facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

💖 ตอนพิเศษ : คุณพ่อมือใหม่

ชื่อตอน : 💖 ตอนพิเศษ : คุณพ่อมือใหม่

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.3k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2561 16:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
💖 ตอนพิเศษ : คุณพ่อมือใหม่
แบบอักษร

“คิมหันต์…นายจะทิ้งฉันเหมือนพระเอกหนังคนนี้ที่ทิ้งนางเอกรึเปล่า”

“อื้มมมม”

เมษานั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาสีครีมใจกลางห้องนอนกว้างโดยมีผ้าห่มผืนนุ่มคลุมอยู่ครึ่งตัวแถมมีคิมหันต์คนรักของเขานอนหนุนศีรษะอยู่บนหน้าตัก แทนที่จะดูหนังโรแมนติกดราม่าด้วยกันพระเอกของเรากลับนอนปรือตากดแต่สมาร์ทโฟน จอสี่เหลี่ยมตรงหน้าปรากฏรูปน้องธนินเด็กน้อยที่ทั้งคู่รับมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมประจำบ้านพิพัฒนภูวดล ความง่วงบวกกับความเหนื่อยอ่อนหลังจากตัวแสบวอแวมาทั้งวันกว่าคุณพ่อมือใหม่จะได้พักก็ปาไปสี่ห้าทุ่ม เขาร้องตอบเสียงทุ้มโดยไม่ไตร่ตรองถึงประโยคที่เมษาถามให้ดีจนอีกคนต้องถามซ้ำเป็นครั้งที่สอง

“ทิ้งหรอ อะไรกันฟังที่พูดรึเปล่า”

“ห๊ะ อะไร…”

เงยหน้าส่งยิ้มผมรองทรงสูงปรกหน้า เมษาเห็นแล้วนึกโกรธไม่ลงก็คนตรงหน้าสภาพไม่ไหวซะขนาดนั้น คนตัวเล็กยิ้มบางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผมให้อย่างเบามือ คิมหันต์หลับตาลงพลิกตัวนอนคว่ำหาวน้ำหูน้ำตาไหลสองมือคว้ากอดเอวคอดบางแล้วซุกซุนจมูกลงผืนผ้าห่มซ้ำๆ ใบหน้าหวานผุดเลือดฝาดสีชมพูระเรื่อเมื่อในหัวนึกย้อนไปถึงคิมหันต์คนเก่าคนในอดีตที่ดูท่าแล้วคงไม่มานอนทำตัวเป็นเด็กแบบนี้เป็นแน่ แต่ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปตามเวลาและสถานการณ์ต่างๆ

“ถามว่าจะทิ้งกันรึเปล่า”

เมษาถามซ้ำแล้วแย่งสมาร์ทโฟนในมือคิมหันต์มาวางไว้ข้างตน

“ถามอะไรไม่เข้าเรื่อง ถ้าเป็นแต่ก่อนชั้นด่ายับไปแล้ว…ใครจะทิ้ง”

โงหัวขึ้นยันตัวลุกขึ้นนั่งทันที คิมหันต์ขยี้หัวตัวเองจนผมยุ่งไปหมด เขาจิ๊ปากออกแนวรำคาญแต่นั่นเป็นสไตล์การแสดงออกถึงอารมณ์ที่เมษาเห็นจนชินตา ร่างสูงก้าวขาลงจากโซฟาเขาเดินไปเปิดตู้เย็นนั่งยองๆสองมือค้นดูว่ากลางดึกนี้พอจะมีอะไรให้กินบ้าง

“ก็ถามไม่ได้รึไง”

“ไม่ใช่ไม่ได้ แต่คบกันมาจนป่านนี้จนรับเด็กมาเลี้ยงแล้วจะทิ้งไปไหนอีก”

“อื้ม…ไม่ทิ้งก็ไม่ทิ้ง ว่าแต่อยากเห็นนายตอนแก่จัง จะเป็นไงนะ ฮ่าๆ”

“ก็ผมหงอกน่ะสิ”

“คง…แก่น่าดูเลยเนอะคุณพ่อ”

“อืม ชั้นจะย้อมดำทุกอาทิตย์ แม้แต่โคนก็ห้ามขาว”

