ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Hidden Story 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2560 07:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hidden Story 3
แบบอักษร

Hidden Story : ฮันนีมูน

ตอนที่ 3 เตือนความจำ

 

               “ฮ้า...า เมื่อยสุดๆ เลยอ้ะ” เสียงของคนที่เดินทางไกลมาร่วมห้าชั่วโมงว่าพร้อมกับทิ้งร่างบางของเธอคงบนเตียงคิงส์ไซซ์กลางห้องพัก

               ธัชหันมองกลีบดอกไม้สีชมพูที่ถูกโปรยเอาไว้บางๆ บนเตียงกำลังลอยกระเพิ่มขึ้นตามแรง ยิ้มนิดๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ยามคิดถึงคืนหลังแต่งงานที่ภรรยาตัวแสบของเขาเตะคอหงส์จูบปากให้ลอยตกเตียงไป

               สองปีแล้วหลังจากคืนวันนั้น เขาและเธอเพิ่งหาโอกาสมาฮันนีมูนด้วยกันได้ อันที่จริงแพลนนี้ถูกกำหนดเอาไว้หลังจากแต่งงานได้ไม่ถึงปี แต่ด้วยเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ทั้งเรื่องข่าวที่บอกว่าเขาและเธอจะหย่ากัน ทั้งเรื่องเจ้าตัวเล็กที่มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวอีก แพลนฮันนีมูนครั้งนั้นเลยถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด พอหาเวลาได้ธัชก็รีบเคลียร์งาน แล้วรีบพาเธอมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ตามสัญญา ก่อนที่ภรรยาขาวีนของเขาจะน้อยใจไปเสียก่อน

               เกล็ดดาวเกลือกกลิ้งบนเตียงจนสมใจแล้ว ชันตัวขึ้นนั่ง มองสามีของเธอที่ดูเหมือนว่ากำลังพยายามเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตอยู่ เธอยิ้มด้วยรู้ดีว่า เวลาที่ต้องไปค้างนอกบ้านทีไร เมื่อถึงที่หมาย หลานชายสุดเป๊ะของคุณย่าเป็นต้องโทร. รายงานความปลอดภัยให้ทางนั้นทราบเป็นอันดับแรก และที่ยิ้มก็เพราะว่านอกจากเขาจะรายงานคุณย่าแล้ว เขายังรายงานเผื่อไปถึงพ่อแม่ของเธอด้วยทุกครั้ง แน่นอนว่าขึ้นแท่นลูกเขยสุดที่รักของที่บ้านไปแล้วเรียบร้อย

               นางแบบสาวเขยิบตัวลงจากเตียง กวาดสายตามองสำรวจรอบๆ ห้อง นับตั้งแต่เครื่องบินทะยานขึ้นฟ้าที่สนามบินสุวรรณภูมิก็ใช้เวลาเกือบห้าชั่วโมงกว่ามาถึงที่นี่ ขาเรียวสาวเท้าไปหาประตูกระจกด้านหนึ่งที่จะพาเธอออกไปสู่บรรยากาศข้างนอก สายตาทอดผ่านกระจกไปหาน้ำทะเลใสแจ๋วเพียงครู่ ก่อนจะเปิดประตูออกไปรับลมทะเล

               ตรงที่เธอยืนอยู่นี้คือชานไม้ที่ยื่นต่อออกมาจากด้านหลังของห้องพัก ด้านขวามือของเธอมีเดย์เบดสองตัวสำหรับนอนดูทะเลตอนกลางวันหรือไม่ก็นอนดูดาวตอนกลางคืน มุมซ้ายมือนั่น มีบันไดไม้เล็กๆ ให้เดินลงไปเล่นน้ำทะเลได้อีก ทุกอย่างลงตัวจนหญิงสาวฉีกยิ้มกว้าง สองแขนเรียวชูขึ้นสุดในอากาศ พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอด

               “ฮื้อ...อ มัลดีฟนี่บรรยากาศดีสุดๆ ไปเล้ย” เกล็ดดาวส่งเสียงใสไปหาผืนทะเลเบื้องหน้า รอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นดีใจแต้มอยู่บนใบหน้าไม่จางหาย “สมการรอยคอยจริงๆ”

               เมื่อสูดอากาศข้างนอกจนพอใจแล้ว เธอกลับเข้ามาแล้วเริ่มสำรวจห้องพัก ทริปฮันนีมูนนี้ พ่อกับแม่ของเธอเป็นคนเลือกให้ วิลล่าสุดโรแมนติกที่เป็นส่วนตัวสุดๆ พร้อมกับน้ำทะเลใสของมัลดีฟที่ล้อมรอบ บรรกาศมันช่างเป็นใจอะไรขนาดนี้ ภรรยาสาวมองสามีที่กำลังคุยโทรศัพท์ไปพลางหยิบหนังสือและของใช้บางส่วนออกมาจากกระเป๋าไป ก่อนจะเบือนสายตาไปประตูกระจกเมื่อครู่ แสงแดดของเวลาบ่ายสองโมงกว่าๆ ที่สาดส่องลงมา ทำให้เวลากลางวันของที่ร้อนเกินกว่าที่จะออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้

               นางแบบสาวหันกลับไปมองแผ่นหลังของสามี แล้วกระตุกยิ้มหน่อยๆ ‘หึ! ที่พ่อกับแม่บอกว่าขอหลานคนที่สองหลังจากจบทริปนี้ คงไม่ได้พูดเล่นสินะ ไหนๆ บ่ายนี้ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว...รับบทลูกกตัญญูหน่อยละกัน’

 

               “คุณไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจัดของให้เอง” คนเป็นภรรยาเดินไปบอกสามีที่เพิ่งวางสายจากธุระของเขา กดยิ้มให้นิดๆ ราวกับจะบอกว่านี่เป็นหน้าที่ของภรรยา

               “ขอบคุณครับ” สามีหนุ่มว่าสั้นๆ ด้วยรอยยิ้ม

               เป็นเพราะการเดินทางโดยเครื่องบินกว่าสี่ชั่วโมง ต่อด้วยเรือสปีดโบ๊ทอีก กว่าจะมาถึงที่พักก็ปาเข้าไปบ่ายกว่าๆ ทานมื้อเที่ยงที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ กว่าจะได้เข้ามาให้ห้องพักจริงๆ ภรรยาของเขาก็ดูจะเหนื่อยเอาการเหมือนกัน  

               “ข้างนอกสวยมากเลยนะคะ แต่แดดแรงมากเลย ฉันว่าเราเล่นน้ำทะเลพรุ่งนี้เช้าน่าจะเวิร์กกว่า” คนรับหน้าที่ลูกกตัญญูเริ่มปิดตัวเลือกกิจกรรมที่จะทำกับชายหนุ่มอย่างเนียนๆ

               ‘แดดร้อน ไม่ทำกิจกรรมนอกห้อง โอเคนะตี๋’ คิดแล้วก็หันกลับไปส่งสายตาแวววาวให้คู่สนทนาที่นั่งอยู่บนโซฟา กำลังยกเวลคัมดิงก์ที่ถูกจัดวางเอาไว้ขึ้นดื่ม

               ชายหนุ่มวางแก้ว ก่อนจะพยักหน้าตอบกลับเหมือนจะบอกว่าเข้าใจอะไรบางอย่าง ยิ้มนิดๆ แล้วว่าขึ้นบ้าง

“เวลคัมดิงก์นี่น่าจะเป็นน้ำส้มผสมกับน้ำสับปะรดนะครับ คุณลองชิมดูสิ”

               คนฟังที่กำลังแขวนผ้าถึงกับชะงักมือ กลอกตาให้ตู้เสื้อผ้าตรงหน้า แล้วพ่นลมหายใจ ‘มาฮันนีมูน ที่ต้องสนใจคือเมียไหม ไม่ใช่น้ำส้มน้ำสับปะรดอะไรทั้งนั้น! เดี๋ยวต้องโดน ต้องโดนชุดใหญ่’

               คนเพิ่งโดนเวลคัมดิงก์แย่งซีนไปหันไปหยิบ...ชุดชั้นในเซ็ตใหม่ที่เพิ่งถอยมาออกมาจากกระเป๋า กระตุกเรียวปากอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ‘เจอลูกไม้แดงเข้าไป ดูซิ ยังจะมาส้มสับปะรดอยู่อีกไหม!’

               เกล็ดดาวเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่บนชั้นไม่ห่างจากระยะสายตาของธัชไปมาก กระแอมนิดๆ ก่อนจะบอกเขาด้วยเสียงที่เธอคิดว่าเซ็กซี่ระดับเจ็ด “เดี๋ยวฉัน...ไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

               “ครับ”

               เกล็ดดาวเดินนวยนาดเข้าไปในห้องน้ำ เรียวปากของเธอยังคงแต้มยิ้มค้างอยู่บนใบหน้าอย่างนั้น ยามรู้สึกว่าสายตาของสามีมองตามหลังมาตลอด หญิงสาวโน้มลงเปิดน้ำอุ่นใส่อ่าง ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปาก หัวเราะคิกๆ ให้ความคิดยุกยิกให้หัว

               สี่วันสามคืนบนเกาะมัลดีฟ...คิดแล้วก็เลื่อนสายตาพร้อมยิ้มที่มีเลศนัยไปหาแพนตีลูกไม้สีแดงสดที่ห้อยอยู่ราวในห้องน้ำ ครั้งที่แล้วนับวันพลาดไปหน่อย แต่ครั้งนี้รับรอง

               “ซ้อมเล่นกับน้องรอไว้เลย บ๊ะจ่างลูกแม่...”

               การชำระล้างร่างกายและความเมื่อยล้า ขัดศรีฉวีวรรณพอหอมปากหอมคอเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการ...เอิ่ม...เล่นน้ำทะเลมัลดีฟในห้องของเราสองก็ผ่านไปด้วยเวลาไม่นานมากนัก นางแบบสาวในชุดลำลองง่ายๆ ...ง่ายต่อการถอด และเบาบางจนเกือบจะเห็นทะลุเข้าไปถึงเนื้อในกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ มือเรียวเล็กใช้ผ้าขนหนูผืนน้อยซับท้ายทอยที่ยังคงมีหยดน้ำเกาะอยู่ประปราย ไม่รู้ว่าป่านนี้สามีของเธอจะชื่นชมความงดงามของน้ำทะเลไปถึงไหน ที่แน่ๆ ตอนนี้...ถึงเวลาชื่นชมความงดงามของเมียค่ะสา...า

               เกล็ดดาวพาดผ้าขนหนูในมือไว้กับราวที่จัดไว้ให้ อมยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อคิดถึงหน้าของสามียามได้เห็นเธอในชุดใหม่สุดเซ็กซี่ และทันทีที่ขาวเรียวของเธอก้าวผ่านประตูโซนห้องน้ำออกไปยังจุดพักผ่อน ภาพที่เธอเห็นตรงหน้า ก็แทบอยากจะทำให้เธอกระชากลูกไม้สีแดงโยนลงทะเลปล่อยปลามันตอดให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป

               ร่างเพรียวในชุดบางพลิ้วเดินไปหยุดอยู่ข้างร่างสูงที่ทอดยาวบนโซฟา หลับตาพริ้ม เพลิดเพลินอยู่ในห้วงความฝันเคียงข้างอยู่กับ...น้ำส้มน้ำสับปะรดของเขานั่นล่ะ ภรรยาสาวที่เตรียมตัวมาอย่างดีแต่ผัวหลับใส่ถึงกับกลอกตาทิ้ง

               “ดี! ลูกไม้สีแดงสด...ไม่ได้ใช้ค่ะ!”

               แม้ว่าจะออกอาการเซ็งๆ เล็กน้อยแต่เธอก็พอเข้าใจดีกว่า กว่าเขาจะเคลียร์คิวงานพาเธอมาเที่ยวได้ ก็ต้องแลกวันทำงานกับหมอคนอื่นๆ ในแผนกจนทำให้มีเวลาพักผ่อนน้อยตามไปด้วย มองโลกในแง่ดี อย่างน้อยเธอก็ยังเหลือเวลาสวีตหวานอีกตั้งสามวัน ถึงวันนี้ครึ่งวันจะใช้ไปกับการ...เปลี่ยนที่นอนของสามีเธอก็เหอะ เอาน่ะ...คืนนี้ยังมีเวลา รับรอง…

               ‘ดาวจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังค่ะ’

 

               หลังจากเธอตัดสินใจนอนพักผ่อนเอาแรงตามเขาไปบ้าง กว่าจะตื่นอีกทีก็ได้เวลาสำหรับมื้อเย็นพอดี  ค่ำคืนแรกของการเปลี่ยนบรรยากาศ อะไรๆ ก็ดูตื่นตาไปหมด เขาและเธอใช้เวลาไปกับอาหารมื้อเย็นท่ามกลางเสียงคลื่นทะเล แสงเทียน และสองเรา...หึหึ ไม่ยิ้มๆ ไม่อิจฉานะ

               เคลิบเคลิ้มนานไปหน่อย พอทานข้าวเสร็จก็เดินย่อยอีกเล็กน้อย ค่อยเดินกลับเข้าที่พัก...กะเอาไว้แล้ว ว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะแน่ๆ  เริ่มดำน้ำท่องมหาสมุทรเวลาประมาณนี้...กลับเข้าฝั่งเวลาประมาณนั้น เข้านอนต่อเวลาประมาณโน้น ตื่นเช้ามา...โอ้ว! สบาย...ย

               เกล็ดดาวเดินคล้องแขนกับสามีตรงไปยังห้องพัก แมกซี่เดรสยาวเคลียข้อเท้าพลิ้วไหวไปตามแรงลม ดาวดวงน้อยดวงใหญ่ที่กะพริบระยิบระยับบนท้องฟ้าเหล่านั้น ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าได้ออกไปนอนดูที่เดย์เบดตรงชานด้านหลังห้องพักที่เปิดออกสู่ทะเลนั้น จะโรแมนติกสักแค่ไหน คิดแล้วก็เริ่มเอียงศีรษะไปคลอเคลียกับต้นแขนของชายหนุ่มอย่างออดอ้อน

               “ครับ?”

               เกล็ดดาวระบายยิ้มให้ ส่ายหน้าเบาๆ เหมือนบอกว่าไม่มีอะไร หากก็ส่งแววตาทอประกาย วับวาบราวกับดาวบนท้องฟ้าไปให้ นางแบบสาวย่นจมูกให้สามีนิดๆ จำได้ว่าเขาชอบบอกว่าเธอน่ารักเวลาทำแบบนี้ แล้วเมื่อคนทำตัวน่ารัก แน่ใจแล้วว่าความต้องการบางอย่างของเขาถูกเปิดสวิทซ์ สาวเจ้าเล่ห์ก็เบือนหน้ากลับไปมองทางเดินและทะเลสองข้างทางเบื้องหน้า เอนศีรษะซบไหล่สามีให้กลิ่นรัญจวนใจของน้ำหอมที่เธอฉีดไว้ถูกลมพัดไปหาเตะจมูกคนข้างๆ ปล่อยให้กลิ่นหอมทำหน้าที่ของมันต่อ

               แม้จะเหมือนได้ยินเสียงมุกมณีแว่วมาตาสายลมว่า ‘แรด!’ ก็ตาม แต่เธอก็ไม่แคร์ คิดแล้วก็อยากจะยักไหล่ส่งคืนกลับไปให้ ทำไมจะแรดไม่ได้...ก็สามีฉันอ้ะ

               พอกลับเข้าห้อง เธอก็จัดการเตรียมตัวสำหรับการท่องทะเลในคืนนี้ ในเมื่อลูกไม้สีแดงสดเมื่อตอนกลางวันถูกโยนลงกระเป๋าไปแล้ว คราวนี้ก็คงถึงคราต้องหยิบ...โลชั่นในตำนานออกมาใช้สำหรับศึกคืนนี้เสียแล้ว

               ธัชที่นั่งเหยียดขาอยู่บนโซฟาตัวยาวซึ่งตั้งอยู่ด้านหนึ่งของห้องพักกำลังวางสมาธิจดจ่ออยู่กับโทรทัศน์จอใหญ่ตรงหน้า ทว่าจู่ๆ สมาธิของเขาก็ถูกรบกวนจากกลิ่นกระตุ้นที่คุ้นเคย ชายหนุ่มหันมองไปทางที่มาของกลิ่น ก่อนจะเห็นภรรยาร่างบางที่เพิ่งอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งกำลังเดินเข้ามาหา เขารู้ดีว่าไม่ใช่แค่เนื้อตัวเธอหรอกที่หอม แต่ผมของเธอที่เพิ่งไดร์เสร็จใหม่ๆ จนตรงสลวยนั่นก็หอมทรมานใจเขาไม่แพ้กัน

               ธัชฉีกยิ้มกว้างและอ้าแขนรับร่างเพรียวบางที่เดินมาทิ้งตัวลงข้างๆ ตั้งแต่สัมผัสแรก เนื้อตัวนุ่มนิ่มของเธอก็ทำให้เขาแทบอยากจะสอดมือเข้าไปใต้ชุดนอนตัวบางที่เธอสวมอยู่เหลือเกิน  ความตั้งใจที่ว่าคืนนี้อยากจะให้เธอได้นอนพักผ่อนเต็มที่ ค่อยๆ ลดลงเหลือเต็มที สามีหนุ่มเริ่มใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหญิงสาวในอ้อมแขนชวนให้เขามองเรียวปากบางสีชมพูอ่อนของเธอที่ขยับไปมา อวดลิปบาล์มสีอ่อนแท่งใหม่ที่เขาเพิ่งซื้อให้เธอตอนชอปปิงดิวตีฟรีของสนามบิน

               “สีสวยดีครับ” คนไม่รู้ตัวว่าถูกยั่วตอบกลับคนช่างจ้อไปด้วยสายตาลอยๆ เหมือนสติใกล้จะหลุดเต็มที

               “ไม่ได้สีสวยอย่างเดียวนะคะ มันหอมมากด้วย”

               เกล็ดดาวว่าพลางมองดวงตาของชายหนุ่มที่พราวระยับ หัวใจเต้นตึกๆ ลุ้นสุดตัวเมื่อมือหนาของเขาค่อยๆ เลื่อนเข้ามาใกล้ราวกับกำลังถูกสะกดจิตให้อยากสัมผัสริบฝีปากของเธอ เงือกสาวส่งสายตาเชื้อเชิญไปหลอกหล่อฉลามวาฬให้คล้อยตาม และในวินาทีที่นิ้วของเขากำลังจะแตะลงบนกลีบปากของเธอ เสียงจากสมาร์ตโฟนที่ถูกวางเอาไว้ข้างๆ ก็ดังขึ้นปลุกสติของคนเคลิบเคลิ้มให้หลุดจากห้วงภวังค์

               เกล็ดดาวแอบเหลือบมองบนเมื่อธัชผละออกจากเธอเล็กน้อย แล้วหันไปหาต้นตอของการขัดจังหวะ และก็ยิ่งต้องกลอกตาซ้ำหนักๆ เข้าไปอีก เมื่อเห็นว่าชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอคือ… ‘ธาม’

               หึ! ให้มันได้อย่างนี้สิ ไอ้เสือธาม เหมือนรู้เวลา เหมือนตั้งใจโทร. มาขัดจังหวะ ใช่สิ บ้านนั้นยังหาเวลาไปฮันนีมูนไม่ได้เลยนี่นา

               แล้วเวลาก็ผ่านไปร่วมชั่วโมง เมื่อสายเรียกเข้าจากน้องชายของสามี คือการเฟสไทม์ให้เธอและหมอธัชได้คุยกับบ๊ะจ่าง ความคิดถึงลูกทำให้สองสามีภรรยาลืมเรื่องเมื่อครู่ไปชั่วขณะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยกับกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ถูกเอาไปฝากไว้กับช่อผกาชั่วคราว ทว่าดูเหมือนน่านฟ้าจะไม่ได้สลดเลยสักนิดที่พ่อกับแม่ไม่อยู่ มีทะเลจันทร์เป็นเพื่อนเล่นทั้งวันทั้งคืน เริงร่าไม่หลับไม่นอนจนบ้านนั้นต้องโทร. มาฟ้องจนได้

               “เฮียฟ้าดูคึกมากเลยนะครับ คุยเป็นชั่วโมงเลย ไม่ยอมวางสาย” ประโยคแรกของสามีหลังจากการถูกรบกวนสิ้นสุด

               สายตาของเขามองภรรยาที่ย้ายตัวเองไปอยู่บนเตียงและกำลังสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาดิจิทัลข้างฝฃา คิดถึงเรื่องที่เธอพูดเมื่อตอนมื้ออาหารเย็น ทั้งเรื่องที่อยากจะดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าตรู่ ทั้งเรื่องที่อยากจะไปดำน้ำดูประการังต่อ ก่อนที่แดดจะร้อน คิดๆ ดูแล้วก็เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้แรงในช่วงเช้าค่อนข้างมาก ที่เขาตั้งใจอยากจะให้เธอพักผ่อนเต็มที่ คงเป็นทางเลือกที่ถูกแล้ว อีกอย่างเขาก็ยังอยู่ที่นี่อีกตั้งสองคืน คืนนี้กัดฟันอดใจไว้ก่อนก็แล้วกัน ไว้เธอเบื่อกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อไหร่ เราค่อยทำกิจกรรมในร่มก็ไม่น่าจะสาย

               ธัชเดินไปหาภรรยาตัวเล็กที่นอนกดสมาร์ตโฟนอยู่บนเตียง โน้มตัวลงจูบหน้าผากเธอเบาๆ “ฝันดีนะครับ” ว่าเสร็จก็เดินลิ่วออกจากห้องนอนไป

               เกล็ดดาวตาค้างมองแผ่นหลังสามีตัวสูงที่กำลังจะไปอาบน้ำ เมื่อกี้นี้ว่าอะไรนะ ‘ฝันดี?’ แล้วว่าคืนนี้งดออกทะเลอย่างนั้นเหรอ เมื่อตอนบ่ายลูกไม้แดงก็กินแห้วไปแล้วทีหนึ่ง นี่โลชั่นในตำนานยังใช้การไม่ได้อีกอย่างนั้นเหรอ นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่า...ความพิศวาทที่เขามีให้เธอมันลดลงแล้ว?!

               นิ้วเรียวรีบกดเข้าแอปพลิเคชันสื่อสารยอดฮิต แล้วสะกิดชาวแก๊งชะนีคุณภาพให้เข้ามาร่วมรับรู้เหตุการณ์ด้วยทันที แม้ว่านาฬิกาจะบอกเวลาสี่ทุ่มซึ่งก็เท่ากับว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนที่เมืองไทย แต่เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด เกล็ดดาวจึงแน่ใจว่ายายสามชะนีที่เหลือยังไม่นอนอย่างแน่นอน

               ‘แหมแก...เพิ่งจะไปถึงได้วันเดียวไหม ต้องรีบขนาดนั้น’ พิมพ์ขวัญเป็นคนแรก ที่คอมเมนต์ขึ้นหลังจากเธอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดจบ

               ‘นั่นสิ เป็นผัวเมียนี่เขาต้องจับขากันทุกวันเลยเหรอ’ ลิลลี่ผู้ไม่มีสามีสำทับ

               ‘มันก็ไม่ใช่ทุกคืน แต่นี่มันฮันนีมูน ปกติคู่อื่นเขาก็ต้องทุกวัน วันละหลายๆ รอบ’ มุกมณีผู้ผ่านคำว่าฮันนีมูนมาก่อน ช่วยไขข้อข้องใจให้ทั้งสองแทนเกล็ดดาว

               ‘ใช่ไหม ทำแบบนี้ฉันแอบหวั่นๆ เสน่ห์ของฉันลดลงหรือเปล่า หรือว่าเลี้ยงลูกมากไปจนเป็นอีเพิ้ง’

               ‘ไม่หรอก หมอธัชอาจจะเห็นว่าเพิ่งมาถึง แกอาจจะเหนื่อยอะไรแบบนี้ก็ได้’ พิมพ์ขวัญพยายามทำให้เพื่อนคิดในแง่ดี แต่ดูเหมือนว่ามุกมณีจะไม่เห็นคล้อยด้วย

               ‘เหนื่อยเหรอ แต่ตอนฉันไปฮันนีมูน อีชินก็นัวเนียตั้งแต่ยังไม่วางกระเป๋าเลยนะ’ บรรณาธิการสาวเล่าถึงชินกฤตสามีของเธอ จนทำให้เกล็ดดาวถึงกับต้องสูดหายใจลึก แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เธอสะท้านเท่ากับการคาดคะแนของลิลลี่...

               ‘เอ...หอมหัวแล้วไปอาบน้ำแบบนั้น...หรือเขาเห็นแกเป็นลูกสาว’

               หน้าแชทถึงกับนิ่งสนิทไม่มีการเคลื่อนไหว จนคนต้นเรื่องเพลียใจถึงกับต้องเชิญให้เพื่อนไปพัก

               ‘อีลี่...ไปนอนเหอะไป’

               ‘อ้าว ฉันผิดเหรอ’ เพื่อนทั้งสามเบะปากแล้วกลอกตามพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย มุกมณีจึงรีบตัดบทช่วยเพื่อน

               ‘เอางี้ดาว แกก็เริ่มก่อนเลย woman on top ไปเลยแก’

               ‘อีบ้า! เดี๋ยวตี๋ก็ตกใจหมด นางสายละมุนละม่อมย่ะ ไม่ใช่แบบผัวแก’

               สุดท้ายเกล็ดดาวก็ตัดสินใจจบการสนทนาลงหลังไม่กี่ประโยคต่อจากนั้นเพราะเริ่มรู้สึกว่า เรื่องนี้...ปรึกษาไปก็ดูเหมือนจะไม่ได้อะไรดีขึ้นมาเลย หญิงสาววางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ และพยายามข่มตานอน ลืมเรื่องกังวลใจนี้ไปเสีย เอาเป็นว่าพรุ่งนี้โฟกัสกันการชมความสวยงามของทะเลยามเช้า ปะการังสวยๆ ดีกว่า ไหนๆ ก็มามัลดีฟทั้งทีแล้วนี่

               ทว่ายังไม่ถึงสิบห้านาทีที่เธอข่มตานอน เสียงข้อความจากสมาร์ตโฟนก็ดังขึ้นเรียกความสนใจจากเธอไปอีกครั้ง เกล็ดดาวเอื้อมไปหยิบเจ้าเครื่องเรียกร้องความสนใจนี้ขึ้นมาดู แล้วก็พลันเด้งตัวขึ้นนั่ง เมื่อเห็นสิ่งที่ถูกส่งมาปลอบใจเธอจากมุกมณี

               ภาพนักร้องฝรั่งสุดฮอตขวัญใจเธอในหลากหลายอิริยาบถบนเวทีคอนเสิร์ต ซึ่งเชื่อได้ว่าน่าจะถูกแชร์ต่ออย่างล้นหลามบนหน้าอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ แต่เพราะว่าเธอต้องเดินทาง แถมยังมัวแต่คิดพะวงเรื่องนั้นจนไม่ได้สนใจเรื่องอื่น เลยไม่ได้รับรู้ข่าวสารบ้านเมืองกับเขาเลย

               นิ้วเรียวของเกล็ดดาวเลื่อนไปดูรูปแต่ละรูปซ้ำไปซ้ำมา ยิ่งดูแก้มก็ยิ่งปริ ฉีกยิ้มกว้างเต็มหน้าจนทนเก็บความดี๊ด๊านี้เอาไว้คนเดียวไม่ไหว หญิงสาวเขยิบตัวลงจากเตียงพร้อมกับต่อสายหาคนส่งรูปทันที แล้วก็เพียงไม่กี่นาทีก็ต่อติดถึงปลายสาย เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนจะต้องโทร. มา

               “แก๊! อดัมหล่อม๊าก หล่อสุดๆ เลยอ้ะ วันนี้ทั้งวันฉันมัวไปอยู่ไหนมาเนี้ย ถึงเพิ่งได้เห็นรูปนี้” สาวร่างบางว่าอย่างออกรสออกชาติ พลางเดินไปมองวิวข้างนอกผ่านหน้าต่างบานกระจก

               “ยิ่งรูปสองนะแก มายก๊อดเถอะ หล่อมาก หล่อสุดๆ หล่อจนแบบ...ลืมไปเลยว่าเคยมีผัว”

               คนที่ถูกลืมว่าเคยมีเดินเข้าห้องนอนมาทันได้ยินพอดีถึงกับสะดุดกึก เอียงศีรษะนิดๆ ครุ่นคิดว่าเขาหูแว่วหรือได้ยินอะไรผิดไปไหม เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่น่ามีอะไรผิดพลาดไป ชายหนุ่มก็รวบแขนขึ้นกอดอก สะบัดค้อนตามให้ภรรยาสาวที่กำลังเปิดประตูกระจกออกไปคุยโทรศัพท์ที่ชานด้านนอก

               อุตส่าห์อดใจแทบตาย อุตส่าห์ยอมให้ได้พัก แล้วยังมาบอกว่า...

               “ลืมไปเลยว่าเคยมีผัวเหรอ สงสัยคืนนี้...ต้องทวนความจำกันหน่อยแล้ว!”

 

               หลังจากคุยสัพเพเหระกับมุกมณีได้ไม่นาน เกล็ดดาวก็ขอตัวกลับเข้าห้องเมื่อมองผ่านกระจกแล้วเห็นว่าสามีของเธอออกจากห้องน้ำมาแล้ว หญิงสาวเดินไปนั่งลงที่เตียงฝั่งเดิมของเธอ สอดขาเข้าใต้ผ้าห่มทำท่าจะเข้านอน ทว่าคนที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเตียงกลับก้มหน้าก้มตากดสมาร์ตโฟนของเขา เพิกเฉยราวกลับว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีศักดิ์เป็น ‘ภรรยา’ อยู่ในห้องเลย

               เฟซบุ๊กก็ไม่เล่น ไอจีก็ไม่มี แล้วนี่เขากดอะไรของเขา หญิงสาวเริ่มคาดเดาการกระทำของสามี ก่อนจะรู้สึกว่าสีหน้าของเขาดูไม่ค่อยจะรับแขกสักเท่าไร เมื่อตอนก่อนจะไปอาบน้ำ ไม่เห็นเป็นอย่างนี้เลย

               “คุณคุยโทรศัพท์กับใครเหรอ” น้ำเสียงของเขาที่เอ่ยถามย้ำการคาดคะเนของเธอมากขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยอารมณ์เสียกับเธอบ่อยนัก แต่เกล็ดดาวก็จับความผิดปกตินั้นได้ดี

               “มุกไงคะ ก็โทร. มาเมาท์มอยตามประสาเหมือนทุกทีนั่นแหละค่ะ” คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรพยายามทำเสียงระรื่น ทว่าอีกฝ่ายกลับสวนกลับพร้อมกับสะบัดสายตากลับมามองอย่างหงุดหงิด

               “เพื่อนคุณไม่รู้เหรอว่าเรามาฮันนีมูนกัน”

               การเลือกใช้คำว่า ‘เพื่อนคุณ’ แทน ‘คุณมุก’ เหมือนทุกครั้งที่เรียกนั้นทำให้เธอกระจ่างชัดเลยว่าเขาไม่พอใจอะไรสักอย่างในระหว่างที่เธอคุยกับมุกมณีแน่ๆ แต่พอคิดว่าเขาหงุดหงิดเพียงเพราะเพื่อนเธอโทร. มันก็ดูจะแปลกๆ ไปหน่อยสำหรับคนใจเย็นและใจกว้างอย่างหมอธัช มันต้องเป็นเพราะสาเหตุอื่นแน่ๆ

               “คุณโกรธ...ที่ฉันคุยกับเพื่อนเหรอคะ” เกล็ดดาวหย่อนคำถามเสียงแผ่วไปให้เขา เธอรู้ดีว่าคำตอบคือ...ไม่ใช่ หากที่ถามออกไปอย่างนั้นเพราะอย่างให้เขาพูดอะไรที่พอจะเป็นเบาะแสให้เธอคาดเดาสาเหตุที่แท้จริงได้บ้าง

               ทว่า...กลับไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะนอกจากเขาจะไม่ตอบคำถามเธอแล้ว เขายังเอี้ยวตัวไปหยิบหนังสือที่วางอยู่ใกล้ๆ มาเปิดอ่าน ทำทีไม่สนใจเธออีก

               เกล็ดดาวนิ่งมองคนอ่านหนังสือ กดมุมปากนิดๆ ครุ่นคิดว่าเธอทันไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจตอนไหน แต่ก็ต้องแอบพ่นลมหายใจเมื่อคิดยังไงก็คิดไม่ออก สุดท้ายเธอก็เลยต้อง...ง้อไว้ก่อนก็แล้วกัน!

               สาวร่างบางค่อยๆ กระดึ๊บเข้าไปหาสามีขี้งอน อมยิ้มหน่อยๆ ยามเห็นเขาทำเก๊กขรึม นิ่งไม่สนใจเธอ เกล็ดดาวค้อมตัวลงเล็กน้อยชะโงกมองหน้าคนที่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ

               “เป็นอะไรคะ” คนกำลังง้อถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าหวานและน่าได้รับการให้อภัยที่สุด พร้อมกับเลิกคิ้วหน่อยๆ เอื้อมไปดึงหนังสือในมือเขาออกเพื่อให้คนแสนงอนเทความสนใจมาให้เธอ

               คนถูกถามย้ายสายตาหนี เงียบอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะเปิดปากเมื่อภรรยาช่างอ้อนบีบมือเขาซ้ำๆ

               “ผมก็เป็นสามีคุณไง” คนถามฟังแล้วงงยิ่งกว่าเก่า ก่อนเขาจะหันมาสบสายตา “ยังจำได้รึเปล่า”

               “จำได้สิคะ ทำไมคุณพูดอะไรแปลกๆ”

               “ผมก็นึกว่าคุณจำไม่ได้ ก็เห็นพูดว่า...” คำพูดของชายหนุ่มหยุดลงชั่วขณะเหมือนไม่อยากจะเอ่ยมันซ้ำ หากคนที่จับต้นชนปลายไม่ถูกไม่ถามต่อ

               “ฉันพูดว่าอะไรคะ”

               ธัชเสมองไปทางอื่น หน้าตาบึ้งตึง ไม่ใช่ว่าเขาขี้งอนหรือขี้หึงภรรยาไปทั่ว แต่เรื่องอย่างนี้มันเหมือนหยามกันชัดๆ เป็นผู้ชายคนไหนก็ต้องหงุดหงิดกันทั้งนั้น ร่างหนาพ่นลมหายใจทิ้งอีกครั้ง

               “คุณพูดว่า ลืมไปเลยว่าเคยมีผัว” เขากล่าวเร็วๆ แล้วสะบัดสายตาคมกริบกลับมาหาภรรยาคนต้นเรื่อง ทว่านั่นกลับทำให้เธอเกือบหลุดขำ

               นึกว่างอนเรื่องอะไร ที่แท้ก็…

               เกล็ดดาวอมยิ้มนิดๆ เขยิบไปนั่งในตำแหน่งที่หันหน้าเข้าหาหมอธัช ส่งแววตาวับวาวไปให้สามี ก่อนจะค่อยดันตัวให้สูงขึ้น แล้วแนบเรียวปากบางเข้ากับริมฝีปากของคนขี้งอนเบาๆ ให้เขาได้ลิ้มรสเพียงน้อยนิด แล้วผละออกในไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นราวกับต้องการจะหลอกล่อเด็กน้อยด้วยรสหวานของลูกกวาดสีสวย

               “เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอะไร ความจำฉันไม่ค่อยดีเลยค่ะ มันเผลอลืมตลอด” ปากพูดไป ก็เลื่อนขึ้นสัมผัสริมฝีปากของคนฟังไป “ถ้าในฐานะ ‘คุณหมอ’...ไม่ช่วยรักษา ในฐานะ ‘คุณสา’ ....ก็ช่วยเตือนความจำให้ภรรยาหน่อยได้ไหมคะ”

               คุณสาที่เผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัวจนแก้มปริ ตวัดท่อนแขนรัดเรือนร่างอรชนของภรรยาเจ้าเสน่ห์ของเขาเอาไว้ “เดี๋ยวนี้...เริ่มก่อนเหรอครับ”

               คนเริ่มก่อนไม่ตอบ แต่เลื่อนตัวต่ำลงมาซุกใบหน้าเข้ากับแผงอกคนถาม “จำไม่ค่อยได้เลย อันนี้อกอุ่นใครกันน้า...า”

               ธัชหลุดหัวเราะในลำคออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ใครจะห้ามตัวเองไหว ก็ภรรยาของเขาน่ารักขนาดนี้ มือหนาของคนขี้งอนที่ตอนนี้ยิ้มจนเต็มแก้มเชยคางคนตัวเล็กขึ้น แล้วก้มลงจูบหนักๆ ที่เรียวปากช่างจ้อของเธอ

               “นี่สามีเองครับ จำได้ไหม”

               “อืม...ก็คุ้นๆ นะคะ แต่ยังจำได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่เลย”

               คุณหมอนักเตือนความจำฟังแล้วถึงกับระเบิดหัวเราะ ลืมความหงุดหงิดเมื่อครู่ไปเสียสนิท แอบยอมรับกับใจตัวเองว่ายิ่งเธอพูด เธอยิ่งน่าฟัด น่ารักจนใจเขาเต้นรัวไปหมด แววตาปรารถนาถูกส่งออกไปหาเธออย่างไม่อาจจะซ่อนเอาไว้ได้ ก่อนร่างสูงจะก้มตัวลงจูบเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ “เดี๋ยวก็จำได้ชัดครับ”

               สิ้นคำ ร่างบางก็ถูกพลิกกลับลงไปอยู่ใต้อาณัติของคนพูดอย่างรวดเร็วจนคนตั้งตัวไม่ทันหลุดเสียงหลงออกมาหน่อยๆ เกล็ดดาวทำท่าจะเอ็ดที่เขาไม่ให้สัญญาณเธอก่อน ทว่าหญิงสาวก็หาทันได้เอ่ยอะไร ริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดเสียแนบแน่น รวดเร็วพอๆ กับเรียวลิ้นร้อนของคนที่เพิ่งหายโกรธตรงเข้ารุกล้ำเข้ามาในเขตของเธอ

               แขนกำยำสองข้างกระหวัดรัดร่างนุ่นนิ่มที่คุ้นเคยเข้าแนบสนิทกับร่างหนาทั้งตัว ก่อนฝ่ามือร้อนจะแทรกผ่านชุดนอนผืนบางเข้าวางสัมผัสที่แผ่นหลังจนหญิงสาวผวาเฮือก ทว่าไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นเกล็ดดาวก็ปล่อยอารมณ์ของเธอไปตามการเล้าโลมอย่างรู้จังหวะของเขา

               ธัชเลื่อนขึ้นฝากสัมผัสนุ่มจากริมฝีปากของเขาไปตามผิวขาวเนียนละเอียดของเธอ ยิ่งจูบ...ก็ยิ่งหอม ยิ่งหอม...ก็ยิ่งถูกกระตุ้น ก้อนเนื้อใต้อกซ้ายของชายหนุ่มกำลังโหมกระหน่ำเกินพิกัดอย่างไม่อาจจะต้านทานเอาไว้ได้ไหว คนกุมอำนาจชันแขนทั้งสองข้างขึ้นเมื่อรู้สึกว่าคนใต้อาณัติเริ่มหอบหายใจรัว

               เขาพักให้เธอตั้งตัว และจัดการกับลมหายใจก่อนนิดหนึ่ง ก่อนจะเปลืองผ้าของเธอออกอย่างไม่เกรงใจ เกล็ดดาวมองสบตาเว้าวอนของธัช สอดนิ้วเรียวเข้าใต้เรือนผมหนาของเขา แล้วผลิยิ้มให้กันอย่างรู้ความนัย

               “ถ้าภรรยาตัวหอมของผมจะความจำสั้นขนาดนี้ คืนนี้คงต้องทวนความจำกันหลายรอบหน่อยนะครับ”

               “เอ...คนไหนสามีฉันคะ”

               “โดนแน่!”

               “ว๊าย!”

               รู้หรอกว่า...ผัวก็คือผัว แต่สำหรับเมียเนี่ย ทวนซ้ำบ่อยๆ นะคะ อุ๊ปส์!

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------     

หายไปนาน ลืมกันยังเอ่ย ขอโทษจริงๆ นะคะ ติดภาระมากมายเหลือเกิน

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของ Hidden Story ที่แต่งไว้แล้วนะคะ หวังว่าจะชอบกันเนาะ 






ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว