หวานใจวิศวะ
พี่นิวน้องมิลค์
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

พี่นิวน้องมิลค์

 

 

  

ไซต์งานบีทีเอส รถไฟฟ้าสายสีแสด

ร่างสูงกำยำในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก็อตกับกางเกงยีนส์ สวมหมวกนิรภัยและอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยพร้อมสรรพ กำลังเดินตรวจงานภายในเขตเทคานก่อสร้างสถานีที่ตัวเองมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลด้วยท่าทางคล่องแคล่วว่องไว

รวิศ อนุวัตรวงศ์ เขาคือวิศวกรเมนคอนแทรกเตอร์ หรือวิศวกรผู้รับเหมาหลักของบีทีเอส เขาเป็นหัวหน้าวิศวกรของบริษัท เอสวีจี จำกัด (มหาชน) มีหน้าที่หลักคือดูแลควบคุมงานเกี่ยวกับงานโยธาของรถไฟฟ้า เขาต้องดีลงานกับวิศวกรหนุ่มหล่อประจำไซต์อีกคนคืออัศวินแต่พักหลังมานี้อีกฝ่ายติดแฟนจนเขานึกหมั่นไส้ อัศวินเป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทที่อยู่ในก๊วนเดียวกัน

“ยังไม่ทันเลิกงาน ก็ดอดหนีไปเฝ้าแฟนอีกแล้วนะคุณมึง” รวิศบ่นเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ขับรถคู่ใจออกไปโรงพยาบาลอีลิทแล้ว เขาส่ายหน้าระอา บอกเลยว่าหากเขามีแฟนล่ะก็จะไม่มีทางเป็นแบบนี้แน่นอน แฟนก็ส่วนแฟน ไม่มีทางรักไม่มีทางหลงจนติดเป็นแฝดอินจันอย่างที่เพื่อนสนิททำ

“สวยว่ะ”

“ใครวะมายืนในไซต์งาน ไม่รู้หรือไงว่าเป็นเขตห้ามเข้า” คนงานสองคนคุยกัน

“เดี๋ยวฉันไปเรียกพี่พีมาดูดีกว่า” พี่พีที่ว่าคือหัวหน้าคนงาน เมื่อก่อนก็เป็นคนงานธรรมดาแต่รวิศสนับสนุนผลักดันจนเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้างาน

พีรพลเดินตามลูกน้องมาดูสาวสวยที่เข้ามายืนอยู่ในเขตก่อสร้าง “คุณเขามายืนตั้งแต่เมื่อไรทำไมไม่ไปบอกเขาว่าห้ามเข้ามา”

“พี่พีไปบอกคุณเขาดีกว่า พวกผมไม่แน่ใจอาจเป็นแฟนคนใดคนหนึ่งของนายช่างก็ได้” คนงานคนหนึ่งวิเคราะห์

พีรพลตัดสินใจเดินไปถาม ขณะที่รวิศยืนมองดูเหตุการณ์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เขาเห็นว่าสาวสวยคนนั้นหันหลังอยู่ เหมือนมองไปทางถนนเบื้องหน้า แต่พอพีรพลเดินเข้าไป สาวสวยในชุดกระโปรงสีม่วงก็หันหน้ากลับมา

พระเจ้าช่วย

‘นี่คนหรือนางฟ้ากันแน่วะ ทำไมสวยขนาดนี้ เอวคอดแถมโนตมจนล้นทะลักออกมาจากเสื้อขนาดนั้น’ รวิศเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“คุณครับ มาหาใครหรือเปล่าครับ นี่เป็นเขตพื้นที่ก่อสร้าง ห้ามเข้า” พีรพลบอกแล้วชี้มือไปที่ป้ายด้านหน้าที่มีคำว่าผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้า

สาวน้อยที่เข้ามายืนผิดที่ผิดทางหันไปมองที่ป้ายแล้วหันกลับมาทางคนงาน ความรู้สึกผิดรีบทำให้ขอโทษเสียงเจื่อน “ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่ารถของฉันเสียเลยขอมายืนหลบแดดตรงนี้ แต่ว่าเดี๋ยวฉันไปตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ” วันวิวาห์กำลังจะเดินออกไปแต่ว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามาร่วมวงด้วย

คนมาใหม่ตัวสูง หน้าตานิ่งขรึมจนคนมองเดาอารมณ์ไม่ออก

“มีอะไรกันเหรอ”

“นายช่าง” พีรพลหันไปทางคนที่มาใหม่ “คือน้องเขารถเสียแล้วมายืนหลบแดดครับ”

วันวิวาห์รู้สึกไม่สบายใจอยากรีบออกไปจากไซต์งานบีทีเอสตรงนี้ ถ้าหากรถไม่เสียอยู่เธอคงไม่เข้ามายืนเกะกะในนี้เด็ดขาด

“น้องเขาจะไปแล้วครับนายช่าง”

“ใช่ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปแล้วค่ะ ขอโทษคุณพี่แล้วก็คุณด้วยนะคะที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต” วันวิวาห์รีบยกมือไหว้ จากนั้นก็รีบเดินออกไป

รวิศเพิ่งได้สติจากคำเรียกที่อีกฝ่ายใช้กับเขา สาวน้อยคนนั้นเรียกนายพีว่าคุณพี่ ส่วนเขาเรียกว่าคุณ

“เดี๋ยวก่อน รถเสียแล้วซ่อมได้หรือยัง”

วันวิวาห์หันหน้ากลับมา จ้องตาคนที่มองเธอด้วยสายตาอ่านไม่ออก “คุณป้าของฉันเพิ่งโทร.เรียกรถมาลาก คงต้องรออีกสักพักค่ะ”

“งั้นก็รอที่นี่ก่อนก็ได้”

พีรพลเหลือบมองนายช่างใหญ่ของโครงการด้วยความประหลาดใจ ปกติอีกฝ่ายเฮี้ยบมาก ไม่เคยให้ใครทำผิดกฎระเบียบของไซต์งานเลย

วันวิวาห์ยิ้มออกมาพร้อมยกมือไหว้ “ขอบคุณมากๆ นะคะ”

“ไม่ต้องไหว้ก็ได้”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณป้าสอนฉันเสมอว่าถ้าใครช่วยเหลือเรา เราต้องขอบคุณ ถ้าเป็นผู้ใหญ่กว่าก็ให้ยกมือไหว้ด้วย มันเป็นธรรมเนียมที่ดีที่ควรปฏิบัติ”

รวิศเห็นท่าทางจริงจังของสาวน้อยก็คร้านจะอธิบาย เขาดึงสายตากลับมาจากเครื่องหน้าสวยๆ กระแอมครั้งหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ถ้าเสร็จธุระแล้วก็รีบออกไปจากที่นี่ เขตก่อสร้างไม่ใช่สถานที่ให้ใครมายืนเล่นเข้าใจไหม อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เผื่อเธอโชคร้ายเจอปูนหล่นใส่หัวเข้าจะแย่”

รวิศเตือนทั้งที่มันไม่เคยเกิดขึ้นในไซต์งานที่เขาควบคุมดูแล แต่ว่าอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่มีคาดคิด เขาเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดขึ้นกับสาวน้อยตรงหน้า

เสียงเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็กทำให้วันวิวาห์หน้าซีด จากที่คิดว่าจะยืนหลบแดดอีกหน่อย เธอคงต้องรีบไปก่อนที่เขาจะเอ่ยปากไล่ตรงๆ ที่จริงก็ไม่อยากมายืนหรอก แดดร้อนจะตายไป รถคันเก่าของเธอน่ะสิเกิดมาเสียอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

“นายช่างครับ “พีรพลสะกิดหัวหน้า “แดดร้อนขนาดนี้ น้องเขาจะไปรอที่ถนนได้ยังไงครับ เกิดเป็นลมไปจะทำยังไง อีกอย่างน้องเขาแต่งตัวมาขนาดนี้ขืนไปยืนคงเป็นจุดสนใจให้คนมอง”

รวิศส่งสายตาเรียบขรึมไปที่พีรพล ใครใช้ให้ออกความเห็น

“ฉันก็ไม่ได้ไล่น้องเขา เมื่อกี้แค่อธิบายว่าการยืนอยู่ในเขตก่อสร้างมันอันตราย” รวิศเอ่ยเสียงไม่ดังไม่เบา ตั้งใจให้สาวน้อยได้ยินด้วย เขาไม่ได้ไล่เธอแต่เธอคิดไปเอง “พีรพลนายต้องไปคุมลูกน้องทำงานไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้มายืนทำอะไรอยู่” รวิศถามเสียงเรียบแต่แววตาคมกริบเป็นประกายเฉียบขาด

“ครับๆ ผมจะไปพอดีเลย” พีรพลรับคำ พร้อมกับเกาหัวแกรกๆ เขาทำอะไรผิดทำไมนายช่างต้องหัวร้อนด้วย แต่ว่าคนห่วงงานก็รีบกลับไปคุมงานที่ตัวเองต้องดูแลทันที

วันวิวาห์ลอบมองคนที่ถูกเรียกว่านายช่างหน้าดุ เขาสูงยาวเข่าดี ร่างตึงแน่นอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ที่สวมก็พอดีกับสะโพกสอบไปจนถึงท่อนขาเพรียว เธอเจอนายแบบมามากแต่ไม่มีใครดูเท่ห์เท่าเขาเลย

แต่ว่าเหงื่อเต็มหน้านี่สิ เลยทำให้ความคูลถูกหักไปห้าคะแนน วันวิวาห์หมุนตัวจะเดินออกไปหาป้าแต่ถูกเรียกไว้

“เดี๋ยวจะไปไหน รออยู่ตรงนี้ก่อน” รวิศเรียก ไม่ลืมมองรอบๆ บริเวณที่สาวสวยยืนอยู่เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอันตรายจากของหล่นใส่หัวหรือเกะกะคนงานที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ

วันวิวาห์กะพริบตาปริบใส่เขา จะว่าเธอยืนงงในดงวิศวะก็ได้ เพราะตอนนี้นายช่างที่แต่งตัวเหมือนรวิศหลายคนก็มองมาที่เธอเป็นตาเดียวแล้ว วันวิวาห์รีบหันหลังหนีเพราะรู้ว่าชุดที่สวมอยู่มันล่อแหลมสายตาคนมอง

ดวงตากลมโตมองไปที่ป้าก็ยังเห็นว่าคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จสักที

“เอาไปใช้”

วันวิวาห์หันมาก็เห็นว่าเขายื่นร่มมาให้

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น