💕💕💕ชอบกดไลค์...ใช่กดแชร์ฝากติดตามเพจด้วย มือใหม่หัดเขียน💕💕💕💕

องค์ชายสิบสาม(ภาคเมืองเสียนหยาง)

ชื่อตอน : องค์ชายสิบสาม(ภาคเมืองเสียนหยาง)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2559 13:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
องค์ชายสิบสาม(ภาคเมืองเสียนหยาง)
แบบอักษร


🍓ในภาคนี้อาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องชิงรักหักสวาทเสียส่วนใหญ่ แต่ความจริงแล้ว ไรท์ไม่ได้จะตั้งใจให้มันเป็นแนวดราม่านะ ภาคนี้เน้นไปที่ความแค้นของโจวหว่านหรู โดยมีฉีหลินในร่างของนางมาช่วยทวงความยุติธรรม และถ้าจบภาคนี้ก็จะเปลี่ยนธีมไปแนวผจญภัยเลยค่ะตามชื่อเรื่องเลย รับรองไม่ใช่แนวแก่งแย่งชิงบัลลังค์🍓

 

•จักรวรรดิที่6•

 

 

          องค์ชายสิบสามแต่เดิมมีมารดาเป็นเพียงไฉ่เหรินตัวเล็กๆ  ในขณะตั้งครรภ์นั้นเป็นเพราะฝีมือของสนมนางในบางคนที่ต้องการขจัดบุตรในครรภ์ของเจียงไฉ่เหริน  จึงได้ทำการวางยานางติดต่อกันจนกระทั่งบุตรที่คลอดออกมาพิกลพิการ

 

          แม้กระทั่งตัวของนางเองนั้นก็ยังไม่สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ตกเลือดตายไปตั้งแต่ตอนคลอด  ภายในปีนั้นเองเมื่อองค์ชายสิบสามอายุครบขวบปี  หมอหลวงก็วินิจฉัยว่าพระองค์ทรงมีพัฒนาการทางสมองล้าหลังกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน  อาจถึงขั้นปัญญาทึบไปเลย  ฝ่าบาททรงพิโรธเป็นอย่างมากสั่งให้กุดหัวนางกำนัลและขันทีทั้งหมดภายในตำหนักเพื่อปกปิดความลับนี้

 

          และได้ให้นางกำนัลเป็นผู้เลี้ยงดูองค์ชายปัญญาอ่อนนี้ภายนอกวังหลวง  จากนั้นพระองค์ก็ทรงลืมเรื่องราวของบุตรชายผู้นี้ไปจนหมดสิ้น  หากไม่มีฉินกงกงเป็นผู้เอ่ยออกมาฮ่องเต้ย่อมไม่มีทางจำได้เป็นแน่

 

          ครานี้องค์ชายสิบสามถูกนำตัวเข้าวังหลวงเพื่อสมรสกับโจวหว่านหรูนับเป็นข่าวใหญ่เลยทีเดียว  เรื่องราวขององค์ชายผู้ถูกทอดทิ้งนี้มีบางคนได้ลืมเลือนไปแล้ว  แต่บางคนก็ยังคงจำได้เพราะความลับนั้นไม่มีในโลก  แม้ทางวังหลวงจะพยายามกลบเกลื่อนเรื่องราว  ก็เหมือนแมวตายที่ยังหลงเหลือกลิ่นให้ผู้คนแสวงหา

 

          มาบัดนี้ผู้คนร้านตลาดต่างร่ำลือถึงความโง่เขลาเบาปัญญาขององค์ชาย  นี่มิใช่วัวเคี้ยวมู่ตันหรอกหรือ  แต่เอ! มู่ตันดอกนี้แท้จริงแล้วก็หาใช่มู่ตันไม่  เป็นเพียงดอกแสงจันทร์ที่เพียงพิศผ่านก็เห็นว่าสวยงามดี  แต่ความจริงแล้วกลับมีตำหนิ

 

          ดอกแสงจันทร์นี้อันว่าเป็นหนึ่งในชาขึ้นชื่อของเกาฟาง  ลำต้นเตี้ยใบหยักเป็นฟันเลื่อยให้รสชาติที่หอมละมุนและชุ่มคอ  ดอกสีเหลืองของมันจะบานในตอนกลางคืนส่งกลิ่นหอมชื่นใจ  กลีบหกกลีบนั้นแม้เพียงมองครั้งแรกก็ให้สบายตาแต่กลับมีตำหนิร้ายแรงอยู่นั่นคือ  รอยผ่าสีดำที่ลากผ่านปลายดอกจรดฐานดูคล้ายเป็นรอยกรีดของแผลเป็น  ดังนั้นดอกแสงจันทร์ในภาษาชาวบ้านจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าดอกทำลายโฉม

 

          “ท่านปู่ได้โปรดสงบใจเถิดเจ้าค่ะหลานไม่เป็นไร”

 

          ขณะนี้ในจวนตระกูลโจวกำลังวุ่นวายเพราะข่าวที่ปล่อยออกมา  โจวเจียงสงให้แค้นนักแต่ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้  เป็นเขาเองที่ดึงดันในตอนแรกว่าอยากจะขอสมรสพระราชทาน  แต่เพียงสามปีเท่านั้นที่ตระกูลโจวตกต่ำลงฝ่าบาทก็เอาพระทัยออกห่าง

 

           มาบัดนี้หลานสาวกำลังจะต้องแต่งให้คนโง่เง่าเช่นนั้น  แล้วต่อจากนี้ชีวิตในวันข้างหน้าของนางจะเป็นเช่นไร  องค์ชายสิบสามผู้นั้นยังไม่สามารถปกป้องตนเองได้  เป็นเพียงลูกที่ถูกทอดทิ้งอยู่ภายนอกวังหลวง  ไร้ซึ่งกำลังทหารและผู้หนุนหลังใดใด  หากแต่งให้เขามิเท่ากับว่าตายไปแล้วหรอกหรือ

 

          “แต่งกับใครก็เหมือนกันท่านอย่าได้กังวล”  ฉีหลินเอ่ยปากอย่างไม่ทุกข์ร้อน

 

          สำหรับนางการเลิกหมั้นหมายกับจวิ้นหวังก็ดี  การแต่งกับเผ่ยเซวียนก็ดีทำให้นางสามารถเข้าใกล้เหยาจือซินได้อีกทาง  ไม่ว่าจะเป็นทางไหนนางก็ไม่มีวันปล่อยให้ตระกูลเหยาต้องสมหวังเป็นแน่

 

          ข่าวการแต่งงานระหว่างคนทั้งสองทำให้เหยาจือซินสมใจยิ่งนัก  แม้นางจะไม่คิดขัดขวางเรื่องราวแต่ก็ต้องอยากไปเยาะเย้ยให้สาสมใจ  แต่งกับองค์ชายสิบสามแล้วต้องย้ายไปชายแดนเกาฟาง  นับว่าเป็นเรื่องลำบากสำหรับสตรีผู้หนึ่ง  ตระกูลโจวเองก็คงลำบากมิใช่น้อย  เมื่อความหวังเพียงหนึ่งเดียวต้องกลายสภาพเป็นผีไม่ใช่คนไม่เชิง

 

          “ยินดีด้วยเพคะพระชายา”  นางกำนัลประจำตัวของเหยาจือซินเรียกขานตำแหน่งพระชายา  นางมั่นใจว่าท่านอ๋องต้องมอบตำแหน่งนี้แก่พระสนมเป็นแน่

 

          “เหลวไหลพูดอะไรของเจ้า  หากมีคนมาได้ยินจะทำเช่นไร”  ถึงแม้นางจะแสดงออกอย่างมิใคร่พอใจนัก  แต่ลึกๆแล้วนางยินดีต่อคำเรียกขานนี้เป็นอย่างยิ่ง

 

           “บ่าวผิดไปแล้วเพคะพระสนมขอทรงลงโทษหม่อมฉันด้วย”  นางกำนัลเพียงแสร้งคุกเข่าลอบขออภัยโทษเท่านั้น  แต่นางเองก็รู้ดีเช่นกันว่านายหญิงนั้นประสงค์สิ่งใดกันแน่

 

          “ลุกขึ้นเอาเถอะคราวหน้าคราวหลังเจ้าก็หัดระวังคำพูดเสียบ้าง  หน้าต่างประตูล้วนมีหูตาทำสิ่งใดต้องระมัดระวังรอบคอบ”  นางจำเป็นต้องเอ่ยตักเตือนเสียบ้าง

 

          “ขอบพระทัยเพคะคราวหน้าบ่าวไม่กล้าแล้ว”

 

          “ท่านอ๋องกลับมาหรือยัง”  นางรอคอยให้จวิ้นหวังนำข่าวนี้มาบอกแก่นางเอง

 

          “เรียนพระสนมท่านอ๋องเสด็จวังหลวงตั้งแต่เมื่อบ่ายแล้วเพคะ”

 

          “เช่นนั้นก็ไม่ต้องสนใจเรื่องนี้อีก”  นางพูดพลางขยับปิ่นผีเสื้อบนมวยผมและจัดองค์ทรงเครื่องให้เรียบร้อย

 

          ตำแหน่งพระชายาเอกนั้นเป็นเพียงใบเบิกทางสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าในวันหน้า  ตำแหน่งมารดาแห่งแผ่นดินนั้นเป็นอะไรที่นางเฝ้าใฝ่ฝันถึง  แผนการณ์ที่ถูกวางมานานปีอย่างแยบยลนั้นไม่มีช่องโหว่แม้แต่น้อย

 

          ในครานี้ถึงแผนจะผิดเพี้ยนไปบ้าง  โจวหว่านหรูไม่ตายแต่ก็หมดสิทธิ์ในตำแหน่งชายาของจวิ้นหวัง  ตระกูลโจวรอดพ้นจากการสูญเสียทายาทเพียงคนเดียวแต่ก็ไร้อำนาจในมืออีกต่อไป  ฝ่าบาททรงต้องการจำกัดอำนาจของตระกูลโจวเป็นทุนเดิม  ถึงอย่างไรการสมรสกับองค์ชายสิบสามก็ไม่ต่างจากการที่ถูกนางสังหารเท่าไหร่นัก  นับว่าแผนการณ์ทั้งหลายยังสามารถดำเนินต่อไปได้

 

          เพราะเหยาจือซินเพียงรอเวลาให้ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง เสียนหยางจวิ้นหวัง ขึ้นเป็นไท่หวังรัชทายาทเพียงเท่านั้น  ทีนี้ตระกูลของนางก็จะราวกับเสือติดปีก  พวกเขาจะโผนทะยานสู่อำนาจและเงินทองอีกทั้งรัชทายาทก็จะทรงทราบว่าจะมีพวกเขาคอยหนุนหลัง  ฝ่าบาทจะต้องทรงเห็นด้วยเป็นแน่

 

🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽🐽

 
ความคิดเห็น