ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อบพาย ชิ้นที่ 4

ชื่อตอน : อบพาย ชิ้นที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 622

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2561 20:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อบพาย ชิ้นที่ 4
แบบอักษร

ตอนที่ 4

**เอริกะ เขียน


‘นั่นพบรักนี่มาทำอะไรที่คณะเราอ่ะ’

‘หล่อเนาะแก’

เสียงซุบซิบดังขึ้นเป็นระยะ และยังมีสายตาหลายคู่มองมาที่เขาเพราะตำแหน่งเดือนวิศวะ ทำให้ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก บวกกับนิสัยเข้ากับคนง่ายเลยสนิทใครหลายคนเพียงแค่ยิ้มเขาก็เข้ามาคุย ซึ่งตอนนี้ถ้าเขายิ้มคิดว่าคงต้องมีสาวใจกล้าเดินเข้ามาแน่ มันไม่ได้อึดอัดหรือเดือดร้อนอะไรที่กลายเป็นจุดสนใจ แถมยังส่งยิ้มให้คนที่มองมาเรียกเสียงกรี๊ดอีกแต่ตอนนี้ผมสนใจอยู่อย่างเดียวคือคนที่กำลังเดินลงมาจากบันได

เขามายืนรอไวน์ตั้งแต่ 11โมง อีกคนเดินมาพร้อมกับเพื่อนตัวเล็กทั้งสองที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะเห็นแล้วนึกเปรียบเทียบกับไอ้สองแฝดเดย์ไนท์เพื่อน บรรยากาศคล้ายกันคนนึงมืดมนอีกคนอย่างกับพระอาทิตย์ ส่วนคนสวยของเขาก็ยังสวยเหมือนเดิม

“ไวน์”

ไวน์หันมาตามเสียงเรียก ตาหวานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วจนแทบจะติดกัน คนหน้าสวยหันหลังทันทีเมื่อเห็นว่าใครเรียก

“จะไปไหน” แต่ไอ้พบรักไวกว่าครับ ก้าวไปคว้าแขนอีกคนได้ทันหนีไม่รอดหรอกนะ หึหึ

“ปล่อย” อีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“มารับ ตามที่สัญญาไง”

“สัญญา?” ไวน์เหมือนจะลืมเรื่องที่เราสัญญากันเอาไว้ แอบน้อยใจนะเนี่ย

‘ทำไมพบรักถึงไปคุยกับไวน์...’

‘นั่นสิ...กับคนอย่างหมอนั่น’

เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าพบรักเข้ามาคุยกับไวน์ และยังจับมือถือแขนหลายคนเริ่มมองอย่างสงสัย

“ก็ที่เมื่อวานเราไปเที่ยวด้วยกันไง”

“ปล่อย...” ร่างโปร่งพยายามระงับอารมณ์ ตาคมตวัดมองที่แขนตัวเองที่ถูกเขาจับเอาไว้แน่น ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับเขา ตอนนี้เลยกลายเป็นจุดสนใจซึ่งดูเหมือนไวน์ไม่ชอบ

“ไม่ วันนี้ไวน์มีนัดกับผม” แต่หาได้สนใจสายตาดุๆ ไม่ ไวน์ไม่ใช่คนน่ากลัวเลยสักนิดในความคิดของพบรักถึงตาจะดุแต่ความจริงมันคือเกาะที่เจ้าตัวสร้างขึ้นเพื่อกันคนอื่นเข้าไป เขาส่งยิ้มหวานๆ กลับไปแต่อีกฝ่ายกลับเบ้หน้าทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเหมือนที่ชอบทำเวลาไม่ได้ดั่งใจ

“อะไรกัน ไวน์รู้จักกันเหรอ” เพื่อนตัวเล็กคนหนึ่งของไวน์แทรกขึ้น หลังจากมองเงียบๆ มาสักพักจำได้ว่าชื่อแคทเคยได้ยินพวกแม่งพูดถึงบ่อยๆ เห็นใกล้ๆ น่ารักกว่าที่คนเขาลือกันอีก ถึงว่าพวกวิด’ วะถึงได้คลั่งไคล้

“ไม่...”

“รู้จักครับ” เขาตอบรับขัดก่อนที่ไวน์จะทันปฏิเสธ รังสีอาฆาตส่งมาจากร่างโปร่งเขาส่งยิ้มกวนๆ ให้เจ้าตัวก่อนจะตอบข้อสงสัยให้แก่รุ่นพี่ตัวเล็กที่มองอย่างจับผิด “คืนก่อนผมบังเอิญช่วยไวน์ไว้”

“อ่อ นายนี่เอง” ร่างเล็กพยักหน้าเข้าใจและยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“ขอบใจที่ช่วยไวน์นะ ฉันชื่อคิท ส่วนนี่แคทน้องชายของฉันพวกเราเป็นเพื่อนสนิทไวน์” พี่คิทยิ้มแนะนำตัวเองและพี่แคทคนที่ยืนเงียบๆ

“ครับ ผมพบรักอยู่ปีหนึ่ง”

“อ่าหะ...แล้วเดือนวิดวะ’ คนดังมีธุระอะไรกับไวน์ล่ะ”

“เรามีนัดเดตกันน่ะ”

“เห?”

“นาย!” ไวน์ถลึงตาใส่ เพราะเสียงของเขาไม่ได้เบา ทำให้คนที่ได้ยินหูผึ่งทันที จับกลุ่มซุบซิบราวกลับเป็นเรื่องใหญ่

ก็นะ...

“หืม...” พี่คิทนิ่งไปสักพักเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างก่อนจะมองหน้าเขา สายตาของคนตัวเล็กราวกับจะมองทะลุไปทั่วร่างรู้สึกเสียวไส้ยังไงก็ไม่รู้แหะ

“ไม่ใช่” ไวน์ปฏิเสธทันทีแต่พบรักไม่เปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายหนีไปจากตัวเองแน่ๆ

“ใช่แล้วครับ เพราะงั้นผมขอยืมตัวเพื่อนพี่วันนึง สัญญาว่าจะพาไปส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัยครับ”

“นี่!”

“โอเค ดูแลเพื่อนพี่ให้ดีล่ะ” พี่คิทบอกพร้อมกับโบกมือลาและดึงพี่แคทให้เดินจากไป ทิ้งให้ไวน์ยืนอึ้งอยู่กับเขา เจ้าตัวคงจะไม่คิดว่าเพื่อนจะทิ้ง

...สงสารคนถูกเพื่อนทิ้ง ฮ่าๆ

“ไปเถอะ”

“นี่!” ไวน์ท้วง มองที่ข้อมือของตัวเองที่ถูกจับเอาไว้ “อย่ามาเนียน”

เขาส่งยิ้มเห่ยๆ ให้คนรู้ทันก่อนจะยอมปล่อยมือ น่าเสียดายจังแต่ก็ช่างเถอะเดี๋ยวไวน์โมโหจะไม่ได้ไปกันพอดี โอกาสไม่ได้มีง่ายๆ นะเออ

“ไปกันเถอะ อย่าลืมสิว่าเราตกลงกันแล้ว...หวังว่าไวน์คงไม่ลืมนะครับ”

“จิ๊!” ไวน์ยอมเดินตามหลังมาแบบจำใจ

“จะไปไหน” คนข้างๆ เอ่ยถามเสียงห้วน

วันนี้พบรักไม่ได้จะพาไปห้องซ้อมดนตรีหรอก เพราะมีที่ที่หนึ่งซึ่งไวน์น่าจะถนัดแต่ก่อนอื่นคงต้องแวะร้านอาหารก่อนเพราะท้องร้องจ๊อกๆ ละ

“ไปหาอะไรกินก่อนก็แล้วกัน”

เขาพาอีกคนแว้นไอ้เรดลูกรักมายัง ‘ร้านป้าแต้ว’ เป็นร้านข้าวแกงและก๋วยเตี๋ยวทุกชนิด เป็นร้านที่สะอาดในระดับดี ฝีมือป้าแต้วอร่อยทำให้มีลูกค้าประจำเยอะมาทีไรคนแน่นร้านทุกที ที่สำคัญแกใจดีชอบให้เยอะแถมให้ตลอดสาเหตุนี้จึงกลายประจำที่เขามาทานกับเพื่อนๆ แต่พักหลังไม่ได้มาเนื่องจากปีหนึ่งมีงานและกิจกรรมบ่อย ส่วนมากฝากกันซื้อเป็นข้าวกล่องเข้าไปกินในมอมากกว่า

“ป้าครับเหมือนเดิม”

“จ้า ไม่ได้เจอนานวันนี้มากันสองคนเหรอ” ป้าแต้ว เจ้าของร้านถามพลางยิ้มอย่างใจดีที่เห็นลูกค้าคุ้นหน้า

“ช่วงนี้งานเยอะกิจกรรมก็แยะครับป้า”

“เหนื่อยแย่เลย เดี๋ยวป้าแถมให้เยอะๆ นะ” นั่นไงว่าละ

“ขอบคุณครับบบบ”

ไวน์เดินตามเข้ามา นั่งด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ สงสัยไม่เคยมากินร้านแบบนี้แน่ เห็นแล้วเอ็นดูท่าทางคุณหนูคงจะเขิน แต่ไม่เป็นไรอีกไม่นานก็ชินเพราะเขาจะพามาบ่อยๆ

“ไวน์ล่ะจะกินอะไร” เอ่ยถามคนที่นั่งนิ่งๆ ทำอะไรไม่ถูก ร้านนี้ไม่มีรายการอาหาร แต่ใช้กระดาษในกระป๋องข้างเครื่องปรุงเขียนสั่งเอา

“สะ สั่งยังไง” แอบเห็นใบหูเล็กแดงขึ้นสี ก็แอบกรีดร้องในใจว่าไวน์น่ะ น่าร้ากกกกกกกกมากๆ ไม่อยากให้ใครมาเห็นแบบที่เขาเห็นเลยบอกตรงๆ ว่าหวง นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนกันเขายังอาการณ์หนัก

“มีก๋วยเตี๋ยวพวกน้ำตก น้ำใส ต้มยำ ส่วนข้าวก็เป็นพวกอาหารตามสั่งครับ”

“ก๋วยเตี๋ยวหมู”

“เส้นอะไรครับ เล็ก ใหญ่ หมี่ขาวหมี่เหลือง”

ไวน์ชะงักเหมือนกำลังคิดก่อนจะอึกอักนิดหน่อย “อะ เอ่อ...เส้นเล็ก”

“โอเค ป้าแต้วครับขอน้ำใสเส้นเล็กหมูอีกชามนึงคร้าบบบ”

“จ้า”

“ไวน์”

“อะไร”

“รังเกียจร้านแบบนี้รึเปล่า” คำถามของเขาทำให้ไวน์หันมาจ้องตากลับ ก่อนที่คนสวยจะละสายตามองไปรอบๆ แล้วหันมามองเขานิ่งๆ

“เปล่า”

“งั้นเหรอ” ดีแล้ว ดีที่ไม่รังเกียจ พบรักยิ้มดีใจที่อีกคนก็ไม่ได้ถือตัว

“มาแล้วจ้า พี่พบรักสุดหล่อ” เสียงแจ้ดๆ ของสาวร่างเล็กนุ่งกางเกงขาสั้นเดินมาเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะ แตงกวาเป็นลูกสาวของป้าแต้วและเป็นสาวน้อยที่มีนิสัยที่ออกจะแรงเกินอายุนิดหน่อย

“อ้าว แตงไม่ไปเรียนเหรอวันนี้” วันนี้ไม่ใช่วันหยุดนี่ครับ แตงกวายังเรียนอยู่มอปลายถ้าไม่มอห้าก็หกนี่แหละ

“ไม่จ้า วันนี้แตงหยุดอ่านหนังสือ จะเอ็นฯ มอเดียวกับพี่พบรักให้ได้เลยจ่ะ” แตงกวาตอบพร้อมกับบิดไปบิดมาด้วยความเขินอาย เอ่อ น้องครับเขินอาร๊ายยย พบรักไปไม่ถูกเลยทีเดียวยิ่งสายตาของเธอเหมือนจ้องจะเขมือบเขาไปทั้งตัวแบบนั้น

“อ่อครับ...”

“พี่พบรักจ๋า”

“อะ เอ่อ...” หันไปมองอีกคนที่จัดการกินก๋วยเตี๋ยวโดยไม่สนใจเสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือทางสายตาของเขาแม้แต่นิด แอบเห็นมุมปากบางยกยิ้มนิดๆ นี่แอบหัวเราะเยาะเขาแน่ๆ ไวน์นะไวน์คอยดูเถอะได้เป็นแฟนเมื่อไหร่นะ

หึ่ม!

“พี่...”

“นังแตง!” เสียงของป้าแต้วขัดขึ้นมาก่อนที่น้องแตงกวาจะทันได้พูดอะไรอีก คนตัวโตถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก

รอดแล้วครับ!

“อะไรแม่!” เธอตวาดกลับไปเสียงดังจนคนในร้านสะดุ้ง ช่างแตกต่างกับเสียงอ่อนหวานที่ใช้พูดกลับเขาสียเหลือเกิน

เด็กผู้หญิงช่างน่ากลัว...

“กลับมาเลย ไหนบอกจะอ่านหนังสือ! ไปยุ่งอะไรกับลูกค้าตรงนั้นเดี๋ยวเถอะจะเจอดี”

“โถ่ แม่อ่ะ! หนูกำลังคุยกับพี่พบรักอยู่นะ!” แตงกวายู่หน้าอย่างอารมณ์เสีย “พี่พบ...”

“นังแตง!!”

“แม่!”

“มาๆ อย่าไปกวนเขาจะกินก๋วยเตี๋ยวของฉันไม่ลง”

“แม่อ๊า!”

พบรักมองตามหลังเด็กสาวเดินกระทืบปึงปังเข้าไปทางหลังร้าน ก่อนจะหันมามองคนที่นั่งกินไม่สนอะไรอยู่ตรงหน้า ไวน์จัดการกับชามก๋วยเตี๋ยวของตัวเองอย่างเพลิดเพลิน สงสัยจะชอบเขาเลยใจดีคีบลูกชิ้นให้ลูกนึง ไวน์เงยหน้าขึ้นมามองเอ่ยขอบคุณเบาๆ

“ไม่ปรุงเหรอ” ไวน์กินก๋วยเตี๋ยวแบบเด็กๆ เลยครับ ไม่ปรุงอะไรสักอย่าง เขาไม่รู้ว่าไม่ชอบปรุงหรือปรุงไม่เป็นกันแน่

“ไม่ อร่อยแล้ว”

“กินเหมือนเด็ก”

“ใคร”

“ไวน์ไง”

“ไม่ใช่เด็ก” ทำหน้าไม่พอใจเขาได้แต่ส่งยิ้มให้ คงไม่ชอบให้คนอื่นว่าเหมือนเด็ก ความจริงเจ้าตัวคงไม่รู้ตัวว่าบางมุมตัวเองเหมือนเด็กจะตาย

“ครับไม่เหมือน”

“จิ๊ รีบกิน!”

“ฮ่ะๆ ครับๆ” ชายหนุ่มหัวเราะกับท่าทีของคนตัวขาว เริ่มจัดการปรุงก๋วยเตี๋ยวของตัวเองแต่เห็นคนตรงหน้าแอบมองมาเหมือนสนใจ

“ไม่เผ็ดเหรอ” เพราะเห็นว่าเขาตักพริกใส่เยอะพอสมควร สีของน้ำก๋วยเตี๋ยวจึงดูเข้มและแดงขึ้น ความจริงมันเป็นแค่พริกน้ำเลยไม่เผ็ด ถ้าจะให้ต้องพริกป่น ปรุงเสร็จก็คนแล้วชิมถูกใจแล้วก็จัดการกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีสายตาที่มองมาเหมือนทึ้งๆ

“ชิมไหม”

“ไม่อ่ะ”

“อร่อยน้า” เขาว่าก่อนจะตักน้ำซุปขึ้นมาซด

“กินๆ ไปเถอะ” ไวน์เลิกสนใจเขาแล้วก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวของตัวเองต่อ

หลังจากกินอิ่มพุงกาง เขาก็พาไวน์แว้นลูกรักมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ป้ายขนาดใหญ่ติดอยู่หน้าประตูไม้สีซีดมันเขียนว่า “บ้านแสงดาว”

มันคือสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า...

เสียงเด็กๆ ดังเจี๊ยวจ๊าวขนาดอยู่หน้ารั้วบ้านยังได้ยิน ร่างสูงเลื่อนประตูไม้ออกเดินนำเข้าไปข้างใน ไวน์เห็นเด็กสองสามคนนั่งอยู่ใต้ต้นไม้กำลังเล่นก้อนหินอยู่บนโต๊ะหินอ่อน

“พี่ยักกกกก” เสียงตะโกนดังมาจากทางประตูบ้าน ร่างอ้วนกลมเหมือนลูกหมูวิ่งเข้ามากระโดดใส่คนตัวโต แรงที่ไม่น้อยทำให้ร่างสูงเซนิดหน่อย เจ้าตัวหัวเราะขำ เด็กๆ ที่เหลือวิ่งกรูกันเข้ามา

“หมูอ้วน ทีหลังอย่าวิ่งนะครับเดี๋ยวหกล้ม” ไวน์ได้ยินพบรักเรียกเด็กอ้วนนั่นว่าหมูอ้วน ร่างสูงเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เป็นภาพที่แปลกตาดี ปกติเห็นกวนๆ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีมุมนี้เหมือนกัน

“หมูอ้วนคิดถึงพี่ยัก”

หึ พี่ยัก เพราะเด็กอ้วนพูดไม่ชัดจากรักก็กลายเป็นยักซึ่งมันตรงกับที่ไวน์เรียกอีกฝ่ายในใจพอดี คนตัวขาวแอบยิ้มขำโดยที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังยิ้ม...

“ไวน์”

“...”

“ไวน์!”

“อะไร!” มัวแต่ตกใจ จู่ๆ เสียงของพบรักก็ดังที่ข้างหู

“ก็เห็นยืนเหม่อ เป็นอะไรครับ”

“เปล่า...แล้วพาฉันมาที่นี่ทำไม”

“เอาน่า ตามผมเข้ามาก่อน” เด็กยักษ์บอกพร้อมกับจูงมือเด็กอ้วนที่เงยหน้ามองไวน์ตาไม่กระพริบ พอสบตากันเจ้าตัวก็รีบหลบสายตาแก้มยุ้ยๆ แดงระเรื่อ พวกเขาพากันเข้ามาด้านใน ก็เจอกับหญิงสูงอายุนั่งอยู่กับเด็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง

“สวัสดีครับครู”

“สวัสดีค่ะพบรัก ไม่ได้เจอกันนานเลย” ทันทีที่เห็นพบรักเธอก็ยิ้มใจดีลุกขึ้นมาทางพวกเขา

“ครับ ช่วงนี้ผมยุ่งๆ กับเรื่องเรียน ครูสบายดีนะครับ”

“จ่ะ แล้วกินอะไรมารึยัง”

“เรียบร้อยแล้วครับ ครูครับนี่พี่ไวน์จะมาช่วยสอนเด็กวาดรูปวันนี้ครับ”

“เอ่อ...สวัสดีครับ” จู่ๆ พบรักก็แนะนำเขา และยังพูดเองเออเอง เรื่องที่จะมาสอนเด็กๆ วาดรูปน่ะ อีกฝ่ายไม่เคยบอกกล่าวอะไรสักนิด

“สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะที่มาช่วย”

“ครับ” เหมือนถูกมัดมือชกกลายๆ เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย และสายตาของเด็กๆ ที่มองมาก็ทำให้ปฏิเสธไม่ลง พบรักเดินเข้าไปทางด้านหลังทิ้งให้ไวน์ยืนอยู่กับคุณครูและมันทำให้เขาได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง

คุณครูชื่อแสงดาว เป็นผู้ก่อตั้งบ้านแสงดาวสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่นี่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายแต่มีเด็กๆ เยอะและไม่น่าเชื่อว่าทุนส่วนหนึ่งมาจากพบรักที่มาช่วยเหลืออยู่ตลอด ได้ฟังแล้วรู้สึกหดหู่ เพราะเด็กบางคนถูกพ่อแม่นำมาทิ้งไว้หน้าบ้านแสงดาวตั้งแต่แรกเกิด

“เรื่องทุนการศึกษาผมจะทำเรื่องให้นะครับ” หลังจากที่ได้พูดคุยกันอยู่นานพอสมควร ไวน์ตัดสินใจจะกลับไปปรึกษากับที่บ้านเรื่องช่วยเหลือทุนการศึกษาเด็กๆ เชื่อว่าทุกคนต้องเห็นด้วยกับเขาแน่

“ขอบคุณมากนะคะ ครูไม่มีอะไรจะตอบแทนนอกจากขอบคุณจากใจจริง”

“ครับ ผมเต็มใจ”

“ถ้าอย่างนั้นครูฝากสอนเด็กๆ ด้วยนะคะ ขอตัวไปเตรียมอาหารเย็นก่อน”

“ครับ”

หลังจากที่คุณครูเดินหายไปทางหลังบ้าน พบรักก็โผล่หัวมาพร้อมกับเด็กอ้วน ในมือมีกระดาษเปล่าและกล่องสีเทียนหลายชุด

“มาสอนเด็กๆ กันเถอะ” ไวน์นั่งลงตามที่พบรักบอก จากนั้นก็เริ่มสอนวาดรูปง่ายๆ แต่ดูเหมือนเด็กๆ จะค่อนข้างเกร็งเพราะตัวไวน์ยังถือว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับพวกเขา

“ไวน์ยิ้มหน่อยสิ ทำหน้าดุเด็กๆ กลัว”

ไวน์เงยหน้าขึ้นมองเด็กๆ คนที่สบตาก็หลบตาเขาโดยอัตโนมัติ เจอแบบนี้เจ้าตัวก็หน้าเสียที่ทำให้พวกเด็กๆ กลัว ส่วนมากเขาจะเข้ากับเด็กได้ยากมีเพียงตัวเล็กหลานของเขาเท่านั้นที่ติดแจ อาจจะเพราะความคุ้นเคยที่เจอตั้งแต่เกิดนั่นแหละ

“อยากวาดรูปอะไรกันครับ ไม่ต้องกลัวนะพี่ไวน์ไม่กัด แถมยังวาดรูปเก่งมากๆ” พบรักพยายามพูดโน้มน้าวเด็กๆ อีกทาง ทุกคนจึงดูผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง

“พี่ยัก” เสียงหมูอ้วนเรียกพบรัก

“ว่าไงครับ”

“หมูอ้วนอยากให้พี่วายสอนวาดยูปบ้านหยังหย่ายๆ” น้องบอกพร้อมกับแขนป้อมๆ ชูขึ้นวาดออกกว้างๆ และยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

“ได้สิครับ ไวน์สอนหมูอ้วนที” ไอ้เด็กยักษ์ดุนหลังร่างกลมให้ลุกขึ้นเดินมาทางเขา น้องเดินเข้ามาพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรน้องเป็นเด็กที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมากเลย ขนาดตัวเขาทำหน้านิ่งๆ น้องยังไม่กลัว ไวน์ชอบเด็กแบบนี้น่ารักดี อยากเอากลับไปเลี้ยงที่บ้านตัวเล็กจะได้มีเพื่อนเล่น

“มาสิ เดี๋ยวพี่สอน” เมื่อเห็นว่าหมูอ้วนเข้ามาวาดรูปกับไวน์ เด็กคนอื่นจึงเริ่มกล้าเข้ามาพูดด้วย เพียงไม่นานพวกเขาก็เลิกกลัวและกลายเป็นนกน้อยช่างพูดช่างถามแทน แต่ละคำถามช่างหน้าปวดหัว

“พี่วายๆ พี่เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเหรอครับ” สิ้นคำถามของน้องแทนเด็กชายวัยสี่ขวบก็ทำให้ไวน์ชะงัก

“หึ...” คนตัวโตพยายามกลั้นขำจนหน้าแดง เขาละอยากปาสีใส่หน้า

“เป็นผู้ชายครับ”

“พี่วายขา”

“ครับหนูนา” ไวน์หันไปทางน้องหนูนาที่เดินยิ้มกว้างเข้ามา น้องดูจะอายุมากกว่าเด็กทุกคนในนี้

“พี่วายเป็นแฟนพี่พบรักเหรอคะ”

“เอ่อ...พี่ไม่” คำถามของน้องทำให้ไวน์หันไปมองพบรักทันที เขาไม่โทษเด็กหรอกเพราะแกไม่รู้เรื่องคงต้องโทษคนโตมากกว่าที่เสี้ยมน้องยังไงให้แกคิดและถามแบบนี้ สายตาไร้เดียงสาที่จ้องมองมารอคำตอบของน้องทำให้ไวน์อึกอัก ยังไม่ทันได้ตอบปฏิเสธไอ้คนต้นเหตุนั้นก็สาระแนชิงตอบให้เสียก่อน

“ใช่แล้วครับหนูนา พี่ไวน์เป็นแฟนพี่พบรัก”

“นี่!” ชักจะมากเกินไปแล้วนะ

“แฟนพี่พบรักสวยจังเลยค่ะ พี่ไวน์ส๊วยสวยหนูนาอยากสวยเหมือนพี่ไวน์”

“เอ่อ...” ไวน์ถึงกับไปไม่เป็น จะว่าเด็กก็ไม่ได้

“ฮ่ะๆ ๆ”

“นายพบรัก!” หันไปถลึงตาใส่ไอ้ตัวดีที่ยังมหน้ามาหัวเราะใส่คนอื่นเขาอีก แต่ไม่ว่าจะตีหน้าดุแค่ไหนเชื่อไหมว่ามันไม่ได้ผล แถมพบรักยังส่งยิ้มระรื่นกลับมาอีก เขาละอยากจะเตะสักที น่าหมั่นไส้เอามากๆ

“เอาน่าๆ เดี๋ยวเด็กๆ ก็ลืมครับ”

“...”

“ไวน์...”

“...”

“โกรธเหรอครับ” เด็กยักษ์ขยับตัวเข้ามานั่งข้างๆ พยายามเรียกอีกคนอยู่หลายรอบแต่ก็ได้รับเพียงความเงียบ ไวน์แสร้งทำเป็นสอนหนูนาวาดรูปเด็กๆ เมินพบรักเหมือนไม่มีตัวตน “หนูนาครับ ทำยังไงดีพี่ไวน์โกรธพี่ซะแล้ว”

“พี่ไวน์อย่าโกรธพี่พบรักเลยนะคะ” ดูทำเข้าสิ! เอาเด็กมาง้อแทน น้องหนูนาใช้มือเกาะแขนเขาเงยหน้าขึ้นมามองตาแป๋ว “นะคะ”

“เอ่อ...พี่ไม่ได้โกรธครับหนูนา” แค่รำคาญ! ประโยคหลังเขาต่อในใจไม่อยากแสดงความเกรี้ยวกราดให้น้องๆ เห็น

“ถ้าอย่างนั้นพี่พบรักขอคืนดีต้องยอมเกี่ยวก้อยนะคะ” นิ้วก้อยของบุคคลที่เขาตั้งฉายาว่าเด็กยักษ์ยื่นมาตรงหน้า เจ้าตัวส่งยิ้มทะเล้นมาให้ ดวงตากลมแป๋วของหนูนาก็มองเขาอย่างกดดัน

“ดีกันนะ...นะครับ” ดูมันทำหน้าอ้อน คิดว่าน่ารักรึไง ไวน์นิ่งได้ไม่นานก็ต้องหลบสายตาแสนขี้เล่นที่มองมา

“จิ๊!” สุดท้ายก็ยอมยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยว ทำตัวเป็นเด็กชะมัด

“เย้” เด็กน้อยลุกขึ้นแล้วเดินร้องเย้ไปรอบห้องเด็กๆ ที่เหลือเห็นว่าน่าสนุกก็ลุกขึ้นเดินตามพากันร้องเย้ๆ ไวน์หลุดยิ้มกับภาพที่เห็น เพราะมันน่ารักมากพวกเขาไร้เดียงสา ไม่มีการเสแสร้งเหมือนพวกผู้ใหญ่ มองแล้วก็ได้แต่หวังว่าวันข้างหน้า พวกเขาเติบโตไปจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดี

ทั้งสองอยู่สอนจนถึงเย็นก็ต้องขอตัวลา หนูนาร้องไห้เพราะไม่อยากให้พวกพี่ๆ กลับ ไวน์เลยให้สัญญาเกี่ยวก้อยกับน้องว่าจะมาเยี่ยมบ่อยๆ เขายิ้มให้เด็กๆ ที่มายืนส่ง เห็นรอยยิ้มแล้วเขารู้สึกมีความสุขตามไปด้วย การที่เขาได้มาเจอเด็กๆ มันทำให้ไวน์คิดได้ว่าชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้

...โชคดีแค่ไหนที่ตัวเขาเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น

ขากลับพบรักพาเขาแวะทานข้าวต้มมื้อดึก ก่อนจะแวะตลาดโต้รุ่งแวะซื้อขนมและนมสดกลับบ้าน สองมือเต็มไปด้วยของกินมากมายแทบจะหิ้วไม่ไหวเลยต้องพากันกลับ

“มีความสุขไหมครับ”

“อืม...” ยอมรับว่าการได้เจอเด็กๆ ทำให้เขาเลิกคิดเรื่องดิวไปเลย ความเจ็บปวดที่เจอในครั้งแรกหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ “ขอบคุณ..."

หลังจากที่เขาเอ่ยขอบคุณคนข้างๆ ก็เผยยิ้มกว้างไม่ได้พูดอะไรต่ออีก ตลอดทางกลับบ้านบรรยากาศเงียบๆ แต่ก็ไม่อึดอัด ต่างคนต่างคิดอะไรเงียบๆ

“ไปได้แล้ว” เขาไล่เพราะเห็นว่าดึกแล้ว

“ครับ...” พบรักว่าก่อนจะหยิบของบางอย่างออกมาจากถุงกระดาษ “อ่ะ”

“อะไร?”

“ดอกไม้ไงครับ” ร่างสูงตอบและมองหน้าเขาเหมือนกำลังคิดว่าไม่รู้เหรอว่ามันคือดอกไม้

“รู้ แล้วนายเอามาให้ฉันทำไม” ไวน์มองดอกไม้ในมือคนร่างสูง

“รับไปเถอะน่า...นะครับ”

สายตาอ้อนๆ นั่นมันอะไรกัน! หมอนี่คิดว่าตัวเองน่ารักหรือไงไวน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจก่อนจะรับดอกไม้มาเพื่อตัดความรำคาญ

“หึ ไว้เจอกันนะไวน์”

“ทำไมต้องเจออีก”

“เพราะ....” อีกคนเว้นช่วงไว้ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆ เสียงทุ้มนุ่มกระซิบถ้อยคำที่ทำให้ใจเขากระตุกไปชั่ววูบก่อนจะกลับมาเต้นปกติดังเดิม

“ฝันไปเถอะ!” ไวน์บอกและหันตัวเข้าบ้านทันที

“ครับบบบ คืนนี้ผมจะฝันถึงไวน์!” เสียงตะโกนตามหลังออกมา เขาขี้เกียจเถียง รีบสาวเท้ายาวๆ เข้าบ้านให้เร็วที่สุด นึกถึงคำพูดที่หมอนั่นกระซิบข้างหู ฉับพลันแก้มก็รู้สึกร้อน

ก็ไอ้บ้านั่นมันบอกเขาว่า ‘เพราะผมกำลัง จีบไวน์ไงล่ะ และดอกไม้ที่ให้หมายถึงไวน์ยินยอมให้ผมจีบนะครับ’

แล้วก็นะ

มีที่ไหนเล่า! ที่ให้ดอกบัวกับคนที่บอกว่าจะจีบน่ะ...

[ร้านเติมรัก]

กริ้ง~

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงสวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินตราสัญลักษณ์เดียวกับมหา’ ลัยที่เขาเรียนอยู่และใบหน้าที่แสนจะคุ้นตาดีเดินเข้ามา สิ่งแรกที่เด่นนำคือรอยยิ้มกว้างที่เห็นลักยิ้มข้างขวาชัดเจนในมือมีช่อดอกไม้ดอกเล็กสีม่วงสดช่อไม่ใหญ่มากนักติดมือเข้ามาด้วย

ไอ้เด็กยักษ์!

“รับอะไรดีครับ” เสียงของคิณณ์เอ่ยถาม ขณะที่ไวน์ยืนอยู่อีกมุมพยายามเมินสายตาที่หนุ่มรุ่นน้องต่างคณะมองมา เจ้าเด็กบ้านี่ตามติดชีวิตเขาตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน หลังจากที่กลับจากบ้านแสงดาว

“ขอพายไก่สองชิ้น กับนมปั่นครับ” ปากเอ่ยสั่งแต่สายตากลับมองมาที่เขา จนคิณณ์เริ่มมองมาอย่างสงสัย ไวน์ได้แต่ทำหน้านิ่งๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“พายไก่สองชิ้น นมปั่นหนึ่งแก้ว xxxบาทครับ ทานที่นี่หรือห่อกลับบ้านครับ”

“ที่นี่ครับ”

“รอสักครู่ครับ”

“ไวน์...เอามาเสิร์ฟผมที่โต๊ะนะ”

จะทักทำไม! ไวน์ได้แต่มองจิกไอ้เด็กยักษ์ที่ส่งยิ้มทะเล้นมา อีกฝ่ายทำให้เขานึกถึงเรื่องเมื่อคืนก่อนและการที่เขาโดนทัก มันเป็นการเปิดโอกาสให้คิณณ์ได้ล้อเลียน

“ฮั่นแหนะ” คิดไม่ทันไรหลังจากพบรักเดินไปนั่งรอที่โต๊ะแล้ว คิณณ์ก็ส่งเสียงแซวทันทีเพราะแบบนี้ไงเขาถึงไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก

“อะไร”

“ดอกไม้เขาจะเอามาให้ใครน้า”

“จะไปรู้เหรอ” ไวน์หยิบเอาผ้ามาเช็ดแก้วเพื่อให้มือไม่ว่าง พยายามไม่สนใจคิณณ์ที่เอาแต่แซว

“หน้าเขาคุ้นๆ นะว่าไหม” รอยยิ้มของคิณณ์มันทำให้เขารู้สึกขัดหูขัดตา! ยิ้มอะไรนักหนา

“ไม่รู้ รีบเอาพายไปอุ่นไป”

“ฮะๆ หน้าแดงหมดแล้ว” มือหนายื่นมาแตะแก้มจนไวน์ต้องเบี่ยงหน้าออก แต่อีกคนก็ไม่ละความพยายามเลี้ยวตามมาจับแก้มจนได้

“จิ๊! ทำงานสิคิณณ์”

“ก็ได้ ไม่ล้อแล้วครับคนสวย” คิณณ์ยิ้มกวนยอมปล่อยมือออกจากแก้มเดินเข้าไปทางห้องครัว ทิ้งให้เขาเฝ้าเคาน์เตอร์คนเดียวโดยมีสายตาของไอ้เด็กยักษ์จ้องเขม็ง

อีกด้านหนึ่ง

หมอนั่นเป็นใคร!

นั่นคือสิ่งที่พบรักอยากจะรู้ในตอนนี้ เพราะท่าทางของทั้งสองดูสนิทสนมกันเอามากๆ และการที่เห็นคนอื่นเข้าใกล้และทำให้ไวน์แสดงสีหน้าอื่นนอกจากใบหน้าเรียบนิ่งนั้นทำให้เขาเกิดความรู้สึกกรุ่นๆ ในใจ เพียงแต่ตอนนี้เขายังไม่มีสิทธิ์ที่จะถามได้แต่นั่งมองแบบไม่พอใจอยู่แบบนี้

“ไวน์...” จนกระทั่งไวน์เดินเข้ามาเสิร์ฟขนมนั่นแหละพบรักถึงเรียกเอาไว้

“อะไร” ไวน์ตอบรับเสียงเรียบไม่ยอมสบตา ภายใต้ใบหน้านิ่งๆ ของอีกฝ่าย เขาไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร

“เลิกงานกี่โมง” เขารู้มาว่าไวน์จะทำงานร้านขนมหวานแห่งนี้ในช่วงที่เลิกเรียน ข้อมูลพวกนี้พึ่งได้มาเมื่อวันก่อน ซึ่งคนที่บอกไม่ใช่คนอื่นคนไกลหรอกแต่เขาขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน

“มีอะไร?”

“ผมว่าจะชวนไปกินของอร่อย” พบรักเก็บความไม่พอใจเอาไว้และเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้ม ก็รู้ว่าไวน์นั้นชอบกินเป็นชีวิตจิตใจเวลาเอาเรื่องกินมาอ้างไวน์จะยอมใจอ่อน ไวน์ครุ่นคิดนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้าตกลงและพึมพำตอบเสียงเบา

“อืม”

“อะไรนะ” เขาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เจ้าตัวตวัดมองเขาอย่างไม่พอใจแต่ก็ยังยอมตอบอีกครั้ง เขาได้ยินนะแต่ยังอยากแกล้งอีกหน่อย

“อืม”

“หะ”

“เอ๊ะ!” จนไวน์ส่งเสียงนั่นแหละเขาถึงหยุดและหัวเราะออกมา การได้แกล้งไวน์เป็นอะไรที่เขาชอบไปเสียแล้ว เวลาอีกฝ่ายด่าเนี่ยเขาจะรู้สึกมีความสุข แบบสุขไปทั้งวันเลยจนเพื่อนมันด่าว่าบ้า

“ฮะๆ ผมจะรอนะ” พบรักยิ้มกว้างเมื่อไวน์ไม่ปฎิเสธ

“อืม”

“อะ” ร่างสูงยื่นช่อดอกไม้ขนาดเล็กเหมาะมือให้คนตรงหน้า “ดอกไม้ครับ”

“เอามาทำไม”

“ก็ผมอยากให้ รับไปเถอะนะครับ”

“อืมๆ ไปแล้ว” อีกคนดูจะรีบๆ หันซ้ายแลขวาพอไม่เจอใครก็ถอนหายใจยอมรับดอกไม้จากเขาแต่ก็ต้องชะงัก

“เฮีย...”

“ฮั่นแหนะ ใครอ่ะ” เสียงของคนที่ไวน์เรียกว่าเฮียดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาจากทางหลังร้าน ที่สะดุดตาเขามากที่สุดคงจะเป็นตุ๊กตาหมีสีตุ่นที่หนีบเอาไว้ในวงแขน ปกติพกของแบบนี้ไปไหนมาไหนด้วยเหรอ มันจะไม่ใช่เรื่องแปลกหากอยู่ในบ้านหรือห้องนอนแต่ที่นี่มันข้างนอกอ่ะขนาดเด็กสามขวบยังไม่ทำเลยละมั้ง

“เปล่าครับ เฮียมีอะไร” ไวน์ตอบกลับผู้ชายร่างเล็กคนนั้น พร้อมกับซ่อนดอกไม้ที่เขาให้ไว้ข้างหลัง

“ใครอ่ะ คนรู้จักเหรอ” คนตัวเล็กชะโงกหน้ามองมาทางเขาด้วยสายตาวาววับ ไวน์เองก็ดูอึกอักเมื่อเจอคำถามนี้จะว่าไปแล้วสำหรับไวน์เขาเป็นอะไรกับเจ้าตัวกันล่ะ จะเรียกคนรู้จักก็ไม่เต็มปากเพื่อนก็ไม่ใช่

แต่สำหรับเขาไวน์ก็คงเป็นคนที่ผมกำลัง...

“ผมกำลังจีบไวน์ครับ” รู้ตัวอีกทีก็เผลอพูดในสิ่งที่คิดออกไปซะแล้ว โชคดีที่ตอนนี้ในร้านไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่เลย มีแค่เขา ไวน์และผู้ชายตัวเล็กตรงหน้านี้

“นาย! ..”

“หื้อ...น่าสนใจๆ พี่ชื่อลัมน้องชื่ออะไรเหรอ” คนตัวเล็กแนะนำตัวเองและแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เบี่ยงตัวจากไวน์เดินเข้ามาใกล้ๆ สายตามองกวาดไปทั่วตัวเขาราวกลับจะประเมิน เห็นอีกฝ่ายยิ้มเหมือนพอใจ

“ผมชื่อพบรักครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะพบรัก...พี่จะบอกเราไว้เลยว่าไวน์น่ะนะเห็นภายนอกหยิ่งแต่ความจริงน่ะขี้อ๊ายขี้อาย”

“เฮีย! จะไปซื้อแป้งเค้กไม่ใช่เหรอ ป่านนี้คิณณ์รอนานแล้วนะครับ” ไวน์เดินเข้ามาขัดบทสนทนาพร้อมกับดึงพี่ลัมให้เดินออกไป พบรักได้แต่มองตามอย่างงงๆ

“นายน่ะหยุดยิ้มได้แล้ว!” ไม่วายหันมาดุพบรักด้วย

หึ เห็นนะว่าแก้มขาวขึ้นรอยริ้วสีแดงจางๆ

ขี้อายจริงๆ ด้วยสินะ แถมเวลาเขินก็ชอบโวยวาย**

ความคิดเห็น