ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 12 คำสารภาพของลี่ซาน

ชื่อตอน : CHAPTER 12 คำสารภาพของลี่ซาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2560 17:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 12 คำสารภาพของลี่ซาน
แบบอักษร
CHAPTER 12
คำสารภาพของลี่ซาน
 
 
 
          เช้าแสนสดใสของหลายวันถัดมา…
          “หายปวดบ้างหรือยังครับ”
          “อืม”คำตอบสั้นๆพร้อมกับมืออุ่นๆที่ลูบไปตามแก้มขาวทำให้กรพินธุ์ยิ้มออก บาดแผลของลี่ซานดีขึ้นมาก แม้จะยังไม่จางหายและมีร่องรอยสาหัสอยู่หลายแห่งบนใบหน้าและลำตัว แต่มันก็นับว่าดูดีขึ้นเมื่อเทียบกับหลายวันก่อน
          เด็กหนุ่มวิ่งเข้าวิ่งออกที่ห้องของลี่ซานแทบจะทุกชั่วโมงเพื่อดูแลแผลที่ถูกลี่เว่ยหวงซัดเสียปางตายด้วยความตระหนก ผู้ที่เป็นใหญ่ที่สุดสั่งห้ามไม่ให้หมอเข้ามาจัดการแผลพวกนั้นแม้กรพินธุ์จะร่ำร้องขอมันขนาดไหน เมื่อถูกห้ามขาด เขาจึงพยายามมันทุกวิถีทางเพื่อรักษาร่างกายให้ชายหนุ่มด้วยตัวเอง
          รอยแตกยับที่แก้มนับว่าน่ากลัว แต่รอยช้ำสีม่วงที่ลำตัวหนานับว่าน่ากลัวกว่า ปาป๊าใจร้าย…แต่เด็กหนุ่มกลับไม่คิดถือโกรธท่านเลย เพราะเหตุผลที่ท่านลงมือกับบุตรชายมันก็มาจากตัวเขาทั้งสิ้น
          “กรีนทำข้าวต้มไว้ให้ พี่ซานลุกขึ้นมากินนะ”เสียงสั่นๆด้วยความสงสารลี่ซานบอกเบาๆ มือเล็กๆประคองร่างที่นอนอยู่ให้ลุกขึ้น ก่อนจะตักข้าวที่ตนตั้งใจทำเป็นพิเศษป้อนใส่ริมฝีปากหนา
          “กินด้วยกัน นายเองก็ป่วย”
          “ให้พี่ซานกินก่อน”แน่นอนว่าเด็กหนุ่มก็มีไข้ไม่ต่างกัน อาจจะหนักกว่าลี่ซาน แต่เพราะความที่ห่วงคนเจ็บหนัก เขาจึงใช้ลูกฮึดที่มีอยู่ฝืนสังขารวิ่งตามดูแลไม่ห่างแบบนี้
          “ไม่โกรธฉันบ้างหรือไง”
          “นิดหน่อย…แต่สงสารมากกว่าครับ”
          “นายมันก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ”
          ร่างสูงโคลงศีรษะเบาๆก่อนจะบอกว่าอิ่ม เขาชิงถ้วยความต้มมาถือเอาไว้เอง ก่อนจะตักมันขึ้นมาเพื่อจ่อไปที่ริมฝีปากเล็ก
          “ถึงตาฉันบ้างแล้วที่ต้องป้อนนาย”
          ปากเล็กยอมอ้าออกให้ป้อนแต่โดยดี กรพินธุ์ยิ้มแป้นอย่างเป็นสุขฝืนกินข้าวเข้าไปได้หลายคำทั้งที่เจ็บลำคอไม่น้อย เมื่อหมดถ้วย ร่างเล็กๆจึงวิ่งนำมันไปเก็บและวิ่งกลับมาพร้อมกับโดดเข้าไปซุกกอดกับคนที่นอนอยู่ภายใต้ผ้าห่ม
          “นอนซะกรีน”
          “ครับ”
 
 
 
 
 
          ร่างสูงสง่าของลี่เว่ยหวงก้าวเข้ามาในห้องรับแขกก่อนจะทรุดนั่งลงที่โซฟาเดี่ยวหัวโต๊ะ เบื้องหลังคือเหวินหยาที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล ถัดมาทางขวามือของลี่เว่ยหวง คือลี่ซานที่นั่งข้างๆกรพินธุ์ เบื้องหลังคือเอเลนและแอเรียล ฝั่งตรงข้ามคือนักข่าวที่เชิญมาเพียงสี่คนจากสี่สำนักพิมพ์
เป็นครั้งแรกที่ลี่ซานยอมให้ผู้อื่นก้าวเข้ามาในเขตอาณาจักรส่วนตัวของตน เขาไม่พอใจนักแต่เพื่อร่างที่นั่งกุมมือเขาไม่ห่าง เขายอมหมดแล้ว ณ ตอนนี้…
          “ขอบพระคุณท่านมากครับที่เชิญมา”
          “อยากถามอะไรก็เชิญเลย”
          เว่ยหวงกล่าวเรียบๆ เขารู้ดีว่านักข่าวพวกนี้มีมารยาทมากพอที่จะไม่ซอกแซกในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เขาจึงตัดสินใจเชิญมาแค่สี่คนนี้เท่านั้น
          การสัมภาษณ์แบบเปิดใจและส่วนตัวดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเปิดเผย ลี่ซานยอมให้คำตอบทุกอย่างที่พวกเขาถามเช่นเดียวกับลี่เว่ยหวงที่งัดเอาสิ่งที่เขาเคยพูดเอาไว้ในโรงแรมออกมาโชว์ให้สื่อเห็น ทั้งสี่คนฮือฮาและตกตะลึงไม่น้อยกับความจริงที่พวกเขายอมเปิดเผยออกมา
          กรพินธุ์ก็เช่นกัน…เขาไม่เคยรู้เลยว่าทะเบียนสมรสใบนี้ เขาได้เซ็นยินยอมไปตอนไหน
          “จริงหรือครับที่ท่านเลี้ยงดูคุณเหลยอู่แบบไข่ในหิน แทบไม่เคยให้ออกไปไหนเลยราวกับนักโทษ”
          “จริง”
          “ทราบเหตุผลได้ไหมครับท่าน?”
          “…เพราะฉันหวงมากไงล่ะ”
          ริมฝีปากหนาคลี่รอยยิ้มขณะตอบ ลี่ซานมองสบตาพ่อของตนก่อนจะเปิดปากพูดสิ่งที่ตนเก็บมานานในใจออกมาช้าๆแต่ชัดเจน
          “เพราะเขาน่ารัก และดูบริสุทธิ์เหลือเกิน…แตกต่างกับฉัน…เหลยอู่ดูเป็นเด็กที่ส่องแสงอ่อนโยนให้กับทุกสิ่งทุกอย่าง เขาไม่เคยร้ายใส่ใครและพร้อมที่จะดีกับทุกๆคนแม้คนที่เข้าหาจะมีจุดประสงค์ที่ไม่ดีก็ตาม ฉันหวง ฉันไม่ชอบ แน่นอนว่ามันอาจจะดูโรคจิตที่หวงแหนเขามากจนเกินไป แต่เพราะฉันไม่ชอบให้รอยยิ้มของเขาถูกแบ่งปันให้ใครนอกจากตัวเองยังไงล่ะ…”
          “…”
          “นานมาแล้ว…เมื่อหลายปีก่อนที่ฉันพบเขาครั้งแรก แว่บแรก…วินาทีที่ใบหน้าเล็กๆซบลงบนบ่าของฉัน เด็กวัยไม่กี่ขวบที่ร้องไห้เพราะเจอเรื่องเจ็บปวด ฉันไม่เคยเข้าใจตัวเองว่าเพราะอะไรกัน ทำไมฉันถึงเกลียดชังน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่นี้นัก ฉันไม่เคยเข้าใจมัน จนกระทั่งฉันเกือบจะสูญเสียเขาไป…”
          “เพราะอะไรครับท่าน…”
          “เขาถูกลักพาตัวไปเมื่อตอนอายุแปดขวบ”
          “โอ้…”
          “หลังจากนั้น ฉันแทบจะไม่ให้เขาไปโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ เพราะฉันกลัวสูญเสียรอยยิ้มนี้ไป ฉันสั่งคนให้ติดตามดูแลเขาราวกับคนบ้า กลัวทุกอย่างเลยจริงๆ…”
          เพราะเขาดั้นด้นค้นหาอิสระ เส้นความอดทนของพี่ซานจึงขาดสะบั้นลง…
          กรพินธุ์น้ำตาแตกตั้งแต่คำตอบแรกแล้ว…
          “อย่าร้อง…”อ้อมแขนแข็งแรงกระชับแน่นกับเด็กที่ผ่านไปกี่ปีก็ยังบ่อน้ำตาแตกง่ายไม่เปลี่ยน
          “ท่านรักคุณเหลยอู่มากๆเลยนะครับเนี่ย”
          “…อืม รักมากๆ”
          เกือบสองชั่วโมงที่พวกเขานั่งให้คำตอบกับพวกเขา ทั้งเรื่องความชอบส่วนตัวและเรื่องที่เป็นที่สนใจจากคนทั่วทั้งฮ่องกง จนกระทั่งมาถึงคำถามที่เว่ยหวงถึงกับหัวเราะหึๆ…
          “ผมขอทราบถึงรอยแผลบนใบหน้าของคุณได้ไหมครับ”
          “…ได้”
          “มันเกิดขึ้นได้ยังไงหรือครับท่าน?”
          “โดนใครบางคนแถวนี้ลงโทษเอาน่ะ…”
          กรพินธุ์ยิ้มนิดๆด้วยสีหน้าเจื่อนๆ เด็กหนุ่มยังจำได้ดีถึงเหตุการณ์ตอนนั้นหลังจากที่กลับมาถึงคฤหาสน์…เว่ยหวงไปพูดพร่ำทำเพลงใดๆ ร่างที่ยังแข็งแรงไม่แพ้บุตรชายของตนประเคนทั้งหมัดและและศอกใส่ร่างของลี่ซานด้วยความโมโห ไม้เท้าที่ท่านถือเอาไว้เพื่อประดับบารมีไปอย่างนั้นฟาดลงไปที่ใบหน้าหล่อเหลานับสิบครั้งจนแตกยับ ร่างสูงดูช้ำไปหมดจนน่าใจหาย
          ไม่มีใครคิดเข้าขวางกับบทลงโทษอันรุนแรงที่ลี่ซานได้รับ ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะปัดป้องหรือขัดขืนผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้า เขายอมให้ความโมโหนั้นกระแทกลงสู่ตัวของเขาเองจนชาดิกและยอมรับได้เต็มๆปากว่าปางตาย…
          พลั่กๆๆ!!
          เข่าที่ศอกใส่ท้องของเขาเล่นเอาจุกจนทรุด ลิ่มเลือดแห่งบาดแผลบอบช้ำเริ่มส่งผล เมื่อเขาสำลักมันออกมาทางริมฝีปาก ลี่ซานครางเบาๆด้วยความเจ็บ เสียงกราดเกรี้ยวแห่งคนที่เป็นใหญ่ที่สุดตวาดลั่นด้วยความโมโหดังลั่นไปทั้งโถงกว้าง แต่นั่นก็ยังไม่ดังก้องเท่ากับเสียงตะเบ็งร้องไห้ของกรพินธุ์ ที่พยายามจะวิ่งเข้ามาห้ามฝ่าเท้าหนักๆคู่นั้นของพ่อที่กระทืบลงมาไม่ยั้งที่ลำตัวของเขา
          กลิ่นคาวเลือดไหลกลบไปทั่วโพลงจมูก สติที่เริ่มปลิดปลิวพร้อมกับดวงตาเรียวรีเริ่มกระพริบดับหลายครั้ง ภาพลางๆเลือนๆและร่างกายที่ชาดิก ลี่ซานเริ่มไม่รับรู้สิ่งใด…
          ‘ฮืออออๆๆๆ พี่ซาน…พี่ซานๆๆๆ…’
          แต่ทว่าเสียงร้องไห้กับอะไรซักอย่างที่หล่นเปาะแปะใส่แก้มของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ฉุดสติของเขาให้ลืมตาอีกครั้งอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดเริ่มหายไป ฝ่าเท้าและมือศอกเริ่มหยุดลง ลี่ซานเห็นใบหน้านองน้ำตาของกรพินธุ์คร่อมทับร่างของเขาเอาไว้ หยุดบทลงโทษนั้นเอาไว้ด้วยสองมือของตัวเอง…
          ‘อย่าทำพี่ซาน…ปาป๊า…อย่าทำพี่ซาน…’
          หัวใจของลี่ซานถูกบีบรัดแน่นด้วยมือที่มองไม่เห็น…มันเจ็บ เมื่อได้ฟังเสียงขาดห้วงตะเบ็งบอกพ่อของเขา เด็กหนุ่มหายใจไม่ทัน มือเล็กกอดร่างของเขาแน่น เกาะกอดไม่ยอมปล่อยแม้หลายๆมือจะช่วยกันดึงรั้งก็ตาม
          กรพินธุ์…
          บัญชาการสุดท้ายของพ่อบ่งบอกว่าห้ามตามหมอมารักษาเขา…
         ลี่ซานนึกรู้อยู่แล้วว่าตอนที่ลี่เว่ยหวงโกรธจริงๆมันโหดร้าย นานแล้ว…ที่เขาแทบไม่เคยเห็นพ่อโกรธ นี่อาจจะเป็นไม่กี่ครั้งที่เขาสัมผัสได้ถึงความโกรธจากท่าน…
         ชายหนุ่มเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง เคราะห์ดีที่กระดูกของเขาไม่หัก ใบหน้าแรกที่แลเห็นยังคงเป็นกรพินธุ์ไม่แปรเปลี่ยน เด็กน้อยดูแย่ ดวงตาบวมปริบ ใบหน้าซีดเผือด ดูอิดโรยไปหมด เกิดอะไรขึ้นกับหัวใจของเขา?
         ‘เจ็บไหมครับ พี่ซานอยากกินน้ำไหมครับ’
         เด็กหนุ่มวิ่งเข้าออกห้องของเขาเป็นว่าเล่น กรพินธุ์ดูย่ำแย่ ชายหนุ่มอยากไล่ให้เจ้าตัวไปนอนเสียที แต่เสียงของเขากลับขาดหายไป หลายวันที่กรพินธุ์เกือบล้มลงไปต่อหน้า แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็คลานขึ้นมานอนกอดเขาหลับไปได้ทั้งน้ำตาอย่างไม่ยอมแพ้อยู่ดี
        แถมยังวิ่งไปล็อคห้องเสียด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าเว่ยหวงจะบ้าบิ่นบุกเข้ามาซ้ำเติมเขา
        ลี่ซานยกมือขึ้นปาดเช็ดน้ำอุ่นๆที่ไหลลงมาจากดวงตาด้วยความรู้สึกจุกหน่วง
        ขนาดเขาทำกับเจ้าตัวเสียขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่หนีไปอีกนะ…
        เพราะเนื้อตัวที่ร้อนผ่าวราวกับไฟของกรพินธุ์ พิษไข้ที่โจมตีอย่างรุนแรงมาหลายวัน ทำให้กรพินธุ์หลับสนิททุกครั้งที่หัวทิ่มลงไปกับหมอน เด็กหนุ่มเฝ้าระวังทุกฝีก้าว แม้แต่พ่อของเขา เจ้าตัวยังไม่ยอมให้เข้ามาในห้องด้วยซ้ำไป แต่สุดท้ายเว่ยหวงก็เข้ามาได้อยู่ดีนั่นแหล่ะ
        ยอมตามหมอมารักษาเพราะสุดท้ายทำใจแข็งทรมานลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่ไหว และทนไม่ได้ที่เห็นความอิดโรยฉายชัดอยู่บนใบหน้าของกรพินธุ์
        ‘อย่าเอาเขาไป…’
        ‘กรีนไข้ขึ้นสูงมาก น้องมีสิทธิจะช็อก’
        ‘ให้เขานอนข้างๆผมเถอะ…’เสียงแหบๆของลี่ซานร้องขอ เว่ยหวงจึงสั่งให้แพทย์ตรวจอาการภายในห้องนี้แทน เขาจึงรอดมาได้ยังไงล่ะ ลำพังการรักษาเบื้องต้นจนสุดความสามารถของกรพินธุ์ไม่ได้ทำให้ความบอบช้ำภายในสมานลงได้หรอก
        “ท่านโหดมากจริงๆ…แหะๆ”
        “แต่สุดท้ายท่านก็ผ่านมันมาแล้วนะครับ ยินดีด้วยครับท่านลี่ซาน ผมขอให้ท่านกับครอบครัวมีความสุขมากๆเลยนะครับ”
        นักข่าวที่ได้ฟังต่างยิ้มอย่างยินดีกับร่างสูงที่ผ่านมันมาได้ ริมฝีปากหนายิ้มตอบ มือแกร่งกุมมือที่เล็กกว่าไม่ยอมปล่อย มองดูดวงตาช้ำๆที่เปล่งประกายความสุขฉายออกมาไม่หยุดด้วยความดีใจ
        “รับรองว่าบทสัมภาษณ์นี้จะถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วเพื่อความถูกต้องและเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของพวกคุณทุกคนกลับมา ผมขอสาบานว่าจะไม่เติมแต่งเรื่องราวของพวกคุณไปในทางผิดๆ ขอบคุณมากๆเลยครับ”
        “ผมเองก็ขอบคุณพวกคุณมากเหมือนกัน”
        หลังจากที่ส่งนักข่าวกลับไปหมด เว่ยหวงก็ขอตัวออกไปดูการฝึกการต่อสู้มือมือเปล่าของลูกน้องที่โรงฝึก ทิ้งให้ลี่ซานและกรพินธุ์อยู่ด้วยกัน มือใหญ่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบน้ำตาออกให้อย่างเบามือ แม้ดวงตาจะบวมตุ่ยแต่เด็กหนุ่มก็ยิ้มไม่หยุดจริงๆ
        “ตาน่าเกลียด”
        “ก็กรีนหยุดร้องไม่ได้”
        “เหมือนลูกเต่า…”
        “เหมือนตรงไหนกัน!”
        “เหมือนตรงตาบวมๆ”
        “พี่ก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ เหมือนพ่อเต่า”
        “ทำไมฉันถึงเป็นพ่อเต่าหล่ะ”
        “เพราะพี่แก่เกินกว่าจะเป็นลูกเต่าน่ะสิ”
        “…”ลี่ซานเงียบกริบ เงียบจนทำให้ร่างที่นั่งหันหน้าเข้าหามีสีหน้าเผือดสีลง
        “พี่ซาน…กรีนไม่ได้ตั้งใจ”
        “…ฉันแก่ขนาดนั้น?”
        “ปะ เปล่า พี่ซานไม่ได้แก่เลยซักนิดเดียว กรีนขอโทษครับ”เด็กหนุ่มพูดเสียงแผ่ว
        “ฉันไม่ได้โกรธ”
        “…”
        “แค่คิดว่าตัวเองแก่ขนาดนั้นเลยเหรอในสายตาของนาย ฉัน 27 เองนะ”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาดูฉุนเล็กๆ กรพินธุ์รับรู้ได้ว่าลี่ซานกำลังไม่พอใจ ไม่มากเท่าไหร่
        “แต่ก็ช่างเถอะ ฉันสามารถมีลูกได้หลายคนก็แล้วกัน”
        “แต่อาจารย์บอกอายุ 18 ยังไม่ควรมีลูกนะครับ”
        “ใครสนเรื่องนั้นกัน…ว่าแต่นายเถอะ”
       “ครับ?”
       “เตรียมตัวรับมือกับทุกๆอย่างให้พร้อมก็แล้วกัน ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันจะไม่สามารถมองเห็นนายได้เพียงคนเดียวอีกแล้วนะ”
        เขารู้สึกเกลียดจริงๆกับการที่ใครต่อใครจะมาสนใจคนตรงหน้าของเขา กรพินธุ์ต้องมีเขาคนเดียวที่ได้เห็น แต่ทว่านั่นมันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป กรพินธุ์จะถูกจับตามองและถูกค้นหาตัวตนไม่หยุดหย่อนทั้งจากสื่อและผู้คนที่เขาต้องเข้าสังคม…
        ลี่ซานไม่ชอบใจเลยจริงๆ…
        แต่ก็ต้องยอม…เพราะเขาไม่ต้องการให้ทั่วโลกรับรู้ในสิ่งผิดๆที่เมนี่ เฉินทำ
 
          ..................................
          สุขสันวันเด็กค่าาาาาา เอ๊ะ หรือจะไม่มีเด็ก ฮ่าๆๆๆ ที่หายไปนานก็เพราะคอมเราพัง อย่างที่บอกนะคะว่าช่วงนี้แทบเล็ตที่ใช้อัพก็เจ้ง คอมก็ยังไม่ได้ซ่อม เพราะงั้นก็เลยอาจจะหายไปนานอีกก็ได้ค่ะ แต่จะพยายามนะคะ T T 
        พี่ซานน่าสงสารจังT T สงสารพี่ซานไหมคะ น้องกรีนก็ยังน่ารักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือปาป๊ามีด้านมืดT^T ทำไมทำกับลูกชายสุดหล่อแบบนี้ มีลูกอยู่คนเดียวนะคะปาป๊าโหดเหมือนคุณหญิงแม่พี่โซชิเลยว่าไหมคะ ฮ่าๆๆ
 
ความคิดเห็น