ENGINEER SEXY LOVE เมียวิศวะ [ R 25+ ]
บทนำ : วิศวะ ( ร้าย ) เดียงสา!
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ : วิศวะ ( ร้าย ) เดียงสา!

** ** 

บทนำ 

วิศวะ ( ร้าย ) เดียงสา! 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น… 

ตะวันโผล่พ้นจากขอบฟ้า ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งเครียด โต๊ะที่เต็มไปด้วยกองเอกสารสูงใหญ่เท่าจอมปลวก 

หนุ่มวิศวะไฟแรงกุมขมับ เมื่อเห็นงานชิ้นโตที่พ่อมอบหมายให้ทำ เขาเข้าใจว่าพวกนี้เป็นพื้นฐานสำหรับความรู้ทางด้าน ‘เครื่องมือการแพทย์’ แต่ทำไมพ่อถึงได้โยนระเบิดไดนาไมต์ใส่เขาตู้มเดียวแบบนี้ ทั้งๆ ที่เขาเป็นเพียงนักศึกษาชั้นปริญญาโทผู้แสนจะต๊อกต๋อย 

ผู้เป็นพ่อหวังอยากให้ลูกชายมีความสามารถ ‘ขั้นเทพเมพขิงๆ’ ตามชื่อที่ตั้งให้ ก็ไม่แปลกเพราะชื่อ ‘อัศวเทพ’ ก็มีความหมายที่แปลตรงตัวว่า ‘พญาเทพ’ จริงๆ 

เพื่อไม่ให้น้อยหน้าชื่อ ชายหนุ่มจึงมีความแข็งแกร่งดุจ ‘เสือ’ ไม่เคยอ่อนแอ่ ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใด มีเอกลักษณ์ที่ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกที่เข้มแข็งสามารถปกป้องน้องๆ ในตระกูลได้ ไม่ว่าจะเป็นความเด็ดเดี่ยว หรือความมุ่งมานะขยันหมั่นเพียร ให้สมกับที่เป็น ‘พี่ใหญ่’ ของบ้าน 

“ให้ตายสิ” 

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเครียด เสยเรือนผมสีดำขลับขึ้น เป็นไปได้… 

ใจจริงอยากจะทึ้งหนังหัวโขกลงกับโต๊ะแรงๆ เอาให้สมองกระทบกระเทือนไปข้างเลย! 

แกรก…แอด… 

ประตูห้องทำงานเปิดออก ก่อนที่วิศวะหนุ่มร่างท้วม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยโปรตีนและไขมัน จะเดินเข้ามาพร้อมกับถุงขนมก๊อปแก๊ปภายในมือนับสิบถุง 

“อ้าวๆ อ้าวเฮ้ย! ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า!” ชายร่างท้วมเอ่ยเสียงตกใจ 

“เหมือนเดิมทุกอย่าง” อัศวเทพเอ่ย 

“อ้าว? ไหนบอกว่างานนี้ชิวๆ หมูๆ กล้วยๆ ทำเสร็จวันนี้แน่นอน แล้วทำไมมึงถึงมานั่งลิ้นห้อยเหมือนหมาแดกเป็ดโปรตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน แถลงความให้กูฟังสิ” 

“ก็พ่อดันจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้ งานช้าง…ช้างแมมมอธด้วยมึง” 

“เอาหน่า~ กูรู้ว่าของแบบนี้ยังไงมึงก็ทำได้อยู่แล้ว ไม่ต้องเครียดให้กังวลใจ” 

“…” อัศวเทพเงียบไปครู่นึง 

“ถ้ามันเครียดมากนักก็พักหน่อยสิ หาของสวยๆ งามๆ มารื่นเริงใจเพื่อคลายกังวลดีกว่าว่ามั้ย?” 

“หยุดคำพูดของมึงไว้เพียงเท่านั้น หยุดเสนอรายชื่อน้องกิ๊บ เชอร์รี่ น้องวาย มาให้กู” 

“อะไรกัน? รอบนี้กูไม่มาเสวนาให้เมื่อยเหงือกกับมึงหรอก เพราะกูเซฟรูปใส่คอมมึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องห่วง” 

“รูปห่าอะไร!” 

“มารูปหงรูปห่าอะไร! เดียวตีปากแตกเลย!” 

หนุ่มร่างท่วมของขึ้น เมื่อน้องๆ สาวๆ ในสต็อกถูกหมิ่นประมาทด้วยถ้อยคำหยาบคายจากเพื่อนชายผู้ ‘ตายด้านมานานนับปี’ 

“จิตใจทำด้วยอะไร มึงก็รู้ว่ากูไม่โอเคกับรูปแบบ รู้ทั้งรู้ว่าเพื่อนไม่ชอบแต่ยังมีหน้ามายัดเยียดให้” 

“เฮ้…ดราม่าใส่กูเฉย มึงไม่โอเคกับรูป แต่โอเคกับคลิบใช่มั้ยล่ะ” 

“คลิบห่าอะไรล่ะ!” 

“ปากมึงนี่มันน่าดีดจริงๆ! น้องๆ ของกูเขาทำอะไรผิด เนื้อนมไข่คุณภาพจากฟาร์มโชคชัยชัดๆ” 

“เล้งเอ้ย…นมก็เหมือนตูด อย่าไปดูดให้เสียเวลาเลย” 

เจ้าของร่างหนาเอ่ยทิ้งท้ายด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ ก่อนจะคว้าเสื้อช็อปสีกรมที่พาดอยู่บนเก้าอี้ขึ้นมาสวม 

“…มะ..มึงว่าไงนะ…” เล้งอึ้งกิมกี่ 

ยังไม่ทันที่อัศวเทพจะออกจากห้องทำงาน เขาได้หันกลับไปสั่งกำชับเพื่อนอีกครั้ง 

“เอารูปออกจากเครื่องกูให้หมด ไม่งั้นกูจะฟอร์แมทน้องๆ ของมึงลงขยะมูลฝอย” 

“ไอ้เสือ! ไอ้ตายด้าน! ไอ้เป็นหมันแต่กำเนิด! ไอ้! ไอ้! หึ่ย!” 

อัศวเทพไม่แม้แต่จะหยุดฟังเสียงโหยหวนนั้นเลยสักนิด เขาเดินออกจากห้อง กระตุกยิ้มขึ้นเพียงบางๆ หลังถูกสายลมกระทบผิวหน้า สูดหายใจเข้าลึกๆ สร้างความผ่อนคลายให้แก่ร่างกายที่ทำงานสั่งสมหนักมาตั้งแต่เมื่อคืนจนหามรุ่งหามค่ำ 

“กูพยายามแล้วเล้ง” 

เขาเอ่ยเสียงท้อ รู้สึกไม่ดีเลยสักนิด ที่ชีวิตต้องมาพบเจอกับเรื่องแบบนี้ เขาไม่อยากถูกตราหน้าว่า ‘ตายด้าน’ ใครเล่าที่ไม่อยากจะได้คู่ชีวิต หรือผู้หญิงรู้ใจมาเคียงข้างกาย อัศวเทพเองก็เช่นกัน เขาก็อยากเป็นเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ที่อยู่ร่วมกับผู้หญิงได้ เขาอยากมีแฟน อยากมีความรัก แต่ติดตรงที่… 

ร่างกายของเขามันไม่ยอมตอบสนอง และเอาแต่ผลักไสผู้หญิงให้ออกห่าง 

ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่เดือน…หรือกี่ปี… 

ก็ไม่มีท่าทีว่าอัศวเทพจะลดเลือนปมด้อยของตนเองได้ลง ซ้ำยิ่งเพิ่งทวีคูณมากขึ้น 

"เสือ! มึงลงมาดูงานตรงนี้หน่อย!" กลุ่มเพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้านล่างตะโกนเรียก​ 

อัศวเทพประจำการอยู่ที่โรงงานผลิตและซ่อมแซมอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือแพทย์ โรงงานแห่งนี้เป็นแค่เพียงงานเสริมสำหรับอัศวเทพ เพราะงานหลักของเขาจะอยู่ที่โรงพยาบาลของพ่อ 

"กูซ่อมเครื่องไม่ได้สักที ไม่รู้ว่าติดตรงไหน มึงช่วยกูดูหน่อย" 

อัศวเทพลงมาเช็คเครื่องมือ หาข้อผิดพลาด ปรากฏว่าตัวต้นเหตุมาจากแผงวงจรที่กำลังไหม้เกรียม ส่งกลิ่นเหม็นไหม้มาจากด้านใน ทำให้ระบบการทำงานของเครื่องรวนและเสียไปหมด หากพิจารณาด้วยสายตาแล้ว คาดว่าการกู้อุปกรณ์คืนนั้นมีเปอร์เซ็นอยู่ที่ระดับห้าสิบห้าสิบ เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ถ้าหากกู้กลับมาได้นั้นจะถือว่าเป็นที่เรื่องดี 

"แผงวงจรด้านในไหม้" 

"เฮ้ย! แต่กูแก้ไปแล้วนะ ยังไหม้อยู่อีกเหรอ?" 

"ใช่ มันกลับมาไหม้อีกครั้ง แสดงว่ายังมีจุดบกพร่องที่แก้ไขไม่ถึง งั้นมึงเอาไขควงมาให้กูหน่อย" 

เขายื่นมือไปรับไขขวงมาจากเพื่อน เพื่อนำมาหมุนน็อตออก เปิดดูสภาพด้านในของเครื่องตัวปัญหาดังกล่าว 

ฟู่! 

เพียงแค่เปิดฝาเครื่องออก ควันโขมงโฉงเฉงจึงพวยพุ่งออกมาทันที ซ้ำยังมีไอร้อนที่แผ่ออกมาด้านนอกจนทำให้รู้สึกร้อนผ่าว 

"Damnn!" 

อัศวเทพอุทาน หลังถูกควันไหม้จู่โจมไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าเขาเปื้อนคราบสีดำ ซ้ำเม็ดเหงื่อยังผุดขึ้นตามเนื้อตามกาย จนเหนียวเหนอะหนะน่ารำคาญไปหมด 

"เครื่องร้อนชะมัด" 

"งานหยาบแล้วมึง" อัศวเทพเอ่ย ใช้ฝ่ามือขึ้นเช็ดตามใบหน้า 

"เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนๆ หน้ามึงเปื้อนหมดแล้ว" 

"หืม?" 

เขาชะงัก คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาส่องแทนกระจก ดูไปดูมานี่มันชนเผาอินเดียแดงชัดๆ ป้ายสีดำเต็มหน้าอย่างกับผีบ้า 

"มึงไปล้างหน้าก่อนดีกว่านะ...กูหลอน" 

"เดี๋ยวกูกลับมาช่วย" 

อัศวเทพถอดเสื้อช็อปฝากไว้กับเพื่อน ก่อนถอดเสื้อยืดคอกลมสีดำออกตาม เผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อกำยำที่แน่นขนัดไปเสียทุกส่วน เม็ดเหงื่อเกาะอยู่เต็มผิวกายแลดูเซ็กซี่ขยี้ใจคูณสอง 

ถึงเขาจะไม่ได้อยู่ในสมาคมคนรักสุขภาพ แต่กลับดูแลร่างกาย และผิวกายให้ดูดีได้อย่างสมบูรณ์แบบ กล้ามเนื้อไม่ใหญ่จนเกินไป แถมยังดูลงตัวจนน่าเสน่หา ไม่แปลกที่ผู้หญิงหลายคนจะหลงใหลได้ปลื้มเพียงแค่เห็นวีเชฟใต้สะดือที่โผล่พ้นออกมาจากชายเสื้อ 

นอกจากร่างกายจะเจิดจรัสด้าวคาฟ้า ใบหน้าของอัศวเทพยิ่งลงตัวเข้าไปใหญ่ เขาเป็นเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ตามสไตล์ตี๋อบอุ่นบวกความคมเข้มดุจเม็ดกาแฟเขาช่อง เรือนผมสีดำขลับค่อยขัดกับสีผิวขาวนวลชวนฝันหา คิ้วหนาเข้มโค้งรับใบหน้า ดวงตาคบกริบที่แม้แต่มีดก็ยังมิอาจเทียมทาน นัยน์ตาสีดำเข้มแกมน้ำตาลอ่อนราวกับสีนัยน์ตา 'นักล่ายามราตรี' จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเป็นกระจับสีอมชมพูระเรื่อเนื่องจากเป็นคนไม่สูบบุหรี่ ( แต่แอลกอฮอล์ดื่มเป็นครั้งเป็นคราว ) 

"ร้อนชะมัด" เขาเอ่ยเสียงหงุดหงิด 

"เสือ" 

ห่ะ? อัศวเทพชะงัก หลังได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก 

"เฮ้ย! นี่แม่เองเหรอครับ ผมตกใจหมด" 

เขาสูดหายใจเข้าปอด เข้าตับ เข้าม้ามลึกๆ หลังเห็นว่าเป็นมารดา ไม่ใช่หญิงอื่นที่ต้องให้ระแวง 

"เอ้า! ก็แม่นะสิ ทำไมลูกทำหน้าเหมือนเห็นนางฟ้าเลย" 

"นางฟ้า?" อัศวเทพทวนคำ 

"อย่ามาล้อแม่นะ!" อลิสาขมวดคิ้วยุ่ง 

"ฮ่ะๆ นางฟ้าก็ถูกแล้วครับ แม่คือนางฟ้าของผม" เขายิ้มหวาน 

"ไม่ต้องมาปากหวานเลย นี่ แต่เท่าที่แม่เห็น...เสือยังไม่หายจากโรคเก่านั้นใช่มั้ย" 

คุณแม่สาวพราวเสน่ห์อย่าง 'อลิสา' เอ่ย หลังเห็นลูกชายมีพฤติกรรมเดิมๆ ที่แก้อย่างไรก็ไม่รู้จักหาย 

"ผมหายแล้ว" 

"อ้าปากก็เห็นถึงลิ้นไก่ แม่เป็นแม่ลูกนะ...ลูกเป็นอะไรทำไมแม่ถึงจะไม่รู้" 

"แม่อย่าใส่ใจเลยครับ" 

"โอเคๆ แม่รู้ว่าเสือไม่สบายใจ แม่จะไม่คาดคันเอาคำตอบก็ได้" 

พฤติกรรมของลูกชายเธอนั้นเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด เป็นโรคที่ไม่ว่าแพทย์คนไหนก็มิอาจรักษาให้หายได้ ตั้งแต่เด็กยันแก่ อลิสาก็ไม่เคยเจอใครป่วยเป็นโรคแบบนี้เหมือนลูกชายของเธอมาก่อนเลย 

แต่ว่าตอนเด็ก ลูกชายเธอก็เหมือนมนุษย์มนาทั่วไป เข้าได้ดีกับผู้หญิงทุกคน เมื่อเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่ไฟแรง ลูกชายเธอกลับกลายเป็นผู้ชายขี้อาย ซ้ำยังหวาดกลัวผู้หญิงราวกับภูติผีปีศาจ 

ซึ่งมัน... 

แตกต่างจากสามีของเธอมาก 

"แล้วมาหาผมถึงที่นี้มีอะไรหรือเปล่า" อัศวเทพเอ่ย 

"มีสิ...วันนี้เสือว่างมั้ย? แม่อยากให้ลูกกลับไปทานอาหารเย็นที่บ้าน อีกอย่าง...วันนี้พ่อเขาก็มีเลือกจะคุยกับลูกด้วยนะ" 

อลิสาลงทุนขับรถมาหาลูกชายถึงที่ทำงาน เพราะรู้สึกเป็นห่วงที่เห็นลูกชายต้องทำงานหนัก กลับบ้านหามรุ่งหามค่ำทุกวัน บางวันก็ต้องอยู่ค้างที่ทำงานจนไม่ได้พักผ่อน วันนี้เธอเลยตัดสินใจขับรถมาหาลูกชาย เพราะอยากให้ลูกชายกลับไปทานอาหารเย็นที่บ้านด้วยกัน 

"ว่างครับ...แต่ผมต้องไปทำธุระก่อน อาจจะไปช้ากว่าเวลาที่นัดไว้นิดหน่อย" 

"ไม่เป็นไร...แต่เสือต้องกลับไปทานข้าวเย็นที่บ้านนะลูก" 

"แม่ไม่ต้องกังวลนะครับ ที่ผมไม่ได้กลับบ้านเมื่อวานก็เพราะผมติดงาน แต่อีกเดี๋ยวงานก็จะถูกเคลียร์เสร็จหมดแล้ว หลังจากนั้นผมก็จะกลับไปอยู่ที่บ้านตามปกติ" 

"จริงเหรอ! แม่ล่ะดีใจจัง รู้อะไรมั้ย...เสือไม่ยอมกลับบ้านจนแม่ต้องอดเป็นห่วงไม่ได้เลย" 

"ผมจะกลับบ้านไปทานอาหารฝีมือแม่ทุกวัน...ไม่ต้องห่วงครับ" 

อัศวเทพเอ่ย สวมกอดร่างเล็กของมารดาคนสวยอย่างอ่อนโยน 

แต่... 

พ่อของเขามีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยด้วย? 

ห้ามเด็ดขาด! ขอสั่งห้ามก่อนที่เรื่องจะเกิดเลย! พ่อต้องห้ามที่จะขุดคุ้ยเรื่อง 'งานหมั้น' เหล่านั้นมาให้เขาเด็ดขาด ต้องหยุดที่จะนำผู้หญิงแปลกหน้าเหล่านั้นมาประเคนให้เขา มันควรจะหมดยุคคลุมถุงชนไปตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาได้แล้ว พ่อควรจะให้อิสระและเสรีเขามากกว่านี้ ควรจะให้เขาเลือก 'ผู้หญิงที่รัก' ด้วยตัวของเขาเอง ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเจอผู้หญิงคนนั้นเมื่อไร 

หรือ... 

อาจจะไม่เจอไปทั้งชีวิตเลยก็ได้ 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀​ 

@HOSPITAL 

ธุระที่อัศวเทพบอกแม่นั้นก็คือ... 

มาพบจิตแพทย์ที่โรงพยาบาล... 

ชายหนุ่มไม่กล้าเล่าความจริงให้แม่ฟังว่าจริงๆ แล้ววันนี้เขาจะไปปรึกษาจิตแพทย์ที่โรงพยาบาล โรคที่ถึงกับขั้นต้องพบจิตแพทย์นั้นก็คงหนีไม่พ้น 'โรคจิต' หรือ 'โรคประสาท' 

อัศวเทพรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เขาคิดไม่ตกขี้ไม่ออกมานานนับหลายวัน ไม่อาจตัดสินได้ว่า 'โรคประสาท' นั้นจะเกิดจากที่เขา 'กลัวผู้หญิง' หรือเกิดจากที่เขา 'คิดมาก' จนแทบกลายเป็นคนสติเฟื่องกันแน่ 

"เชิญคุณอัศวเทพ ทวีศักดิ์ทินโชติที่ห้องตรวจ 3410 ด้วยค่ะ" 

"ครับ" 

แกรก...แอด... 

เจ้าของร่างหนาหมุนลูกบิดประตูออกอย่างช้าๆ หัวใจของวิศวะหนุ่มกล้ามปูเริ่มเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ราวกับกลองที่ถูกตีเป็นจังหวะ เขากำลังหวาดกลัว... 

กลัวที่จะได้ยินผลลัพธ์ที่ออกมาจากปากแพทย์ กลัวผลตรวจ กลัวทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังบ่งบอกว่าตัวเขานั้นกำลังเป็น 'บ้า' 

ให้ตายสิ! เป็นถึงวิศวะจะมากลัวเรื่องขี้ปะติ๋วจิ๋วหลิวแบบนี้ได้อย่างไรกัน! 

"เอาล่ะ...คุณมีอาการเป็นอย่างไรครับคนไข้" นายแพทย์เอ่ยถาม 

"...อะ..อะไรนะครับ..." อัศวเทพชะงัก 

"ผมถามว่าคุณมีอาการอย่างไรบ้าง" 

"...คือ...ผม..." 

"..." 

"ผมไม่ชอบเข้าใกล้ผู้หญิง ผมกลัวผู้หญิง หมอ...หมอจะหาว่าผมไม่ปกติเลยก็ได้!" อัศวเทพตีโพยตีพาย 

"ถ้าอย่างคุณไม่ปกติ ผมก็คงกลายเป็นคนบ้าแถวสี่แยกไฟแดงไปแล้ว" 

"..." อัศวเทพชะงัก 

"อาการทุกอาการมันจะต้องมีสาเหตุและเหตุผลของมันเสมอ ดังนั้นแล้ว...คุณช่วยเล่าให้ผมฟังทีว่าอะไรเป็นต้นเหตุทำให้คุณหวาดกลัวผู้หญิง" 

"..." อัศวเทพสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมทั้งกำฝ่ามือของตนเองแน่น ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้แพทย์ฟัง 

"..." 

"ตอนเรียนอยู่ที่มหาลัย ผมถูกผู้หญิงตามแอบถ่าย แค่ถ่ายรูปแบบปกติ ผมก็จะไม่ว่าอะไร แต่นี้เธอเล่นแอบถ่ายตอนผมอาบน้ำอยู่ที่โรงยิม" 

"แล้วคุณทำยังไง" 

"ผมจับเธอได้ แต่เธอกลับไม่ขอโทษ ไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำด้วยซ้ำ" 

"..." 

"ถ้าหากวันนั้นผมจับไม่ได้ ผมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ อะไรมากกว่านี้หรือเปล่า 

"เรื่องมันเศร้า" นายแพทย์เอ่ย 

"ครับ มันคือจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ผมไม่มีแม้กระทั่งเพื่อนผู้หญิง" 

"มันกลายเป็นปมด้อยของคุณไปแล้ว" 

"จะว่าเป็นปมด้อยก็ได้ครับ หลายครั้งที่คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าไม่ใช่ชายแท้ เพียงเพราะผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง" 

"ครับ" นายแพทย์รับฟัง 

"หลังจากนั้นมาผมก็ไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลยตลอดชีวิต นอกจากแม่" 

"แล้วครอบครัวของคุณรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า" นายแพทย์เอ่ยหลังจากที่ฟังจบ 

"รู้ครับ" 

"แล้วทำไมเขาถึงไม่พาคุณมารักษาตั้งแต่แรก" 

"ผมโกหกว่าผมหายดีแล้ว ครอบครัวก็เลยไม่พาพบไปรักษา แต่...ที่ผมโกหกก็เพราะว่าผมไม่อยากให้ทุกคนต้องมาเป็นห่วง" 

"แต่ยิ่งโกหกอาการของคุณก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น" นายแพทย์เอ่ย 

"..." อัศวเทพเงียบไปครู่นึง 

"คุณไม่ได้เป็นโรคประสาทหรือเป็นโรคจิตเหมือนอย่างที่คุณคิด คุณปกติดีครบสามสิบสองทุกประการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวคุณมันเป็นเรื่อง 'ปมด้อย' ที่คุณจะต้องรักษาด้วยตัวของคุณเอง คุณจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนะคติเรื่องความคิดของคุณเอง คุณจะต้องปรับตัวเข้ากับผู้หญิง ทำความรู้จักกับผู้หญิงให้มากกว่านี้ ผมจะบอกอะไรให้...ผู้หญิงบนโลกใบนี้ไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่คุณคิดไปซะทุกคน ไม่ใช่ว่าโลกนี้จะมีผู้หญิงโรคจิตอยู่เต็มไปหมด มันยังมีผู้หญิงดีๆ เหลืออยู่อีกมากมาย" 

"แล้วหมอเคยถูกผู้หญิงลวนลามหรือเปล่า" 

"หมอไม่เคยถูกลวนลามมีแต่หมอไปลวนลามคนอื่น จบนะ" 

"..." 

"ผมไม่อยากให้คุณยึดติดอยู่กับเรื่องเลวร้ายแบบนั้น" 

"...ผมก็ไม่อยากยึดติด...แต่มันทำไม่ได้..." อัศวเทพเอ่ยเสียงแผ่ว 

"งั้นผมจะจัดยาคลายเครียดและยานอนหลับให้คุณ เพราะผมทราบดีว่าคุณคงจะต้องคิดมากก่อนนอนทุกคืน" 

"..." 

"แต่ถ้าคุณอยากให้ปมด้อยเหล่านี้หายออกไปจากชีวิตคุณ คุณจะต้องสร้างไมตรีผูกจิตสนิทชิดเชื้อกับผู้หญิงให้มากกว่าเดิม รุกต้องรุกเท่านั้น" 

"จะดีเหรอ" อัศวเทพเอ่ย 

"ดี! เชื่อหมอสิ! รุกเร้าซุกไซร้ชอนไชไปเลย!" 

"ขอบคุณครับ" 

อัศวเทพเอ่ยขอบคุณหลังจากที่ได้รับการตรวจเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินออกจากห้อง พร้อมทั้งเดินตรงไปที่ช่องรับยา 

ส่วนภายในหัว... 

ก็เอาแต่คิดฟุ้งซ่านในเริ่มเก่าเรื่องเดิมที่รื้อฟื้นขุดคุ้ยขึ้นมาเครียดอีกครั้ง จะไม่ให้เขาเป็นโรคประสาทตายได้ยังไง ก็ในเมื่อสมองเอาแต่คิดมาถึงเรื่อง 'กลัวผู้หญิง' อยู่ตลอดเวลา 

ใครไม่เป็นคงไม่เข้าใจ การที่เป็นโรคแบบนี้มันทรมานมากขนาดไหน หวาดระแวงอยู่ทุกวินาทีเลยด้วยซ้ำ มันไม่ใช่เรื่องตลกที่จะเอามาล้อเล่น ทำให้เขาถูกกล่าวหาว่าเป็น 'ชายรักชาย' เพราะใครๆ ต่างก็เห็นเขาเกลียดผู้หญิง ไม่ชอบอยู่ใกล้ผู้หญิง จึงถูกตีตราว่าเป็น 'สมาคมนิยมถั่วดำอัดเม็ด' เฉย 

"แต่ถ้าคุณอยากให้ปมด้อยเหล่านี้หายออกไปจากชีวิต คุณจะต้องสร้างไมตรีผูกจิตสนิทชิดเชื้อกับผู้หญิงให้มากกว่าเดิม รุกต้องรุกเท่านั้น" 

เสียงนายแพทย์ดังก้องอยู่ในหัวอัศวเทพ เขายืนครุ่นคิดอยู่เป็นเวลาสักพัก เก็บคำพูดถูกเม็ดทุกรายละเอียดมาฝั่งใจ 

"แล้วรุกมันแปลว่าอะไรว่ะ" 

- END INTRO - 

 

ช่วยด้วยค่ะ... 

ใครก็ได้ช่วยนุ้งเสือด้วย  นุ้งเสือไม่รู้จักอะไรคือ 18+ 

แลดูละอ่อนน้อยจนน่าหมั่นไส้ ไม่รู้จัก 'รุกเร้าซุกไซร้ชอนไช' เลยอ่ะ 

ไปถามพ่อสิ พ่อรู้หมดตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ! 555+ ถถถ+ 

ใสๆ ไร้สมองแบบนี้ไรท์ช๊อบชอบบบบ! 

 

 

 

 

 

 

 

E M M A L Y N

tumblr_otiytr7row1w0uq10o1_500.gif

 

ยินดีต้อนรับอีกครั้งทั้ง แฟนคลับ หรือ ผู้ที่ลงเข้ามา 💋

นามปากกา เอมมาลิน หรือเรียกสั้นๆ กันเองๆ ว่า เอม ก็ได้จ้า

เป็นนักเขียนมือใหม่หัดแต่ง คิดสด แต่งสด พล็อตสด 5555+

อัพนิยายช้าบ้างเร็วบ้างตามเวลา เพราะไรท์ยังเรียนอยู่ แต่ก็จะพยายามอัพทุกวัน งุงิ~

 

ช่องทางการติตดาม : เอมมาลิน / Emmalyn's ( เพจ )

 

 ↓

 

รายชื่อนิยายทั้งหมด

1. เมียหมอ NC 20+ ( สายหื่น ) : END

2. เมียวิศวะ NC 20+ ( สายซึน ) : END

3. เมียทันตะ NC 20+ ( สายม่อ ) : ON LINE

4. พันธะรักร้าย SM 20+ ( ผัวเด็ก ) : ON LINE 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น