ขอขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ เมตตาแกะน้อยกดไลค์ กดแชร์ ให้กุญแจ แจกเหรียญ ตามจิตศรัทธาค่ะ

ตอนที่ 2 อย่าจับกดคนแปลกหน้าสิคะ (ฉันบอกตัวเอง)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 อย่าจับกดคนแปลกหน้าสิคะ (ฉันบอกตัวเอง)

คำค้น : ผู้กล้า, ฮาเร็ม, ต่างโลก

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2559 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 อย่าจับกดคนแปลกหน้าสิคะ (ฉันบอกตัวเอง)
แบบอักษร

ตอนที่ 2 อย่าจับกดคนแปลกหน้าสิคะ (ฉันบอกตัวเอง)

 

            ปวดหัวจัง

 

            ความรู้สึกเจ็บหน่วงแล่นพล่านไปหมด ถึงหลับตาแต่ฉันรู้สึกได้ว่าประสาทการรับรู้ของตัวเองกำลังเหวี่ยงไปมา มันอึงอลคล้ายกับว่าไม่รู้ทิศ ปวดเมื่อยตามตัวและไร้เรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะลืมตา

 

            ผิวกายของฉันสะบัดร้อนสะบัดหนาวคล้ายคนเป็นไข้ พยายามเพ่งความรับรู้ไปยังแอพฯ ที่นำส่งมายังอีกมิติซึ่งผสานรวมกับหัวสมองในระหว่างที่อยู่ต่างโลก เสียงเตือนบางอย่างดังในหัวแต่จับใจความไม่ค่อยได้...ทำให้ฉันยิ่งต้องเร่งสมาธิอันน้อยนิดให้กลับมาอีก จากประสบการณ์ทำงานฉันรู้ดีว่าถ้ารู้ตัวช้าแม้เพียงนิดเดียวมีสิทธิจอดไม่ต้องแจว และจากนี้ฉันสาบานจะบันทึกลงในเมมโมรี่สมองว่าห้ามรับภารกิจตอนดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด!

 

            อือ ฉันได้ยินเสียงตัวเองคราง ดูเหมือนร่างกายจะเริ่มตอบสนองการสั่งการจากสมองเพิ่มมาอีกหน่อย ในลำคอของฉันแห้งจนแสบไปหมด อยากดื่มน้ำใจจะขาด

 

            เหมือนรับรู้ความต้องการทันใจ มีใครบางคนยกฉันขึ้นแล้วดันแก้วน้ำเข้ามาใกล้ ขอบแก้วกระทบกับฟันดังกึก ฉันรีบสูบนำลงคออย่างเอาเป็นเอาตายทั้งที่ยังไม่รู้เหนือรู้ใต้ จนกระทั่งกลิ่นหอมแปลกๆ ทำให้ฉันฝืนตัวเองฉับพลัน รีบหาคำตอบทันทีว่าน้ำที่มีกลิ่นแบบนี้คืออะไร

 

      พรวด!

 

            อ๊ะ ฉันที่ฝืนตัวลุกพรวดจนกระดูกดังกร๊อบพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ภาพตรงหน้ามันคืออะไรกันเนี่ย...ผู้ชายพวกนี้เป็นใครกัน?

 

            ยังไม่ทันได้ถามออกไปอย่างที่คิดสายตาของฉันก็เริ่มโฟกัส สมองประมวลผลช้าๆ...นั่นมัน ซิกแพ็ค! ซิกแพ็คใช้มั้ย? โอ๊ย ทำไมงานดีเว่อร์ขนาดนี้

 

            น้ำลายของฉันเริ่มไหลย้อย แล้วไอ้คนที่อยู่ใกล้ที่สุดที่กำลังถือแก้วน้ำป้อนฉันเมื่อครู่มันอะไรกันค้า...ผิวขาวเปล่งออร่าจนทิ่มตา ดวงตาสีฟ้าซีดเรืองแสงจางๆ รับกับผมสีเงินยาวที่รวบครึ่งศีรษะ...เหมือนเจ้าชายในนิทานสุดๆ แล้วก็ขอวกเข้ามาเรื่องเดิม...ทำไมไม่ใส่เสื้อกัน เปลือยอกทำม้าย? ใจคอยิ่งไม่คอยดี

 

            ท่านหญิง?” ไม่ใช่แค่หน้าหล่อ แม้แต่เสียงก็ยังหล่อ ฉันสรรเสริญความเพอร์เฟ็คต์ของผู้ชายคนนี้ ท่านน้ำลายไหล

 

            ฉันที่ไร้ยางอายไปแล้วยังคงเหม่อมองเขาเลื่อนลอย ปล่อยให้อีกฝ่ายใช้ผ้าเช็ดหน้าซับให้ตามใจชอบ

 

            หึ...พวกงี่เง่า เสียงเยาะเย้ยดังแทรกขึ้นมาทำเอาฉันเดือดในใจ กำลังจะอ้าปากสวนแต่กลายเป็นว่าอ้าค้างเพราะความหน้าตาดีเล่นงานจนแทบน็อค...หนุ่มคนนั้นมันอารายกั๊น...มีคนหน้าตาดีเยอะแยะขนาดนี้อยู่ในจักรวาลจริงๆ ใช่มั้ย อยากจะร้องไห้

 

            ผู้ชายคนนั้นตัวสูงมากพวกกับที่เจ้าตัวมีเขายาวโค้งขึ้นไปสองข้างจึงทำให้ดูเกือบเต็มกรอบประตูที่เอนหลังพิงอยู่ เส้นผมสีดำสนิทประบ่า กลิ่นอายความมืดลอยวน ยิ่งส่งให้ดวงตาสีแดงเปล่งแสงโดดเด่นเหมือนกำลังติดเชื้อไฟ

 

            ฉันเป็นใบ้ไปแล้ว ล้มเลิกความคิดจะพูดกับคนอื่นชั่วครู่ก่อนหันมาให้ความสนใจกับแอพฯ พระเจ้าที่กำลังส่งข้อมูลเข้าสู่สมอง

 

ชื่อ : แพนโดร่าเผ่า : อยู่ในสถานะถูกผนึก          

เลเวล : อยู่ในสถานะถูกผนึก        ชนชั้น : อยู่ในสถานะถูกผนึก      อาชีพ : อยู่ในสถานะถูกผนึก       

 

      “แพนโดร่า?” ฉันทวนชื่อตัวเองเบาๆ

 

            นามของท่านหรือ...เช่นนั้นเป็นเกียรติยิ่งนักที่ได้รู้จักท่านหญิงแพนโดร่า  เจ้าชายในฝันคนเดิมเพิ่มเติมคือขยับเข้ามาใกล้ฉันพร้อมกับจับหลังมือขึ้นจูบ ข้อมูลที่เจ้าตัวเต็มใจเปิดเผยให้รู้บางส่วนปรากฏในหัวของฉันทันที

 

ชื่อ : ซิกฟรีด อิจ-บราราห์ เผ่า : เหมันต์

 

      ฉันเคลิ้มอีกรอบ ที่แท้สุดหล่อที่ฉันตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นชื่อซิกฟรีดนี่เอง...บันทึกลงหัวด่วนๆ

 

            เหอะ...ยิ่งอยู่นานยิ่งปัญญาอ่อน ข้าคงไม่มานั่งแนะนำตัวกับพวกเจ้าหรอก บาย

 

            ได้ฟังแบบนั้นฉันก็ยั๊วะขึ้นมาอีกรอบ นายนี่มันปากเสียจนเสียดายหน้าหล่อๆ จริงๆ ใครอยากให้นายยะ... คำว่าอยู่ยังไม่ทันพูดออกมาพระเอกในดวงใจของฉันก็ปกป้องสวนกลับทันควัน

 

            เจ้าเสียมารยาทเกินไปแล้วฮาเดส นางกำลังไม่สบายก็เห็นอยู่

 

            ไม่สบาย?...ถ้าอ่อนแอถึงเพียงนั้นก็คงไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการหรอก พิธีผิดพลาดก็ทำใหม่ ใครจะเอายัยนี่ไปเป็นตัวถ่วงก็เอาไปนายนั่นแสยะปากอย่างรำคาญแล้วเดินออกไป ทิ้งเสียงประตูปิดดังปังตามหลัง

 

            เป็นอะไรของเค้า ฉันไม่พอใจสุดๆ หรือว่าตอนที่ออกจากวงเวทอัญเชิญจะอ้วกใส่ตาบ้านั่นกัน...ฉันคิดในแง่ร้ายแล้วสั่นศีรษะ...ไม่ๆๆ ถึงจะเมามากแต่พอจำได้ว่าฉันล้มของฉันคนเดียวไม่ได้ล้มใส่ใคร คิดแล้วยังเจ็บตูดไม่หาย

 

            อย่าโกรธฮาเดสเลยนะ เขาก็เป็นแบบนั้นเอง ไม่ค่อยเข้าสังคมเท่าไหร่ซิกฟรีดส่งยิ้มพิมพ์ใจให้จนฉันเปลี่ยนอารมณ์ทันควัน ยิ่งเห็นซิกแพ็คแบบนี้ใกล้ๆ จากน้ำลายไหลจะเปลี่ยนเป็นเลือดกำไหลแทน....ม่าย...ฉันไม่ได้บ้าผู้ชายยยย...ฉันกรีดร้องในใจ ท่านหญิงรู้สึกดีขึ้นแล้วหรือยัง?”

 

            เรียกแค่ชื่อเถอะค่ะ ฉันบอก รู้สึกกระดากเกินถ้าให้คนหล่อขนาดนี้มาปรนนิบัติ

 

            เช่นนั้นแพนโดร่า...ท่านพอจะลุกไหวหรือไม่ ฉันขมวดคิ้วให้กับท่าทางเร่งเร้าของเขาผิดกับสีหน้าอ่อนโยน คืออย่างนี้...ท่านไม่ได้สติมาสักระยะแล้ว แล้วเราก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ตามลำพังได้นานนัก หากท่านค่อยยังชั่วแล้วฝืนอีกสักนิดเถอะ เดี๋ยวข้าจะช่วยพยุงออกไป

 

            ฉันหน้าแดงตั้งแต่คำว่าตามลำพังแล้วค่ะ อยู่กันสองต่อสองแบบนี้ฉันก็ต้องตั้งสติเหมือนกัน...ท่องเอาไว้ว่าอย่ากดผู้ชายแปลกหน้าเป็นอันขาด!

 

            พอซิกฟรีดเห็นฉันพยักหน้าเขาก็พยุงฉันขึ้นจากเตียงทันที ผิวของเขาเย็นมากจนน่าซบ...เอ๊ย...อย่าคิดๆ ยุบหนอ พองหนอ เดินหนอ ตั้งใจเดินๆ ออกจากห้องแล้วก็ถือโอกาสนี้เช็คภารกิจ

 

ดวงดาว : เอเธอน่า

คำอธิบาย : เอเธอน่าประกอบไปด้วยกระแสเวทมนต์เข้มข้นที่สุดในจักรวาลจึงทำให้ดวงดวงนี้เต็มไปสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติและกระแสเวทเหล่านี้จะทำปฏิกิริยากับมนต์ในกายของนักเดินทางอย่างรุนแรง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยนักเดินทางจากต่างโลกต้องถูกจำกัดความสามารถอย่างเข้มงวด ค่าสถานะทุกประเภทของท่านจะถูกผนึกและปลดปล่อยในอัตรา 1/10,000

 

            เห้ย...ไม่จริงใช่มั้ย มิน่า ทำไมถึงว่ามันเล่นผนึกหมดแบบนี้แล้วฉันจะใช้ความสามารถอะไรไปขวนขวายหาเควสปลดผนึกล่ะเนี่ย...ปลดปล่อยในอัตรา 1/10,000 นี่ตรูต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้พลังคืนจนครบ

 

            ฉันเริ่มมองเห็นเค้าลางความซวยของตัวเอง เป็นที่ชัดเจนว่าตัวฉันในตอนนี้กากสุดๆ แม้แต่เผ่าตัวเองยังไม่รู้...นี่ฉันเป็นตัวอะไร

 

            ใสเจียเสียใจได้ไม่นานซิกฟรีดก็ลากฉันออกมากลางกลุ่มคน ทันทีที่ฉันกวาดสายตาจนครบฉันก็ช็อคอีกหน...หนุ่มล่ำพวกนี้มันอะไรกัน...หนึ่ง...สอง...สาม...สี่....สิบ...ฮว้ากกก! ไม่นับแล้ว ดาวดวงนี้มันมีแต่ผู้ชายรึเปล๊า?

 

            ฉันส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง เหมือนซิกฟรีดจะรู้ว่าฉันสับสนในชีวิตอย่างหนักสุดหล่อเลยรีบอธิบายให้ฉันโล่งใจ สภาผู้เฒ่าเป็นผู้อัญเชิญท่านมา...มาทางนี้สิ ข้าจะพาไปพบ

 

            เมื่อสติของฉันกลับมาจึงเห็นว่าพวกเราทั้งหมดกำลังอยู่ในห้องโถงของวิหารสีขาว เสาหินอ่อนทอดตัวเป็นโดมโค้งจรดเพดานสูงที่เต็มไปด้วยภาพวาดต่างๆ ฉันเดาว่าน่าจะเป็นภาพวาดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพวกเขา ทุกคนในห้องต่างมองมาที่ฉันแล้วหันไปพูดคุยอะไรบางอย่าง ฉันงัดสกิลผู้กล้าดีเด่นออกมาใช้...ยังกับว่าฉันไม่เคยตกเป็นจุดสนใจอย่างนั้นแน่ะ

 

            ผู้เฒ่าสี่คนรออยู่กลางวงเวท ท่าทีของพวกเขาอ่อนน้อมอย่างที่เคยเห็นทุกครั้งจากผู้ที่อัญเชิญฉัน แล้วผู้เฒ่าหลังค่อมที่ท่าทางใจดีที่สุดก็เปิดปากพูดกับฉันก่อน ฉันรีบตั้งสติ...รอฟังคำขอร้องที่กำลังมา

 

            อา...ท่านเทพีผู้ยิ่งใหญ่ เขากล่าว เป็นพวกเราสี่ผู้เฒ่าเองที่ประกอบพิธีอัญเชิญท่าน

 

            แล้วผู้เฒ่าร่างท้วมอีกคนก็เสริม เป็นเกียรติยศยิ่งนักที่ได้มีโอกาสประกอบพิธีกรรมในยุคสมัยของพวกข้า ท่านคงเห็นดวงจันทร์สีเงินเบื้องบนนั้นแล้ว ทุกรอบสามหมื่นปี ตำนานว่าไว้ว่าชาวเราสามารถวอนขออาวุธวิเศษมาเป็นมิ่งขวัญแผ่นดินได้หนึ่งอย่าง...ครั้งก่อนนั้น...

 

            อาวุธ?” ฉันโพล่ง ฉันไม่ใช่อาวุธซักหน่อย แล้วท่านเรียกข้ามาทำไม”

 

            องค์เทพี...องค์เทพีอย่าทรงกริ้ว พวกผู้เฒ่ารีบคุกเข่า และเพราะอย่างนั้นคนทั้งห้องจึงรีบยอบตัวลงไม่ต่างกัน ไม่เว้นแม้แต่ซิกฟรีดที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉัน  ขอให้ข้าได้อธิบาย

 

            พวกเขาเห็นฉันยังเงียบ และเพราะบรรยากาศกดดันนั่นเองพวกเขาจึงเร่งอธิบายเหตุผล ชาวเอเธอน่าต่างชื่นชมผู้มีพลังอำนาจ สำหรับพวกเรานอกจากความสามารถแล้วอาวุธถือเป็นทรัพย์สมบัติอันล้ำค่า ทุกสามหมื่นปีเรามีประเพณีที่สืบต่อกันมาคือการขอแลกเปลี่ยนอาวุธองค์เทพจากดินแดนนิรันดร์ เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ฉันเริ่มรู้แล้วว่า ดินแดนนิรันดร์ต้องหมายถึงดวงดาวของฉันแน่ๆ  จะว่าไปก็น่าภาคภูมิใจอยู่หรอก เพราะชาวฮิสตอเรียเป็นกลุ่มคนเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถสร้างมนต์อันทรงพลังและก้าวหน้าขนาดนั้น ทุกครั้งที่เราได้รับอาวุธมา พวกเราจะทำการเฟ้าหาผู้ครอบครองตามความเชื่อว่าผู้ใดได้ครอบครองอาวุธแห่งนิรันดร์ผู้นั้นก็จะสามารถเป็นใหญ่ ปกครองทั้งหกทวีปในเอเธอน่า

 

            ฉันหรี่ตาลง...นี่อย่าบอกนะว่า

 

            แต่เพราะครั้งนี้เมื่อประกอบพิธีอัญเชิญกลับกลายเป็นองค์เทพีปรากฏออกมา

 

            ความอับอายเล่นงานฉันแล้ว...ขอโทษที่อ้วก ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ!!

 

            ติ๊ง!!

 

            เสียงกวนประสาทที่ดังขึ้นทุกครั้งเมื่อมีเควสดังในหัว พร้อมข้อความที่ทำให้ฉันอยากกลับดาวตัวเองแล้วเขวี้ยงพระเจ้าในโทรศัพท์ลงพื้นให้แตกยับ

 

เควสต์ : ตำนานแห่งเอเธอน่า

สำหรับชาวเอเธอน่าที่แสวงหาความแข็งแกร่งและเกียรติยศอันโชติช่วงชั่วนิรันดร์พวกเขานั้นต้องผ่านการต่อสู้เพื่อครอบครองอาวุธอย่างเข้มข้น ประวัติศาสตร์ของพวกเขาเต็มไปด้วยการนองเลือดและสงคราม...แม้จะเกิดความผิดพลาด แต่ในฐานะที่ท่านเป็นเทพีแห่งพลังโปรดเลือกผู้เหมาะสมให้ครอบครองอำนาจ

 

รายละเอียด : วีรบุรุษทั้ง 6 ทวีปต่างแย่งชิงอาวุธล้ำค่า ทว่าตอนนี้สิ่งล้ำค่าคือท่าน กรุณาเลือกผู้ที่เหมาะสมและมอบพลังอำนาจให้เขาโดยไม่เสียเลือดเนื้อ ดวงดาวแห่งนี้บอบช้ำจากสงครามมามากเกินไปแล้ว

 

      ฉันคิดว่ามันชักจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมอบอำนาจให้ใครคนใดคนหนึ่งโดยที่คนที่เหลือไม่คัดค้าน พลันพระเจ้าก็ส่งข้อความแปลกๆ ไม่คุ้นตาแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนให้

 

หรือถ้าจะให้ดี...สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดินีพร้อมเลือกสมาชิกในฮาเร็ม...เมคเลิฟ โนวอร์ จุ๊บๆ...จากพระเจ้า

 

          วอท เดอะ ฟัค!!!

 

      ฉันอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก แล้วสายตาเป็นประกายวิ้งวับแสดงความคาดหวังจากพวกตาแก่นี่อีกคืออะไร

 

            องค์เทพีไม่ทรงกริ้วพวกข้าแล้วใช่หรือไม่

 

            เออ...ตรูไม่กริ้ว แต่ตรู เกรียดดด ย้ำว่า เกรียด!

 

            ข้าคงต้องคิดดูก่อนในระหว่างที่กลับไปนอนเล่นที่บ้านซักคืน ฉันเดินเนียนๆ ไปยังวงเวท แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อพวกผู้เฒ่าส่งเสียงแหกปาก

 

      “โฮๆๆๆๆๆๆๆๆ...องค์เทพีท่านจะกลับแดนนิรันดร์แล้ว

 

            ไม่นะ ข้าทำสิ่งใดผิด ข้าจะรับความอัปยศนี้ได้อย่างไร ฮือออๆๆๆๆ

 

      “ฮือๆๆๆๆ ตระกูลของข้าคงถูกสาปแน่แท้

 

            แงงงงงๆๆๆๆ แก่จนปูนนี้แล้วไม่ท่ไหร่ ลูกหลานข้าเล่า ต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตรแน่นอน

 

            องค์เทพีทรงกริ้วพวกเราแล้ว...

 

      ฉันกริ้วมาก

 

            ไม่นะ...องค์เทพีได้โปรดกลับมา

 

            นางคงไม่อยากเลือกวีรบุรุษของพวกเราแน่นอน

 

            ใช่...ข้าได้ข่าวว่าท่านฮาเดสเป็นพวกบ่มีไก๊

 

      เหอๆ...ฉันไม่ได้ว่านะ คนของนายพูดเอง...แต่เอ นายนั่นก็เป็นหนึ่งในคนที่เราต้องเลือกด้วยเหรอ

 

            ปัง!

 

      เสียงทุบผนังจนหินปูนแตกละเอียดบุบลงไปพร้อมกับการปรากฏของซิกแพ็ค...เอ๊ย ฮาเดสผู้ถูกนินทาซึ่งๆ หน้าเดินอาดๆ เข้ามาในห้องโถง ใบหน้าที่เย็นชาอยู่แล้วพอเปล่งรัศมีความดุออกมายิ่งชวนให้สยดสยองเข้าไปอีก อยากถามเหลือเกินว่าพ่อแม่เลี้ยงมายังไงโตมาลูกถึงหน้าบอกบุญไม่รับขนาดนี้

 

            นางกลับไปพวกเจ้าก็ทำพิธีใหม่ จะฟูมฟายเพื่ออะไรเจ้าตัวกัดฟันกรอด แถมสายตาที่จ้องฉันยังเหี้ยมเกรียม...ฉันไม่ได้ขอร้องให้อัญเชิญมานะ...ทำไมต้องมองเค้าแบบนั่นล่วยยย...เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไย ฮือๆ

 

            ฉันที่กำลังจะเออออเห็นตัวกับฮาเดสแล้วทำตัวลีบเดินลงวงเวทไป แต่เจ้าผู้เฒ่าไหวดีก็สวนทันควัน

 

            ไม่ได้หรอกพะย่ะค่ะ มนตร์บทนี้จะทรงพลังที่สุดเมื่ออาศัยแสงแรกจากจันทราสีเงิน หากพลาดไปแล้วแม้หนที่สองจะเรียกอาวุธออกมาได้ก็เกรงว่าจะไม่ทรงพลังเท่า หัวใจอนธกาลที่ท่านบรรพชนอัญเชิญไว้ในครั้งก่อน

 

            อาวุธๆๆ คำก็อาวุธ สองคำก็อาวุธ ข้าหาใช้พวกอ่อนแอจนต้องอาศัยอาวุธในการครองแผ่นดิน นายนั่นกระแทกเสียงทำเอาทุกคนเงียบกริบกับท่าทีเหมือนประกาศสงคราม

 

            หืม...ดินแดนอื่นคงไม่ได้เคี้ยวง่ายอย่างที่ใจเจ้านึกกระมัง ซิกฟรีดพูดทั้งที่ตีหน้ายิ้ม ทำไมฉันรู้สึกขนลุก ถึงได้อาวุธมา...ก็ไม่แน่ว่าอาวุธชิ้นนั้นจะเลือกเจ้า

 

            ความมืดรอบตัวของฮาเดสเข้มขึ้น ขณะที่ผู้ชายอีกคนกระโจนลงมาจากเพดาน...เหย ไปซ่อนตรงไหนมาเนี่ย โอ๊ย...ใจเย็นๆ น่าองค์เทพีไม่เลือกพวกเจ้าหรอก น้ำเสียงทะเล้นดังขึ้นพร้อมร่างสูงของชายเจ้าของเรือนผมสีแดงเข้ม ดวงตาสีทองเป็นประกายระริกเหมือนกำลังสนุกสนานกับเรื่องตรงหน้า เป็นเกียรติยิ่งนักที่ท่านเยือนแผ่นดินเอเธอน่า...ข้าดราคาเรียส...อย่างน้อยก็ดีกว่าได้ดาบล่ะนะ ของพรรค์นั้นจะไปมีค่ากว่าคนงามได้เช่นไร

 

            ดราคาเรียสคุกเข่าข้างหนึ่งแล้วดึงมือของฉันไปจูบอีกแล้ว พร้อมๆ กับที่ข้อมูลของเขาปรากฏขึ้นมาหมดแบบไม่มีกั๊ก

 

ชื่อ : ดราคาเรียส ดราโกนอส      เผ่า : มังกร

เลเวล : 54      ชนชั้น : เจ้าชาย            อาชีพ : อัศวินศักดิ์สิทธิ์

 

            ฉันเบิกตา...เจ้าชาย เลเวล 54 อื้อหือ...ขนาดเจ้าชายที่มีออร่าพลังปกคลุมขนาดนี้เลเวล 54 การที่ฉันจะเก็บเวลได้แต่ละทีต้องโหดหินแน่นอน

 

            พอได้แล้วดราคาเรียส ให้เกียรติท่านหญิงด้วยซิกฟรีดบอกเสียงเย็น

 

            คงเพราะฉันมัวแต่จ้องดราคาเรียสอย่างสนอกสนใจเกินไป คนรอบข้างเลยเข้าใจว่าฉันอาจเลือกดราคาเรียสเป็นผู้ครอบครองพลังก็ได้บรรยากาศรอบข้างเลยมาคุไปกันใหญ่

 

            เฮ้...ออกนอกหน้าไปแล้วมั้ง องค์เทพียังไม่ได้กล่าวว่าข้าสักคำ

 

            ฉันพยักหน้าเนิบๆ เป็นเชิงให้หยุดเรื่องปวดหัวพรรค์นี้ไว้ก่อน แล้วข้าต้องเลือกเช่นไร เดี๋ยวแม่จับโอน้อยออก จบภารกิจ กลับบ้านแบบสวยๆ ซะเลย แค่นี้ก็ไม่นองเลือดแล้ว ฉลาดสมเป็นผู้กล้าดีเด่นเลยเรา

 

            เอ่อ...ปกติแล้วถ้าเป็นอาวุธพวกเราก็จะมีการจัดประลอง... ท่านผู้เฒ่าเกริ่น

 

            แต่ผลออกมาไม่เคยมีใครยอมรับและจบด้วยการทำสงครามทุกครั้ง ตาบ้าฮาเดสสรุป โอ๊ย...นายคนนี้จะหาเรื่องฆ่าคนให้ได้เลยใช่มั้ย ตอบ!!...ฉันว่าฉันเข้าใจสถานการณ์แล้วล่ะว่าทำไมหนุ่มๆ พวกนี้ถึงได้แต่งตัวโชว์ซิกแพ็ค เพราะกลัวคนแบบตานี่พกอาวุธเข้ามาฟันคนอื่นหัวแบะยังไงล่ะ

 

      เมื่อเห็นเพื่อนรักโดนตัดบทไปอย่างน่าสงสาร ท่านผู้เฒ่าอีกท่านจึงรีบอธิบายต่อ แต่ครั้งนี้องค์เทพีกรุณามาเยือนดินแดนของเรา...ก็คงต้อง... เขาดูตะขิดตะขวงใจที่จะพูด ฉันจึงกระดิกนิ้วยิกๆ ให้เข้ามากระซิบบอกแทน  “เอ้อ...ด้วยการแต่งงาน

 

            แต่งงาน?” ฉันทวนเสียงแผ่ว...สรุปไม่มีปัญญาหาเมียกันหรือไง ดูๆ รูปร่างภายนอกแล้วยังจะมีปัญหาอะไรอีกเหรอ

 

            ผู้เฒ่าที่เห็นฉันยังไม่เข้าใจยิ่งเหงื่อตกไปอีก

 

            ว่าไงล่ะ ฉันยังกระซิบเร่งต่อเพราะเห็นผู้เฒ่าเงียบไปแล้ว

 

 

แต่ผีห่าซาตานอะไรไม่รู้ดลใจให้คนขี้รำคาญอย่างฮาเดสสำทับขึ้นมา รีบพูดออกมาสิ อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่อยากมีลิ้นแล้วหรือไง

 

            แค่ประโยคนั้นแหละ...ชะตาชีวิตของฉันพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังเท้าทันที

 

      “ด้วยการเสพสังวาสพะย่ะค่ะ!!

 

            ชัดเจน...

 

            เงียบกริบครับพี่น้อง

 

            ฉันไม่กล้าหันไปสบตาใคร ถึงจะบ้าห้าร้อยดมกาวมาจนดีดกว่านี้ก็ไม่มีวันหันไปสบตาใครเด็ดขาด! รอบข้างเงียบฉี่เหมือนป่าช้า ฉันทำการเดินเนียนๆ ต่อเพื่อเอาตัวเองกลับไปอยู่กลางวงเวทกลับบ้าน...จะภารกิจล้มเหลวอะไรก็ช่างมัน ตรูไม่สนแล้วโว้ยยยย

 

            อยากจะส่งยิ้มพิมพ์ใจบอกลาให้เป็นครั้งสุดท้าย ขณะควานหาคำสั่งกลับบ้านในหัว นรกก็มาเยือนตัวฉันอีก...

 

ไม่สามารกใช้คาถาได้ กรุณาทำเควสเพื่อปลดผนึก MP

 

      ไอ้แอพฯ เส็งเคร็ง...แม้แต่ HP/MP ของฉันก็ถูกผนึก!!

 

            ฉันอยากจะร้องไห้สติแตกซะเดี๋ยวนี้...ได้แต่มองเรียงตัวทีละคนอีกครั้งพร้อมประกาศในใจ...ไม่ๆๆๆ ฉันจะไม่กดผู้ชายแปลกหน้าพวกนี้เด็ดขาด!!

           

 

 

           

           

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว