ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อบพาย ชิ้นที่ 3

ชื่อตอน : อบพาย ชิ้นที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 575

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2561 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อบพาย ชิ้นที่ 3
แบบอักษร

ตอนที่ 3 

เอริกะ เขียน

แสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาตามรอยแยกผ้าม่านสีสีฟ้าเข้ม ปลุกให้คนบนเตียงเริ่มรู้สึกตัว ไวน์ลืมตาขึ้นช้าๆปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่าง หัวมันหนักอึ้งและปวดตุบๆ ลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงยกนวดขมับเพื่อไล่ความมึน สายตาโฟกัสไปที่แจกันดอกไม้สีขาวดอกเล็กส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้รู้สึกผ่อนคลายยามที่สูดดมเข้าไป แต่ก่อนฉุกคิดได้ว่ามันแปลกไปเพราะห้องของเขาคงไม่มีดอกไม้แบบนี้ประดับแน่ๆ รีบกวาดสายตามองไปรอบห้อง

พระเจ้า! นี่มันไม่ใช่ห้องของเขานี่

ก้มมองร่างกายสวมเสื้อผ้ามิดชิดดีแต่...เสื้อใครกันล่ะ? เขาถูกใครหิ้วกลับมานอนด้วยละเนี่ย แค่คิดก็ปวดหัว มือเรียวยกขึ้นขยี้ผมที่ยาวปะบ่าจนฟู

“ตื่นแล้วเหรอครับ...ปวดหัวไหม” น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นหน้าประตู เจ้าของลักยิ้มแก้มขวาก้าวเข้ามาพร้อมกับแก้วน้ำขิงหอมๆ ก่อนจะยื่นมาตรงหน้า เจ้าตัวพยักพเยิดทำท่าให้เขารับไปดื่ม

“ดื่มก่อน”

“นายเป็นใคร ที่นี่ที่ไหนแล้วฉันมาอยู่ได้ยังไง” เขาตั้งคำถามรัวๆ พลางมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตามาที่ร่างสูง บุคคลที่ค่อนข้างคุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“ใจเย็นๆ ดื่มน้ำขิงแก้แฮงค์นี่ก่อนสิครับ” อีกฝ่ายอมยิ้มหน่อยๆ ไม่ได้เกรงกลัวสายตาของเขาแม้แต่น้อย

“ดื่มเถอะ ผมไม่ใส่อะไรแปลกๆ ลงไปหรอกครับ” เพราะท่าทางไม่ไว้ใจของเขาทำให้อีกฝ่ายต้องเอ่ยย้ำอีกรอบ เขาจึงรับแก้วน้ำขิงมาถือแล้วค่อยๆ ยกขึ้นจิบมันรู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ

“ตกลงนายเป็นใคร ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่”

“จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ” อีกฝ่ายถามพลางทำหน้าสงสัย “ผมชื่อพบรัก เรียนมอเดียวกับไวน์แหละ...เมื่อคืนไวน์เมาแล้วไม่มีอะไรติดตัวสักอย่างแม้แต่เงิน ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยพามาที่บ้าน”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็เงียบไปสักพักคิดตามที่ร่างสูงบอก พอจะจำได้ลางๆ ว่าเป็นตามที่ว่ามา “ขอบใจที่ช่วย ฉันจะกลับแล้ว”

“เดี๋ยวสิครับ จะรีบอะไรขนาดนั้น...วันนี้วันหยุดไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ”

“ปล่อย!” เอ่ยสั่งเสียงสะบัด เมื่อเขาลุกจะเดินออกจากห้องแล้วอีกคนก็เข้ามาขวาง แถมยังจับแขนของเขาไว้อีกต่างหาก

“ครับๆ แต่เดี๋ยวก่อนสิ ไวน์จะกลับยังไง มีเงินเหรอ”

ถึงกับสะอึก เพาะตัวเขาไม่มีอะไรติดตัวเลยสักอย่างทั้งโทรศัพท์ กุญแจรถ และกระเป๋าเงินก็อยู่ที่แคท “รบกวนยืมโทรศัพท์หน่อย”

“เดี๋ยวผมไปส่งเอง ไวน์เข้าไปอาบน้ำก่อนเถอะ ส่วนเสื้อผ้าผมซักรีดให้แล้วเดียวเอามาให้” ไวน์มีท่าทีจะค้าน คนตัวสูงเลยตัดบทยัดผ้าเช็ดตัวให้พร้อมกับดุนหลังให้เดินเข้าห้องน้ำ “อาบน้ำครับ”

ได้ถอนหายใจแรงๆ ยังงงๆ กับสถาณะการณ์ตอนนี้ ร่างบางรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เดินออกมาเห็นเสื้อผ้าของตัวเองวางอยู่บนเตียง แต่ไอ่คนตัวสูงหายไปไหนแล้วไม่รู้ แต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาจากห้อง ได้กลิ่นหอมลอยมาท้องก็ส่งเสียงร้องประท้วง

“อ้าวเพื่อนรักเหรอลูก มาทานข้าวต้มร้อนๆ ก่อนสิจ๊ะ” ผู้หญิงสวยๆ คนหนึ่งหันมาเห็นเขาเข้าพอดี เธอยิ้มและเอ่ยชักชวนอย่างใจดี

“เอ่อ...ขอบคุณคับแต่..”

“แม่ นี่รุ่นพี่รักชื่อไวน์ครับ” เขาไปเป็นรุ่นพี่อีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่!

“งั้นเหรอจ๊ะ นั่งเลยลูกแม่พึ่งทำข้าวต้มปลาทูเสร็จกำลังร้อนๆ เลย”

“มานั่งสิครับพี่ไวน์แม่อุตส่าห์ชวน” พบรักดึงแขนเขาให้เดินเข้าไป เพราะไม่ได้ตั้งตัวเลยเซไปปะทะแผ่นหลังกว้างเข้า คนอะไรสูงชะมัดอย่างกับยักษ์วัดแจ้ง ‘ไอ่เด็กยักษ์’ ดุนหลังให้เขานั่งลงข้างๆ มัน ยกชามข้าวต้มปลาทูหอมๆ มาตรงหน้า เผลอกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ "ไวน์ชอบทานปลามากโดยเฉพาะข้าวต้มปลาไม่ว่าจะเป็นปลาอะไรก็ทานหมด

“ยังไงเดี๋ยวแม่ไปช่วยป้านวลที่บ้านใหญ่ก่อนนะรัก...ทานกันให้อิ่มนะไม่พอรักเข้าไปตักมาเติมอยู่ในครัวนะลูก”

“ครับ”

“ฉันจะกลับแล้ว” ทันทีที่แม่ของไอ้เด็กยักษ์เดินออกไปก็ลุกขึ้น พยายามอดทนไม่กินของโปรดตรงหน้าเพราะกลัวว่าจะเสียหน้า

“จะรีบทำไม ผมยังกินข้าวไม่อิ่มเลยนะ” อีกคนทำท่าไม่สนใจ ตักข้าวต้มร้อนๆ เข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย “กินอิ่มแล้วเดี๋ยวไปส่งถึงที่เลย” พูดพร้อมกับตักข้าวต้มเข้าปากคำโต ยังไม่พอทำหน้าราวกับมันอร่อยเลิศเลอ

โครก

ไม่ใช่เสียงอะไร ท้องเขาเอง มันกำลังปะท้วงแต่เพราะทิฐิทำให้มือมันหนัก

“หิวก็กินสิครับ”

ไวน์จิ๊ปากเบาๆ ก่อนจะจำใจกินข้าวต้มตรงหน้า พอชิมคำแรกก็ชะงักเพราะมันอร่อยถูกปากมากปลาทูเนื้อนุ่มสดไม่มีกลิ่นคาว ถ้าคนทำไม่เป็นจริงๆ มันจะคาว จากนั้นก็เผลอตักขึ้นกินอีกช้อนและอีกช้อน

...จนหมดถ้วย

“เติมไหมครับ” คนข้างๆ ถามพลางอมยิ้ม ชักจะรู้สึกว่าอวัยวะเบื้องล่างมันกระตุกเป็นระยะ เผลอตัวไปหน่อยเขายกน้ำขึ้นดื่มแก้เก้อก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัดว่า

“ไม่”

“งั้นไปเถอะเดี๋ยวผมไปส่ง” ไอ่เด็กยักษ์ว่าก่อนจะเก็บถ้วยไปไว้ในครัว แล้วเดินนำออกมาข้างนอก

“อ่ะ”

“อะไร”

“หมวกกันน็อคไงคับ”

“ขี่มอเตอร์ไซด์เหรอ”

“ครับ ไม่เคยนั่ง?”

ไอ้นั่งอ่ะเคย ขี่ก็เคยมาแล้ว เขาไม่ใช่ลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็น แค่แปลกใจเฉยๆ มองไปรอบๆ แล้วรู้สึกแปลกใจ เพราะออกมาจากบ้านหลังเล็กพออกมาก็เจอกับบ้านหรือจะเรียกคฤหาสน์ก็คงไม่แปลก

ไอ้เด็กนี่เป็นใครกันนะ

“ไปครับ”

ฟีโน่แดงดำแล่นออกมาจากบ้านหลังโต ก่อนจะมาจอดอยู่หน้าคอนโดหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เขารีบลงจากมอเตอร์ไซด์ ก่อนจะถอดหมวกกันน็อคแต่ไม่รู้มันติดอะไร ไอ่เด็กยักษ์ที่นั่งควบรถอยู่อมยิ้มขำๆ มือหนายื่นมาดึงเขาให้เข้าใกล้ ใกล้ จนได้กลิ่นน้ำหอมของอีกฝ่าย

“ผมช่วย”

“เสร็จรึยัง!” เอ่ยเร่งเพราะรู้สึกว่ามันช้าผิดปกติ เหมือนอีกฝ่ายจงใจถอดช้าๆ คนยิ่งหงุดหงิดอยู่ด้วย

“เสร็จแล้วครับๆ” ไอ่เด็กยักษ์ว่าพลางถอดหมวกกันน็อคออกไป “เรียบร้อย”

“ขอบใจและลาก่อน”

“เฮ้ย! เดี๋ยวสิครับใจคอคิดจะไปอย่างนี้เลยเหรอ” อีกคนรีบคว้ามือของเขาเอาไว้ ขมวดคิ้วมุ่นสายตาเหลือบมองมือตนเองที่ถูกจับเอาไว้

“ปล่อย”

“ครับๆ”

“ต้องการอะไร...ฉันไม่ได้เอาเงินมาพรุ่งนี้แล้วกัน”

“โธ่ ผมไม่ได้ต้องการเงิน”

“แล้วต้องการอะไร” ไวน์มองหน้าอีกคนนิ่งๆ ไม่เข้าใจว่าต้องการอะไรจากเขากันแน่ ถึงพยายามตีสนิทแบบนี้

“ต้องการทำความรู้จัก”

ถอนหายใจ เจอคนประเภทที่ไม่ชอบเข้าแล้วไง รอยยิ้มของนายพบรักมันชั่งดูกวนประสาทเขามากในเวลานี้

“จำเป็นด้วยเหรอ” แม้จะรู้ว่าสิ่งที่แสดงออกไปมันเสียมารยาทกับคนที่พึ่งช่วยตัวเองเอาไว้ แต่เขาก็ไม่อยากจะวุ่นวาย

“จำเป็นมากกกก...” ไอ่เด็กยักษ์ลากคำสุดท้ายยาวๆ พร้อมกับยิ้มจนเห็นลักยิ้มข้างขวาชัดเจน “ผมชื่อพบรัก เรียนอยู่วิศวะฯ ปี1 จำเอาไว้นะครับ”

“นี่!”

“เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะไปรับที่คณะ แล้วเราค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะไปไหนต่อ แต่ผมคิดเอาไว้คร่าวๆ นะว่าไปกินข้าวเย็นน่าจะดี ผมรู้จักรานอาหารอร่อยๆ เยอะแยะไว้จะพาไป”

“เดี๋ยว!”

“ผมไปละ แล้วเจอกันนะ...ไวน์”

“จิ๊! ไอ้เด็กบ้า!!” เสียงสบถของคนตัวขาวดังลั่น มองไอ่เด็กยักษ์ควบมอเตอร์ไซด์ออกไปหลังจากที่มันพูดจบ ไม่ปล่อยให้เขาได้เถียงสักคำ

ฝันไปเถอะว่าจะยอมไปด้วย

------------------------------------

หลังจากขึ้นห้องมาพอหายหงุดหงิด ไวน์ก็ติดต่อไปหาเพื่อนรักทั้งสอง คิทกับแคทก็รีบมาหาที่คอนโดทันที

“รู้ไหมว่าพวกฉันเป็นห่วงแค่ไหน” คิทว่าพลางทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“ขอโทษ...”

“ดูตาคิทสิบวมเป่งเชียว เมื่อคืนร้องไห้ทั้งคืนกว่าจะปลอบให้หยุดได้แทบตาย” คำพูดของแคททำให้เขารู้สึกผิดมากกว่าเดิม รู้ว่าเพื่อนทั้งสองรักและเป็นห่วงมาก ยิ่งเห็นขอบตาแดงของคิทยิ่งรู้สึกผิด แม้ว่าคิทจะเป็นคนร่าเริงเหมือนไม่เคยทุกข์อะไร แต่กลับเจ้าน้ำตามากกว่าที่คิด

“ไม่ร้องแล้วนะ” เอื้อมมือไปยีหัวเล็ก ก่อนที่เจ้าตัวจะโวยวาย จากนั้นก็เกิดสงครามหมอน พวกเราทั้งสามเล่นกันจนเหนื่อยหอบ และสุดท้ายก็หัวเราะออกมากันเสียงดังลั่น

“คราวหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะ” แคทว่าอย่างจริงจัง

“อืม”

“แล้ววันนี้จะกลับบ้านหรือเปล่า” วันนี้เป็นวันเสาร์ ปกติเขาจะกลับไปนอนบ้านทุกศุกร์-อาทิตย์ยกเว้นช่วงที่มีงานหรือสอบ

“กลับสิ เย็นๆ”

“อืม ไว้เจอกันวันจันทร์ พวกฉันต้องไปทำธุระกับคุณย่าต่อ”

“โอเค”

หลังจากคิทกับแคทกลับไป เขาก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนิ่งๆ พลางถอนหายใจ หลับตาลงนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แค่ไม่กี่วันก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายช่วงนี้รู้สึกชีวิตจะหาความสงบสุขไม่ได้เลย

ติ๊ด...

ไวน์หยิบเอามือถือขึ้นมาดูเป็นเบียร์พี่ชายคนรองของตนเองที่ส่งข้อความมา

-เบียร์บูด- :ไวน์กลับบ้านใช่ไหม

ไวน์ ไวน์ :กลับ จะเอาไร

-เบียร์บูด- :เค้ก สั่งหลิวไว้แล้วไปเอาให้หน่อย

ไวน์ ไวน์ :โอเค

เขาตอบสั้นๆ พลางลุกขึ้นเก็บของจำเป็นพวกหนังสือและงานที่ค้างๆ อยู่ ซึ่งไม่มีเยอะเท่าไหร่เพราะทำเสร็จตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว ส่วนของใช้อื่นพวกเสื้อผ้าที่บ้านก็มีครบกว่าคอนโดเสียอีก จากนั้นก็ออกจากคอนโดกลับบ้านใหญ่แวะร้านเติมรักเพื่อไปเอาเค้กให้เบียร์

“สวัสดีครับ” เขาทักเฮียหลิวที่เปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของร้าน วันนี้ไม่รู้อะไรดลใจให้แกมาเฝ้าเค้าเตอร์ปกติซ่อนตัวอยู่ในครัวตลอด เฮียหลิวเป็นผู้ชายตัวสูงหน้าตาหล่อแต่เพราะเอาแต่หมกตัวอยู่ในครัวทำให้ไม่ค่อยจะเจอใครถึงไม่มีแฟนกับคนอื่นสักที

“เออๆ ดี” แกตอบรับสั้นๆ ก้มหน้าก้มตาจัดเค้กในตู้ วันนี้เป็นวันหยุดของเขา ปกติก็มาทำทุกวันแต่เพื่อเมื่อคืนดันเมาเลยไม่มีโอกาสแวะเข้ามาช่วย

“เฮียลัมไปไหนเหรอครับ”

“ไม่รู้สิ ออกไปสอดแนมมั้ง”

“หืม...”

“เห็นว่าจะมีร้านมาเปิดใหม่ตรงหัวมุมโน้นน่ะและเป็นร้านขนมหวานด้วย”

“งั้นเหรอ...”

“อืม...อย่าคิดมากคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”

“ครับ แล้วคิณณ์ยังไม่มาเหรอ”

“ติดเด็ก”

“...” เขานิ่งไป ไม่เข้าใจว่าเฮียจะสื่ออะไร

“ฝากบอกมันด้วยว่าให้โผล่หัวมาเยี่ยมบ้าง” เฮียหลิวบอก ทุกอาทิตย์เขามักจะกลับบ้านใหญ่และเบียร์มันชอบใช้ให้เขาเอาเค้กกลับไปด้วย แต่ถ้าอาทิตย์ไหนงานเยอะหรือติดสอบก็จะกลับไปทานข้าวเย็นแล้วกลับคอนโด ที่ต้องกลับไปให้ได้เพราะม๊าท่านมักจะน้อยใจที่ลูกๆ ไม่ค่อยกลับบ้าน แม้ว่าเบียร์จะอยู่แต่ก็เหมือนไม่อยู่รายนั้นเอาแต่คลุกอยู่ในโลกแห่งการจินตนาการกว่าจะออกมาได้บอกเลยว่ายาก

“ครับ”

“ฝากเค้าเตอร์แปบ” เฮียหลิวเดินหายเข้าไปในครัว ไวน์จึงมายืนเฝ้าเค้าเตอร์มีลูกค้าเข้าบ้างปะปราย สักพักแกก็เดินออกมาพร้อมกับกล่องเค้กหลายชิ้น

“เยอะไปนะครับ”

“มีสูตรใหม่ด้วย เอาไปให้เบียร์มันชิม” เฮียบอกแค่นั้น ความจริงแล้วเฮียหลิวเคยเจอกับเบียร์พี่ชายของเขา ที่ต่างประเทศเห็นว่าในงานขนมอะไรนี่แหละ เบียร์มันชอบขนมมากเป็นชีวิตจิตใจเลยสนิทกันมั้ง

“แล้วอีกอย่างฝากบอกมันให้เอาตัวเล็กมาเล่นที่ร้านบ้างนะ”

“ครับ ขอบคุณสำหรับขนมครับ”

“เออๆ ขับรถดีๆ”

........................

“อาวายยยย” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นเมื่อไวน์เปิดประตูลงจากรถ

“ว่าไงครับตัวเล็ก” อุ้มตัวเล็กขึ้นมาหอมแก้มยุ้ยๆ สูดกลิ่นหอมแป้งเด็กเข้าเต็มปอด ตัวเล็กคือหลานของเขาเองเป็นลูกของเบียร์ ไวน์มีพี่ชายสองคน พี่สาวหนึ่งคน พี่ชายคนแรกชื่อโซจูกับพี่สาวชื่อโซดาเป็นฝาแฝดกันเรียนจบแล้วทั้งคู่ตอนนี้บริหารกิจการครอบครัวอยู่ต่างประเทศ มีแค่เบียร์ที่ทำงานอยู่ไทยเพราะเจ้าตัวเล็กที่เขาอุ้มอยู่นี่แหละ

“เป็นไง”

“ก็แย่” เบียร์คงจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาบ้างแล้ว

“ฉันเคยพูดผิดเสียที่ไหน” เบียร์ดูจะโกรธดิวมาก เพราะเขาเคยพาน้องมาทำความรู้จักกับคนในครอบครัวและเบียร์ดูเหมือนจะไม่ชอบดิว น่าแปลกที่คนรอบข้างจะไม่ค่อยชอบน้องเพราะอะไรเขาก็ไม่รู้

“ช่างเถอะ”

“เออ ไหนล่ะเค้ก” พี่ชายตัวเล็กของเขามองหาเค้กที่แวะซื้อมา พอเห็นก็ยิ้มกว้างอย่างที่บอกเบียร์ชอบเค้กเป็นชีวิตจิตใจ นิสัยออกจะเด็กๆ ทั้งที่เป็นพ่อคนแล้วแท้ๆ ต่างกับพี่อีกสองคนที่มีนิสัยโตและเป็นผู้ใหญ่เอามากๆ ซึ่งเขาก็อาจจะติดนิสัยแบบนั้นมาจากพี่คนโตทั้งสองนี่แหละ

“อาวายฮับ ตัวเยกคิดถึงจังเยย”

“อาไวน์ก็คิดถึงตัวเล็กครับ” เขาบอกพร้อมกับฟัดแก้มขาวอีกสองที เจ้าตัวเล็กดิ้นไปมาพลางหัวเราะคิกคัก อุ้มหลานเดินเข้ามาในบ้านตามพี่ชายที่เอาแต่สนใจเค้กเดินนำลิ่วไปในครัว

“กลับมาแล้วเหรอคะ” ม๊าเดินออกมารับหน้าบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“กลับมาแล้วครับม๊า แล้วอาม่าละครับ”

“อาม่าทานข้าวแล้วละก็ขึ้นนอนแล้วล่ะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปไหว้ท่านนะลูก”

“ครับ”

“ช่วงนี้มีงานเยอะเหรอไวน์ เราดูโทรมไปนะ” ม๊าถาม สีหน้าดูเป็นห่วงท่ายกมือขึ้นลูบแก้มของเขาเบาๆ

“ครับ” เขาไม่ได้อยากโกหก แต่เพราะไม่อยากให้ม๊าเป็นห่วงเลยต้องเอ่ยปด

“อยางนั้นกินข้าวเสร็จก็รีบขึ้นไปพักนะลูก ตัวเล็กมานี่ลูก” ม๊ากล่าวพลางชูมือขึ้นรับหลานไปอุ้มแทน

“ม่ายอาว ตัวเยกจะอยู่กับอาวาย” เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนส่ายหัวไปมา เขาถึงกับยิ้มขำด้วยความเอ็นดู

“ตัวเล็กครับอาไวน์เขาเหนื่อยนะลูก ตัวเล็กไม่อยากให้อาไวน์พักผ่อนงั้นเหรอ”

“ก็ตัวเยกคิดถึงอาวายนี่คับ”

“อาก็คิดถึงตัวเล็กครับ”

“งั้นตัวเล็กให้อาไวน์ไปนอนก่อนเนาะ พรุ่งนี้ค่อยเล่นด้วยกันนะครับ”

“ก็ด้ายสัญญาน้า”

“ครับผม”

ไวน์หอมแก้มเจ้าตัวเล็กอีกครั้งและบอกท่านว่าไม่หิวและขอตัวขึ้นห้อง โดยที่ม๊าเอ่ยทิ้งท้ายว่าหิวก็ลงมากินได้วันนี้ทำของโปรดเขาเอาไว้ ไวน์ตอบรับงึมงำเดินเหมือนร่างไร้วิญญาณและทิ้งตัวลงเตียงนุ่ม

หยิบมือถือขึ้นมากดสไลด์เข้าแอปพลิเคชั่นสีเขียวสด ข้อความที่เขาเคยคุยกับดิว เจ้าตัวย้อนอ่านจนรู้สึกว่าตาเริ่มจะหนัก นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้อาบน้ำแต่ถึงอย่างนั้นร่างกายที่พักผ่อนไม่เต็มที่บวกกับความเหนื่อยล้าทางจิตใจทำให้ฝืนตัวเองไม่ไหวเผลอหลับไปในที่สุด

........................

‘พี่ไวน์ถ่ายรูปหน่อยๆ’ คนตัวเล็กยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาถ่าย เขายังไม่ทันได้มองกล้องด้วยซ้ำ ‘ง่ะ พี่ไวน์ไม่ยิ้ม’ ดิวทำแก้มป่อง

‘พี่ไม่ชอบถ่ายรูป’

‘แต่มาทะเลทั้งทีนี่นา ถ่ายกันเถอะ’

‘ดิว’ ถูกลากไปยืนบนทรายหาด คลื่นซัดน้ำทะเลสีฟ้าใสเข้ามากระทบฝ่าเท้า คนตัวเล็กสนุกกับการถ่ายภาพ เขามองคนรักก่อนจะยิ้มออกมา

แชะ!

‘พี่ไวน์ยิ้ม’ ดิวยิ้มกว้างกดเข้าดูภาพที่ตนเองถ่าย นานๆ ทีพี่ไวน์จะยิ้ม ‘ยิ้มแบบนี้ แสดงว่ามีความสุขใช่มะ’

‘มีสิ’ ดิวคือความสุขของไวน์

‘พี่ไวน์ ดิวดีใจที่ได้เจอพี่’

‘พี่ก็ดีใจ’

‘ดิวรักพี่ไวน์’

ก๊อกๆ ๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นแต่เช้าปลุกให้คนที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มหนานุ่มรู้สึกตัว คิ้วเรียวขมวดมาชิดติดกัน ดวงตาหวานค่อยๆ ปรือช้าๆ พบว่าความฝันแสนสุขค่อยๆ หายไป

มันไม่มีอีกแล้ว...

“จิ๊” เขาจิ๊ปากอย่างอารมณ์เสีย ใครมาปลุกแต่เช้าทั้งที่เป็นวันหยุดแท้ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ปัดผมที่คลอเคลียแก้มออกก่อนจะลุกขึ้นด้วยความขี้เกียจ

“ไวน์ ลูกตื่นรึยัง” เสียงม๊าเรียกอยู่หน้าห้อง ม๊ามาเรียกด้วยตัวเองเนื่องจากไม่มีใครกล้าเข้ามาปลุกเขาเพราะใครๆ ก็รู้ว่าวันหยุดไวน์จะตื่นสาย หากใครมาปลุกแต่เช้าจะทำให้อารมณ์เสียและหงุดหงิดไปทั้งวัน

พอเปิดประตู ร่างเล็กส่งยิ้มหวานให้ทำเอาคนเป็นลูกชายหายหงุดหงิด

“มีอะไรครับม๊า”

“เพื่อนมารอนานแล้วนะ นัดไว้ไม่ใช่เหรอทำไมสายล่ะลูก”

“เพื่อน?”

“ใช่จ่ะ หล่อด้วยนะแต่ม๊าไม่เคยเห็น” ม๊าทำหน้าแปลกใจ เท่าที่รู้คือเพื่อนของไวน์จะมีสองคนคือคิทกับแคทเท่านั้น แล้วใครล่ะที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนอีกคนของเขา

“เดี๋ยวผมลงไปครับ”

“จ้า รีบๆ นะวันนี้มีข้าวต้มปลาของโปรดลูก” ม๊าเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะเดินลงไปด้านล้าง

เขารีบหันตัวเข้าห้อง เข้าไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ยังรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกแต่ความสงสัยก็มีมากทำให้นอนต่อไม่ลง “ใครกันที่มาหาเขาแต่เช้า”

หลังจากนั้นก็เดินลงมา แผ่นหลังกว้างของใครคนนึงกำลังนั่งคุยกับอาม่าอยู่ เสียงหัวเราะของอาม่าดังเป็นระยะ

“อ้าวอาไวน์ลงมาพอดี”

“สวัสดีครับอาม่า”

“ดีๆ มานั่งสิ เพื่อนเรามารอนานแล้ว”

คนที่นั่งหันหลังให้ค่อยๆ หันมา ริมฝีปากสีส้มอ่อนฉีกยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มข้างแก้มพร้อมกับเอ่ยทักทาย “หวัดดีไวน์”

“นาย!” ไอ้เด็กยักษ์ที่ช่วยเขาเมื่อวันก่อนไง เขาจะเกือบลืมหมอนี่ไปแล้วแต่ไหงมันมาอยู่ในบ้านได้ล่ะ และสงสัยว่ามันรู้จักที่นี่ได้ยังไง

“มัวแต่ยืนทำไมอาไวน์ มานั่งๆ แจ่มเอาข้าวมาเสิร์ฟซี่” อาม่าขัดขึ้น ก่อนที่เขาจะโวยวาย จึงจำใจต้องเดินไปนั่งลงข้างๆ อาม่าตรงข้ามกับไอ่เด็กยักษ์ที่นั่งส่งยิ้มแป้นแล้นมาให้

เขาละเกลียดท่าทางแบบนี้ของอีกฝ่ายจริงๆ

“อาไวน์ ลื้อไม่บอกว่ามีเพื่อนเป็นลูกชายอาพัฒน์”

“ลุงพัฒน์?” ไวน์ทวนคำของอาม่า เพราะลุงพัฒน์ที่เขารู้จักและเคยเจอเพราะแกเป็นเพื่อนของป๊า นึกๆ ดูแล้วบ้านหลังนั้นที่เขาออกมามันคือบ้านของลุงพัฒน์นี่เอง เพียงเพราะไม่ได้ไปนานเกือบสิบปีเลยลืม แสดงว่าหมอนี่คือลูกชายลุงพัฒน์น่ะสิ แต่เขาไม่ยักจะรู้ว่าลุงพัฒน์มีลูกชายอีกคน เพราะเท่าที่จำได้ลุงพัฒน์มีลูกชายคนเดียวคือพี่นพส่วนลูกอีกคนคือน้องหญิง

“ก็ใช่น่ะซี่ ไม่ได้เจอกันเสียนานป๊าเราเป็นไงบ้างล่ะอาพบรัก”

“เขาสบายดีครับ ช่วงนี้กำลังยุ่งๆ เรื่องขยายบริษัท”

“อืมๆ พ่อเราน่ะบ้างาน”

“แล้วนายมาทำไม” ถามขัดบทสนทนาเสียงห้วน และตามด้วยมือเล็กของหญิงสูงวัยฟาดเข้าที่แขนเขาดังเพี๊ยะ

“เสียมารยาทอาไวน์”

“อาม่า” ไวน์กู้ร้องอย่างขัดใจ อาม่าเข้าข้างคนอื่นแค่เจอหน้าไม่นานอีกฝ่ายก็แย่งความสนใจของคนในบ้านเขาได้แล้ว

“ไม่เป็นไรครับอาม่า ไวน์กับผมสนิทกันพูดแบบนี้เป็นเรื่องปกติครับ”

“อืม...สนิทกันก็ดีแล้วนะ ตอนเด็กๆ พวกลื้อทั้งสองก็เล่นล่วยกันบ่อย แต่ก็ไม่กี่ปีละเนาะก็ต้องแยกกันเพราะอาไวน์น่ะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ม่านึกว่าพวกลื้อจะลืมกันไปแล้วเสียอีก” อาม่าพยักหน้า เอ่ยถึงเรื่องราวในอดีต

ไวน์เลิกคิ้วเมื่อได้ฟัง จำไม่ได้ว่าเคยไปเล่นกับหมอนี่ตอนไหน? นั่งคิดก็ไม่ได้คำตอบ สงสัยอาม่าต้องจำผิดแน่ๆ เขารีบทานอาหารไปเงียบๆ พยายามไม่สนใจสายตาของไอ่เด็กยักษ์

“จะไปไหน”

“ไปเดทไงครับ มาเถอะ” เขาถูกดึงไปตามแรงมหาศาล เพราะขัดอาม่าไม่ได้ท่านป่วยเป็นโรคหัวใจ เลยต้องยอมออกมากับเด็กนี่ ร่างสูงพาไวน์เดินไปยังมอเตอร์ไซด์ที่จอดอยู่ จากนั้นก็ขี่ออกมายังเส้นทางที่เขาไม่ได้รู้จัก ขับเข้าซอยเล็กๆ ไปโผล่ถนนอีกสายก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

“ที่นี่ที่ไหน” มองไปบริเวณรอบๆ อย่างสำรวจ บ้านหลังสีขาวเด่นสะดุดตา ปูด้วยหญ้าญี่ปุ่น มีพุ่มดอกไม้เล็กๆ ล้อมรอบ อีกฝ่ายเดินนำเขาเข้ามาข้างใน เหมือนจะได้ยินเสียงดนตรีแว่วๆ

ห้องซ้อมดนตรี?

“ไงไอ้รักมึงมา...เฮ้ย!” เสียงเพื่อนของเด็กยักษ์เอ่ยทัก แต่พอเห็นไวน์เดินตามหลังมาเท่านั้นแหละ ก็ร้องตะโกนเสียงดังอย่างตกใจ ทำให้คนอื่นๆ ที่เหลือหันมามองด้วยสายตาแปลกใจเช่นกัน

“เออ พอดีกูไปรับไวน์มา ไวน์นี่ไอ่โต้ง ไอ่ฝาแฝดเดย์ ไนท์ ถัดไปคือนิวกับปลื้ม” ไวน์ไล่สายตามองตามที่พบรักแนะนำ โต้งเป็นผู้ชายตัวสูงพอๆ กับพบรัก แต่ผิวเข้ม มีรอยยิ้มประดับอยู่บนริมฝีปากตลอด ดูท่าทางทะเล้นเหมือนเพื่อนไม่มีผิด ส่วนฝาแฝดเป็นหนุ่มขาวตี๋ คนขวาชื่อเดย์คนซ้ายชื่อไนท์หน้าเหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออก หากไนท์ไม่ใส่แว่นก็คงจะสับสนน่าดู ส่วนคนชื่อนิวคือคนที่ตัวเล็กที่สุด ผิวขาวตาโต ปากแดง คนสุดท้ายคือปลื้มหนุ่มตัวสูงที่สุดในกลุ่ม ดูเนิร์ดๆ ผมเซทจนเรียบแปล้เสื้อติดกระดุมทุกเม็ดจนชิดคอ

“สวัสดีครับ” คนตัวเล็กที่สุดเอ่ยทักขึ้นมาก่อนใคร ก่อนคนอื่นๆ จะทักทายตาม

“สวัสดีครับ” ไวน์ตอบรับทุกคนสั้นๆ ไม่รู้จะพูดอะไร เขาเข้ากับคนแปลกหน้าไม่เก่ง มันเลยดูเกร็งๆ จากสีหน้าของพวกรุ่นน้องก็ไม่ต่างจากเขาสักเท่าไหร่

“นั่งก่อนครับพี่” น้องโต้งรีบยกเก้าอี้มาให้

“ขอบคุณครับ”

ทั้งหมดเริ่มเซทเครื่องดนตรี ลองเสียงจะมีแค่เขากับคนที่พามานั่งมองอยู่ กลุ่มของพบรักนั้นไวน์เคยได้ยินชื่ออยู่บ่อยครั้ง เพราะคณะอยู่ใกล้ๆ กัน และอีกอยางรุ่นน้องพวกนี้ก็หน้าตาดีทั้งกลุ่มจึงมีคนพูดถึง แต่ไวน์พึ่งรูว่าเล่นดนตรีกันด้วย

“กินไหม” คนข้างๆ ยื่นขนมขบเคี้ยวมาให้ ไวน์ส่ายหน้าปฏิเสธและมองกลับด้วยความไม่เข้าใจ

“พาฉันมาทำไม”

“มาผ่อนคลายครับ” อีกคนตอบพลางยิ้มหน้าระรื่น

หมอนี่ปลุกเขาเพื่อชวนมาดูเพื่อนมันซ้อมดนตรีแค่นี้ใช่ไหม

“ฉันจะกลับได้ตอนไหน”

“อะไรกัน มาไม่ทันไรก็คิดจะกลับแล้วเหรอ” อีกคนว่าพลางทำหน้างอ อยากจะตะโกนใส่หน้าว่า ‘น่ารักตายแหละ!’

“เออๆ อยากทำอะไรก็ทำ” ไวน์เอ่ยตัดบทอย่างรำคาญ คิดว่าที่ยอมง่ายๆ อาจจะเป็นเพราะอกหักเลยทำให้เสียศูนย์ พอเจอสายตาของไอ่เด็กยักษ์มันทำให้รู้สึกแปลกๆ ไม่ชอบเพราะมันทำให้เขารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเหมือนหมอนี่จะมองออกจนทะลุปุโปร่งว่าเขาคิดอะไรอยู่

“ไวน์ชอบกินอะไรเหรอ”

“ถามทำไม” ละสายตาจากน้องนิวที่กำลังร้องเพลงอยู่ หันมามองคนตัวสูงข้างกาย

“ก็อยากรู้ ข้าวต้มปลาละอะไรอีก ขนมล่ะชอบทานอะไร ไม่ชอบทานอะไร...”

“เดี๋ยว! ถามแบบนี้อย่าถามจะดีกว่า”

“หึหึ หน่าก็ผมอยากรู้” ไอ่เด็กยักษ์ถามพลางยิ้มกว้าง “สรุปชอบอะไร”

“พาย...”

“งั้นเหรอ” พอได้คำตอบก็พึมพำเบาๆ แล้วนิ่งไป ก่อนคนตัวสูงจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “ไวน์รู้ไหม...ผมน่ะเกลียด

พายที่สุดเลย...”

“...”

“แต่หลังจากนนี้ผมคงต้องชอบพายซะแล้วล่ะ”

“ประสาท” เห็นเงียบไปนานก็นึกว่าจะพูดอะไร

“ฮ่ะๆ อย่างนั้นมั้งครับ”

“กวนตีน”

“ใครๆ ก็บอกแบบนั้น”

“จิ๊” ได้แต่จิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ หมอนี่ทำเขาหลุดฟอร์มหลายครั้งแล้วนะ แถมมพูดด้วยทีไรไมเกรนพาลจะขึ้นเอา คนอะไรกวนประสาทที่สุด

“ไวน์”

“เรียกทำไม”

“ไวน์ไม่เห็นเหมือนที่คนเขาลือกันเลยเนาะ”

“รู้ได้ยังไง” เขาเอ่ยสวน หันกลับมามองหน้าคนพูด

“ผมรู้สึก...”

“...” ไวน์หลบสายตาที่สื่อความหมายบางอย่าง พอถูกจ้องมากหน้ามันก็ร้อนๆ ลองมีคนมานั่งจ้องดูสิใครจะทำตัวถูกล่ะ เห็นเขาเป็นคนเฉยๆ หน้านิ่งแต่ความจริงก็รู้สึกเป็นนะ

“ไวน์...ทำไมน่ารักขนาดนี้นะ”

“ประสาทหรือไง!”

“ฮ่ะๆ หน้าแดง”

เขาเบี่ยงหน้าไปอีกฝั่ง ทำเป็นไม่สนใจไปซะเลย

“ไวน์”

“...”

“ไวน์ครับ”

“จิ๊ เรียกอะไรนักหนา แล้วทำไมนายไม่เรียกฉันพี่ห๊ะ!” หลายรอบละที่ไอ่เด็กยักษ์เรียกเขาด้วยชื่อเฉยๆ ทั้งที่เขาอายุมากกว่า2ปี ไอ่เด็กปีนเกลียว!

“ก็ผมไม่อยากเป็นน้องไวน์”

“ไอ่รักมาๆ สักเพลง” เสียงเรียกของน้องโต้งดังขึ้น ทำให้บทสนทนาของไวน์และพบรักหยุดอยู่แค่นั้น เขาแอบถอนหายใจ ไม่เคยมีใครเข้ามาจีบโต่งๆ แบบนี้ คงเพราะกำแพงที่เขาตั้งจนสูงคนอื่นได้แค่มองไม่กล้าปีน

“ไวน์อยากฟังเพลงอะไร”

“อะไรก็ร้องไปเหอะ”

“ฮ่ะๆ ครับ”

ไอ่เด็กยักษ์เดินเข้าไปแทนที่น้องนิวที่ร้องมาตลอด เสียงดนตรีค่อยๆ เริ่ม ไวน์เผลอมองเจ้าของลักยิ้มข้างขวาอยู่นาน

เสียงทุ้มๆ แสนคุ้นเคย เหมือนได้ยินเมื่อไม่นานมานี้...

ใช่แล้วล่ะ เสียงนี้คือเสียงของคนที่ร้องเพลงในผับวันนั้น เป็นไอ่เด็กยักษ์เองหรอกเหรอ ไวน์ไม่คิดว่าพบรักจะร้องเพลงเพราะ เสียงทุ้มๆ เป็นเอกลักษณ์ฟังแล้วรู้สึกเหมือนถูกปลอบประโลม

“รักมันเท่ใช่ไหมครับ” คนตัวเล็กที่มานั่งข้างๆ เอ่ยถาม เขาถึงได้รู้สึกตัว เผลอมองนานไปหน่อย

“ก็งั้นมั้ง” หากเป็นคนอื่นคงจะบอกว่าเท่สุดๆ สาวๆ คงจะกรี๊ดลั่น ก็ท่าทางของหมอนั่นมันดูดี พอไปยืนอยู่ตรงนั้น มือข้างนึงจับไมค์ สีหน้าทะเล้นหายไปแล้วมันดูแปลกตาขึ้นมา...

ไม่อยากจะยอมรับว่าหมอนั้นน่ะดูดีไม่หยอก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดึงดูดสายตาคนรอบข้างได้ง่ายๆ

“มันหน้าตาดี แถมยังนิสัยดีสุดๆ เลยครับ” เขาหันไปมองเสี้ยวหน้าของน้องนิว สายตาที่มองไปยังไอ่เด็กยักษ์ดูชื่นชมมันไม่แปลกหรอกถ้าหาก

มันดูชื่นชมมากเกินกว่าเพื่อนธรรมดา...

ความคิดเห็น