ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

น้องกล้วย....มาแว้ว!

กาลละครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้...มีเด็กสาวคนนึงซึ่งน่าตาน่ารักมากกกกก(อ้วก:ไรท์) มีชื่อว่า

'กล้วย'

จ้า กล้วยนี่แหละ ทุกคนคงจะตั้งคำถามว่าเป็นผู้หญิงทำไมชื่อแบบนี้ต้องเปิ้ล น้องฟ้า น้องลูกตาล สายหวานๆอะไรทำนองนั้น แต่ที่เด็กสาวมีชื่อว่ากล้วยเป็นเพราะแม่ของเธอดั๊น! คลอดเธอที่ป่ากล้วยนี่สิ และด้วยความที่กล้วยเกิดวันที่9เดือน9 พ.ศ.สองตัวหลังบวกกันได้เลข9 ทำให้เด็กสาวถูกพระทำนายว่าเป็นเด็กที่มีบุญมาเกิดและมีพรสวรรค์ติดตัวมาด้วยก็คือ....

 

'เห็นผี'

 

อ๊ะ...แต่ไม่ต้องกังวนแทนเด็กสาวคนนั้นว่าจะเห็นผีตลอดไปหรอกเพราะหลวงพ่อท่านยังบอกต่ออีกว่าเด็กสาวจะเลิกเห็นผีได้ก็ต่อเมื่ออยู่ใกล้กับคนที่มีบุญเยอะกว่าตัวเองเมื่อถึงเวลาสมควรและต้องอยู่ใกล้99วันถึงจะไม่เห็นวิญญาณตลอดชีวิต เมื่อถึงวันนั้นเด็กสาวจะรู้ได้เองว่าใครคือคนนั้น..

และไม่ต้องกังวลว่าเรื่องนี้จะน่ากลัวระดับหัวกะโหลแปดล้าน โนๆๆ นี่คือนิยายรักโรแมนติก คอมดี้ และอีโรติกครบเครื่อง

และใช่นี่คือเรื่องวุ่นๆของวัยรุ่นตามสิงของฉันเอง

เปิดเรื่องมาฉันก็จะพาทัวร์มหาลัยวันแรกซึ่งของบอกเลยว่าฉันเป็นพวกห้าว เด๋อๆกับทุกคนยกเว้นผีทุกชนิด ด้วยความที่เป็นลูกชาวสวน ครอบครัวก็ธรรมด๊า ธรรมดาที่เข้าได้เพราะสอบโคต้าคณะเกษตรมาได้ เรียนฟรีจนจบนะเออ ใครจะไม่เอา บอกตรงๆไม่รู้จะชอบมั้ยเหมือนกันชีวิตไม่ค่อยฝันเรื่องอื่นนอกจากฝันเห็นผี ชีวิตน่าสงสารสุดๆเลยฉัน เห็นมาตั้งแต่เด็กยันเข้ามหาลัยฉันไม่ยักกะชินกะผีสักที

พูดแล้วก็ฝอยตอนเดินไปโถงประชุมแล้วกัน ฉันน่ะเห็นผีมาตั้งแต่เล็กๆเลย ตอนเด็กแยกไม่ออกหรอกว่าไหนผีไหนคน จนมาตอนประถมสี่ ฉันไปนอนเฝ้าศพย่าเป็นเพื่อนพ่อทีนี้เกิดปวดฉี่เลยเดินไปเข้าห้องนี้คนเดียว พอกลับมาเจอย่านั่งกินของเซ่นอยู่ตอนนั้นล่ะที่ฉันเริ่มแยกผีกับคนออก ฉันอยากมีชีวิตแบบคนปกติไม่กลัวผี ไม่กลัวบาปเหมือนสมัยนี้ แต่ด้วยความที่ฉันเห็นมันเลยทำให้ฉันต้องรักษาศีลห้าเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ตกนรก แต่ไอ้เรื่องนั้นไม่ใช้ประเด็นหรอกค่ะ ประเด็นมันอยู่ที่เวลาฉันเจอผี ผีบางตัวมาส๊วยสวย หล่อลากดินก็มี แต่บางตัวมาแบบเละๆรู้แหละว่ามาหลอกชัวร์ ซึ่งอิฉันไม่โอเค TOT กูไม่ชินกับผีใดๆทั้งสิ้นฉันไม่อยากเห็นอะไรทั้งนั้น ฉันสามารถแยกผีบางตัวที่เหมือนคนออกคือต้องมองในแววตา ผีจะไม่มีแววตา แต่คนมี เพราะงั้นเวลาที่ผีบางตัวมาในรูปสวย หล่อเหมือนคนมากๆสิ่งแรกที่ต่างจากคนคือพวกเขาไม่มีแววตา

ตอนฉันเกิดไหนหลวงพ่อบอกว่าฉันจะเจอคนที่มีบุญเยอะกว่าเมื่อถึงเวลาสมควรไงฟะ นี้เป็นสิบปีแล้วยังไม่ยักกะรู้สึกว่าเจอเลยสักคน

อ๋อ..อีกอย่างที่ทุกคนต้องรู้คือ ฉันสามารถมองเห็นผีได้แค่นั้น ส่วนเสียงของผีฉันไม่ได้ยิน และ สัมผัสตัววิณญาณก็ไม่ได้

ฟู่วววว..

ฉันบอกรึยังว่ามหาลัยที่ฉันเข้าเนี่ยบรรยากาศให้มาก ให้ในที่คือคือให้ในเรื่องวังเวงนี่แหละ โดยเฉพาะวันที่ครึมๆเหมือนฝนจะตกแบบนี้ด้วย ฉันเดินตามทางมาเรื่อยๆเพื่อจะตรงไปยังโถงประชุมคณะเกษตร ถ้าถามว่าทำไมไม่เดินมากับเพื่อน ตอบคือฉันพึ่งมาเรียนวันแรกตอนเปิดเทอมซึ่งอาจารย์ดั๊นให้วันแรกของการเปิดเทอมเป็นวันประชุมกีฬาเฟรชชี่ สรุปง่ายๆทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็นต้องอยู่ที่หอประชุมคณะนั่นแหละ แล้วถ้าถามอีกว่าไม่ได้มีการนัดเจอพี่หลังวันประถมนิเทศหรอ ไปประถมนิเทศแต่ไม่ไปตามนัดรุ่นพี่เหตุผลเพราะวันนั้นเป็นวันพระและรุ่นพี่ปล่อยดึก ทุกๆวันพระตอนกลางคืนฉันจะเห็นผีเยอะมากและฉันถ้าเจอผีในวันนั้นฉันก็จะเป็นไข้ ฉันเลยไม่อยากออกจากห้องเท่าไหร่

คณะก็ไม่ได้บังคับให้เข้ากิจกรรมหนิหว่า เพื่อนไม่แบนหรอกมั้ง พี่เกษตรหล่อๆถึกๆเถื่อนๆเยอะจะตาย เหตุผลนี้คงเพียงพอที่สาวๆในคณะจะอาสาช่วยกิจกรรมแหละ

แต่ถึงฉันจะเล็งว่าจะโดดกิจกรรมเฟรชชี่นะ สุดท้ายก็ต้องเข้าเพราะฉันเป็นเด็กทุนต้องเข้ากิจกรรมหลักและเก็บชั่วโมงชมรมกิจกรรมเยอะ ไม่งั้นทุนหลุด กูจะบ้าตาย แต่ฉันคิดว่าน่าจะขอรุ่นพี่ขอลาแค่วันพระได้อยู่หรอกมั้ง

เดินมาเรื่อยๆจนถึงโถงประชุมใหญ่ มีป้ายเขียนว่าหอประชุมเกษตร ฉันล่ะโคตรอุ่นใจเลยตอนที่เห็นเพื่อนในคณะขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านฉันไปจอดเรียงๆกันแล้วเดินเข้าไปในห้องโถง มันทำให้รู้สึกไม่ต้องกังวลว่าจะถูกผีหลอก อ้อ ฉันไม่มีรถนะค่ะ ส่วนใหญ่เดินกับขี่รถโดยสารเท่านั้น ฉันเดินจนชินแล้วน่ะชีวิตเด็กทุนก็งี้

"น้องๆเร็วๆหน่อยค่าาา" พี่สาวคนสวยขาวยังกะโอโม่ตะโกนผ่านไมค์โคโฟนมายังพวกฉันทำให้พวกฉันต่างพากันวิ่งกรูรีบไปนั่งเรียงเป็นแถวหน้ากระดานในห้องโถง ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆเห็นว่ามีรุ่นพี่ใส่เสื้อช็อปคณะยืนอยู่ประมาณยี่สิบคนเอาจริงๆก็ไม่ได้โฟกัสเบ้าหน้าแต่ละคนหรอกว่าหนังหน้าหล่อขนาดไหนเพราะฉันสะดุดตาตรงยามยืนอยู่ตรงมุมห้องโถงใกล้กับกลุ่มพี่ผู้ชายก่อน

"นึกว่าจะมีแค่รุ่นพี่ มียามด้วยหรอวะ"ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ สงสัยแกจะมารอปิดประตูแหง

"เอาล่ะ ถ้าน้องๆมาพร้อมแล้วเดี๋ยวพวกพี่จะเริ่มแนะนำชื่อตัวเองและแจ้งเรื่องกีฬาเฟรชชี่ให้เราทราบ"

ฉันคงจะจ้องลุงยามจนไม่ได้ฟังพวกพี่เขาเลยว่าชื่ออะไรกันบ้าง บอกแล้วว่าสายตาโฟกัสลุงคนเดียว ลุงนี่แปล๊กแปลกแกจะยืนนิ่งๆแบบนั้นทำไมไม่เบื่อเรอะ แถมตาเศร้ามาก เดี๋ยวเข้ากิจจกรรมเสร็จหญิงกล้วยจะเดินไปถามลุงสักหน่วย จนกระทั่งฉันได้ยินเสียงคนกลุ่มนึงเดินเข้ามาใหม่ทำให้ฉันต้องละสายตาจากลุงแล้วมองไปยังต้นเสียงนั้น กลุ่มคนที่เดินเข้ามามีราวๆสิบคน ทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วเนื่องด้วยความมาดมันกระแทกตา คนที่เข้ามาใหม่น่าจะเป็นพี่ปีสามไม่ก็ปีสี่แน่นอนเพราะไว้หนวดไว้เครายังกับอาจารย์ แล้วคนที่ตัวสูงเหมือนเปรตตัวใหญ่ๆนั่นก็เด่นไปอีก ดูๆแล้วน่าจะเป็นอดีตพี่ว็ากแน่

มาดคักแท้!

ฉันละสายตาจากกลุ่มคนขี้มาดหันไปมองลุงอีกครั้งแต่ลุงดันหายไปไหนแล้วไม่รู้ ฉันก็เลยต้องมาโฟกัสพี่กลุ่มใหม่ที่เข้ามาแทน ว่าแต่พี่ตัวใหญ่ๆหล่อเถื่อนๆ ขนฟูๆ(หนวด)ดูท่าทางจะเบ้าดีอยู่นะ น้องกล้วยคิดว่า พี่ตัวใหญ่เดินมาอยู่ด้านหน้าพวกฉันพร้อมกับรับไมค์จากพี่คนสวยก่อนจะกล่าวขึ้นสั้นๆเพื่อแนะนำตัว

"สวัสดี ผมโยไค ยินดีที่รู้จัก"

 

 

 

 

กดไลค์ คอมเม้น เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าาา
แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น