษาฝึกงานสองคนเดินเข้ามาหาผมอย่างกล้าๆกลัวๆ กลัวทำไมผมไม่ได้กระโดดกัดคอซะหน่อย

“เชิญนั่งครับ” ผมลุกขึ้นก่อนจะผายมือไปที่เก้าอี้ว่างสองที่

“ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณค่ะ”

“พวกคุณชื่ออะไรกันบ้างครับ”

“สวัสดีค่ะดิฉันชื่อ กันตาค่ะ นางสาวกันตนา พิบูลพิทักศรีค่ะ”

“สวัสดีค่ะดิฉันชื่อ เนตรค่ะ นางสาวนภาพรรณ ศรีตระกูลดีค่ะ”  (ทั้งสองคนเป็นนามสมมุติที่ไรท์ตั้งขึ้นมาเพื่อนิยายนะคะ ถ้ามีชื่อหรือนามสกุลนี้อยู่จริงไรท์ต้องขออภัยค่ะ)

“พวกคุณเรียนบริหาร ถ้างั้นอาทิตย์แรกผมจะให้คุณเรียนรู้งานจากเลขาผมก่อนนะครับ แล้วผมจะให้เลขาดูว่าคุณสองคนเหมาะจะไปฝึกส่วนไหนดี เดี๋ยวคุณให้คนจัดโต๊ะเพิ่มให้นักศึกษาฝึกงานด้วยนะ เพราะช่วงนี้คุณงานยุ่งก็ลองๆสอนงานพวกเธอดู”

“ค่ะท่านประธาน ตามพี่มาจ๊ะ”

“ค่ะ/ค่ะ”

Zayn Part End

“พี่นุ่นค่ะ ท่านประธานชื่อเล่นชื่อว่าอะไรเหรอคะ?”

“ชื่อเซนจ๊ะน้องเนตร”

“ชื่อเท่จังเลยค่ะ หล่อด้วยเนอะยัยกันตา”

“อืม เท่และก็หล่อ ^^”

สวัสดีฉันชื่อกันตา อายุ 21 ปี เรียนบริหารอยู่ปี 4 ฉันได้มาฝึกงานที่บริษัทของนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากๆในอหังสาริมทรัพย์ท่านหนึ่ง ฉันไม่เคยเห็นตัวจริงของท่านประธานสักทีเคยได้ยินและเห็นตามอินเตอร์เน็ต มีคนบอกว่าตัวจริงหล่อเท่มาก และวันนี้ฉันก็ได้เห็น คุณเซนหล่อเท่สุดๆ ใบหน้าหล่อที่เรียบนิ่งแฝงไปด้วยความดุดันแต่ภายใต้ใบหน้าดุดันนั้นก็มีสายตาอ่อนโยนอยู่ คือสเปคของฉันเลย

ฉันชอบผู้ชายนิ่งขรึมและอ่อนโยน พูดครับตบท้ายประโยคทุกคำด้วย กันตาอยากได้ผู้ชายแบบนี้จังเลย

“ยิ้มอะไรยัยกันตา” ยัยเนตรถามฉันหลังจากที่เห็นฉันนั่งยิ้มคนเดียว

“แกว่าคุณเซนเค้าจะสนใจฉันไหม?”

“แกทั้งสวยทั้งเก่ง ใครไม่สนก็โง่แล้ว”

“จริงนะแก ฉันว่าคุณเซนต้องโสดแน่ๆ ผู้ชายนิ่งขรึมแบบนั้นคงจะมีคนเข้าใจยาก ฉันดีใจที่สุดที่ได้มาฝึกงานที่นี่”

“ฉันก็ดีใจ”

“วันนี้พี่นุ่นบอกว่าคุณเซนจัดงานเลี้ยงต้อนรับเราด้วยนะ เพื่อพวกเราจะได้รู้จักพี่ๆที่เราต้องร่วมงานกัน” ยัยเนตรบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“จริงงงง...ถ้างั้นฉันก็จะเอางานเลี้ยงนี่แหละที่หวังจะเข้าหาคุณเซน”

“ขอให้ได้อย่างใจหวังนะ”

“สาธุแก”

งานเลี้ยงนักศึกษาฝึกงาน

“ทานให้เต็มที่เลยนะครับ ผมจัดงานเลี้ยงนี้เพื่อพวกคุณ” ผมพูดกับกันตาและเนตรที่นั่งมองอาหารตาลุกแวว

“ขอบคุณค่ะ!!” เธอสองคนยกมือไหว้ผม

“ครับ”

ผมเปิดร้านอาหารโซนหนึ่งเพื่อต้อนรับนักศึกษาฝึกงานที่มาทำงานที่บริษัทผมแบบนี้ทุกปี จะว่าผมเวอร์วังอะไรก็ได้แต่ผมอยากให้เขารู้ว่าที่พวกเค้ามาฝึกงานบริษัทผม ผมยินดีต้อนรับเป็นอย่างดี ผมอยากให้พวกเค้าพูดปากต่อปากในแนวชื่นชมมากกว่านินทาว่าร้าย

ผม เลขาของผมและหัวหน้าแผนกทุกคนร่วมทานอาหารร่วมกัน พูดคุยกันเรื่องงานที่จะให้กันตาและเนตรปรับตัวเพราะการทำงานจริงมันต่างกับการเรียน

พวกเรานั่งดื่มสังสรรค์กันจนงานเลี้ยงจบ ผมก็ขับรถเพื่อจะกลับบ้าน ก็เห็นกันตากับเนตรเหมือนยืนรออะไรอยู่

“พวกคุณรออะไรกันอยู่เหรอครับ นี่มันก็ดึกมากแล้วนะ ไม่กลับบ้านกันเหรอครับ” ผมเปิดกระจกรถถามกันตากับเนตร

“พวกเรารอแท็กซี่อยู่น่ะค่ะคุณเซน แต่ก็ยืนรอนานแล้วไม่เห็นจะมาสักคันค่ะ” กันตาตอบ

ผมบอกให้พวกเธอเรียกผมว่าคุณเซนเองแหละครับเพื่อไม่ให้พวกเธอกลัวผม เพราะผมเป็นคนตรงๆนิ่งๆตามประสาเพื่อให้เหมาะกับลุคผู้บริหาร

“ถ้าพวกคุณรอแท็กซี่ผ่านมาก็คงดึกครับ เดี๋ยวผมไปส่งพวกคุณก็แล้วกัน พวกคุณจะได้กลับไปพักผ่อนด้วย”

“จะ...จริงเหรอคะ” กันตาถามน้ำเสียงตื่นเต้น

“ครับ แต่ก็นั่งเบียดกันนิดหนึ่งนะครับ พอดีรถผมมันดันนั่งได้แค่สองคน”

“ไม่เป็นไรค่ะ พวกเรานั่งเบียดกันได้ค่ะ เนอะยัยเนตร”

“หะ...ชะ...ใช่ค่ะ^^”

“ถ้างั้นเชิญขึ้นรถครับ”

“ขอบคุณค่ะ/ ขอบคุณค่ะ”

“รถคุณเซนสวยจังเลยนะคะ พวกเราเพิ่งเคยนั่งรถหรูๆแบบนี้เป็นครั้งแรกเลยค่ะ”

“ใช่ค่ะ เป็นบุญของพวกเรามากเลยนะคะที่ได้นั่งรถราคาหลายล้านขนาดนี้”

กันตาและเนตรพูดถึงรถผมกันเสียงแจ้ว ผมขับรถตามทางที่กันตาและเนตรบอกจนมาถึงคอนโดระดับ 3 ดาวแห่งหนึ่ง พวกเธอก็ดูมีเงินแต่ทำไมไม่เอารถมาเองวะ

“ขอบคุณมากนะคะที่มาส่งพวกเรา”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ขับรถดีๆนะคะ” กันตาพูด

“ครับ”

Rrrr

'มนุษย์ดื้อ'

ผมเปลี่ยนชื่อเบอร์โทรของข้าวฟ่างว่ามนุษย์ดื้อ เพราะเธอดื้อจริงๆ

“อืม ว่าไง”

‘ป๋าอยู่ไหนแล้วคะ หนูอ่านหนังสือสอบรอป๋าจนง่วงแล้วนะคะ’

“กำลังขับรถอยู่ ถ้าง่วงก็นอนไปก่อนเลย”

‘ไม่เอา หนูจะรอป๋า แค่นี้นะคะ’

ตู๊ดๆ

เออ....คิดจะตัดสายกูก็ตัด ดีจริงเมียกู

พอมาถึงห้อง ก็เห็นเมียตัวน้อยนอนหลับคอพับคาหนังสือสอบกับโต๊ะทำการบ้าน

“เฮ้อ...บอกให้นอนก่อนก็ไม่ยอม แล้วไงล่ะนอนคอพับคาหนังสืออยู่นี่ปวดคอหมด” ผมบ่นงึมงำก่อนจะอุ้มข้าวฟ่างไปนอนบนเตียงดีดี

“อืออ...ป๋าอย่ากวนหนู”

“กวนที่ไหนยัยดื้อ ฝันดีนะ” ผมก้มไปจุ๊บหน้าผากสวยของข้าวฟ่างโดยไม่ลืมดึงผ้าห่มมาห่มตัวให้เมียตัวน้อย ผมอาบน้ำใส่ชุดนอนเสร็จก็ล้มตัวนอนโดยมีเมียตัวน้อยนอนหลับซุกอก

หลายวันผ่านไป

วันนี้เป็นวันที่ข้าวฟ่างต้องไปสอบและก็เป็นวันแรกที่ผมไม่ต้องปลุกเธอ ตื่นเองครับ แต่งตัวเสร็จตั้งแต่ไก่โห่เพื่อมานั่งอ่านหนังสือทบทวนก่อนเข้าห้องสอบ สงสัยผมจะมีเมียเป็นหมอจริงๆแหะ

“อ่านมากเดี๋ยวสมองรวนสอบไม่ได้กันพอดี”

“ไม่รวนค่ะ หนูโดฟอาหารเสริมความจำเยอะมาก” เชื่อครับ กินทุกอย่างที่สามารถเสริมสร้างความจำได้จนบวมน้ำแล้ว

“วันนี้ฉันจะให้คนขับรถไปส่งนะ พอดีมีประชุมเช้าแต่ถ้าสอบเสร็จก็โทรมาเพราะจะไปรับเอง”

“ค่ะ ^^”

"ป๋าอวยพรให้หนูหน่อย หนูจะไปสอบแล้วค่ะ" ข้าวฟ่างวิ่งเข้ามาหาผมหน้าตั้ง คนขับรถก็รอเมื่อกี้ก็ไม่มานะ

"ขอให้ทำข้อสอบได้ทุกข้อ กากข้อไหนก็ให้ถูกหมด ฉันอยากมีเมียเป็นหมอตั้งใจสอบ มีสมาธิในการอ่านโจทย์รู้ไหม ?" ผมเอามือลูบหัวข้าวฟ่างอย่างเอ็นดู

"รับทราบค่ะ ^^" ข้าวฟ่างทำท่าตะเบ๊ะใส่ผม

ฟอดดด!!

อดไม่ได้ที่จะหอมแก้ม

"กำลังใจก่อนสอบ ฉันก็จะไปทำงานแล้วเหมือนกัน"

ฟอดดด!!

"กำลังใจในการทำงานค่ะ ^^" ข้าวฟ่างหอมแก้มผมคืนก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถ ยังไม่วายเปิดหน้าต่างโบกไม้โบกมือใส่ผม

"ฮึ ยัยเด็กบ้าเอ้ย!"ผมหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นพฤติกรรมของเมียตัวเอง

ไลน์!

‘ถ้าหนูสอบติดหมอ ป๋าต้องให้รางวัลหนูนะ’

ยังจะส่งข้อความมาขอรางวัลอีก

‘ถ้าสอบติดหมอ อยากได้อะไรฉันให้หมด’

ไลน์! 

ข้าวฟ่างส่งสติ๊กเกอร์ไลน์รูปกระโดดเย้ๆมาให้ผม

นับวันทำตัวน่ารักวะ

อ่านี่จะ 8 โมงแล้วผมต้องรีบไปบริษัท เพราะผมมีประชุมตอน 9 โมงเช้า ต้องไปเตรียมตัว

“สวัสดีค่ะคุณเซน รับกาแฟไหมคะ?” กันตาถามผมเมื่อเห็นผมเดินมา

กันตาได้ฝึกงานกับเลขาผม ส่วนเนตรก็ไปฝึกงานกับเลขาผู้บริหารฝ่ายการตลาด เพราะเธอมีความสามารถที่ช่วยให้คำปรึกษาได้ดี

“ครับ”

“โอเคค่ะ เดี๋ยวกันตาเอาไปให้นะคะ”

“ขอบคุณครับ”

“กาแฟมาแล้วค่ะคุณเซน”

“เอาวางไว้บนโต๊ะเลยครับ ผมขออ่านเอกสารที่ต้องใช้ในการประชุมอีกหน่อย”

“ค่ะ มีอะไรเรียกใช้กันตาได้ตลอดเลยนะคะ พอดีพี่นุ่นเค้าฝากไว้ค่ะ”

“ครับ”


Khow Fang Part

ฉันเดินออกมาจากห้องสอบด้วยรอยยิ้ม ฉันทำข้อสอบได้เกือบทุกข้อเลยดีใจสุดๆ ไม่เสียแรงที่นั่งอ่านมาตั้งนานยังไม่รวมที่โดนพี่เซนดุอีกนะ โอ้เย้ คราวนี้ฉันได้เป็นหมอสมใจแน่ โทรหาพี่เซนให้มารับดีกว่าหุ๊ๆ

“ป๋าหนูสอบเสร็จแล้วนะคะ มารับหนูหน่อย”

‘อะ...เอ่อ...คุณเซนยังประชุมไม่เสร็จค่ะ’

“อ่อเหรอคะ?” ทำไมประชุมนานจัง นี่มันก็จะเที่ยงแล้วด้วย

“ถ้างั้นหนูฝากบอกป๋าให้ด้วยนะคะ ว่าเดี๋ยวหนูไปหาที่บริษัทพร้อมกับอาหารกลางวันค่ะ” ฉันพูดด้วยรอยยิ้ม

‘ได้ค่ะ’ เธอพูดแค่นั้นก่อนจะกดวางสายของฉันไป สงสัยจะงานยุ่งถึงได้รีบกดวางสาย

ฉันเดินออกมานอกรั้วมหาวิทยาลัยที่มาสอบก่อนจะเดินหาร้านอาหาร หิวข้าวมากซื้อข้าวไปกินกับพี่เซนดีกว่า เผื่อพี่เซนประชุมเสร็จหิวขึ้นมา

“ป้าคะขอกระเพราะไข่ดาว 2 กล่องค่ะ”

“ได้จ๊ะหนู นั่งรอป้าสักครู่นะลูก”

“ค่ะ ^^”

ฉันนั่งแท็กซี่มาที่บริษัทพี่เซนพร้อมกับข้าวผัดกระเพราไข่ดาว 2 กล่อง

“สวัสดีค่ะ พี่เซนเลิกประชุมรึยังคะ?” ฉันถามเลขาหน้าห้องพี่เซน

“ค่ะ ท่านประธานเพิ่งประชุมเสร็จเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ”

“หนูเข้าไปในห้องได้ใช่ไหมคะ?”

“ได้ค่ะ ^^”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มให้พี่เลขาหน้าห้องพี่เซน ก่อนจะเคาะประตูเพื่ออนุญาตเข้าห้องพี่เซน

ก๊อกๆ

“เข้ามาได้เลยครับ”

“ป๋าหนูซื้อข้าวมา...ฝะ...ฝาก...” ฉันเรียกพี่เซนก่อนจะชะงักมองผู้หญิงที่ใส่ชุดนักศึกษานั่งอยู่ บนโต๊ะมีอาหารวางอยู่เต็มเลย มีแต่อาหารดีดีทั้งนั้นพวกสปาเก็ตตี้ สเต็กไร้งี้

ส่วนฉันถือแค่ข้าวกล่องธรรมดาเอง

“มาได้ไง ฉันบอกเธอแล้วว่าสอบเสร็จให้โทรหานิ” พี่เซนถามฉันด้วยสีหน้างงๆที่เห็นฉันโผล่มาที่บริษัทด้วยตัวเอง

“หนูโทรหาป๋าแล้วนะคะ มีคนรับสายแล้ว...” ฉันอธิบายให้พี่เซนฟังยังไม่จบ ผู้หญิงที่ใส่ชุดนักศึกษาก็พูดแทรกขึ้นมา

“อ่อใช่ค่ะ เมื่อกี้กันตารับสายเองค่ะ พอดีกันตาเข้ามาเก็บแก้วกาแฟน่ะค่ะ แล้วก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์คุณเซนดังไม่หยุด กันตาเกรงว่าจะเสียงดังรบกวนพนักงานคนอื่น กันตาก็เลยรับสายค่ะ กันตาขอโทษนะคะที่ถือวิสาสะรับสาย กันตาก็มัวทำงานจนลืมไปเลยค่ะว่ามีคนโทรมาหาคุณเซน ว่าจะบอกอยู่แล้วเชียว”

ทำงานจนลืมเหรอ? โทรมาแล้วเสียงดังไม่หยุดงั้นเหรอ?

ฉันกดโทรปุ๊ปเสียงดังตู๊ดแรกก็มีคนรับสายเลยนะ แล้วก็นะฉันเพิ่งโทรมาเมื่อกี้ คงไม่ทันทำงานจนหัวหมุนหรอก ผู้หญิงคนนี้มันยังไงกันนะ ชักจะยังไงๆแล้วสิ

ฉันมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น เธอมองฉันด้วยสายตานิ่งก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากให้ฉันแล้วก้มนั่งทานอาหารต่อเสมือนตัวเองนั่งทานอาหารในห้องทำงานตัวเอง

เดี๋ยวนะ...นี่พี่เซนนั่งทานอาหารกับเธอคนนี้งั้นเหรอ?

“ป๋าทานข้าวกลางวันแล้วเหรอคะ?” ฉันถามพี่เซนเมื่อเห็นริมฝีปากหนาดูมันๆเหมือนทานอาหารแล้ว

“เพิ่งทานไปแค่คำเดียวเอง แล้วนั่นซื้ออะไรมาตั้งเยอะแยะ” เยอะแยะที่ไหนแค่ข้าว 2 กล่องเอง

“ข้าวผัดกระเพราไข่ดาวค่ะ หนูซื้อมาทานกับป๋า”

“อ่อ...งั้นก็ทานเลย”

“แต่ป๋า...” ป๋ามีสปาเก็ตตี้แล้ว คงไม่กินข้าวผัดกระเพราไข่ดาวธรรมดาๆหรอก

“ฉันอยากกินผัดกระเพรากับเธอ” เหมือนพี่เซนจะรู้ว่าฉันกำลังพูดถึงอะไร

“…” ฉันยืนนิ่งจนพี่เซนลุกเดินเข้ามาหา

“ข้อสอบเป็นยังไงมั่ง บอกหน่อยสิ”

“ข้อสอบออกที่หนูอ่านเกือบทุกข้อเลยค่ะ” ฉันตอบพี่เซนไป

พี่เซนจูงมือฉันให้เดินมาที่โซฟา ก่อนจะนั่งลงแล้วดึงแขนฉันให้นั่งลงบนตักตัวเอง ก่อนจะยกแขนแกร่งของตัวเองกอดเอวของฉันไว้

“แบบนี้ก็ทำข้อสอบได้หมดนะสิ”

“ค่ะ”

“ฮึๆ น่ารักจังเด็กน้อยของฉัน” พี่เซนพูดพร้อมกับเอาจมูกโด้งของตัวเองมาคลอเคลียที่แก้มฉัน

“คุณเซนคะ....กันตาว่าเรารีบทานสปาเก็ตตี้กันเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นหมดจะไม่อร่อยนะคะ”

“ผมอยากทานผัดกระเพราไข่ดาวมากกว่าครับ” พี่เซนหันไปตอบเธอ คำพูดของพี่เซนทำให้ฉันยิ้มแฉ่งขึ้นมาเลย

“งั้นเราทานกันเลยไหมคะป๋า เดี๋ยวผัดกระเพราะเย็นหมดมันจะไม่อร่อย อีกอย่างหนูก็หิวมากด้วย”

“อืม ทานเลยก็ได้ฉันก็หิวมากเหมือนกัน”

“ค่ะ ^^”







#

Kanta >> Sun Hwa

Credit all picture >> Google

#จบตอนแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็น