💕💕💕ชอบกดไลค์...ใช่กดแชร์ฝากติดตามเพจด้วย มือใหม่หัดเขียน💕💕💕💕

เค่อเจี่ยเยี่ยน(ภาคเมืองเสียนหยาง)

ชื่อตอน : เค่อเจี่ยเยี่ยน(ภาคเมืองเสียนหยาง)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2559 14:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เค่อเจี่ยเยี่ยน(ภาคเมืองเสียนหยาง)
แบบอักษร

🐣เมอรี่คริสต์มาสจ้า..จะไปใหม่แล้วไปเที่ยวไหนกันบ้าง...เที่ยวเผื่อด้วยนะ...ปีใหม่ก็คงอยู่บ้านนอนอุตุ....หนาวๆแบบนี้อยากเขียนนิยายโรเเมนติกแก้หนาวจุง.....ฮิ้ววววว💕💕 แต่บทรักใคร่เนี่ยแหละที่เขียนอยากมาก....มีเรื่องสั้น10ตอนจบ แบบเขียนเล่นๆขำ...รับเทศกาล....ไว้หาไฟล์เจอแล้วเอามาลงมาให้อ่านกันเนอะ😗😙😚

 

 

•จักรวรรดิที่ 8•

 

 

          ทางเค่อเจี่ยเยี่ยนเมื่อได้ทราบวงข่าวการสมรสพระราชทานของหลานชายแล้ว  เขาก็ให้คนไปเฝ้าจับตาที่จวนของตระกูลโจว  อีกทางหนึ่งก็ให้ม้าเร็วส่งข่าวไปยังทูเจวี๋ยว่า  เกาฟางนั้นเริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้ว

 

          “เจ้าไปเตรียมสิ่งของให้เรียบร้อยเราจะเข้าเมืองหลวงเพื่อไปดูหน้าสะใภ้น้อยของเรา”

 

           เค่อเจี่ยเยี่ยนตั้งใจจะพาหลายชายเข้าเสียนหยางด้วยตนเอง  เขาเตรียมสัมภาระให้แก่เด็กชายที่กำลังกินขนมแป้งนึ่งอย่างไม่ทุกข์ร้อน  คล้ายกับในโลกนี้มีเพียงเขาและของกินตรงหน้าเท่านั้น

 

          รถม้าถูกเตรียมอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงสองชั่วยาม  ข้าวของทั้งหมดได้ถูกนำมาไว้ด้วยกัน  จากนั้นเขาจึงพาหลานชายเดินทาง  ดวงตาใสกระจ่างปราศจากเมฆหมอกขุ่นมัวนั้น  จับจ้องสนใจไปที่ข้างทางระหว่างการเดินทาง  มิได้ทำตัวงอแงดังเช่นปกติ

 

          “ท่านน้าเราจะไปเที่ยวที่ไหนกัน”  องค์ชายสิบสามเผ่ยเซวียนถามผู้เป็นน้าอย่างน่ารักน่าชัง

 

          “เซวียนเอ๋อเราจะเดินทางไปรับภรรยาของเจ้าที่เมืองเสียนหยาง  เจ้ามิต้องกังวลทุกอย่างปล่อยให้น้าของเจ้าผู้นี้จัดการเถอะ”  เขาเอื้อมมือไปเช็ดคราบมันที่พวงแก้มน่ารักนั้น

 

          “ภรรยาคืออันใด  อร่อยหรือไม่”  แววตาใสกระจ่างนั้นถามต่อผู้เป็นน้าอย่างเซื่องซื่อ  

 

          “อร่อยกว่าขนมแป้งนึ่งของพี่เยี่ยนหรือไม่?”  เผ่ยเซวียนนั้นมีสติปัญญาของเด็กหกขวบเท่านั้น  เขาไม่สามารถเข้าใจเรื่องธรรมดาสามัญดังเช่นคนปกติได้

 

          เมื่อแรกเริ่มนั้นร่างกายของเขานับว่าอ่อนแอยิ่ง  ด้วยไร้การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด  หลานชายของเขาทั้งสกปรกและมอมแมมราวลูกขอทานก็ไม่ปาน  นั่นคือชีวิตในวังหลวงของเด็กที่เกิดมาแล้วไม่มีมารดาคอยคุ้มครองและยังไม่เป็นที่โปรดปราน

 

          ร่างกายเล็กแกรนนั้นขาดสารอาหารและมีร่องรอยถูกทำร้าย  ยามที่เขามาถึงก็เกือบจะสายไปแล้ว  เขาเกือบจะต้องสูญเสียหลานชายไปอีกคนและเป็นเขานี่เองที่แระคบประหงมดวงใจน้อยๆนี้จนเติบใหญ่  เลี้ยงดูทุกวันคืนราวกับเป็นบุตรชายของตัวเอง

 

          “ภรรยาหาใช่ของกิน  แต่เป็นเพื่อนเล่นของเจ้าต่างหาก  นางจะมาอยู่กับเจ้าเป็นคนของเจ้าเพียงผู้เดียว”  เขาอธิบาย

 

          “แล้วภรรยาจะทำขนมแป้งนึ่งให้ข้ากินด้วยหรือไม่”

 

          “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น”  มือที่ปรากฏริ้วรอยของการฝึกลูบหัวทุยที่ปกคลุมด้วยเส้นผมดำอย่างรักใคร่  เขาช่างมีใบหน้าเหมือนมารดายิ่งนัก  เส้นผมสีดำสนิทนี้ก็ช่างเหมือนมารดา  ทุกครั้งที่มองหน้าหลานก็จะเห็นภาพซ้อนทับของเจียงซู่ซู่เสมอ

 

 

          จวนตระกูลโจว

           “คุณหนูเจ้าคะป่านนี้องค์ชายสิบสามก็คงจะทราบข่าวแล้ว  อาจจะกำลังเดินทางมาก็ได้นะเจ้าคะ” บ่าวรับใช้ข้างกายที่กำลังช่วยแต่งตัวให้นางเอ่ยขึ้น

 

          “ก็คงจะเป็นเช่นนั้น  ถึงแม้เขาจะเป็นองค์ชายที่เติบโตขึ้นมานอกวังหลวงแต่ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ไม่เปลี่ยน  คงไม่สามารถคัดขืนรับสั่งของฝ่าบาทได้”  นางคิดว่าองค์ชายผู้ไม่โปรดปรานผู้นี้ก็อาจไม่สามัญดังข่าวลือที่ได้ยินมาก่อนหน้า

 

          “แต่บ่าวได้ยินข่าวลือมานะเจ้าคะ  ว่าองค์ชายสิบสามนั้นมีรูปโฉมงดงามยิ่งและยังมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดอีกด้วย”  สาวใช้อย่างนางได้แต่นึกภาพพระพักตร์อันหล่อเหลาขององค์ชายสิบสาม

 

          “เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”  นางหัวเราะเยาะสาวน้อยอยู่ในใจ  ฉลาดเฉลียว? หล่อเหลา?  หากเป็นผู้ที่โดดเด่นถึงเพียงนั้นเหตุใดเล่าถึงได้ต้องถูกส่งไปเลี้ยงดูนอกวังหลวง  กลายเป็นคนที่ถูกลืมไม่เคยมีสักครั้งที่ฝ่าบาทจะทรงตรัสถึง

 

          “ก็คงจะเป็นเช่นที่เจ้าว่า  กลัวเสียก็แต่ถ้าเขามาเห็นหน้าผีของข้าก็คงจะตกใจจนตายไปอีกคนกระมัง”  ดวงตาของนางฉายแววเย็นชาเมื่อในจวนนั้นเพิ่งมีบ่าวรับใช้สามคนเสียชีวิต

 

          คนหนึ่งเป็นหญิงสาวที่ทำงานในห้องครัว  อีกสองคนเป็นบ่าวแก่ๆที่พ่อบ้านรับเข้ามาด้วยความสงสาร  ทั้งสองคนหัวใจวายตายขณะนอนหลับอยู่ในห้อง  เมื่อพ่อบ้านมาพบทั้งสองก็ได้เสียชีวิตไปแล้วได้แต่สันนิษฐานเอาว่าเป็นเพราะมีอายุมากและมีโรคประจำตัวทั้งสองจึงเสียชีวิตในเวลากลางคืน  เพราะอาการกำเริบ

 

          ส่วนบ่าวหญิงอีกคนที่ตายไปนั้น  สภาพศพดูราวกับตกใจกลัวอย่างที่สุด  ดวงตาของนางนั้นเบิกกว้างปากอ้าน้ำลายไหลย้อย  เส้นผมเป็นสีขาวโพลนทั้งหัวตามเนื้อตัวมีรอยเล็บจิกข่วนไปทั่ว  

 

          ส่วนสภาพห้องนั้นก็มีรอยเล็บของนางขีดข่วนเต็มไปหมดเหมือนกับก่อนตายนางพยายามจะตะกายหนีอย่างสุดชีวิตจนกระทั่งเล็บนั้นหลุดออกหมดทั้งสิบนิ้ว  เป็นที่สยดสยองไปทั้งเรือนเมื่อพ่อบ้านไปพบเข้า

 

          “คุณหนูเจ้าคะ”  นางเอ่ยอย่างอ่อนใจเมื่อพวกปากไม่สงบนำเอาเรื่องนี้ไปนินทาลับหลัง  หาว่าคุณหนูของนางนั้นเป็นภูตผีที่หลอกหลอนบ่าวไพร่จนตกใจตาย  เมื่อนางได้ยินครั้งแรกก็ให้เดือดดาลนัก  มีอย่างที่ไหนคนตายเพราะโรคภัยกลับมาใส่ร้ายคุณหนูของนางได้  

 

          เมื่อเป็นเช่นนั้นนางไม่รอช้าที่จะไปฟ้องพ่อบ้านให้จัดการลงโทษพวกปากไม่มีหูรูดนั้นเสียให้หมด  นางไม่คิดว่าคุณหนูก็จะได้ยินข่าวลือนี้เช่นเดียวกัน  

 

          คุณหนูของนางนั้นหาใช่ภูตผีเสียเมื่อไหร่  ถึงแม้ใบหน้าจะปรากฏแผลเป็นขนาดใหญ่แต่ก็ไม่สามารถทอนความงดงามลงแม้แต่น้อย  ที่สำคัญหมอเทวดาก็ยังให้ยาสมานแผลชั้นดีแก่คุณหนูมาด้วย  ยามเมื่อหายดีรับรองคุณหนูจะต้องงดงามมากกว่าบรรดาคุณหนูบ้านอื่นๆเป็นแน่  

 

          เมื่อถึงเวลานั้นจวิ้นหวังก็จะต้องสำนึกเสียใจในสิ่งที่ทำกับคุณหนูของนางเป็นแน่

 

 

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

 
ความคิดเห็น