ฝากกดติดตามกันด้วยน๊าาา คอมเม้นท์สักหน่อยเป็นกำลังใจให้ Owly นะคะ ถ้าชอบก็สนับสนุนกันได้นะ รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ จุ๊ฟๆ

chapter 12 : เธอกับเขา แล้วเรื่องระหว่างเราล่ะ (มีแอบน้อยใจ)

ชื่อตอน : chapter 12 : เธอกับเขา แล้วเรื่องระหว่างเราล่ะ (มีแอบน้อยใจ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2563 22:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 12 : เธอกับเขา แล้วเรื่องระหว่างเราล่ะ (มีแอบน้อยใจ)
แบบอักษร

เมล่อนพยายามทำตัวออกห่างลูเซียโน่ ออกห่างจากความเจ็บปวด ยิ่งเธอเห็นลูเซียโน่กับนีน่าอยู่ด้วยกันเธอยิ่งรู้สึกเจ็บลึกๆอยู่ภายในใจ ในตอนนี้คงมีเพียงแต่โจนาธานที่คอยไปรับไปส่งและคอยดูแลเธอมาตลอด ถึงแม้เมื่อก่อนโจนาธานจะทำไม่ดีกับเธอไว้มาก แต่พอเขาได้รู้ว่าพ่อของเมล่อนมีอิทธิพลมากแค่ไหน แถมพ่อของเมล่อนยังกำชับอีกว่า 

 

ดูแลลูกฉันดีๆนะ ถ้ามีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น แกตาย 

!!’ 

มีเหรอเขาจะกล้า ตอนนี้เขากับเมล่อนสนิทกันมากขึ้น ในฐานะพี่ชายกับน้องสาว 

“น้องเมล่อน ทำงานเสร็จยัง พี่หิวไส้จะขาดแล้วเนี้ย ไปหาข้าวเที่ยงกินกัน” โจนาธานที่เดินเข้ามาที่โต๊ะของเมล่อนพูดขึ้นเพื่อมารับหญิงสาวออกไปทานข้าวเหมือนทุกครั้ง 

“เสร็จแล้วค่ะ เมลก็หิวแล้ว ไปกันเถอะ” หญิงสาวลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มให้ผู้ชายตรงหน้า 

“เออนี่ พี่ได้ข่าวว่ามีร้านอาหารเปิดใหม่แถวๆนี้แหละ ไปลองดูหน่อยม่ะ” 

“ก็ได้ค่ะ แล้วแต่พี่โจเลย แต่พี่ต้องเลี้ยงเมลนะ” 

“ได้เสมอกับน้องสาวคนสวย” 

ทั้งคู่เดินไปขึ้นรถของโจนาธานก่อนจะขับออกจากบริษัทมุ่งหน้าสู่ร้านอาหารเปิดใหม่ 

ที่ร้านอาหารเปิดใหม่ 

“สวัสดีค่ะ สองที่นะค่ะ” พนักงานเอ่ยถาม 

“ครับสองที่ครับ” โจนาธานตอบรับ 

พอทั้งคู่มาถึงก็มีพนักงานในร้านมาต้อนรับและพาเข้าไปนั่งที่โต๊ะ โต๊ะที่ทั้งคู่นั่งเป็นมุมด้านในสุดของร้าน แต่เดินยังไม่ทันจะถึงโต๊ะ สายตาของเมล่อนกลับมองไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ ชายร่างสูงหน้าตาแบบลูกครึ่งในชุดสูทสีดำ กับหญิงสาวร่างเล็กในชุดเดรสสีน้ำเงินเปิดโชว์แผ่นหลังอันเซ็กซี่ แน่นอนไม่ใช่ใครอื่น ลูเซียโน่กับนีน่า. 

“น้องเมล่อน เราไปกินข้าวร้านอื่นกันก็ได้นะ” โจนาธานที่เห็นทั้งคู่เช่นกันกระซิบพูดกับเมล่อน 

“ไม่เป็นไรค่ะพี่โจ กินที่นี่แหละ” เธอพูดตอบเขาแต่สายตายังคงจ้องมองอยู่ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ลูเซียโน่หันมาเห็นเมล่อนเช่นกัน เธอจึงหลบสายตาแล้วหันไปควงแขนโจนาธาน 

“เอ่อ...ขอโทษนะค่ะ โต๊ะตรงนี้ว่างมั๊ยค่ะ พอดีว่าเมลไม่อยากนั่งโต๊ะในน่ะค่ะ” เมล่อนหันไปบอกพนักงาน อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องเดินผ่านโต๊ะที่สองคนนั้นนั่งอยู่ 

“อ๋อ ได้ค่ะ งั้นเชิญคุณลูกค้านั่งโต๊ะนี้ได้เลยนะค่ะ เดี๋ยวจะไปเอาเมนูมาให้ค่ะ” พนักงานตอบรับ 

เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ ทำไมโลกถึงได้กลมขนาดนี้นะ เมล่อนได้แต่คิดอยู่ภายในใจ 

หลังจากสั่งอาหารไปก็ใช้เวลาไม่นานนักอาหารที่สั่งก็ถูกนำออกมาเสิร์ฟ เมล่อนเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมทาน เหมือนโจนาธานจะรู้ถึงความผิดปกติและอาการที่เปลี่ยนไปของเมล่อน 

“น้องเมล่อน โอเครึเปล่า กินนี่หน่อยนะ” เขาพูดพร้อมกับตักอาหารให้ 

“เมลโอเคค่ะพี่โจ ขอบคุณนะค่ะ” เธอขานรับแต่ก็ยังไม่ยอมกิน เป็นใครก็กินไม่ลง ว่ามั๊ยล่ะ 

? 

“อย่าโกหกพี่รู้หรอกนะ เห็นบ่นว่าหิวแต่ไม่ยอมแตะอาหารสักคำ ถ้างั้นเราไปกินที่อื่นกันเถอะ” 

“เอ่อ..กินค่ะกิน กินที่นี่แหละค่ะ อาหารก็สั่งมาแล้วนะค่ะ” เธอยอมตักอาหารใส่ปาก ถึงแม้จะกินไม่ค่อยลงแต่ก็ด้วยความเกรงใจโจนาธานเธอจึงยอมกินอาหารตรงหน้า 

เมล่อนตัดสินใจเลิกสนใจโต๊ะชายหญิงคู่นั้น ก่อนจะหันมาพูดคุยกับโจนาธาน อย่างสนุกสนานเหมือนเช่นปกติ 

“น้องเมล่อน ชิมนี่ดูหน่อยนะ” โจนาธานพูดก่อนจะยื่นช้อนของตัวเองที่ตักอาหารป้อนให้กับเมล่อน 

“แหม่ หวานกันจังเลยนะค่ะ มีอะไรกันรึเปล่านะสองคนนี้” เสียงหนึ่งที่พูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับการปรากฎตัวของคู่ชายหญิงที่เมล่อนนั่งมองอยู่เมื่อตอนแรก 

นีน่าเดินควงแขนของลูเซียโน่ออกจากโต๊ะอาหาร เพื่อจะกลับบริษัท แต่ระหว่างที่เดินออกจากร้าน สายตาของเธอดันเหลือบไปเห็นเมล่อนกับโจนาธานที่กำลังนั่งทานข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยเลยตั้งใจเข้าไปทัก 

“...............” 

“อ๋อ ครับ คุณนีน่ามาทานข้าวหรอครับ” โจนาธานเมื่อเห็นเมล่อนเงียบไป จึงพูดขึ้นมาแทน 

“ค่ะ พอดีพี่ลูเซียโน่ชวนมาทานข้าวน่ะค่ะ” เธอตอบก่อนจะหันไปยิ้มกับลูเซียโน่ที่ยืนมองอยู่เงียบๆ 

“หรอครับ ผมก็ชวนน้องเมล่อนออกมาทานข้าวเหมือนกัน บังเอิญจังนะครับที่เป็นร้านเดียวกัน” โจนาธานหันไปพูดกับลูเซียโน่แต่ก็ยังได้เพียงแต่ความเงียบตอบกลับมาจากเขา 

“งั้นเราทั้งคู่ต้องขอตัวก่อนนะค่ะ บ๊ายบายค่ะคุณโจ บ๊ายบายนะเด็กฝึกงาน” นีน่าพูดโดนคำท้ายหันไปเน้นพูดกับเมล่อนก่อนจะเดินออกไปจากร้านพร้อมกับลูเซียโน่ 

“น้องเมล โอเคใช่มั๊ย” หลังจากที่ทั้งคู่เดินออกไป เมล่อนจากที่ร่าเริงกลับเงียบอีกครั้ง จนโจนาธานต้องถามด้วยความเป็นห่วง 

“เมลโอเคค่ะ เมลอิ่มแล้ว” เธอแกล้งพูดกลบเกลื่อนอาการที่เป็นอยู่ 

“น้องเมล่อน พี่รู้นะว่าเราเป็นอะไร เดี๋ยวพี่จะช่วยเอง” โจนาธานพูดทิ้งท้ายก่อนจะเรียกพนักงานมาเช็คบิล 

--- 

ลูเซียโน่ 

--- 

ผมยอมรับว่าตั้งแต่กลับมาจากงานเลี้ยงที่รีสอร์ทผมมีเวลาให้เมล่อนน้อยลง แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าเมล่อนเป็นอะไร พอผมกลับมาถึงคอนโด ผมกลับไม่เห็นเสื้อผ้าข้าวของครื่องใช้ของเมล่อนสักชิ้น แล้วยังเรื่องวันนั้นที่บริษัทอีก คำที่เธอพูดกับผมทั้งน้ำตา 

 

แล้วคุณล่ะทำอะไรอยู่รู้ตัวรึเปล่า 

 

คำพูดนั้นของเมล่อนยังติดค้างอยู่ภายในใจผม ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรให้เธอเสียใจ พักหลังมานี้ผมสังเกตเห็นว่าเมล่อนกับไอ้โจนาธานดูสนิทสนมกันมาเกินไป จนผมรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็น แต่ผมจะไปทำอะไรได้ล่ะ เพราะเมล่อนเคยขอให้ปกปิดเรื่องระหว่างผมกับเธอ ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าตกลงเมล่อนกับไอ้โจนาธานทั้งคู่เป็นอะไรกัน 

! 

--- 

ลูเซียโน่ 

end--- 

เหลือเวลาอีกแค่สองวันกับการฝึกงานที่บริษัท นิคาร์ซิโอ้ คอเปอร์เรชั่น สำหรับเมล่อนแล้วระยะเวลานี้ชั่งยาวนาน ซึ่งวันนี้เธอต้องขึ้นไปที่ห้องของประธานบริษัทเพื่อยื่นเรื่องขอจบการฝึกงาน ถึงแม้เธอจะพยายามหลบหน้าเขามากแค่ไหน แต่เรื่องนี้ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อยู่ดี 

เมล่อนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องประธานบริษัท ในใจก็คิดจะเข้าไปดีหรือไม่ แต่ถ้าไม่เข้าไปก็จะก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับการฝึกงาน จนเลขาหน้าห้องเห็นและเรียก ก่อนจะพาเมล่อนเข้าไปในห้องของประธานบริษัท 

ภายในห้องเมล่อนคิดว่าจะมีลูเซียโน่นั่งอยู่เพียงคนเดียว แต่ที่ไหนได้ภายในห้อง นีน่านั่งอยู่บริเวณโซฟารับแขก ลูเซียโน่ที่เงยหน้าขึ้นมองเมล่อนก่อนจะบอกให้นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขา 

“สวัสดีค่ะบอส คือฉันจะมาแจ้งว่าอีกสองวันก็จะสิ้นสุดการฝึกงานของฉันที่นี่แล้วนะค่ะ” เมล่อนพูดอย่างเป็นทางการ 

“ครับ ผมเตรียมเอกสารไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ คุณไม่ต้องเป็นห่วง” ลูเซียโน่ตอบโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเมล่อนแม้แต่น้อย 

“อ้าว ฝึกจบแล้วหรอจ๊ะ แหม ฉันเพิ่งจะเริ่มรู้จักกับเธอเอง เสียดายจัง” นีน่าพูดแทรกขึ้นมา 

“ค่ะ” เมล่อนรับคำเงียบๆ 

“เอ่อ... ขอโทษนะครับคุณนีน่า ผมขออนุญาตคุยกับเมล่อนเป็นการส่วนตัวได้มั๊ยครับ” 

“อ๋อ โอเคค่ะพี่ลูเซียโน่ นีน่าก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีงานที่ยังไม่ได้ไปตรวจดูรายละเอียด งั้นนีน่าขอตัวก่อนนะค่ะ” นีน่าแกล้งพูดเพราะรู้ว่าลูเซียโน่ตั้งใจไล่เธอออกจากห้อง 

หลังจากที่นีน่าเดินออกไป ภายในห้องก็มีเพียงความเงียบ เมล่อนเอาแต่นั่งก้มหน้าไม่ได้พูดอะไร ส่วนลูเซียโน่ก็เอาแต่นั่งมองหน้าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างเงียบๆ 

“ต่อไปจะไม่เจอกันอีกแล้วหรอ” ลูเซียโน่พูดขึ้น 

“คงงั้นมั้งค่ะ” 

“พี่ไปหาที่มหาลัยได้มั๊ย” 

“อย่าลำบากเลยค่ะ” 

“ตอนนี้อยู่ที่ไหนล่ะ เดี๋ยวพี่ไปรับแล้วจะไปส่งที่มหาลัยเอง” 

“ไม่เป็นไรค่ะ เมลมีพี่โจคอยรับส่งอยู่แล้ว” 

“กับไอ้โจให้ไปรับส่งได้แต่กับผัวตัวเองแท้ๆกลับไม่ให้ไป 

!! 

” ด้วยความโมโหลูเซียโน่จึงตวาดขึ้นเสียงดัง 

เพี๊ยะ 

!!! 

“คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำนั้นกับฉันอีกแล้ว คุณลูเซียโน่” เมล่อนฟาดฝ่ามือตบหน้าลูเซียโน่ไปหนึ่งที 

“ทำไมล่ะ หรือเพราะว่าได้ผัวใหม่ ทำไม ไอ้โจมันมีดีอะไรถึงทำให้เธอลืมผัวเก่าได้เลยหรอ” ลูเซียโน่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวเองเดินอ้อมมายังด้านหลังของเมล่อนก่อนจะก้มลงพูดกระซิบข้างๆหู 

“อย่ามาหยาบคายกับฉัน ระหว่างฉันกับพี่โจไม่ได้ทำอะไรชั่วๆอย่างที่คุณคิด” 

“งั้นฉันจะเตือนความจำให้ว่าเธอเคยเป็นของใคร” 

พูดจบลูเซียโน่ก็จับเก้าอี้ของเมล่อนหมุนให้เธอหันหน้ามาทางเข้าก่อนจะใช้ริมฝีปากประกบลงบนปากของหญิงสาว เมล่อนพยายามเบี่ยงหน้าหลบแต่ก็ถูกมือใหญ่จับประคองหน้าไม่ให้หลบการจู่โจมของเขา เมื่อลิ้นชื้นแฉะชอนไชเข้าไปในปากของอีกฝ่ายได้ รสชาติของการจูบที่เขามอบให้เริ่มร้อนแรงราวกับคนที่หื่นกระหายและต้องการดูดดื่มความสุขจากเธอ มือที่เคยประคองใบหน้าเริ่มเลื่อนลงมาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออกที่ละเม็ด เผยให้เห็นคอขาวๆกับหน้าอกที่ล้นออกมาจากการปกปิดของบราลูกไม้สีดำ ภาพตรงหน้ายิ่งทำให้เขาอดใจไม่ไหวเขาถอนริมฝีปากก่อนจะเลื่อนลงมาซุกไซ้บริเวณซอกคอ ดูด ขบ เม้ม จนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ ราวกับต้องการทำสัญลักษณ์เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ มือสองข้างบีบเค้นเต้าทั้งสองอย่างมันมือ เมล่อนที่ตอนแรกเหมือนจะขัดขืนแต่พอโดนการเล้าโลมของลูเซียโน่ เธอก็เริ่มมีอารมณ์คล้อยตามเช่นกัน 

“บอกสิเธอเป็นของใคร” ลูเซียโน่ถาม ขณะที่ฝากรอยไว้บนลำคอและหน้าอกหลายจุด 

“ไม่” เมล่อนพยามใจแข็ง ข่มใจไว้ไม่ให้คล้อยตาม 

“งั้นก็ได้ ตอบคำถามเองแล้วกันว่าทั้งหมดนี้รอยอะไร” ลูเซียโน่พูดขึ้นก่อนเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของเขา 

เมล่อนรีบติดกระดุมเสื้อก่อนจะปล่อยผมยาวลงมาเพื่อปิดร่องรอย ที่ลูเซียโน่ทำไว้ เธอหันมามองลูเซียโน่ที่นั่งกอดอกมองเธอด้วยใบหน้าที่ดูมีความสุข นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่เคยเห็นเขายิ้ม 

“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ ค้างหรอครับเมีย” 

“คุณตั้งใจแกล้งฉันหรอ” 

“เปล่านะ พี่แค่แสดงความเป็นเจ้าของ ไม่ใช่พี่ไม่ต้องการนะ แต่เลขาพี่ยังอยู่ที่หน้าห้องแถมประตูไม่ได้ล๊อค พี่ไม่อยากให้เมลเสียหาย เมลเคยขอพี่ไว้นิ ใช่มั๊ย” 

“งั้น ฉันขอตัว” เมล่อนรีบตัดบท 

“เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้บอกพี่เลยนะ ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน” 

“ฉันไม่จำเป็นต้องบอกคุณนี่ค่ะ” 

“ก็ได้ ไม่บอกก็ไม่บอก ถ้าหาเจอแล้วโดนหนักแน่ คอยดู” ลูเซียโน่แกล้งทำหน้าหมั่นเขี้ยวใส่ เมล่อนจึงรีบเดินออกไปจากห้องเขาเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกันอีก 

หลังจากออกมาจากห้องทำงานของลูเซียโน่ เมล่อนเดินตรงไปยังห้องน้ำหญิง แล้วรวบผมขึ้น ปลดกระดุมเสื้อเพื่อดูร่องรอยที่ลูเซียโน่ทำไว้ 

“บ้าจริง เป็นรอยเยอะขนาดนี้ แถมยังชัดแบบนี้ ถ้ามีคนเห็นจะทำไงเนี้ย” เมล่อนยืนพูดกับตัวเองอยู่หน้ากระจกโดยไม่ทันสังเกตว่ามีคนอยู่ในห้องน้ำด้วย เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีกคนหนึ่งนั้นเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดี 

“อ้าว นึกว่าใคร เด็กฝึกงานนี่เอง ไปทำอะไรมาหรอจ๊ะน่ะ” นีน่าที่เดินออกมาจากห้องน้ำเอ่ยถามโดยที่สายตาจ้องมองไปยังรอยบนตัวของเมล่อน เมล่อนที่เพิ่งรู้ว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องน้ำจึงรีบติดกระดุมเสื้อและปล่อยผมลงมาเช่นเดิม 

“แพ้นิดหน่อยน่ะค่ะ” เมล่อนตอบกลบเกลื่อน 

“แพ้อะไรหรอจ๊ะ” นีน่ายังคงถามอย่างบีบเค้น 

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวค่อยไปหาหมอ” เมล่อนพูดเพื่อไม่อยากให้นีน่าสงสัย 

“แพ้อะไรไม่รู้ แต่อย่ามาแพ้ที่ห้องประธานบริษัทนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน” นีน่าพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไป 

ความคิดเห็น