ขอขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ เมตตาแกะน้อยกดไลค์ กดแชร์ ให้กุญแจ แจกเหรียญ ตามจิตศรัทธาค่ะ

ตอนที่ 4 สุขสันต์วันเชงเม้ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 สุขสันต์วันเชงเม้ง

คำค้น : ฮาเร็ม, ผู้กล้า, ต่างโลก

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2559 00:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 สุขสันต์วันเชงเม้ง
แบบอักษร

ตอนที่ 4 สุขสันต์วันเชงเม้ง

 

          เพราะฉันเบื่อจะอธิบายให้มากความฉันเลยได้แต่ปล่อยเจ้าครอสให้คนเลี้ยงม้าดูแลต่อแล้วเดินเข้าห้องพักเพื่อให้อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเตรียมมากินอาหารค่ำ นักบวชหญิงคนหนึ่งวิ่งตามมาแจ้งให้ทราบว่าเย็นนี้จะมีแขกพิเศษมาร่วมโต๊ะอาหาร ให้ฉันเลือกชุดสวยงามได้ตามชอบใจ....ฉันก็ทำตามอย่างว่าง่ายเดินเข้าห้องไปไม่ตอบอะไรอีก

 

            ขณะเดียวกันด้านนอก เหล่านักบวชฝึกหัดจับกลุ่มเม้าท์กันอยากออกรส

 

            “องค์เทพีได้กล่าวอันใดหรือไม่” นักบวชน้อยที่ดูช่างจ้อที่สุดเอ่ยถามอยากอยากรู้อยากเห็น

 

            นักบวชหญิงที่เดินไปแจ้งข่าวแก่แพนโดร่าส่ายหน้าวืด ประมาณว่าไม่ได้เรื่องอะไรเพิ่มเติมสักอย่าง

 

            “แต่ข้าน้อยว่ามันต้องมี” เด็กรับใช้อีกคนกล่าวเสริมอย่างเป็นทางการ “ออกไปกับท่านฮาเดสแต่เช้ากลับมาเสียเย็น แถมองค์เทพียังดูเหนื่อยมาก”

 

            “ไอ้หยา...อย่าบอกนะว่า” นักบวชน้อยคนเดิมอุทานให้กับคนพูดที่พยักหน้าเสริมจริงจังสุดๆ

 

            ---

 

            “ฮัดชิ้ว...ฮัดชิ้ว...ฮัดชิ้ว!!” ฉันจามติดกันสามครั้งรวด ใครนินทาฟะ?

 

            ว่าแล้วก็เช็ดน้ำมูกน้ำลายแล้วออกมาจากห้องน้ำเพื่อเลือกเสื้อผ้า ฉันไม่ได้เลือกมากนักเพราะที่เตรียมไว้ให้สวยทุกชุด เลยหลับหูหลับตาหยิบเอาชุดสีขาวปักดิ้นทองมาใส่เพื่ออัพราศีความเป็นเทพให้มากยิ่งขึ้น

 

            เมื่อถึงเวลาเด็กรับใช้มาเชิญฉันไปยังห้องอาหาร มื้อค่ำนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ท่านผู้เฒ่าเท่านั้น ยังมีฮาเดส ดราคาเรียส ซิกฟรีด และผู้ชายอีกสามคนที่ฉันยังไม่เคยเจอรออยู่ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนคล้ายวันรวมญาติ ฉันส่งสายตาเชือดเฉือนให้ตัวการที่ปล่อยฉันไว้กลางเมือง เจ้านั่นตีหน้านิ่งไม่รู้สึกรู้สา ส่วนดราคาเรียสยิ้มแป้นให้ฉันแล้ววิ่งเข้ามากุมมืออย่างสนิทสนม “ข้ามารอองค์เทพีตั้งนาน วันนี้ก็สวยอย่างเคย”

 

            คำชมจากดราคาเรียสทำให้ฉันสะดุ้ง อย่างเคยคืออะไร ครั้งแรกที่เจอกันฉันเมาอ้วก...ถ้าเห็นว่าฉันสวยก็บ้าไปแล้ว!

 

            ฉันข่มสติเอาไว้ ร่างที่ข้ามมิติมามันก็คือร่างของฉันนี่แหละ แต่ลักษณะสีตา สีผม สีผิว อะไรพวกนี้มันเปลี่ยนไปตามเผ่าที่ได้ เมื่อเช้าฉันเห็นในกระจกว่าเส้นผมของตัวเองเป็นสีทองสว่างจนเกือบขาว ตาก็สีทองเหมือนกัน แต่เป็นทองซีดๆ ขุ่นๆ เรืองแสงคล้ายลูกแก้วผลึก ไม่ใช่ทองเข้มเหมือนของดราคาเรียส

           

            เขาจูงมือฉันเดินมาที่โต๊ะ ไม่ทันไรซิกฟรีดก็ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้ ค่ำนี้คนที่นั่งหัวโต๊ะคือฮาเดส ส่วนฉันโดนเด้งไปที่อื่น...ได้ยังไง จะบอกว่าตานี่ใหญ่กว่าเทพีอย่างฉันสินะ

 

            ถึงฮึดฮัดในใจแต่ฉันก็นั่งลงแล้วแจกยิ้ม ท่านผู้เฒ่านิโกไลคงรู้สึกได้ถึงบรรยากาศไฟแล่บระหว่างพวกฉันเลยชิงพูดเปิดงานขึ้นก่อน  “ในเมื่อฤกษ์งามยามดี ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ข้าน้อยขอถือโอกาสแนะนำเหล่าวีรบุรุษจากทั้ง 6 ทวีปแด่องค์เทพี”

 

            ดีกับผีน่ะสิ...แค่หน้าตาไอ้คนนั่งหัวโต๊ะก็เหมือนโดนบังคับมาเป็นเจ้าภาพงานเชงเม้งแล้ว

 

            ฉันถอนใจอย่างเนือย พยักหน้าเนิบให้บรรดาผู้เฒ่าทั้งสี่ที่ไม่ยอมมานั่งร่วมโต๊ะด้วย

 

            “ท่านแรกองค์เทพีคงคุ้นเคยดีแล้วเพราะใช้เวลาร่วมกันทั้งวัน” พอผู้เฒ่าโซคราโตสว่าแบบนั้นฉันก็รู้สึกสำลักน้ำลายตัวเองทันที “องค์ชายฮาเดส คาทซ์ สโครเนีย แห่งจักรวรรดิเฮเลียส”

 

            “อ้อ...ก็ดี” ฉันตอบส่งๆ ดูสีหน้าพี่แกตอนถูกประกาศชื่อ...จะเย่อหยิ่งไปไหน ทั้งหน้าทั้งคอเชิดจะเป็นยีราฟแล้วมั้งนั่น...แต่ลูกครึ่งนะ หัวมีเขายาวเป็นยีราฟเขาควาย...คิดดังนั้นฉันก็แทบกลั้นสีหน้าไว้ไม่อยู่จนอีกฝ่ายถลึงตาใส่หนึ่งที

 

            “อะแฮ่ม ท่านถัดมาคือองค์ชายซิกฟรีด อิจ-บราราห์ แห่งอาณาจักรนอร์เมดิค” ซิกฟรีกหันมายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนจนหัวใจสาวน้อยผู้บอบบางอย่างฉันสั่นไหว...อ้อ ลืมบอกตำแหน่งที่นั่งไป ฮาเดสนั่งหัวโต๊ะใช่มั้ย ฝั่งซ้ายมี ซิกฟรีด-ฉัน-ดราคาเรียส ส่วนฝั่งขวาที่เป็นฝั่งตรงข้ามเป็นคนที่ฉันยังไม่รู้จักทั้งสามคน

 

          “อาณาจักรนอร์เมดิค?” ฉันทวนอย่างสนใจ

 

            “เป็นอาณาจักรทางตอนเหนือสุดของแดนน้ำแข็ง ไว้ให้ข้าพาท่านไปนะ” พอเจ้าบ้านบอกอย่างนั้นฉันก็ผงกหัวรัวอย่างกระตือรือร้น แต่ไม่วายยังมีเสียงเรียกจากนรกมาขัดอารมณ์

 

            “เมืองเล็กๆ”

 

จะมีซักครั้งมั้ยที่ตาบ้าฮาเดสไม่หาเรื่อง ฉันล่ะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงชอบเปิดศึกกันนัก

 

ซิกฟรีดยิ้มละไม ดวงตาสีฟ้าซีดล่อลวงความรู้สึกฉันอย่างจัง “หากท่านแพนโดร่าให้ความสนใจต่อให้เป็นเมืองเล็กๆ ก็ถือเป็นเกียรติยิ่งนัก”

 

โอ๊ย...นี่ถ้าฉันเป็นผู้หญิงนะลงไปละลายกองแทบเท้าซิกฟรีดแล้ว...อะไรนะ...ฉันเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว...อ่อ...โทษที ลืมไป

 

ฉันยิ้มแก้มแทบแตก...ไม่สนใจสีหน้าฮาเดสเมื่อเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในประโยคนั้น...งงเหรอ อย่างงี้...ซิกฟรีดบอกว่าถึงตรูจะเป็นเมืองเล็กแต่เทพีก็สนใจถาม ส่วนเอ็งเมืองใหญ่ก็คิดดูเอาเองละกัน

 

ท่านผู้เฒ่าทั้งสี่เหงื่อตก ฉันเดาว่าคงแอบท่องมนต์กันลูกหลงกันแล้วแน่นอน ฮ่าๆๆ

 

“ข้าแนะนำตัวอีกครั้งละกัน” ดราคาเรียสยิ้มร่า ไม่พลาดโอกาสที่จะได้เปิดตัวอย่างโดดเด่น “ดราคาเรียส ดราโกนอส แห่งสหพันธรัฐสิบสองปีก”

 

ฉันยิ้มให้ดราคาเรียสพลางคิดในใจว่าแต่ละทวีปก็ปกครองหลายแบบแตกต่างกันไปแฮะ

 

“องค์ชายพะย่ะค่ะ...องค์ชายดราคาเรียส” ท่านผู้เฒ่าโซคราโตสเสริม

 

“โอ๊ย...เรื่องยศช่างมันเถอะ แทบจะไม่มีความหมายอะไรแล้ว” เจ้าตัวบอกอย่างไม่ถือสา เป็นไปได้ว่าเมืองของเขากำลังจะเข้าสู่ระบบขุนนางบริหารราชการ

 

ดราคาเรียสยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันพลางจ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์ จนฉันต้องเอนตัวไปข้างหลังอย่างไม่มั่นใจ...หน้าฉันมีอะไรติดหรือเปล่า

 

“ข้ามีแต่ตัวกับหัวใจองค์เทพีจะรังเกียจรึเปล่าน้า” เสียงทุ้มเอ่ยล้อๆ จนฉันหน้าแดงแป๊ด...พี่จะจีบหญิงพร่ำเพรื่อเพื่ออะไรเนี่ย ใจเต้นแรงเลย...ฮ่วย!!

 

ท่านผู้เฒ่าเห็นสถานการณ์ดีขึ้นเลยรีบแนะนำต่อ “ส่วนท่านนั้นคือท่านดยุคอาร์ซาเซลส์ ฮิวลอด์ แห่งอาณาจักรเอเมอล็อทต์”

 

ฉันมองผู้ชายคนที่ถูกแนะนำตัวว่าชื่ออาร์ซาเซลส์นิ่งๆ ได้แต่นึกชมในใจว่าเขาเป็นคนที่มีเสน่ห์เอามากๆ กระพริบตาทีนี่เห็นขนตางอนยาวเสียยิ่งกว่าผู้หญิง เส้นผมของเขาเป็นสีบลอนด์เข้มกว่าฉันนิดหน่อย มัดรวบไว้หลวมๆ ดวงตาสีม่วง พอรวมเข้ากับเสื้อคลุมขุนนางชั้นสูงสีกรมท่าคอตั้งขลิบทองยิ่งดูสูงศักดิ์สุดๆ อะไรจะไฮโซเบอร์นั้น

 

เขาโค้งศีรษะให้ฉันอย่างสุภาพ ไม่พูดอะไรต่อ

 

“ท่านถัดมาคือองค์ชายวาดิช กริกอเรียร์ แห่งสหราชอาณาจักรสกายา” เพราะรายนี้ก็ไม่ใส่ใจจะปิดบังข้อมูลเหมือนกันฉันเลยจ้องอย่างสนใจ

 

ชื่อ : วาดิช กริกอเรียร์      เผ่า : แวมไพร์

เลเวล : 57                    ชนชั้น : เจ้าชาย             อาชีพ : เนโครแมนเซอร์

 

            ริมฝีปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มแป๊บเดียวก่อนจะเรียบเฉยเหมือนเดิม ดวงตาสีแดงก่ำเหมือนแก้วไวน์ที่เจ้าตัวกำลังถือยกขึ้นเป็นเชิงเชื้อเชิญให้ฉันดื่มเพื่อทำความรู้จัก

 

            ฉันยกแก้วตัวเองตอบรับ สังเกตเห็นว่าผิวของเขาซีดขาวมากจนแทบกลืนไปกับเส้นผมที่เป็นสีขาวซึ่งตัดสั้นเพียงท้ายทอย ส่วนด้านหน้าเสยเรียบร้อยเปิดหน้าผากของเจ้าตัวให้ดูสง่าขึ้นไปอีก

 

            มาถึงตรงนี้ฉันยังไม่ได้พูดอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักเปิดพิเศษ จึงตัดสินใจว่าไหนๆ แล้วก็รอฟังให้ครบแล้วค่อยพูดทีเดียวแล้วกัน

 

            ท่านผู้เฒ่ายังคงทำหน้าที่พ่อสื่อและเจ้าบ้านอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แอบส่งสายตาให้ฉันอย่างคาดหวังเป็นระยะ...ฉันรู้หรอกน่า อยากให้ฉันเลือกใช่มั้ย ขอบอกเลยว่าช้าก่อน...ฉันเลือกตอนนี้พวกมันได้ไม่ยอมรับผล สู้กันฉิบหายแน่นอน...ฉันล้อเล่น ฉันไม่ได้แคร์ภารกิจนี้แล้ว เหตุผลจริงๆ คือขอซุ่มเก็บเลเวลแล้วใช้คาถาหนีกลับบ้านดีกว่า วะฮะฮ่า

 

            “ท่านสุดท้ายคือองค์ชายแคสปาร์ มิทธริลากอส แห่งจักรวรรดิซีไนล์” หลังจากบรรยายจบอย่างโล่งอกท่านผู้เฒ่าก็กล่าวลาพวกฉันกะทันหัน

 

ฉันเริ่มใจแป้ว อย่าบอกนะว่าพวกตาแก่นี่ตั้งใจจะปล่อยเกาะฉันให้ลำพังท่ามกลางสายตาฟาดฟันของเจ้าพวกนี้ ฉันอยากร้องไห้ แต่ไม่วายแอบสแกนเจ้าชายแคสปาร์ที่มีผิวสีแทนเข้ม ดวงตาของเขาสีอ่อนจัดเหมือนกับเทอร์ควอยซ์ เป็นความตัดกันที่ดูทรงอำนาจเหมือนกับเสือดำตัวโต

 

ฉันนั่งเกร็ง ถ้าไม่เพราะซิกฟรีดทำลายเดดแอร์ขึ้นมา “กินอาหารกันเถอะ...ท่านทานเยอะๆ”

 

จ๊ะ...พ่อยอดชาย

 

ฉันแทบน้ำตาไหลซาบซึ้งในความเป็นสุภาพบุรุษของซิกฟรีด ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังหยิบเครื่องเคียงนู่นนี่จากกลางโต๊ะมาให้ฉันด้วย อีกด้านก็ดราคาเรียสเริ่มคุยเล่นกับพวกเพื่อนเจ้าชายด้วยกันบรรยากาศบนโต๊ะอาการเริ่มเหมือนงานรวมญาตินัดเชงเม้งขึ้นทุกที

 

โอเค...ฉันว่าฉันอยู่ได้

 

เริ่มใจชื้นไม่ทันไรฉันก็รู้สึกถึงสายตาอำมหิตของฮาเดส

 

โอเค...ฉันว่าฉันไม่อยากอยู่แล้ว เฮียแกเป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉันใช่ม้ายยยย...

           

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว