ขอขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ เมตตาแกะน้อยกดไลค์ กดแชร์ ให้กุญแจ แจกเหรียญ ตามจิตศรัทธาค่ะ

ตอนที่ 9 ผู้กล้าฟื้นคืนชีพ!!

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ผู้กล้าฟื้นคืนชีพ!!

คำค้น : ผู้กล้า, ต่างโลก, ฮาเร็ม

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2560 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ผู้กล้าฟื้นคืนชีพ!!
แบบอักษร

ตอนที่ 9ผู้กล้าฟื้นคืนชีพ!!

 

ฉันทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นภายในห้องพักส่วนตัว นึกไม่ออกจริงๆ ว่าตัวเองจะสามารถลงเอยแบบนั้นได้ถ้าเลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่ง ทำไมต้องบีบให้ฉันเหมาหมดด้วยเนี่ย ฉันยังเหลืออีกตัวเลือกเททิ้งทั้งหมดนี่นา...ฉันว่าโฟกัสที่เรื่องพลังของตัวเองเป็นหลักดีกว่า

 

            ว่าแล้วฉันก็หยิบเบาะรองนั่งไปโยนไว้ริมหน้าต่าง...ถ้าฉันไม่ไปแตะภารกิจเส้นทางสู่ฮาเร็มนั่นมันก็จะค้างเติ่งอยู่ที่ 2/50 ไม่มีทางสำเร็จแน่นอน ใช่ๆ แบบนี้แหละดีที่สุด

 

            พอจิตใจสงบลงก็รู้สึกว่าอยากลองนั่งสมาธิอีกซักครั้ง ฉันค่อยหลับตา ผ่อนลมหายใจให้เป็นจังหวะยาวออกไปทีละน้อย อากาศรอบตัวของฉันมีปฏิกิริยาทันทีแต่หนนี้ฉันไม่ใส่ใจ ไม่บังคับให้ตัวเองฝืน ไม่เร่งพลังสมาธิ แค่ปล่อยใจไปเหมือนว่าฉันกำลังนั่งอยู่ในบ้านอันแสนปลอดภัยของตัวเอง

 

            นานเท่าไหร่ไม่รู้ได้ จนกระทั่งมีใครบางคนเข้ามาเรียกฉันใกล้ๆ “องค์เทพีเจ้าคะ”

 

            ฉันค่อยๆ ลืมตา จำได้ว่านักบวชหญิงคนเดิมที่คอยดูแลฉันตลอด... เธอชื่อเอลล่า กำลังเรียกฉันอย่างไม่แน่ใจนัก

 

            เพราะเห็นว่าฉันไม่พูดอะไร เอลล่าเลยยอบตัวลงพินอบพิเทา “ขออภัยเจ้าค่ะ...แต่ข้าน้อยเห็นว่าองค์เทพียังไม่ได้รับประทานอาหารค่ำ นี่ก็เกือบจะตีสองแล้ว”

 

            “ตีสอง?” ฉันนั่งสมาธิข้ามวัน...มือเผลอยกแตะจมูกโดยอัตโนมัติ...แถมไม่มีเลือดกำเดาไหลอีกเลยแฮะ

 

            “เจ้าค่ะ...รับเป็นอาหารว่างมื้อดึกดีหรือไม่”

 

            ฉันพยักหน้าให้เอลล่าที่น้อมรับคำสั่งด้วยรอยยิ้ม “แล้วพวกเจ้าชาย...” ฉันไม่วายถามถึงพวกเขาจนได้

 

            “รอองค์เทพีอยู่พักหนึ่งเจ้าค่ะ แต่ข้าน้อยเห็นว่าองค์เทพียังอยู่ในสมาธิ เหล่าองค์ชายจึงเสวยอาหารกันเองเจ้าค่ะ”

 

            เอลล่าหายไปไม่ถึงห้านาทีก็เดินกลับเข้ามาพร้อมถาดอาหารว่างวางไว้ให้บนโต๊ะ ฉันเดินไปนั่งตรงนั้น กลิ่นหอมของซุปครีมผักข้นๆ ทำให้ฉันเริ่มรู้ตัวว่าหิวโหยแค่ไหน ดูเหมือนนักบวชหญิงคนนี้จะเดาใจฉันได้เป็นอย่างดีเธอเลยวางขนมปังอุ่นๆ นุ่มๆ ก้อนโตมาไว้ให้รับประทานคู่กัน

 

“คืนนี้ดึกแล้วแต่พรุ่งนี้ช่วงเช้าท่านผู้เฒ่านิโกไลเรียนเชิญให้ไปพบ ถ้าอย่างไรองค์เทพีไปก่อนเที่ยงเวลาใดก็ได้เจ้าค่ะ”

 

“ขอบคุณนะจ๊ะเอลล่า” ฉันยิ้มรับ “เธอก็ไปพักเถอะ ไม่ต้องรอเก็บจานหรอก”

 

เอลล่าทำความเคารพฉันอย่างเคยแล้วเลี่ยงออกไป

 

ฉันลงมือรับประทานอาหารมื้อดึก ว่าแล้วก็ลองเช็คค่าสถานะของตัวเองไปพลาง

 

MP 3,000 (+300)

 

            “หื้มมมม” ฉันตาโต...ค่ามาน่ามาล้าววววววววววว

 

            เยส!!

 

            ในที่สุดฉันก็ประสบความสำเร็จกับเขาบ้าง แบบนี้ก็ง่ายแล้วฉันเริ่มจับทางถูกว่าในโลกนี้ต้องเพิ่มพลังยังไง ส่วน +300 น่าจะเป็นผลจากแหวนกักวารีที่เพิ่มมาน่าของฉัน 10%  เท่านี้ฉันก็จะเริ่มเรียนเวทมนต์ได้

 

            รู้สึกร่าเริงขึ้นมากทีเดียว พรุ่งนี้ถ้าฉันไปหาท่านผู้เฒ่าจะมีเรื่องอะไรรออยู่กันแน่นะ

 

            ช่วงสาย

 

      ฉันเดินยิ้มแป้นอย่างอารมณ์ดีมุ่งหน้าไปหาท่านผู้เฒ่านิโกไลที่วิหารกลาง ข้างในวิหารตอนกลางวันดูทึบๆ ต่างจากกลางคืนที่จุดไฟสว่างไสว

 

            ที่รอฉันอยู่ไม่ใช่เพียงแค่ท่านผู้เฒ่านิโกไลเท่านั้น แต่อยู่กันครบทั้ง 4 คน อันได้แก่ ท่านผู้เฒ่าโซคราโตส, ท่านผู้เฒ่ามาร์คัส และท่านผู้เฒ่าไอเซเนียส เพราะเห็นท่าทางเป็นการเป็นงานแบบนี้ฉันเลยวางตัวสำรวมขึ้น หน้ากากองค์เทพีถูกหยิบมาใช้ทันที

 

“มีธุระอะไรหรือท่านผู้เฒ่า?” ทันทีที่ฉันทักพวกเขาก็โค้งศีรษะทำความเคารพทันที เป็นผู้เฒ่านิโกไลที่อธิบายขึ้นก่อนอย่างเคย

 

“เมื่อคืนวานองค์เทพีไม่ได้ไปร่วมโต๊ะ ไม่ทราบว่ามีเหตุอันใดหรือไม่”

 

ฉันโบกมือเป็นทำนองว่าไม่มี นึกสงสัยว่าพวกเขาคงไม่ได้เรียกฉันมาถามแค่เรื่องนี้แน่ๆ “แค่เหนื่อยนิดหน่อย ท่านผู้เฒ่ามีเรื่องอะไรก็ว่ามาเถอะ”

 

ฉันไม่เคยพูดกับผู้เฒ่าไอเซเนียสมาก่อน ออกจะติดใจแววตาคร่ำเคร่งคู่นั้นเมื่อเจ้าตัวพูดออกมาอย่างจริงจัง “องค์เทพีโปรดเมตตา ที่พวกเรา 4 ผู้เฒ่าต้องเชิญท่านมาพูดคุยส่วนตัวเช่นนี้เนื่องด้วยมีเรื่องจะขอร้อง” เมื่อเหลือบมองฉันที่พยักหน้าเข้าใจเขาก็กล่าวต่อ “เมื่อวานเกิดเหตุการณ์ผิดปกติกับวงเวทย์ที่อันเชิญท่านมาเล็กน้อยประกอบกับองค์เทพีเก็บตัวไปช่วงเย็นพวกข้าจึงอดห่วงมิได้”

 

“เรื่องผิดปกติอะไร?” ฉันประหลาดใจ ไม่มีอะไรสามารถสร้างความกระทบกระเทือนวงเวทย์ที่กำกับคาถาของชาวฮิสตอเรียสได้ไม่ใช่เหรอ?

 

พวกเขาไม่ตอบในทันที “สิ่งนี้อาจส่งผลหรือไม่ส่งผลกับองค์เทพีก็ได้พวกเราไม่สามารถตอบโดยแน่นชัด...แต่ว่า”

 

ท่านผู้เฒ่าเว้นช่วงอย่างไม่แน่ใจ ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าพวกเขากำลังจะขอให้ฉันทำอะไรซักอย่าง

 

“ข้าต้องทำอะไร”

 

“พวกข้าต้องขอร้องให้องค์เทพีเดินทางไปยังเอเมอร์ล็อท” ท่านผู้เฒ่าโซคราโตสสรุปออกมา

 

“ทำไมต้องเป็นเอเมอร์ล็อท” ฉันนึกถึงอาร์ซาเซลส์ขึ้นมาทันที

 

“หยาดพิรุณแห่งความเยาว์วัยอยู่ที่นั่น...ไอเทมส์ที่ได้จากการอัญเชิญเมื่อ 9 หมื่นปีก่อน...”

 

ฉันมองเหล่าผู้เฒ่าอย่างครุ่นคิด ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นสมบัติคู่บ้านคู่เมืองของเอเมอร์ล็อท “ต้องการให้ทำอะไรกันแน่” ฉันไม่มีทางเอามาได้ ภารกิจนี้จุดหมายไม่ใช่การรวมไอเทมส์ปราบจอมมาร ดังนั้นแคสปาร์ไม่ยินยอมมอบให้ฉันแน่นอน

 

            เป็นท่านผู้เฒ่ามาร์คัสที่เงียบอยู่นานส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “พวกเราช่างโง่เขลานัก...เชิญทางนี้เถิด”

 

            “แต่มาร์คัส...” ผู้เฒ่าไอเซเนียสทักท้วง

 

            “ไม่...ไอเซเนียส...องค์เทพีย่อมต้องเข้าใจดีกว่าเรา ข้าไม่เห็นประโยชน์ที่จะปิดบังต่อไป”

 

            ฉันเดินตามท่านผู้เฒ่าที่ค่อยๆ นำไปยังห้องบวงสรวงจันทราสถานที่ที่ฉันข้ามมิติมา แล้ววงเวทอัญเชิญที่ท่านผู้เฒ่าบอกว่ามีปัญหาก็อยู่ที่เดิมตรงนั้นแถมพวกเจ้าชายทั้ง 6 ชีวิตก็ยืนรอฉันอยู่เงียบๆ มีแค่ดราคาเรียสที่โบกไม่โบกมือให้

 

            เอ่อ..ฉันเห็นปัญหาแล้ว

 

หยาดพิรุณแห่งความเยาว์วัย

 

            ชื่อไอเทมส์ปรากฏเป็นภาษาโบราณของฮิสตอเรียสแต่ฉันอ่านออก เพราะดาวของฉันมีแค่ฮิสตอเรียสชนเผ่าเดียวไม่มีประเทศอื่นเจือปน ภาษามันเลยเป็นตัวหวัดๆ เรียงวรรณยุกต์แปลกๆ เหมือนเวลาที่พวกคุณอ่านภาษาขอมนั่นแหละนะ

 

            คำสั่งภารกิจ?...ทำไมไม่ขึ้นในแอพฯ ล่ะ

 

            ฉันแปลกใจ...หรือฉันต้องไปหาของพวกนี้มาจริงๆ

 

            “อืม” ฉันได้แต่ลูบคางไปมา

 

            “องค์เทพีกระจ่างแจ้งในความหมายบ้างหรือไม่ ได้โปรดบอกพวกข้าให้คลายความเขลาด้วยเถิด” ท่านผู้เฒ่ามาร์คัสซักถามเช่นเดียวกับทุกสายตาคาดหวังที่มองมาที่ฉันอย่างขอคำตอบ

 

            จริงๆ แล้วฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคำสั่งปรากฏบนวงเวท...เดี๋ยว...ปกติแล้วคำสั่งปรากฏในแอพฯ ฉันก็รู้คนเดียว หรือภารกิจนี้จงใจให้ชาวเอเธอน่ารับรู้ว่าฉันต้องหาอะไรกันแน่นะ...ถ้าหาเจอแล้ว จะให้ฉันทำอะไร? อันนี้ก็น่าคิด

 

            “ท่านผู้เฒ่ามาร์คัส” ฉันโพล่งขึ้น

 

            “ขอรับองค์เทพี” เขาตอบรับ

 

            “ตามประวัติศาสตร์ชาวเอเธอน่าเริ่มติดต่อกับแดนนิรันดร์ของข้าเมื่อไหร่” ถ้าเธอเดาไม่ผิดล่ะก็

 

            “ถ้านับตามหลักฐานไอเมส์แต่ละชิ้นก็เกือบสองแสนปีมาแล้วขอรับ”

 

            “6 ชิ้น?” ฉันสรุปแล้วมองพวกเขาที่พยักหน้ารับ “แต่ละชิ้นกระจายอยู่ทุกทวีปใช่มั้ย”

 

            “ขอรับ”

 

            ฉันเปิดอ่านภารกิจหลักทบทวนอีกครั้ง

 

เควสต์ : ตำนานแห่งเอเธอน่า

สำหรับชาวเอเธอน่าที่แสวงหาความแข็งแกร่งและเกียรติยศอันโชติช่วงชั่วนิรันดร์พวกเขานั้นต้องผ่านการต่อสู้เพื่อครอบครองอาวุธอย่างเข้มข้น ประวัติศาสตร์ของพวกเขาเต็มไปด้วยการนองเลือดและสงคราม...แม้จะเกิดความผิดพลาด แต่ในฐานะที่ท่านเป็นเทพีแห่งพลังโปรดเลือกผู้เหมาะสมให้ครอบครองอำนาจ

 

รายละเอียด : วีรบุรุษทั้ง 6 ทวีปต่างแย่งชิงอาวุธล้ำค่า ทว่าตอนนี้สิ่งล้ำค่าคือท่าน กรุณาเลือกผู้ที่เหมาะสมและมอบพลังอำนาจให้เขาโดยไม่เสียเลือดเนื้อ ดวงดาวแห่งนี้บอบช้ำจากสงครามมามากเกินไปแล้ว

 

            “มีความเป็นไปได้สูง...” ฉันงึมงำ

 

            “องค์เทพี?”

 

            ไม่เสียเลือดเนื้อ? บอบช้ำจากสงคราม? พวกเขาทุกคนต่างรู้ว่าฉันจะต้องเริ่มตามหาไอเทมส์ชิ้นแรก...อ้อ อำนวยความสะดวกให้ฉันสินะพระเจ้าเพราะตอนนี้อาร์ซาเซลส์เจ้าของไอเทมส์เหมือนจะไม่คัดค้านอะไรเลย

 

            “เมื่อมีครบ 6 ชิ้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 ย่อมต้องอัญเชิญข้าออกมาได้มิน่าล่ะ” ฉันฉีกยิ้มอ่อนโยน เปล่งรัศมีเทพเต็มที่กับเรื่องราวที่มโนปั้นแต่งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ “เลข 7 นั้นทรงอานุภาพยิ่งนัก”

 

            ใช่...รอบที่ 7 ของเวทมนต์ทรงพลังมักจะเกิดเหตุการณ์พิเศษเสมอ นี่คือความจริงของทุกมิติ...พอฉันบอกแบบนี้ทุกคนก็ไม่กล้าคิดเป็นอื่น

 

            ฉันทำให้พวกเขาเข้าใจว่าการนำฉันไปพบอาวุธ 6 ชิ้นจะทำให้พวกเขาได้ครอบครองพลังที่ 7 ซึ่งมีอานุภาพมากกว่า 6 ครั้งก่อน เกินจะคาดถึง...ฉันมองหน้าซิกฟรีด, ฮาเดส, ดราคาเรียส, อาร์ซาเซลส์, วาดิชและแคสปาร์...พยายามค้นหาความละโมบที่อาจถูกซุกซ่อนไว้

 

            แต่ส่วนตัวแล้วฉันยังยืนยันคำเดิม

 

            “ข้าจะไปเอเมอร์ล็อท” ฉันสรุป

 

            “เป็นเกียรติ...รับบัญชาองค์เทพี” อาร์ซาเซลส์คุกเข่า เป็นอันว่าทุกคนรับทราบ

 

            “ข้าก็จะไป/ข้าด้วย/ข้าจะไป/ข้าก็ด้วย/ข้าไป” เจ้าชายอีก 5 คนที่เหลือประสานเสียง

 

            ฉันมองพวกเขานิ่ง...

 

      ถ้าเลือกเจ้าชายที่ถูกใจและมอบพลังเควสต์ฉันก็เสร็จได้รางวัลเหมือนกันไม่เห็นต้องสนต่อจากนั้น...ถ้าฉันสงสารก็เลือกหมดเควสต์ฉันก็เสร็จจบแบบ Good Ending ได้โบนัสพิเศษ...

 

            ประโยค ดวงดาวแห่งนี้บอบช้ำจากสงครามมามากเกินไปแล้วสะกิดหัวใจของฉัน...

 

            ฉันอาจตอบว่าครั้งที่ 7 คือตัวเลขททรงพลังมันก็เป็นเรื่องจริงหากจะคิดแบบนั้น...แต่อีกแง่ มีความเป็นไปได้สูงที่ครั้งที่ 7 นี้คือครั้งสุดท้ายที่ชาวเอเธอน่าจะได้รับสิทธิติดต่อกับฮิสตอเรียส

 

            แล้วถ้าฉันเป็นคนจบมัน...

 

            ตำแหน่งพนักงานดีเด่นของฉันไม่ใช่ได้มาลอยๆ นะ

 

ถ้าฉันทำลาย 6 ไอเทมส์ถาวรแล้วปล่อยให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตบนชะตาของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น

 

ก็บอกแล้ว...ฉันนี่แหละผู้กล้าในตำนาน

 

            

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว