จะออกตอนต่อไปก่อนสิ้นปี2018 ฮ่าฮ่าฮ่า

ชื่อตอน : 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 80

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2561 11:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14
แบบอักษร


2017-01-02

หรงเอ๋อ

หลังอาหารเย็นที่ผมเป็นคนทำ เราก็กลับมาที่ห้องทรงงานของท่านลุง ซึ่งผมอยากบอกว่าการทำอาหารมันเหนื่อยมาก เพราะต้องทำหลายอย่างสำหรับหลายคน ทั้งท่านป้าท่านยายอีก ขนาดมีพ่อครัวช่วยแล้วนะ แถมผมยังใจดีทำเผื่อถิงฟงด้วย จนผมถึงกับเพลียมานั่งเฉยๆฟังคนอื่นหารือกับท่านลุง ส่วนท่านแม่ถือโอกาสค้างกับท่านยาย ตอนนี้พากันกลับวังหลังไปแล้วซึ่งท่านยายพยายามจะลากผมไปด้วย ดีที่ท่านลุงทัดทานไว้ได้

"จากที่ข้าสืบมา มีเสนาเจ๋อ เสนาคลังผิงฉู่ฮุ่ยและพี่ใหญ่ที่น่าสงสัย" พี่ซ่านเหยารายงาน

"ทางฝั่งข้าพบว่ามีพ่อค้าจากแคว้นอู๋เข้าออกวังน้องห้ามากผิดปกติ ทั้งข่าวลือเรื่องแผนที่ในหมู่ชาวยุทธ บางส่วนเปิดฉากฆ่าฟันกันแล้ว มีหลายสำนักใหญ่เข้าร่วม ครั้งก่อนที่ข้าถูกพิษจากดินแดนแม้วแสดงว่ามียอดฝีมือจากดินแดนแม้วเข้าร่วมปลักน้ำนี้ด้วย" ซ่านหยวนพูดบ้าง

"ทางชายแดนเมืองหนานหนิงก็มีข่าวลือเรื่องแผนที่ขุมทรัพย์เช่นกัน แม่ทัพจงส่งข่าวมาว่ามีคนแปลกหน้าเดินทางเข้าออกเมืองมากผิดปกติ" ท่านพ่อพูดอย่างกังวล

"สรุปว่าเราต้องระวังรอบด้าน ไม่ทราบว่าทางแคว้นอู๋สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง" ท่านลุงมองหน้าพี่ซ่านเหยาเป็นเชิงถาม

"สายของเราที่แคว้นอู๋ส่งข่าวมาว่าอาจจะมีการเปลี่ยนตัวองค์รัชทายาท เหวินหลงไม่ได้มีจดหมายถึงข้ามาสองเดือนแล้ว"

ผมได้ยินชื่อไม่คุ้นหูจึงมองซ่านหยวน

"โจวเหวินหลงเป็นรัชทายาทแคว้นอู๋ เป็นเพื่อนร่วมสำนักอาจารย์กับพวกเราน่ะ"

"ข้าว่าเราควรจะแบ่งงานกัน ทางหนึ่งลอบสืบแบบลับๆทางหนึ่งล่อให้พวกกบฏลงมือ ส่วนทางหนึ่งค้นหาแผนที่" ท่านลุงออกความเห็น

"ข้าเป็นตัวล่อเอง" พี่ซ่านเหยาเสนอตัวเอง

" ก็ดี เพราะพวกกบฏมันมุ่งหวังกำจัดท่านอยู่แล้ว" ซ่านหยวนสนับสนุน

"ข้าต้องกลับชายแดนเดือนหน้า พวกกบฏอาจจะถือโอกาสที่ข้าไม่อยู่ในเมืองกระทำการใดขึ้นมาก็ได้ เราควรจะวางแผนให้รอบคอบ" ท่านพ่อพูดขึ้น

"งั้นเราจะทำแบบนี้"  ท่านลุงเสนอ

ทุกคนช่วยกันหาจุดอ่อนของแผนจนแนบเนียนไร้ช่องโหว่จึงได้แยกย้ายกันกลับบ้าน

"พรุ่งนี้หรงเอ๋อก็มาค้างกับลุงสักหลายวันนะ ลุงอนุญาตให้เจ้าไปสำรวจท้องพระคลังหลวงเพราะลุงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแผนที่อยู่ตรงไหน"

"หรงเอ๋อไปค้างที่ตำหนักข้าก็ได้ มีห้องมากมายข้าจะให้พ่อครัวทำขนมที่เจ้าชอบให้ด้วยดีไหม" พี่ซ่านเหยายิ้มละไมทำให้ซ่านหยวนหน้าทะมึน

"ถ้าเช่นนั้นก็ค้างเสียตั้งแต่คืนนี้ก็แล้วกัน ข้าขอตัวก่อน" ผมโดนซ่านหยวนอุ้มกระโดดออกทางหน้าต่างโดยใช้วิชาตัวเบา ไม่สนใจเหล่าทหารองครักษ์และขันทีนางกำนัล

เขาพาผมกระโดดข้ามหมู่ตึกไปถึงตำหนักขนาดกลางหลังหนึ่ง

"องค์ชาย ท่านจะทำอะไร" ถิงฟงตามมาทันก่อนที่ผมจะโดนกินเต้าหู้

"มิใช่เรื่องของเจ้า" ผมรู้สึกถึงพลังกดดันส่งไปถึงถิงฟง เขาถอยหลังไปหลายก้าวก่อนที่จะมีเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก

"ท่านทำอะไรของท่าน" ผมสะบัดตัวเองออกจากอ้อมแขนแกร่งไปดูถิงฟงด้วยความเป็นห่วง ไม่สนใจบางคนที่หน้าเหมือนยักษ์เข้าไปทุกที

ผมตรวจดูพบว่าถิงฟงได้รับบอบช้ำภายในไม่รุนแรงนัก

"ท่านทำร้ายเขาแบบนี้ใครจะคุ้มครองข้า" ผมต่อว่าซ่านหยวนแต่คนกลับยืนแคะหูทำเป็นไม่ได้ยิน

"รบกวนกงกงพาเขาไปพักแล้วจัดต้มยาให้เขาด้วย ถิงฟงเจ้าก็ไปพักเสียเถอะ ข้าไม่เป็นไร" ผมส่งถิงฟงให้กงกงพยุงจากไป หางตามองคนที่ทำท่าเหมือนลูกสุนัขรอเจ้าของ 

"หรงเอ๋อ ข้าให้คนจัดห้องไว้รอเจ้า ลองเข้าไปดูสิว่าชอบหรือไม่" ซ่านหยวนกล่าวอย่างกระตือรือล้น

ผมรอให้ซ่านหยวนเปิดประตูนำไปก่อน พอเดินตามเข้าไปก็รู้สึกทึ่งเล็กน้อยที่เห็นเตียงขนาดใหญ่พร้อมที่นอนหนานุ่มอยู่กลางห้อง เครื่องเรือนมีน้อยชิ้นแต่จัดวางอย่างเหมาะสมทำให้ดูสบายตา

"ชอบไหม ข้าเห็นที่นอนของเจ้าจึงสั่งให้นางกำนัลทำเลียนแบบขึ้นมา" ซ่านหยวนพูดอย่างภูมิใจ

"ก็ดี ท่านเองก็ไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะอาบน้ำแล้วเข้านอนเลย" ผมคร้านที่จะต่อว่าเขาเรื่องถิงฟง เพราะมีแต่จะทำให้ถิงฟงถูกแกล้งมากขึ้นจึงเงียบเสีย

"เชิญด้านนี้" ซ่านหยวนยิ้มกว้าง เดินไปด้านข้างมีห้องอาบน้ำกว้างใหญ่ เขาทิ้งผมไว้ลำพังผมลองแตะน้ำดูพบว่าร้อนกำลังดี เสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนก็ถูกเตรียมไว้ให้แล้วจึงถอดเสื้อผ้าไปแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์

ผ่อนคลายได้เพียงครู่ก็มีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาย่องเข้าห้องอาบน้ำมา หึ มุสิกในวังหลวงจะตัวโตไปแล้ว

"ทำตัวลับๆล่อๆมิใช่วิสัยของวิญญูชน" ผมส่งเสียงไป

"หรอเอ๋อให้ข้าขัดหลังให้ดีหรือไม่" มุสิกทำเสียงประจบ

"ข้าคงรับไว้ไม่ได้" ผมไม่แม้แต่จะหันไปมอง

"งั้นข้าจะรอตรงนี้คอยเช็ดตัวทาน้ำมันให้เจ้าก็ได้" 

ผมฟังแล้วกลอกตานี่จะลวนลามกันให้ได้ใช่ไหมหมดอารมณ์แช่น้ำแล้ว

ผมลุกขึ้นจากน้ำโดยมีผ้าผืนเล็กผูกเอวเพียงผืนเดียว หันขึ้นจากอ่างน้ำก็เจอซ่านหยวนยืนกางผ้ารออยู่

"ขอบคุณท่าน" ผมเดินเข้าหาคนกางผ้ายิ้มกว้างกำลังจะคลุมผ้าที่ตัวผมแต่ก็ถูกผมสกัดจุดเข้าอีกครั้ง

"เหอะ ไม่เข็ดนะท่าน" ผมเบะปากใส่ซ่านหยวน แต่งตัวเสร็จก็เดินไปที่เตียง

"หรงเอ๋อ แล้วข้าเล่า" ซ่านหยวนร้องเรียกเมื่อผมทำท่าจะดับไฟนอน

"เรื่องของท่าน" ผมไม่ใส่ใจดับเทียนเข้านอน เหนื่อยจะตายอยู่แล้วใครจะสนกัน



ซ่านหยวน

ข้าพลาดอีกจนได้ที่ปล่อยให้หรงเอ๋อสกัดจุดจนต้องมายืนเฝ้าห้องอาบน้ำเยี่ยงนี้ 

"หรงเอ๋อเจ้าย้ายข้าไปไว้ในห้องนอนได้หรือไม่ ได้ยืนดูเจ้าหลับก็ยังดี" ข้าได้แต่ร้องขอความเห็นใจจากคนที่หลับไปแล้ว


อี้หรง

ผมตื่นหลังจากนอนจนอิ่ม ขันทียกน้ำล้างหน้าเข้ามาให้อย่างรู้งาน

"เจ้าไปเตรียมน้ำอาบให้ข้าด้วย แล้วองค์ชายสี่เล่า"

"องค์ชายออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วขอรับคุณชาย ท่านสั่งไว้ว่าจะกลับมารับประทานอาหารเช้าด้วยขอรับ" 

ผมพยักหน้ารับ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดรัดกุม วันนี้ผมจะไปค้นท้องพระคลังของท่านลุงจะมาใส่เสื้อผ้ากรุยกรายที่ท่านยายชอบคงเกะกะแย่

แต่งตัวเสร็จออกมาเจอซ่านหยวนนั่งรออยู่บนโต๊ะมีอาหารร้อนๆวางอยู่เต็ม เรารับประทานโดยไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืนโดยผมคุยเรื่องภารกิจวันนี้

"ท่านทราบหรือไม่ว่ากุญแจมีหน้าตาเช่นไร" 

"กุญแจก็เป็นกุญแจ ข้านำกุญแจของข้ามาด้วยน่าจะไม่ต่างกันมากนัก" ซ่านหยวนล้วงกล่องแบนๆจากอกเสื้อ เปิดมามีกุญแจทองเหลืองดอกเทอะทะวางอยู่

"ผิดแล้ว ดอกที่เราต้องหาหน้าตาแบบนี้" ผมใช้ตะเกียบจุ่มน้ำชาวาดรูปกุญแจลงบนโต๊ะให้ดู มันเป็นเหมือนกล่องเครื่องประดับแปดเหลี่ยมทำจากสำริด เมื่อกดลงจะมีแผ่นเหล็กสามเหลี่ยมยื่นออกมาเป็นแฉกทั้งแปดด้าน ความที่มันดูไม่เหมือนกุญแจทำให้ผมมีความหวังว่ามันจะยังอยู่ในคลัง

"เข้าใจแล้ว" ซ่านหยวนเอามือลบ จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปท้องพระคลังหลวงที่อยู่ใจกลางพระราชวัง

ซ่านหยวนแสดงตราหยกให้ทหารเฝ้าทางเข้าดู เราผ่านประตูสองชั้นหนาหนักเข้ามาเจอเจ้าหน้าที่สามคนเป็นผู้ดูแลและทำบัญชีท้องพระคลัง ยังดีที่มีการจัดเก็บของอย่างเป็นระเบียบ เจ้าหน้าที่อธิบายให้เราฟังถึงการจัดเก็บแล้วผมกับซ่านหยวนก็แยกกันค้น โดยข้ามพวกเพชรนิลจินดาไป แต่ก็ยังมีหีบอีกมากที่ต้องค้น

สองชั่วยามผ่านไป ผมทรุดนั่งลงกับพื้นด้วยความเหนื่อย

"หิวหรือไม่ เราพักรับประทานอาหารกันก่อนเถิด" ซ่านหยวนใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าให้ผม 

"ก็ดีเหมือนกัน ข้าปวดหลังแล้ว" ผมเมื่อยมากเลย ขนาดซ่านหยวนยกหีบหนักๆลงมาให้ผมเพียงรื้อหีบ เพราะเราไม่กล้าบอกรายละเอียดของสิ่งที่เราตามหากับเสมียนเพื่อความปลอดภัย จึงต้องเหนื่อยกันแบบนี้

ผมเผลอให้ซ่านหยวนจูงออกจากห้องพระคลัง พอพ้นห้องซ่านหยวนก็รีบผีขึ้นมาอุ้มใช้วิชาชีพตัวเบาสะกิดปลายเท้าโลดแล่นไปยังตำหนักของเขา ผมกลัวตกต้องโอบรอบคอเขาทำเอาใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง

เรารับประทานอาหารง่ายๆแล้วก็กลับมาหากุญแจต่อ เราใช้ชีวิตแบบนี้จนวันที่สิบผมก็แทบจะไม่ยอมออกจากห้องพระคลังจนซ่านหยวนทนไม่ไหว

"หรงเอ่อ เจ้าออกไปแล้วพักเสียหน่อยเถิดนะเนี่ย เจ้าไม่ได้นอนมากกว่าสองวันแล้วนะ"

"เจ้าออกไปพักก่อนก็ได้" ผมตอบส่งๆ มือก็คุ้ยหาของในหีบไปด้วย

"หรงเอ๋อ" ซ่านหยวนลากเสียงแต่ผมก็ไม่สนจึงโดนคว้ามือไปกุมไว้ทั้งสองมือ

"หรงเอ๋อ ไปพักก่อนเถิดนะ เจ้าแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว อย่าทรมานตัวเองแบบนี้"

"ปล่อยข้านะ ถ้าข้าหาได้ช้าอาจจะมีคนตายเพิ่มขึ้น ข้าไม่ยอมหรอก" ผมดึงมือออกเหวี่ยงขาใส่ซ่านหยวนแต่ตัวเองกลับเซไปชนชั้นวางของ ทำให้ของที่วางอยู่หมิ่นเหม่ด้านบนร่วงลงมา

โชคดีที่ซ่านหยวนมีปฏิกิริยาฉับไวดึงผมหลบทัน ทำให้ของร่วงลงมาทั้งชั้นเสียงดังโครมใหญ่จนเสมียนด้านนอกวิ่งเข้ามาดู

"องค์ชายปลอดภัยหรือไม่" พวกเขาร้องด้วยว่าความตกใจ ทั้งห้องคลุ้งไปด้วยฝุ่นจนมองไม่เห็นอันใด

"ข้าไม่เป็นอะไร แค่กๆ" ซ่านหยวนไอโขลกเพราะสำลักฝุ่น ส่วนข้าถูกเขากอดให้ซุกกับอกเขาจึงไม่ได้หายใจเอาฝุ่นเข้าไป

"ข้าไม่เป็นไร เจ้าออกไปเถอะ" ซ่านหยวนโบกมือไล่ เสมียนจึงถอยออกไป

ผมควักผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหน้าให้ซ่านหยวน เขามอมแมมจนผมหัวเราะทำเอาเขาหน้างอ

"จะออกไปพักได้หรือยัง ขอให้เจ้าได้พักสักนิดแล้วค่อยกลับมาหาต่อข้าก็จะไม่ห้าม ข้าเป็นห่วง"

ผมก้มหน้าร้อนๆลงมองพื้น คนบ้ามาทำผมอายผู้ชายด้วยกันได้ ผมมองพื้นเหมือนมีของน่าดูแต่แล้วผมก็เห็นของที่ตามหากลิ้งอยู่ข้างเท้าซ่านหยวน ผมก้มลงหยิบขึ้นมาใช้แขนเสื้อตัวเองเช็ดฝุ่นออก มองของในมืออย่างตื่นเต้น

"ข้าเจอแล้วซ่านหยวน ข้าเจอแล้ว" ผมตะโกน 


หายไปนานและคงหายไปอีกพัก

ความคิดเห็น