ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 11 งานแถลงข่าว 2

ชื่อตอน : CHAPTER 11 งานแถลงข่าว 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2559 19:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 11 งานแถลงข่าว 2
แบบอักษร
CHAPTER 11
งานแถลงข่าว 2
 
 
 
 
 
        “เชิญทางนี้ครับคุณหนู”
        เอเลนเดินนำเด็กหนุ่มทั้งสองไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งตลอดรายทางเงียบสงัดและไร้ผู้คนอย่างแปลกประหลาด
        “นายท่านอยู่ในห้องนี้ครับ”เอเลนยิ้ม
        “เสียงดังมากเลย…”เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เช่นเดียวกับแอชเชอร์ที่ขมวดคิ้วแปลกใจไม่ต่างกัน เสียงฮือฮาและเสียงราวกับกำลังตะโกนพูดดังลั่นไปหมดจนลอดออกมาจากประตูซึ่งหนาเอาการ
        ข้างในนี้มัน…
        “นายท่านกำลังรอคุณหนูอยู่…พร้อมท่านเว่ยหวง”
        “ปาป๊า”
        “โอ๊ยๆๆ คุณหนูมาแล้ว!”
        “พี่แอเรียล”กรพินธุ์ยกยิ้มขณะที่มองดูร่างสูงโปร่งของพี่เลี้ยงวิ่งเข้ามากอดเข้าเต็มรัก ชายหนุ่มระบายรอยยิ้มเต็มใบหน้าก่อนจะหันไปขยิบตาใส่แอชเชอร์อย่างอารมณ์ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเหลือเกินเพราะพวกเขาทั้งคู่ไม่ค่อยถูกกัน
        “ทุกคนกำลังรออยู่เลยครับ ไปกันเถอะ”
        “ในนี้มันมีอะไรกันแน่เนี่ย”แอชเชอร์อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา เพราะดูสองฝาแฝดจะพูดแฝงความนัยเหลือเกิน รอจนกระทั่งคนของเอเลนตีวงล้อมคุณหนูของตนเสร็จ ประตูบานหนาก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมๆกับที่เสียงฮือฮาจนชวนให้ตกใจจะดังก้องขึ้น…
        “นั่นไง เด็กคนนั้น!”
        “คนที่อยู่ในคลิป ถ่ายเอาไว้ ถ่ายๆๆ!”
        “ข่าวใหญ่แน่ๆ ท่านเว่ยหวงออกโรงเองแบบนี้!”
        “เด็กคนนี้เป็นใครกัน”
        “แซ่ดๆๆๆ”
        แสงแฟลชที่กระหน่ำเข้าใส่ทำให้กรพินธุ์สะดุ้งเฮือกไม่กล้าก้าวต่อ เขาหลบซุกอยู่ข้างหลังแอชเชอร์ที่ตกใจไม่แพ้กันจนกระทั่งเสียงดังกึกก้องเรียกชื่อเขาจะดังขึ้น…
        “น้องกรีน!”
        “…ปาป๊า”
        อ้อมแขนที่อ้าออกของชายวัยกลางคนทำให้ดวงตากลมรื้นไปด้วยหยดน้ำอุ่นๆก่อนจะแข่งกันไหลไม่หยุด กรพินธุ์วิ่งผ่าฝูงชนเข้าไปหาเว่ยหวงก่อนจะกอดรัดแน่นท่ามกลางเสียงฮือฮาไม่เข้าใจปนงงๆของผู้คนที่ออกันเป็นกลุ่มของนักข่าว
        “หน้าช้ำเชียวเด็กน้อยของปาป๊า…”
        “ฮือออๆๆ…”
        นับตั้งแต่ตกเป็นของลี่ซาน กรพินธุ์นับจำนวนครั้งที่ได้เจอกับร่างของพ่อเลี้ยงได้ครบ ซึ่งน้อยครั้งเหลือเกินที่จะได้เจอกันแบบนี้นอกเสียจากโทรหา เว่ยหวงลูบศีรษะเล็กอย่างใจหาย…ใบหน้าน่ารักที่เขาเฝ้าถนุถนอมนักหนา บัดนี้ช้ำไปหมดทั้งรอยถูกตบเก่าใหม่และรอยขีดข่วน
        เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นบ้างหนอกับลูกรักของเขา?
        “เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบ ผมก็จะขอพูดในส่วนของผมซักที”
        เสียงเรียบๆของลี่ซาน ซึ่งยืนขึ้นเต็มความสูงเรียกความสนใจจากทุกคนได้อย่างเชียบพลัน ร่างสูงเบนใบหน้ามามองเด็กหนุ่มซึ่งหลุบสายตาลงโดยอัตโนมัติ มุมปาก…ซึ่งปกติมักจะเรียบตึงและเม้มเป็นเส้นตรง บัดนี้ยกยิ้มขึ้นจนกลายเป็นมุมโค้งพระจันทร์ได้อย่างน่าดู
        “ผมไม่เคยพูดว่าผมจะแต่งงานกับใครหรือกับเธอ…เมนี่”
        “ซาน!!”เมนี่กรี๊ดเสียงดังอย่างตื่นตระหนก หญิงสาวชาวาบไปร่างเมื่อสบตากับเขาที่เธอหลงคิดไปไกลว่ารักเธอนักหนา ลี่ซานมองเธออย่างว่างเปล่า…
        “หมายความว่ายังไงคะ!”
        “แล้วทำไมเมนี่ถึงได้บอกกับสื่อหลายครั้งว่าคุณขอเธอแต่งงาน!”
        “แหวนบนนิ้วของเธอคืออะไรครับ!”
        “เรื่องนี้หมายความว่ายังไง!”
        “ตอบด้วยครับคุณลี่ซาน!”
        “…ก็ตอบไปแล้ว ว่าผมกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน นอกเสียจากคนเคยควง”
        “ซาน!! ทำไมคุณพูดแบบนี้ล่ะคะ ไหนบอกว่าคุณรักเมนี่ไงคะ ทำไมทำแบบนี้! …มะ ไม่จริงนะคะทุกคน ซานเขาแค่โกรธเมนี่ที่เมนี่…!!”
        “ฉันเคยพูดตอนไหนว่ารักเธอ”
        “!!!”
        หญิงสาวตกใจหนัก ร่างสูงโปร่งเซถลาเมื่อถูกแกะมือออกจากแขนแกร่งด้วยฝีมือของบอดี้การ์ดร่างเล็กอย่างแอเรียล 
        “ปล่อยนายท่าน”ร่างโปร่งพูดเสียงเย็นอย่างเคียดแค้น ภาพเมื่อวันก่อนที่คุณหนูของตนถูกกระทำหลายครั้งทำให้ความโกรธมากมายไหลเข้ามาในหัวใจของชายหนุ่มจนต้องกัดฟันกรอดๆระงับเอาไว้ ซึ่งหญิงสาว เมื่อถูกแกะมือออกอย่างนั้นก็โมโหเช่นกัน เธอร้องกรี๊ดอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ ถลาเข้าไปกอดร่างสูงหนาเอาไว้พร้อมกับร้องไห้ออกมาเพื่อร้องเรียกความน่าสงสาร
        “ซาน ซานอย่าทำอย่างนี้กับเมนี่นะคะ ซานต้องปกป้องเมนี่ เมนี่ไม่ได้ทำอะไรผิด ซาน…”
        “ฉันเคยบอกเธอแล้วว่าอย่าทำตัวเป็นเจ้าของๆฉัน”
        “เมนี่ขอโทษ เมนี่รักซานนะคะ ซานยกโทษให้เมนี่นะคะ นะ”
        สื่อข่าวต่างงงงันไปตามๆกัน เมื่ออยู่ๆผู้ที่ควรจะเชิดหน้าขึ้นกลับกลายเป็นฝ่ายร้องไห้ฟูมฟายไม่ห่วงสวย เธอกอดร่างของคนที่เธอเคยบอกกับสื่อปาวๆว่ารักเธอนักหนาแน่น ทั้งๆที่ดูเหมือนว่าเขาคนนั้นจะไม่ได้รักเธออย่างที่เธอบอกเลยซักนิดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
        “…แล้วก็เรื่องคลิป ที่เธอปล่อยมันออกมา”ชายหนุ่มหยุดพูด ก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวที่เนื้อตัวสั่นไหวราวกับกลัวว่าใครบางคนจะล่วงรู้บางสิ่งบางอย่างที่เธอทำ
        “มันเป็นคลิปตัดต่อ”
        แซ่ดๆๆๆ!!!
        แชะๆๆ!!
        “ไม่จริงๆ!! มันไม่ใช่เรื่องจริง!! ซานคะ! ก็มันมายุ่งกับซานก่อน ซานเป็นคนรักของเมนี่!”
        “แต่ผมยืนยันได้นะครับว่าจริงๆแล้วในคลิปวีดีโอกับภาพกล้องวงจรปิดมันสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง”
        แซ่ดๆๆ!!!
        ทุกอย่างยิ่งวุ่นวายมากขึ้นไปอีกเมื่ออยู่ๆผู้ชายในชุดบริกรเรียบร้อยก็ก้าวออกมาพร้อมกับสตรีในชุดสูทคล้ายผู้จัดการร้านอาหาร
        “ผมเป็นบริกรที่อยู่ในเหตุการณ์และนี่คือผู้จัดการร้านอาหารที่เกิดเรื่องครับ”
        “สวัสดีค่ะ…ดิฉันเป็นผู้จัดการร้านอาหารร้านนั้นค่ะ นี่คือภาพในกล้องวงจรปิดของวันที่เกิดเรื่อง ซึ่งจริงๆแล้วเด็กคนนั้นกับคุณซานกำลังทานอาหารกันอยู่ดีๆแล้วคุณเมนี่ก็เข้ามาหาเรื่องเขาก่อนค่ะ”
        เสียงฮือฮาดังขึ้นก่อนที่ภาพซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นภาพจากกล้องวงปิดจะฉายขึ้นจอมอนิเตอร์
        ซึ่งตอนจบ ลี่ซานเหวี่ยงตัวกรพินธุ์ไปให้เอเลนรับไว้ ส่วนตัวเองก็ผลักเมนี่ให้ออกห่างจากกรพินธุ์ต่างหาก! ซ้ำยังด่าเสียงดังถึงความก้าวก่ายเกินพอดีของเธอที่ทำกับกรพินธุ์!
        “ไม่จริง!!! ไม่จริ๊ง! ซาน ซานต้องช่วยเมนี่นะคะ เมนี่รักซาน ฮืออออๆๆ”เธอเขย่าแขนแกร่งเรียกร้องความเห็นใจ ซึ่งก็ถูกลี่ซานแกะออกอย่างไม่แคร์ใดๆทั้งสิ้น เธอร้องกรี๊ดเมื่อถูกสื่อทุกแขนงรุมถามคำถามเต็มไปหมดเกี่ยวกับความจริงต่างๆที่เธอเคยพูด
        ว่ามันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ!
        “บอกอีกครั้งนะว่าผมกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันนอกเสียจากคนเคยควง แล้วเด็กคนนั้นก็ไม่ได้เป็นมือที่สามของใคร…”
        “มันเป็นเมียน้อยของซาน มันเข้ามาแย่งความรักของฉัน!! ซานเลี้ยงดูมัน!”
        “ก็ใช่”
        “แซ่ดๆๆ”
        “หมายความว่ายังไงคะคุณซาน กรุณาตอบให้กระจ่างด้วยค่ะ!”
        “ชื่อของเขาคือลี่เหลยอู่…”
        “มันเป็นเด็กที่ซานเลี้ยงเอาไว้บำเรอ! ซานตอบไปซิคะ! ว่ามันเองก็อยู่ในฐานะไม่ต่างอะไรจากเด็กขายตามซ่องหรอก!”
        พลั่ก!
        กรี๊ดดดดดดดด!!
        หญิงสาวกรี๊ดร้องด้วยความโกรธจัดเมื่ออยู่ๆใครซักคนก็ขว้างอะไรบางอย่างใส่หัวเธอ
        “ถ้าหล่อนพูดจาให้ร้ายลูกชายของฉันอีกแม้แต่คำเดียว อย่าหาฉันไม่เตือนหล่อนไม่ได้นะ”
        ราวกับความกดดันแผ่กระจายไปตามอณูอากาศที่ใช้หายใจร่วมกัน ทั่วทั้งห้องพลันหน้าซีดและหนาวเหน็บไปทั่วทั้งร่าง เมื่อผู้เป็นใหญ่แห่งอาณาจักรลี่ผงาดตัวขึ้นมาด้วยท่าทางและสีหน้าที่แสนดุดันไม่ต่างอะไรจากทายาทเพียงหนึ่งเดียวของท่านอย่างลี่ซาน ราวกับพร้อมจะฆ่าใครให้ตายตกไปตามๆกัน…
        ทั้งพ่อและลูก…
        “คะ คุณพ่อ…”
        “ใครพ่อของแก”
        !! เมนี่หน้าเสีย ซีดสลับแดงด้วยความอับอายที่โดนหักหน้าท่ามกลางฝูงชนนับร้อยๆ
        “…เหลยอู่คือลูกบุญธรรมของฉันเอง”
        “หมายความว่ายังไงคะท่าน!”
        “บอกหน่อยเถอะค่ะ ว่าเขาคือใครกันแน่”
        “เขาเป็นเด็ก เอ่อ อย่างที่คุณเมนี่บอกหรือเปล่าคะ?”
        “ถ้าไม่อยากโดนดีอย่าถามคำถามแบบนี้อีกนะ”
        “!!!”
        นักข่าวคนหนึ่งที่ยิงคำถามหน้าซีดเผือด เมื่อถูกไม้เท้าเรียวยาวที่ได้กลับคืนมาชี้หน้า
        “ฉันเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็ก ตัวเท่านี้…”
        ผู้ที่กอดกรพินธุ์อยู่ยกมือขึ้นข้างหนึ่งเพื่อขนานมันกับพื้นทำท่าประกอบ เด็กหนุ่มอดจะยกยิ้มไม่ได้เมื่อผู้ใหญ่ที่เขารักมากไม่ต่างจากพ่อแท้ๆพยายามเล่าเรื่องให้มันประติดประต่อด้วยท่าทางที่คิดขึ้นมาเอง
        “เลี้ยงมาเพื่อ เอ่อ…”
        “ทำไม?!”
        ดวงตารีเรียวคล้ายลูกชายของท่านตวัดฉับ ความกดดันที่ฉายวาบผ่านดวงตาส่งให้ผู้ตั้งคำถาม คล้ายเตือนกลายๆหากถามคำถามไม่เข้ารูหู เขาไม่ปล่อยเอาไว้แน่
        “เอ่อ แล้ว เอ่อ แสดงว่าคุณหนูเหลยอู่คือน้องชายของคุณลี่ซานใช่ไหมครับ ไม่ใช่เมียน้อยหรือมือที่สามอย่างที่คุณเมนี่บอก”
        “ใช่…”
        “ไม่จริง! พี่น้องอะไรกอดกันนัวเนียแบบนั้น ที่ฉันเห็นน่ะซานปฏิบัติกับมันอย่างกับเมีย!”
        เมนี่พูดอย่างเหลืออด ในเมื่อเธอแทบจะไม่เหลืออะไร ลี่ซานก็ต้องโดนประจานบ้างอย่างสมน้ำสมเนื้อ!
        “ปาป๊า…”แต่ทว่าเด็กหนุ่มกับหน้าซีดไปหมดเมื่อเมนี่พูดราวกับรู้ว่าทั้งเขาและลี่ซานหาได้คิดแบบพี่น้องทั่วไป เด็กหนุ่มหัวใจเต้นรัวไปหมดจนน่ากลัวว่ามันจะกระดอนออกมานอกอก กลัวเหลือเกินว่าปาป๊าที่เขารักจะรับไม่ได้ที่เขาเป็นอะไรกับลี่ซานในตอนที่ท่านไม่อยู่
        ทำอะไรลับหลังท่าน!
        แวบหนึ่งที่ท่านหันไปสบตากับลูกชายแท้ๆอย่างโกรธจัด…
        กรพินธุ์หนาววาบไปทั้งร่างกับความนัยของดวงตาคู่นั้น…ไม่ต่างอะไรเลยกับคนของลี่ซานที่รู้อยู่เต็มอกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากแต่ปิดปากเงียบไม่ยอมรายงานอะไรแก่นายที่ใหญ่กว่าลี่ซาน อย่างลี่เว่ยหวง
        “แล้วมันผิดตรงไหนกัน?”
        “…”
        “ก็เหลยอู่เป็นเจ้าสาวของลี่ซานลูกชายฉันนี่”
        !!!
        “เจ้าสาว!!”
        “ก็ฉันเลี้ยงเขามาเพื่อที่โตขึ้น เขาก็จะกลายมาเป็นเจ้าสาวของลี่ซานนี่นา แล้วมันผิดตรงไหนที่พวกเขาจะปฏิบัติกันอย่างคนรัก”
        “ท่านบอกว่ารับเขาเป็นลูกบุญธรรม!”
        “รับแต่ในนาม…ฉันเตรียมยื่นทะเบียนสมรสเมื่อเหลยอู่ของฉันบรรลุนิติภาวะเต็มสิบแปด หลักฐานมีพร้อมทุกอย่าง ถ้าต้องการดู เมื่อเราพร้อมเราจะเอาออกมาให้ดูเมื่อกลับไปถึงบ้าน”
        “เรื่องจริงเหรอเนี่ย งั้นที่เมนี่พูดก็โกหกหมดเลยน่ะซิ!”
        “แน่อยู่แล้ว…เพราะตราบใดที่ฉันยังไม่อนุญาตให้ไอ้ลูกชายแตะต้องตัวเหลยอู่ได้ มันสามารถออกไปหาเศษหาเลยได้ตามใจ เพราะถึงยังไง มันก็แค่คนชั่วคราวเท่านั้น…”
         น้ำคำที่ประมุขใหญ่ใช้นั้น เล่นเอาหญิงสาวหลายๆนางอึกอักด้วยความกระดากอาย คำพูดตรงๆที่แทบไม่ต่างอะไรเลยกับคำที่บอกว่าทายาทของท่านสามารถไปหา‘เศษเลยกับคู่นอน’ได้ถ้าท่านยังไม่อนุญาตให้แตะเด็กหนุ่มผู้นั้น เท่ากับว่าทุกคนคือ‘คู่ขา’ดีๆนี่เอง!
         “กรี๊ดดดดดดด!!!!”
         “งั้นฉันประกาศเลยแล้วกัน ว่าเด็กคนนี้คือเจ้าสาวของลี่ซาน!”
        “กรี๊ดดดดดๆๆ แก!! แก๊!!!!”
        สิ้นเสียงประกาศลั่นของลี่เว่ยหวง หญิงสาวนางแบบดังที่ต้องทนกับสายตาต่างๆมากมายก็รับไม่ได้ขึ้นมา เธอพุ่งตัวเข้ามาหากรพินธุ์ที่ยืนก้มหน้าอยู่ก่อนจะฟาดมือลงบนใบหน้าและตามเนื้อตัวขาวๆที่ฟกช้ำอยู่แล้วของเขาอย่างไม่ยั้งมือ ท่ามกลางความตกใจของชุดคุ้มกันและลี่เว่ยหวงที่ถูกผลักจนเซ!
        บังอาจ!
        “ซานเป็นของฉัน! ได้ยินไหมห๊ะว่าเขาเป็นของฉัน!! กรี๊ดดดด!!!”
        “ปล่อยนะ! โอ๊ย!”
        “แกตายแน่!”
        “กรีน!”
        ความเจ็บปวดหายไปอย่างเฉียบพลันเมื่อมือแข็งแรงของลี่ซานกระชากร่างของเมนี่ให้ออกไปให้พ้นจากตัวเขา ชายหนุ่มอุ้มตัวของกรพินธุ์ขึ้นแนบอก เด็กหนุ่มกอดรัดร่างที่สูงกว่าแน่นอย่างตกใจปนโล่งใจที่ในที่สุด เขาก็หลุดพ้นข้อกล่าวหา
        เสียงกรี๊ดของเมนี่ยังดังลั่นไม่หยุด แว่วๆว่าเขาได้ยินเสียงตวาดลั่นของปาป๊าที่โมโหจนฟิวส์ขาดสะบั้นดังอยู่ไม่ไกลนัก กรพินธุ์กอดร่างที่อุ้มเขาแน่น หูที่ได้ยินแต่เสียงวิ๊งๆพยายามเงี่ยฟังจับใจความ
        “แผลมาจากไหนอีกแล้ว…”เสียงกระซิบก้มลงพูดกับเขา
        “เพื่อนตี…”
        “เพื่อนไหน”น้ำเสียงดุๆพูดเสียงเย็น กรพินธุ์ก้มหน้าลงต่ำ เด็กหนุ่มถูกอุ้มมาวางลงกับเก้าอี้แถวๆนั้นก่อนที่ชายหนุ่มจะทรุดตัวลงแล้วนั่งชันเข่าอยู่เบื้องหน้า
        “อย่ากลัว…ที่ตรงนี้มีแค่นายกับฉัน…”
         มือที่ใหญ่กว่าของเขาหลายเท่าลูบเบาๆไปตามใบหน้าช้ำๆด้วยความไม่พอใจ ดวงตา…ที่เขาเอาแต่หลบด้วยความกลัวจ้องมองมายังเขา กรพินธุ์ถูกมือนั้นล็อคใบหน้าเอาไว้ไม่ให้เบนหลบ
        “…”
        “ตอบเร็ว”
        “เพื่อนที่ชื่อเอลลี่!”
        “แอชเชอร์!”เสียงเล็กๆเปล่งออกมาจากลำคอด้วยความหวั่นวิตก ขณะที่มองร่างของเด็กหนุ่มที่กอดอกยืนเชิดหน้าอยู่ไม่ไกล เขากลัวว่าความช่างฟ้องของเพื่อนสนิทจะกลายมาเป็นดาบสองคมเล่นงานคนที่กระทำกับเขา ลี่ซานหันขวับ เสียงหัวเราะหึๆในลำคอกับสายตาที่พวกเขาทั้งสองใช้มองกันทำให้เด็กหนุ่มหนาวเยือกในอกเหลือเกิน…
จะทำอะไรกัน…
        “ดีมากไอ้เด็กบ้า”
        “หึๆๆ ความดีความชอบผมล้วนๆ รู้ไหมว่ากรีนน้อยสู้คนเป็นครั้งแรกด้วย”
        “หืม? นายสู้คนด้วยหรือ?”
        “กรีนขอโทษ…พี่ซานโกรธไหม?”
        “…นายเก่งมากเลยกรพินธุ์”ฝ่ามือใหญ่ลูบลงบนแก้มขาวซีดด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำจนเจ็บกับท่าทีที่เขาแสนคิดถึง ความอ่อนโยนที่แทบไม่ได้สัมผัสกับมันมานาน…พี่ซานของเขา
        “พี่ขอโทษ…”
        “…”
        เสียงอบอุ่นแบบนี้…
        “ร้องไห้อีกแล้วนะกรีน ทำไมถึงชอบร้องไห้จังเลยนะ”
        “ฮึกๆ พี่…”
        “อย่าร้อง…”
        “กรีนกลัวพี่ซานทิ้ง…”
        “…”
        “…ฮึกๆ…ฮือๆๆ”ร่างกายเล็กๆที่เขากกกอดจนคุ้นเคยถาโถมร่างเข้าใส่เขาจนแทบหงายหลัง กรพินธุ์วาดแขนทั้งสองข้างโอบรัดร่างที่นั่งอยู่ข้างหน้าเอาไว้แน่นพร้อมกับซบใบหน้าลงบนบ่าแกร่งร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัวและโล่งใจในคราวเดียวกันอย่างน่าสงสาร
        “อย่าทิ้งกรีนนะ…พี่ซานเป็นของกรีนนะ…”น้ำเสียงอู้อี้กระซิบบอกกับคนที่สูงกว่า ซึ่งลี่ซานอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ อ้อมแขนแข็งแรงยกขึ้นกอดรัดร่างที่เล็กกว่าแน่น พร้อมทั้งโยกคลอนไปมาเบาๆราวกับปลุกปลอบเด็กเล็กๆคนหนึ่ง เหมือนเมื่อครั้งที่พวกเขาพบเจอกันใหม่ๆ…
         “พี่ไม่มีวันทิ้งนาย…ไม่มีวันหรอกกรีน”
        ลี่ซานพร่ำพูดซ้ำๆ มือใหญ่ก็ลูบศีรษะเล็กไปด้วยอย่างหวงแหน รอจนกระทั่งเนื้อตัวเล็กๆหายสั่นจากแรงสะอื้น เขาจึงเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือที่สุด…เช่นเดียวกันกับกรพินธุ์ที่ใช้มือเล็กๆลูบแผลสดใหม่ตรงแก้มของลี่ซาน
        “ทำไมแก้มถึงช้ำครับ”
        “หึ โดนต่อย”
        “ใครต่อยพี่ซาน…”ปากเล็กเริ่มเบะออกมาอีกรอบ
        “โดนปาป๊าสุดที่รักของนายต่อยเอาไงล่ะ”
        “ปาป๊าทำพี่ซานทำไม?”
        “หึ ก็เพราะว่าพี่เป็นสาเหตุทำให้ลูกชายสุดที่รักโดนตบน่ะซิ”
        “พี่ซานเจ็บไหม”
        “เจ็บนิดเดียว”ผ้าเช็ดหน้าสีขาวถูกแต้มลงบนริมฝีปากได้รูปของลี่ซาน ก่อนที่ผู้เป็นเจ้าของจะเช็ดมันไปมาเบาๆเมื่อพบว่ามันมีเลือดไหลซึมนิดๆออกมา
        “พี่อยากกอดนายจริงๆ…”ใบหน้าขาวจัดแดงก่ำเมื่อรู้ความนัยนั้นดีว่าอยากกอดของเขาคืออะไร ลี่ซานใช้ฝ่ามือรั้งต้นคอเล็กให้โน้มลงมาหาเพื่อเอาหน้าผากแนบกัน รอยยิ้มอ่อนหวานที่เขาไม่เห็นมานานถูกแต่งแต้มลงบนริมฝีปากเล็ก ลี่ซานมองว่ามันสวยที่สุดสำหรับเขา…
        อยากเห็นตลอดไป…
        “หลับตาลงซิกรีน…”
        ลมหายใจอุ่นๆรินรดลงมาที่ริมฝีปากเล็ก กรพินธุ์ค่อยๆหลับตาลงทั้งที่หัวใจเต้นกระหน่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากำลังจะได้พี่ซานคนเดิมกลับคืนมาใช่ไหมนะ…
        “พี่จะจูบ…”
        “แต่กูไม่ให้มึงจูบ!!”
        !!!
        “ปะ ปาป๊า!”
        “กลับไปเคลียร์กับกูที่บ้านเดี๋ยวนี้เลยไอ้ซาน! ใครให้มึงจูบน้องกรีน!”
        ไม่บ่อยนักที่เว่ยหวงจะพูดจาหยาบคายต่อหน้ากรพินธุ์ หนุ่มใหญ่โมโหปรี๊ดๆเมื่อหันมาอีกทีไอ้ลูกชายตัวดีของท่านก็กำลังจะจูบเด็กชายในสายตาเขาโชว์สื่อให้ได้ดังอีกรอบ จนท่านต้องตวาดแว๊ดเพื่อหยุดการกระทำนั้น
         และท่านก็ได้สายตาแหลมคมแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างรุนแรงทิ่มแทงกลับคืนมา
         “ผัวเมียจูบกันไม่ได้ไง๊!”
        “แก๊!”ร่างสูงๆของท่านกระโดดเหยงๆด้วยความโกรธจัด ไม้เท้าหรูในมือที่เอามาถือไว้เพื่อเสริมความน่าเกรงขามให้ตัวเองเตรียมจะพุ่งเข้าปักหัวทายาทของท่านอยู่แล้วเชียว หากไม่ติดว่าเหวินหยา คนสนิทของตนจะเข้ามาดึงเอาไว้ก่อน
        “อายสื่อครับท่าน อายสื่ออออ”
        “ดู๊ ดูมันทำกับฉันนะเหวินหยา ขนาดว่าฉันอุตส่าห์โทรมาห้ามปรามมันทุกๆสามเวลาหลังอาหารแล้วนะ มันยังกล้าประเจิดประเจ้อ ละเมิดข้อตกลงของฉันแตะน้องกรีนก่อนสิบแปดซะได้!”
        “ธรรมดาครับท่าน พ่อกับลูกเหมือนกัน โอ๊ยๆ ล้อเล่นครับท่าน”เหวินหยาร้องโอดโอยออกมาเมื่อโดนไม้เท้าฟาดๆใส่อย่างโมโห ซึ่งกรพินธุ์อดจะยื่นหน้าออกมาหัวเราะไม่ได้
        “บังอาจเข้าข้างมันเรอะ! ไอ้เหวินหยา! หน๊อยยย”
        “ท่านคร้าบบบ”
        เมื่อตีคนสนิทของตนจนเหนื่อย ร่างสูงๆของเว่ยหวงก็หันควับมาที่ร่างของลูกชายเป็นรายต่อไป มือแข็งแรงไร้รอยเหี่ยวย่นคว้าหมับที่หลังต้นคอของลี่ซานก่อนจะบีบแน่นจนร่างสูงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ ชายที่ยังหล่อเหลาและองอาจเตรียมจะลงศอกเข่าใส่ลูกชายตัวเองเต็มที่ หากสายตาของสื่อและคนรอบกายที่มองมาก็ทำให้ท่านต้องระงับอาการโกรธเอาไว้จนมือไม้สั่นไปหมด
        “กลับบ้านไปแกตายแน่ไอ้ซาน! มา!!”
        “โอ๊ย! พ่อ เจ็บ!”
        “ปาป๊า อย่าทำพี่ซาน!”ร่างเล็กๆรีบวิ่งตามสองร่างที่ล็อคคอกันไปด้วยความตกใจ ตามติดไม่ห่างด้วยชุดคุ้มกันที่จะยิ้มก็ไม่เชิงจะหวาดกลัวบทลงโทษก็ไม่ใช่ให้ก้าวตามหลังมาเป็นพรวน
        “ฮ่าๆๆๆๆ สมน้ำหน้า”
        และตัวเกาะติดสถานการณ์อย่างแอชเชอร์ที่วิ่งตามหลังมาติดๆหมายจะเข้าไปเก็บเกี่ยวและฟ้องคนที่ใหญ่ที่สุดด้วยความสะใจ
.......................................
        ที่ไหนมีกรีน ที่นั่นต้องมีแอชเชอร์
        ที่ไหนมีปาป๊า ที่นั่นก็ต้องมีแอชเชอร์
        แตกต่างกันที่อยู่กับกรีนเขาปกป้อง แต่อยู่กับปาป๊าเขาเอาแต่ฟ้องค่ะคุณ ฮ่าๆๆ
        ชอบปาป๊าที่สุดแล้วในเรื่อง เพราะคนแก่คนนี้ใจดีที่สุดแล้วก็เท่ที่สุดเลยค่ะ โมโหจัดที่นางแบบคนสวยจะทำร้ายลูกชายสุดที่รักเลยเอาไม้เท้าขว้างหัวไป ดีที่ไม่หัวแตก555
      คิดเห็นยังไงบอกกันบ้างนะคะ^ ^
      ปล.อยากอ่านเม้น
 
ความคิดเห็น