ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สับสน หวั่นไหว

ชื่อตอน : สับสน หวั่นไหว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2559 18:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
สับสน หวั่นไหว
แบบอักษร

 

 

สับสน หวั่นไหว

 

 

หลังจากที่ซิลเวอร์กลับไปแล้วคริสก็ได้แต่กัดฟันกรอดๆกับตำแหน่งที่เพิ่งได้เลื่อนขั้นจากทาสรับใช้ไปเป็นฮูหยินหรือเมียท่านประมุขของพรรคดีๆนี่เอง แม้จะทราบว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนพึงพอใจในตัวของเขาแต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะเป็นถึงขั้นนี้ ซิลเวอร์เล่าว่าภายในพรรคทิวาทมิฬยามนี้ไม่มีใครมิรู้ว่าเขาเป็นใครและที่แย่ที่สุดคือบรรดาอนุของเฟยหรงมี่เยี่ยนที่มีมากกว่าหกคน!

 

 

 

คริสนั่งข่มโทสะที่กำลังจะระเบิดออกมาล้างผลาญตำหนักมารทมิฬให้ราบเป็นหน้ากอง ไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจอะไรกันแน่ระหว่างถูกยัดเยียดตำแหน่งฮูหยินให้หรือว่าการที่เฟยหรงมี่เยี่ยนมีเมียอยู่แล้วถึงหกคน ถึงจะมีตำแหน่งรองจากเขาก็เถอะเพราะเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่เคยแต่งตั้งใครเป็นฮูหยิน และหากไม่ได้รับอนุญาตพวกนางทั้งหลายมิมีสิทธ์ก้าวเท้าออกไปจากตำหนักในอย่างเด็ดขาด!

 

 

 

ในส่วนเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่เคยก้าวเท้าเข้าไปในส่วนของตำหนักในมาก่อนด้วย!

 

 

 

คริสเกลียดสตรีเสแสร้งเป็นที่สุด มารดาของเขาสั่งสอนเสมอว่าผู้หญิงอันตรายเป็นนางงูพิษตลบตะแลง เจ้าวางแผนและเอาตัวรอดได้อย่างลื่นไหล ชอบเงินทอง เอาแต่ใจและชอบข่มสามี! สตรีที่เขาชื่นชอบมีเพียงมารดาผู้โหดสลัดของเขาเท่านั้น หากต้องรับมือเมียน้อยทั้งหลายคริสคงปวดหัวตายอย่างแน่นอน หากพวกนางขวางหูขวางตาเขา เขาจะร่ายคาถาใส่ให้กลายเป็นกบสักเจ็ดวันเจ็ดคืน!

 

 

 

เรื่องเกี่ยวกับอนุทั้งหกคริสจับหญิงรับใช้ที่มาส่งน้ำชาที่ตำหนักมารทมิฬร่ายคาถาควบคุมจิตใจดึงเอาข้อมูลมาก่อนจะลบความทรงจำและปล่อยออกไป แม้จะรู้สึกโล่งใจ ซึ่งมิทราบโล่งใจเพราะเหตุใด แต่พอรู้ว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนไม่แม้จะเคยก้าวเท้าเข้าตำหนักในที่ทั้งหกคนอยู่โทสะของคริสก็ลดลงไปเล็กน้อย

 

 

 

แม้คริสจะมิทราบตำแหน่งฮูหยินทำอะไรได้บ้างหรือมีอะไรพิเศษหรือไม่แต่คงมิแตกต่างจากตำแหน่งเดิมคือทาสรับใช้มากนัก จะอย่างไรเขาก็จะกระทำตัวอย่างเช่นเดิม

 

 

 

แม้เฟยหรงมี่เยี่ยนจะอบรมเขาเรื่องห้ามพบบุรุษอื่นหากมิจำเป็นก็ตามที แต่หากเป็นฮูหยินแล้วทำให้เขาสบายเช่นนี้จะยอมเป็นให้ก็แล้วกัน ภายในตำหนักแห่งนี้ทั้งหรูหรา เงียบสงบ แถมอาหารเลิศรสมีเพียบ! แม้ต้องตัวติดกับเฟยหรงมี่เยี่ยนก็ตามทีแต่เขาก็ชาชินเสียแล้ว อีกทั้งเฟยหรงมี่เยี่ยนก็ยังหล่อเหลาเป็นอย่างมาก เขาไม่เสียหายอันใดเนื่องจากมิมีอันใดให้เสียอีกแล้ว! คงต้องยอมๆไป

 

 

 

ก็ตอนนี้เขาเป็นเมียมันนี่!

 

 

 

ไม่ใช่ว่าเขาชอบให้เฟยหรงมี่เยี่ยนกอดจูบหรอกนะ ไม่มี๊!

 

 

 

นั่งสงบจิตสงบใจกว่าหนึ่งชั่วโมงในที่สุขคริสก็กลับมาเป็นปกติอารมณ์แจ่มใสยิ่ง นั่งจิบน้ำชารอเฟยหรงมี่เยี่ยนที่มิทราบหายไปไหนซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ออกนอกตำหนักมารทมิฬหากไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมันคือคำสั่ง! หากเขาขัดคำสั่งจะรู้สึกผิดแทบอยากจะร้องไห้ออกมา!

 

 

 

คริสนั่งคิดเรื่องเล็กๆน้อยๆเมื่อมิมีสิ่งใดให้ทำ คิดไปว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนอยู่กับเขาแทบตลอดเวลาทั้งยามตื่นยามนอนแล้วเจ้าตัวเอาเวลาใดไปออกคำสั่งหรือจัดการเรื่องในพรรค เขาเพิ่งจะเห็นเฟยหรงมี่เยี่ยนออกห่างจากตัวเขาก็วันนี่เอง แม้ตำหนักแห่งนี้จะไม่มีใครและเงียบสงบเป็นอย่างยิ่งแต่ก็เหมือนมันมีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น

 

 

 

                ไม่ว่าเรื่องอะไรที่จำเป็นในขั้นพื้นฐานของเขาแม้จะไม่มีคนหรือออกคำสั่งสิ่งนั้นจะนำมาให้กับเขาในทันที ไม่ว่าจะเป็นของว่างหรือน้ำชาที่ไม่ได้สั่งหากแต่นำมาให้ในยามที่เขาต้องการ หรือแม้กระทั่งชาเย็นชืดก็จะมีหญิงรับใช้ท่าทางสงบเงียบนอบน้อมเข้ามาเปลี่ยนชากาใหม่ให้พร้อมกับหายไปอย่างรวดเร็ว ห้องอาบน้ำเองก็เช่นกัน มิทราบน้ำอุ่นที่ใช้อาบผุดออกมาจากที่ตรงไหนหรือเตรียมไว้ยามใด

 

 

 

ช่างทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน่ายกย่องยิ่งนัก!

 

 

 

คริสสลัดเรื่องราวไม่เป็นเรื่องออกไปก่อนจะล้วงหยิบเอาตำราคาถาลับต้องห้ามระดับสูงออกมาจากถุงขยายมิติแล้วเริ่มอ่านศึกษาอย่างจริงจัง หากทำความเข้าใจตำราคาถาลับต้องห้ามทั้งหมดที่เขามีอยู่แล้วไม่สามารถมีวิธีใดกลับโลกเดิมได้เขาจึงจะถอดใจ หากแต่ตอนนี้บางเล่มที่เขามีกลับยังไม่รู้เรื่องเท่าใดนัก คาถาซับซ้อนยิ่งกว่าที่เขาจะทำความเข้าใจมันได้

 

 

 

เฮือก!

 

 

 

คริสสะดุ้งตกใจไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ถือเอาไว้ในมือแทบจะจิ้มลูกนัยน์ตาของตนเองเมื่อจู่ๆก็รู้สึกได้ถึงจุมพิตหนักหน่วงที่ขมับด้านขวา หลับตามองก็ทราบว่าเป็นผู้ใดที่โผล่มา ไม่มีผู้ใดกินเต้าหู้เขานอกจากเฟยหรงมี่เยี่ยนอีกแล้ว!

 

 

 

“เด็กน้อย เรากลับมาแล้ว” น้ำเสียงเรียบนิ่งถูกเอ่ยออกมาจากเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาซึ่งกำลังนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆตัวที่เขานั่งอยู่ แถมยังเขยิบเก้าอี้เข้ามาใกล้ตัวที่เขานั่งอยู่เบียดชิดจนแทบจะสิงอยู่แล้ว

 

 

 

“ท่านบอกกล่าวผู้อื่นว่าข้าคือฮูหยินของท่านได้อย่างไร”  คริสผู้มีอาการหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าเฟยหรงมี่เยี่ยนเอ่ยเข้าประเด็นในทันที

 

 

 

“เจ้ารู้แล้ว?” แม้จะเป็นคำถามหากแต่น้ำเสียงไม่มีความแปลกใจอันใดแม้แต่น้อย

 

 

 

“ใช่! แม้ท่านจะเป็นเจ้านายของข้าเนื่องมาจากโอสถนรกนั่นที่ท่านให้ข้าทานลงไป หากแต่ท่านก็ควรปรึกษาหรือถามความสมัครใจของข้าบ้าง”  คริสระบายความอัดอั้นเต็มที่ การถูกกดขี่ข่มเหงในโลกเดิมเขามิเคยเจอมาก่อนเลยในชีวิต

 

 

 

“ยามนี้หรืออนาคตเจ้าก็ต้องเป็นอยู่ดี” เฟยหรงมี่เยี่ยนกล่าวอธิบายเนิบช้าเรียบนิ่งมิมีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อยราวกับว่าตำแหน่งฮูหยินพรรคทิวาทมิฬที่ยกให้คริสนั่นถูกต้องที่สุด

 

 

 

“ท่านมีอนุภรรยาแล้วตั้งหกคน!”  ในที่สุดสาเหตุของความหงุดหงิดก็หลุดออกมาจากปากของคริส เขายอมรับว่าตกใจไม่น้อยที่รับรู้เรื่องอนุทั้งหกของเฟยหรงมี่เยี่ยนเนื่องจากในโลกเดิมการคบหาหรือการแต่งงานนั้นมีได้เพียงทีละหนึ่ง

 

 

 

คริสชะงักไปเล็กน้อยเมื่ออาการของเขาเหมือนภรรยาหึงหวงสามีมิมีผิด!

 

 

 

มิใช่! ที่เขามิพอใจเนื่องจากเฟยหรงมี่เยี่ยนยัดตำแหน่งฮูหยินพรรคมาให้โดยมิบอกกล่าวก่อนมิใช่เพราะเขาหึงหวงเฟยหรงมี่เยี่ยน!

 

 

 

แล้วจะมิให้เขาไม่รู้สึกอันใดกับคนที่กอดจูบลูบคลำกันอยู่ทุกวันตลอดเกือบหนึ่งเดือนนี้หรือ?

 

 

 

คริสรีบสงบสติอารมณ์ที่กำลังกระเจิดกระเจิงไปไกลในทันทีพร้อมกับก้มหน้าก้มตาอ่านตำราต่อมิสนใจเฟยหรงมี่เยี่ยนอีก เรื่องนี้เขาจะมิเก็บมาคิดให้ปวดหัวอีก ให้มันเป็นไปเรื่อยๆเป็นธรรมชาติดีที่สุด ตัดสินความรู้สึกยามนี้ก็มีแค่ความสับสนลังเลเท่านั้น ค่อยเป็นค่อยไปน่าจะดีกว่า

 

 

 

“อนุ? เจ้ามิชอบใจ” น้ำเสียงของเฟยหรงมี่เยี่ยนเข้มกดดันแถมยังเย็นชา ประกายในดวงตาฉายแววสังหารออกมาอย่างมิปิดบังก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อคริสเก็บตำราเข้าไปในถุงขยายพื้นที่ซึ่งดูเหมือนเด็กน้อยของเขาจะมิมีสมาธิอ่านเสียแล้ว

 

 

 

เออ!

 

 

 

คริสอยากตอบออกไปเช่นนั้น ยอมรับก็ได้ว่าไม่พอใจ ความรู้สึกของเขาเหมือนถูกหลอก ลองคิดดูว่าหากมีใครคนหนึ่งมาจีบแต่คุณมารู้ทีหลังว่าเขาคนนั้นมีแฟนอยู่แล้ว คุณจะอยู่สึกยังไง!

 

 

 

เฮ้ย! แล้วทำไมมึงใจง่ายงี้วะไอ้คริส!!

 

 

 

มารดาสอนไม่เคยจำ! ถ้าเริ่มรู้สึกนั่นแปลว่าเริ่มแพ้ภัย  เหมือนที่แม่รู้สึกกับพ่อ คนมหาโหดเช่นแม่เลยพ่ายแพ้เสร็จแก่พ่อไป แต่ก็พ่ายแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี! อำนาจของบ้านแม่คือผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุด แล้วนี่เขามาคิดเรื่องนี้ทำไมเนี่ย!? แล้วจะคิดมากให้เครียดเพื่ออันใดละนี่ มิใช่เมื่อครู่ตัดสินใจค่อยเป็นค่อยไปหรอกหรืออย่างไร

 

 

 

“ไม่ใช่” คำตอบของคริสนั้นแผ่วเบาไม่หนักแน่นแม้แต่น้อย ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครา

 

 

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนมิรู้จักอนุภรรยาทั้งหกมาก่อน เจ้าหอสิบ อวิ่นหลิวเพียงรับเข้ามาเสริมบารมีเท่านั้นซึ่งเขาผู้นี้มิใคร่สนใจหรือเข้าไปเหยียบในที่ที่สตรีทั้งหกอยู่แม้แต่น้อย แม้เพียงพบหน้าก็มีเคยพบ หากเด็กน้อยของเขามิชมชอบสตรีเหล่านั้น ตัวเขาผู้นี้จะทำให้อนุทั้งหกหายไปเอง มิให้เด็กน้อยของเขาต้องหงุดหงิดเพราะเรื่องของผู้อื่น!

 

 

 

หากแต่เฟยหรงมี่เยี่ยนก็อารมณ์ดีมิน้อยที่เด็กน้อยของเขาหึงหวงตัวเขาถึงเพียงนี้

 

 

 

“เพียงแค่บอกแก่เรา ไม่ว่าเรื่องใดเจ้าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ” เพียงแค่อยู่ข้างๆเราและไม่ทรยศเราก็พอ ประโยคหลังเฟยหรงมี่เยี่ยนมิได้กล่าวต่อเนื่องจากทราบว่าคริสนั้นรับรู้อยู่แล้ว หากแต่รูปประโยคชั่งยาวนักเฟยหรงมี่เยี่ยนมิใคร่ชอบพูดยืดยาวเท่าใด

 

 

 

“ข้าเป็นเพียงทาสรับใช้ใยมีสิทธิ์มิชอบใจเล่า”  คริสอดเหน็บแนมมิได้เกี่ยวกับสถานะของเขา

 

 

 

“เจ้าเป็นฮูหยินของเรา” เฟยหรงมี่เยี่ยนเองก็แก้ไขมันอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเย็นชามิเข้ากับคำบอกกล่าวแม้แต่น้อย หากแต่มันกลับทำให้คริสหายหงุดหงิดได้มิน้อย

 

 

 

เมื่อคลายความหงุดหงิดไปได้คริสก็เกิดอาการหมั่นไส้เฟยหรงมี่เยี่ยนพร้อมความคิดแก้แค้นอยากเอาคืนที่เฟยหรงมี่เยี่ยนทำให้ตนเองไม่เป็นตัวของตัวเองเช่นนี้ อารมณ์ขึ้นลงหงุดหงิดง่าย

 

 

 

ไม่ต้องเสียเวลาคิดคริสรินน้ำชาลงในถ้วยชาก่อนจะยกขึ้นจ่อริมฝีปากเฟยหรงมี่เยี่ยนในทันที

 

 

 

ชาร้อนๆที่หญิงรับใช้เพิ่งเข้ามาเปลี่ยนได้ลวกปากน่าจุมพิตนั่นแน่!

 

 

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนคล้ายไม่รับรู้เจตนาของคริสที่ป้อนชาร้อนๆให้แก่ตนเองหากแต่ยอมจิบชาอย่างว่าง่ายและอารมณ์ดี ท่วงท่าสง่างามเป็นธรรมชาติอย่างยิ่งแม้แต่สีหน้าก็มิเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

 

 

 

คริสเห็นเฟยหรงมี่เยี่ยนมิมีอาการโดนชาลวกปากอย่างที่อยากให้เป็นก็กัดฟันกรอดๆวางถ้วยชาลงไม่เบามือเท่าใดนักจนชาร้อนด้านในกระชอกออกมาลวกมือของคริสเสียเอง

 

 

 

“เด็กน้อย”  เฟยหรงมี่เยี่ยนคว้ามือคริสข้างที่โดนลวกขึ้นมาในทันทีอย่างทะนุถนอมมิได้มองใบหน้าเหยเกของคริสแม้แต่น้อย คริสอยากจะร้องออกมาดังๆในยามที่ถูกชาร้อนๆลวกมือนัก! แต่ถ้าหากร้องออกมาคงเสียศักดิ์ศรีมิเหลือชิ้นดี! ใยเป็นเขาที่โดนเสียเองเล่า!

 

 

 

คริสชักมือออกจากมือใหญ่ของเฟยหรงมี่เยี่ยนด้วยอารมณ์ขุ่นมัวและเจ็บใจเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่คริสจะร่ายคาถามิให้ปวดแสบปวดร้อน คาดว่ามิเกินสองวันคงหายดี

 

 

 

มองใบหน้านิ่งเฉยของเฟยหรงมี่เยี่ยนหากแต่ดวงตาลึกล้ำกลับฉายแววห่วงใยอ่อนโยนทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของคริสหายไปอย่างไร้ร่องรอย จะโทษผู้ใดได้ในเมื่อเขาทำตนเอง ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวอย่างที่ผู้คนว่าเอาไว้มิมีผิด

 

 

 

“ข้าขอโทษท่าน”  คริสเอ่ยขอโทษเฟยหรงมี่เยี่ยนอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนเป็นห่วงเป็นใยแต่ตนเองกลับชักมือออกมาจากมือใหญ่โดยมิสนใจความรู้สึกของเฟยหรงมี่เยี่ยนที่กำลังสำรวจดูมือของเขาแถมตัวเขายังตั้งใจป้อนน้ำชาร้อนๆให้ลวกริมฝีปากของเฟยหรงมี่เยี่ยนอีกด้วย

 

 

 

“ตกลง เราจะให้โทษเจ้า”  ดวงตาคู่โตสีเขียวมรกตของคริสเบิกกว้างอย่างตลึงเมื่อได้ยินในสิ่งที่เฟยหรงมี่เยี่ยนเพิ่งกล่าวจบไป บัดซบ! มีอย่างที่ไหนตอบเช่นนี้กัน

 

 

 

คริสแทบอยากจะถีบอีกคนตกเก้าอี้ ใยเรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นนี้เล่า หากเขาไม่ได้ระบายอารมณ์ออกมาคงได้กระอักโลหิตเป็นแน่! ไวเท่าความคิดคริสใช้มือที่ยังไม่ได้เช็ดทำความสะอาดหลังจากจับตำราแล้วหยิบขนมชิ้นหนึ่งป้อนเฟยหรงมี่เยี่ยนในทันที

 

 

 

จงกินแบคทีเรียเข้าไปซะเถิด!

 

 

 

เฟยหรงมี่เยี่ยนยังคงใบหน้านิ่งเฉยอ้าปากกัดขนมที่เด็กน้อยของเขาป้อนให้ด้วยดวงตาเป็นประกายพึงพอใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตัวเขาผู้นี้กัดกินขนม มิทราบเด็กน้อยของเขาพึงพอใจถึงเพียงนี้เมื่อได้ปรนนิบัติตัวเขาผู้นี้

 

 

 

ความสะใจเล็กๆของคริสหายไปในทันทีเมื่อในดวงตาลึกล้ำของเฟยหรงมี่เยี่ยนฉายแววสมใจในบางอย่าง คริสชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะคิดขึ้นมาได้ว่าเฟยหรงมี่เยี่ยนจะไปรู้จักแบคทีเรียได้อย่างไร!

 

 

 

เอาคืนผู้ที่ไม่รู้ย่อมมิสาสมใจอันใด!

 

 

 

คริสได้แต่กัดฟันกรอดๆสงบสติอารมณ์ของตนเอง เขามิเคยรู้สึกทำอันใดก็ไม่สำเร็จแถมยังเสียเปรียบเอาคืนไม่ได้เช่นนี้มาก่อนเลย!

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น