ตอบแล้วเลือกหยิบคุกกี้อัลมอลช็อกชิพชิ้นใหญ่มานั่งกินเล่น คิมหันต์ตอบทั้งเคี้ยวแก้มตุ่ยดูน่ารักในชุดนอนเสื้อยืดแขนสั้นสีดำกับกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้นใส่สบาย ดูท่าจะไม่อิ่มท้องจึงเอื้อมหยิบนมรสหวานมาเจาะแล้วดูดจนหมดกล่อง

“ไม่อิ่มว่ะ ไปเซเว่นกัน ไปหาไรกิน”

คลำกระเป๋ากางเกงดูว่ามีเงินอยู่บ้างรึเปล่า เขาลุกขึ้นยืนไปหยิบกุญแจรถตรงหน้าโต๊ะทีวี มันเป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆที่เมษาเริ่มสังเกตถึงพฤติกรรมหิวยามดึกของคิมหันต์แถมยังติดขนมหวานเป็นว่าเล่น ไม่วายกินขนมหวานก็ร้องขอให้ลงไปทำกับข้าวให้

“ดึกแล้วนะ ยังจะกินอีก”

เมษาพูดเปรยเบาๆขำคิมหันต์ที่หยิบที่คาดผมมาคาดเพื่อตัดปัญหาผมซึ่งมันยาวปิดหูปิดตาเพราะไม่ได้ตัด ขาดจากการเข้าร้านตัดผมจัดทรงมานาน นั่นไม่ใช่เพราะใครนอกจากน้องธนินที่ทำเอาคุณพ่อไม่มีเวลาแม้แต่ดูแลตัวเอง ตัวแสบนอนอยู่ในเปลเด็กอ่อนคลุมผ้าผืนบางอย่างดี เด็กน้อยหลับตาสนิทปากดูดขวดนมยวบๆ

“เลี้ยงลูกมาทั้งวัน มันเหนื่อย ร่างกายต้องการสารอาหารเติมพลังชีวิต”

“ก็พูดเวอร์ไป”

“มันเหนื่อยจริงๆนะ เลิกพูดๆ รีบไปๆหิว”

กวักมือเรียกสาวเท้าก้าวไวเดินนำหน้าแต่ยังไม่ทันพ้นประตูห้องน้องจ๋าเริ่มมีอาการขมวดคิ้วแน่น สองมือเล็กๆปัดป่ายไปมาในอากาศ ใบหน้าเล็กๆเริ่มเหยเกแดงจัดก่อนที่จะคายจุกขวดนมออกแล้วร้องแวเปร่งเสียงออกมาเต็มที่

“ฮึก!!.... แว!!!!!!!!!!”

“อ้าว! เอาอีกแล้ว”

ส่ายหัวกับตัวเองแล้วเดินย้อนกลับมาไม่รอช้าเมษาไวไม่เท่าผู้เป็นพ่อที่รีบคว้าอุ้มน้องธนินขึ้นไวในอก เขากดศีรษะน้อยๆให้ซบลงอกทันทีที่ดูท่าแล้วคงจะฝันร้ายเป็นแน่ สันจมูกโด่งหอมลงเส้นผมเส้นเล็กบ้างสลับกับฝ่ามือหนาที่กำลังลูบหลังลูกเบาๆเป็นการปลอบขวัญ

“พ่ออยู่นี่ๆ ไปเซเว่นกันๆ ไม่ร้องๆ โอ๋ๆ ป๊าก็ไป”

“ฮึก!!อื้ออออออ”

แววตากลมโตลืมตามองบุคคลตรงหน้าที่กำลังโอบอุ้มตน สัมผัสอบอุ่นและน้ำเสียงคุ้นหูคล้ายว่าทำให้เด็กน้อยรู้สึกปลอดภัยจึงเบาใจหายกลัวไปในที่สุด เจ้าหนูใช้ฝ่ามือน้อยๆเงื้อมขึ้นแตะเบาๆที่แก้มของคิมหันต์แน่นอนว่าเขาส่งยิ้มให้ แววตาที่เคยเฉยชาให้กับใครหลายคนตอนนี้กำลังส่งสายตาอ่อนโยนให้บุคคลอันเป็นที่รักตรงหน้า

“เลิกร้องแล้ว เก่งจังเลย ลูกใครหว่า เอ้า!!ลูกใครหว่า”

รู้จักหยอกล้อสร้างเสียงหัวเราะด้วยการเขย่าอ้อมแขนเบาๆให้เด็กน้อยสะดุ้งเล่นๆ สองขาก้าวเดินออกจากห้องโดยมีเมษาสะบัดผ้าอ้อมผืนนุ่มเดินตามมาติดๆ สองมือประคองอุ้มเดินลงบันไดบ้านอย่างช้าๆจังหวะนั้นเขาสวนทางกับป้าแหม่มพอดี เป็นเวลาดึกพอสมควรเธอจึงร้องทัก

“อ้าว คุณหนูจะไปไหนกันคะ”

“ออกไปหาไรกินครับป้าแหม่ม หิว อยากกินขนม เอาอะไรมั้ย”

คิมหันต์ตอบพร้อมล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจรถมาปลดล็อคประตูระบบอัตโนมัติ ทันใดนั้นคำพูดของป้าแหม่มทำเอาร่างสูงชะงักหยุดยืนอยู่กับที่

“ติดขนมนะคะช่วงนี้ คุณหนูทานเยอะจนแก้มออกแล้ว ดูสิ อวบขึ้นตั้งเยอะ ฮ่าๆ”

ไม่พอแค่นั้นป้าแหม่มเดินมาหาเธอใช้สองมือจับใบหน้าหล่อเหลาไว้แล้วบีบแก้มนุ่มเบาๆก่อนเลื่อนลงมาบีบหัวไหล่ทั้งสองข้าง เธอขำหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นว่าคิมหันต์ไม่โอเคนักกับการเปลี่ยนไปของตัวเองไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกินที่ทำให้ตนดูเจ้าเนื้อขนาดนี้

“อะไรนะป้าแหม่ม!”

ถ้วงถามเสียงดังทั้งยังเดินไปส่องกระจกหันหน้ามองไปทางซ้ายทีขวาที เมษาเห็นแบบนั้นก็อดขำไม่ได้

“ไม่ต้องไปแล้วมั้งเซเว่นน่ะ”

เมษาพูดแล้วนั่งลงบนโซฟาใจกลางบ้าน

“หิวหรอคะ ป้าทำข้าวต้มให้ว่าดีมั้ย ยังไงก็ดีกว่าไปซื้อขนมพวกนั้นกิน”

“โว่ะ!!!ไม่กงไม่กินมันแล้วป้า เห้ยป้า นี่คิมหันต์อ้วนจริงดิ”

“ไม่ค่ะ ไม่อ้วน อุ๊บ!! ฮ่าๆ”

เธอปิดปากขำหันหน้าหนีไปทางอื่น เมษาเองก็เช่นกันที่พยายามกลั้นขำ ก็แฟนหนุ่มอุ้มลูกไว้ในอกในท่าทางหัวเสียหุนหันกับรูปร่างตัวเองขึ้นมาซะเฉยๆ

“ใช่ คิมหันต์ไม่อ้วน”

กรรโชกดังไม่พอยังลุกไปส่องกระจกเป็นครั้งที่สอง หมุนตัวสองสามครั้งเขาก็ต้องหันมองไปทางกล่องรับข้อความเสียงอัติโนมัติข้างเสาที่มีเสียงของสิระและวสันต์ดังแจ้วให้ได้ยิน

“ไอ้คิมๆ เฮลโลวววว ข้ารู้นะว่าเอ็งยังไม่นอน”

เสียงวสันต์ดังให้ได้ยินตามมาด้วยเสียงบีบแตรรถของสิระที่รอให้ป้าแหม่มเปิดประตูหน้าบ้านให้ผ่านระบบเช่นกัน ทันทีที่รั้วใหญ่เปิดออกวสันต์ไม่รอช้าวิ่งนำหน้ารถสิระมาแต่ไกล เขาถอดรองเท้าทั้งสองข้างแล้วผลักบานประตูบ้านบานใหญ่ คลายความคิดถึงจึงสวมกอดเมษาจนอีกคนเซแทบล้ม

“โอ้ยยย คิดถึงจังเลยเมษาของเค้า พาน้องมาด้วยนะวันนี้ นู่นๆๆไอ้สิกำลังอุ้มมา รู้ว่าบ้านนี้ยังไม่นอนขอมาฝากท้องซักหน่อย ป้าแหม่ม มีอะไรเหลือให้กินบ้าง วสันต์หิ้ววววหิว เนี่ยๆๆๆท้องร้องไปหมดแล้ว”

พูดเป็นต่อยหอยคลายกอดจากเมษาวสันต์ปลีกตัวเดินเข้าครัวตรวจดูเองว่าพอจะมีอะไรให้กินบ้าง ป้าแหม่มยิ้มแล้วเดินตามเข้าไปเตรียมจัดอาหารค่ำให้ทุกคน ไหนๆก็หิวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

ตัดภาพมาที่สิระ เขาอุ้มน้องสิวาไว้ในอกเด็กน้อยพอรู้เรื่องมากกว่าธนินที่คิมหันต์กำลังอุ้มอยู่เช่นกัน ชายหนุ่มร่างสูงรักสะอาดเจ้าสำอางค์หวีผมเรียบแต่งตัวเฉียบจนผู้หญิงยังต้องอาย ปัจจุบันเหลือแต่สิระคนใหม่ที่ป้าแหม่มจำแทบไม่ได้ ก็เจ้าตัวนุ่งกางเกงขาสั้นเสื้อยับยู่ยี่เดินหัวฟูตาโหลลอยขอบตาคล้ำสะพายกระเป๋าขวดนมและน้ำต้มอุ่นกับผงนมชงสำเร็จ

“… โอย…เขยิบไปหน่อยขอนั่งด้วย”

สิระวางกระเป๋าแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆคิมหันต์ที่กำลังหยอกล้อกับน้องธนิน ทั้งสองมีสภาพไม่ต่างกัน นานแค่ไหนที่ไม่ได้เห็นพวกเขาแต่งหล่อสวมเสื้อหนังกางเกงยีนส์รองเท้าหุ้มข้อราคาแพง

“โอยย…ปวดหลังฉิบหาย เอ้าลงก่อนลูก พ่อขอคุยกับเพื่อนก่อน ไปเล่นบนเบาะนะครับนะ”

พูดไปหาวไปสิระค่อยๆวางน้องสิวาลงบนเบาะที่คิมหันต์ปูไว้สำหรับเจ้าตัวน้อย ตัวแสบประจำบ้านอย่างธนินที่แค่เห็นพี่สิวาก็ดีดดิ้นเบาๆทำท่าอยากเข้าไปหา

“หิวว่ะ หิว! หิว!”

หลังจากที่คิมหันต์ปล่อยให้ธนินอยู่กับพี่สิวาสองคน เขาก็เอนตัวพิงโซฟาข้างเพื่อนสนิท สิระขยี้หัวเบาๆหาวไม่หยุดหย่อนในชุดนอนเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้นยับยู่ยี่แถมยังมีคราบนำบนตัวเสื้อ ได้ยินอีกฝ่ายบ่นหิวจึงตอบสนองความต้องการด้วยการลุกขึ้นยืนแล้วฉุดมือคิมหันต์ให้ลุกขึ้นตาม พยักหน้าให้กันสองครั้งเอาเป็นว่าเข้าใจ สุดท้ายไม่วายเดินลากรองเท้าแตะกันกลางเซเว่นเห็นอะไรเป็นกวาดลงตะกร้า ไม่สนใจว่าจะมืดจะค่ำใกล้เวลานอน

“ไอ้คิม แซนวิชชาเขียวถั่วแดงน่ากินว่ะ คนละครึ่งเนอะข้ากลัวกินไม่หมด”

“เอาดิ เห้ยยย ไอ้สิ ป๊อกกี้สองแถมหนึ่งหยิบมาดิๆ ฟันโอด้วยสองห่อ ตรงนั้นอ่ะลดราคาอยู่”

ชี้ไม้ชี้มือแต่ตายังยืนเลือกขนมมันฝรั่งทอดกรอบห่อใหญ่ ในตะกร้ามีแต่น้ำอัดลมทั้งแบบกระป๋องและขวด คิมหันต์จัดการหยิบมันมาทั้งสองห่อสองรสเอาไว้เลือกกิน สิระหยิบขนมปังแถวยาวมาพร้อมกับกล้วยหอมสองใบคู่ นมข้นหวานเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ของกินต่างเต็มไม้เต็มมือหิ้วกันถุงใหญ่ยังไม่รู้ตัวว่าพนักงานเซเว่นต่างขำเบาๆให้กับรูปลักษณ์ที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ

เมื่อกลับเข้าตัวบ้าน คิมหันต์เดินผ่านหน้าเจ้าตัวน้อยทั้งสองที่กำลังเล่นกันวอแวร้องอ้อแอ้ตามประสาเด็กๆ ในครัวยังคงมีป้าแหม่ม เมษา และวสันต์กำลังทำมื้อดึก แต่หารู้ไม่ว่าข้าวต้มป้าแหม่มมันช้ากว่าเซเว่นที่มีขายทุกอย่างซ้ำยังของที่ซื้อมายังไร้ซึ่งประโยชน์

“หนมปังราดนมให้หน่อย ขอเยอะๆ หวานๆนะ”

คิมหันต์พูดแล้วยื่นแผ่นขนมปังสามแผ่นติดกันให้สิระในขณะที่สองมือชักกลับมาแกะซองขนมมันฝรั่งทอดกรอบแล้วป้อนสิระไปด้วย ผู้เป็นเพื่อนปากรับพร้อมเทนมข้นลงแผ่นขนมปังขาว ตามด้วยเทซ้ำอีกรอบเพื่อเพิ่มความหวาน

“ขอนมอีก หวานๆอ่ะเข้าใจป่ะเพื่อน”

“เข้าใจๆ ขอเลย์อีกดิ ขอป๊อกกี้ด้วยป้อนหน่อยๆ”

“เออๆ อ้ามมม”

คิมหันต์หยิบป๊อกกี้ช็อคโกแลตแท่งออกมาเป็นกำแล้วป้อนสิระทีเดียวหมดซอง สองคนดูท่าจะอร่อยและสนุกกับการกินขนมยามดึกจนลืมดูไปเลยว่าเด็กน้อยสองคนผลอยหลับไปก่อนแล้ว

“ไอ้สิ… ขอนมข้นอีก เทมาอีก หวานไม่พอ”

“ได้เพื่อน!!! เลี้ยงลูกมันเหนื่อยใช่มั้ยเพราะงั้นต้องเติมพลัง ได้ๆ เอาหนมปังมาเดี๋ยวม้วนแล้วจุ่มนมให้ข้นๆเลย”

สิระวางกระป๋องนมไว้บนโต๊ะตรงหน้าเขาแย่งขนมปังแถวในมือคิมหันต์มาแล้วหยิบมันประกบซ้อนทับสามแผ่น แต่แล้วเหมือนฝันของสองหนุ่มพังทลายเมื่อเมษาเดินมาจากข้างหลัง กวาดห่อขนมลงในถุงผูกปากแน่น แถมยังยึดกระป๋องนมข้นหวานน้ำตาลพุ่งมากอดไว้ในอก ยืนทำหน้าตาบึ้งตึงเขม่นตาอยู่ตรงหน้า

“พอเลย!! พอเลยทั้งคู่ กินอะไรไม่รู้ บ่นหิวแต่ข้าวไม่กินแล้วก็มากินขนม แล้วก็บ่นอ้วน โดยเฉพาะนายเลยคิมหันต์ ซักวันระวังเบาหวานจะขึ้นตา!!!”

“เห้!!เอาขนมชั้นมานะเห้ย”

คิมหันต์ลุกตามทำท่าจะแย่งถุงขนมในมือเมษาแต่ร่างเล็กชักมือกลับดันซ่อนมันไว้ข้างหลังแทน

“ไม่!! หิวก็ไปกินข้าว ข้าวต้มกุ้งเสร็จแล้ว สิระด้วย วสันต์ออกมาโดนแน่”

“นี่หมายความว่าถ้าชั้นอ้วนนายจะทิ้งกันไปใช่มั้ยห๊า!!”

“ไม่เกี่ยวกับอ้วน แต่มันเสียสุขภาพ กินบ้าอะไรนมข้นหวานเทซะหนาขนาดนั้น ไหนจะน้ำอัดลมอีก ข้าวปลาไม่กิน ครั้งที่แล้วก็อาหารเป็นพิษไม่ใช่หรอ กินไม่เลือก กินขนมมั่วไปหมด แล้วใครดูแลนอกจากชั้นกับป้าแหม่ม สิระก็เหมือนกันนะวสันต์เล่าให้ฟังว่าถ้ากินดึกจะปวดท้องบ่อยๆ ไหนทำไมมานั่งกินขนมกินน้ำอัดลมกันสองคน ชิ!! เลี้ยงเด็กยังไม่เหนื่อยเท่าพ่อๆมันดื้อกันเลย ห้ามอะไรไม่ฟังซัก!!!อย่าง!!! พวกนี้นิ!!!”

จริงจังเสียงดังจัดการเองทุกอย่าง เมษาขยำขนมในถุงให้แหลกเละจนกินไม่ได้แล้วโยนมันลงถังขยะซะให้พ้นๆหน้า คิมหันต์จิ๊ปากกอดอกขมวดคิ้วนิ่วหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะที่คนรักพูดออกมามันก็จริงทุกอย่าง ยาชุดเก่าหลังจากอาหารเป็นพิษก็ยังไม่หมด ส่วนสิระตอนนี้มีวสันต์ยืนอยู่ข้างหลังส่งยิ้มให้อย่างใจเย็นแต่ดูท่าจะไม่เป็นอย่างที่เห็นเพราะพี่ท่านเริ่มจะปวดท้องหน่วงๆขึ้นมาจนต้องยืนห่อตัว

“คืนนี้ถ้าปวดท้องกูจะให้มึงนอนนอกห้อง จำไว้ไอ้สิ แล้วช่วยร้องเบาๆด้วยลูกจะนอน กู ไม่ ชอบ ให้ สิ วา ร้อง ตอน ดึก”

วสันต์พูดข้างหูพร้อมโอบอุ้มสิวาที่กำลังหลับไว้ในอ้อมอก เขาจูงมือสิระแล้วส่งสัมผัสกำแน่นจนอีกฝ่ายรู้สึกได้ถึงแรงบีบ จบแล้วข้าวต้มมื้อดึกฝีมือป้าแหม่ม คุณสิระพยักหน้าตอบทำหน้าหงอยคิ้วตกปากคว่ำทำน่าสงสาร อดทานซะแล้วเพราะตนโดนคนรักดันหลังหนักให้เดินกลับไปที่ตัวรถเพื่อตรงดิ่งกลับบ้าน

ในส่วนของคิมหันต์จะมีอะไรนอกจากโกรธเคืองกันชุดใหญ่ คุณชายประจำบ้านพิพัฒนภูวดลนั่งกอดอกบนโซฟาหันหน้าหนีไปทางอื่น คืนนี้คงต้องฝากตัวแสบไว้กับป้าแหม่มพ่อและคุณป๊ามีบัญชีต้องเคลียร์กันยาว

“ที่ไม่ให้กินก็เพราะห่วง เดี๋ยวปวดท้องแบบคราวนั้นอีก กินมั่วไปหมด กินเยอะเกินไปไม่ดี นายก็รู้นี่”

ร่างสูงเบ้ปากยังคงหันหน้าหนี เมษาส่ายหัวอย่างเอือมๆเพราะการกระทำท่าทางไม่ต่างจากเด็กไม่น่าจะเห็นได้จากคิมหันต์ ร่างบางค่อยๆก้าวเดินเข้าไปใกล้แล้วนั่งลงบนพื้นด้านล้างท้าวคางลงบนหน้าตักส่งยิ้มให้ทั้งที่อีกฝ่ายไม่หันมาสบตาตอบด้วยซ้ำ

“นี่คิมหันต์ สนใจกันหน่อยสิ”

ใช้นิ้วชี้จิ้มตักเบาๆเรียกร้องความสนใจแต่เหมือนไม่เป็นผล

“ไม่ต้องมายุ่ง!”

ขึ้นเสียงแล้วชักเข่าหนีไปทางอื่น คิมหันต์เสียดายขนมปังแผ่นขาวกับนมข้นหวานที่เพื่อนรักตั้งใจบรรจงทำให้แถมยังนั่งป้อนกันสองคนอย่างอร่อยปาก

“ฮ่าๆ ไม่อยากให้ยุ่งจริงหรอ”

“ไม่ต้องมายุ่ง”

“อยากยุ่งอ่ะคุณพ่อ นะๆๆ ขอยุ่งด้วยคน นะ น้า…ดูสิ…พอมีลูกแล้วกินเก่งขึ้นเยอะเลย แก้มออกแล้ว”

พูดหยอกล้อกับคิมหันต์ เมษาขำบ้างเอียงหน้าไปทางซ้ายและขวาท้าวคางลงบนตักร่างสูงเป็นครั้งที่สอง คิมหันต์ขมวดคิ้วแน่นกระฟัดกระเฟียดเบียดตัวจนติดโซฟาเขาสะบัดขาแล้วลุกหนีเดินขึ้นบันไดบ้าน เดินลงส้นเท้ากระแทกหนักดังตึงตังอารมณ์เสียจัดอย่างเห็นได้ชัด

“หัวเสียขนาดนั้นเลยหรอคะคุณหนู….”

เมื่อพาน้องธนินเข้านอนเสร็จเรียบร้อยจังหวะเดียวกันป้าแหม่มค่อยปิดไฟในห้องของเธอแล้วเดินออกมาเพื่อให้คุณหนูตัวน้อยพักผ่อนนอนหลับสนิทได้เต็มที่ เหลือแค่คุณหนูตัวใหญ่ที่เอาแต่ใจแงงอนป๊าเมษากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เขาไม่ได้ตอบอะไรคิมหันต์หยุดยืนอยู่หน้าประตูก้มหน้านิ่งเพียงพัก

“โกรธที่หนูเมษาไม่ให้กินขนมหรอคะ”

“คิมหันต์ง่วง ฝันดีป้าแหม่ม”

ตัดประเด็นหัวเสียกับตัวเอง ลึกๆเข้าใจดีแต่ความน้อยใจนี้มันคืออะไร เงื้อมมือขึ้นเตรียมบิดกรประตูป้าแหม่มก็เดินมาฉุดข้อมือร่างสูงไว้ให้หันหน้าเข้าหาตน เธอลูบฝ่ามือทั้งสองข้างลงแก้มของคิมหันต์เบาๆทั้งส่งยิ้มให้กับความเอาแต่ใจที่บ่อยในสมัยเด็กๆ

“คุณหนูคะ…รู้รึเปล่าว่าแก้มของคุณหนู…หนูเมษาเขาหอมก่อนที่คุณหนูจะตื่นนอนทุกวันแหละค่ะ ป้าเห็น… จริงอยู่ที่ช่วงนี้คุณหนูอาจจะเหนื่อย เผลอกินเยอะจนแก้มออก เนื้อตัวดูนุ่มนิ่ม แต่ดูท่าหนูเมษาคงจะชอบแหละค่ะ ป้าเดินผ่านหน้าห้องก็เห็นแทบทุกวันว่ามี…หนูเมษาคอยคลอเคลียอยู่ตลอด”

คำพูดคำจาน้ำเสียงแผ่วเบาและเรื่องราวน่ารักๆทำเอาคิมหันต์หน้าแดงจัดไปจนถึงกกหู คุณหนูตัวร้ายหารู้ไม่ว่าต่อให้ยังไงแล้วก็ยังเป็นที่รักของเมษา คนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งก้มหน้าอยู่คนเดียวบนโซฟาชั้นล่างของบ้านเพราะร่างสูงไม่หายงอนซ้ำยังเดินหนีขึ้นห้องมาก่อน สิ้นสุดประโยคของป้าแหม่ม คิมหันต์เขิดเขิลเดินเกาต้นคอมาหยุดอยู่ที่ชั้นลอยของบ้าน เขาท้าวแขนลงบนอบระเบียงยืนนิ่งอ้ำอึ้งอยู่นานก่อนเอ่ยเรียกชื่ออีกคน

“นี่ เมษา!”

“อ อื้มมม”

เมษาขานรับเงยหน้ามองยิ้มอย่างฝืนๆ

“ขึ้นมานอนสิ ดึกแล้ว”

คิมหันต์พูดเสียงเอื่อยเมื่อรู้ว่าตนนั้นผิดเต็มประตู

“ยัง…ไม่ค่อยง่วงเท่าไร นอนก่อนเลยก็ได้”

ยิ้มให้อีกครั้ง เมษาเงยหน้ามองเป็นครั้งที่สองเห็นคิมหันต์ยืนเกาต้นคอแก้เขิล เขายืนทิ้งน้ำหนักไปที่ขาข้างเดียว ภายในอกใจมันเต้นดังตึกตักเมื่อต้องเอ่ยกล่าวบางสิ่งบางอย่างออกไป กลับกันมันทำให้เมษายิ้มไม่หุบรีบวิ่งขึ้นบันไดบ้านมาหาอย่างลุกลี้ลุกลนหลังจากคิมหันต์เอ่ยบอกว่า

“แต่ฉันง่วงแล้ว… แล้วก็อยากนอนกอดกันด้วย”

“มาแล้วๆๆ กอดหรอ กอดกัน คืนนี้กอดกัน”

“อื้ม เร็วเถอะ ง่วง”

“ไม่โกรธแล้วหรอ”

เมษาเขย่งขายื่นหน้าไปใกล้ๆจนปลายจมูกแทบชนแก้มคิมหันต์ เขาเอียงหน้าหนีแล้วก้าวขาเดินเข้าห้องทิ้งตัวลงที่นอนอย่างไวโดยที่มีเมษาเดินตามต้อยๆกอดแขนมาตลอดทาง ร่างสูงกระชับผ้าห่มเปิดโคมไฟแสงสีส้มบนหัวนอนหลับตาลงสนิท ดูท่าคงจะล้อจะเล่นได้บ้างเมษารีบมุดหัวเข้าผ้าห่มพรางใช้หน้าผากถูกอกอีกคนเล่นซ้ำๆเป็นการออดอ้อน

“อื้มมม นอนแล้วหรอ ไหนบอกจะกอดไงไม่เห็นกอดเลย”

“เงียบเหอะน่า ง่วง”

“ง่วงก็ง่วง นี่คิมหันต์…”

“อะไร”

คิมหันต์หลับตาตอบพร้อมดึงร่างบางมากอดตามที่พูดไว้ก่อนหน้า

“รักนะ…”

เอ่ยคำว่ารัก เมษาขำเบาๆก่อนจุ๊บลงปลายสันจมูกโด่งของอีกฝ่าย คิมหันต์หรี่ตามองลืมตาขึ้นหนึ่งข้างผงกศีรษะแล้วหลับตาลงต่อ พยักหน้าตอบเป็นการรับรู้ถึงคำพูดน่าฟังหวานหู

“รักทุกอย่างที่เป็นนายเลย รู้มั้ย”

“อื้มม…รู้น่า”

“แก้มกลมๆก็รัก เนี่ยๆ กินเยอะยังไงก็รัก ยังไงก็หล่อที่สุดอยู่แล้ว ฮ่าๆ”

“หยุดพูดแล้วนอนซะ ชั้นง่วง”

“อ้วนนะรู้ตัวป้ะ”

เอื้อมมือลงต่ำเมษาบีบเอวคิมหันต์เบาๆ ทำเอาดวงตาคู่เฉี่ยวลืมขึ้นทันทีก่อนที่ร่างบางจะโดนโถมทับอยู่เบื้องล่างยากที่จะดิ้นหนี สองแขนอ่อนแรงสองขาถูกจับคล้องรอบสันเอวอีกอีกฝ่าย เสื้อนอนถูกปลดกระดุมอย่างรวดเร็วไปจนถึงเม็ดสุดท้าย เมษาเหงื่อแตกผลั่กทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้แล้วว่ายังไงคืนนี้คงหนีไม่พ้นพ่อเสือตัวใหญ่ร้ายลึก ดูท่ากระต่ายคงโดนงาบแน่แท้

“อ้วนหรอ เดี๋ยวก็จับเบิร์นซะหรอก…ขย่มนิดขย่มหน่อยก็ผอมแล้วฉันน่ะ”

“อื้อ…ไม่นะคิมหันต์”

“ไม่ง่วงแล้ว อยากทำอย่างว่ามากกว่า”

1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลยhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

อ่านกันเล่นๆ หลังจากหายไปนานนนน

เอามาแก้เครียดดดดๆๆๆ ตอนนี้่ารักทุกคนเลย

โอ้ยยยๆ ชอบ สิระนี่มะไรจะได้เป็นพระเอกกับเค้าซักทีhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/2.gif

2016-12-30

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว